หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ประวัติ หลวงพ่ออุ้น วัดตาลกง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เจ้าตำรับ "สมเด็จเหม็น"  (อ่าน 30323 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
admin
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +31/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3690


oknakrub@hotmail.com
เว็บไซต์
« เมื่อ: 15 ธันวาคม 2008, 09:59:39 pm »

ประวัติหลวงพ่ออุ้น สุขกาโม วัดตาลกงเพชรบุรี



เมืองเก่าแก่ประวัติศาสตร์ ปรากฏร่องรอยโบราณสถานมากมายให้แลเห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองทางอารยธรรมที่สืบทอดกันมาหลายยุคหลายสมัย
รวมทั้ง พระเกจิอาจารย์ยุคอดีตที่สืบทอดพุทธาคมกันมาอย่างไม่ ขาดสาย อาทิ หลวงพ่อแช่ม วัดนายาง, หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ, หลวงพ่อทองศุข วัดโตนดหลวง, หลวงพ่อผิว วัดตาลกง เป็นต้น ท่านเหล่านี้ล้วนปรากฏอยู่ในทำเนียบพระเกจิชั้นแนวหน ้าของเมืองไทย
ปัจจุบัน พระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงเลื่องลืออีกรูปหนึ่ง คือหลวงพ่ออุ้น สุขกาโม

หลวงพ่ออุ้น หรือ พระครูวินัยวัชรกิจ สิริอายุ 90 พรรษา 70 เป็นเจ้าอาวาสวัดตาลกง ต.มาบปลาเค้า อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี
อัตโนประวัติ เกิดในสกุล อินพรหม เมื่อวันศุกร์ที่ 9 มีนาคม 2459 ที่บ้านหนองหินถ่วง ต.มาบปลาเค้า อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี โยมบิดา-มารดา ชื่อ นายบุญ และ นางเล็ก อินพรหม

ในวัยเยาว์ ด.ช.อุ้น เริ่มการศึกษาเล่าเรียนหนังสือไทย-ขอมที่วัดไสค้าน จนกระทั่งจบการศึกษาภาคบังคับ แล้วมาช่วยเหลือบิดามารดาประกอบอาชีพในด้านเกษตรกรรม

ครั้นอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ นายอุ้น ได้เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2479 ณ พัทธสีมา วัดตาลกง โดยมีพระอธิการชัน วัดมาบปลาเค้า เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการผิว วัดตาลกง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการขาว วัดอินจำปา เป็นพระอนุสาวนาจารย์
หลังอุปสมบท ได้อยู่จำพรรษาที่วัดตาลกง ศึกษาพระธรรมวินัยอยู่รับใช้หลวงพ่อผิว ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการศึกษาพุทธาคม
เริ่มจากการอยู่ปรนนิบัติรับใช้หลวงพ่อผิว พระอาจารย์ที่เชี่ยวชาญวิทยาคมด้านอยู่ยงคงกระพัน เมื่อท่านมาอยู่รับใช้ใกล้ชิด เป็นที่โปรดปรานมาก จึงได้รับการถ่ายทอดสรรพวิชาให้จนหมดสิ้น
พรรษาต่อมา พระอุ้นได้เดินทางไปกราบนมัสการหลวงพ่อทองศุข แห่งวัดโตนดหลวง ถวายตัวเป็นศิษย์เพื่อขอเล่าเรียนวิชา โดยเรียนฝึกวิชากสิณจนเชี่ยวชาญในกสิณ 10 ทั้งได้เรียนตำรับผงเมตตาต่างๆ
หลวงพ่อทองศุข เห็นความมานะพยายาม ประจวบกับหลวงพ่อผิว อดีตเจ้าอาวาสวัดตาลกง มีความคุ้นเคยกันมาก่อน จึงรับท่านไว้เป็นศิษย์ แล้วถ่ายทอดวิชาให้อย่างเต็มที่
ก่อนที่จะมีการศึกษาเล่าเรียน หลวงพ่อทองศุขได้ดูฤกษ์ยามก่อนแล้วนัดกำหนดวันให้เดิ นทางไปทำพิธียกครู โดยมีขัน 5 ดอกไม้ ธูป เทียน บายศรี ทำพิธีไหว้ครูอย่างเป็นทางการ
จึงกล่าวได้ว่าหลวงพ่ออุ้น เป็นศิษย์ผู้สืบสายพุทธาคมจากหลวงพ่อทองศุขรูปหนึ่งอ ย่างแท้จริง มิใช่เป็นเพียงการกล่าวอ้าง
สำหรับการเรียนวิชาของท่านนั้น ต้องเดินทางจากวัดตาลกงไปเรียนที่วัดโตนดหลวง ครั้งหนึ่งจะต้องไปพักอยู่วัดโตนดหลวงถึง 15 วัน ไปกลับอย่างนี้เป็นประจำและยังออกปริวาสกรรมร่วมกับห ลวงพ่อทองศุข ขึ้นเขาไปบำเพ็ญเพียรในป่าช้าบ่อยครั้ง
ต่อมา ท่านได้พบกับหลวงพ่อจัน วัดมฤคทายวัน ซึ่งเป็นญาติกับหลวงพ่อทองศุข โดยหลวงพ่อจันได้ถ่ายทอดวิชาสะกดชาตรี เป็นวิชาสะกดสัตว์ร้ายให้อยู่กับที่ให้หลวงพ่ออุ้น
จากนั้น ท่านได้ไปกราบนมัสการพระอธิการชัน วัดมาบปลาเค้า ขอศึกษาเล่าเรียนวิทยาคม ได้รับการถ่ายทอดวิชาอยู่ยงคงกระพัน ทำตะกรุด เสกลิงลมขับคุณไสย เป็นต้น
เมื่อได้เรียนวิทยาคมต่างๆ มาอย่างช่ำชอง ได้เคยนำวิชามาช่วยชาวบ้านขับคุณไสย ขับผี ไล่วิญญาณพเนจรที่เข้าสิงชาวบ้านจนขึ้นชื่อ ที่ใดในแถบตำบลนั้นมีปัญหาเรื่องผีเข้า ถ้าขู่ว่าจะพาไปหาหลวงพ่ออุ้น มักจะออกไปทันที
ด้านการพัฒนาวัด หลวงพ่ออุ้นได้อยู่ช่วยเหลือหลวงพ่อผิว สร้างวัดตาลกงมาตั้งแต่แรก จนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
หลวงพ่ออุ้น เป็นตัวอย่างของพระภิกษุที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย เป็นพระที่ไม่สะสม ไม่ปรุงแต่ง ไม่ยึดติดในลาภสักการะ มีแต่สงเคราะห์ช่วยเหลือ แผ่เมตตาบารมี
ผลงานการสร้างเสนาสนะสงฆ์ตลอดทั้งถาวรวัตถุต่างๆ ปรากฏเป็นรูปธรรมมากมาย เช่น อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ ฌาปนสถาน สำนักสงฆ์ โรงเรียน ถนน และอื่นๆ อีกมากมาย
หลวงพ่ออุ้น ได้ริเริ่มพัฒนาดำเนินการจัดสร้างสำนักสงฆ์ท่าไม้ลาย ขึ้น ตั้งอยู่หมู่ 6 ต.เขาเจ้า อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ และได้สร้างโรงเรียนขึ้นพร้อมกัน ทุกวันนี้หลวงพ่อยังไปมาสำนักสงฆ์แห่งนี้อย่างสม่ำเส มอ ได้นำเอาเครื่องอุปโภคบริโภคไปแจกให้เด็กนักเรียนอยู ่เป็นประจำ
ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์และสมณศักดิ์ พ.ศ.2500 เป็นพระกรรมวาจาจารย์
พ.ศ.2504 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดตาลกง
พ.ศ.2508 ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระครูฐานานุกรม ที่ พระครูสังฆรักษ์
พ.ศ.2522 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรี ที่พระครูวินัยวัชรกิจ
พ.ศ.2531 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโท ในราชทินนามเดิม
หลวงพ่ออุ้น มีความรู้ความสามารถในไสยเวทพุทธาคม วิปัสสนากัมมัฏฐาน มีญาณสมาบัติแก่กล้า มีวิชาทำวัตถุมงคล ตามตำรับพระเกจิอาจารย์โบราณคณาจารย์ที่มีชื่อเสียงใ นยุคอดีต
สำหรับการสร้างวัตถุมงคลขึ้นเป็นครั้งแรกของหลวงพ่ออ ุ้น คือ การสร้างพระผงสมเด็จเหม็น โดยเริ่มต้นการสร้างใน พ.ศ.2495 และสิ้นสุดลงในปลาย พ.ศ.2497 รวมเวลาการสร้างกว่า 3 ปี โดยหลวงพ่ออุ้นร่วมกับพระสงฆ์ภายในวัดตาลกงช่วยกัน
หลังจากสร้างพระผงสมเด็จเหม็น มีการสร้างพระผงต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง เช่น พระผงสมเด็จ 7 ชั้น เนื้อเหม็น พระสมเด็จ 9 ชั้น เนื้อผสมแร่ พระสมเด็จขี่เสือเนื้อผง เป็นต้น นับรวมกันแล้ว มีพระผงอยู่ประมาณ 26-30 พิมพ์ได้
ต่อมา ได้สร้างวัตถุมงคลด้วยเนื้อแร่เขาพรหมชะแง้ อาทิ พระสมเด็จปรกโพธิ์ พระสมเด็จขี่เสือใหญ่ เสือเล็ก มีพุทธคุณครอบจักรวาลเหมือนดังเหล็กไหล
นอกจากนี้ ยังสร้างวัตถุมงคล พ.ศ.2540 สร้างเหรียญรูปไข่ มี 4 เนื้อ คือ ทองคำ เงิน นวะ และเนื้ออัลปาก้า
พ.ศ.2542 สร้างพระกริ่ง 3 พิมพ์ คือ พระกริ่งตั๊กแตนใหญ่ พระกริ่งบาเก็ง พระกริ่งจีนสมาธิ และเหรียญหล่อ 1 พิมพ์ คือ เหรียญหล่อสุริยประภา จันทรประภา
พ.ศ.2544 สร้างพระเนื้อชินปรอท จำนวน 2 พิมพ์ คือ 1.เหรียญหล่อซุ้มขุนพลเล็ก 2.พระสังกัจจายน์ ตำรับวิชาผสมปรอทแบบโบราณ
รวมถึงจัดสร้างเครื่องรางต่างๆ มากมาย อาทิ ผ้ายันต์ ตะกรุด หนุมาน เป็นต้น
วัตถุมงคลของท่านที่จัดสร้างขึ้นเน้นพุทธคุณด้านคุ้ม ครองปลอดภัยและได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง
นับได้ว่า เป็นพระนักปฏิบัติวิปัสสนาธุระ และสืบทอดพุทธาคมจากบุรพาจารย์ที่โด่งดังในอดีต มากด้วยครูอาจารย์ บริสุทธิ์ด้วยปฏิปทาสีลวัตร เปี่ยมด้วยเมตตาบารมีธรรม
เป็นเนื้อนาบุญของพุทธศาสนิกชนที่พึงเข้าใกล้กราบไหว ้ได้อย่างสนิทใจ ...........

หลวงพ่ออุ้น สุขกาโม มีความรู้ความสามารถเชี่ยวชาญในไสยเวทพุทธาคม สมถกรรมฐาน วิปัสสนากรรมฐานมีญาณสมาบัติแก่กล้า มีวิชาการทำวัตถุมงคล ผงอิทธิเจ ผงปถมัง ผงมหาราช ผงหน้าพระภักตร์ ผงพระจันทร์ครึ่งซีก ผงยาเพชรจินดา ทำชินปรอท เล่นแร่แปรธาตุ การสักยันต์ หุงสีผึ้ง ลงนะ บรรจุพลังเสือโคร่ง หนุมาน เสกลิงลม ขับครูปาอาจารย์ ทั้งเรียนรู้ปฏิบัติผลสำเร็จจริง สุดยอดวิชาไสยเวทต่าง ๆ เหมือนพระเกจิโบราณาจารย์ที่มีชื่อเสียงในยุคอดีต
วัตถุมงคลของท่าน ไม่ว่ารุ่นไหน ๆ ล้วนมีพลังพุทธคุณเข้มขลัง เชื่อมั่นได้เต็มร้อย ดีทางด้านเมตตามหานิยม ค้าขายโชคลาภอยู่ยงคงกระพันมหาอุด แคล้วคลาด มหาเสน่ห์ มีการพิสูจน์กันมาแล้ว ของจริง ของแท้ และมากด้วยประสบการณ์
ในการสร้างวัตถุมงคลเครื่องรางของขลัง ได้มีการสร้างมานานแล้ว ตั้งแต่ พ.ศ.2495 ถึงปัจจุบัน พ.ศ.2545 รวมระยะเวลา 50 ปัเศษ (ปัญญาสวรรษ) หากจะนับจำนวนรุ่นก็เกินร้อย รวมไปถึง
การสร้างวัตถุมงคลของหลวงพ่ออุ้น เมื่อกล่าวโดยสังเขป 9 ประการ ดังนี้

   



1. การสร้างวัตถุมงคลครั้งแรก
ในการสร้างวัตถุมงคลครั้งแรก คือการสร้างพระผงสมเด็จเหม็น โดยเริ่มต้นสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2495 แล้วมาสิ้นสุดลงในปลาย พ.ศ.2497 รวมระยะเวลาถึง 3 ปี โดยหลวงพ่ออุ้น ร่วมกับพระสงฆ์ภายในวัดตาลกงช่วยกัน
ผงพุทธคุณ ที่นำมาเป็นส่วนผสมพระสมเด็จเหม็น มีอิทธิเจของหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ ซึ่งเป็นผงเก่าที่ทำไว้ในอุโบสถหลังเก่าของวัดตาลกง สมัยที่หลวงพ่อแก้วยังอยู่ที่วัดปากทะเลผสมกับผงพุทธคุณของหลวงพ่ออุ้น แล้วนำมาหมักผสมกับข้าวสุกจากปากบาตร และข้าวกันบาตรของพระสงฆ์ที่ได้บิณฑบาตมา
การหมัก ครั้งใดที่หมักทิ้งไว้หลายวันมีกลิ่นเหม็นมาก หากหมักทิ้งไว้ชั่วข้ามคืนจะมีกลิ่นเหม็นน้อย เป็นสาเหตุให้พระสมเด็จเหม็น มีกลิ่นเหม็นมากและเหม็นน้อยไม่เท่ากัน
พระผงสมเด็จเหม็น สร้างประมาณ 84,000 องค์ ส่วนหนึ่งหลวงพ่ออุ้นให้นำไปบรรจุไว้ในอุโบสวัดตาลกงหลังใหม่ ประมาณ 45,000-50,000 องค์ ที่อยู่ข้างนอก เช่นเพดานศาลา ใต้ฐานพระรวมทั้งที่เก็บรักษาไว้ประมาณ 35,000-40,000 องค์ และได้นำออกให้ญาติโยมได้บูชาถึงปัจจุบัน มีเหลืออยู่ไม่มากแล้ว
พระสมเด็จเหม็น มีการลองเนื้อจะมีเนื้อออกแน่นออกแก่น้ำมัน มีเนื้อออกน้ำตาล ออกแดง และบางองค์ตามคำอธิบายใต้ภาพนั้น ในส่วนที่ลองเนื้อลองพิมพ์เป็นเพียงส่วนน้อย จะเอามาเป็นหลักในการเล่นหาไม่ได้ ต้องเอาเนื้อหารูปแบบโดยรวมส่วนใหญ่มาเป็นเกณฑ์มาตรฐาน
หลังจากที่สร้างพระผงสมเด็จเหม็นแล้ว การสร้างพระผลพิมพ์ต่าง ๆ ยังมีต่อมาอย่างต่อเนื่อง เช่น พระผงสมเด็จ 7 ชั้น เนื้อเหม็น พระสมเด็จ 9 ชั้น เนื้อผสมแร่ พระผงสมเด็จขี่เสื้อเนื้อผงและเนื้อผงผสมแร่พรหมชะแง้ พระสมเด็จ 7 ชั้นสีแดง พระผงชุดผงอิทธิเจ เช่น พระขุนแผน 5 เหลี่ยม พระขุนแผนทรงพลไหล่อุ พระผงยอดขุนพล พระสมเด็จเสื้อกั๊ก พระปิดตาลอยองค์ พระปิดตา นะปัดตลอด แล้วต่อมายังมีพระขุนแผนยันต์เดี่ยวเนื้อคลุกรัก เนื้อผงผสมเส้นเกศา พระปิดตาลอยองค์ใหญ่และเล็ก พระผงปิดตาพิมพ์ตุ๊กตา เนื้อผงคลุกรักและผลเส้นเกศาพระผงเนื้อสังขยา ได้แก่ พระผงสมเด็จ 5 ชั้น อกร่องหูบายศรีพระพิมพ์บัวคว่ำบัวหงาย พระผงหน้าฤาษีหลังราชวัตร ยังมีพระผงพระปิดตาหลังแบบ เนื้อผงผสมผงแร่พรหมชะแง้ พระรอดเนื้อผงชานหมาก พระผงสมเด็จใหญ่ขนาดบูชา และพระผงชุดผงยาเพชรจินดา อีกจำนวน 5 พิมพ์ เช่นพระซุ้มขนพลใหญ่ พระชุ้มขุนพลเล็ก พระร่วงนั่ง พระพิมพ์เล็บมือ และพระงบน้ำอ้อย
เมื่อนับรวม ๆ กันแล้ว มีพระผงอยู่ประมาณ 26 ถึง 30 พิมพ์ที่กล่าวมาแล้วอาจมีบางพิมพ์ขาดตกไปบ้าง ต้องขออภัยด้วย ให้รู้ไว้ว่าพระเนื้อผลของหลวงพ่ออุ้น มีผงพุทธคุณเก่าในเนื้อพระทุกชุด
ประสบการณ์: วัตถุมงคลของหลวงพ่ออุ้น มีประสบการณ์สูง ดีทางเมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ คงกระพันชาตรื แคล้วคลาด ปราบคุณไสย ได้ผลประจักษ์ชัด ท่านสร้างเพื่อเน้นพุทธคุณ คุ้มครองป้องกันภัย แม้จะเป็นพระใหม่ที่มีการสร้างเพียงไม่กี่ปี จัดเป็นพระใหม่มาแรง พุทธคุณสูง ได้รับความนิยม ผู้ที่นำไปบูชาติดตัวแล้ว ต่างยืนยันประสบการณ์ได้เป็นอย่างดี อย่างพระสมเด็จเหม็น ขอนำประสบการณ์มาเล่าสู่กันฟันเป็นเรื่อง ๆ ดังนี้
ยิงไม่เข้า : หลานชาย (ไม่ทราบชื่อ) ของนายสำเนา ขำทวี อดีต ส.จ.อำเภอบ้านลาด จ.เพชรบุรี ได้บูชาพระสมเด็จเหม็น ติดตัวอยู่องค์เดียว ไปโดนยิงด้วยอาวุธปืน 0.38 ถึง 2 นัด แต่ยิงไม่เข้าสักนิดเดี่ยว
พุทธคุณด้านเมตตา : นายศักดิ์ สัจจาไชยนนท์ อยู่บ้านเลขที่ 236 ถนนดำรงรักษ์ แขวงมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ เป็นเจ้าของร้านจำหน่ายไม้แปรรูป อดีตค่อยข้างจะเป็นคนอาภัพคนรักสักหน่อย ได้บูชาพระสมเด็จเหม็นของหลวงพ่ออุ้น แต่ปัจจุบันมีคนเมตตารักชอบมากมาย และค้าขาย ขายดิบขายดี เจ้าตัวยืนยันว่า เป็นเพราะพระสมเด็จเหม็นของหลวงพ่ออุ้น มีพุทธคุณสูง ดีทางด้านเมตตา เชื่อถื่อได้อย่างมั่นใจ
เจ้านายรัก : เจ้าหน้าที่เทศิจ กทม. เคยถูกเจ้านายบ่นด่าว่าเป็นประจำ ได้ไปคร่ำคราญกับคุณสุวิทย์ 999 พญาไม้ ช่วยหาวัตถุมงคลที่มีพุทธคุณดี ๆ ให้บูชาสักองค์ ได้รับการแนะนำจากคุณสุวิทย์ให้บูชาแนะนำจากคุณสุวิทย์ให้บูชาพระสมเด็จเหม็น
เจ้าหน้าที่เทศกิจผู้นั้นได้พระสมเด็จเหม็นไป 1 องค์ จากนั้น 2 วัน ต่อมาได้มาคุยว่าดีจริง ๆ เกิดติดอกติดใจแล้วเช่าไปอีก 4 องค์ เห็นว่าตั้งแต่บูชาพระสมเด็จเหม็นติดตัว เจ้านายิ้มแย้มพูดดี ไม่เคยบ่นดุด่าเหมือนแต่ก่อน
เสน่ห์เมตตา : คุณไพรรัช เรืองรัตคง อยู่ตลาดปากเกร็ดนนทบุรี ก็เป็นผู้หนึ่งบูชาพระสมเด็จเหม็น เชื่อมั่นในพุทธคุณ มีประสบการณ์ด้านเสน่ห์เมตตามหานิยมมาแล้ว
เรื่องประสบการณ์พระผงสมเด็จเหม็น ยังมีอีกมากเรื่องบางเรื่องทางนิตยสารพระเครื่องบางฉบับได้เคยนำออกเผยแพร่ไปบ้างแล้ว อย่างเช่น สามีไปมีภรรยาน้อย ฝ่ายภรรยาหลวงได้เอาผงสมเด็จใส่ครกตำน้ำพริกให้สามีกิน จนวนเวียนอยู่กับบ้านไป ไหนไม่รอด ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะมานำเสนอ จึงของดไม่นำรายละเอียดมากล่าวถึง ต้องขออภัยท่านที่สนใจอยากรู้เรื่องราวด้วย



2. วัตถุมงคลเนื้อแร่เขาพรหมชะแง้
วัตถุมงคเนื้อแร่เขาพรหมชะแง้ของหลวงพ่ออุ้น มีหลายพิมพ์ เช่น พระสมเด็จปรกโพธิ์ พระสมเด็จขี่เสือใหญ่ เสือเล็ก พระสมเด็จคะแนน นางกวัก พระสิวลี และปลัดขิก
แร่ขาพรหมชะแง้เป็นเพียงสินแร่ ก่อนจะสร้างเป็นพระพิมพ์ได้ต้องมีกรรมวิธีหลอมเหลว การที่จะหลอมเหลวก็ต้องมีสูตร ถ้าทำไม่ถูกสูตรจะกลายเป็นผงธุลี เหมือนเผาหินทำปูนขาว
หลวงพ่ออุ้น มีวิชาในการหลอม โดยใช้วัสดุกำกับด้วยไสยเวทมนต์คาถาอาคมกำกับ เมื่อสามารถหลอมทำให้แร่เหลวเป็นน้ำแล้ว ก็หล่อเป็นวัตถุมงคลองค์พระพิมพ์ต่าง ๆ ได้ ส่วนการปลุกเสกด้วยเวทมนต์ก็จะเกิดพลังศักดิ์สิทธิ์ เป็นวัตถุธาตุกายสิทธิอย่างไรที่มีสรรพคุณในตัวเองด้วย บวกกับพลังอิทธิคุณของหลวงพ่ออุ้น จะมีพุทธคุณสูงส่งครอบจักรวาล ประดุจดังเหล็กไหลปานนั้น
แร่เขาพรหมชะแง้วิเศษศักดิ์สิทธิ์อย่างไร
เรื่องแร่วิเศษจากเขาศักดิ์สิทธิ์มีเรื่องเล่าว่า ลุงแฉ่ง อินทโณ บ้านอยู่ทุ่งเขาพรหมซะแง้ได้ไปที่วัดตาลกง เห็นเม็ดแร่ของหลวงพ่ออุ้นเม็ดหนึ่ง จึงได้ขอหลวงพ่อ แล้วท่าหยิบให้ทันทีใส่กระเป๋าเสื้อติตัวไปหาหมอที่คลินิก หมอแย้ม คลินิกในตลาดเพชรบุรีได้ตรวจรักษาแล้วฉีดยาให้ลุงแฉ่ง ฉีดจนเข็มงอก็ฉีดไม่เข้าถามว่ามีของดีอะไรติดตัวมาให้เอาออก ลุงแฉ่บอกว่าไม่มีแล้วหมอก็ฉีดยาให้ใหม่ ปรากฏว่าเข็มงออีก ทีนี้ลุงแฉ่งก็สงสัย คงจะเป็นเม็ดแร่ที่ขอมาจากหลวงพ่ออุ้นแน่ ๆ ก็เลยเอาออก ปรากฏว่าคราวนี้หมอฉีดยาอย่างสะดวยสบาย
บรรดาลูกหลานของลุงแฉ่งรู้เรื่องเข้าก็ไปถามหลวงพ่ออุ้นท่านบอกว่าแร่นี้มีความศักดิ์สิทธิ์วิเศษในตัว ไปอธิษฐานขอขมาจากถ้ำเขาพรหมชะแง้ที่ข้างบ้านโยมแฉ่งแหละ ต่อมาลูกหลานและลุงแฉ่งได้ไปเก็บเม็ดแร่ที่ยังมีหลงเหลืออยู่ประปรายตามพื้นดินข้างเขา นำมาเก็บรักษาไว้ ทั้งได้เคยนำติดตัวไปฉีดยา ก็ไม่เห็นปรากฏว่าเข็มฉีดไม่เข้าเหมือนกับเม็ดที่รับมาจากหลวงพ่ออุ้นเลย
เรื่องนี้ไปมีข่าวรู้ถึงหลวงพ่อจ้วน วัดเขาลูกข้าง ท่านก็มาดูที่เขาพรหมชะแง้ เพื่อเอาแร่ไปทำวัตถุมงคล ไม่ปรากฏว่ามีเศษเม็ดแร่แม้เพียงเล็กน้อยให้เหลืออยู่ตามพื้นดินเลย จึงทำพิธีบวงสรวงขอขุดแร่และขอให้แร่ได้ปรากฏ แต่ก็ไม่ยอมปรากฏให้เห็นไม่เหมือนกับเมื่อครั้งหลวงพ่ออุ้นไปนั่งสมาธิขอเป็นเหตุให้หลวงพ่อจ้วน ต้องเดินทางไปขอแร่จากหลวงพ่ออุ้นวัดตาลกงไปส่วนหนึ่ง ผู้เขียนได้มีโอกาสไปกราบนมัสการหลวงพ่ออุ้น ขอรายละเอียดท่านเมตตาเล่าเรื่องราวของแร่ถ้ำ เขาพรหมชะแง้ให้ฟังว่า
?ถ้าเขาพรหมชะแง้นี้เป็นภูเขาลูกหนึ่งที่ขึ้นอยู่กลางทุ่งนาสมัยที่ยังไม่ได้บวช คือครั้งเป็นฆราวาสเคยไปที่เขาลูกนี้ ภายในภูเขามีถ้ำอยู่หลายแห่ง ชาวบ้านเชื่อกันมาแต่ดึกดำบรรพ์ว่าเขาลูกนี้ศักดิ์สิทธิ์มีสิ่งลี้ลับจะปรากฏให้เห็นอยู่เสมอ เช่นเห็นงูใหญ่มีหงอนมีลำแสง ได้เคยไปพบเห็นแร่สีดำอมเขียวมีสนิมเหล็กติดอยู่ที่ผิวอยู่ในถ้ำ ...
?ครั้นต่อมาเมื่อมาบวชเรียนแล้วได้เคยไปดูอีกครั้ง ปรากฏว่าที่จุดนั้นไม่ปรากฏมีแร่เหมือนดังเดิมอยู่เลย แล้วปล่อยให้เรื่องผ่านไปถึง 30 ปี หลังจากนั้นได้เล่าเรียนวิชาต่าง ๆ มาแล้ว ก็อยากทำวัตถุมงคลไว้แจกญาติโยมที่มาทำบุญสร้างอุโบสถ จึงเดินทางกลับไปค้าหากับพระลูกวัดก็หาไม่พบ แล้วนั่งลงบริกรรมอธิษฐานขอแร่จากเขา เทวดาที่ปกปักรักษาสถานที่ ขอให้พบแร่เอาไปทำตามจุดประสงค์เถิด
?หลังจากนั้นกลับไปวัด ต่อมาคืนหนึ่งฝนตกหนักลงแรงกระทั่งรุ่งเช้ามีชาวบ้านแถบนั้นมานิมนต์ไปฉันเพล เขาเล่าให้ฟังว่าเมื่อคืนนี้ฝนตกใหญ่ ลมแรง มีหินกลิ้งมาจากข้างเขาเป็นลูกดำ ๆ แล้วได้เดินทางไปดู ปรากฏว่าพบแร่ชนิดเดียวกับที่เคยพบมาแล้วจึงได้เดินทางไปดู ปรากฏว่าพบแร่ชนิดเดียวกับที่เคยพบมาแล้วจึงได้เก็บรักษาไว้ที่วัด ส่วนหนึ่งหลวงพ่อจ้วน วัดเขาลูกช้าง ได้มาขอไปและได้นำไปทำเป็นพระสมเด็จขี่เสือ ส่วนที่ยังเหลือเก็บไว้สร้างพระปิดตามหาอุด?
หลวงพ่ออุ้น ยังได้พูดว่า มีคนมาได้ลายแทงสมบัติที่เขาถูกนี้และมาหแร่ที่เขา
ลูกนี้มาก แต่มีน้อยรายจะได้ไป
ประสบการณ์ : วัตถุมงคลเนื้อแร่เขาพรหมชะแง้ ที่มีประสบการรณ์แล้ว เช่น พระสมเด็จขี่เสือรุ่นแรก เนื้อแร่
เรื่องมีว่า ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ไปนมัสการหลวงพ่ออุ้น ที่วัดตาลกง แล้วขอบูชาพระสมเด็จขี่เสือ รุ่นแรก เล่าถึงสาเหตุที่มาบูชา เพราะไปมีประสบการณ์พระสมเด็จขี่เสือที่ตนเองบูชาติดตัวอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งมีอยู่องค์เดียวในกระเป๋าเสื้อ ช่วยให้รอดจากรถชนประสานงา เหตุเกิดขึ้นที่อำเภอท่าวุ่ง จังหวัดลพบุรีแต่เพื่อนที่ร่วมเดินทางไปด้วย 2 คน ตายหมด ส่วนตัวเขาไม่ได้บาดเจ็บเป็นอะไรเลย



3. เหรียญรูปไข่รุ่นแรก
การสร้างเหรียญรุ่นแรก พ.ศ.2540 มีอยู่ 4 เนื้อ คือ เนื้อทองคำ เนื้อเงิน เนื้อนวโลหะ และเนื้ออับปาก้า
เหรียญรุ่นนี้ ลักษาณะรูปไข่หลวงพ่ออุ้นครึ่งองค์ เส้นคมชัดศิลปะสวยงามมาก รวมทั้งหมดสร้าง 10,508 เหรียญ ด้านหน้าตอกโค้ดตัว อ หลังตอกโค้ด 3 ตำแหน่ง 2 ตำแหน่ง ในแต่ละเนื้อเป็นเหรียญที่มีพุทธคุณสูง มากด้วยประสบการณ์ เป็นที่ยอมรับของวงการนักนิยมพระเครื่อง เล่นหากันหาวงกว้าง ค่านิยมสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว นับเป็นประวัติการณ์ ซึงยังไม่เคยมีปรากฏการณ์เช่นนี้มาก่อน แล้วต่อมาหลวงพ่ออุ้นได้สร้างเหรียญอีก 4 รุ่น รวมเป็นเหรียญปั๊มทั้งหมดมี 5 รุ่น

ประสบการณ์ : เหรียญรูปไข่รุ่นแรก พ.ศ.2540 เป็นเหรียญที่มีประสบการณ์สูง ดังเรื่องรวบรวมนำเสนอต่อไปนี้
ยิงไม่ออก ยิงไม่เข้า : สิบโทมานะ เป็นตำรวจตระเวณชายแดนอยู่ที่จังหวัดยะลา ได้เดินทางไปกราบนมัสการหลวงพ่ออุ้นพร้อมกับเล่าประสบการร์ของตนให้พระแดง วัดตาลกง ฟังว่า
เมื่อต้นเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2541 ตนได้ขับขี่รถเครื่องไปทำธุระทีบ้านบาละ แล้วถูกคนร้ายลอบยิงถึง 4 นัด กระสุนถูกที่หัวไหล่ซ้ายแต่ไม่เข้า กระนั้นก็ตกจากรถเครื่อง แล้วรีบลุกขึ้นเห็นคนร้ายกำลังเหนี่ยวไกปืนยิงมาอีก แต่คราวนี้ยิงไม่ออก จากนั้นคนร้ายเห็นท่าไม่ดีก็รีบหนีไป
จากคำบอกเล่าประสบการณ์ของสิบโทมานะ ที่โดนยิงไม่เข้าและยิงไม่ออก เจ้าตัวบอกว่า ห้อยเหรียญรุ่นแรก พ.ศ. 2540 ของหลวงพ่ออุ้น เพียงเหรียญเดียว แล้วรอดชีวิตมาได้อย่างปลอดภัยด้วยพุทธคุณองค์พระและบารมีของหลวงพ่ออุ้นคุ้มครองโดยแท้คราวนี้ได้มีโอกาสขึ้นไปกราบนมัสการท่านถึงที่วัดตาลกง
ทดสอบยิงเครื่องรางของขลัง : เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อไม่นานนี้เอง เป็นที่กล่าวขานในหมู่นักสะสมพระเครื่องทั่วทั้งอำเภอท่ายางโดยเฉพาะที่ตลาดสารเห็ด อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เมื่อมีการทดสอบความเข้มขลังวัตถุมงคลด้วยการทดลองยิงกันถึง 3 ห่อด้วยกันโดยตั้งเป้ายิงกันที่บริเวณชายเขาลูกช้าง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี
ห่อที่ 1 เป็นวัตถุมงคลเครื่องรางของขลังของ นายทม ทราสิริ ได้ทดลองยิง ปรากฏว่ายิงออกแต่ไม่ถูก
ห่อที่ 2 เป็นของนายวิเชียร สอดสุข ได้ทดลองยิง ปรากฏว่ายิงถูกผ้าที่ห่อตกลงมา
ห่อที่ 3 เป็นของนายสมจิต พวงนาค ได้ทดลองยิง ปรากฏว่าสับไกปืนดังแชะ ยิงซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ก็ดังแซะเหมือนเดิมอีกครั้นหันปลายกระบอกปืนขึ้นท้องฟ้ายิงใหม่ เสียงปืนดังสนั่น ผู้คนที่ไปยืนมุงดูต่างตกตะลึง จึงขอให้นายสมจิต แก้ห่อผ้าออกดู ครั้นแก้ออกดูปรากฏว่าเป็นเหรียญรุ่นแรกของหลวงพ่ออุ้นเนื้ออัลปาก้า พ.ศ.2540 นั้นเอง เรื่องนี้เป็นที่เล่าลือกันไปทั่ว
ถูกฟันแต่ไม่เข้า : นายจ๊ะ ทองมี อยู่หมู่ที่ 8 ต.มาบปลาเค้า อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เกิดวิวาทกันกับเพื่อนเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงถูกเพื่อนฟันด้วยมีดตัดสับปะรดเข้ากลางหลัง 2 ที แต่ฟันไม่เข้า (ฟัง ๆ แล้วหวาดเสียวไม่น้อย) เพราะในคอของนายจ๊ะ ห้อยเหรียญรุ่นแรก เนื้ออัลปาก้าของหลวงพ่ออุ้น เพียงเหรียญเดี่ยว
ครั้นต่อมาได้เดินทางไปกราบนมัสการหลวงพ่ออุ้น ที่วัด ตาลกง เล่าประสบการณ์ตนเองให้ท่านฟัง แล้วขอให้หลวงพ่ออุ้นพรมน้ำมนต์ให้ หลังจากนั้นอีก 2 สัปดาห์ นายจ๊ะได้ขับขี่รถเครื่องพ่วงเพื่อนซ้อนท้ายไปอีก 2 คน รถเกิดอุบัติเหตุไปชนกับรถปิกอัพทางสายหนองแพบ ปรากฏว่ารถเครื่องพังยับเยินซ่อมก็ไม่ได้กลายเป็นเศษเหล็กทันที แต่น่าอัศจรรย์ที่ไม่มีตรบาดเจ็บแม้แต่น้อยหนึ่งเหรียญหลวงพ่ออุ้น สามารถคุ้มครองคนได้ถึงสามคนเดียว
ถูกรถสิบล้อทับคล่อม : จ่านันท์ ปลอดโปร่ง เป็นคนที่ชาวมาบปลาเค้ารู้จักกันดี อยู่บ้านเลขที่ 10 ต.มาบปลาเค้า องท่ายาง จ.เพชรบุรี ได้ขับขี่รถมอเตอร์ไชด์ออกทางใหญ่คลองสายที่ 1 ในขณะขี่อยู่เพลิน ๆ ก็มีรถสิบล้อวิ่งมาด้วยความเร็ว แล้วพุ่งเข้าขนทับคล่อมรถของจ่านันท์ไปด้วย
ตัวจ่านันท์ติดอยู่ใต้ท้องรถสิบล้อ คนที่พบเห็นเหตุการณ์ต่างลงความเห็นอย่างเดียวกันหมด ?ไม่รอดแน่? จึงได้ช่วยกันนำร่างออกมาจนได้ เหมือนปาฏิหาริย์ จ่านนท์ก็ไม่ได้เป็นอะไรถึงกับบาดเจ็บสาหัสเลย มีเพียงหนังถลอกที่ตรงบริเวณข้อศอกเท่านั้นทำให้ทุกคนแปลกใจมาก แม้ตัวจ่านนท์เองก็ยังอัศจรรย์ใจเช่นกัน

เมื่อสอบถามได้ความว่า จ่านนท์ห้อยเหรียญรุ่นแรกของหลวงพ่ออุ้นอยู่ในคอเพียงเหรียญเดียวเท่านั้น
ปืนยิงไม่ออก : เหตุเกิดเมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ.2543 เวลา 14.45 น. นายเมษา ภูวมาศ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 320/16 หมู่ที่ 1 อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ได้แจ้งตำรวจ ส.ภ.อ.ท่ายาง ว่าถูกนายอำนาจบุญเต็ม ขู่เอาชีวิต สาเหตุจากการกีดกันไม่ให้นายอำนาจมาชอบพอรักใคร่กับ น.ส.จันทิมา ภูวมาศ ลูกสาวของตน จากนั้น ร.ต.อ.หัสนะ ได้สั่งการให้ ส.ต.ท.ประสานทันที 3 นัดซ้อน ทำให้ ส.ต.ท.ประสาน เสียชีวิต แล้วนายอำนาจเอาปืนวิ่งเข้าไปจ่อหัวนายเมษา ภูวมาศ เหนี่ยวไกปืนยิงนับครั้งไม่ถ้วนแต่กระสุนด้านยิงไม่ออกสักนัดเดียว แล้วหันไปจี้ตัวนายสาวจันทิมาเพื่อเป็นตัวประกันพาตัวเองหลบหนี โดยมีจักรยานยนต์เป็นพาหนะต่อไป
บรรดานายตำรวจได้ออกติดตามไปอย่างกระชั้นชิด ครั้นนายอำนาจเห็นท่าไม่ดีได้ทิ้งรถแล้วปล่อยนางสาวจันทิมาที่เป็นกันจากนั้นได้วิ่งหลบหนีเข้าไปในดงกล้วย ยิงปืนใส่ตำรวจที่ติดตามไปจึงเกิดการยิงต่อสู้กันขึ้น
เหตุการณ์ปรากฏว่า นายอำนาจได้ถูกกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต เรื่องนี้รู้กันทั่วตลอดจนเสียชีวิต เรื่องนี้รู้กันทั่วตลาด อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี สามารถสอบถามเหตุการณ์เกิดขึ้นได้ทุกคน ส่วนนายเมษา (เอ้) ภูวมาศ ที่ถูกนายอำนาจเอาปืนจ่อหัวยิงแต่กระสุนไม่ระเบิดสักนัดเดียว รู้มาว่าในตัวของนายเมษา มีเหรียญรุ่นแรกของหลวงพ่ออุ้นอยู่เพียงเหรียญเดียวแท้ๆ จึงรอดชีวิตมาได้อย่างปลอดภัย
เหรียญรุ่นแรก พ.ศ.2540 เป็นเหรียญดี เหรียญดี เหรียญขลังของแท้ของจริง ซึ่งแกะบล็อกพิมพ์จากช่างฝีมือดี ขนาด 2.4 ซ.ม. และ 3.1 ซ.ม. รูปหลวงพ่ออุ้นครึ่งองค์ขนาดนูนกลาง รูปแบบศิลปะงดงามคมชัด ด้านหลังเป็นยันต์จมยันต์เดี่ยวกับหลวงพ่อทองศุขวัดโตนดหลวง เหรียญนี้พุทธคุณสูงมากประสบการณ์ สุดยอดแห่งเหรียญที่เข้มขลังเหรียญที่เข้มขลังเหรียญหนึ่ง เสมือนหนึ่งสวนกระแสเศรษฐกิจ เพียง 5 ปี ค่านิยมก็พุ่งกระฉูดขึ้นมาอยู่ที่หลักพันต้น ๆ แล้วอนาคตไม่ต้องพูดถึง ปัจจุบันก็หายากแล้ว บรรดาลูกดน้องบริวารคนมีชื่อเสียงต่างห้อยบูชาเหรียญรุ่นแรก เนื้ออัลปาก้ากันมากทั้งมีการเช่าหาบูชากันเป็นสากลแล้วมากมายนั้นเอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15 ธันวาคม 2008, 11:45:30 pm โดย admin » บันทึกการเข้า

แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14305


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 15 ธันวาคม 2008, 10:12:09 pm »

เรื่องประสบการณ์พระผงสมเด็จเหม็น ยังมีอีกมากเรื่องบางเรื่องทางนิตยสารพระเครื่องบางฉบับได้เคยนำออกเผยแพร่ไปบ้างแล้ว อย่างเช่น สามีไปมีภรรยาน้อย ฝ่ายภรรยาหลวงได้เอาผงสมเด็จใส่ครกตำน้ำพริกให้สามีกิน จนวนเวียนอยู่กับบ้านไป ไหนไม่รอด ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะมานำเสนอ จึงของดไม่นำรายละเอียดมากล่าวถึง ต้องขออภัยท่านที่สนใจอยากรู้เรื่องราวด้วย

ท่านใดที่มีแฟนเจ้าชู้.....มีทางออกแล้วค่ะ สาธุๆๆๆๆ

 ยิ้มเท่ห์


บันทึกการเข้า

kazama
Newbie
*

คะแนนจิตพิสัย +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


« ตอบ #2 เมื่อ: 01 ธันวาคม 2009, 05:23:39 am »

--' อันนี้ห้ามแฟนเข้ามาดูเลยครับ
บันทึกการเข้า

ใครสอน ielts ดีๆบ้างครับ แนะนำหน่อย
admin
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +31/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3690


oknakrub@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 01 ธันวาคม 2009, 01:06:46 pm »

ตามคำเล่าของคนในพื้นที่ เรื่องเมตตามหาเสน่ห์ของหลวงพ่ออุ้นกับวัตถุมงคลของท่านที่เป็นเนื้อผงนั้น คือมีคนเอาสมเด็จของท่านซึ่งแต่ก่อนนั้นก็เป็นวัตถุมงคลที่สร้างด้วยมวลสารธรรมดา แต่มีผู้ชายเอาไปบดแล้วผสมอาหารให้ผู้หญิงกินแล้วก็รักใคร่กันเป็นครอบครัว แต่บางคนประสงค์ร้ายกับผู้หญิงก็มีเกิดขึ้นท่านจึงเห็นว่ามีคนเอาไปใช้ในทางที่ไม่ดี เลยให้มีส่วนผสมของมวลสารที่มีกลิ่นเหม็น บางท่านบอกว่าเป็นข้าวบูด เพื่อไม่ให้เอาไปทำอย่างที่ผ่านมาอีก แต่รู้สึกคนที่เล่าให้ฟังบอกว่า มีคนเอาไปใส่ในน้ำพริกกะปิ ..... ฮ่า ๆ
บันทึกการเข้า

แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14305


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 02 ธันวาคม 2009, 02:34:02 am »

 ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ


เป็นไปขนาดนั้นคนเรา ฮา.......... ด้วยคนจ้า

ใจเอาจริงๆ    ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า

admin
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +31/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3690


oknakrub@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 02 ธันวาคม 2009, 10:24:13 pm »

ฮ่า ๆ นะไม่ใช่ ฮา ..........

ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ


เป็นไปขนาดนั้นคนเรา ฮา.......... ด้วยคนจ้า

ใจเอาจริงๆ    ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า

แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14305


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 02 ธันวาคม 2009, 10:32:20 pm »

ฮ่า ๆ นะไม่ใช่ ฮา ..........

ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ


เป็นไปขนาดนั้นคนเรา ฮา.......... ด้วยคนจ้า

ใจเอาจริงๆ    ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ


ทุบๆๆๆๆๆ พี่ชาย

เดี๋ยวๆๆ......ก่อนจะลืม............มานั่งรอพี่ อัพภาพสวยๆให้ดุจ้า

เช่น ต้นไผ่ ที่พี่ปลูก อิอิ

 ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: