หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: 25 พฤศจิกายน วันยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี  (อ่าน 215 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14177


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« เมื่อ: 25 พฤศจิกายน 2011, 07:46:02 am »



            25 พฤศจิกายน วันยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง   องค์การ สหประชาชาติกำหนดให้วันที่ 25พฤศจิกายนของทุกปีเป็นวันยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง เพื่อรำลึกถึงนักต่อสู้หญิงชาวมิชิแกน3คน ซึ่งถูกลอบสังหารอย่างทารุนโดยผู้นำเผด็จการเมื่อพ.ศ.2530ประเทศ ไทยมีการรณรงค์วันนี้เป็นครั้งแรกเมื่อพ.ศ.2538โดยมูลนิธิเพื่อนหญิง องค์กรสตรี องค์กรแรงงาน นักวิชาการและนักศึกษา ได้มีการนำมาตรการยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงเสนอต่อรัฐบาล สาธารณชนและสังคม เพื่อให้เกิดการตระหนักว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงไม่ใช่เรื่องส่วน ตัวของผู้หญิงคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นปัญหาสังคมที่ต้องร่วมกันแก้ไขในปี 2542 รัฐบาลได้มีมาตรการให้ 20 โรงพยาบาล นำร่องในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขจัดตั้งหน่วยช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กที่ ถูกกระทำรุนแรงและให้เดือนพฤศจิกายนของทุกปีเป็น “เดือนยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี”

           ปี 2547 รัฐบาลได้ประกาศนโยบายเรื่องสตรีที่สำคัญ 2 ประการ

      1. กระทรวงสาธารณสุขได้เพิ่มจำนวนศูนย์พึ่งได้ (ศูนย์ช่วยเหลือผู้หญิงและเด็ก) 104 ศูนย์ทั่วประเทศ

       2. รัฐบาลได้ตระหนักว่า การค้ามนุษย์เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงและประเทศไทยเป็นแหล่งเคลื่อน ไหวของกระบวนการค้ามนุษย์ สถานะประเทศต้นทาง ทางผ่านและปลายทาง คือนำเด็กและผู้หญิงจากในประเทศและจากประเทศเพื่อนบ้านมาค้าบริการทางเพศใน ประเทศไทยและผ่านไปประเทศอื่น รวมทั้งใช้แรงงานโดยการกดขี่ทารุน บังคับขู่เข็ญให้เป็นขอทานหรือกระทำการอื่นใดที่ไร้คุณธรรม 


            หลายหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นกระทรวงยุติธรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ยูนิเฟม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพสสส.มูลนิธิเพื่อนหญิง ตลอดจนเครือข่ายยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง จึงได้รวมพลัง สร้างค่านิยม “ไม่เพิกเฉย” ต่อความรุนแรง พร้อมดำเนินโครงการรณรงค์ “หนึ่งเสียง หยุดความรุนแรงต่อผู้หญิง” ริบบิ้นสีขาว ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งความพยายามที่จะยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี 

          ความรุนแรงต่อผู้หญิง หมายถึง “การ กระทำใดๆ ที่เป็นความรุนแรงที่เกิดจากอคติทางเพศ ซึ่งเป็นผลให้เกิดความทุกข์ทรมานแก่สตรี รวมทั้งการขู่เข็ญ คุกคาม กีดกันเสรีภาพทั้งในที่สาธารณะและในชีวิตส่วนตัว” โดย รูปแบบที่ปรากฏอยู่ในสังคมบ้านเรานั้นมีหลากหลายรูปแบบ ล้วนแต่เป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด และทุกข์ทรมานทั้งทางร่างกายและจิตใจของผู้หญิง ซึ่งความหลากหลายความรุนแรงต่อผู้หญิงที่สังคมไม่ควรควรมองข้าม ความ รุนแรงทางเพศ

            หลายคนนึกถึงแต่การถูกข่มขืน ซึ่งจริงๆแล้วมีตั้งแต่การแทะโลมด้วยสายตาและวาจา การอนาจาร ลวนลาม คุกคามทางเพศ การข่มขืน (รวมถึงการข่มขืนภรรยา) รุมโทรม การข่มขืนฆ่า ซึ่งส่วนใหญ่พบว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คือ ปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้หญิงถูกกระทำความรุนแรงทางเพศ   ความรุนแรงในครอบครัว  ล่วง ละเมิด บังคับ ขู่เข็ญ ทำร้าย โดยบุคคลในครอบครัว อาจจะใช้กำลังทุบตีภรรยา ไม่รับผิดชอบครอบครัว นอกใจภรรยา ขายลูกสาว ด่าทอ ดูถูกเหยีดหยาม การปิดกั้นทางสังคมไม่ให้ติดต่อเพื่อน ญาติพี่น้องหรือสังคมภายนอก การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ทั้งจากเพศสัมพันธ์ที่ไม่รับผิดชอบของฝ่ายชายหรือจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ และการไม่สามารถต่อรองเรื่องการคุมกำเนิดกับคู่ครองได้  การติดโรคทางเพศสัมพันธ์ ติดเชื้อเอดส์จากสามีหรือจากการถูกละเมิดทางเพศ  การ นำเสนอผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ เป็นการมองว่าผู้หญิงเป็นวัตถุที่สามารถ ดึงดูดได้ในสื่อลามกต่างๆการโฆษณาสินค้า รวมทั้งการแอบถ่ายคลิปฉาวต่างๆ และการล่อลวงมาบังคับค้าประเวณีหรือใช้แรงงานเยี่ยงทาส.   


ที่มา : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ (สสส.)  -  ภาพจากอินเตอร์เน็ต
บันทึกการเข้า

แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14177


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 25 พฤศจิกายน 2011, 07:46:16 am »



รวมพลังสังคม รณรงค์หนึ่งเสียง หยุดความรุนแรงต่อผู้หญิง

            ผู้หญิง ถือเป็นเพศที่อ่อนแอ ด้วยเหตุนี้หรือเปล่า??? ที่ทำให้ “ผู้หญิง” อย่างเราๆ มักถูกล่อลวงหรือล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำรุนแรงอย่างหนึ่ง รวมทั้งการปล่อยคลิปฉาวที่ปัจจุบันดูเหมือนจะเป็นเรื่องฮิตของดารา นักร้อง ที่กำลังเป็นที่นิยม ซึ่งปัญหาเหล่านี้มักจะไม่ได้รับการช่วยเหลือหรือเพิกเฉยจากผู้พบเห็น เพราะเข้าใจว่า นั่นเป็นปัญหาภายในครอบครัว ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว!!

              แต่ที่น่าตกใจ!! คือ เหยื่อที่ถูกกระทำส่วนใหญ่ ไม่ได้ดำเนินการเอาเรื่องกับผู้กระทำผิด ซึ่งเหตุผลอาจมีมากมายไม่ว่าจะหวาดกลัวการถูกทำร้ายซ้ำ เกรงสังคมจะตราหน้าให้อับอาย กลัวพ่อแม่ดุด่า เป็นต้น


            เพื่อรณรงค์ยุติความรุนแรงที่เกิดขึ้น ทุกวันที่ 25 พ.ย.ของทุกปี องค์การสหประชาชาติจึงได้กำหนดให้เป็น “วันยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง” ขึ้น ด้วยเหตุนี้ หลายหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นกระทรวงยุติธรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ยูนิเฟม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส. มูลนิธิเพื่อนหญิง ตลอดจนเครือข่ายยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง จึงได้รวมพลัง สร้างค่านิยม “ไม่เพิกเฉย” ต่อความรุนแรง พร้อมดำเนินโครงการรณรงค์ “หนึ่งเสียง หยุดความรุนแรงต่อผู้หญิง” โดย ได้รับพระกรุณาธิคุณจากพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ในการเป็นทูตสันถวไมตรีให้กับกองทุนการพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติในการ ต่อต้านความรุนแรงต่อผู้หญิง (UNIFEM) ในโครงการ Say NO to Violence Against Women 

             ซึ่งหากจะพูดถึงความรุนแรงต่อผู้หญิงจริงๆ แล้วนั้น หมายถึง “การ กระทำใดๆ ที่เป็นความรุนแรงที่เกิดจากอคติทางเพศ ซึ่งเป็นผลให้เกิดความทุกข์ทรมานแก่สตรี รวมทั้งการขู่เข็ญ คุกคาม กีดกันเสรีภาพทั้งในที่สาธารณะและในชีวิตส่วนตัว”

             โดย รูปแบบที่ปรากฏอยู่ในสังคมบ้านเรานั้นมีหลากหลายรูปแบบ ล้วนแต่เป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด และทุกข์ทรมานทั้งทางร่างกายและจิตใจของผู้หญิง ซึ่งความหลากหลายความรุนแรงต่อผู้หญิง...ที่สังคมไม่ควรควรมองข้าม แบ่งเป็น 

             ความรุนแรงทางเพศ หลายคนนึกถึงแต่การถูกข่มขืน ซึ่งจริงๆแล้ว มีตั้งแต่การแทะโลมด้วยสายตา และวาจา การอนาจาร ลวนลาม คุกคามทางเพศ การข่มขืน (รวมถึงการข่มขืนภรรยา) รุมโทรม การข่มขืนฆ่า ซึ่งส่วนใหญ่พบว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คือ ปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้หญิงถูกกระทำความรุนแรงทางเพศ

             ความรุนแรงในครอบครัว ล่วง ละเมิด บังคับ ขู่เข็ญ ทำร้าย โดยบุคคลในครอบครัว อาจจะใช้กำลังทุบตีภรรยา ไม่รับผิดชอบครอบครัว นอกใจภรรยา ขายลูกสาว ด่าทอ ดูถูกเหยีดหยาม การปิดกั้นทางสังคมไม่ให้ติดต่อเพื่อน ญาติพี่น้อง หรือสังคมภายนอก เป็นต้น

             การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ทั้งจากเพศสัมพันธ์ที่ไม่รับผิดชอบของฝ่ายชายหรือจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ และการไม่สามารถต่อรองเรื่องการคุมกำเนิดกับคู่ครองได้

             การติดโรคทางเพศสัมพันธ์ ติดเชื้อเอดส์จากสามี หรือจากการถูกละเมิดทางเพศ

             การนำเสนอผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ เป็นการมองว่าผู้หญิงเป็นวัตถุที่สามารถ ดึงดูดได้ในสื่อลามกต่างๆ การโฆษณาสินค้า รวมทั้งการแอบถ่ายคลิปฉาวต่างๆ

             และการล่อลวงมาบังคับค้าประเวณี หรือใช้แรงงานเยี่ยงทาส

             โดยนายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้จัดการมูลนิธิเพื่อนหญิง ให้ข้อมูลว่า จากสถิติการให้บริการของศูนย์พึ่งได้ในโรงพยาบาลประจำจังหวัด 297 แห่ง ในปี พ.ศ. 2550 มีเด็ก สตรีและผู้สูงอายุที่ถูกกระทำทารุณเข้ารับบริการถึง 19,068 ราย เป็นผู้หญิงอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 8,172 ราย และสถิติมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยพบความรุนแรงที่เกิดต่อผู้หญิง เป็นการกระทำของใกล้ชิด แฟน และสามี มากกว่าคนไม่รู้จักกันหรือคนแปลกหน้าซึ่งมีจำนวนน้อยมาก

             ในส่วนของมูลนิธิเพื่อนหญิงได้รับแจ้งเรื่องร้องเรียนการกระทำความรุนแรงต่อผู้หญิงเฉลี่ยปีละ 1,500 รายและพบว่าปี 2551 น่าจะเพิ่มถึง 1,600 ราย โดย 80% เป็นการกระทำความรุนแรงในครอบครัวและ 20% เป็นคดีข่มขืนและภัยทางเพศ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ควรเป็นปัญที่ต้องรีบเร่งดำเนิการแก้ไขโดยด่วน


            นอกจากนี้ยังพบว่า จากสถิติของกองวิจัยและวางแผนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่เดือนเมษายน– กันยายน พ.ศ. 2551 พบว่าความรุนแรงต่อผู้หญิงที่มีการแจ้งความดำเนินคดีการทำร้ายร่างกาย และข่มขืนกระทำชำเราสูงถึง 18,191 ราย และ 4,359 ราย ตามลำดับ อย่างไรก็ตามจากผลการสำรวจ และรวบรวมข้อมูลของมูลนิธิเพื่อนหญิง พบว่าหลายกรณีของความรุนแรงต่อผู้หญิงมีปัจจัยกระตุ้นก่อให้เกิดความรุนแรง มากขึ้น คือ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาเสพติด และการพนัน
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: