หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ประวัติพันท้ายนรสิงห์  (อ่าน 102128 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14305


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« เมื่อ: 25 กันยายน 2008, 08:39:46 am »

             ประวัติพันท้ายนรสิงห์ ผู้รักษากฎระเบียบ กฎมณเฑียรบาล ยิ่งกว่าชีวิตตน

             

ประวัติ

             

             

            พันท้ายนรสิงห์ เป็นนายท้ายเรือพระที่นั่งเอกไชยอยู่ในรัชสมัยสมเด็จพระสรรเพชญ์ ที่ ๘ (พระเจ้าเสือ)  ได้รับ ยกย่องว่าเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต  จงรักภักดีและรักษาระเบียบวินัยยิ่งชีวิต 


  เรื่องราวของพันท้ายนรสิงห์ปรากฏ    อยู่ในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับต่างๆ  ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ใน พ.ศ.๒๒๔๖ - ๒๒๕๒   สมเด็จพระสรรเพชญ์ ที่๘ ประพาสปากน้ำสาครบุรี (ปัจจุบันคือจังหวัดสมุทรสาคร) เพื่อทรงเบ็ด ด้วยเรือพระที่นั่งเอกไชย มีพันท้ายนรสิงห์เป็นนายท้าย พันท้ายนรสิงห์เป็นชาวบ้านนรสิงห์ แขวงเมืองอ่างทอง     การเสด็จประพาสปากน้ำสาครบุรีในครั้งนี้ เมื่อเรือพระที่นั่งไปถึงตำบลโคกขามคลองบริเวณดังกล่าวมีความคดเคี้ยวมาก พันท้ายนรสิงห์พยายามคัดท้ายเรือพระที่นั่งอย่างระมัดระวังแต่ไม่อาจหลบเลี่ยงอุบัติเหตุได้ หัวเรือพระที่นั่งชนกิ่งไม้ใหญ่หักตกลงไปในน้ำ

 พันท้ายนรสิงห์รู้โทษดีว่า ความผิดครั้งนี้ถึงประหารชีวิตตามโบราณราชประเพณี   ซึ่งกำหนดว่าถ้าผู้ใดถือท้ายเรือพระที่นั่งให้หัวเรือพระที่นั่งหัก   ผู้นั้นถึงมรณะโทษให้ตัดศีรษะเสียจึงกราบทูลพระกรุณาน้อมรับโทษตามพระราชประเพณี  สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๘ ทรงพิจารณาเห็นว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เป็นการสุดวิสัยมิใช่ความประมาท จึงพระราชทานอภัยโทษให้ แต่พันท้ายนรสิงห์กราบบังคมยืนยันขอให้ตัดศรีษะตนเพื่อรักษาขนบธรรมเนียมในพระราชกำหนดกฎหมาย เป็นการป้องกันมิให้ผู้ใดครหาติเตียนพระเจ้าอยู่หัวได้ว่าทรงละเลยพระราชกำหนดของแผ่นดินและเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างสืบไป พระองค์ทรงโปรดให้ฝีพายทั้งปวงปั้นมูลดินเป็นรูปพันท้ายนรสิงห์   แล้วให้ตัดศีรษะรูปดินนั้นเพื่อเป็นการทดแทนกัน แต่พันท้ายนรสิงห์ยังบังคมกราบทูลยืนยันขอให้ประหารตน 

  แม้สมเด็จพระสรรเพชญ์ ที่ ๘   จะทรงอาลัยรักน้ำใจพันท้ายนรสิงห์เพียงใดก็ทรงจำพระทัยปฎิบัติตามพระราชกำหนด ดำรัสสั่งให้เพชฌฆาตประหารพันท้ายนรสิงห์แล้วโปรดให้ตั้งศาลสูงประมาณเพียงตา นำศีรษะพันท้ายนรสิงห์กับหัวเรือพระที่นั่งเอกไชยซึ่งหักนั้น ขึ้นพลีกรรมไว้ด้วยกันบนศาล  แล้วทรงพระราชดำริว่าคลองโคกขามคดเคี้ยวนักไม่สะดวกต่อการเดินเรือ บางครั้งชาวเมืองต้องเดินเรืออ้อมเป็นที่ลำบากยิ่ง สมควรจะขุดลัดตัดตรง เมื่อขุดเสร็จจึงได้รับพระราชทานนามว่า "คลองสนามไชย" ต่อมาเปลี่ยนเป็น "คลองมหาชัย"ทั้งนี้เพื่อเป็นการรำลึกถึงพันท้ายนรสิงห์ข้าหลวงเดิมซึ่งเป็นคนซื่อสัตย์ มั่นคง ยอมเสียสละชีวิตโดยไม่ยอมเสียพระราชประเพณี  กรมศิลปากรได้ดำเนินการจัดสร้างศาลพันท้ายนรสิงห์ขึ้น อยู่ถัดจากศาลเก่าที่พังลงไม่มากนัก โดยกันอาณาบริเวณรอบๆ ศาลไว้


http://www.youtube.com/v/u5RCxvfPSCE

ศาลพันท้ายนรสิงห์

         

         

         

         

แห่งความซื่อสัตย์ รักษากฎระเบียบ กฎมณเฑียรบาลยิ่งกว่าชีวิตตน ตั้งอยู่ที่ บ้านพันท้ายนรสิงห์ ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร

 เรื่องจากพระราชพงศาวดาร

พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา เรื่อง พันท้ายนรสิงห์ เมื่อปี พ.ศ. 2247 สมเด็จพระเจ้าเสือ เสด็จโดยเรือพระที่นั่งเอกชัย จะไปประพาสเพื่อทรงเบ็ด ณ ปากน้ำ เมืองสาครบุรี เมื่อเรือพระที่นั่งถึงตำบลโคกขามซึ่งเป็นคลองคดเคี้ยวและมีกระแสน้ำเชี่ยวกราก พันท้ายนรสิงห์ ซึ่งถือท้ายเรือ พระที่นั่งมิสามารถคัดแก้ไขได้ทัน โขนเรือพระที่นั่งกระทบกับกิ่งไม้หักตกลงไปในน้ำ พันท้ายนรสิงห์จึงได้กระโดดขึ้นฝั่งแล้ว กราบทูลให้ทรงลงพระอาญา ตามพระกำหนดถึงสามครั้งด้วยกัน เนื่องจากในสองครั้งแรก สมเด็จพระเจ้าเสือทรง พระราชทานอภัยโทษ เพราะเห็นว่าเป็นอุบัติเหตุ สุดวิสัย แต่ท้ายสุดก็ได้ตรัสสั่งให้ ประหารชีวิตพันท้ายนรสิงห์ตามคำขอ แล้วสร้างศาลไม้ขนาดเล็ก ลักษณะเป็นศาลไม้ในสมัยปัจจุบัน หลังคามุงกระเบื้องดินเผาหางมน พื้นศาลเป็นไม้ยกชั้น 2 ชั้น มีเสารองรับ 6 เสา ฝาไม้ลูกประกนขนาดเล็ก

 โบราณสถานของชาติ

ศาลพันท้ายนรสิงห์ถูกประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 72 ตอนที่ 2 เมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2498 กรมศิลปากรได้ดำเนินการจัดสร้างศาลพันท้ายนรสิงห์ขึ้น อยู่ถัดจากศาลเก่าที่พังลงมาไม่มากนัก โดยกันอาณาบริเวณรอบๆ ศาลไว้ประมาณ 100 ไร่ เพื่อจัดตั้งเป็น "อุทยานพันท้ายนรสิงห์" ภายในศาลมีรูปปั้นของพันท้ายนรสิงห์ขนาดเท่าของจริงในท่าถือท้ายคัดเรือ

                 

สำหรับพันท้ายนรสิงห์ มีนามเดิมว่า สิงห์ แต่ก่อนท่านก็เป็นนักมวยที่เก่งมากและก็เคยขึ้นชกกับพระเจ้าเสือมาแล้ว แต่ว่าเสมอกัน พระเจ้าเสอรู้สึกประทับใจจึงให้เข้ารับราชการเป็นมหาดเล็ก แล้วเลื่อนขึ้นมาเป็นราชองครักษ์

เรื่องราวของพันท้ายปรากฏอยู่ในพระราชพงศาวดารกรุศรีอยุธยาฉบับต่างๆ เนื้อความเป็นไปในแบบเดียวกัน ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ใน พ.ศ.๒๒๔๗ สมเด็จพระสรรเพชญ์ ที่๘ ประพาสปากน้ำสาครบุรี (ปัจจุบันคือจังหวัดสมุทรสาคร) เพื่อทรงเบ็ด ด้วยเรือพระที่นั่งเอกไชย มีพันท้ายนรสิงห์เป็นนายท้าย ตามหลักฐานชุมนุมพระนิพนธ์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงบันทึกไว้ว่า พันท้ายนรสิงห์เป็นชาวบ้านนรสิงห์ แขวงเมืองอ่างทอง และเป็นที่โปรดปรานของสมเด็จพระสรรเพชญ์ ที่ ๘ จนทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เข้ารับราชกาลรับใช้พระองค์อย่างใกล้ชิด

คือความจงรักภักดีของพันท้ายนรสิงห์ท้ายนรสิงห์ที่มีต่อเจ้าเหนือหัวและความซื่อสัตย์ ที่มีต่อกฎหมายบ้านเมือง ยอมตาย.....เพื่อมิให้กฎหมายบ้านเมืองคลายความศักดิ์สิทธิ์

สมัยของพันท้ายนรสิงห์ถูกประหาร ตรงกับช่วงที่ขุนนางเมืองเชียงใหม่ซึ่งเป็นชาวพม่าที่กษัตริย์อังวะส่งมาปกครองขัดผลประโยชน์กับข้าหลวงเมืองเชียงแสน ทำให้เกิดการแบ่งกันว่าเมื่อเก็บภาษีได้เท่าใดในแต่ละเมืองก็จะแยกกันส่ง บรรณาการก็แยกกันเด็ดขาด ทำให้ล้านนาแตกออกเป็น 2 เสี่ยง ... เชียงแสนจึงกลายเป็นฐานที่มั่นของพม่ามาจนถึงปี พ.ศ.2447(ตรงกับ ร.1 แห่งกรุงสยามและ พระเจ้ากาวิละแห่งอภินวบุรีฯเชียงใหม่)... เชียงแสนกับเชียงใหม่จึงรบกันตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา (ดูเพิ่มในคร่าวเมืองเชียงแสนแตก)

ส่วนทางด้านเมืองน่านนั้น พญาน่าน 3 คนพี่น้องขอกำลังลาวเวียงจันท์ขึ้นมาฟื้นม่าน แต่ถูกกองทัพพม่าปราบได้ ปรากฏในพื้นเมืองน่านว่าพม่าเข้าเผาเมือง แม้กระทั่งคนที่อยู่ในวัดยังถูกฆ่าด้วย เหตุการณ์นี้นำไปสู่การสิ้นสุดระบบการปกครองเมืองน่านที่มีชาวพื้นเมืองปกครองและมีข้าหลวงกำกับ(เหมือนเชียงแสน)..... พม่าได้ส่งคนของพวกตนเข้ามาปกครองแทน.... จึงเป็นที่มาของ ราชวงศ์หลวงติน (อ่านว่า ติ๋น) เมื่อพญาตินหลวงจากเชียงใหม่มาปกครองเมืองน่าน... จนถึงสมัยรัชกาลที่ 1 เจ้าฟ้าอัทธวรปัญโญสวามิภักดิ์สยาม เมืองน่านจึงเป็นประเทศราชของสยามนับแต่นั้น และราชวงศ์หลวงตินสิ้นสุดลงเมื่อเจ้ามหาพรหมสุรธาดาพิราลัยนั่นเอง

ภรรยาขององค์พันท้ายนรสิง คือแม่สีนวล แม่สีนวลไม่ทราบมาก่อนครั้นพอแม่นวลทราบก้ไปไม่ทันเสียแล้ว...แม่นวลร้องให้น้ำตาเป็นสายเลือด..ทรงเสียใจ..และยังทรงเฝ้ารอพันท้ายนรสิงห์อยู่ริมคลอง..ได้แต่พูดว่าไปไม่ลา.................

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01 พฤศจิกายน 2008, 10:01:05 pm โดย d@eng » บันทึกการเข้า

Mr.ladkrabang
Sr. Member
****

คะแนนจิตพิสัย +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 318

เมื่อรบ...ต้องชนะ


เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: 26 กันยายน 2008, 10:51:40 pm »

พี่แดงร้องเพลงพันท้ายนรสิงห์ให้ฟังหน่อยครับ
บันทึกการเข้า
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14305


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 26 กันยายน 2008, 11:07:12 pm »

พี่แดงร้องเพลงพันท้ายนรสิงห์ให้ฟังหน่อยครับ

       


ฟังของไวพจน์ เพชรสุพรรณ  ไปก่อนนะน้องลาดกระบัง

http://radio.sanook.com/radio/player7/?songID=57132



 

http://shop.maemaiplengthai.com/modules/name-cd-405/page13.html
บันทึกการเข้า

Mr.ladkrabang
Sr. Member
****

คะแนนจิตพิสัย +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 318

เมื่อรบ...ต้องชนะ


เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: 26 กันยายน 2008, 11:14:58 pm »

ขอบคุณมากครับ
บันทึกการเข้า
test009
Newbie
*

คะแนนจิตพิสัย +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: 27 ธันวาคม 2010, 07:06:20 pm »

ขอบคุณมากครับ
บันทึกการเข้า

gclub    gclub
laykaka
Newbie
*

คะแนนจิตพิสัย +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: 07 เมษายน 2011, 04:29:59 pm »

ขอบคุณมาก ครับ
บันทึกการเข้า

ragnarok ragnarok
แร็คเถื่อน แร็คเถื่อน
sbolover
Newbie
*

คะแนนจิตพิสัย +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3


« ตอบ #6 เมื่อ: 14 กุมภาพันธ์ 2012, 07:33:26 pm »

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ
บันทึกการเข้า

ดูกีฬา,เช็คผลบอลผ่าน SBOTV SBONews
SBOsports
Teddy
Newbie
*

คะแนนจิตพิสัย +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: 16 พฤษภาคม 2012, 06:01:50 pm »

-ขอบคุณมากๆๆครับ ^^
บันทึกการเข้า

lmdangnokzz
Newbie
*

คะแนนจิตพิสัย +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: 13 กรกฎาคม 2012, 07:56:56 pm »

ขอบคุณมากๆเลยคร๊าบ สำหรับข้อมูลดีๆ
บันทึกการเข้า

NickkY37
Newbie
*

คะแนนจิตพิสัย +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: 03 มิถุนายน 2013, 09:07:55 pm »

ไม่น่าถูกประหารเลย
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: