หน้าแรกบอร์ด
ช่วยเหลือ
ค้นหา
ปฏิทิน
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
» ยินดีต้อนรับคุณ,
บุคคลทั่วไป
กรุณา
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว:
เนื่องจาก มีการปรับปรุ่งกระดานสนทนาเป็นเวอร์ชั่นใหม่ 1.1.14 อาจมีสมาชิกบางท่านมีปัญหาเรื่องเข้าใช้งาน กรุณาติดต่อที่ webmaster ขออภัยในความไม่สะดวก :
plaraa@gmail.com
บ้านเลขที่ 22
>
พระมหากษัตริย์ไทย
>
ประวัติศาสตร์ไทย
>
ขบวนการเสรีไทย.......
หน้า: [
1
]
ลงล่าง
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
พิมพ์
ผู้เขียน
หัวข้อ: ขบวนการเสรีไทย....... (อ่าน 515 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
ขบวนการเสรีไทย.......
«
เมื่อ:
05 มิถุนายน 2010, 07:59:31 pm »
ขบวนการเสรีไทย
“ขบวนการเสรีไทย” เป็นการรวมพลังของบรรดาคนไทยผู้มีจิตสำนึกในความเป็นไท ทำงานรับใช้มาตุภูมิในการกอบกู้เอกราชและอธิปไตยของชาติไทยซึ่งได้รับผล กระทบจากการที่กองทัพญี่ปุ่นได้เข้ามายึดครองประเทศไทยในระหว่างสงครามมหา เอเชียบูรพา
ความเป็นมาของขบวนการเสรีไทย
ในช่วงแห่งสงครามมหาเอเชียบูรพา ได้มีจากจัดตั้งขบวนการเสรีไทยต่อต้านญี่ปุ่นขึ้น โดยมีการระดมพลทั่วประเทศเพื่อฝึกฝนการใช้กำลังอาวุธ ตลอดจนรวบรวมยุทโธปกรณ์ทันสมัยไว้ใช้ ต่อมาในเดือนสิงหาคม ๒๔๘๘ เมื่อสงครามยุติลงแล้ว ท่านปรีดี พนมยงค์ หัวหน้าขบวนการเสรีไทยได้เปิดเผยว่าขบวนการเสรีไทยมีผู้สนับสนุนและเข้าร่วม เป็นแนวหน้าถึง ๘๐,๐๐๐ คนและอีก ๕๐๐,๐๐๐ คนพร้อมที่จะเข้าร่วมเมื่อคราวจำเป็น ต่อมาในวันที่ ๒๕ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๘ ภายหลังการประกาศศานติภาพ ขบวนการเสรีไทยก็ได้จัดให้มีการเดินขบวนสวนสนามฉลองสันติภาพครั้งใหญ่ และแม้ว่าจะได้ยุบเลิกขบวนการเสรีไทยหลังจากที่สถานการณ์สงครามสงบลงแล้ว แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือการกระทบกระทั่งกันระหว่างอดีตสมาชิกเสรีไทยกับทหารบก สาเหตุหนึ่งก็คือบุคคลผู้ที่สนับสนุนท่านปรีดี โดยเฉพาะผู้ที่เคยร่วมงานกันอย่างใกล้ชิดในขบวนการเสรีไทย ได้เข้ามาในสายการบังคับบัญชาของกองทัพ เช่น การแต่งตั้งหลวงสินาดโยธารักษ์ หลวงอดุลเดชจรัส และพลเรือตรีหลวงสังวรยุทธกิจ ได้ก่อให้เกิดความไม่พอใจในกองทัพอย่างลึก ๆ
สมาชิกเสรีไทยที่สลายกำลังลงไปแล้วนั้น ส่วนหนึ่งได้ก่อตั้งกลุ่มการเมืองขึ้นมาเพื่อสนับสนุนท่านปรีดี พนมยงค์ ที่สำคัญที่สองกลุ่มคือ พรรคสหชีพ ประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นส่วนใหญ่ เช่น นายเตียง ศิริขันธ์ นายจำลอง ดาวเรือง นายถวิล อุดล เป็นต้น กับกลุ่มนักการเมืองฝ่ายพลเรือนอื่น ๆ ที่สนับสนุนท่านปรีดี เช่นนายจรูญ สืบแสง นายสงวน ตุลารักษ์ นายเดือน บุนนาค โดยมีนายเดือน บุนนาคเป็นหัวหน้าพรรค อีกกลุ่มหนึ่งเป็นพรรคแนวร่วมรัฐธรรมนูญซึ่งมีแกนนำในการจัดตั้งคือ สมาชิกคณะราษฎรที่สนับสนุนท่านปรีดี เช่น พลเรือตรีถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นายสงวน จูฑะเตมีย์ นายทองเปลว ชลภูมิ นายดิเรก ชัยนาม มล.กรี เดชาติวงศ์ พันเอกช่วง เชวงศักดิ์สงคราม ฯลฯ โดยมีพลเรือตรีถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดื เป็นหัวหน้าพรรค นายทองเปลว ชลภูมิเป็นเลขาธิการพรรค
การที่กลุ่มขบวนการเสรีไทยที่สนับสนุนท่านปรีดี พนมยงค์สามารถรวบรวมกำลังเป็นปึกแผ่นได้เช่นนี้ ทำให้มีความเข้าใจกันว่า
“เสรีไทย”
หมายถึง
กลุ่มของท่านปรีดี และเป็นอริกับฝ่ายทหารบก ดังนั้นเมื่อจอมพล ป.พิบูลสงครามประกาศว่าจะเข้ามาในวงการเมืองอีกครั้ง โดยร่วมมือกับหลวงวิจิตรวาทการ และพลเอกมังกร พรหมโยธีจัดตั้งพรรคธรรมาธิปัตย์ ก็มีการประชุมลงมติต่อต้านคัดค้านจากสมาชิกพรรคสหชีพจากภาคอีสาน
ในช่วงเวลาที่รัฐบาลพลเรือนของท่านปรีดี พนมยงค์กำลังบริหารงานอยู่ พรรคประชาธิปัตย์ได้หยิบยกประเด็นการดำเนินงานของขบวนการเสรีไทยขึ้นมากล่า วหา-โจมตีฝ่ายท่านปรีดี อย่างหนักถึง ๕ ประเด็น ทั้งโดยการเคลื่อนไหวในรัฐสภาคือการตั้งกระทู้ถามผ่านรัฐสภา การตั้งกรรมาธิการวิสามัญสะสางเงินในงบสันติภาพของเสรีไทย และการโจมตีภายนอกรัฐสภาผ่านสื่อมวลชนหนังสือพิมพ์ โดยมีจุดประสงค์สำคัญเพื่อทำลายชื่อเสียงเกียรติคุณของขบวนการเสรีไทยและ ท่านปรีดี พนมยงค์
ในอีกด้านหนึ่งก็สะท้อนถึงความรู้สึกหวาดกลัวของพรรคประชา ธิปัตย์ต่อกำลังของขบวนการเสรีไทยว่าจะใช้กำลังที่มีอยู่เปลี่ยนแปลงระบอบ การเมืองไปเป็นรูปอื่น แต่ท่านปรีดี พนมยงค์มีใจสูงเกินกว่าคนของพรรคประชาธิปัตย์จะตระหนักถึง ท่านปรีดี จึงไม่เคยเล่นการเมืองด้วยวิธีสกปรก โสมมอย่างที่พรรคประชาธิปัตย์กระทำมาตั้งแต่เริ่มตั้งพรรคจนมาถึงปัจจุบัน และด้วยวิตกจริตของพรรคประชาธิปัตย์นี้จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้ฝ่ายอนุรักษ์ นิยม-กษัตริย์นิยมยินยอมร่วมมือเป็นพันธมิตรกับกลุ่มอำนาจนิยมในการก่อรัฐ ประหาร
ดังนั้นเมื่อเกิดรัฐประหาร ๒๔๙๐ ขึ้น ฐานะการดำรงอยู่ในทางการเมืองของคณะเสรีไทยจึงถูกคณะรัฐประหาร ๒๔๙๐ และกลุ่มอนุรักษ์นิยม-กษัตริย์นิยมซึ่งเข้ามาจัดตั้งรัฐบาลตั้งข้อระแวง สงสัยอย่างเห็นได้ชัด ดังเช่น ในแถลงการณ์ของคณะรัฐประหารฉบับที่ ๑๑ แม้จะได้ปฏิเสธว่าปฏิบัติการของคณะทหาร หรือคณะรัฐประหาร ๒๔๙๐ มิได้เป็นปฏิปักษ์ต่อคณะเสรีไทย แต่ข้อความบางตอนก็สะท้อนความวิตกจริตนี้ออกมา
อย่างไรก็ตามภายหลังรัฐประหาร ๒๔๙๐ กลุ่มอดีตเสรีไทยที่สนับสนุนท่านปรีดี พนมยงค์ยังไม่ถูกปราบปรามลงในทันที เนื่องจากคณะรัฐประหารต้องการอาศัยระยะเวลาจัดการปัญหาอำนาจในกองทัพที่ ลักลั่นและต้องการฟื้นบทบาทอันเนื่องจากถูกลดความสำคัญภายหลังสงคราม ให้แก่กลุ่มตนเสียก่อน ดังนั้นเมื่อคณะรัฐประหาร ๒๔๙๐ มอบสิทธิอำนาจการจัดตั้งรัฐบาลให้แก่นายควง อภัยวงศ์ไปแล้ว ก็ได้ริเริ่มการเสริมสร้างอำนาจให้คณะรัฐประหาร โดยการแต่งตั้งผู้ร่วมก่อการรัฐประหารให้เข้าไปประจำและยึดกุมตำแหน่งสำคัญ ๆ ในกองทัพบก ในการนี้ จอมพล ป.พิบูลสงครามเข้ารับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก พลโทผิน ชุณหะวัณ เป็นรองผู้บัญชาการทหารบก พันเอกสฤษดิ์ ธนะรัชต์เป็นผู้บัญชาการทณฑลทหารบกที่ ๑ พร้อมทั้งขจัดผู้สนับสนุนท่านปรีดี พนมยงค์ออกไปจากแวดวงอำนาจราชการ การเคลื่อนไหวที่สำคัญที่สุดก็คือ การแต่งตั้งพันเอกเผ่า ศรียานนท์ไปควบคุมกรมตำรวจในตำแหน่งรองอธิบดีกรมตำรวจ โดยที่พลโทชิด มั่นศิลปสินาดโยธารักษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคัดค้านไม่เห็นชอบด้วย และด้วยตำแหน่งสภาพนี้เองที่พลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์ ใช้เป็นฐานเริ่มต้นในการปราบปรามฝ่ายตรงข้ามตลอดระยะเวลา ๕ ปีตั้งแต่รัฐประหาร ๒๔๙๐ ร่วมกับจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ผู้กุมกำลังสำคัญฝ่ายทหาร
จากนั้นคณะรัฐประหาร ซึ่งยังคงรูปสภาพองค์กรของตนเอาไว้โดยอาศัยอำนาจตาม
“พระราชกำหนดคุ้มครองความสงบสุขเพื่อให้การดำเนินไปตามรัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่ว คราว)พ.ศ.๒๔๙๐”
ก็ได้ดำเนินการกวาดล้างอาวุธและพลพรรคเสรีไทยฝ่ายท่านปรีดี พนมยงค์ กลุ่มผู้สนับสนุนท่านปรีดี ต้องเผชิญกับกับการคุกคาม ขู่เข็ญของคณะรัฐประหารคือ นายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ ผู้นำทางภาคอีสานถูกตรวจค้นอาวุธและจับกุมพร้อมพรรคพวกรวม ๒๑ คนในข้อหาครอบครองอาวุธโดยมิชอบ จับกุมนายจำลอง ดาวเรือง และนายทอง กันฑาธรรม ในข้อหาฆ่าคนตาย จับนายวิจิตร ลุลิตานนท์และนายทองเปลว ชลภูมิ ในข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวง
อย่างไรก็ตามในเวลาต่อมาก็ต้องปล่อยตัวผู้ต้องหาเหล่านี้เนื่องจากไม่มีพยาน หลักฐาน นอกจากนี้ยังมีการติดตามพฤติการณ์ของอดีตนักการเมือง-เสรีไทย เนื่องจากต้องสงสัยว่ามีการครอบครองอาวุธผิดกฎหมาย เช่นนายอ้วน นาครทรรพ นายพึ่ง ศรีจันทร์ ร.ท.กระจ่าง ตุลารักษ์ นายทิม ภูริพัฒน์ และนายเยื้อน พานิชย์วิทย์ เป็นต้น
ส่วนผู้ที่ยังไม่ถูกจับกุมนั้น ก็พยายามแสวงหาหนทางที่จะต่อต้านคณะรัฐประหาร เช่น นายเตียง ศิริขันธ์ ได้รวบรวมกำลังอาวุธและพลพรรคซุ่มซ่อนตัวอยู่บนเทือกเขาภูพาน และหลบหนีการจับกุมของฝ่ายคณะรัฐประหารได้ตลอดเวลา จนกระทั่งภายหลังเมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พ.ศ. ๒๔๙๒ จึงกลับลงมาต่อสู้ในวิถีทางรัฐสภาอีกครั้ง แต่ต่อมานายเตียง ศิริขันธ์ถูกกำจัดอย่างลึกลับภายหลังเหตุการณ์กบฏสันติภาพ ส่วนพลเรือตรีถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ หลังจากถูกโค่นรัฐบาลโดยคณะรัฐประหาร ๒๔๙๐ ก็ได้เก็บตัวอยู่ในฐานทัพเรือสัตหีบ พร้อมทั้งพยายามแสวงหาความสนับสนุนจากบรรดานายทหารเรือ แต่อย่างไรก็ตาม ในวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๔๙๐ คณะรัฐประหารก็ได้ออกหมายจับพลเรือตรีถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ในข้อหามีแผนการณ์ต่อต้านรัฐบาลพร้อมทั้งจับกุมอดีตรัฐมนตรีร่วมคณะรัฐบาล อีกหลายคน เช่นนายทองเปลว ชลภูมิ และนายวิจิตร ลุลิตานนท์ เป็นต้น
ต่อมาในช่วงต้นปี พ.ศ. ๒๔๙๑ ได้มีการจับกุมในข้อหากบฏ ดังที่เรียกกันว่า
“กบฏแบ่งแยกดินแดน”
ถึงสองครั้ง
โดยตั้งข้อกล่าวหาว่าฝ่ายคอมมิวนิสต์มีแผนการณ์ที่จะแบ่งแยกดินแดนในภาคอีสาน
เพื่อสถาปนาเป็น
“สมาพันธรัฐแหลมทอง”
มีการจับกุมนายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ นายฟอง สิทธิธรรม นายจำลอง ดาวเรือง นายถวิล อุดล และนายทิม ภูริพัฒน์ อย่างไรก็ตามก็ต้องปล่อยตัวผู้ต้องหาไปในเวลาไม่นานนัก แต่สภาพกดดันเหล่านี้ทำให้ผู้นำฝ่ายพลเรือนที่สนับสนุนท่านปรีดี พนมยงค์ เช่น พลเรือตรีถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นายทองเปลว ชลภูมิ นายไสว สุทธิพิทักษ์ นายทอง กันฑาธรรม นายพึ่ง ศรีจันทร์ และนายทวี บุญเกตุ เป็นต้น ต้องหลบลี้ภัยการเมืองไปยังต่างประเทศหรือไม่ก็กบดานอยู่ในท้องถิ่นของตน และไม่อาจที่จะเข้ามามีบทบาททางการเมืองได้ระยะหนึ่ง
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
Re: ขบวนการเสรีไทย.......
«
ตอบ #1 เมื่อ:
05 มิถุนายน 2010, 07:59:55 pm »
สรุป
“ขบวนการเสรีไทย” เป็นการรวมพลังของบรรดาคนไทยผู้มีจิตสำนึกในความเป็นไท ทำงานรับใช้มาตุภูมิในการกอบกู้เอกราชและอธิปไตยของชาติไทยซึ่งได้รับผล กระทบจากการที่กองทัพญี่ปุ่นได้เข้ามายึดครองประเทศไทยในระหว่างสงครามมหา เอเชียบูรพา
ในครั้งนั้นไทยเราไม่มีกำลังเพียงพอที่จะต้านทานกองทัพ ญี่ปุ่นได้ดังนั้น รัฐบาลไทยจึงมีความจำเป็นที่จะต้องยินยอมให้กองทัพญี่ปุ่นเข้ามาในประเทศไทย และส่วนหนึ่งก็เคลื่อนเข้าไปยึดครองดินแดนที่อยู่ติดกับประเทศไทยซึ่งขณะ นั้นอยู่ในความปกครองของอังกฤษ
เนื่องจากในช่วงแรกของสงคราม กองทัพญี่ปุ่นมีความได้เปรียบในการยุทธและสามารถยึดครองดินแดนส่วนใหญ่ใน ภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งในขณะเดียวกันก็เรียกร้องความร่วมมือจากไทยในทุกๆ ด้าน รัฐบาลไทยในขณะนั้นเห็นว่าเมื่อไม่สามารถจะต่อต้านญี่ปุ่นได้ ก็สมควรที่จะให้ความร่วมมือแก่ญี่ปุ่น เพื่อรักษาชาติไทยให้รอดพ้นจากการยึดครองเบ็ดเสร็จของญี่ปุ่นที่อาจหลีก เลี่ยงไม่พ้น
ในวันที่ 21 ธันวาคม 2484 ภายหลังที่กองทัพญี่ปุ่นได้บุกประเทศไทยได้ 13 วัน ญี่ปุ่นกับไทยก็ได้ลงนามในกติกาสัญญาเป็นพันธมิตรกันทั้งในทางการทหาร การเมือง และการเศรษฐกิจ ต่อมาในวันที่ 25 มกราคม 2485 ประเทศไทยก็ได้ประกาศสงครามต่ออังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ซึ่งหมายความว่าไทยได้เข้าร่วมสงครามเป็นฝ่ายญี่ปุ่นทั้งโดยนิตินัย และพฤตินัย
“ขบวนการเสรีไทย” ซึ่งได้ก่อกำเนิดตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2484
เมื่อกองทัพญี่ปุ่นได้บุกประเทศไทยมีความเชื่อมั่นว่าแม้นกองทัพญี่ปุ่นจะ เป็นฝ่ายได้เปรียบในการรบ เพราะเป็นฝ่ายเปิดฉากสงครา แต่ในที่สุดญี่ปุ่นก็จะต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ดังนั้นประเทศไทยจะต้องหลีกเลี่ยงการล่มหัวจมท้ายกับญี่ปุ่น มิฉะนั้นก็จะต้องเป็นฝ่ายแพ้สงครามไปด้วย ซึ่งในขณะเดียวกันก็จะต้องพยายามติดต่อทำความเข้าใจกับฝ่ายสัมพันธมิตร อันได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีนและประเทศอื่นๆ ว่าประเทศไทยและประชาชนคนไทยมิได้เห็นดีเห็นชอบกับการทำสงครามของญี่ปุ่น และมีความพร้อมที่จะร่วมมือกับฝ่ายสัมพันธมิตร ในการต่อต้านญี่ปุ่นทุกวิถีทาง
ในระหว่างเวลา 3 ปีครึ่งของสงครามมหาเอเชียบูรพา ขบวนการเสรีไทยได้กระทำอย่างตามเจตนารมณ์ดังกล่าวข้างต้น ปฎิบัติการทางการทหารที่แสดงความกล้าหาญท่ามกลางการเสี่ยงอันตรายด้วยเอา ชีวิตเป็นเดิมพันของสมาชิกขบวนการเสรีไทย ความสุขุมรอบคอบ และเฉียบขาดในการตัดสินใจดำเนินการทางการทูตและการเมือง อีกทั้งความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของบรรดาคนไทยผู้รักชาติเหล่านี้ได้ สร้างความประทับใจในความจริงใจของขบวนการเสรีไทยแก่ฝ่ายสัมพันธมิตร
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
* เว็บไซต์ส่วนบุคคล ผู้โพสต by แด่บรรพชนผู้อภิวัฒน์ ๒๔๗๕
* เว็บไซต์ส่วนบุคคล พิพิธภัณฑ์เสรีไทยอนุสรณ์
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
หน้า: [
1
]
ขึ้นบน
พิมพ์
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
กระโดดไป:
เลือกหัวข้อ:
-----------------------------
พระมหากษัตริย์ไทย
-----------------------------
=> เรารักในหลวง
=> ประวัติศาสตร์ไทย
===> วันสำคัญต่าง ๆ
===> ศิลปะและวัฒนธรรมไทย
===> ดนตรีไทย
=> เศรษฐกิจพอเพียง
-----------------------------
ชมรมคนรักเสด็จเตี่ย
-----------------------------
=> กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
===> วัตถุมงคล กรมหลวงชุมพรฯ
-----------------------------
พุทธศาสนา
-----------------------------
=> พุทธศาสนา
===> วันสำคัญทางศาสนา
=> เกจิอาจารย์
===> วัตถุมงคล
-----------------------------
กระดานนาวี22
-----------------------------
=> ห้องข่าวนาวี 22
===> การใช้งานเว็บไซท์
=> สนทนาทั่วไป
===> ตูน 007
===> สุขสันต์วันเกิด .. !
=> พิราบคาบข่าว
===> ข่าวต่างประเทศ
===> ข่าวในประเทศ
=> เรือ
=> อาวุธ ปืน
===> Beretta
===> CZ#2075RAMI
===> Glock
===> HK
===> S&W
===> SigSauer
===> Ruger
===> Taurus
-----------------------------
มุมเม๊าส์ชาว 22
-----------------------------
=> มุม วาไรตี้
===> คุยกับสาธิตาพยากรณ์
===> บรรเทิง แหล่งช๊อป
===> รวมเพลงต่าง ๆ
===> เพลงทหารเรือ
=> กฏหมายไทย
=> ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย
=> ความรู้ทางการเกษตร
===> ข้าวไทย
===> สมุนไพรไทย
===> น้ำมันจากพืช
===> แก๊สธรรมชาติ
=> สัตว์เลี้ยง และไม่เลี้ยง
=> คนรักรถ
-----------------------------
คอมพิวเตอร์
-----------------------------
=> ถาม-ตอบปัญหาคอมพิวเตอร์
=> มุม บทความน่าสนใจ
===> บ้านหม้อ อีเล็กทรอนิกส์
=====> ร้านอีเล็กทรอนิก รับซ่อมทั่วประเทศ
===> d@eng คุยเรื่อง iT
===> e-book หลายหลากความรู้
=> เขียนเว็บด้วย Joomla
=> กราฟฟิค
-----------------------------
คลินิค นาวี22
-----------------------------
=> สาธารณสุข และสุขภาพที่ดี
===> มุมกีฬาเพื่อสุขภาพ
=====> รวมภาพใน โอลิมปิค 2008
=> การตั้งครรภ์ และเด็กอ่อน
-----------------------------
กินเที่ยวทั่วโลก
-----------------------------
=> เที่ยวทั่วไทย
===> เที่ยวรอบโลก
=> มุม อร่อยเลขที่ 22
===> แนะนำแหล่งกิน มุมอร่อย
-----------------------------
กาพย์ โคลง กลอน
-----------------------------
=> มุม กาพย์ กลอน โคลง ฉันท์