หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: 25 พฤศจิกายน วันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า  (อ่าน 219 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14177


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« เมื่อ: 25 พฤศจิกายน 2011, 07:26:16 am »




๒๕ พฤศจิกายน วันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า


                                                          หากสยามยังอยู่ยั้ง       ยืนยง

                                                           เราก็เหมือนอยู่คง     ชีพด้วย

                                                           หากสยามพินาศลง     ไทยอยู่ ได้ฤา

                                                           เราก็เหมือนมอดม้วย     หมดสิ้นสกุลไทย


พระราชนิพนธ์สยามานุสสติ ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว 

พระราชประวัติ

          พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ทรงพระราชสมภพเมื่อ วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๔๒๓ ได้รับพระราชทานพระนาม สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ต่อมาทรงได้รับการสถาปนาเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมารสืบแทนพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ซึ่งประชวรและเสด็จสวรรคตเมื่อทรงพระเยาว์ ทรงได้รับการศึกษาวิชาต่าง ๆหลายสาขา เช่น วิชาอักษรศาสตร์และศิลปศาสตร์ และทรงเสด็จไปศึกษาต่อ ณ ประเทศอังกฤษ ในปี พ.ศ.๒๔๓๖ พระชนมายุได้ ๑๓ พรรษา พระองค์ทรงศึกษาวิชาการทหารที่โรงเรียนทหารบกแซนด์เฮิสต์ และทรงศึกษาวิชาประวัติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และภูมิศาสตร์ในมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด รวมเวลาที่ทรงศึกษาอยู่ในต่างประเทศเป็นเวลา ๙ ปี ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกที่สำเร็จการศึกษาต่างประเทศ เมื่อเสด็จกลับประเทศไทยทรงรับราชการในกองทัพบก ใน พ.ศ. ๒๔๔๗ ทรงผนวชที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม องค์อุปัชฌาย์คือ พระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นเวลา ๑ พรรษา

                      ครั้นสมเด็จพระปิยมหาราชเสด็จสรรคต ณ วันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๕๓ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติสืบราชสันตติวงศ์ ทรงพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะนั้นทรงมีพระชนมายุ ๓๑ พรรษา พระองค์ทรงครองราชย์ได้ ๑๕ พรรษา ก็ทรงพระประชวรโรคพระโลหิตเป็นพิษ เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๖๘ พระชนมายุ ๔๕ พรรษา ทรงมีพระราชธิดาองค์เดียวคือ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัตน์ราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ประสูติก่อนพระองค์เสด็จสวรรคต เพียง ๒ ชั่วโมง



พระราชกรณียกิจด้านการปกครอง

          พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระปรีชาสามารถ
หลายด้าน โดยเฉพาะในด้านการปกครอง การศึกษา การศาสนา การทหาร การเมืองระหว่างประเทศ อักษรศาสตร์ ศิลปกรรม
พระองค์ทรงปรับปรุงการปกครองแผ่นดินทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เปลี่ยนคำเรียก
ชื่อเมืองเป็นจังหวัด รวมมณฑลเป็นภาค ทรงจัดตั้งและปรับปรุงกระทรวงทบวงกรมต่างๆ มาก
มายเช่น ยก กรมทหารเรือเป็นกระทรวงทหารเรือ เปลี่ยนชื่อ กระทรวงธรรมการเป็นกระทรวงศึกษาธิการ ทรงจัดระเบียบกระทรวงยุติธรรมใหม่ โดยแยกหน้าที่ฝ่ายธุรการ และฝ่ายตุลาการออกจากกัน ทรงจัดตั้งเนติบัณฑิตยสภา ทรงตั้งกรมศิลปากร กรมพาณิชย์ กรมสาธารณสุข

              พระองค์ทรงเป็นนักประชาธิปไตยได้พระราชทานเสรีภาพแก่นักเขียน นักหนังสือพิมพ์ในการเขียนวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติใด ๆได้ ทรงพระราชนิพนธ์บทความต่าง ๆเกี่ยวกับการเมือง โดยทรงใช้พระนามแฝงว่า " อัศวพาหุ" บ้าง "รามจิตติ" บ้างส่งไปลงหนังสือพิมพ์ ถ้ามีคนเขียนโต้แย้งจะทรงตอบด้วยน้ำพระราชหฤทัยเป็นนักประชาธิปไตยมิได้ทรง ใช้พระราชอำนาจ


เมืองดุสิตธานี

          พระองค์ทรงตั้งเมือง " ดุสิตธานี " ขึ้นเพื่อทรงทดลองการปกครองระบอบประชาธิปไตย
เมืองดุสิตธานี เป็นเมืองจำลองเล็กๆ ตั้งอยู่ภายในเขตพระราชฐาน ทรงจัดการปกครองแบบคณะนคราภิบาล เพื่อเป็นการทดลอง และทรงอบรมสั่งสอนการบริหารการปกครองระบอบประชาธิปไตย ทรงเน้นการวางผังเมือง การสาธารณูปโภค การสุขาภิบาล และการจัดสวนสาธารณะ


ทรงกำหนดให้คนไทยมีนามสกุล โดยประกาศใช้พระราชบัญญัตินามสกุล เมื่อพ.ศ.๒๔๕๖

เพื่อเป็นการให้คนไทยมีนามสกุลใช้ต่อท้ายชื่อเป็นสกุลวงศ์ของครอบครัว และเพื่อป้องกันความ

สับสนในกรณีที่มีชื่อซ้ำกัน และยังช่วยทำให้คนในสกุลทำความดีเพื่อรักษาเกียรติยศของวงศ์ตระกูล

ในปีพ.ศ. ๒๔๕๖ ได้ทรงประกาศให้เลิกใช้จุลศักราช และใช้พุทธศักราชแทน

ในปีพ.ศ. ๒๔๖o โปรดให้เลิกโรงหวย ก. ข. รวมทั้งโรงบ่อนการพนัน



พระราชกรณียกิจด้านการศึกษา

          พ.ศ. ๒๔๕๓ โปรดเกล้าฯพระราชทานที่ดินและพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดตั้งโรงเรียน มหาดเล็กหลวง เป็นโรงเรียนในพระองค์ ปัจจุบันคือ โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย จัดการศึกษาระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย
พ.ศ. ๒๔๕๔ ทรงรวมกรมโยธา และกรมพิพิธภัณฑ์เป็น กรมศิลปากร เพื่อให้การศึกษาและอนุรักษ์วัฒนธรรม ศิลปกรรม โบราณคดีทรงจัดตั้งโรงเรียนพาณิชยการ เพื่อให้การศึกษาอาชีวศึกษา ด้านวิชาการกฏหมาย ทรงยกฐานะโรงเรียนกฏหมาย ต่อมาโปรดเกล้าฯให้ตั้งเนติบัณฑิต ทำหน้าที่ให้การศึกษาด้านกฏหมายและควบคุมจรรยาบรรณของนักกฏหมาย

           พ.ศ. ๒๔๕๖ ทรงจัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูสตรี เพื่อส่งเสริมการศึกษาของสตรี เปิดโรงเรียนสตรีตามจังหวัดต่าง ๆ ทำให้การศึกษาของสตรีแพร่หลายพัฒนามาแต่บัดนั้น

            พ.ศ. ๒๔๕๙ โปรดเกล้าฯ ให้ยกโรงเรียนมหาดเล็กหลวงเป็นโรงเรียนข้าราชการพลเรือน และได้สถาปนาเป็น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในเวลาต่อมา นับเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย

              ทรงวางรากฐานการศึกษาแผนใหม่ในระดับประถมศึกษา โดยทรงจัดตั้งโรงเรียนครูประถมกสิกรรม เพื่อให้การศึกษาด้านเกษตรกรรมแพร่หลายออกไป ทรงจัดตั้งโรงเรียนแพทย์ทหารบก ต่อจากการจัดตั้งโรงเรียนการพยาบาลแล้ว ในปี พ.ศ. ๒๔๖๑ โปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติประถมศึกษา เป็นการเริ่มต้นการศึกษาการจัดการเรียนการสอนภาคบังคับในประเทศไทย


พระราชกรณียกิจด้านการลูกเสือ





                     ทรงตั้งกองเสือป่าขึ้นเมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๕๙ เพื่อฝึกฝนให้ประชาชนได้เรียนรู้วิชาทหาร ทำให้เป็นคนมีวินัย ปลุกใจให้มีความจงรักภักดี และป้องกันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ปลูกฝังความสามัคคีในหมู่คณะ ช่วยประเทศชาติในยามสงคราม

                         ในวันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ ทรงโปรดเกล้าฯ จัดตั้งกองลูกเสือไทยขึ้นพร้อมประกาศข้อบังคับลักษณะการปกครองลูกเสือไทย ฉบับแรก และได้พระราชทานคติประจำใจลูกเสือทุกคนว่า " เสียชีพอย่าเสียสัตย์" กิจการลูกเสือของไทยได้เจริญรุ่งเรืองเป็นคุณประโยชน์แก่บ้านเมืองของไทยมา จนปัจจุบัน และได้วิวัฒนาการแตกสาขาออกไปเป็นกองอาสารักษาดินแดน ลูกเสือชาวบ้าน เนตรนารี เป็นต้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงเป็น พระบิดาแห่งลูกเสือไทย


บันทึกการเข้า

แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14177


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 25 พฤศจิกายน 2011, 07:30:07 am »




พระราชกรณียกิจด้านการศาสนา

              พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามาก ทรงผนวชที่วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นเวลา ๑ พรรษา ทรงมีความรู้พระพุทธศาสนาอย่างแตกฉาน ทรงพระราชนิพนธ์บทสรรเสริญพระรัตนตรัย ทรงเป็นคนไทยคนแรกที่ทรงแสดงตนเป็นพุทธมามกะ ทรงพระราชนิพนธ์เรื่องเกี่ยวกับศาสนาไว้หลายเรื่อง เช่น เทศนาเสือป่า พระพุทธเจ้าตรัสรู้อะไร พระราชนิพนธ์แปลเทศนามงคลวิเศษกถาทรงไว้เป็นภาษาอังกฤษด้วย

               นอกจากนั้นทรงบูรณะปฏิสังขรณ์พระปฐมเจดีย์ เป็นพระเจดีย์ที่สูงใหญ่ที่สุดของไทย เป็นปูชนียวัตถุที่ศักดิ์สิทธิ์และสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งที่ประชาชนมากราบ ไหว้สักการะอยู่เนือง ๆ ที่พระปฐมเจดีย์แห่งนี้ มีพระร่วงโรจนฤทธิ์ เป็นพระพุทธรูปประดิษฐานในวิหารทิศเหนือที่เรียกว่า วิหารหลวงพ่อพระร่วง พระร่วงโรจนฤทธิ์เป็นพระพุทธรูปประทับยืนปางห้ามญาติที่มีความงดงามเป็นเลิศ องค์หนึ่งในประเทศไทย ที่ใต้ฐานพระร่วงโรจนฤทธิ์ เป็นที่บรรจุพระอังคารของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว


พระราชกรณียกิจด้านวรรณกรรมและศิลปกรรม

          พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเชี่ยวชาญในด้านอักษรศาสตร์เป็น อย่างยิ่ง ทรงพระราชนิพนธ์ร้อยแก้วและร้อยกรองได้ทุกแบบ ทั้งโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน เป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงพระราชนิพนธ์หนังสือมากที่สุด แม้จะทรงมีพระราชภาระในการบริหารราชการแผ่นดินมากมายเพียงใด ชั่วระยะเวลา ๑๕ ปีที่ทรงครองราชย์ ได้ทรงพระราชนิพนธ์หนังสือไว้ถึง ๒,ooo เรื่อง ทั้งยังเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ โดยแบ่งออกเป็น ๗ หมวด ได้แก่ โขนและละคร / พระราชดำรัส พระบรมราโชวาท พระบรมราชานุศาสนีย์ เทศนาปลุกใจเสือป่า / นิทานและบทชวนหัว / บทความที่ลงหนังสือพิมพ์ / ร้อยกรอง / สารคดี / อื่นๆ เช่น พระราชบันทึก พระราชหัตถเลขา

บทพระราชนิพนธ์บทหนึ่งของพระองค์ที่แสดงถึงความสำคัญของวรรณกรรมและศิลปกรรม คือ



                พระราชนิพนธ์ที่ทรงคุณค่าของพระองค์ วรรณคดีสโมสรได้คัดเลือกพระราชนิพนธ์บทละครพูด หัวใจนักรบ บทละครพูดคำฉันท์ มัทนะพาธา เป็นวรรณกรรมเอก   

          นายตำรา ณ เมืองใต้ ได้ยกย่องปกิณกคดีของอัศวพาหุ โดยเฉพาะเรื่อง เมืองไทยจงตื่นเถิด บทละครคำฉันท์ มัทนะพาธา บทละครวิวาห์พระสมุทร และพระนลคำหลวง 


เรื่องแปลที่มีชื่อเสียงมากคือ ตามใจท่าน โรเมโอและจูเลียต นินทาสโมสร เวนิสวานิช ที่เราจดจำรำลึกกันได้ก็คือ



                    ด้วยพระอัจฉริยภาพในด้านอักษรศาสตร์ พระปรีชาสามารถในด้านต่างๆ พระราชกรณียกิจอันเป็นคุณประโยชน์แก่ประชาชนและประเทศนานัปการ พระองค์จึงทรงได้รับการยกย่องเทิดพระเกียรติคุณว่า " สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า "ซึ่งหมายถึงมหาราชผู้ซึ่งเป็นจอมปราชญ์

                       องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโกได้ยกย่องพระ บาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นบุคคลสำคัญของโลกพระองค์หนึ่ง โดยพระราชเกียรติคุณ พระราชประวัติที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจเอนกอนันต์ องค์การยูเนสโกได้สดุดีฉลองวันพระราชสมภพครบรอบ ๑๐๐ ปีในวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๒๔ พร้อมกันนี้รัฐบาลได้เปิดอาคาร หอวชิราวุธานุสรณ์ ในบริเวณหอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการ กิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ พระราชประวัติ ผลงานด้านวรรณกรรม เป็นต้น สำหรับประชาชนได้ศึกษาหาความรู้ตลอดไป 

บรรณานุกรม

ประกาศ วัชราภรณ์. นักวัฒนธรรมไทยระดับโลก. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ : ดอกหญ้า ,
๒๕๔๕.
สมพร เทพสิทธา. พระเกียรติคุณพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว. กรุงเทพฯ : สภาสังคม
สงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ, ๒๕๓๐.

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

พิพิธภัณฑ์ รัชกาลที่ 6 ชั้นที่ 2 อาคารราชวัลลภ กรมการรักษาดินแดน ถนนเจริญกรุง http://www.tdd.mi.th/private/pipitapan.htm

รวบรวมข้อมูลโดย : ฝ่ายวารสารและเอกสาร / งานพัฒนาและจัดการสารสนเทศ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ




น้อมระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะฯ

บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: