หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: กรมหลวงชุมพรฯ แหลมปู่เจ้า สัตหีบ  (อ่าน 2018 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
admin
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +30/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3573


oknakrub@hotmail.com
เว็บไซต์
« เมื่อ: 30 พฤษภาคม 2010, 02:18:25 am »

มีโอกาสไปสัตหีบ เลยมีของฝากครับ ( เพื่อเตรียมเป็นข้อมูลในทำเนียบศาลฯ ด้วย ) ...  ยิงฟันยิ้ม























« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 พฤษภาคม 2010, 02:26:12 am โดย admin » บันทึกการเข้า

แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14053


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 30 พฤษภาคม 2010, 03:42:05 am »

ขอบคุณจ้าพี่เวป

ได้เห็นภาพเป็นบุญตาอีกแล้ว

เซฟๆๆ  เก็บๆๆ ให้หมด  เลย  ยิ้ม

บันทึกการเข้า

are
Full Member
***

คะแนนจิตพิสัย +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 109


อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: 30 พฤษภาคม 2010, 04:52:39 am »

ขอบพระคุณมากครับพี่เวป สัตหีบเป็นจังหวัดที่อยากไปมากครับโดยเฉพาะที่แหลมปู่เจ้า ถ้าเดินทางไปถึงแล้วมีกฎระเบียบอย่างไรในการเข้าไปสักการะบ้างครับเพราะเป็นที่ในการดูแลรับผิดชอบของฐานทัพเรือ รวมถึงจุดที่ห้ามบันทึกภาพด้วยครับ ทิวทัศน์งดงามมากครับ
บันทึกการเข้า
admin
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +30/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3573


oknakrub@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 30 พฤษภาคม 2010, 05:13:04 am »

สวัสดีครับ การเข้าในพื้นที่ของ ฐานทัพเรือสัตหีบ สามารถแลกบัตรที่ประตูด้านติดทะเล หน้าโรงพยาบาลอาภากรฯ หากเข้าโดยรถที่มีบัตรอนุญาติ ก็สามารถเข้าได้เลย หรือพาเข้าโดยผู้ที่สามารถเข้าออกได้ ส่วนที่ศาลกรมหลวงชุมพรฯ มีเฉพาะที่ด้านประภาคารตรงจุดที่มองเห็นท่าเรือแหลมเทียน ซึ่งถือเป็นสถานที่ราชการหวงห้ามถ่ายรูปครับ ส่วนบริเวณอื่นสามารถถ่ายได้หมด ที่แปลกก็ มีที่จอดรถนายพล ที่เห็นคนที่ไม่ใช่นายพลจอดบ่อย ๆ  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

are
Full Member
***

คะแนนจิตพิสัย +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 109


อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: 12 กรกฎาคม 2010, 06:26:07 am »

ขอนำข้อมูลเพิ่มเติมของศาลแห่งนี้นะครับ จากคำรับสั่งของพระองค์ที่ได้รับสั่งว่า
"ถ้าฉันตาย ขอให้เอากระดูกของฉันมาไว้บนยอดเขาปู่เจ้านี้นะ"
ผมเคยอ่านบทความของพลเรือตรี กรีฑา พรรธนแพทย์ มีการกล่าวถึงก็เลยนำมาฝากครับ จะได้ทราบประวัติความเป็นมาและการเปลี่ยนแปลงของศาลแห่งนี้ด้วยนะครับ

                      พระอัฐิของกรมหลวงชุมพร ฯ อยู่บนยอดเขาแหลมปู่เจ้า จริงหรือไม่

                                                       โดย พลเรือตรี กรีฑา พรรธนแพทย์
                  ผมเขียนบทความเกี่ยวกับ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์กรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักดิ์  เรื่อง ธงราชนาวีสะบัดเหนือหาดทรายรี    เป็นเรื่องแรกตอนมียศเป็นนาวาโท   พิมพ์ในนิตยสาร นาวิกศาสตร์ ฉบับเดือน พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๑๖   และจากนั้นมาผมก็ได้ค้นคว้าศึกษาเรื่องของกรมหลวงชุมพร ฯ    อย่างจริงจังตลอดมา จนปัจจุบันได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับกรมหลวงชุมพร ฯ     หลายเล่มมีเรื่องที่เป็นปัญหาค้างคาใจอยู่เรื่องหนึ่ง   คือ พระอัฐิของ กรมหลวงชุมพร ฯ อยู่บนยอดเขาแหลมปู่เจ้า จริงหรือไม่ ?Ž เนื่องจากได้อ่านพบ ข้อความเป็นทำนองว่า ก่อนที่กรมหลวงชุมพร ฯ จะสิ้นพระชนม์ พระองค์ท่านได้รับสั่งไว้ว่า
                  " ถ้าฉันตาย ขอให้เอากระดูกของฉันมาไว้บนยอดเขาปู่เจ้านี้นะ.."
                  นาวาเอกพระยาศราภัยพิพัฒน์ เล่าว่าเคยได้ยินพระองค์รับสั่งว่า ถ้าฉันตายขอให้เอากระดูกของฉันมาไว้บน
ยอดเขาแหลมปู่เจ้านี้ 
                  เมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์แล้วขอให้บรรจุพระอัฐิของพระองค์ไว้ที่แหลมปู่เฒ่า   (ทราบจาก   พลเรือเอก หม่อมเจ้าครรชิตพล อาภากร)
                 น่าเสียดายที่ผมไม่ทราบว่าใครเป็นคนพูดและไม่ได้บันทึกเอาไว้ว่าเก็บข้อความเหล่านี้มาจากหนังสือเล่มใด
แต่อย่างน้อยก็พอจะกล่าวได้ว่ามีผู้ที่ได้ยินรับสั่งเช่นนี้ของพระองค์ คือ นาวาเอก พระยาศราภัยพิพัฒน์ และพลเรือเอก หม่อมเจ้า ครรชิตพล อาภากร (พระโอรสของกรมหลวงชุมพร ฯ)  แหลมปู่เจ้าหรือแหลมปู่เฒ่านี้ ก็คือแหลมเดียวกัน  เรียกชื่อได้ทั้ง ๒ ชื่อ อยู่ที่ปากอ่าวสัตหีบ   บนยอดเขาเป็นที่ตั้งกระโจมไฟชุมพรเขตอุดมศักดิ์   และศาลกรมหลวงชุมพร ฯ   ซึ่งนับว่าเป็นศาล กรมหลวงชุมพร ฯ แห่งแรกของกองทัพเรือทำพิธีเปิดกระโจมไฟ ฯ และ ศาล ฯ เมื่อวันกองทัพเรือ ๒๐ พฤศจิกายนพ.ศ.๒๕๐๓
                 เมื่อได้อ่านข้อความดังกล่าวแล้วนี้  ทำให้อยากทราบและคิดต่อไปว่า  ศาลบนยอดเขาแหลมปู่เจ้านี้ มีพระอัฐิ ของพระองค์ท่านบรรจุอยู่จริงหรือเปล่า ผมได้ถามนายทหารผู้ใหญ่หลาย ๆ ท่าน ตลอดจนผู้ที่ใกล้ชิดกับศาล ฯ  แห่งนี้เป็นเวลา นานปี ก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่แน่นอน แต่ก็ยังไม่ละความพยายามที่จะติดตามเรื่องนี้
                 ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๔๖   นาวาเอก  ทวีวุฒิ พงศ์พิพัฒน์   รองเสนาธิการฐานทัพเรือสัตหีบ   (ปัจจุบันเป็น พลเรือตรี ตำแหน่งผู้บัญชาการกองเรือฟริเกตที่ ๒...กองบรรณาธิการ) ได้ติดต่อปรึกษาหารือกับผมในเรื่องที่ฐานทัพเรือ สัตหีบ จะทำการบูรณะศาลกรมหลวงชุมพร ฯ ให้เรียบร้อยสมพระเกียรติยิ่งขึ้น จึงได้มีการติดต่อกันอยู่ตลอดเวลา
                 วันหนึ่ง เป็นวันอังคารที่ ๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๔๖   ท่านได้โทรศัพท์ถึงผมบอกว่าได้พบที่บรรจุพระอัฐิของ กรมหลวงชุมพร ฯ แล้วอยู่ภายในศาลด้านหลังของพระรูป  เป็นกล่องหินอ่อนปิดผนึกแน่นยึดติดอยู่กับแท่นฐาน  ท่านได้เล่าถึง สาเหตุที่ทำให้พบเห็นกล่องบรรจุพระอัฐินี้ว่าก่อนที่จะบูรณะศาลแห่งนี้ได้มีผู้คนนำสิ่งของเครื่องสักการะมาถวายกองไว้ในศาล
เป็นจำนวนมากมาย   สิ่งของเหล่านี้เลยบังกล่องหินอ่อนที่บรรจุพระอัฐินั้นเสีย  เมื่อทำการบูรณะศาล   ทางฐานทัพเรือสัตหีบ ได้นำสิ่งของเหล่านี้ออกจากศาล เหลือไว้เท่าที่จำเป็นเพียงบางสิ่งบางอย่าง   จึงทำให้ได้เห็นสิ่งสำคัญ   คือกล่องหินอ่อนบรรจุ
พระอัฐิ เรื่องสิ่งของเครื่องสักการะที่มี ผู้นำมาถวายเก็บไว้ในศาลนี้ ทำให้เกิดปัญหาในเรื่องของความไม่เป็นระเบียบ แออัด ดูรกรุงรัง ทำความสะอาดยาก ทางฐานทัพเรือสัตหีบ จึงได้จัดทำแผ่นป้าย คำแนะนำไว้ที่บริเวณศาลว่า
คำแนะนำ
สำรับผู้ที่มีความประสงค์นำเครื่องสักการะมาถวาย
          ๑. เครื่องสักการะที่เป็นวัตถุติดตั้งถาวรให้เสนอ เรื่องขออนุญาต ฐท.สส. ผ่านกอง รปภ.ฐท.สส.
          ๒. เครื่องสักการะที่เป็นวัตถุเคลื่อนที่ได้ให้วางไว้ชั่วขณะ หลังจากนั้นขอสงวนสิทธิ์ในการจัดระเบียบ หรือจัดเก็บ
                                                       ฐท.สส.
           เมื่อได้รับทราบข้อมูลดังนี้แล้ว ต่อมาเมื่อวันพุธที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๖ ผมจึงเดินทางไปฐานทัพเรือสัตหีบ โดยมี   นาวาตรี อนุสรณ์ แสงใส  รองผู้บังคับกองพัน  กรมก่อสร้างและพัฒนาฐานทัพเรือสงขลา   เป็นผู้ขับรถนำผมตระเวน ถ่ายรูปศาลกรมหลวงชุมพร ฯ ในพื้นที่สัตหีบ และนำผมขึ้นไปบนศาลกรมหลวงชุมพร ฯ  บนยอดเขาแหลมปู่เจ้า ผมได้ถ่ายรูป กล่องหินอ่อนที่บรรจุพระอัฐิกรมหลวงชุมพร ฯ     เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์   โดยไม่เห็นว่าภายในกล่องนั้น
เป็น อะไร   กล่องหินอ่อนดังกล่าว  เป็นกล่องสี่เหลี่ยมขนาดโดยประมาณยาว ๔๐ เซนติเมตร  กว้าง ๒๖ เซนติเมตร  สูง ๒๖ เซนติเมตร  ฝาปิดผนึกแน่น ตัวกล่องยึดติดแน่นอยู่กับแท่นฐานตั้งอยู่ด้านหลังของพระรูปกรมหลวงชุมพร ฯ   ที่ด้านหน้าของ กล่องหินอ่อนมีแผ่นทองเหลืองจารึกข้อความไว้ว่า พระอัฐิ
                          พลเรือเอก  พระเจ้าบรมวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ 
                                                        ประสูติ วันที่ ๑๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๒๓ 
                                                     สิ้นพระชนม์ วันที่ ๑๙ พฤษภาคม  พ.ศ.๒๔๖๖
            ต่อมานาวาเอก ทวีวุฒิ ฯ ได้โทรศัพท์บอกผมว่า พลเรือโท วิชัย จุฑาภักดีประเสริฐ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือ สัตหีบ (ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง   ผู้บัญชาการกองเรือภาคที่ ๒    กองเรือยุทธการ.... กองบรรณาธิการ)    จะจัดพิธีเปิดกล่องพระอัฐิ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๘ กันยายน พ.ศ.๒๕๔๖   ทั้งนี้เพื่อถวายน้ำสรงพระอัฐิและบูรณะสิ่งที่ชำรุด  ให้สมพระเกียรติของพระองค์ท่าน   ในการนี้ได้เชิญผู้แทน ราชสกุลอาภากร และผู้เขียนไปร่วมในพิธีนี้ด้วย
            วันพฤหัสบดีที่  ๑๘ กันยายน พ.ศ.๒๕๔๖  เป็นวันพิธีเปิดกล่องพระอัฐิ  และถวายน้ำสรงพระอัฐิ   พลเรือเอก
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ณ ศาลกรมหลวงชุมพรฯ เขาแหลมปู่เจ้า
ฐานทัพเรือสัตหีบ ในพิธีนี้ทางฐานทัพเรือสัตหีบได้อาราธนา พระครูวิบูลธรรมบาล (เหล็ง ธมฺมปาโล) เจ้าอาวาสวัดสัตหีบ และ
เจ้าคณะอำเภอสัตหีบ   มาสดับปกรณ์ในพิธี    ทั้งนี้แผนกอนุศาสนาจารย์กองกำลังพล    กองบัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ
ได้ประสานกับงานโหราพราหมณ์  สำนักพระราชวัง  ถึงแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องและสมพระเกียรติเรียบร้อยแล้ว   ผู้เข้าร่วม 
พิธี ฯ ในวันนี้มีนายทหารเรือ  ในฐานทัพเรือสัตหีบ ร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก   พร้อมด้วยหม่อมราชวงศ์   อภิเดช อาภากร ผู้แทนราชสกุลอาภากร และผม พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์ ในฐานะกรรมการที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ราชสกุลอาภากร
ขั้นตอนถวายสักการะและบวงสรวง
              เวลา ๐๘๓๐ พลเรือโท วิชัย จุฑาภักดีประเสริฐ  ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ  และประธานในพิธีจุดธูปเทียน
ทำพิธีสักการะบวงสรวง ณ ศาลกรมหลวงชุมพร ฯ ผู้เข้าร่วมพิธีร่วมปักธูปหางที่เครื่องบวงสรวง
              ประธานในพิธี กล่าวนำบูชาถวายสักการะและเครื่องบวงสรวง ผู้เข้าร่วมพิธีทั้งหมดกล่าวตาม
              ประธานในพิธีขึ้นไปบนศาลกรมหลวงชุมพร ฯ   บูชาพระพุทธรูป  ถวายพวงมาลัยดอกไม้สดที่รูปเหมือน หลวงปู่ศุข   และถวายมาลัยข้อพระกรที่พระรูป  พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์  กรมหลวง ชุมพรเขตอุดมศักดิ์
ขั้นตอนพิธีเปิดกล่องและถวายน้ำสรงพระอัฐิ
         เวลา ๐๙๐๐  อาราธนาพระครูวิบูลธรรมบาล ขึ้นไปบนศาลกรมหลวงชุมพร ฯ เพื่อเตรียมสดับปกรณ์ 
         ประธานในพิธี   พร้อมด้วย หม่อมราชวงศ์ อภิเดช อาภากร   พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์    และเจ้าหน้าที่ของ ฐานทัพเรือสัตหีบ  พร้อมอยู่ภายในศาลกรมหลวงชุมพร ฯ  เพื่อเตรียมประกอบพิธีเปิดกล่องพระอัฐิ
         เวลา ๐๙๐๙ เจ้าหน้าที่ของฐานทัพเรือสัตหีบ เปิดกล่องพระอัฐิ 
         เมื่อเปิดฝากล่องพระอัฐิแล้ว   พบเห็นว่าภายในกล่อง   มีพานทองเหลืองเก่า ขอบเป็นรูปแฉก  ขนาดโตประมาณ ๑๐ - ๑๕ เซนติเมตรวางอยู่   ฐานของพานทองเหลืองชำรุด และหลุดออกจากกัน  บางส่วนมีลักษณะถูกกัดกร่อน   บนพาน ทองเหลือง มีโกศไม้ทรงเจดีย์กลมขนาดประมาณ  ๒ เซนติเมตร สูงประมาณ ๔ เซนติเมตร วางอยู่ ภายในโกศบรรจุพระอัฐิ องค์เล็ก ๆ  ใต้พานทองเหลืองมีผ้าตาดสีทองรองรับอยู่  ผ้าตาดผืนนี้มีลักษณะถูกความร้อนสูง  และถูกกัดกร่อนรวมเป็นเนื้อ เดียวกันจนมีสีดำผสมสีเขียวเข้ม ทั้งพานทองเหลือง โกศไม้ และผ้าตาดสีทอง ยึดติดอยู่เป็นชิ้นเดียวกันเมื่อยกพานทองเหลือง และโกศพระอัฐิขึ้นมาแล้ว  พบพระอังคารสีขาวกองอยู่ที่พื้นของกล่องพระอัฐิ   ด้านข้างภายในกล่องพระอัฐิพบธูป  เทียนแพ เก่า ๆ เป็นเครื่องสักการะวางอยู่
         สาเหตุที่พานทองเหลือง โกศไม้  และผ้าตาดสีทอง ถูกความร้อนสูง และต้องถูกกัดกร่อนนี้  ก็เนื่องมาจากคืนหนึ่งใน พ.ศ.๒๕๑๙  ได้เกิดไฟไหม้ขึ้นที่ศาล สันนิษฐานว่าอาจจะเกิดจากธูปเทียนที่มีผู้จุดบูชาทิ้งไว้  แล้วเกิดลุกลามจนไฟไหม้ศาล
กว่าเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะขึ้นไปถึงยอดเขาก็ช้าไปเสียแล้ว   ศาลทั้งหลังถูกไฟไหม้เสียหายหมด    แต่พระรูปของพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หาได้ถูกไฟไหม้จนละลายไปด้วยไม่ ทั้ง ๆ ที่บรรดาแจกัน กระถางธูป เชิงเทียน  และเครื่องประดับที่เป็นทองเหลืองต่างก็ถูกไฟเผาผลาญจนละลายไปสิ้น  กล่องหินอ่อน บรรจุพระอัฐิก็คงถูกไฟเผาผลาญเช่นเดียวกัน จนพระอัฐิและสิ่งของที่บรรจุอยู่ภายในร้อนระอุไปด้วย แต่ก็ยังไม่ถึงกับเสียหาย
จนหมดสิ้น คงชำรุดแต่เพียงเล็กน้อย เหลือให้เห็นอยู่เป็นรูปเป็นร่างดังที่ปรากฏอยู่เช่นนี้แล้ว
          หลังจากที่เกิดเหตุไฟไหม้ศาล ฯ แล้ว ทางกองทัพเรือได้สร้างศาลขึ้นใหม่ ณ ตำบลที่เดิม เป็นศาลจตุรมุข ดังที่เห็น กันอยู่ทุกวันนี้ น่าเสียดายที่ไม่มีการบันทึกไว้ว่า ไฟไหม้ศาลเมื่อใด วัน เดือน ปี อะไร จึงทราบแต่เพียงเลา ๆ ว่า ไฟไหม้ศาลใน พ.ศ.๒๕๑๙ เท่านี้เอง
          กลับมาเข้าเรื่องของขั้นตอนพิธีเปิดกล่องและถวายน้ำสรงพระอัฐิต่อ
          นาวาเอก มนูญ จันทร์นวล หัวหน้าอนุศาสนาจารย์  ฐานทัพเรือสัตหีบ  อัญเชิญพานพร้อมโกศ  และผ้าตาดสีทอง ซึ่งละลายติดกันอยู่ ไปวางไว้บนพานรองรับด้วยผ้าตาดสีทองผืนใหม่ที่โต๊ะเครื่องสักการะ บริเวณหน้าพระรูปกรมหลวงชุมพร ฯ พระอัฐิ  ที่บรรจุภายในโกศมีขนาดใหญ่กว่าเมล็ดข้าวสารเล็กน้อย  ความยาว ประมาณ ๑ เซนติเมตร   จำนวนประมาณ ๔ - ๕ องค์
          ประธานในพิธีได้ถวายน้ำสรงพระอัฐิ ต่อจากนั้นผู้เข้าร่วมพิธีได้ถวายน้ำสรพระอัฐิตามลำดับ   ประธานในพิธีจุดธูป เทียน  เครื่องทองน้อยที่โต๊ะเครื่องสักการะ  ทอดผ้ามหาบังสุกุล  พระครูวิบูลธรรมบาล   สดับปกรณ์   
          ประธานในพิธีถวาย จตุปัจจัย เครื่องไทยธรรม พระครูวิบูลธรรมบาล อนุโมทนา           ประธานในพิธีกรวดน้ำแผ่ส่วนกุศล
          ประธานในพิธี ถวายพวงมาลัย ดอกไม้สดที่พานพระอัฐิ และตั้งจิตอธิษฐาน สักการะ
          นาวาเอก มนูญ จันทร์นวล อัญเชิญพระอังคารภายในกล่องพระอัฐิมาบรรจุไว้ในผอบเบญจรงค์ และนำไปวางไว้บน พานที่โต๊ะเครื่องสักการะ  บริเวณหน้าพระรูปกรมหลวงชุมพร ฯ
          ประธานในพิธีและ  หม่อมราชวงศ์ อภิเดช อาภากร  อัญเชิญพระอัฐิ  และพระอังคาร  บรรจุลงในกล่องพระอัฐิ
เหมือนเดิม วางในลักษณะเดิม ยกเว้นพระอังคารที่บรรจุอยู่ในผอบเบญจรงค์วางข้าง ๆ พานพระอัฐิ
          เจ้าหน้าที่ฐานทัพเรือสัตหีบ ปิดผนึกฝากล่องพระอัฐิ
          ต่อจากนั้นประธานในพิธียิงปืน ปลย.เอ็ม ๑๖ จำนวน ๑๙ นัด และจุดประทัดถวาย เป็นอันเสร็จพิธี
          พระรูปกรมหลวงชุมพร ฯ  ที่ศาลกรมหลวงชุมพร ฯ บนยอดเขาแหลมปู่เจ้า แต่เดิมเป็นพระรูปองค์เล็ก เมื่อศาล ฯ ได้ถูกไฟไหม้แล้วได้สร้างศาล ฯ  ใหม่เป็นแบบจตุรมุข   และต่อมาได้อัญเชิญพระรูปองค์เล็กบนยอดเขาแหลมปู่เจ้า  ไป ประดิษฐาน ณ ศาลกรมหลวงชุมพร ฯ ที่หนองตะเคียน แล้วสร้างพระรูปองค์ใหญ่ไปประดิษฐานแทน ณ ศาลกรมหลวงชุมพร ฯ บนยอดเขาแหลมปู่เจ้า ดังปรากฏอยู่ทุกวันนี้
          ผมต้องขอขอบคุณ พลเรือโท วิชัย จุฑาภักดีประเสริฐ ที่ได้ให้เกียรติเชิญผมไปร่วมในพิธีอันเป็นมงคลยิ่งนี้ และขอ ขอบคุณ นาวาเอก ทวีวุฒิ พงศ์พิพัฒน์ ที่ได้ติดตามรายงานความเคลื่อนไหวในเรื่องของ  พระอัฐิของกรมหลวงชุมพร  มาโดย ตลอด ทำให้ผมสามารถเขียนบทความเรื่องนี้ขึ้นมาได้  ผมใคร่ขอร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบันทึกประวัติศาสตร์ของ  หน่วย ต่าง ๆ ในกองทัพเรือ ได้ช่วยกรุณาบันทึกเหตุการณ์สำคัญที่เห็นว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ต่อไปในอนาคต โปรดบันทึกไว้ด้วยว่าเหตุการณ์นั้น ๆ คืออะไร  เกิดขึ้นที่ไหน  เกิดขึ้นเมื่อใด วันเดือน ปี เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ทำไมจึงเกิดขึ้น และเกิดขึ้นอย่างไร  จะได้ไม่เป็นอย่างเรื่องที่ผมกำลังเขียนอยู่นี้ หากท่านผู้อ่านทราบถึงข้อมูลต่าง ๆ เพิ่มเติมจากเรื่องนี้ ขอได้โปรดบอกผมด้วย จะได้เป็นประโยชน์ต่อทางราชการ และต่อลูกหลาน องค์บิดาของทหารเรือไทย  ต่อไปด้วย
          บัดนี้ปัญหาที่ค้างคาใจของผม เรื่อง "พระอัฐิของกรมหลวงชุมพร ฯ อยู่บนยอดเขาแหลมปู่เจ้าจริงหรือไม่ ? "  ก็ไม่ เป็นปัญหาต่อไปอีก ด้วยมีคำตอบแล้วว่า   "พระอัฐิของกรมหลวงชุมพร ฯ อยู่บนยอดเขาแหลมปู่เจ้าจริง "


ขอขอบพระคุณพลเรือตรี กรีฑา พรรธนแพทย์ และผู้เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ด้วยนะครับที่ได้เขียนบทความบันทึกเรื่องราวประวัติศาสตร์ให้ผู้ที่เคารพรักเสด็จเตี่ยได้ทราบเรื่องราวความเป็นมาครับ
บันทึกการเข้า
admin
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +30/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3573


oknakrub@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 12 กรกฎาคม 2010, 11:28:57 pm »

ขอบคุณมากครับ คุณอ๋า
บันทึกการเข้า

are
Full Member
***

คะแนนจิตพิสัย +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 109


อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: 27 สิงหาคม 2010, 04:08:46 pm »

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2553 ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปเขาแหลมปู่เจ้าก็ได้เก็บภาพมาฝากครับ ถ้าไม่ได้อ่านเรื่องของพลเรือตรี กรีฑา พรรธนแพทย์ มาก่อนก็คงไม่ได้สังเกตุด้านหลังพระรูปของพระองค์ท่านหรอกครับเนื่องจากมีของมาถวายในศาลวางอยู่เกือบเต็ม ถ้าใครได้มีโอกาสไปคราวหน้าลองสังเกตุดูนะครับ





ร่วมกันสักการะพระองค์ท่านครับ
บันทึกการเข้า
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14053


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 27 สิงหาคม 2010, 08:08:03 pm »

มีแต่สิ่งที่ดี มีคุณค่าทางใจ มาฝากเสมอเลย

ขอบคุณมากค่ะพี่อ๋า

บันทึกการเข้า

admin
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +30/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3573


oknakrub@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: 27 สิงหาคม 2010, 11:04:00 pm »

ขอบคุณมากครับ กำลังรวบรวม เพื่อนำไปสร้างทำเนียบศาลกรมหลวงชุมพรฯ ครับ
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: