หน้าแรกบอร์ด
ช่วยเหลือ
ค้นหา
ปฏิทิน
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
» ยินดีต้อนรับคุณ,
บุคคลทั่วไป
กรุณา
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว:
เนื่องจาก มีการปรับปรุ่งกระดานสนทนาเป็นเวอร์ชั่นใหม่ 1.1.14 อาจมีสมาชิกบางท่านมีปัญหาเรื่องเข้าใช้งาน กรุณาติดต่อที่ webmaster ขออภัยในความไม่สะดวก :
plaraa@gmail.com
บ้านเลขที่ 22
>
พระมหากษัตริย์ไทย
>
เศรษฐกิจพอเพียง
>
ชีวิตของ ลำไย สิมมา กับการก้าวเดินตามแนวพระราชดำริ..
หน้า: [
1
]
ลงล่าง
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
พิมพ์
ผู้เขียน
หัวข้อ: ชีวิตของ ลำไย สิมมา กับการก้าวเดินตามแนวพระราชดำริ.. (อ่าน 664 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
ชีวิตของ ลำไย สิมมา กับการก้าวเดินตามแนวพระราชดำริ..
«
เมื่อ:
18 กุมภาพันธ์ 2010, 05:57:07 am »
ชีวิตที่พอเพียง ของ ลำไย สิมมา กับการก้าวเดินตามแนวพระราชดำริ
" ผู้คนจำนวนไม่น้อย ในสังคมสมัยใหม่ ต่างตกอยู่ใต้อำนาจครอบงำแนวคิดแบบบริโภคนิยม เขามองความสำเร็จของชีวิต ความก้าวหน้าและคุณภาพชีวิตที่ดีจากการมีบ้านหลังโตๆ รถยนต์คันหรูๆ หรือใส่เครื่องประดับราคาแพงๆ เมื่อถือเอาความสำเร็จจากการได้บริโภคสิ่งฟุ้งเฟ้อต่างๆ เหล่านี้เป็นจุดหมายของชีวิต ถ้าจะมีหนทางใดสามารถนำไปสู่จุดหมายดังกล่าวได้ การใช้ชีวิตอย่างสกปรก คือ ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย เกียจคร้าน ปลิ้นปล้อน หลอกลวง เห็นแก่ตัว เหล่านี้ช่วยให้เขามีชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย ก้าวหน้าในการงาน ได้ขึ้นเงินเดือนเลื่อนตำแหน่ง เขาเหล่านั้นก็ไม่ลังเลที่จะเลือกแนวทางดังกล่าวเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ด้วยความรู้สึกว่า นั่นเป็นความชอบธรรม ความถูกต้อง และเป็นความสมเหตุสมผลที่จะกระทำเช่นนั้น เพราะเป้าหมายย่อมเป็นเครื่องกำหนดวิถีทาง หนทางใดที่มีประสิทธิผลที่จะนำไปสู่จุดหมายได้เร็วกว่า ง่ายกว่า และสะดวกสบายกว่า หนทางนั้นย่อมชื่อว่าเป็นสิ่งที่ดีกว่าด้วย"
เป็นบทความที่มีความหมายกินใจและสอดคล้องต่อวิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนส่วนใหญ่ ในสังคมปัจจุบัน ซึ่งต้องขออนุญาตนำมากล่าวอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ท่าน สุนัย เศรษฐ์บุญสร้าง ได้เขียนไว้ในหนังสือ "บนเส้นทางที่สับสน" เมื่อประมาณ 20 ปีกว่าที่ผ่านมา เผื่อจะช่วยลดดีกรีของความร้อนรุ่มในจิตใจกับการที่ อยากจะได้ อยากจะดี อยากจะเป็น หรือ อยากจะเด่นลงได้บ้าง
ดังเช่น เส้นทางการดำเนินชีวิตของ คุณลำไย สิมมา ในเรื่องนี้ พบว่า กว่าที่เธอจะค้นพบทางเดินของชีวิตที่สุขสงบได้ ก็เกือบจะเอาชีวิตไปทิ้งในสถานที่ที่มิใช่บ้านเกิดเมืองนอน เธอต้องจากบ้านไปทำงานต่างถิ่น ด้วยความหวังที่จะมีชีวิตที่ดี พบความสำเร็จในชีวิต มีเงิน มีทอง บ้านช่อง รถรา และความมีหน้ามีตาในสังคม เธอต่อสู้ดิ้นรนกระเสือกกระสนทำงานจนเหนื่อยอ่อน สุดท้าย ต้องซมซานกลับบ้านเกิด เหลือสิ่งสุดท้ายที่พอช่วยเยียวยาให้เธอมีกำลังใจลุกขึ้นมาต่อสู้ชีวิตอีก ต่อไป คือกำลังใจจากพ่อแม่ ญาติพี่น้อง และครอบครัว อดทนที่จะก้าวเดินบนวิถีชีวิตที่พอเพียง จนถึงวันนี้แม้เรี่ยวแรงยังมีไม่เต็มที่ แต่ก็พอมีเส้นชัยให้พอมองเห็นได้ แม้อาจจะรางเลือนก็ยังดีกว่าทางเดินที่ไร้จุดหมายเหมือนเช่นที่ผ่านมา
" มีอยู่วันหนึ่ง หลังจากออกกะทำงานกลางคืน เมื่อรถโรงงานมาส่งถึงหน้าปากซอย ช่วงนั้นฝนเพิ่งหยุดตก ทางเดินเฉอะแฉะ ถนนเข้าซอยเป็นลูกรัง มีหลุม บ่อ เต็มไปหมด สองข้างทางเป็นดงหญ้ารกทึบ ช่วงนั้นเป็นเวลาตี 5 เศษๆ ในซอยค่อนข้างมืดเพราะไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง หลังจากเดินเข้าซอยไปไม่ถึง 30 เมตร ก็มีผู้ชาย 2 คน ดักฉุดลากเข้าข้างทาง มันกดตัวลงกับพื้นที่เปียกๆ คนหนึ่งใช้มือกดไว้ที่ลำคอ และอุดปาก คนหนึ่งล้วงหาข้าวของ นึกว่าคงจะไม่รอดแล้ว เพราะเริ่มหายใจไม่ออก หน้ามืดเหนื่อยอ่อนจากการทำงานมาทั้งคืน ก่อนที่จะหมดสติ พวกมันก็คลายมือออกจากลำคอแล้วรีบหนี ก็เลยตะเกียกตะกายขึ้นมาจากพงหญ้า เดินเข้าห้องพัก ซึ่งอยู่ห่างจากปากซอยราว 350 เมตร ด้วยสภาพที่เลอะเทอะมอมแมม ลำคอเขียวคล้ำ เงินที่พกติดตัวถูกโจรเอาไปจนหมด โชคยังดีที่พวกมันไม่ได้ทำอะไร ไม่เช่นนั้นก็ไม่รู้ว่าชีวิตจะเป็นอย่างไร" คุณลำไย เล่า
นี่เป็นส่วนหนึ่งของคำบอกกล่าวที่คุณลำไยได้เล่าให้เรา ฟังถึงเหตุการณ์ที่เธอได้ประสบมา ที่ทำให้เธอเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดเมื่อครั้งที่เธอยังทำงานอยู่ในโรงงานแห่ง หนึ่งในกรุงเทพมหานคร และถือว่าเป็นความโชคดีมากๆ ที่เธอรอดมาได้ ปัจจุบัน คุณลำไย สิมมา อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 46 หมู่ที่ 9 บ้านตาแอก ตำบลทุ่งกุลา อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ เป็นลูกคนที่ 7 ในจำนวน 8 คน ของพ่อยศ (เสียชีวิตไปแล้ว) แม่บุญ สิมมา
ในช่วงวัยเด็ก เธอบอกว่าไม่ค่อยประสีประสาอะไร มีชีวิตอย่างเรียบง่าย ค่อนข้างจะสบายๆ แม้พ่อแม่จะมีอาชีพทำนา แต่จะมีพวกพี่ๆ หลายคนช่วยกันทำงาน บ้านของเธอตั้งอยู่ห่างจากลำน้ำมูลไม่ถึง 50 เมตร อาหารการกิน พวก กุ้ง หอย ปู ปลา จึงมีให้กินค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ แต่ด้วยนิสัยเป็นคนกินอาหารค่อนข้างจะยาก ไม่ชอบกินผักตั้งแต่ยังเด็ก จึงส่งผลให้เป็นคนตัวเล็ก ผอมโซ หัวโต ก้นปอด จึงมีปัญหาเรื่องสุขภาพอยู่พอสมควร อย่างไรก็ตาม เมื่อเรียนจบจากชั้นมัธยมปีที่ 3 จากโรงเรียนในตัวอำเภอ พ่อแม่ก็ส่งให้ไปเรียนต่อทางด้านเกษตรกรรมที่จังหวัดร้อยเอ็ด ด้วยความหวังที่จะให้นำวิชาความรู้มาช่วยพัฒนาอาชีพดั้งเดิมของครอบครัว ร่ำเรียนอยู่ 3 ปี ผ่านบ้าง ติด ร บ้าง ตามแก้มาจนจบ ได้วุฒิ ปวช. สมความตั้งใจ เรียนจบกลับมาด้วยความตั้งใจเอาไว้ว่าจะนำวิชาความรู้มาพัฒนาการปลูกข้าวหอม มะลิที่ทุ่งกุลาร้องไห้ให้มีชื่อลือกระฉ่อน แต่ยังไม่ได้ทันลงมือ เพราะก่อนหน้านั้นฝนแล้งมาหลายปี ทำนาไม่ค่อยได้ผล คุณลำไยจึงตัดสินใจติดตามเพื่อนบ้านไปหางานทำในกรุงเทพฯ เก็บความรู้และอุดมการณ์ฝากพ่อแม่ไว้ที่บ้านเก่า
เธอเล่าถึงช่วงนี้ ดูสีหน้าเธอเริ่มสลด อาจมีความรู้สึกสะท้อนใจบางอย่างเกิดขึ้น เริ่มสังเกตเห็นมีน้ำตาเอ่อออกมาคลอเบ้า จนขอบตาแดงก่ำ เธอโชคดีได้ทำงานในบริษัทผลิตเครื่องอิเล็กทรอนิกส์แห่งหนึ่ง แม้งานจะค่อนข้างหนักแต่เธอก็อดทนทำงาน มีความสุขได้ตามอัตภาพ อาศัยห้องเช่าอยู่รวมกับเพื่อนหมู่บ้านเดียวกัน วันหยุดมีเฮฮาปาร์ตี้บ้างบางโอกาส บางครั้งก็เจอเหตุการณ์ที่เกือบจะเอาชีวิตไม่รอด ตามที่เล่าให้ฟังตอนต้น เธอทนทำงานที่บริษัทแห่งนี้กว่า 10 ปี จนถึงช่วงภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจ เมื่อปี 2541 ทางโรงงานมีนโยบายลดค่าใช้จ่ายด้วยการปรับลดจำนวนพนักงาน ชื่อของ คุณลำไย สิมมา ก็ถูกลบออกจากสารบบของต้นสังกัด เธอบอกว่านับเป็นเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากร่างกายเริ่มทำงานไม่ไหว มีอาการหน้ามืด เป็นลมอยู่บ่อยๆ ต้องยืนทำงานวันละ 12 ชั่วโมง โรงงานให้ค่าตอบแทนเป็นเงินมาก้อนหนึ่ง เธอจึงหอบลูกน้อยบ่ายหน้าหวนคืนบ้านเกิดด้วยความจำใจ
"นี่แหละชีวิตลูกจ้าง เปรียบเสมือนกับหมาล่าเนื้อ เมื่อไหร่ที่ไม่มีแรง ก็ถูกปลดระวาง" คุณลำไย กล่าวด้วยสีหน้าหดหู่ระคนน้อยใจ
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
Re: ชีวิตของ ลำไย สิมมา กับการก้าวเดินตามแนวพระราชดำริ..
«
ตอบ #1 เมื่อ:
18 กุมภาพันธ์ 2010, 05:57:56 am »
กลับ ถึงบ้านพร้อมลูกน้อยวัยไม่ถึงขวบ เธอเองค่อนข้างจะสับสน เงียบเหงา และอ้างว้างพอสมควร เนื่องจากยังทำใจและปรับตัวยังไม่ได้ เธอบอกว่าในช่วงแรกๆ ต้องใช้ความอดทนอย่างมาก แต่จะท้อถอยหรืออ่อนแอไม่ได้ เนื่องจากมีลูกน้อยที่ต้องดูแลแล้ว เธอยังต้องดูแลแม่แก่ๆ อายุกว่า 70 ปี อีกคนหนึ่งด้วย ส่วนพี่น้องคนอื่นๆ ต่างก็แยกย้ายกันไปมีครอบครัวที่อื่นๆ กันหมด สำหรับสามีและลูกสาวคนโตอายุราว 10 ขวบ ก็แยกกันอยู่คนละที่ ภาระที่หนักอึ้งจึงต้องตกมาอยู่ที่เธออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลให้ร่างกายที่ดูผอมแห้งอยู่แล้วกลับดูแฟบบางลงไปอีก เนื่องจากได้รับความบีบคั้นทางจิตใจและร่างกายค่อนข้างรุนแรง
ผลที่ เธอได้ทำงานกว่า 10 ปี ทำให้เธอได้รับเงินชดเชย เป็นเงิน 90,000 กว่าบาท เธอใช้เงินส่วนหนึ่งไปเป็นค่าซ่อมแซมบ้าน ซึ่งดั้งเดิมนั้นค่อนข้างเก่าคร่ำคร่า ให้พอได้บังแดด บังลม และกันเม็ดฝนที่ซัดสาด ที่สำคัญเพื่อให้ลูกน้อยและบุพการีของเธอได้มีที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยได้ตาม สมควร หลังจากที่ซ่อมแซมบ้านเสร็จ เธอบอกว่าพอมีเงินเหลืออยู่ไม่มากนัก เธอนำมาลงทุนทำนา โชคยังดีที่พ่อแม่แบ่งที่นาเอาไว้ให้ ไม่ต้องไปเช่านาของคนอื่น เธอบอกว่าการใช้ชีวิตอยู่ชนบท หากมองผิวเผินอาจมองว่าเป็นเรื่องง่าย ไม่ค่อยมีเรื่องต้องใช้จ่าย แต่จริงแล้วถ้าเราไม่ได้เตรียมพร้อม โดยเฉพาะปัจจัยพื้นฐานเรื่องอาหารการกิน ทุกอย่างจะต้องใช้เงินซื้อไม่ต่างจากในเมืองใหญ่ เธอเองไม่มีคนออกไปหาปู ปลา ในแม่น้ำ จึงต้องอาศัยตลาดสด หรือไม่ก็รถเร่ที่นำมาขายให้ถึงหน้าบ้าน เธอบอกว่าชีวิตของชาวชนบททุกวันนี้ส่วนมากก็จะเป็นแบบนี้ อะไรๆ ก็ต้องใช้เงินซื้อ จึงต้องแข่งขันกันหาเงิน บางคนโลภมาก ถ้าให้ได้เงินมาไม่ว่าจะถูกหรือผิดก็จะไม่ค่อยสนใจ จนทำให้สังคมสับสนวุ่นวายกันไปหมด
นับว่าเป็นเรื่องโชคดีของเธอที่ ช่วงนั้นกระแสเรื่อง
การดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เริ่มมีสื่อนำมาเสนอกันมากขึ้น อาศัยที่เธอเองมีพื้นฐานได้ร่ำเรียนมาด้านการเกษตร จึงไม่เป็นเรื่องยากที่จะทำความเข้าใจ เธอบอกว่ารู้สึกสำนึกในพระคุณขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างหาที่ สุดมิได้ ที่ทำให้เธอตาสว่างมองเห็นช่องทางในการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะในช่วงที่เธอเองยังสับสนจับต้นชนปลายไม่ถูก เธอเริ่มศึกษาข้อมูลแล้วจึงเริ่มลงมือทำตามแนวทางตามกำลังกายและกำลังทุนที่ พอมีอยู่ เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2544 เป็นต้นมา
หลากหลายกิจกรรมเพื่อความอยู่รอด
เธอ เริ่มทำกิจกรรมแบบค่อยเป็นค่อยไปตามแผนที่วางไว้คือ เมื่อมีที่นาปลูกข้าวไว้กิน ก็ขุดบ่อเลี้ยงปลาเพื่อเป็นอาหาร ปลูกพืชผักสวนครัวและเครื่องเทศไว้ข้างบ้านหลากหลายชนิด มีไม้ผลหลายอย่าง บ่อเลี้ยงปลาเริ่มแรกได้ก่อบ่อคอนกรีตเลี้ยงปลา ขนาด 30 ลูกบาศก์เมตร บริเวณหลังบ้าน ปล่อยลูกปลาลงเลี้ยง 3,000 ตัว เป้าหมายหลักๆ คือเลี้ยงไว้กินเอง เพราะในครอบครัวไม่มีคนลงหาปลาแม่น้ำเหมือนคนอื่นเขา ที่เหลือพอมีคนมาขอซื้อก็แบ่งขายด้วย
เมื่อสอบถามว่า เลี้ยงมาแล้วกี่รุ่น ได้ผลดีแค่ไหน ก็ได้รับคำตอบว่า เลี้ยงแล้วหลายรุ่นหมุนเวียนตลอด ทยอยจับเรื่อยๆ
พอจับปลาหมดก็จะล้างทำความสะอาดบ่อ แล้วนำลูกปลามาลงปล่อยใหม่ แรกๆ ก็มีปัญหา เพราะยังไม่รู้วิธี ส่วนใหญ่น้ำจะเสียเร็วเนื่องจากให้อาหารมากเกินไป ช่วงปลาเล็กจะให้อาหารเช้า-เย็น พอปลาโตก็ให้วันละครั้งหรือวันเว้นวัน ควบคู่กับการเปิดไฟล่อแมลงเป็นอาหารเสริม ทำให้ลดต้นทุนต่ออาหารได้ ปัจจุบันเธอเองได้ขุดบ่อดินเอาไว้อีก 1 บ่อ พื้นที่ขนาดราวๆ เกือบ 100 ตารางเมตร เอาไว้เพื่อใช้น้ำในสระรดต้นไม้ แล้วยังใช้เลี้ยงปลาได้ด้วย
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
Re: ชีวิตของ ลำไย สิมมา กับการก้าวเดินตามแนวพระราชดำริ..
«
ตอบ #2 เมื่อ:
18 กุมภาพันธ์ 2010, 05:58:23 am »
เมื่อมีการดำเนินชีวิตโดยยึดหลักความพอเพียง สิ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่นคือ เรื่องของการลดค่าใช้จ่าย และการประหยัดอดออม คุณลำไย บอกว่า ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องใช้หลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น ไฟฟ้า น้ำประปา ก๊าซหุงต้ม ก็จะใช้วิธีการประหยัด จะใช้เท่าที่จำเป็น เช่น ไม่เสียบปลั๊กไฟหม้อหุงข้าวทิ้งเอาไว้ ไม่เปิดพัดลมทิ้งไว้ให้ตุ๊กแก (บ้านเธอมีตุ๊กแกอาศัยอยู่จำนวนมาก) เปิดโทรทัศน์ทิ้งไว้ฟังเสียง ใช้ถ่านไม้แทนการใช้ก๊าซหุงต้มเป็นบางครั้งคราว ส่วนเรื่องอื่นๆ เช่น เสื้อผ้า ก็จะเน้นการนำกลับมาใช้ใหม่ ไม่จำเป็นจะไม่ซื้อของใหม่ ปลูกพืชผักสวนครัวที่มีความจำเป็นต้องใช้เป็นประจำในชีวิตประจำวัน เช่น ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด พริก กะเพรา โหระพา มะเขือเปราะ มะละกอ ดอกแคบ้าน ฯลฯ ไว้ข้างบ้าน ไม่ต้องซื้อหา บางครั้งก็เก็บขายให้เพื่อนบ้าน
หลากหลายพันธุ์ไม้ผลพันธุ์ดี
นอกจากพืชผักสวนครัวแล้ว คุณลำไยเองยังได้เสาะหาหลากหลายพันธุ์ไม้ผลพันธุ์ดีมาปลูกรวบรวมเอาไว้ บริเวณที่ว่างข้างบ้าน ซึ่งผลไม้หลายชนิดให้ผลผลิตมาแล้วหลายปี เช่น
มะม่วง มีหลายสายพันธุ์ เช่น โชคอนันต์ งามเมืองย่า ขาวนิยม เขียวเสวย น้ำดอกไม้สีทอง น้ำดอกไม้ทะวาย เบอร์ 4 อกร่องพิกุลทอง ฯลฯ
ขนุน พันธุ์ทะวายปีเดียว เพชรราชา
มะยงชิด ลูกใหญ่
มะขามเปรี้ยวยักษ์ ฝักโค้ง
ลำไยปิงปอง
มะนาวด่านเกวียน มะนาวลูกใหญ่ น้ำมาก ติดผลง่าย ต้านทานหนอนชอนใบ และโรคแคงเกอร์
น้อยหน่า เพชรปากช่อง เป็นน้อยหน่าหนังลูกใหญ่ 8-10 ขีด/ลูก รสชาติดี นอกจากนั้น ยังมี ส้มโอ มะเฟืองหวาน บี 10, บี 17 ลูกท้อไหว้เจ้า มะนาวแป้นพวง ไม้ใช้สอยอื่นๆ ที่จำเป็น เช่น ไผ่เลี้ยงหวาน ไผ่เลี้ยงใช้สอย อบเชยเทศ ไผ่บงหวาน สะเดามัน ผักติ้วส้ม ยมหอม มะกล่ำบ้าน มะนาวน้ำหอม เป็นต้น
ก้าวใหม่กับการขยายพันธุ์ไม้จำหน่าย
ภายหลังจากที่เธอใช้ความอดทนเดินตามแนวทางการดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง แม้จะเป็นรูปแบบที่ยังไม่สมบูรณ์นัก ผลผลิตที่ได้ค่อยๆ ทยอยออกมาให้เห็น แม้จะยังไม่มีรายได้เป็นกอบเป็นกำจากการขายผลผลิต แต่ก็ส่งผลให้ชีวิตและจิตใจของคุณลำไยเริ่มผ่อนคลายหายร้อนรุ่มลงได้มาก เพื่อนบ้านใกล้เคียงภายในหมู่บ้านเริ่มมองเห็นและสอบถามซื้อหากิ่งพันธุ์ไม้ ผลหลายๆ ชนิดที่เธอปลูกไว้เป็นตัวอย่าง เพราะในย่านนั้นเธอเองถือว่าเป็นผู้บุกเบิกเอาไม้ผลพันธุ์ดีต่างๆ ไปปลูกได้ผลเป็นคนแรกๆ คุณลำไยไม่รอช้าเริ่มลงมือขยายพันธุ์ไม้ผลนานาชนิดออกจำหน่าย ส่งผลให้ชีวิตเธอและลูกน้อยเริ่มเป็นปกติสุข
เมื่อปี 2549 ที่ผ่านมา คุณลำไย ได้หันเหชีวิตไปรับใช้สังคมเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัว เธอเองได้รับการคัดเลือกเป็นครูผู้ดูแลเด็กที่ศูนย์เด็กเล็กประจำหมู่บ้าน ควบคู่กับการสมัครเรียนต่อระดับปริญญาตรี ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ จนสำเร็จการศึกษาเมื่อปลายปี พ.ศ. 2552 ที่ผ่านมา ในระหว่างที่เรียนต่อนั้น เธอบอกว่าเธอต้องทำงานค่อนข้างหนัก มีปัญหาสารพัดถาโถมเข้าสู่ชีวิตของเธอจนแทบจะเอาชีวิตไม่รอด ทั้งเรื่องบ้าน เรื่องงาน แต่เธอก็สามารถประคับประคองและยืนหยัดอยู่ได้มาจนถึงทุกวันนี้
ด้วยความเข้มแข็ง อดทน และฝึกหลักความพอเพียงเป็นที่ตั้ง อีกทั้งยังมีความกตัญญกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ ทำให้คุณลำไยในวันนี้เรียกว่า ใกล้เดินทางไปถึงทางสว่างของชีวิตเธอ แม้เรื่องของงานประจำ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจะมีค่อนข้างมาก แต่คุณลำไยยังฝากบอกมาว่า เธอเองยังพร้อมสู้อย่างเต็มความสามารถ และสำหรับท่านที่สนใจจะไปให้คำปรึกษาแนะนำในเรื่องต่างๆ เธอเองก็พร้อมที่จะต้อนรับทุกท่าน หรือติดต่อพูดคุยได้ที่ โทร. (087) 809-1148
ณ วันนี้ ด้วยภาวะทางเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง อาจจะมีหลายคนที่กำลังไขว่คว้าหรือร้อนรน มีความอยากดี อยากมี อยากได้มากมายเสียจนทำให้ชีวิตไม่มีความสุข จึงขออนุญาตนำบทความข้างล่างนี้มานำเสนออีกครั้ง เผื่อจะช่วยให้เกิดการผ่อนคลายและสบายใจได้บ้าง
"ผู้คนในสังคมทุก วันนี้ กำลังถูกเกณฑ์ไปบนลู่วิ่งกรีฑาของการแข่งขัน ทุกคนต่างวิ่งอย่างสุดความสามารถ ไม่มีเวลาแม้จะหยุดคิดว่า กำลังวิ่งไปสู่ที่ไหน เพื่ออะไร ด้วยความกลัวว่า การเสียเวลาหยุดลงเพื่อคิด แม้เพียงชั่วขณะหนึ่ง จะทำให้เขาล้าหลังผู้อื่น ที่สุดของการเดินทาง ก็ต้องล้มลงด้วยความเหนื่อยอ่อน พร้อมกับฉงนต่อสิ่งที่ตนเองแสวงหาและได้มา ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน เพียงแค่ผืนดินยาววา...กว้างศอก...?"
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
หน้า: [
1
]
ขึ้นบน
พิมพ์
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
กระโดดไป:
เลือกหัวข้อ:
-----------------------------
พระมหากษัตริย์ไทย
-----------------------------
=> เรารักในหลวง
=> ประวัติศาสตร์ไทย
===> วันสำคัญต่าง ๆ
===> ศิลปะและวัฒนธรรมไทย
===> ดนตรีไทย
=> เศรษฐกิจพอเพียง
-----------------------------
ชมรมคนรักเสด็จเตี่ย
-----------------------------
=> กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
===> วัตถุมงคล กรมหลวงชุมพรฯ
-----------------------------
พุทธศาสนา
-----------------------------
=> พุทธศาสนา
===> วันสำคัญทางศาสนา
=> เกจิอาจารย์
===> วัตถุมงคล
-----------------------------
กระดานนาวี22
-----------------------------
=> ห้องข่าวนาวี 22
===> การใช้งานเว็บไซท์
=> สนทนาทั่วไป
===> ตูน 007
===> สุขสันต์วันเกิด .. !
=> พิราบคาบข่าว
===> ข่าวต่างประเทศ
===> ข่าวในประเทศ
=> เรือ
=> อาวุธ ปืน
===> Beretta
===> CZ#2075RAMI
===> Glock
===> HK
===> S&W
===> SigSauer
===> Ruger
===> Taurus
-----------------------------
มุมเม๊าส์ชาว 22
-----------------------------
=> มุม วาไรตี้
===> คุยกับสาธิตาพยากรณ์
===> บรรเทิง แหล่งช๊อป
===> รวมเพลงต่าง ๆ
===> เพลงทหารเรือ
=> กฏหมายไทย
=> ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย
=> ความรู้ทางการเกษตร
===> ข้าวไทย
===> สมุนไพรไทย
===> น้ำมันจากพืช
===> แก๊สธรรมชาติ
=> สัตว์เลี้ยง และไม่เลี้ยง
=> คนรักรถ
-----------------------------
คอมพิวเตอร์
-----------------------------
=> ถาม-ตอบปัญหาคอมพิวเตอร์
=> มุม บทความน่าสนใจ
===> บ้านหม้อ อีเล็กทรอนิกส์
=====> ร้านอีเล็กทรอนิก รับซ่อมทั่วประเทศ
===> d@eng คุยเรื่อง iT
===> e-book หลายหลากความรู้
=> เขียนเว็บด้วย Joomla
=> กราฟฟิค
-----------------------------
คลินิค นาวี22
-----------------------------
=> สาธารณสุข และสุขภาพที่ดี
===> มุมกีฬาเพื่อสุขภาพ
=====> รวมภาพใน โอลิมปิค 2008
=> การตั้งครรภ์ และเด็กอ่อน
-----------------------------
กินเที่ยวทั่วโลก
-----------------------------
=> เที่ยวทั่วไทย
===> เที่ยวรอบโลก
=> มุม อร่อยเลขที่ 22
===> แนะนำแหล่งกิน มุมอร่อย
-----------------------------
กาพย์ โคลง กลอน
-----------------------------
=> มุม กาพย์ กลอน โคลง ฉันท์