หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สมเด็จพระสังฆราช ประทาน "พระสมเด็จสะทานเพชร" ให้คนไทย...  (อ่าน 1543 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14305


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« เมื่อ: 02 มกราคม 2010, 08:32:00 am »





สมเด็จพระสังฆราช ประทาน "พระสมเด็จสะทานเพชร"

ให้คนไทยช่วงปีใหม่ 84,000 องค์ รับได้ที่ วัดบวร-รพ.จุฬา



            สมเด็จพระสังฆราชประทานพระสมเด็จสะทานเพชรให้พุทธศาสนิกชนที่เข้าถวายพระพรเนื่อง ในวันปีใหม่เก็บไว้บูชา เพราะสร้างจากสูตรโบราณ 450 ปี มีพุทธคุณสูง ผู้เก็บไว้บูชาจะเกิดความร่มเย็นเป็นสุข ค้าขายร่ำรวย ป้องกันอันตราย ด้านวัดสระเกศฯ สวดนพเคราะห์ ปลุกเสกน้ำมนต์อายุ 170 ปี แจกประชาชน
       
        พระราชรัตนมงคล ผู้ช่วยเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช กล่าวว่า เนื่อง ในวาระดิถีส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นี้ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระสมเด็จสะทานเพชรจำนวน 84,000 องค์ ให้สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชมอบให้พุทธศาสนิกชนที่เข้ามาถวายพระพรแด่ พระองค์ในดิถีส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยเริ่มประทานพระสมเด็จฯ ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2552 ถึง 15 มกราคม 2553 ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และวัดบวรนิเวศวิหาร ระหว่างเวลา 09.00-17.00 น.       
       
       พระสมเด็จฯ รุ่นนี้มีความงดงามด้านศิลปะ เป็นพุทธศิลป์แบบพระพุทธรูปทรงเครื่องพระจักรพรรดิ ศิลปะรัตนโกสินทร์ประยุกต์ปางมารวิชัย พระหัตถ์ถือวัชระ มุมด้านบนจารึกอักษรขอมอ่านว่า อรหัง ฐานด้านล่างจารึกพระนามสมเด็จพระญาณสังวร ด้านหลังประดิษฐานตรา 8 รอบ 96 พรรษาและมีผงพุทธคุณอันศักดิ์หลายประการ พระนามของพระสมเด็จสะทานเพชรนี้ได้จากสูตรทำพระผงโบราณ เมื่อประมาณ 450 ปีมาแล้ว ซึ่งเป็นสูตรของสมเด็จพระสังฆราชฝ่ายอรัญวาสี 2 พระองค์ คือ พระสังฆราชสังมังคลาโพธิวิริยะเจ้า พ.ศ.2106 และพระมหาอินทรวัชสังวรเจ้า พ.ศ.2115 ทั้ง 2 รูป สถิต ณ วัดถ้ำสุวรรณคูหา เป็นพระมหาเถระเจ้าของเมืองนครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน หรือจังหวัดหนองบัวลำภูในปัจจุบัน ซึ่งได้มีพระธุดงค์กรรมฐาน นำมามอบให้สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช พร้อมกับผงพระพุทธคุณสะทานเพชรจากถ้ำสุวรรณคูหา เพื่อเป็นส่วนผสมของพระสมเด็จสะทานเพชร ที่ประทานแก่พุทธศาสนิกชนในครั้งนี้
       
       “สมัยโบราณเชื่อว่า ผู้ที่ได้พระสมเด็จที่สร้างจากสูตรนี้จะเกิดพุทธานุภาพแก่ผู้เป็นเจ้าของ หลายประการ เช่น ทำให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุข ทำการค้าขายร่ำรวย ปกป้องคุ้มครองจากสรรพอันตรายทั้งปวง เพราะผ่านการปลุกเสกของพระสังฆราชเจ้าฝ่ายอรัญวาสีทั้ง 2 พระองค์เมื่อ 450 ปีมาแล้ว ซึ่งเป็นผู้ทรงอิทธิฤทธิ์สำเร็จอภิญญาขั้นสูงสุด ส่วนผสมอื่นๆ เช่น ผงพุทธคุณจากถ้ำตะโกพุทธโสภา เขาสมอคอน จ.ลพบุรี อันเป็นถ้ำบำเพ็ญเพียรของสุกทันตฤาษี ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของพ่อขุนรามคำแหง พ่อขุนเม็งราย และพ่อขุนงำเมืองเมื่อหลายร้อยปีก่อน ซึ่งต่อมาถ้ำแห่งนี้ได้เป็นที่บำเพ็ญเพียรของพระอาจารย์เพา พุทธโสธร พระอาจารย์กรรมฐานชื่อดังในสมัยรัชกาลที่ 5 และผงดอกมณฑาทิพย์จากวัดไลย์ จ.ลพบุรี ซึ่งเชื่อว่าเป็นดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่นำมาจากสวงสวรรค์ เป็นดอกไม้ที่ใช้สำหรับบูชาพระศรีอริยเมตไตร เป็นดอกไม้มงคลอันหาได้ยากยิ่ง และผงพุทธคุณจากพระผงเก่าที่ชำรุด เช่น พระผงสมเด็จวัดระฆัง พระผงสมเด็จบางขุนพรหม พระผงสมเด็จกลีบบัว พระผงสมเด็จอรหัง และผงพระพุทธคุณจากพระเกจิอาจารย์ชื่อดังอีกหลายรูป เช่น ผงพุทธคุณของหลวงพ่อเพา พุทธสโร วัดถ้ำตะโกพุทธโสภา จ.ลพบุรี หลวงพ่อเพี้ยน อัคคธัมโม วัดเกริ่นกฐิน ลพบุรี เป็นต้น” พระราชรัตนมงคล เล่าความเป็นมา
       
       สำหรับพระสมเด็จสะทานเพชรเป็นพระผงมี 2 ขนาด คือ พิมพ์เล็กเป็นพระผงของขวัญขนาดกว้าง 1.9 เซนติเมตร (ซม.) ยาว 2.5 ซม. และหนา 0.5 ซม. และพิมพ์ใหญ่เท่ากับพระสมเด็จวัดระฆัง ขนาด 2.5 ซม. ยาว 3.5 ซม.และหนา 0.5 ซม.
       
       ด้าน พระครูปลัดสุวัฒนธีรคุณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กล่าวว่า คืน วันที่ 31 ธันวาคม ต่อเนื่องถึงวันที่ 1 มกราคม 2553 ทางวัดสระเกศฯ จะจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล เถลิงศกใหม่สยามรัตนโกสินทร์ 2553 โดยจะมีพิธีสวดนพเคราะห์ ซึ่งเป็นการสวดมนต์แบบโบราณที่ทางวัดสระเกศ เริ่มมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 และในพิธีดังกล่าวทางวัดจะมีการทำพิธีปลุกเสกน้ำมนต์มหาสมัยสูตร เป็นน้ำมนต์ที่มีการปลุกเสกมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 และทางวัดยังเก็บหัวเชื้อของน้ำมนต์ไว้โดยมีอายุประมาณ 170 ปี มาทำพิธีปลุกเสกอีกครั้ง เพื่อแจกพร้อมกับผ้ายันต์มงคลให้แก่ประชาชนที่เข้าร่วมพิธีเพื่อความเป็น สิริมงคล
           
       โดยงานดังกล่าวจะเริ่มตั้งแต่เวลา 16.00 น. เปิดโบราณสถานของวัดให้ประชาชนได้เข้าชม โดยเฉพาะวิหารพระอัฏฐารส ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระอัฏฐารสศรีสุคตทศพลญาณบพิตร ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นพระพุทธรูปประจำสมเด็จพระนเรศวร ตามปกติจะไม่มีการเปิดให้ชม จากนั้นเวลา 22.00น. จะเริ่มเข้าสู่พิธีโดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานนำเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนา ถวายพระราชกุศล ถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เจริญพระพุทธมนต์พระเคราะห์รับปีใหม่ และเวลา 00.00 น. คณะสงฆ์วัดสระเกศฯ เจริญชัยมงคลคาถารับปีใหม่ พร้อมทั้งประพรมน้ำพระพุทธมนต์แก่ประชาชนที่เข้าร่วมงาน


ที่มา...http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9520000157617

บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: