หน้าแรกบอร์ด
ช่วยเหลือ
ค้นหา
ปฏิทิน
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
» ยินดีต้อนรับคุณ,
บุคคลทั่วไป
กรุณา
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว:
พ.จ.ต. สุเทพ อิ่มเอิบ อีเมล
s_dmax@yahoo.com
รุ่น22 เออรี่ปี51 เบอร์โทรบ้าน 027512367 มือถิอ 0853386520 เปิดร้านขายซุบหางวัวอยู่ที่ ต.บางพลีใหญ่ สมุทรปราการถ้าผ่านมาแวะมาลองชิมกันได้
บ้านเลขที่ 22
>
พระมหากษัตริย์ไทย
>
ประวัติศาสตร์ไทย
>
ราชวงศ์สุพรรณ ภูมิ........
หน้า: [
1
]
ลงล่าง
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
พิมพ์
ผู้เขียน
หัวข้อ: ราชวงศ์สุพรรณ ภูมิ........ (อ่าน 846 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
ราชวงศ์สุพรรณ ภูมิ........
«
เมื่อ:
05 มิถุนายน 2010, 08:02:32 pm »
ราชวงศ์สุพรรณภูมิ
ราชวงศ์สุพรรณภูมิ เป็นราชวงศ์ที่สองที่ได้ครองกรุงศรีอยุธยา กษัตริย์แห่งราชวงศ์นี้เชื่อว่าสืบเชื้อสายมาจากผู้ปกครองเมืองสุพรรณบุรี เป็นราชวงศ์ที่มีพระมหากษัตริย์ปกครองมากที่สุด ประกอบด้วยพระมหากษัตริย์ ๑๑ พระองค์
รากฐานของความขัดแย้งแต่ดั้งเดิมของกรุงศรีอยุธยา มาจากการช่วงชิงอำนาจทางการเมือง ระหว่างราชวงศ์ที่สถาปนากรุงศรีอยธยา คือราชวงศ์ละโว้-อโยธยา ซึ่งบางสำนักประวัติศาสตร์เรียกว่า "ราชวงศ์อู่ทอง" กับราชวงศ์สุพรรณภูมิ ที่เดิมเป็นเครือญาติใกล้ชิดกัน ทว่าการสืบทอดราชสมบัติไม่ลงตัว บรรยากาศทางการเมืองของเครือญาติ จึงเปลี่ยนเป็นความรุนแรง ยามราชวงศ์ละโว้-อโยธยาเรืองอำนาจ ฝ่ายราชวงศ์สุพรรณภูมิก็คืนสู่เมืองสุพรรณภูมิ (สุพรรณบุรี) พอราชวงศ์สุพรรณภูมิเข้มแข็ง ก็ยกกองทัพมาขับละโว้-อโยธยากลับคืนยังเมืองละโว้ (ลพบุรี) ศูนย์อำนาจเดิมของตนเช่นกัน ต่อมาภายหลังราว พ.ศ. ๑๙๕๐ เป็นต้นมา กษัตริย์แคว้นสุพรรณภูมิได้กำลังสนับสนุนจากแคว้นสุโขทัย ยกพลไปยึดครองกรุงศรีอยุธยาได้สำเร็จ สถาปนาราชวงศ์สุพรรณภูมิ ครอบครองพระนครอย่างมั่นคง และยิ่งยืนนานมากกว่าราชวงศ์อื่นใด
ด้านการปกครองในขณะนั้น ทางพระนครใช้ระบบแต่งตั้งเจ้านายเชื้อพระวงศ์ไปปกครองบรรดาเมืองลูกหลวง หลานหลวง อำนาจจึงกระจายอยู่ที่บรรดาเจ้าเมืองสำคัญ ๆ พระนครมิได้เป็นศูนย์รวมอำนาจอย่างแท้จริง เครือข่ายความสัมพันธ์ทางอำนาจ จำกัดอยู่เพียงเครือญาติที่ไม่มีหลักประกันว่าจะจีรังไปนานเท่าใด เมื่อสิ้นรัชกาลก็มักเกิดการแย่งชิงอำนาจกันในกลุ่มพระญาติพระวงศ์ ที่เป็นเจ้าเมืองใหญ่ ๆ เหล่านั้น ในรัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ (พ.ศ. ๑๙๙๑-๒๐๓๑) จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิรูปลักษณะการปกครอง และบริหารราชการ ดึงอำนาจการปกครองแผ่นดินมาไว้ที่ส่วนกลาง ยกเลิกการแต่งตั้งเจ้านายในราชวงศ์ไปปกครองเมืองสำคัญ และลดอำนาจเจ้าเมืองที่ครองเมืองต่าง ๆ ซึ่งเป็นเชื้อสายราชวงศ์เดิมลง
การปฏิรูปการปกครอง ทำให้มีกลุ่มผู้เสียประโยชน์ โดยเฉพาะเจ้านายฝ่ายสุโขทัย ที่เคยมีอำนาจปกครองเมืองสำคัญ ๆ มาก่อน ฝ่ายสุโขทัยจึงหันไปเข้ากับแคว้นล้านนา ทำให้สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ต้องเสด็จไปประทับยังเมืองพิษณุโลก ทรงใช้พิษณุโลกเป็นศูนย์บัญชาการต่อต้านการ "รุกราน" ของล้านนายาวนานถึง ๗ ปี โดยทางพระนคร โปรดให้พระราชโอรสปกครอง และรับผิดชอบราชการ นั่นคือสาเหตุให้ราชอาณาจักรศรีอยุธยา ต้องแบ่งราชธานีออกเป็นเมืองเหนือกับเมืองใต้โดยปริยาย และเป็นที่รู้กันต่อมาว่า ราชธานีฝ่ายเมืองเหนือหรือพิษณุโลก เป็นราชธานีของพระมหาอุปราช
ต่อมาราวปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๑ สมัยสมเด็จพระไชยราชาธิราช ทรงรวบรวมบ้านเมืองให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้สำเร็จ โดยยกเลิกให้เชื้อพระวงศ์ไปครองเมืองพิษณุโลก ตามฐานันดรพระมหาอุปราช เรียกเจ้านายราชวงศ์สุโขทัย และฝ่ายเมืองเหนืออีกส่วนหนึ่ง ลงไปรับราชการเป็นขุนนางใกล้ชิด อยู่ในพระนครเป็นการบั่นทอนอำนาจลงทั้งหมด ทำให้กรุงศรีอยุธยาเป็นศูนย์กลางอำนาจอย่างแท้จริง
นักประวัติศาสตร์วิเคราะห์ว่า
นอกเหนือจากความเข้มแข็งเด็ดขาดของพระองค์แล้ว ปัจจัยสำคัญที่ทำให้สามารถแผ่อิทธิพล กระทั่งครอบคลุมถึงล้านนา ล้านช้างนั้น เกิดจากการติดต่อกับโปรตุเกส ทำให้กรุงศรีอยุธยาได้รับวิทยาการใหม่ ๆ ด้านอาวุธสงคราม อย่างไรก็ดี สันนิษฐานว่า ขณะนั้นเชื้อสายราชวงศ์ละโว้-อโยธยา ที่ถูกริดรอนอำนาจลง ได้อาศัยเงื่อนไขการปกครองแบบรวมศูนย์อำนาจ พยายามฟื้นฟูราชวงศ์ของตนขึ้นใหม่ เป็นเหตุให้กลุ่มเจ้านายราชวงศ์สุโขทัยกลุ่มเมืองเหนือ ร่วมกับกลุ่มอื่นที่ถูกลดอำนาจ (เช่นนครศรีธรรมราช) ถือโอกาสกำจัดราชวงศ์ละโว้-อโยธยา แล้วคืนอำนาจให้เชื้อสายราชวงศ์สุพรรณภูมิ คือพระเฑียรราชา ปกครองกรุงศรีอยุธยาสืบไปดังเดิม เป็นเช่นนี้เจ้านายราชวงศ์สุโขทัยจึงมีความดีความชอบ ได้รับคืนฐานันดรเดิม แล้วกลับไปครองแคว้นสุโขทัยดังเดิมที่เมืองพิษณุโลก
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
Re: ราชวงศ์สุพรรณ ภูมิ........
«
ตอบ #1 เมื่อ:
05 มิถุนายน 2010, 08:04:17 pm »
รายนามพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์สุพรรณภูมิ
๑. สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๑ - มีพระนามเดิมว่า พะงั่ว
ทรงเป็นผู้ร่วมสถาปนาอาณาจักรอยุธยา ในรัชสมัยของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ พระองค์ได้ครองเมืองสุพรรณบุรี เมื่อสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ เสด็จสวรรคต ได้นำกำลังจากเมืองสุพรรณบุรีมาประชิดกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระราเมศวรได้อัญเชิญพระองค์เข้าเมืองแล้วถวายพระราชสมบัติให้ พระองค์จึงเสด็จขึ้นครองราชสมบัติเมื่อปี พ.ศ. ๑๙๑๓ เสด็จสวรรคตเมื่อปี พ.ศ. ๑๙๓๑
๒. พระเจ้าทองลัน - ทรงเป็นพระราชโอรสของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๑
เสด็จขึ้นครองราชสมบัติสืบต่อจากพระราชบิดาเมื่อปี พ.ศ. ๑๙๑๓ แต่ครองราชสมบัติได้เจ็ดวัน สมเด็จพระราเมศวรก็ได้นำกำลังจากเมืองลพบุรีเข้ายึดกรุงศรีอยุธยาแล้วกุมตัวพระเจ้าทองลันไปสำเร็จโทษ
๓. สมเด็จพระอินทราชาที่ ๑ - ทรงเป็นพระราชนัดดาในสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๑ มีพระนามเดิมว่า นครอินทร์
เสด็จพระราชสมภพเมื่อปี พ.ศ. ๑๙๐๒ เสด็จขึ้นครองราชสมบัติเมื่อปี พ.ศ. ๑๙๕๒ จากการร่วมกับออกญามหาเสนา นำกำลังเข้ายึดอำนาจ เสด็จสวรรคตเมื่อปี พ.ศ. ๑๙๖๗
๔. สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ - ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระอินทราชาที่ ๑ มีพระนามเดิมว่า สามพระยา
เสด็จขึ้นครองราชสมบัติสืบต่อจากพระราชบิดาเมื่อปี พ.ศ. ๑๙๖๗ เสด็จสวรรคตเมื่อปี พ.ศ. ๑๙๙๑
๕. สมเด็จพระราเมศวรบรมไตรโลกนาถบพิตร - ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒
เสด็จพระราชสมภพเมื่อปี พ.ศ. ๑๙๗๔ เสด็จขึ้นครองราชสมบัติสืบต่อจากพระราชบิดาเมื่อปี พ.ศ. ๑๙๙๑ เสด็จไปประทับอยู่ที่เมืองพิษณุโลกเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๑๖ กระทั่งเสด็จสวรรคตเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๓๑
๕. สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๓ - ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระราเมศวรบรมไตรโลกนาถบพิตร มีพระนามเดิมว่า อินทราชา
เสด็จขึ้นครองราชสมบัติสืบต่อจากพระราชบิดาเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๓๑ เสด็จสวรรคตเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๓๔
๕. สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ - ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระราเมศวรบรมไตรโลกนาถบพิตร และเป็นพระอนุชาต่างมารดาของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๓ มีพระนามเดิมว่า เชษฐาธิราช
เสด็จพระราชสมภพเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๑๕ เสด็จขึ้นครองราชสมบัติสืบต่อจากพระเชษฐาเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๓๔ เสด็จสวรรคตเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๗๒
๖. สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๔- ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๓ มีพระนามเดิมว่า อาทิตย
วงศ์ เสด็จขึ้นครองราชสมบัติสืบต่อจากพระราชบิดาเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๗๒ เสด็จสวรรคตด้วยไข้ทรพิษเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๗๖
๗. สมเด็จพระรัฏฐาธิราช - ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๔
เสด็จพระราชสมภพเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๗๒ เสด็จขึ้นครองราชสมบัติสืบต่อจากพระราชบิดาเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๗๖ ในปีถัดมาสมเด็จพระเจ้าไชยราชาธิราชได้นำกำลังเข้ายึดกรุงศรีอยุธยาแล้วกุม ตัวสมเด็จพระรัฏฐาธิราชไปสำเร็จโทษ
๘. สมเด็จพระไชยราชาธิราช - ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ และเป็นพระอนุชาของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๔
เสด็จขึ้นครองราชสมบัติจากการนำกำลังเข้ายึดอำนาจเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๗๖ เสด็จสวรรคตเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๘๙ ด้วยสาเหตุไม่ชัดเจน
๙. พระยอดฟ้า - ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระไชยราชาธิราช
เสด็จพระราชสมภพเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๗๙ เสด็จขึ้นครองราชสมบัติสืบต่อจากพระราชบิดาเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๘๙ เสด็จสวรรคตเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๙๑ ด้วยสาเหตุไม่ชัดเจน
๑๐. สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ
- ไม่มีพงศาวดารฉบับใดระบุว่า พระองค์เป็นพระราชโอรสของกษัตริย์พระองค์ใด แต่สันนิษฐานว่าเป็นพระราชโอรสของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 4 ทรงเสด็จพระราชสมภพเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๕๕ เสด็จขึ้นครองราชสมบัติครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๙๑ จากการที่ขุนนางกลุ่มหนึ่ง นำโดยขุนพิเรนทรเทพ ได้นำกำลังเข้ายึดอำนาจจากขุนวรวงศาธิราช แล้วถวายพระราชสมบัติให้แก่พระองค์ ถึงปี พ.ศ. ๒๑๐๗ ได้ทรงสละราชสมบัติให้กับสมเด็จพระมหินทราธิราช ซึ่งเป็นพระราชโอรส แล้วเสด็จลาผนวช กระทั่งในปี พ.ศ. ๒๑๑๑ พม่าได้ยกกำลังเข้าประชิดกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระมหินทราธิราชจึงได้อัญเชิญให้พระองค์ลาผนวชแล้วถวายราชสมบัติคืน จึงได้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นครั้งที่ ๒ แต่ทรงครองราชสมบัติได้อีกประมาณ ๒ เดือน ก็เสด็จสวรรคตเพราะอาการประชวร
๑๑. สมเด็จพระมหินทราธิราช - ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์
เสด็จพระราชสมภพเมื่อ พ.ศ. ๒๐๘๒ เสด็จขึ้นครองราชสมบัติครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๑๐๗ กระทั่งปี พ.ศ. ๒๑๑๑ได้ถวายพระราชสมบัติคืนให้แก่สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ แต่สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ได้เสด็จสวรรคตในปีเดียวกันนั้น พระองค์จึงได้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นครั้งที่ ๒ และในปีนั้นกรุงศรีอยุธยาได้เสียแก่ฝ่ายพม่า พระองค์ได้ถูกกุมตัวไปยังเมืองหงสาวดี แต่ได้เสด็จสวรรคตระหว่างการเดินทาง
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
* วิชาการดอทคอม
* พลังจิตดอทคอม
* th.wikipedia.org วิกิพีเดีย
* สารคดีดอทคอม
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
หน้า: [
1
]
ขึ้นบน
พิมพ์
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
กระโดดไป:
เลือกหัวข้อ:
-----------------------------
พระมหากษัตริย์ไทย
-----------------------------
=> เรารักในหลวง
=> ประวัติศาสตร์ไทย
===> วันสำคัญต่าง ๆ
===> ศิลปะและวัฒนธรรมไทย
===> ดนตรีไทย
=> เศรษฐกิจพอเพียง
-----------------------------
ชมรมคนรักเสด็จเตี่ย
-----------------------------
=> กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
===> วัตถุมงคล กรมหลวงชุมพรฯ
-----------------------------
พุทธศาสนา
-----------------------------
=> พุทธศาสนา
===> วันสำคัญทางศาสนา
=> เกจิอาจารย์
===> วัตถุมงคล
-----------------------------
กระดานนาวี22
-----------------------------
=> ห้องข่าวนาวี 22
===> การใช้งานเว็บไซท์
=> สนทนาทั่วไป
===> ตูน 007
===> สุขสันต์วันเกิด .. !
=> พิราบคาบข่าว
===> ข่าวต่างประเทศ
===> ข่าวในประเทศ
=> เรือ
=> อาวุธ ปืน
===> Beretta
===> CZ#2075RAMI
===> Glock
===> HK
===> S&W
===> SigSauer
===> Ruger
===> Taurus
-----------------------------
มุมเม๊าส์ชาว 22
-----------------------------
=> มุม วาไรตี้
===> คุยกับสาธิตาพยากรณ์
===> บรรเทิง แหล่งช๊อป
===> รวมเพลงต่าง ๆ
===> เพลงทหารเรือ
=> กฏหมายไทย
=> ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย
=> ความรู้ทางการเกษตร
===> ข้าวไทย
===> สมุนไพรไทย
===> น้ำมันจากพืช
===> แก๊สธรรมชาติ
=> สัตว์เลี้ยง และไม่เลี้ยง
=> คนรักรถ
-----------------------------
คอมพิวเตอร์
-----------------------------
=> ถาม-ตอบปัญหาคอมพิวเตอร์
=> มุม บทความน่าสนใจ
===> บ้านหม้อ อีเล็กทรอนิกส์
=====> ร้านอีเล็กทรอนิก รับซ่อมทั่วประเทศ
===> d@eng คุยเรื่อง iT
===> e-book หลายหลากความรู้
=> เขียนเว็บด้วย Joomla
=> กราฟฟิค
-----------------------------
คลินิค นาวี22
-----------------------------
=> สาธารณสุข และสุขภาพที่ดี
===> มุมกีฬาเพื่อสุขภาพ
=====> รวมภาพใน โอลิมปิค 2008
=> การตั้งครรภ์ และเด็กอ่อน
-----------------------------
กินเที่ยวทั่วโลก
-----------------------------
=> เที่ยวทั่วไทย
===> เที่ยวรอบโลก
=> มุม อร่อยเลขที่ 22
===> แนะนำแหล่งกิน มุมอร่อย
-----------------------------
กาพย์ โคลง กลอน
-----------------------------
=> มุม กาพย์ กลอน โคลง ฉันท์