หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สแกน"เครื่องใน"มือถือกูเกิล ต้นทุนถูกกว่าไอโฟน  (อ่าน 179 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 14044


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« เมื่อ: 13 มกราคม 2010, 11:13:28 pm »



        บริษัทวิจัยต่างประเทศขอดเกล็ดกูเกิลโฟน เปิดเผยว่าส่วนประกอบฮาร์ดแวร์ภายในโทรศัพท์มือถือที่กูเกิลวางจำหน่ายด้วย ตัวเองอย่างเน็กซัสวัน (Nexus One)นั้นมีราคาต้นทุนการผลิต 174 เหรียญสหรัฐ (ราว 5,900 บาท) จากราคาขายปลีก 529 เหรียญ (ราว 18,000 บาท) ทางหน้าเว็บไซต์ และ 179 เหรียญทางร้านทีโมบายล์พร้อมสัญญา 2 ปี ถือว่าราคาต่ำกว่าคู่แข่งอย่างไอโฟนของแอปเปิล ซึ่งเคยมีการสำรวจพบว่าต้นทุนฮาร์ดแวร์เครื่องนั้นอยู่ที่ราว 179 เหรียญ
       
       อย่างไรก็ตาม อย่าเพิ่งด่วนตัดสินว่าราคาต้นทุนที่ต่างจากราคาจำหน่ายเครื่องมูลค่าสูง ลิ่วนั้นแปลว่ายักษ์ใหญ่เทคโนโลยีทั้ง 2 ค้ากำไรเกินควร เนื่องจากราคาจำหน่ายปลีกนั้นยังต้องคำนวณรวมค่าใช้จ่ายเรื่องลิขสิทธิ์ เทคโนโลยี และต้นทุนการทำตลาดด้วย ซึ่งเป็นต้นทุนที่มีราคาสูงกว่าค่าฮาร์ดแวร์เครื่อง ที่บริษัทวิจัยตลาดในสหรัฐฯรวบรวมมาได้มากมายนัก

       
       บริษัทวิจัยตลาดที่รวบรวมต้นทุนค่าฮาร์ดแวร์ของกูเกิลโฟนคือ "ไอซัปพลาย (iSuppli)" โดยแจกแจงราคาส่วนประกอบของเน็กซัสวันว่าหน่วยประมวลผล Snapdragon 1Ghz จากบริษัท Qualcomm นั้นมีราคาขายส่งอยู่ที่ 30.50 เหรียญ หน้าจอสนนราคา 23.50 เหรียญ หน่วยความจำราคา 20.40 เหรียญ ระบบทัชสกรีนของบริษัท Synaptics ราคา 17.50 เหรียญ
       


      กล้องดิจิตอล 5 ล้านพิกเซลพร้อมไฟแฟลชราคา 12.50 เหรียญ ไมโครเอสดีการ์ดราคา 8.50 เหรียญ อุปกรณ์รับส่งสัญญาณบลูทูธและเครือข่ายข้อมูลไร้สาย ราคา 8.20 เหรียญ และชุดแบตเตอรี่ 5.25 เหรียญ พร้อมค่าฮาร์ดแวร์อื่นๆรวมเบ็ดเสร็จ 174.16 เหรียญ
       
       ตัวเลขจากการวิจัยต้นทุนฮาร์ดแวร์ของไอซัปพลายนั้นไม่ครอบคลุมค่าใช้ จ่ายในการประกอบเครื่อง ค่าซอฟต์แวร์ และค่าลิขสิทธิ์เทคโนโลยี ซึ่งรู้กันดีว่ามีส่วนชี้เป็นชี้ตายผลกำไรของผลิตภัณฑ์ จุดนี้ เอ็ดเวิร์ด ชไนเดอร์ นักวิเคราะห์จากบริษัทวิจัย Charter Equity ระบุว่าผู้จำหน่ายสมาร์ทโฟนนั้นมักบวกกำไรเพิ่มราว 30% เชื่อว่าในกรณีของกูเกิลก็เช่นกัน
       
       คู่แข่งของ Nexus One อย่างไอโฟนก็เคยโดนไอซัปพลายขอดเกล็ดเช่นกัน โดยการวิจัยเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว พบว่าต้นทุนค่าฮาร์ดแวร์ของไอโฟน 3G S นั้นอยู่ที่ราว 178.96 เหรียญ (ราว 6,100 บาท) เทียบกับราคาขายปลีกที่ฮ่องกง 5,400 เหรียญ (ราว 23,600 บาท) หรือ 199 เหรียญเมื่อผูกสัญญากับเอทีแอนด์ทีในสหรัฐฯเป็นเวลา 2 ปี ขณะที่รุ่น3G ต้นทุนฮาร์ดแวร์อยู่ที่ 174.33 เหรียญ
       
       ต้นทุนไอโฟนนี้ไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆเช่น การพัฒนาซอฟต์แวร์ ค่าบรรจุภัณฑ์ รวมถึงค่าจัดส่ง โดยการสำรวจไม่สามารถทราบถึงสัดส่วนกำไรของไอโฟนเช่นกัน
       
       เน็กซัสวันนั้นเป็นสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ได้ชื่อว่า "กูเกิลโฟน" ซึ่งกูเกิลลงมาดูแลเทคโนโลยีภายในเครื่องพร้อมจัดจำหน่ายด้วยตัวเอง ต่างจาก "แอนดรอยด์โฟน" ทั่วไปที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เท่านั้น ส่วนเทคโนโลยีภายในเครื่องและการวางจำหน่ายจะอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ผลิต เช่น ซัมซุง แอลจี ฯลฯ ขนาดของตัวเครื่องคือ 119 x 59.8 x 11.5 มิลลิเมตร น้ำหนักประมาณ 130 กรัม ส่วนหน้าจอเป็น WVGA AMOLED ขนาด 3.7 นิ้ว รองรับการใช้งานในเครื่อข่าย GSM Quad-Band และ UMTS หรือ 3G ที่ 900/2100 MHz
       
       นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับการเชื่อมต่อไวไฟ มาตรฐาน 802.11 a/b/g/n บลูทูธ ความพิเศษของเน็กซัสวันอยู่ที่ฟังก์ชันการส่งข้อความเสียงในรูปอีเมล และการเอื้อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงบริการนานาชนิดของกูเกิลได้ ทั้งการค้นหาข้อมูล และบริการแผนที่
       
       กู เกิลเปิดร้านจำหน่ายเน็กซัสวันอย่างเป็นทางการที่ www.google.com/phone ในราคา 529 เหรียญสหรัฐ (ราว 18,000 บาท) ไร้สัญญาผูกมัดกับโอเปอเรเตอร์รายใด ผู้บริโภคในสหรัฐฯสามารถเลือกซื้อกับโอเปอเรเตอร์อย่างทีโมบายล์ (T-Mobile) ก็ได้ในราคา 179 เหรียญ (ราว 6,000 บาท) แต่ต้องผูกสัญญา 2 ปี
       
       นอกจากทีโมบายล์ กูเกิลระบุว่ามีการเจรจากับโอเปอเรเตอร์รายอื่นของสหรัฐฯอย่างเวอไรซอน (Verizon) และโวดาโฟน (Vodafone) โอเปอเรเตอร์ในยุโรปด้วย ซึ่งคาดว่าความร่วมมือระหว่างกูเกิลและโอเปอเรเตอร์รายอื่นๆจะทยอยเปิดตัว ตามมาในช่วงกลางปีนี้

       
       ล่าสุด ผู้บริหารกูเกิลระบุว่าเวอร์ชันต่อไปของเน็กซัสวันจะเน้นกลุ่มตลาดเพื่อ ลูกค้าองค์กรยิ่งขึ้น โดยจะมาพร้อมแผงคีย์บอร์ดเพื่อการพิมพ์ที่ถนัดยิ่งขึ้น เชื่อว่าจะทำให้กูเกิลกลายเป็นคู่แข่งกับแบล็กเบอรี่ (BlackBerry) ของอาร์ไอเอ็มอย่างเต็มตัว

ที่มา...  http://www.google.com/phone  -  โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    12 มกราคม 2553 18:00 น.
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: