หน้า: [1] 2 3 4   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เปลี่ยนเว๊บบอร์ดแต่ไม่เปลี่ยนใจรักชาวนาวี22  (อ่าน 20067 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
nukoy99
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +12/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2121


scrolly_99@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: 09 มีนาคม 2008, 10:30:08 pm »

ที่กระทู้นี้ว่างเปล่า นั้น กำลังจะลง แต่ แดง เลบานอล โดนกักบริเวณ เลยมาเขียนต่อไม่ได้ค่ะ ( พี่แดงฝากมา)

บอกว่าคิดถึงมากๆๆชาวนาวี มาได้เมื่อรัย จะ หอมแก้มทุกคนเลย


จากนู๋ก้อยจ้า

รักๆๆคนดีชาวนาวี22เสมอค่ะจากใจแดงคนดี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21 มีนาคม 2008, 09:57:11 pm โดย แดงคนดี » บันทึกการเข้า

ค่าของคนอยู่ที่ผลงาน...แต่ผลงานที่ได้ก็ไม่ได้วัดค่าของคนได้เสมอไป..
แดง Lebanon
d@eng Lebanon
Auther
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +60/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3390


~ รักนะ..นาวี 22~

try.to.dream@hotmail.com messages_d_4u@yahoo!.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: 10 มีนาคม 2008, 10:47:55 pm »

มารายงานตัวแล้วค่ะ คนดี ..คิดถึงมากๆๆ เลยค่ะ ชาวนาวี22 ที่แดงรักมากๆๆ คิดถึงจังเลยยยยยยยย จุ๊บๆๆๆ  จุมพิตหายหน้าไปนานเลยนะนี่ ใจแทบขาด เพราะว่า ..ชินนะที่ เรามีกันและกันเสมอมา อดมาอ้อนหลายวันเลยนะ อิอิ
                                                                                            รักเสมอค่ะ
                                                                                   จุมพิต  แดงเลบานอล คนดี๊คนดี อิอิ
  จุมพิต

อย่าเปลี่ยนไปนะ..คนดี..
ในตลอดเวลาที่ไม่ได้พบหน้า
อยากให้เธอมีแต่ฉันเท่านั้น..ในสายตา
เหมือนที่ฉันมีแต่เธอตลอดเวลา..ในหัวใจ

รักษาความรักของเราไว้ด้วยล่ะ
อย่าให้คนอื่นเขาเข้ามานะ..จะได้ไหม
อยากให้คิดถึงกันบ้างนะ เมื่อห่างไกล
คอยดูแลหัวใจกันและกัน

แคร์กันบ้างนะคนดี...
อย่าให้คนทางนี้ ต้องไหวหวั่น
เอาใจใส่กันบ้าง เมื่อห่างกัน
อย่าลืมนะว่าหัวใจฉัน เป็นของเธอ
       ♥♥♥♥♥♥♥♥


.........กลับมาแล้วค่ะ...งั้นแดงคนดี ลุย...................... ยิ้มกว้างๆทุกเรื่องหามาแบ่งกันอ่านค่ะ..คนดี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 มีนาคม 2008, 12:49:27 am โดย แดงคนดี » บันทึกการเข้า



~คน  ก็เหมือน คอม   *เข้าใจวิธีดูแลรักษา เอาไว้ให้ดี *แล้วเขาจะอยู่กับเรานานๆ~
แดง Lebanon
d@eng Lebanon
Auther
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +60/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3390


~ รักนะ..นาวี 22~

try.to.dream@hotmail.com messages_d_4u@yahoo!.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: 13 มีนาคม 2008, 08:13:18 am »

พยามยกกระทู้จากเว๊บบอร์ดเดิมมาที่นี่ค่ะ
ยิ้มเท่ห์ โรคระบาดที่ร้ายแรง ยังไม่พบ วัคซีน หรือยารักษา♥♥♥♥♥♥
เป็นโรคระบาดที่ร้ายแรง
ติดต่ออย่างรวดเร็วขยายตัวเป็นวงกว้างในแนวราบ
ยังไม่พบ วัคซีน หรือยารักษา
ผู้ป่วยมีอาการหน้างอ และบางรายที่อาหารหนักจะมีอาการหน้าดำ
แทรกซ้อนด้วย หูแข็ง ฟังอะไร ขัดหูขัดใจไปหมด
ตาขวาง น้ำลายไหลเล็กน้อยพองาม
ยังไม่พบหลักฐานที่แน่นอน ว่าผู้ใดนำเชื้อมาปล่อย
โรคนี้ส่งผลให้อุณหภูมิร่างกายสูง มือไม้สั่น
ผู้ป่วยที่อาการหนักอาจถึงขั้นชักดิ้นชักงอ


การปฐมพยาบาลเบื้องต้น


ควรสังเกตอาการผู้ป่วย ว่างอนอยู่ในระดับไหน
ถ้างอนน้อยๆ ให้รีบง้อ
ผู้พบเห็นทั่วไปควรเอาใจใส่ต่อผู้ที่ติดเชื้อในระยะเริ่มแรก
จะทำให้อาการไม่ลุกลาม และสามารถรักษาหายได้


สำหรับผู้ป่วยที่อาการหนัก

ผู้ง้อ ควรได้รับการฝึกสอนและเป็นผู้ชำนาญการง้อเป็นพิเศษ
เพราะผู้ป่วยจิตใจอ่อนแอ เปราะบางแตกหักง่าย
ต้องการความเอาใจใส่
หลังได้รับการรักษาผู้ป่วยที่หายแล้ว
ยังสามารถอาการกำเริบได้ทุกเวลา
ผู้ใกล้ชิดต้องให้ความรักและความเข้าใจ
หากความรักและความเข้าใจลดน้อยลงเมื่อไหร่ อาการงอนจะกำเริบ


หมายเหตุ

พบมากในกลุ่มคนที่มีความสวย และความน่ารัก
สำหรับผู้ไม่สวยและไม่น่ารัก
จะเรียกอาการเดียวกันนี้ว่า น่าเบื่อ น่ารำคาญ
จะปล่อยไปตามยถากรรม
ไม่มีการปฐมพยาบาลใดๆ ทั้งสิ้น
จนกว่าอาการจะหายหรือตายไปเอง...

♥♥♥♥♥
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13 มีนาคม 2008, 08:16:58 am โดย แดงคนดี » บันทึกการเข้า



~คน  ก็เหมือน คอม   *เข้าใจวิธีดูแลรักษา เอาไว้ให้ดี *แล้วเขาจะอยู่กับเรานานๆ~
แดง Lebanon
d@eng Lebanon
Auther
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +60/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3390


~ รักนะ..นาวี 22~

try.to.dream@hotmail.com messages_d_4u@yahoo!.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: 13 มีนาคม 2008, 08:18:34 am »

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน ได้ให้คำจำกัดความของ “ผี” ว่าคือ สิ่งที่มนุษย์เชื่อว่าเป็นสภาพลึกลับ มองไม่เห็นตัว แต่อาจจะปรากฏเหมือนมีตัวตนได้ อาจให้คุณหรือโทษได้ มีทั้งดีและเลว หรืออาจหมายถึง คนที่ตายไปแล้ว หรือเทวดาก็ได้ ส่วน “วิญญาณ” หมายถึง สิ่งที่เชื่อกันว่ามีอยู่ในกายเมื่อมีชีวิต เมื่อตายจะออกจากกายล่องลอยไปหาที่เกิดใหม่ 

          ด้วยเหตุที่ “ผี” เป็นสิ่งที่ยากจะบอกได้ ถึงรูปพรรณสัณฐานที่แน่นอน มีความลึกลับ ขึ้นกับความเชื่อ และจินตนาการ จึงถูกหยิบยกมาขู่เด็กอยู่เสมอ จนทำให้บางคนแม้โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ความรู้สึกกลัวผีก็ยังมีอยู่ หนัง/ละครหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็นของไทย หรือต่างประเทศ ต่างก็สร้างสรรค์ “ผี” ออกมาในรูปแบบต่างๆ มีทั้งแนวตลกขบขัน แนวสยองขวัญ น่ากลัว หรือแม้แต่แนวรักโรแมนติก ที่ฮิตๆ อมตะสร้างซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็ได้แก่ พวกแดร็กคิวร่า, แฟรงเก็นสไตน์, แวมไพร์ม, ส่วนไทยก็มี แม่นาคพระโขนง, ผีปอบ, ผีกระสือ, ผีกระหัง เป็นต้น 

          อย่างไรก็ดี ผีที่เราเห็นในหนังหรือละคร นับว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของผีทั้งหลาย ที่ยังมีอีกหลากหลายในไทย ดังนั้น กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม จึงอยากจะขอแนะนำ “ผีไทย” ในแบบอื่นๆ ให้รู้จักกันบ้าง โดยทั่วไป คนไทยแต่เดิมได้แบ่งผีออกเป็นประเภทใหญ่ๆ คือ

         1. ผีฟ้า ได้แก่ผีที่อยู่บนฟ้า ซึ่งต่อมาเมื่อเรารับความเชื่อเรื่องนรกสวรรค์มาจากพุทธศาสนา คนไทยภาคกลางจึงเรียกผีที่อยู่บนฟ้าว่า “เทวดา” หรือ “เทพ” และถือว่าเทวดามีหลายองค์ ส่วนคนทางภาคอีสานจะเรียกว่า “แถน”

          2. ผีคนตาย ได้แก่ผีที่เชื่อกันว่า เป็นวิญญาณของคนที่ตายไปแล้ว ผีชนิดนี้มีทั้งผีดีและผีไม่ดี ซึ่งผีดีที่คนนับถือยังแบ่งย่อยเป็นอีก 3 ระดับ คือ  ผีเรือน เป็นผีประจำครอบครัว คนไทยโบราณและชนชาติไทบางกลุ่มเรียกว่า “ผีด้ำ” หมายถึง ผีบรรพบุรุษ หรือผีปู่ย่าตายายพ่อแม่ที่ล่วงลับไปแล้ว แต่ยังสถิตอยู่ในบ้านเรือน เพื่อคอยคุ้มครอง และดูแลช่วยเหลือลูกหลาน และลูกหลาน จะต้องเซ่นสรวงตามโอกาสอันสมควร  ผีบ้าน คือ ผีประจำหมู่บ้าน บางแห่งเรียก”เสื้อบ้าน” ได้แก่ผีที่คอยคุ้มครอง และให้ความอนุเคราะห์แก่คนในหมู่บ้าน ซึ่งแต่ละหมู่บ้านมักจะมีสถานที่ สำหรับทำพิธีบูชาบวงสรวง ผีเมือง หรือบางแห่งเรียก ”เสื้อเมือง” ได้แก่ วิญญาณของเจ้าเมืององค์ก่อนๆ หรือวีรบุรุษของกลุ่มชน คอยคุ้มครอง และให้ความอนุเคราะห์ดูแลคนทั้งเมืองหรือรัฐ บางแห่งก็เรียก “เทพารักษ์” และมักมีการสร้างศาลให้เป็นที่สถิต

          3. ผีไม่ปรากฎรายละเอียดในด้านความเป็นมาได้แก่ ผีที่ประจำอยู่กับสิ่งต่างๆ ที่มีในธรรมชาติ เช่น ผีป่า ผีเขา ผีน้ำ ผีประจำต้นไม้ เป็นต้น ผีดังกล่าวให้คุณและโทษได้ จึงต้องเซ่นสรวงให้ถูกวิธี โดยเฉพาะเมื่อต้องการความช่วยเหลือ หรือขออนุญาตใช้ประโยชน์ 

          นอกจากนี้ ยังมีผีตามสภาพที่ปรากฏ เช่น บอกสภาพการตาย ได้แก่ ผีตายโหง ผีหัวกุด ผีตายทั้งกลม เป็นต้น ต่อไปนี้จะขอแนะนำผีแต่ละจำพวกให้ได้รู้จักกัน ดังนี้ ผียอดนิยม ซึ่งเป็นที่รู้จักและมักถูกนำมาสร้างหนัง/ละครบ่อยๆ ได้แก่ 

          - ผีกระสือ คือผีที่เข้าสิงในตัวผู้หญิง และชอบกินของโสโครก คู่กับผีกระหัง ที่ชอบเข้าสิงผู้ชาย เชื่อกันว่าผีกระหังเป็นผู้ชายที่เรียนวิชาอาคม เมื่อแก่กล้าก็มีปีกมีหาง จะไปไหนก็ใช้กระด้งต่างปีก สากตำข้าวต่างขา สากกะเบือ ต่างหาง ชอบกินของโสโครกเช่นเดียวกับกระสือ 

         - ผีปอบ คือ ผีที่สิงอยู่ในตัวคน พอกินตับไต้ไส้พุงหมดแล้วก็จะออกไปและคนๆ นั้นก็จะตาย 

          - ผีดิบ คือ ผีที่ยังไม่ได้เผา หรือผีดูดเลือด ผีตายทั้งกลม คือ หญิงที่ตายในขณะที่ลูกอยู่ในท้อง 

          - ผีตายโหง คือ คนที่ตายผิดธรรมดา เช่น ถูกฆ่าตาย ตกน้ำตายหรือตายด้วยอุบัติเหตุ 

          - ผีพราย หมายถึงหญิงที่ตาย อันเนื่องมาจากคลอดลูกหรือตายในขณะที่ลูกเกิดมาได้ไม่นาน เชื่อกันว่าวิญญาณหญิงดังกล่าว จะมีความร้ายกาจมาก ,ส่วนผีพราย อีกประเภทหนึ่ง คือคนแก่ที่ป่วยไข้ออดแอด จนไม่มีกำลังต้องนอนซมอยู่เสมอ แต่พอคนอื่นไม่อยู่หรือเผลอ คนแก่นั้นก็เปลี่ยนไป ดวงตากลับวาวโรจน์ และมีเรี่ยวแรงลุกไปหาของกินที่เป็นของสดหรือมีกลิ่นคาว หากมีใครมาพบ ก็จะทำท่าหมดแรงต้องนอนซมเหมือนเดิม บางแห่งก็ว่าผีพรายสามารถจำแลงกายเป็นสัตว์ต่างๆ ได้ โดยเฉพาะนกเค้าแมว หากบ้านไหนมีคนป่วยและมีนกเค้าแมวมาเกาะ จะเชื่อกันว่าผีพรายแปลงกายมาซ้ำเติมคนป่วยให้ตายโดยเร็ว ส่วนผีที่มีลักษณะคล้ายกับกลุ่มข้างต้น แต่ชื่ออาจจะไม่ค่อยคุ้นหูสักเท่าไรก็ได้แก่ 

         - ผีโพง และ ผีเป้า คือผีที่ชอบกินของสด ของคาว เช่น เลือดสด และสิงในคนได้ บ้างก็ว่าผีโพงสิงคนแล้ว จะทำให้มีแสงสว่างออกมาทางจมูกเวลาหายใจ และชอบหากินเวลากลางคืน 

          - ผีโขมด เป็นพวกเดียวกับผีกระสือหรือผีโพง เห็นเป็นแสงเรืองวาวในเวลากลางคืน ทำให้เข้าใจผิดคิดว่าคนถือไฟอยู่ข้างหน้า 

          - ผีกองกอย คือ ผีชนิดหนึ่งที่มีตีนเดียว ไม่มีสะบ้าหัวเข่า จึงต้องเดินเขย่งเกงกอย ชอบออกมาดูดเลือดที่หัวแม่เท้าของคนที่นอนหลับพักแรมในป่า

         สำหรับผีที่ให้คุณก็มี ผีขุนน้ำ คือ อารักษ์ประจำต้นน้ำแต่ละสาย ซึ่งสถิตอยู่บนดอยสูง ผีขุนน้ำมักอยู่ตามต้นไม้ใหญ่ ชาวบ้านจะอัญเชิญมาสถิตที่หอผี ที่ปลูกอย่างค่อนข้างถาวรใต้ต้นไม้เหล่านี้ ผีขุนน้ำที่อยู่ต้นแม่น้ำใด ก็มักจะได้ชื่อตามแม่น้ำนั้น เช่น ขุนลาว เป็นผีอยู่ต้นแม่น้ำลาว ในจ.เชียงราย ผีมด และ ผีเมง คือ ผีบรรพบุรุษตามความเชื่อชาวล้านนา ( คำว่า “มด” หมายถึงระวังรักษา) ส่วนผีเมงนี้เข้าใจกันว่ารับมาจากชนเผ่าเม็ง หรือมอญโบราณ ผีเจ้าที่ คือผีที่รักษาประจำอยู่ที่ใดที่หนึ่ง เป็นผู้ดูแลรักษาเขตนั้นๆ ดังนั้น คนโบราณเมื่อเดินทางและหยุดพักที่ใด มักจะบอกขออนุญาตเจ้าที่ทุกครั้ง 

          - ผีเจ้านาย คือ ผีที่มาประทับทรงเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ของชาวบ้านชาวเมือง แต่มิใช่เสื้อบ้าน เสื้อเมืองหรือผีปู่ย่าตายาย ผีย่าหม้อหนึ้ง เป็นผีจำพวกผีเรือนสถิตอยู่กับหม้อที่ใช้นึ่งข้าว เมื่อใครจะเดินทางไกลก็นำข้าวเหนียวหนึ่งปั้น และกล้วยหนึ่งผล ไปสังเวยบอกกล่าวผีย่าหม้อหนึ้งเพื่อให้คุ้มครอง หรือหากลูกหลานไม่สบายร้องไห้โยเยกลางคืน ชาวบ้านก็มักไปเอายาจากผีย่าหม้อหนึ้งโดยขูดเอาดินหม้อ ที่ติดกับหม้อไปผสมน้ำให้ลูกอ่อนกิน นอกจากดูแลคุ้มครองทรัพย์สินในครัวเรือนแล้ว ยังมีอำนาจในการพยากรณ์ได้ด้วย ซึ่งการลงผีย่าหม้อหนึ้งนี้ มักทำเมื่อบุตรหลานไม่สบายหรือของหาย

          นอกเหนือไปจากผีดังกล่าวแล้ว ในแต่ละท้องถิ่นยังมีผีอีกหลายประเภท ซึ่งหลายคนอาจจะไม่เคยได้ยินมาก่อน อาทิผีกละ หรือ ผีกะเป็นผีที่มักเข้าสิงคนเพื่อเรียกร้องจะกินอาหาร เมื่อเข้าสิงใคร ก็จะแสดงกิริยาผิดปกติไป เมื่อคนสังเกตเห็นก็มักร้องขอกินอาหารและจะกินอย่างตะกละตะกลาม จึงเรียกผีกละตามลักษณะการกิน แต่มักเขียนเป็นผีกะ ผีกละยักษ์ เป็นผีที่อยู่รักษาสถานที่ต่างๆ เช่น วัดร้าง ถ้ำ หรือที่ซึ่งมีสมบัติฝังหรือซ่อนอยู่ ผีกละยักษ์จะคอยพิทักษ์สมบัติเหล่านั้น จนกว่าเจ้าของจะรับทรัพย์สินเหล่านั้นไป

          ในกรณีผีกละยักษ์ที่อยู่ในวัด เล่ากันว่า มักจะเป็นวิญญาณของพระหรือเจ้าอาวาสที่ผิดวินัย เมื่อตายแล้วไปเกิดไม่ได้ จึงต้องทำหน้าที่พิทักษ์วัดไปจนกว่าจะสิ้นกรรม รูปร่างของผีกละยักษ์ ไม่แน่นอน บ้างก็ว่าเป็นหมูตัวใหญ่ที่มีร่างกายเป็นทองแดง บ้างก็ว่าเป็นสุนัขใหญ่สีดำสนิททั้งตัว ผีตามอย (อ่านว่า ผี-ต๋า-มอย) หมายถึงผี 2 ชนิด ชนิดแรกเป็นผีที่อาศัยอยู่ในเขตที่มีคน ผีชนิดนี้จะคอยมาเลียก้นคนที่ไปถ่ายอุจจาระ เพราะคนสมัยก่อนมักไปถ่ายตามขอนไม้ เมื่อถ่ายเสร็จก็จะใช้ไม้แก้งขี้ปาดไปตามร่องก้นให้สะอาด ถ้าแก้งขี้ไม่สะอาดก็จะถูกผีตามอยมาเลียก้น ทำให้เจ็บไข้ได้ วิธีแก้คือให้เอาดุ้นไฟสุดหรือไม้ที่เหลือจากไฟไหม้แล้วมาแก้งขี้เสีย (แก้ง-หมายถึงขูดให้สะอาด)

          ผีตามอย อีกชนิด เป็นผีที่คอยจับเอาหนุ่มหรือสาววัยรุ่นที่แตกกลุ่มเพื่อนที่เข้าไปในป่าหรือในดง นำไปมีเพศสัมพันธ์กับตน โดยคนที่ถูกกุมไปมักมีสภาวะครึ่งหลับครึ่งตื่น ผีโป่ง เป็นผีที่อยู่ตามโป่งซึ่งอาจเป็นโป่งดิน คือบริเวณที่มีดินเค็มซึ่งสัตว์มักไปแทะกิน หรือโป่งน้ำ คือที่มีน้ำผุดออกมาจากดิน ผู้ที่ไปสู่บริเวณโป่ง หากไม่สำรวมอาจจะถูกผีโป่งทำร้าย ทำให้เจ็บปวดที่เท้าหรือขา หรืออาจมีอาการเจ็บไข้รักษาไม่หาย

          นอกจากผีลักษณะต่างๆ ตามที่กล่าวมาแล้ว เรายังมีทั้งการละเล่น สำนวน ช่วงเวลา กิริยาอาการและคำหลายคำที่เกี่ยวกับผี เช่น ผีด้งหรือผีนางด้ง เป็นผีที่หนุ่มสาวในท้องที่จะเชิญมาเล่นตามลานบ้านช่วงสงกรานต์, ผีถ้วยแก้ว เป็นการเล่นทรงเจ้าเข้าผีโดยผู้เล่นเอานิ้วแตะก้นแก้ว ให้เคลื่อนไปตามตัวอักษร เพื่อสื่อความหมาย, ผีถึงป่าช้า หมายถึงจำใจทำเพราะไม่มีทางเลือก, ผีบุญ คือ ผู้อวดคุณวิเศษว่ามีฤทธิ์ทำได้ต่างๆ นานา, ผีบ้านไม่ดี ผีป่าก็พลอย หมายถึง คนในบ้านเป็นใจให้คนนอกบ้านเข้ามาทำความเสียหายได้,

        ผีซ้ำด้ำพลอย คือ ถูกซ้ำเติมเมื่อพลาดพลั้งหรือเมื่อคราวเคราะห์ร้าย, ผีอำ คือ อาการที่ปรากฏเมื่อเวลานอนเคลิ้มไปว่ามีคนมาปลุกปล้ำหรือยึดคร่า ทำให้มีอาการเหนื่อยหอบจนตื่นขึ้น บางคนก็เรียก ผีทับ จะมีอาการอึดอัด พูดจาไม่ได้ ลุกไม่ได้ ผีผลัก คืออุบัติเหตุที่ทำให้บาดเจ็บหรือล้มตาย เนื่องจากใช้ของแหลมมาจี้ใส่กันเป็นเชิงล้อเล่น, ผีเจาะปาก หมายถึงมีปากก็สักแต่พูดเรื่อยเปื่อย พูดไม่มีสาระ,

        ผีพุ่งไต้ หมายถึงดาวตก ผีตากผ้าอ้อม หมายถึง แสงแดดที่สะท้อนกลับมาสว่างในเวลาเย็นจวนค่ำ มีสีส้มอมเหลือง, ผีขนุน หมายถึงหญิงขายบริการตามต้นขนุนริมคลองหลอด กรุงเทพฯ, ผีเพลีย คือดิถีวันห้าม ไม่ให้แรกนา ฯลฯ (ดิถี คือการนับวันตามจันทรคติ เช่น ขึ้น 1 ค่ำ แรม 2 ค่ำ เป็นต้น)ทั้งหมดที่กล่าวข้างต้น แม้จะเป็นเพียงบางส่วนของเรื่องผีๆ แต่เชื่อว่าคงจะทำให้ท่านได้รู้จัก “ผีของไทย”มาก ยิ่งขึ้น
**************************************************
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13 มีนาคม 2008, 08:57:46 am โดย แดงคนดี » บันทึกการเข้า



~คน  ก็เหมือน คอม   *เข้าใจวิธีดูแลรักษา เอาไว้ให้ดี *แล้วเขาจะอยู่กับเรานานๆ~
แดง Lebanon
d@eng Lebanon
Auther
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +60/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3390


~ รักนะ..นาวี 22~

try.to.dream@hotmail.com messages_d_4u@yahoo!.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: 13 มีนาคม 2008, 08:22:27 am »

ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย ซึ่งยึดถือปฏิบัติสืบเนื่องกันมาแต่โบราณ และเป็นวัฒนธรรมประจำชาติที่งดงามฝังลึกอยู่ในชีวิตของคนคำว่า “สงกรานต์” มาจากภาษาสันสฤต แปลว่า ผ่านหรือเคลื่อนย้าย หมายถึง การเคลื่อนไทยมาช้านาน

การย้ายของพระอาทิตย์เข้าไปจักรราศีใดราศีหนึ่ง จะเป็นราศีใดก็ได้ แต่ความหมายที่คนไทยทั่วไปใช้ หมายเฉพาะวันและเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษในเดือนเมษายนเท่านั้น

กล่าวไว้ว่า ก่อนพุทธกาลมีเศรษฐีครอบครัวหนึ่ง อายุเลยวัยกลางคนก็ยังไร้ทายาทสืบสกุล ซึ่งทำให้ท่านเศรษฐีทุกข์ใจเป็นอันมาก ข้างรั้วบ้านเศรษฐีมีครอบครัวหนึ่ง หัวหน้าครอบครัวเป็นนักเลงสุรา ถ้าวันไหนร่ำสุราสุดขีด ก็จะพูดเสียงดังแสดงวาจาเยาะเย้ยเศรษฐีสบประมาทในความมีทรัพย์มาก แต่ไร้ทายาทสืบสมบัติเสมอ วันหนึ่งเศรษฐีจึงถามว่ามีความขุ่นเคืองอะไรจึงแสดงอาการเยาะเย้ยและสบประมาท เฒ่านักดื่มจึงตอบ ถึงท่านมั่งมีสมบัติมากก็จริง แต่เป็นคนมีบาปกรรมท่านจึงไม่มีบุตร ตายไปแล้วสมบัติก็ตกเป็นของผู้อื่นหมด สู้เราไม่ได้ถึงแม้จะยากจนแต่ก็มีบุตรคอยดูแลรักษายามเจ็บไข้ และรักษาทรัพย์สมบัติเมื่อเราสิ้นใจ

      นับแต่นั้นมา เศรษฐียิ่งมีความเสียใจ จึงพยายามไปบวงสรวงพระอาทิตย์และพระจันทร์ เพียรพยายามตั้งจิตอธิษฐานขอบุตร ทำเช่นนี้เป็นเวลาติดต่อกันถึงสามปี ก็ไม่ได้บุตรดังที่ตนปรารถนาจนวันหนึ่งเป็นวันนักขัตฤกษ์สงกรานต์ ท่านเศรษฐีก็พาข้าทาสบริวารของตนมาที่โคนต้นไทรใหญ่ต้นหนึ่ง ที่อยู่บนฝั่งแม่น้ำที่อาศัยของนกทั้งหลาย ท่านเศรษฐีให้บริวารล้างข้าวสารด้วยน้ำสะอาดถึง 7 ครั้ง แล้วจึงหุงข้าวสารนั้น เมื่อสุกแล้วยกขึ้นบูชาพระไทร เทพเหล่านั้นเกิดความสงสาร จึงขึ้นไปเฝ้าพระอินทร์ ทูลขอบุตรแก่เศรษฐี พระอินทร์จึงบัญชาให้เทพบุตรองค์หนึ่งชื่อ “ธรรมบาล” ลงมาเกิดในครรภ์ของภรรยาเศรษฐี เมื่อครบกำหนดภรรยาเศรษฐีก็คลอดบุตรเป็นชาย เศรษฐีจึงตั้งชื่อว่า ธรรมบาลกุมาร เพื่อตอบสนองพระคุณเทพเทวา เศรษฐีจึงสร้างปราสาทสูง 7 ชั้น ถวายเทพต้นไทร
เมื่อธรรมบาลกุมารเจริญวัยขึ้น เป็นเด็กที่มีปัญญาเฉียบแหลม รอบรู้ และวัยเพียง 7 ขวบก็เรียนจบไตรเพท ยังมีเทพองค์หนึ่งชื่อ “ท้าวกบิลพรหม” ได้ยินกิตติศัพท์ทางสติปัญญาอันยอดเยี่ยมของเด็กน้อย จึงคิดทดลองภูมิปัญญาโดยการเอาชีวิตเป็นเดิมพันจึงถามปัญหา 3 ข้อ ถ้ากุมารน้อยแก้ปัญหาทั้ง 3 ข้อได้ กบิลพรหมจะตัดศีรษะของตนบูชา ถ้าธรรมบาลแก้ไม่ได้ ก็จะต้องเสียหัวเพื่อยอมรับความพ่ายแพ้ ปัญหานั้นมีว่า

1. ตอนเช้าราศีคนอยู่แห่งใด
2. ตอนเที่ยงราศีของคนอยู่แห่งใด
3. ตอนค่ำราศีของคนอยู่แห่งใด

       เมื่อได้ฟังปัญหาแล้ว ธรรมบาลไม่อาจทราบคำตอบในทันทีได้ จึงผลัดวันตอบปัญหาไปอีก 7 วัน ครั้นเวลาล่วงจากนั้นไป 6 วัน ธรรมบาลกุมารก็ยังคิดหาคำตอบปัญหานั้นไม่ได้ จึงหลบออกจากปราสาทหนีเข้าป่า และไปนอนพักเอาแรงใต้ต้นตาล ขณะนั้นบนต้นตาลมีนกอินทรีคู่หนึ่งอาศัยอยู่ นางนกถามสามีว่า “พรุ่งนี้เราจะไปหาอาหารที่ไหน” นกสามีก็ตอบว่า “พรุ่งนี้เราไม่ต้องบินไปไกล เพราะจะได้กินเนื้อธรรมบาลกุมาร ซึ่งจะถูกท้าวกบิลพรหมตัดหัว เนื่องจากแก้ปัญหาไม่ได้” นางนกถามว่า “ปัญหานั้นว่าอย่างไร” นกสามีตอบว่า ปัญหามีอยู่ 3 ข้อ และหมายถึง

ข้อหนึ่ง ตอนเช้าราศีของมนุษย์อยู่ที่หน้า คนจึงต้องล้างหน้าทุกๆ เช้า
ข้อสอง ตอนเที่ยงราศีคนอยู่ที่อก มนุษย์จึงต้องเอาเครื่องหอมประพรมที่อก
ข้อสาม ตอนค่ำราศีคนอยู่ที่เท้า มนุษย์จึงต้องล้างเท้าก่อนเข้านอน

 ธรรมบาลกุมาร ได้ยินการไขปัญหาของนกอินทรี และจำจนขึ้นใจ ทั้งนี้เพราะธรรมบาลรู้ภาษานก จึงกลับสู่ปราสาทอันเป็นที่อยู่แห่งตน รุ่งขึ้นเป็นวันครบกำหนดแก้ปัญหา ท้าวกบิลพรหมมาฟังคำตอบ ธรรมบาลกุมารกล่าวแก้ปัญหาตามที่นกอินทรีคุยกันทุกประการ ท้าวกบิลพรหมจึงเรียก ธิดาทั้ง 7 ของตนอันเป็นบริจาริกาคือหญิงรับใช้ของพระอินทร์มาพร้อมกัน แล้วบอกว่าตนจะตัดเศียรบูชาธรรมบาลกุมาร แต่ถ้าเอาศีรษะพ่อวางไว้บนแผ่นดินก็จะลุกไหม้ไปทั้งโลก ถ้าจะโยนขึ้นไปบนอากาศ อากาศจะแห้งแล้งฟ้าฝนจะหายไปสิ้น ถ้าทิ้งลงไปในมหาสมุทร น้ำในมหาสมุทรจะแห้งแล้งไปเช่นกัน จึงสั่งให้ นางทั้ง 7 คน เอาพานมารองรับศีรษะ แล้วจึงตัดศรีษะส่งให้นางทุงษธิดาคนโต นางทุงษจึงเอาพานรับเศียรบิดาไว้แล้วแห่ประทักษิณรอบเขาพระสุเมรุ 60 นาที แล้วอัญเชิญไปไว้ในมณฑปถ้ำคันธุรลี เขาไกรลาส บูชาด้วยเครื่องทิพย์ พระเวสสุกรรมก็เนรมิตโรงประดับด้วยแก้ว 7 ประการ ชื่อภควดี ให้เป็นที่ประชุมเทวดา เทวดาทั้งปวงก็เอาเถาฉมูนวดลงมาล้างในสระอโนดาต 7 ครั้ง แล้วก็แจกกันเสวยทุกๆ องค์ ครั้นครบ 365 วัน โลกสมมุติว่าเป็นหนึ่งปีเป็นสงกรานต์ ธิดา 7 องค์ ของเท้ากบิลพรหมก็ผลัดเวรกันมาเชิญพระเศียรของพระบิดาออกแห่ประทักษิณรอบเขาพระสุเมรุทุกปี แล้วจึงกลับไปเทวโลก

ตำนานนางสงกรานต์
นางสงกรานต์ เป็นธิดาของท้าวกบิลพรหม หรือท้าวมหาสงกรานต์ และเป็นนางฟ้าอยู่บนสรวงสวรรค์ชั้นจาตุมหาราช (สวรรค์ชั้นที่ 1 ในทั้งหมด 6 ชั้น)ซึ่งมีหน้าที่ในการรับศรีษะของท้าวกบิลพรหมแห่รอบเขาพระสุเมรุในแต่ละรอบปี หรือในวันสงกรานต์นั้นเอง โดยมีเกณฑ์กำหนดที่ว่าวันสงกรานต์ คือวันที่ 13 เมษายน ตรงกับวันใดก็ให้นางสงกรานต์ประจำวันนั้นเป็นผู้แห่ นางสงกรานต์มีทั้งหมด 7 องค์ ได้แก่

1. นางสงกรานต์ทุงษเทวี
       ทุงษเทวีเป็นนางสงกรานต์ประจำวันอาทิตย์ ทัดดอกทับทิม มีปัทมราค (แก้วทับทิม) เป็นเครื่องประดับ ภักษาหาร คือ อุทุมพร (มะเดื่อ) อาวุธคู่กาย พระหัตถ์ ขวาถือจักร พระหัตถ์ซ้ายถือสังข์ เสด็จไสยาสน์เหนือปฤษฎางค์ครุฑ

2. นางสงกรานต์โคราดเทวี
       โคราดเทวีเป็นนางสงกรานต์ประจำวันจันทร์ ทัดดอกปีป มีมุกดาหาร (ไข่มุก) เป็นเครื่องประดับภักษาหาร คือ เตละ (น้ำมัน) อาวุธคู่กาย พระหัตถ์ขวาถือพระขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายถือไม้เท้า เสด็จประทับเหนือพยัคฆ์ (เสือ)

3. นางสงกรานต์รากษสเทวี
       รากษสเทวีเป็นนางสงกรานต์ประจำวันอังคาร ทัดดอกบัวหลวง มีโมรา (หิน) เป็นเครื่องประดับ ภักษาหาร คือ โลหิต (เลือด) อาวุธคู่กาย พระหัตถ์ขวาถือตรีศูล พระหัตถ์ซ้ายถือธนู เสด็จประทับเหนือวราหะ (หมู)

4. นางสงกรานต์มัณฑาเทวี
       มัณฑาเทวีเป็นนางสงกรานต์ประจำวันพุธ ทัดดอกจำปา มีไพฑูรย์ (พลอยสีเหลืองแกมเขียว) เป็นเครื่องประดับ ภักษาหาร คือ นมและเนย อาวุธคู่กาย พระหัตถ์ ขวาถือเหล็กแหลม พระหัตถ์ว้ายถือไม้เท้า เสด็จไสยาสน์เหนือปฤษฎางค์คัสพะ (ลา)

5. นางสงกรานต์กิริณีเทวี
       กิริณีเทวีเป็นนางสงกรานต์ประจำวันพฤหัสบดี ทัดดอกมณฑา (ยี่หุบ) มีมรกตเป็นเครื่องประดับ ภักษาหาร คือ ถั่วและงา อาวุธคู่กาย พระหัตถ์ขวาถือพระขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายถือปืน เสด็จไสยาสน์เหนือปฏษฎางค์ชสาร (ช้าง)

6. นางสงกรานต์กิมิทาเทวี
       กิมิทาเทวีเป็นนางสงกรานต์ประจำวันศุกร์ ดัดดอกจงกลนี มีบุษราคัมเป็นเครื่องประดับ ภักษาหาร คือ กล้วยและน้ำ อาวุธคู่กาย พระหัตถ์ขวาถือพระขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายถือพิณ เสด็จประทับยืนเหนือมหิงสา (ควาย)

7. นางสงกรานต์มโหทรเทวี
       มโหทรเทวีเป็นนางสงกรานต์ประจำวันเสาร์ ทัดดอกสามหาว (ผักตบชวา) มีนิลรัตน์เป็นเครื่องประดับ ภักษาหาร คือ เนื้อทราย อาวุธคู่กาย พระหัตถ์ขวาถือจักร พระหัตถ์ซ้ายถือตรีศูล เสด็จประทับเหนือมยุราปักษา (นกยูง)

The End
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13 มีนาคม 2008, 11:42:01 am โดย admin » บันทึกการเข้า



~คน  ก็เหมือน คอม   *เข้าใจวิธีดูแลรักษา เอาไว้ให้ดี *แล้วเขาจะอยู่กับเรานานๆ~
แดง Lebanon
d@eng Lebanon
Auther
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +60/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3390


~ รักนะ..นาวี 22~

try.to.dream@hotmail.com messages_d_4u@yahoo!.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: 13 มีนาคม 2008, 08:27:28 am »

จุมพิตไอศกรีมโคนทำให้พวกเราเอร็ดอร่อยทั้งเด็ก และผู้ใหญ่
แต่ก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่าใครเป็นคนคิดค้นไอศกรีมโคนขึ้นมาให้เรากิน

ต้นกำเนิดการค้นพบโคน..ยังสับสนอยู่หลายตำนาน
บ้างก็ว่า ชาวอิตาเลียนอพยพ ชื่อนาย อิตาโล มาร์ชิโอนี
ผู้จดสิทธิบัตรถ้วยวาฟเฟิลที่กินได้ในปี ค.ศ.1903 

เขาบอกว่าเขาทำโคนมาตั้งแต่ 22 กันยายน ค.ศ.1886
เพื่อเสิร์ฟกับไอสกรีม ที่ถนนวอลล์สตรีท ในกรุงนิวยอร์ก

แต่แมรี่ ลู เมนช์ส บอกว่าคนที่คิดค้นเป็นปู่ของเธอเอง ชื่อ ชาร์ลส์ โรเบิร์ต
และน้องชาย  ทั้งคู่คิดค้นไอศกรีมโคนขึ้นมาในปี ค.ศ. 1904
ตอนขายไอศกรีมอยู่ในงานเทศกาลที่เซนต์หลุยส์ มิสซูรี

 
"...มีเรื่องเล่ามากมายเลยค่ะ บางคนบอกว่าจานสำหรับใส่ไอศกรีมหมด
และเนื่องจากร้านขายไอศกรีมอยู่ติดกับร้านวาฟเฟิล (ขนมรังผึ้ง)
พวกเขาก็เลยตักไอศกรีมใส่วาฟเฟิลแทน  และมันก็เข้าท่าดี"

มีตำนานอีกเรื่องคล้ายๆ กันคือชาย ชื่อฮัมวี
เป็นคนอบขนมปังอพยพ ชาวซีเรียที่อ้างว่าไปขายขนมในงานเดียวกัน
เขาได้ความคิดตอนที่ร้านขายไอศกรีมที่อยู่ข้างๆ จานหมด !!
เขาเลยม้วนเวเฟอร์ของเขาที่เรียกว่า ซาลาเบีย ตอนที่ยังร้อนๆ
แล้วปล่อยให้เย็นเพื่อขายให้ร้านไอศกรีมเอาไปใส่ไอศกรีม

แต่ไม่ว่าใครจะเป็นคนคิดค้น ...
ไอศกรีมโคนก็ทำให้เราอร่อยกับไอศกรีมได้ในอีกรูปแบบหนึ่ง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13 มีนาคม 2008, 11:42:25 am โดย admin » บันทึกการเข้า



~คน  ก็เหมือน คอม   *เข้าใจวิธีดูแลรักษา เอาไว้ให้ดี *แล้วเขาจะอยู่กับเรานานๆ~
แดง Lebanon
d@eng Lebanon
Auther
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +60/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3390


~ รักนะ..นาวี 22~

try.to.dream@hotmail.com messages_d_4u@yahoo!.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: 13 มีนาคม 2008, 08:50:46 am »

ยิ้มเท่ห์ ♥♥♥♥
งีบทุกวัน วันละ 15 นาที
Dr.Bill Anthony of Boston University กล่าวว่า “การงีบจะช่วยทำให้เพิ่มประสิทธิภาพและสมาธิในการทำการ”

ทานกล้วยวันละ 2 ใบ
ลดความเสี่ยงในการเกิด stroke ลงได้ 20%

ทาน chocolate 3 ชิ้นต่อเดือน อายุยืนขึ้นอีก 1 ปี
chocolate ได้แสดงออกถึง ประสิทธิภาพในการลด LDL Cholesterol

กวาดใบไม้ที่บ้าน ด้วยตัวคุณเอง
เผาผลาญพลังงานไป 420 kJ ทุกๆ 20 นาที นั่นเท่ากับ การออกวิ่ง 1,500 เมตร

ล้างจานด้วยมือ แทนที่จะเป็นเครื่องล้างจาน
ช่วยเผาผลาญพลังงาน ได้เพิ่มมากขึ้น เฉลี่ยแล้ว 395 kilojoules ต่อวัน
หรือเท่ากับ 4.5 kg ตลอดระยะเวลา 1 ปี

เปลี่ยนไส้ แซนวิช ของคุณจาก ham เป็น tuna อาทิตย์ละ 2 ครั้ง
ลดอัตราการเกิดโรคหัวใจได้ 25%

จูบลาแฟนคุณทุกเช้า และทักเธอทันที เมื่อถึงบ้าน
ทำชีวิตสมรสคุณให้ดีขึ้นภายใน 1สัปดาห์ Dr.Dave M. Davis, Director of the Piedmont Psychiatric Clinic in Atlanta in U.S. กล่าวว่า
“ผมเห็นคนไข้หลายคน ที่มีความสัมพันธ์ในชีวิตสมรส ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในช่วงเวลาสั้นๆ หลังจากที่ได้ทำตามคำแนะนำ ง่ายๆนี้”

ลดการทำงานลง วันละ 1 ชั่วโมง ชะลอการตายของคุณออกไป
จากการศึกษาในประเทศญี่ปุ่น พบว่า ผู้ชายที่ทำงานมากกว่า 11 ชั่วโมง ต่อวัน มีโอกาสที่จะหัวใจวายมากกว่าคนปกติ ที่ทำงาน 9 ถึง 11 ชั่วโมงต่อวัน ถึง 2.5 เท่า

เดินไปส่งเอกสารให้เพื่อนร่วมงาน แทนการส่ง e-mail
ลดน้ำหนักลงได้ มากกว่า 0.5 kg ต่อปี

เริ่มเก็บเงินวันละ 100 บาท เพื่อใช้ตอนที่คุณเลิกทำงาน
เมื่อผ่านไป 20 ปี คุณจะมีเงินเก็บทั้งสิ้น 3,740,000 บาท (สมมติว่าได้ผลตอบแทน 15% ต่อปี)

ดื่ม wine แดงที่มาจาก Chile แทนที่จะเป็น ฝรั่งเศส
ลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง Chilean Cabernet Sauvignon มีสารที่มีประโยชน์เช่น flavomoids, antioxidants
(ลดการเกิดมะเร็งโดยการลดอนุมูลอิสระ) มากว่าใน wine ของฝรั่งเศส ถึง 38%

รักษาไข้ ให้หายเร็วที่สุด
ตัดโอกาสที่คุณจะที่คุณจะป่วยไข้ลงมากถึง 90%

หลังจากออกกำลังกายอย่างหนัก
ให้ทาน วิตามิน C ลดความเสี่ยงในการาที่จะเป็นหวัดลง 50%

ทานอาหารเช้าทุกวัน
ลดน้ำหนักได้ทันที Franca Alphin จาก Duke University Diet and Fitness Centre in the US กล่าวว่า
“ทั่วไปแล้วผู้ชายที่เว้นอาหารเช้า จะทานอาหารมากว่านั้นในช่วงต่อมา และมักจะเลือกอาหารที่อุดมไปด้วยไขมัน และ kilojules”

ดื่มน้ำเย็นวันละ 4.5 ลิตร ทุกวัน
ลดน้ำหนักลงได้ 0.50 kg ทุกๆ 4 สัปดาห์ ทั้งนี้เนื่องจากร่างกายของคุณ
จะใช้พลังงาน 516 kilojules ในการทำให้น้ำดื่ม อุณหภูมิเป็น 22.70 ํ C เมื่อคุณดื่มเข้าไป

เหยียดขา (hamstring) ของคุณออกไปเต็มที่ ค้างไว้ 30 วินาที วันละ 5 ครั้ง
ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และปรับปรุงความสามรถในการยืดหยุ่นของคุณอีก 37%

บ้วนปากทันทีทุกครั้ง หลังทานอาหาร
ลด bacteria ในช่องปากลงได้ 30% และที่สำคัญที่สุดคือ ช่วยลดความเสี่ยงของฟันผุ

ทาน apples วันละ 2 ลูก
ลด 4.5 kg ได้ภายใน 1 ปี เส้นใยอาหาร (fiber) ใน apples
ช่วยในการลดน้ำหนัก ด้วยการ ช่วยขัดขวางการย่อย ไขมันและโปรตีนในร่างกาย

ทำความสะอาดอ่างล้างจานของคุณ ทุก 2 วัน
กำจัด E.coli และ samonella bacteria จากสถานที่ที่มันซ่อนตัวอยู่เป็นประจำ

เปลี่ยนแปลงจากเนย มาทาน low fat magerine แทน
ลดปริมาณ Cholesterol (LDL cholesterol เป็นชนิดที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย) ที่ร่างกายคุณจะได้รับลง

ดื่มเบียร์ประเภท stout แทนการดื่ม ประเภท soft drink เมื่อคุณทาน burger
ลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง เบียร์จะเป็นตัวป้องกันคุณจาก carcinogens (สารก่อมะเร็ง) ที่มีอยู่ใน เนื้อที่ย่างสุก
จุมพิต
บันทึกการเข้า



~คน  ก็เหมือน คอม   *เข้าใจวิธีดูแลรักษา เอาไว้ให้ดี *แล้วเขาจะอยู่กับเรานานๆ~
แดง Lebanon
d@eng Lebanon
Auther
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +60/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3390


~ รักนะ..นาวี 22~

try.to.dream@hotmail.com messages_d_4u@yahoo!.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: 13 มีนาคม 2008, 09:29:45 am »

ยิ้มเท่ห์ โรคระบาดที่ร้ายแรง ยังไม่พบ วัคซีน หรือยารักษา
♥♥♥♥♥♥
เป็นโรคระบาดที่ร้ายแรง
ติดต่ออย่างรวดเร็วขยายตัวเป็นวงกว้างในแนวราบ
ยังไม่พบ วัคซีน หรือยารักษา
ผู้ป่วยมีอาการหน้างอ และบางรายที่อาหารหนักจะมีอาการหน้าดำ
แทรกซ้อนด้วย หูแข็ง ฟังอะไร ขัดหูขัดใจไปหมด
ตาขวาง น้ำลายไหลเล็กน้อยพองาม
ยังไม่พบหลักฐานที่แน่นอน ว่าผู้ใดนำเชื้อมาปล่อย
โรคนี้ส่งผลให้อุณหภูมิร่างกายสูง มือไม้สั่น
ผู้ป่วยที่อาการหนักอาจถึงขั้นชักดิ้นชักงอ


การปฐมพยาบาลเบื้องต้น


ควรสังเกตอาการผู้ป่วย ว่างอนอยู่ในระดับไหน
ถ้างอนน้อยๆ ให้รีบง้อ
ผู้พบเห็นทั่วไปควรเอาใจใส่ต่อผู้ที่ติดเชื้อในระยะเริ่มแรก
จะทำให้อาการไม่ลุกลาม และสามารถรักษาหายได้


สำหรับผู้ป่วยที่อาการหนัก

ผู้ง้อ ควรได้รับการฝึกสอนและเป็นผู้ชำนาญการง้อเป็นพิเศษ
เพราะผู้ป่วยจิตใจอ่อนแอ เปราะบางแตกหักง่าย
ต้องการความเอาใจใส่
หลังได้รับการรักษาผู้ป่วยที่หายแล้ว
ยังสามารถอาการกำเริบได้ทุกเวลา
ผู้ใกล้ชิดต้องให้ความรักและความเข้าใจ
หากความรักและความเข้าใจลดน้อยลงเมื่อไหร่ อาการงอนจะกำเริบ


หมายเหตุ

พบมากในกลุ่มคนที่มีความสวย และความน่ารัก
สำหรับผู้ไม่สวยและไม่น่ารัก
จะเรียกอาการเดียวกันนี้ว่า น่าเบื่อ น่ารำคาญ
จะปล่อยไปตามยถากรรม
ไม่มีการปฐมพยาบาลใดๆ ทั้งสิ้น
จนกว่าอาการจะหายหรือตายไปเอง...

บันทึกการเข้า



~คน  ก็เหมือน คอม   *เข้าใจวิธีดูแลรักษา เอาไว้ให้ดี *แล้วเขาจะอยู่กับเรานานๆ~
แดง Lebanon
d@eng Lebanon
Auther
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +60/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3390


~ รักนะ..นาวี 22~

try.to.dream@hotmail.com messages_d_4u@yahoo!.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: 13 มีนาคม 2008, 10:11:18 am »

♥♥♥ ความผูกพัน..ไม่ใช่....ผูกมัด

ความผูกพันเป็นสายใยบางๆ ที่ค่อยๆ เกาะเกี่ยว ถักทอขึ้นโดยเริ่มต้นจากเส้นใยที่บางที่สุด คือ ความรัก
ความรักที่เริ่มต้นขึ้น จะถูกความผูกพันห่อหุ้มเอาไว้ให้ยากต่อการกระทบ และทำให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ความผูกพันจะทำให้เรากลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตกันและกัน ทำให้รู้สึกคิดถึงยามที่ต้องอยู่ใกล้จนดูเหมือนว่าจะอยู่ห่างกันไม่ได้ ความผูกพันจะทำให้เกิดความอาทร ที่จะต้องห่วงใยทุกๆ อย่างสารพัด อยากเอาใจใส่ อยากดูแลทุกอย่าง

เส้นแบ่งระหว่างความผูกพันและความผูกมัดจึงถูกลากมาใกล้กันอย่างช่วยไม่ได้

ฉะนั้น การแสดงออกทั้งการกระทำและความรู้สึก ไม่อาจอ้างความผูกพันได้ทุกครั้ง ไม่แน่..สิ่งที่เรากำลังทำอยู่อาจจะเกิดจากความผูกมัด โดยที่เราไม่เคยรู้ก็ได้

ความผูกพัน..อาจจะทำให้เรายกน้ำส้มแก้วหนึ่งไปวางไว้ให้ขณะที่เขากำลังทำงาน
แต่ความผูกมัดจะบังคับให้เขาดื่มตอนนั้น หรือดื่มให้หมด

ความผูกพัน..อาจจะทำให้เราดูแลเครื่องแต่งกายเขาให้สะอาดเรียบร้อย
แต่ความผูกมัดจะบังคับให้เขาสวมใส่ชุดนั้นชุดนี้

ความผูกพัน..จะทำให้เราโทรศัพท์ไปหาเพื่อถามว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม
แต่ความผูกมัดจะทำให้ถามว่าทำอะไร และอยู่กับใคร

เพราะความผูกพันจะสอนให้รู้จักการไว้ใจซึ่งกันและกัน แต่การผูกมัดจะทำให้หัวใจเต็มไปด้วยความหวาดระแวง

เช่นนั้นแล้ว..ความผูกพันอาจจะหมายถึงการได้ทำอะไรให้ การได้ดูแล ได้คอยเฝ้าดูอยู่ห่างๆ คอยหยิบยื่นเมื่อเขาร้องขอ คอยเติมเต็มเมื่อมีบางอย่างที่พร่องลงไป ก็เพียงพอแล้ว ก็สุขใจแล้ว

ความผูกพันจะสอนให้เราเปิดประตูหัวใจไว้ให้กว้างๆ เพื่อที่จะให้เขาได้ออกไปสู่โลกภายนอกได้อย่างสบาย และให้เขารู้สึกผ่อนคลายเมื่อกลับเข้ามา

ในขณะที่หัวใจมีความรัก รู้สึกรักใครสักคนนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องเฝ้ามองการเดินทางและการก่อตัวของเยื่อใยบางๆ แห่งความรัก ว่าสายใยที่ค่อยๆ เติบโตขึ้นเพื่อที่จะได้เป็นที่ห่อหุ้มและหล่อเลี้ยงความรักนั้น จะถูกถักทอขึ้นให้กลายเป็นเยื่อใยบางเบาที่เกี่ยวพันหัวใจ หรือกลายเป็นเชือกเส้นใหญ่แน่นหนาที่กำลังรัดหัวใจ

♥“ไม่จำเป็นเลยที่คุณจะอยู่
กับฉันตลอดเวลา เพราะความรักไม่ใช่พันธนาการ และความรักของฉันก็ไม่ได้มีไว้เพื่อกักขังคุณ แต่มีไว้เพื่อให้คุณไปที่ไหนก็ได้ในโลกใบนี้ โดยมีความรักของฉันติดตามไป”

♥“ผมจะไม่ผูกมัดคุณไว้ด้วยสิ่งใด แต่ผมจะผูกพันหัวใจคุณไว้ด้วยความรัก”

♥“คุณทำให้ฉันกลายเป็นนก ปลดปล่อยความคิดของฉันให้เสรี กล้าบินสูง กล้าบินไกล คุณทำให้เชื่อว่า…ไม่ว่าฉันจะไปอยู่ตรงไหนของโลก คุณจะเป็นรังรออยู่ที่ปลายทาง”

♥“ถ้าคุณกลายเป็นนกจริง อย่าให้ผมเป็นแค่รังที่รอเวลาคุณกลับมาเท่านั้น เพราะวินาทีที่รอคอยคุณ มันจะทรมานผมจนไม่อาจทำอะไรได้ ขอให้ผมได้เป็นท้องฟ้า ที่ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ใด ผมก็จะได้โอบอุ้มและดูแลคุณตลอดเวลา”
♥♥♥
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13 มีนาคม 2008, 11:48:26 am โดย admin » บันทึกการเข้า



~คน  ก็เหมือน คอม   *เข้าใจวิธีดูแลรักษา เอาไว้ให้ดี *แล้วเขาจะอยู่กับเรานานๆ~
แมวอ้วน1422
Auther
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +6/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 962


แมวอ้วน1422


เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 14 มีนาคม 2008, 12:57:36 am »

แหม..แดง หายไป ทุกคนเหมือนขาดใจ....

อิ อิ

เน็ตใช้ได้ก็เข้ามานะครับผม 

มาทักทายจ้า บ้านใหม่ใหญ่โตดีนะ


 ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
nukoy99
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +12/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2121


scrolly_99@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: 14 มีนาคม 2008, 08:21:07 pm »

เอถ้าอาการเครียดที่เข้านาวีไม่ได้นี่จะรักษาไงดีน้า ..อิอิ   จุมพิต
บันทึกการเข้า

ค่าของคนอยู่ที่ผลงาน...แต่ผลงานที่ได้ก็ไม่ได้วัดค่าของคนได้เสมอไป..
แดง Lebanon
d@eng Lebanon
Auther
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +60/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3390


~ รักนะ..นาวี 22~

try.to.dream@hotmail.com messages_d_4u@yahoo!.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #11 เมื่อ: 15 มีนาคม 2008, 07:56:27 am »

รักนะจ๊ะคนดี รักเสมอจ้า ดีจ้าคนดี  รอเข้าฝั่งได้เจอกันนะค๊ะ อีก 2-3วันค่ะ
โอ๊ย..ใจจะขาดไม่ได้มาอ้อน อิอิ ........รักนะ รักจัง รักหมดใจ
ดานี่ฝากความคืดถึงมาหาทุกคนค่ะ โดยเฉพาะ เว๊บมาสเตอร์พี่ชายคนดี

 จุมพิต จุมพิต จุมพิต จุมพิต จุมพิต จุมพิต จุมพิต จุมพิต จุมพิต จุมพิต จุมพิต จุมพิต จุมพิต จุมพิต จุมพิต จุมพิต จุมพิต จุมพิต จุมพิต จุมพิต จุมพิต จุมพิต
บันทึกการเข้า



~คน  ก็เหมือน คอม   *เข้าใจวิธีดูแลรักษา เอาไว้ให้ดี *แล้วเขาจะอยู่กับเรานานๆ~
แดง Lebanon
d@eng Lebanon
Auther
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +60/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3390


~ รักนะ..นาวี 22~

try.to.dream@hotmail.com messages_d_4u@yahoo!.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #12 เมื่อ: 15 มีนาคม 2008, 08:03:56 am »

ยิ้มกว้างๆ ขยิบตา ยิ้มกว้างๆ
♥♥♥♥
ก็คงจะดีถ้าหากเจ้าเหมียวสามารถพูดได้ว่า " ผมรักเจ้านายครับ "
มันก็คงจะทำให้ท่านเจ้าของทั้งหลายต่างปลื้มอกปลื้มใจกันเป็นแน่แท้
และก็จะเพิ่มสายใยความรักความผูกพันธ์ให้มาขึ้นไปอีก
มีหลายครั้งที่เราก็อยากรู้ว่าเจ้าแมวเหมียวของเรานั้น รักเราหรือเปล่าน้า
เพราะมันไม่ยักกะทำตัวเหมือนแมวข้าง ๆ บ้านเลย อันนี้คงต้องบอกว่า แมวนั้นมีหลายประเภท

มากมายหลายอุปนิสัย การแสดงออกของแต่ละตัวก็จะไม่เหมือนกันด้วย 10
วิธีการที่แมวจะบอกรักคุณนั้นมีดังนี้ ...

1. กระโดดนั้งตักคุณ แล้วก็ใช้หน้าถูกับตัวคุณ แมวส่วนใหญ่มักจะแสดงออกแบบนี้ เรียกว่าเป็นการแสดงออกแบบสากลก็ว่าได้

2. ส่งเสียงร้องเรียกคุณ "เมี้ยว เมี้ยว" เบา ๆ แล้วก็ทำหน้าอ้อน ๆ ทำตาหวานใส่แมวที่เรียบร้อยมักจะเป็นแบบนี้

3. กัดที่หน้าแข้ง หรือข้อศอกเบา ๆ เจ้าของบางคนจะไม่ชอบ และเข้าใจผิดว่าแมวดุ แต่จริง ๆ
แล้วเป็นการแสดงความรักของแมวระดับจ่าฝูงก็ว่าได้ เพราะพวกนี้จะอ้อนไม่ค่อยเป็น

4. นวดหลัง บางครั้งเมื่อคุณนอนอยู่จะเห็นว่าแมวจะขึ้นไปเดิน หรือเหยียบหลังคุณ
ถ้าหากคุณรู้สึกพอใจมันก็จะทำบ่อย ๆเพื่อให้คุณสบาย แมวพวกนี้จัดเป็นพวกไอคิวสูงขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง

5. หอมแก้ม บางครั้งเวลาอุ้มแมวจะถูกแมวหอมแก้ม อันนั้นมันบอกว่า " รักคุณมากเลยหล่ะ "

6. แมวใช้เท้าหน้าลูบหน้าคุณ หรือตบที่หน้าเบา ๆ
ลักษณะนี้ก็เหมือนกับความรู้สึกเวลาคุณลูบหน้าคนที่คุณรักนั่นแหละ

7. ลูบหน้า แล้วก็ร้อง ๆ เบา ๆ มันบอกคุณว่า " รักเจ้านายมากที่สุดในโลกเลย "

8. แมวเอาตัวมาถูที่ขา แรง ๆ แล้วก็ร้องดัง ๆ อันนี้เป็นการแสดงออกว่ารัก ของแมวประเภทหัวโจกชอบโวยวาย

9. กระโดดเกาะที่หลังเวลาเจ้าของนั่งลง แมวขี้เล่น หรือแมวที่ซุกซน หรือแมวเด็ก ๆ
มักจะแสดงออกแบบนี้ก็เหมือนกับเวลาที่ตอนคุณเด็ก ๆ คุณก็อยากให้พ่อ อุ้มหลังขึ้นเหมือนกัน

10. มานอนซุกคุณเวลาคุณนอนหลับ อันนี้แสดงว่ารักมาก อยากอยู่ด้วยตลอดเวลา แม้เวลาจะนอนหลับ

แต่ถ้าแมวของคุณยังไม่แสดงออกแบบนี้ละก็ลองหันกลับไปดูว่า ได้ดูแลเขาได้ดีพอหรือยัง
ถ้ายังก็ควรจะเริ่มใหม่เสียยังไม่สายจนเกินไปเพื่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างคุณกับเจ้าเหมียวอย่างไรหละ

 ♥♥
ป.ล..มีวิธีการให้แมวบอกรัก..แล้วหากเราจะบอกรักแมว ทำงัยละ อิอิ ยิงฟันยิ้ม ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า



~คน  ก็เหมือน คอม   *เข้าใจวิธีดูแลรักษา เอาไว้ให้ดี *แล้วเขาจะอยู่กับเรานานๆ~
แดง Lebanon
d@eng Lebanon
Auther
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +60/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3390


~ รักนะ..นาวี 22~

try.to.dream@hotmail.com messages_d_4u@yahoo!.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #13 เมื่อ: 15 มีนาคม 2008, 08:08:34 am »

ยิ้มเท่ห์ฟังผู้ชายคนหนึ่ง เขาเล่ามา อิอิ ...โดน.....ๆๆ อิอิ

ในฐานะผู้ชายดีๆ ที่หายากคนหนึ่ง ผมรู้สึกเห็นใจสตรีเพศจริงๆครับ…
ช่วงเวลาในการเลือกคู่ของเธอทั้งหลายช่างสั้นยิ่งนัก
เพราะช่วงอายุขัยของวัยสาวเริ่มผลิบานเมื่อประมาณ 13 ปี
แล้วมาสุดเขตแดนเมื่อวัยสามสิบ…
วันเกิดครบรอบ 30 จึงเป็นตัวเลข! แห่งความสะเทือนขวัญ
ก่อให้เกิดความตื่นตระหนก…

หลายคนไม่อยากพูดถึง คนอื่นก็ไม่ควรเอ่ยปากด้วย…
ถือเป็นมารยาทสังคมอย่างหนึ่ง ยกเว้นพวกมีวาจาเป็นอาวุธ
ที่ชอบถามว่า
'ปาอะไรเอ่ยที่ผู้หญิงกลัวที่สุด '
เฉลย ' ปาเข้าไปสามสิบยังไม่มี..สามี ' …
ใครดันถาม มันผู้นั้นสมควรตาย

ตอนเรียนหนังสือเป็นนักเรียนนักศึกษา
คุณพ่อคุณแม่ก็สอนนักสอนหนาว่า
' อย่าริรักในวัยเรียน ' 'ตั้งใจเร ียนหนังสือให้ดี
จบแล้วค่อยมีแฟน '
ทั้งๆ ที่ไอ้ตอนเรียนหนังสือมีโอกาสพบปะเพศตรงข้ามมากหน้าหลายตาฆ
ก็หาได้สนใจไม่ เป็นคนประเภท ' รักไม่ยุ่ง มุ่งแต่เรียน '
ทุ่มเทชีวิตให้แก่การศึกษา…เมื่อเติบใหญ่เราจะได้มีวิชา
เป็นเครื่องหาเลี้ยงชีพสำหรับตน

หลังจบการศึกษา ประกอบสัมมาอาชีวะ ขณะเดียวกันก็ใช้เวลาว่าง
เลือกสรร ควานหา ผู้จะมาเป็นเจ้าบ่าวในอนาคต
ตั้งสเปกว่าต้องได้แฟนหนุ่มประเภ! ทซูเปอร์เพอร์เฟค
อย่างวิลลี่ แมคอินทอชหรือจอห์นนี่ แอนโฟเน่ หรืออย่างน้อยๆ
ก็ต้องมาดแมนแฮนซั่ม หล่อล่ำดำขรึม ถึง
จะได้มาตรฐาน… ไอ้ประเภทหุ่นอัฟริกา หน้าติมอร์
อย่าได้สะเออะหน้ามาให้เห็น…ไม่มีทางได้แอ้มหรอก

จากวันเป็นเดือน - จากเดือนเป็นปี
ความรักไม่มีวี่แววคืบหน้าแม้วันเวลา

ผ่านไป… เพราะที่ทำงานทั้งห้องมีผู้ชายอยู่แค่ 5 คน -
เจ้านายก็! มีเมียแล้ว… ไม่อยากตกเป็นภรรยาบุญธรรม
สองคนดันเป็นเกย์… อีกคนยังลังเลอยู่ว่าจะเป็นดีหรือเปล่า…
คนสุดท้ายเป็นชายแท้
แต่กำลังถูกแย่งตัวระหว่างเกย์สองคนอยู่
ไม่อยากเข้าไปเป็นมือที่สาม…นั่งรถมาทำงาน
ก็สองชั่วโมงครึ่ง
กลับอีกสองชั่วโมงสี่สิบนาที กลับถึงบ้าน หมดสิ้นกำลัง
ขอนอนเอาแรงก่อน.........

ขณะที่งีบหลับอย่างสนิท ภาพในความฝันที่เธอเห็นคือ
สถาบันการศึกษาที่เธอจบมา…
แหล่งที่มีเพศตรงข้ามชุกชุม เธอหวนรำลึกนึกถึงผู้ชายดีๆ
ที่เขาเคยอุตส่าห์มาเฝ้าตามจีบ ตามง้อตามตื้อ
แล้วเราเล่นตัวจนเคยตัว
ในที่สุดผลประโยชน์ตกอยู่ที่เพื่อนสนิท
เป็นที่เรียบร้อย…
แหม ! ไม่น่าเลย ยิ่งคิดยิ่งเสียดายจริงจริ๊ง…ตื่นพอดี

เจอโลกแห่งความจริง

ดำเนินชีวิตไปแต่ละวัน ยิ่งเข้าหน้าหนาว ซองสีชมพูกลิ่นหอมๆ
จากเพื่อนๆ
เริ่มทยอยมา ตามหลังซอง กฐินซองผ้าป่าที่เพิ่งหมดฤดูกาล…
พอไปในงาน ดันเจอคำถามสะกิดใจอีกว่า
'เมื่อไรจะถึงคิวแจกการ์ดของตัวบ้างล่ะ'...
'โถ! การ์ดแต่งงานน่ะพิมพ์เสร็จแล้ว
เหลือแต่ชื่อเจ้าบ่าวที่ยังไม่ได้เลือกว่าจะเป็นใคร
เพราะครั้งนี้เขาเปลี่ยนระบบเลือกตั้งใหม่ ยังงงๆ
เรื่องปาร์ตี้ลิสต์อยู่เลย'
เอ๊ะ…เกี่ยวอะไรกัน!…ในใจก็คิดว่า '
ก็ฉันอยู่เป็นโสดนี่มันไม่ดียังไง
หนักกระบาลใครรึเปล่า'

เคยตั้งคำถามกันไหม…ว่าทำไมต้องแต่งงาน (กันด้วย!)…
คำตอบจากเพื่อนๆ
ที่แต่งงานแล้วหรืออยากจะแต่งงานอาจมีหลากหลาย…
'อยู่คนเดียวมันว้าเหว่ อยากมีใครสักคนไว้แก้เหงา ' …
รายนี้เห็นผู้ชาย เป็นตัวคลายเหงา
'รายได้ไม่พอใช้ หาคนช่วย (หาเงิน) ' …
ผมกลัวมาช่วยผลาญเงินมากกว่า
'อยากมีลูก ก็ต้องหาพ่อก่อนสิ '…
เกิดได้ลูกแล้วจะทิ้งพ่อรึเปล่าเนี่ยะ
'โรงงานพร้อมแล้ว ขาดผู้ประกอบการ'…
เจ้าของคำตอบกำลังหาผู้ร่วมลงทุนฯลฯ

อันว่า ' ชีวิตคู่ ' อยู่ไปเพื่อสิ่งใด ?
ชีวิตคู่ คือ การเติมเต็มซึ่งกันและกัน
ดังนั้นเมื่อมีชีวิตสมรสแล้ว
ครึ่งหนึ่งของ ชีวิตเราจะหายไป

ในส่วนที่ขาดจะมีครึ่งชีวิตของอีกฝ่ายมาเติมแต่งแห่งพื้นที่ว่างนั้น
ขณะที่ครึ่งชีวิตของเราที่หาย ก็มิได้สูญสลายไปไหน
มันก็ไปเติมที่ว่างของคู่เรานั่นเอง

จุดมุ่งหมายของ! การแต่งงานคือ
การใช้ชีวิตคู่ให้มีความสุขมากขึ้นและมีชีวิตที่ดีขึ้น
เมื่อเป็นสามีภรรยาแล้วต้องมีความสุขมากกว่าตอนอยู่คนเดียว
ถ้าตอนอยู่ด้วยกันแล้ว มีแต่ความทุกข์ ความเจ็บปวด
ทุกข์ทรมาน
ก็ไม่รู้ว่า จะแต่งงานไปหาพระแสงดาบคาบค่ายที่ไหน…
อยู่คนเดียวมันส์กว่า

ชีวิตคู่ต้องเกื้อกูลกันและกัน ความก้าวหน้าของสามี
ภรรยาต้องมีส่วน
อย่างน้อยก็ปลอบใจในยามที่สามีเครียดจากการงาน
ชีวิตภรรยาถ้าไม่คิดเอาดี ในทางโลกก็เจริญในทา งธรรม
กำลังใจต้องได้จากสามีเช่นกัน
อย่างน้อยก็อย่าหาทุกข์มาสุมเพิ่ม…
ถ้าคู่รักของเราประกอบมิจฉาอาชีวะ ติดเหล้า เล่นการพนัน
โกงบ้านกินเมือง
ชีวิตอีกฝ่ายก็เหมือนตก นรกทั้งเป็น

เพราะฉะนั้นเวลาเลือกแฟน
แทนที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องรูปร่างหน้าตา
ฐานะการเงิน ยี่ห้อรถเก๋งที่ใช้อยู่ ฯลฯ
เปลี่ยนเป็นเงื่อนไขแค่สองข้อที่จำแสนง่าย คือ

**หนึ่ง - สุขใจยามอยู่ใกล้ชิด
สอง - คู่ช่วยคิดชีวิตก้าวหน้า **

เพราะชีวิตคู่คือการเติมเต็มชีวิตแก่กันและกัน
หาใช่เป้าหมายเพื่อการเสริม เพิ่มความเสียว
เพราะอยู่คนเดียวก็เสียวได้ ไม่ง้อใครให้เสียเวลา
ไม่เสียชาติเกิดหรอกครับ ถ้าคุณจะใช้ชีวิตเป็นโสด


ถือคติประจำใจว่า 'อยู่เป็นโสด ดีกว่ามี.....สามี
บันทึกการเข้า



~คน  ก็เหมือน คอม   *เข้าใจวิธีดูแลรักษา เอาไว้ให้ดี *แล้วเขาจะอยู่กับเรานานๆ~
แดง Lebanon
d@eng Lebanon
Auther
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +60/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3390


~ รักนะ..นาวี 22~

try.to.dream@hotmail.com messages_d_4u@yahoo!.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #14 เมื่อ: 15 มีนาคม 2008, 08:13:14 am »

♥♥♥
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เป็นคำกล่าวที่ไม่เคยเกินเลย สำหรับเรื่องสีรถยนต์ กับดวงชะตาชีวิต เป็นเรื่องของความเชื่อที่มีอิทธิพลต่อคนไทยมานานแล้ว ในบางครั้งรถยนต์ที่ใช้ หลายท่านไม่เคยเอะใจกับอุบัติเหตุต่างๆ หนักบ้าง เบาบ้าง เฉี่ยวชนเล็กน้อยบ้าง ทำให้เดือดเนื้อร้อนใจอยู่เป็นเนื่องๆ จนกระทั่งต้องขายรถยนต์คันนั้นไป แต่ในปัจจุบัน จะมีการเลือกสีรถยนต์ ตั้งแต่ตอนซื้อรถกันเลย เพื่อให้ถูกโฉลกกับดวงชะตาชีวิตของเจ้าของ เพื่อความเป็นศิริมงคลกับตนเอง และครอบครัว อิทธิพลของดวงดาว ที่มีผลต่อมวลมนุษย์ เป็นเรื่องของโหราศาสตร์ ไม่ใช่สิ่งงมงาย แต่เป็นศาสตร์อีกแขนงหนึ่ง ที่น่าสนใจ และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง จากอดีตจนถึงปัจจุบัน หากทุกคนเลือกสิ่งดีๆให้กับชีวิตตนเองได้ แล้วคุณล่ะจะเลือกหรือไม่....?

เกิดวันอาทิตย์
สีแดงจะเหมาะสำหรับผู้ชาย หากเป็นหญิง สีรถที่เหมาะสมถูกโฉลกก็คือสีเขียว จะให้ลาภมีเงินทองร่ำรวย มีเงินทองใช้ไม่ขาดมือ หากใช้สีม่วงดำ ก็จะมีคนคอยช่วยเหลือ ให้การสนับสนุนอยู่เสมอ
สีต้องห้าม คือสีน้ำเงิน หรือสีฟ้า เป็นสีที่ไม่ให้คุณ ให้แต่โทษจะทำให้เกิดอุปสรรค์ต่างๆ เดือดเนื้อร้อนใจ เสียเงินเสียทองอยู่เป็นนิจ

เกิดวันจันทร์
สีขาว คือสีที่ดี แสดงถึงความบริสุทธิ์ สดใส สีที่จะให้คุณกับดวงชะตาชีวิตคุณมากที่สุด คือสีดำ ที่แสดงถึงความร่ำรวย ความปลอดโปร่งสดใส แต่ถ้าใช้รถยนต์เป็นสีเขียว จะให้คุณด้านอำนาจวาสนา ในตำแหน่งหน้าที่การงาน หากใช้สีฟ้า, สีน้ำเงิน ก็เป็นสีที่ดีอีก มีคนคอยอุปภัมภ์ค้ำ
ชูอยู่เสมอ
สีต้องห้าม คือสีแดง ถือเป็นสีต้องห้าม สำหรับคนเกิดวันจันทร์นี้ หากคนเกิดวันจันทร์ท่านใดใช้รถยนต์สีแดงนี้ ให้ระมัดระวังเรื่องใจร้อน หรือเรื่องร้อนใจ เสียเงิน เสียทองจะมาหาอยู่เนืองๆ

เกิดวันอังคาร
สีชมพู เป็นสีประจำวันเกิดของท่าน สีที่ให้คุณกับดวงชะตาชีวิตของท่านมากที่สุด คือสีเหลือง ทั้งส่งเสริมเรื่องการเงินการทอง สร้างความร่ำรวย และดวงเสี่ยงโชค ให้คุณทั้งหน้าที่การงาน ความเจริญก้าวหน้าให้กับชีวิต หากใช้สีดำ ก็จะให้คุณในด้านของอำนาจ วาสนา จะช่วยฟันฝ่าอุปสรรค์ไปได้อย่างดีเยี่ยม สีแดงสำหรับคนเกิดวันนี้จะเด่นทางด้านเจรจาพาดี เสมือนมีสาริกาติดอยู่ที่ลิ้นฉันใดก็ฉันนั้น
สีต้องห้าม คือสีขาว และสีเงิน ถือเป็นสีต้องห้าม สำหรับคนเกิดวันนี้ หลีกเลี่ยงได้ ก็ควรจะหลีกเลี่ยง ให้โทษหาคุณอันใดมิได้

เกิดวันพุธ
สีเขียวเป็นสีประจำวันเกิด สีที่ให้คุณแก่ดวงชะตาของคุณ คือสีม่วงดำ ให้คุณด้านความปลอดภัย และความเจริญรุ่งเรือง เหมาะอย่างยิ่งหากเป็นสีรถยนต์ของคนเกิดวันนี้ ทั้งยังเด่นด้านเจรจาพาที การติดต่อจะสำเร็จลงด้วยดีเสมอ สีขาว, สีเงิน จะเน้นให้คุณด้านความสำเร็จ และก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ส่วนสีเหลือง, ครีม, แสด, ส้ม จะมีคนคอยช่วยเหลืออุปถัมภ์ค้ำชูอยู่เสมอ
สีต้องห้าม คือสีชมพู ถือเป็นสีต้องห้าม สำหรับคนเกิดวันนี้ หลีกเลี่ยงได้ ก็ควรจะหลีกเลี่ยง ให้โทษหาคุณอันใดมิได้

เกิดวันพฤหัส
สีส้ม เป็นสีประจำวันเกิดของคุณ สีที่ให้คุณแก่ดวงชะตาของคุณ คือสีแดงหากคนเกิดวันนี้ใช้รถสีแดง ค่อนข้างจะโชคดี เรียกว่ามากับดวง จะมีความสำเร็จในหน้าที่การงาน และการเสี่ยงโชค หากเป็นสีฟ้าน้ำเงิน จะเด่นด้านอำนาจวาสนา สีเขียวเน้นเจรจาพาที เหมาะกับนักธุรกิจ เซลล์แมน ที่ต้องไปพบปะลูกค้าเพื่อขายสินค้า
สีต้องห้าม คือสีดำ ถือเป็นสีต้องห้าม สำหรับคนเกิดวันนี้ หลีกเลี่ยงได้ ก็ควรจะหลีกเลี่ยง ให้โทษหาคุณอันใดมิได้

เกิดวันศุกร์
สีฟ้าน้ำเงิน เป็นสีประจำวันเกิดของคุณ สีที่ให้คุณแก่ดวงชะตาของคุณ คือสีชมพู ถือเป็นสีแห่งโชคลาภ ของคนเกิดวันนี้ จะประสบพบแต่ความสำเร็จเสมอ หากเป็นสีเงิน สีขาว จะเด่นด้านหน้าที่การงานจะเจริญก้าวหน้าไปในทางที่ดีขึ้นไปเรื่อยๆ สีแห่งการอุปถัมภ์ค้ำชู คือสีเหลือง เหมาะกับการวิ่งเต้นขอความช่วยเหลือ สีแสด, ส้ม, ครีม เน้นเจรจาพาทีให้เกิดความสำเร็จด้วยดี
สีต้องห้าม คือสีม่วงดำ ถือเป็นสีต้องห้าม สำหรับคนเกิดวันนี้ หลีกเลี่ยงได้ ก็ควรจะหลีกเลี่ยง ให้โทษหาคุณอันใดมิได้

เกิดวันเสาร์
สีดำ เป็นสีประจำวันเกิดของคุณ สีที่ให้คุณแก่ดวงชะตาของคุณ คือสีฟ้าน้ำเงิน ให้โชคลาภด้านการเสี่ยง การลงทุน ทำให้ประสบผลสำเร็จร่ำรวย ส่วนคนทำงานนั้นต้องสีดำ หรือสีม่วง ให้ความเจริญก้าวหน้าและประสบผลสำเร็จ ในหน้าที่การงาน สำหรับพ่อค้านักธุรกิจ และผู้ต้องการคนอุปถัมภ์ต้องโฉลกกับสี ชมพู
สีต้องห้าม คือสีเขียว ถือเป็นสีต้องห้าม สำหรับคนเกิดวันนี้ หลีกเลี่ยงได้ ก็ควรจะหลีกเลี่ยง ให้โทษหาคุณอันใดมิได้
บันทึกการเข้า



~คน  ก็เหมือน คอม   *เข้าใจวิธีดูแลรักษา เอาไว้ให้ดี *แล้วเขาจะอยู่กับเรานานๆ~
หน้า: [1] 2 3 4   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: