หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: -:- เครื่องรางของขลังคงกระพันชาตรีแห่งกองทัพไทยในอดีต  (อ่าน 3397 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14305


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« เมื่อ: 09 มีนาคม 2010, 11:51:50 am »





เครื่องรางของขลังคงกระพันชาตรี แห่งกองทัพไทยในอดีต



                    ว่ากันถึงนักรบไทยในอดีตกัน..คงต้องมีภาค ต่อขยายความจากเรื่อง 'เครื่องราง-ของขลัง พลานุภาพแห่งกองทัพไทยในอดีต'  คราวนี้นอกจากเรื่องสักยันต์เขียวปื้ดเต็มตัวแล้วของนักรับไทยในอดีตแล้ว.... เครื่องรางของขลังอะไรบ้างที่เป็นความเชื่อแต่โบร่ำโบราณกาล...


         คัมภีร์พระปถมัง ถือว่าเป็นคัมภีร์ปฐมบทเรื่องเวทมนตร์คาถาที่คนศึกษาเวทมนตร์ต้องเรียน เพราะเป็นคัมภีร์ที่บรรจุพระคาถาพุทธบริสุทธิ์ที่สูงที่สุด โดยพระเถระเกจิอาจารย์ทุกคน ก็ต้องร่ำเรียนคัมภีร์นี้ กระทั้งการศึกสงครามจะนำยันต์จากพระคัมภีร์นี้มาใช้ด้านพลานุภาพความคง กระพันชาตรี

          ธงชัยเฉลิมพล ใช้ในการนำทัพ เป็นธงที่จะประจุด้วยอาคมอาถรรพ์ต่างๆ ได้จำนวนมาก เพื่อให้กองทัพมีอำนาจเหนือคู่ต่อสู้พระชัยหลังช้างคือ พระพุทธรูปที่จะอัญเชิญนำไปออกศึก โดยจะประทับอยู่บนหลังช้าง ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ชนะศึกสงคราม

          พระลีลาเม็ดขนุน เป็นพระที่สร้างขึ้นในสมัยสุโขทัน ที่มีพลานุภาพด้านเมตตามหามงคล แคล้วคลาดจากภยันตราย ทำให้สู้ศึกชนะสงคราม

          โคนสมอ คือ พระเครื่องชนิดหนึ่งที่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย จะพบในกรุตามวัดโบราณต่างๆ ส่วนใหญ่อยู่ในบริเวณกรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นพระที่มีอิทธิฤทธิ์พลานุภาพด้านคงกระพันชาตรี โดยเฉพาะเป็นที่ร่ำลือกันมากกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ได้นำพระแสงยิงเข้าใส่โคนสมอ แต่เกิดกฤษฎาภินิหาริย์ คือ ยิงไม่เข้า อย่างไรก็ตามไม่อาจจะสืบค้นได้ว่า ผู้ใดเป็นผู้สร้างโคนสมอขึ้นมา

         พิษหมอน ที่ทำมาจากใบลานจารอักขระ เป็นชิ้นเล็กๆ นำมาแขวนติดตัว

         ตะกรุดพันกลั่น เป็นเครื่องรางปลุกเสกความคงกระพันที่จะนำไปใส่ไว้ข้างในมือจับด้ามดาบเพื่อ ให้เกิดอิทธิฤทธิ์ในการล้างอาถรรพ์ของคู่ต่อสู้ลงอาคมไว้

          ตรีนิสิงเห ที่เกิดจากการคำนวณอัตราเลที่ผู้ปลุกเสกตียันต์ตรีนิสิงเหลงบนดาบ เพื่อใช้แก้ และถอนอาถรรพ์อาคมต่างๆ ของคู่ต่อสู้ พร้อมกับมีการปลุกเสก "ผงตรีนิสิงเห" เช่นกัน ที่ใช้ประจุลงบนด้ามดาบที่เป็นไม้มะค่า ฝักดาบเป็นไม้มะขามกลายเป็นศาสตราวุธ

          พระยันต์พุทธนิมิตร (ลงด้วยพระพุทธคุณห้องอิติปิโส) เป็นรูปองค์พระ พระยันต์มงกุฎเจ้าล้อมด้วยกลเลข ตรีนิสิงแห ของพระครูประศาสน์ สิกขกิจ หลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก

         มีดหมอเทพศาสตราวุธ ที่นิยมกันมากในสมัยอยุธยา ที่ตีตามสมัยเดิม ใช้ถอนอาถรรพ์ต่างๆ ป้องกันภูติผีปีศาจ

         เสื้อยันต์ทางด้านคงกระพัน แคล้วคลาด เช่นเสื้อยันต์ที่ลงด้วยนะโมพุทธายะ ไตรสรณาคมน์และหัวใจคาถามหาอุด อีกด้านลงด้วยพระนวโลกุตรธรรม คาถาพระเจ้าห้ามอาวุธ (อะสิสะติ) และพระยันต์หมวดอิติปิโสเกราะเพชร หรือพระยันต์ ไตรสรณาคมน์ ลงเป็นตาม้าหมากรุก หรือ ที่ลงด้วยนะโมพุทธายะ (พระเจดีย์ 5 พระองค์ ของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า) หนึ่งในพระอาจารย์ของ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และเสื้อยันต์ราชสีห์ มียันต์มงกุฎเจ้า ด้านหลังลงด้วยพระเจ้า 16 พระองค์

          ผ้าซิ่นแม่ เป็นเครื่องรางที่ทหารไทยจะนำติดตัวไปรบในสงคราม คือ ชายซิ่นของผ้าถุงของแม่ผืนที่คลอดครั้งแรกโดยจะนำไปใส่ไว้ในหมวก จะอยู่ในตะกรุด พระประเจียด หรือยันต์มนตรา

         หำยนต์ หรือ ยันต์ที่ติดไว้บนบานประตู ป้องกันคุณไสยเพราะขณะนอนหลับมนต์คาถาจะเสื่อมลง

          เขี้ยวเสือโปร่งฟ้า เป็นเขี้ยวเสือกลวง เพราะปกติเขี้ยวเสือจะตัน ใครมีไว้พกติดตัวจะมีพลานุภาพด้านมหาอำนาจป้องกันภยันตรายต่าง ๆ รวมถึงป้องกันภูตผีปีศาจ

          เพชรตาแมว คือดวงตาแมวที่ตายหรือยังมีชีวิตอยู่ ที่มีลักษณะแก้วตากลายเป็นหิน ใครพกติดตัวไว้จะมีพลานุภาพด้านมหาอำนาจป้องกันภยันตรายต่างๆ รวมถึงป้องกันภูติผีปีศาจ

         งากำจัด-งากำจาย เป็นงาช้างที่ช้างชนต้นไม้ใหญ่แล้วหักคาทิ้งไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่พบได้ยากมากใครมีไว้พกติดตัวมีพลานุภาพด้านมหาอำนาจป้องกัน ภยันตรายต่างๆ รวมถึงป้องกันภูตผีปีศาจ

          คด คือ วัสดุตามธรรมชาติที่กาลเวลาทำให้วัสดุชิ้นนั้นกลายเป็นหิน เช่น เม็ดมะขาด เม็ดขนุน ใครมีไว้พกติดตัวจะมีพลานุภาพด้านมหาอำนาจป้องกันภยันตรายต่างๆ รวมถึงป้องกันภูตผีปีศาจ


บันทึกการเข้า

admin
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +31/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3690


oknakrub@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 09 มีนาคม 2010, 01:36:08 pm »

สมัยก่อนเคยไปที่เวียงจันทน์ ไปดูเหรียญบาท สมัยรัชกาลที่ 5 จะมีเหรียยจำนวนมากที่มีรอยจารของเกจิอาจารย์ไทย ซึ่งหมายความว่า เหรียญบาทที่มีรูปพระพุทธเจ้าหลวงที่อยู่ในเวียงจันทน์ ถูกนำไปโดยทหารไทยนั่นเอง ยังซื้อกลับมาหลายเหรียญมาก
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: