หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: แนะนำหนังสือ “ความลับพระพุทธเจ้า”  (อ่าน 460 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Ekkissaro
Newbie
*

คะแนนจิตพิสัย +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


อีเมล์
« เมื่อ: 11 สิงหาคม 2009, 07:00:28 pm »

คุณจะกล้าเชื่อหรือไม่ว่า
จากหลักฐานใหม่
ยืนยันว่าพระพุทธเจ้ามิได้ ปรินิพพาน ในอินเดีย
ตามที่นักสำรวจฝรั่งบันทึกไว้
แล้วสิ่งที่ค้นพบใหม่นี้ยืนยันว่า
พระองค์ปรินิพพานที่ไหน...??
ประเทศไทย คือ แผ่นดินที่อุปัฏฐากพระพุทธองค์
มาตั้งแต่ครั้งพุทธกาลจริงหรือ...?
หากอ่านหนังสือเล่มนี้
คุณอาจกล้าพอที่จะเชื่อ
 
ความลับพระพุทธเจ้า
ตามลิงค์ข้างล่างนี้

http://www.megguru.com/book_detail.php?navi=2&id=6


หนังสือ “ความลับพระพุทธเจ้า” นี้ แต่เดิม ผมรวบรวมข้อมูลจาก
หลากหลายแหล่ง และตั้งชื่อหนังสือว่า “ศึกษาประวัติศาสตร์อย่างมีสติ เพื่อคลี่คลายความจริงให้แผ่นดิน”
และได้นำข้อมูลนี้ เสนอต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี (นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 52
ที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีการตอบกลับ ว่ามีความเห็นเป็นประการใด
นอกจากนั้น ยังได้ ตั้งกระทู้ในเว๊บ พลังจิต.คอม เพื่อให้สมาชิกในเว๊บ
ได้ดาวน์โหลดไฟล์ เพื่อนำไปศึกษา และให้ข้อเสนอแนะ
ในกระทู้ ศึกษาประวัติศาสตร์อย่างมีสติ เพื่อคลี่คลายความจริงให้แผ่นดิน
ตามลิงค์นี้

http://board.palungjit.com/f2/ศึกษาประวัติศาสตร์อย่างมีสติ-เพื่อคลี่คลายความจริงให้แผ่นดิน-187246.html

รวมทั้งได้ นำเสนอ ต้นฉบับ ไปยังสำนักพิมพ์ ต่างๆ และในที่สุด
ทาง สำนักพิมพ์ เม๊กกูรู ได้สนใจ ที่จะทำการจัดพิมพ์ หนังสือเล่มนี้
และ ตั้งชื่อหนังสือใหม่ว่า

“ความลับพระพุทธเจ้า”

และกำลังจะออกวางจำหน่ายทั่วประเทศ เร็วๆ นี้

หากเพื่อนๆ มีข้อคิดเห็นเป็นประการใด กับหนังสือเล่มนี้ สามารถแสดงความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่

ห้องคุยกับ กอง บก. เรื่อง หนังสือ “ความลับพระพุทธเจ้า”
ที่

http://www.megguru.com/viewtopic.php?navi=4&rmid=3&id=9
บันทึกการเข้า
Ekkissaro
Newbie
*

คะแนนจิตพิสัย +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: 13 สิงหาคม 2009, 03:50:26 pm »

ทาง สำนักพิมพ์ แจ้ง ความคืบหน้ามาแล้วครับ

หนังสือจะกระจายทั่วประเทศในวันที่ 21 สิงหาคม 2552 นี้นะคะ
แต่จะวางเฉพาะร้านหนังสือประเภท Modern Trade เท่านั้นค่ะ เช่น
Se-ed , นายอินทร์ , D2S, 7-11 บางสาขา, ศุนย์หนังสือจุฬา, ฯลฯ


จึงแจ้งมาเพื่อทราบ และอยากจะชวนให้ลองอ่านเนื้อหาก่อนนะครับ
ส่วนเรื่องชื่อ หนังสือ เป็น เรื่องของฝ่ายการตลาด คิดชื่อขึ้นมา
ในฐานะที่เป็นคนที่คิดมากอยู่เรื่องนี้ ก็เกรงอยู่ครับว่าจะเป็นการปรามาสพระรัตนตรัย
เคยคิดที่จะเสนอชื่อใหม่อยู่ว่า "พระพุทธเจ้าตรัสรู้ที่ประเทศอินเดียจริงหรือ?" หรือ
"พระพุทธเจ้าตรัสรู้ที่ประเทศไทยไม่ใช่อินเดีย" แต่ ทางการตลาดอาจจะไม่โดนใจ
จึงยังยืนยันใช้ชื่อ "ความลับพระพุทธเจ้า"

อย่างไรก็ตาม หากหนังสือเล่มนี้ ได้มีโอกาสจัดพิมพ์ ครั้งที่สอง หรือครั้งต่อๆ ไป
จะขอให้ ทางสำนักพิมพ์ เพิ่มหน้า พิเศษ เพื่อขอขมาพระรัตนตรัย

"นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต อุกาสะ ทวารัตตะเยนะ กะตัง

สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเตฯ"

ถ้าหาก หนังสือ เรื่องนี้ ได้รับความสนใจ และมีผู้อยากศึกษา ให้ลึกอีกว่า
สถานที่ตั้งของ สังเวชนียสถาน ในไทย-พม่า อยู่ที่ไหนบ้าง
ก็จะมีตอนที่ 2 ออกมา ซึ่งชื่อหนังสือ ก็จะเป็น "ความลับแผ่นดิน"
ซึ่งต้นฉบับ ปรับปรุงมาจาก หนังสือ 2 เรื่อง ที่เคยเผยแพร่มา 6-7 ปี
ทางอินเตอร์เนต คือ

"ความจริงของแผ่นดิน เปิดตำนานพระพุทธศาสนาในถิ่นไทย" กับ
"พระพุทธเจ้าของเราตรัสรู้ที่ประเทศไทยจริงหรือ?"

ส่วนประเด็นที่คิดว่า เป็นการค้า หาเงิน อันนี้ ก็ยอมรับครับว่า
นอกจาก ต้องการให้เรื่องนี้เผยแพร่ออกไปในวงกว้างแล้ว
การหาเงินเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่ต้องการ เพราะผมคิดว่าการที่จะ
ได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณจากภาครัฐ เพื่อศึกษาค้นคว้า
เชิงลึก รวมทั้งการขุดค้นหาหลักฐานที่ท่านๆ ทั้งหลาย เรียกร้อง
คงต้องใช้เงิน เป็นหลัก 5-10 ล้านบาท นั้น ซึ่ง ได้พิสูจน์มาแล้ว
ว่า ถูกปฏิเสธ จากภาครัฐมา ตั้งแต่ สมัยรัฐบาล ฯพณฯ ทักษิณ
ที่มทำหนังสือ ถึงรัฐบาล และรัฐสภา มาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2547 และ
ในรัฐบาลที่ผ่านๆ มา จนกระทั่ง รัฐบาลปัจจุบัน ของ ฯพณฯ อภิสิทธิ์
เมื่อ 14 พ.ค. 52 ที่ผ่านมา ซึ่งผ่านมา จะครบ 3 เดือนแล้ว แต่ก็ยัง
ไม่มีการตอบกลับว่า จะมีความเห็นเป็นประการใด

ดังนั้น การแสวงหาความร่วมมือสนับสนุนจากภาคเอกชน จึงเป็นเรื่อง
ที่จำเป็นต้องกระทำ รวมทั้ง การจัดพิมพ์หนังสือ ขึ้นมาเพื่อจำหน่าย
ในครั้งนี้

ซึ่งอาจบางที นี่จะเป็นการปลดเปลื้องพันธกิจ ที่ถูกมอบหมายมา ดัง
ปรากฏผ่านความฝัน เมื่อเกือบ 14 ปีที่ผ่านมา ซึ่งบางท่านที่ติดตาม
ผมมาตั้งแต่ เว๊บ "มิติลี้ลับ" "คนเมืองบัว" หรือ ใน "พลังจิต" นี้
อาจจะเคยได้อ่านความฝันของคนที่ไม่ประสีประสาอะไรเลย เมื่อ 14 ปี
ก่อน ที่เก็บความฝันอยู่กับตัวเองมาตลอด และ นำมาเที่ยวเร่ถามคน
ในโลกไซเบอร์ เมื่อ กลางปี 2545 ว่า "ฝันอย่างนี้หมายความว่ากระไร?"

ฝันว่า....ตัวเองยืนอยู่ตีนเขา รู้สึกเย็นสดชื่น ที่นั่นมีแอ่งน้ำใส ใสจนมองเห็น
ฝูงปลาที่แหวกว่ายอยู่ในน้ำ เมื่อมองขึ้นไปเห็นธารน้ำที่ไหลมายังแอ่งน้ำนั้น
จึงเดินสวนกระแสน้ำนั้นที่ไหลลงมาจากบนเขา เมื่อเดินขึ้นไปเรื่อยๆ จึงได้ไป
หยุดยืนอยู่บนยอดเขา ซึ่งเป็นที่ราบเรียบ เบื้อหน้ามีพระพุทธรูปสีทององค์ใหญ่
มหึมา ต้องแหงนมองคอตั้งบ่า จึงเห็นพระพักตร์อมยิ้มด้วยพระเมตตา กรุณายิ่ง
ในสนทนาทางจิต เพราะเราก็ไม่ได้เอ่ยปาก พระพุทธรูปนั้นก็ไม่ได้เผยพระโอษฐ์
แต่รู้กันทางจิตว่า พระท่านถามว่า "เธอจะรับหน้าที่ที่จะมอบหมายได้หรือไม่?"
ซึ่งเราก็ตอบว่า "ได้ครับ" เท่านั้นเอง ก็มีระฆังทอง ล่องลอยออกมาจกองค์พระ
แล้วเราก็กระโดดโอบกอดระฆังนั้น แล้วก็ประสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียวกับ
"ระฆังทองนั้น"

หลังจากได้รับคำชี้แนะ เรื่องความฝันนั้น เมื่อกลางปี 2545 เมื่อเข้าสู่ปลายปี
ก็ได้รับทราบ ข้อมูลเรื่องราวต่างๆ ที่สุดที่จะยอมรับและทำใจเชื่อได้ว่า


"แท้ที่จริงแล้ว พระพุทธศาสนาไม่ได้ถือกำเนิดเกิดขึ้นที่ประเทศอินเดีย"

นั่น หมายความว่า

"พระพุทธเจ้าของเราไม่ได้ตรัสรู้ที่ประเทศอินเดีย" อย่างที่คนทั้งหลายเข้าใจ
แต่แท้ที่จริงแล้ว "พระพุทธเจ้าของเราทั้งที่ตรัสรู้มาก่อนแล้วในภัทรกัลป์นี้ 3 พระองค์
พระสมณโคดมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน และพระศรีอาริยเมตไตรย ในอนาคต
ล้วนแล้วแต่จะต้องมาตรัสรู้ในแผ่นดินที่เป็นประเทศไทยในปัจจุบัน ซึ่งเป็น
ไปตามพุทธวิสัย และพุทธประเพณี"

ฟังดูแล้ว เป็นเรื่องใหญ่ ยาก ที่จะทำให้คนในสมัยปัจจุบัน รู้ และยอมรับ
แต่ก็เป็นสิ่งที่พยายามมาตลอด ตั้งแต่ปลายปี 2545 จนถึงปัจจุบันนี้
นับเวลาก็เกือบจะเข้าปีที่ 7 แล้ว จึงได้รับการ สนับสนุนให้เผยแพร่ไปทั่ว
ประเทศในวันที่ 21 สิงหาคม 2552 นี้
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: