หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บรรพชนพลีชีพปกป้องมา วันนี้เราจะรักษาไว้ได้หรือไม่  (อ่าน 2040 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
kohchang
Newbie
*

คะแนนจิตพิสัย +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« เมื่อ: 27 พฤษภาคม 2009, 04:18:33 pm »

ยุทธนาวีที่เกาะช้าง เป็นเหตุการณ์ ที่หลายคนยังไม่รู้จัก  แต่อีกหลายคนก็รู้ถึงเรื่องนี้ดี และซาบซึ้งในใจมาเสมอ
เราได้ไป เยี่ยม ศาล ยุทธนาวีที่เกาะช้างมาหลายครั้งแล้วค่ะ   ไปด้วยความรู้สึก รัก และเคารพ  ในทหารเรือเหล่านั้น
ที่เขาได้พลีชีพปกป้องแผ่นดินนี้ไว้เพื่อเรา  ปัจจุบันนี้ เรือ ก็ยังจมอยู่ตรงบริเวณ อ่าวตรงนั้น

พวกเราชาวเกาะช้าง รู้สึกซาบซึ้งใจ ในความกล้าของวีรชนไทยของเรา
และทุกๆ  ปี เราจะทำบุญแด่ดวงวิญญาณ ของทหารเรือมาเสมอ  ชาวเกาะช้างทั้งเกาะ
จะมาร่วมใจกัน ทุกๆ ปี  แต่วันนี้ ด้วยน้ำมือของนายทุน ของคนไทย ด้วยกันเองนี่แหละ
ที่ทุบทำลายสถานที่นี้  

มาระลึกถึง นาวีไทยทั้งหลาย ที่เคยปกป้องแผ่นดินเราไว้ที่นี่  ค่ะ  แม้ศาลนั้นจะถูกทำลายไป
แต่วีรกรรมอันยิ่งใหญ่ เราจะไม่มีวันลืมเลือน
 




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27 พฤษภาคม 2009, 04:41:45 pm โดย kohchang » บันทึกการเข้า
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14053


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 28 พฤษภาคม 2009, 05:39:12 am »

เข้ามา ร่วมระลึกค่ะ

ขอดวงวิญญาณนักรบผู้กล้า ณ เกาะช้าง ไปสู้สุขติชั่วกาลนานเทอญ

เราคนไทยจะจดจำวีรกรรมความกล้าหาญของทุกท่าน ตลอดไป นักรบผู้กล้าหาญของชาติไทย

 
บันทึกการเข้า

admin
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +30/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3573


oknakrub@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 29 พฤษภาคม 2009, 03:38:07 pm »

เมื่อคืนได้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม มีการทำพิธี เกี่ยวกับถอนดวงวิญญาณด้วย หากมีภาพจะนำมาโพสให้ได้ชมในโอกาสต่อไป
บันทึกการเข้า

จันทร์เจ้าขา
Auther
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +14/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 807


jatikanont@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 29 พฤษภาคม 2009, 07:48:38 pm »

26 พค. 2552 21:45 น.

นางจิรวัฒน์ ศรีสัตนา หรือ สีกาอิ๊ด อดีตสีกาวัดธรรมกาย นายทุนใหญ่เจ้าของหาดทรายยาว ต.เกาะช้างใต้ อ.เกาะช้าง สั่งสมุน
นำโดยนายปริญญา ปิยะ และคนงานอีก 10 คน บุกทำลายรื้อศาลยุธนาวีที่เกาะช้าง (อนุสรณ์ยุทธนาวี) ที่บ้านเจ็กแบ้ ต.เกาะช้างใต้
อ.เกาะช้าง จ.ตราด ซึ่งขณะกำลังรื้อชาวบ้านกว่า 100 คน นำโดย นายสมหมาย เครือนุช กำนัน ต.เกาะช้างใต้ และ นายจักรกฤษ
สลักเพชร นายก อบต.เกาะช้างใต้ ได้ขัดขวางไม่ให้มีการรื้อทำลาย พร้อมแจ้งความดำเนินคดี

โดย นายจักรกฤษ สลักเพชร นายกอบต.เกาะช้างใต้ อ.เกาะช้าง จ.ตราด เปิดเผยว่า ชาวบ้านได้ลงชื่อทั้งหมดเกือบ 100 ชื่อ เพื่อ
แจ้งความดำเนินคดีกับบุคลลทั้งหมด 11 คน ในข้อหาทำลายทรัพย์สินสาธารณะ ซึ่ง พ.ต.ท.ธนศักดิ์ ศรีสุพรรณ รองผกก.สืบสวน
สภ.เกาะช้าง เป็นผู้รับแจ้ง

แต่ทั้ง 2 ฝ่าย ได้เจรจาหาข้อยุติโดยที่ นายปริญญา ปิยะ ได้อ้างว่านางจิรวัฒน์ ศรีสัตนา หรือสีกาอิ๊ด เจ้าของที่ดิน สั่งการให้มา
ดำเนินการรื้อถอน เนื่องจากศาลดังกล่าวปลูกสร้างอยู่ในเขตที่ดินของนางจิรวัฒน์

ขณะที่ชาวบ้าน เองก็อ้างถึงการออกเอกสารสิทธิ์ไม่ถูกต้องอีกทั้งศาลดังกล่าว ก่อสร้างมานานกว่า 10 ปีแล้ว โดยชาวบ้าน และ
ทางราชการร่วมกันจัดงานรำลึกยุทธนาวี ที่เกาะช้างที่ศาลยุทธนาวีแห่งนี้เป็นประจำทุกปี โดยไม่มีใครคัดค้าน อีกทั้งศาลดังกล่าว
เป็นที่เคารพศรัทธาเลื่อมใสของชาวเกาะช้าง นักท่องเที่ยว และทหารเรือ เนื่องจากเป็นสถานที่สู้รบกันระหว่างทหารเรือไทยกับ
กองเรือลามอตปิเกต์ของฝรั่งเศส และ ทหารเรือเสียชีวิตจำนวนมาก มีการขนศพทหารเรือขึ้นมาทำพิธีที่บริเวณศาลดังกล่าว

โดยชาวบ้านบอกว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในปี 2484 แต่หลักฐาน สค.1ออกให้ในปี 2497 ดังนั้น หลักฐานของนางจิรวัฒน์ น่า
จะได้มาอย่างไม่ถูกต้อง ทำให้ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไม่ได้

อย่างไรก็ตามทาง พ.ต.ท.ธนะศักดิ์ สรีสุพรรณ ขอให้ทั้ง 2 ฝ่ายประนีประนอมโดยขอให้นายปริญญา ปิยะ ทำการซ่อมแซมอนุสรณ์
สถานให้อยู่ในสภาพเดิม ภายใน 15 วัน (ระหว่างวันที่ 26 พฤษภาคม - 10 มิถุนายน 2552) หากไม่ดำเนินการจะดำเนินคดีต่อไป
แต่นายปริญญา จะขอไปปรึกษานางจิรวัฒน์ก่อน ทำให้ทางตำรวจขอให้แจ้งความเป็นหลักฐานไว้ก่อน หากไม่ดำเนินการใด ๆ ก็
อาจจะดำเนินคดี

สำหรับศาลยุทธนาวี แต่เดิมเป็นเพียงศาลเพียงตาเล็กๆหลังคามุงสังกะสี ต่อมามีการตัดถนนจากบ้านเจ๊กแบ้ เข้ามาที่หาดทรายยาว
ทำให้ชาวบ้านรวบรวมทุนทรัพย์กันมาพัฒนาศาลแห่งนี้ใหม่ในปี 2548

หลังจากนั้นชาวบ้านจะมาร่วมกันจัดงานรำลึกยุทธนาวี ที่เกาะช้างทุกปี โดยกำหนดวันที่ 17 มกราคมของทุกปี เป็นวันจัดงานซึ่งเป็น
วันยุทธนาวี ระหว่างทหารเรือไทย กับทหารเรือฝรั่งเศสและครั้งล่าสุดในวันที่ 17 มกราคม 2552 อำเภอเกาะช้าง สมาคมธุรกิจท่องเที่ยว
จ.ตราด ร่วมกันจัดงานที่ศาลแห่งนี้อย่างยิ่งใหญ่

ทั้งนี้ เพื่อรำลึกถึงทหารเรือไทยที่พลีชีพเพื่อชาติ ดังนั้นการบุกทำลายศาลแห่งนี้ ชาวบ้านจึงยอมไม่ได้ และให้ผู้บุกรุกทำลายศาลให้
อยู่ในสภาพเดิม โดยด่วน หากไม่ดำนเนินการ จะจี้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีต่อไป


ที่มาของข่าวจาก http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=382843

 
 
บันทึกการเข้า

ปังปอน
Sr. Member
****

คะแนนจิตพิสัย +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 361


การขับขี่ยานพาหนะ ทำให้ความสามารถในการดื่มสุราลดลง

thada22@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: 31 พฤษภาคม 2009, 01:40:15 am »

 เจ๋ง เจ๋ง ขอสาปแช่งไอ้พวกนายทุนหรือมันผู้ใดก็ตามที่คิดจะทำลายศาลยุทธนาวีที่เกาะช้าง ขอให้พวกมันมีอันเป็นไปฉิบหายล่มจมไม่มีที่อยู่ที่ทำกินไม่มีดินกลบหน้า ขอให้ธรณีสูบมันลงไปสู่ขุมนรกด้วยเทอด
บันทึกการเข้า

Doughnut
Publisher
Full Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +3/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 144

ning_1991@hotmail.com
« ตอบ #5 เมื่อ: 03 มิถุนายน 2009, 04:28:00 am »

เศร้าจังเลยนะคะ เป็นคนหนึ่งที่เคยร่วมในพิธี "รำลึกถึงนายทหารหาญที่เสียชีวิตครั้งยุทธนาวีเกาะช้าง" นาวาโทหลวงพร้อม วีรพันธุ์ ผู้บังคับการเรือรบหลวงธนบุรี และนายทหารทุกนาย ผู้กล้าของราชนาวีไทย ที่ปกป้องประเทศชาติ ครั้งที่เกิดกรณีพิพาทระหว่างไทยและอินโดจีน แม้ว่าเรือรบหลวงธนบุรี เรือรบหลวงชลบุรี และหมู่เรืออีกหลายๆ ลำ ขนาดของเรือไม่สามารถเทียบเคียงได้กับ เรือลาดตระเวน ลามอร์ตปิเก้ ที่เป็นเรือธงในขณะนั้น

แต่นายทหารทุกนาย พร้อมพลีกายเพื่อรักษาผืนแผ่นดินไทย ให้แก่อนุชนรุ่นหลัง กี่ยุค กี่สมัย กี่เหล่าทัพ ที่ยอมสละกายให้แผ่นดินไทย แล้วพวกเราละ มิใช่ลูกหลานของท่านเหล่านั้นหรือคะ ไม่อายที่จะยอมสละแผ่นดินอันน้อยนิด เพื่อให้เป็นอนุสรณ์สถาน ให้ยุวชนรุ่นหลัง ได้ร่วมรำลึกถึงวีรกรรม และเหตุการณ์ครั้งนั้น

จากเหตุการณ์ ยุทธนาวีเกาะช้างครั้งนั้น ทำให้เรายังคงมีแผ่นดินไทย ที่รวมชื่อเกาะช้าง ไว้เป็นของคนไทย ก็เพราะดวงวิญญาณของ นาวาโทหลวงพร้อม วีรพันธุ์ และเหล่านายทหารประจำเรือรบทุกลำ ปัจจุบันเรือรบหลวงชลบุรี เรือรบหลวงหนองสาหร่าย ที่อัปปางลง ยังคงนอนสงบนิ่ง ณ พื้นทะเล บริเวณเกาะช้าง ซึ่งทางกองทัพเรือขอปิดพิกัดไว้ มิให้ใครไปรบกวน

ชนรุ่นหลัง ไม่ได้ซาบซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อยนิด น่าเศร้าจัง เสมือนว่า คนเหล่านั้น ไม่ได้เกิดบนแผ่นดินไทย ไม่ได้มีบรรพบุรุษสืบเนื่องมาแต่โบราณ..เศษเสี้ยวของผืนดิน จุดที่ตั้งเป็นอนุสรณ์สถาน เพื่อรำลึกถึงวีรชนผู้กล้า ยุทธนาวีเกาะช้าง ยังถูกรุกราน แล้วอย่างนี้ แผ่นดินไทยที่เราอยู่ทุกวันนี้ จะคงอยู่ได้เหมือนเดิม อีกหรือ..คะ.
บันทึกการเข้า
admin
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +30/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3573


oknakrub@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 06 มิถุนายน 2009, 02:22:46 am »

ทหารเรือต้อง ยึดมั่นใน ชาติ เกียรติ วินัย กล้าหาญ ถ้าไม่มีก็ออกมาแบบนี้แหละ  ฮืม
บันทึกการเข้า

thitinan
Sr. Member
****

คะแนนจิตพิสัย +12/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 360



อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: 06 มิถุนายน 2009, 03:16:20 am »

ไม่เป็นไรครับแม้ว่าจะไม่มีคนมองเห็นความสำคัญ ยังไงซะ1500ไมล์ทะเลไทย เหล่าทหารเรือที่ยังอยู่ก็จะไม่ยอมให้ใครรุกราน
บันทึกการเข้า

ณ ที่ใดดวงใจไม่ไหวหวั่น
ขอฝ่าฟันอุปสรรคและขวากหนาม
แม้นสิ้นชาติวาสนาชะตาทราม
จะฝากนามโลกให้รู้กูก็ชาย
seahunter
Jr. Member
**

คะแนนจิตพิสัย +1/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 59



อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: 07 มิถุนายน 2009, 04:08:27 am »

นิยายอิงประวัติศาสตร์...ความทรงจำลูกประดู่
วรสารสามสมอ(วรสารรายปีโรงเรียนนายเรือ)
ผู้แต่ง  นนร. ไพรัตน์ วิลาสมงคลชัย พรรคนาวิน สาขา วิศวกรรมไฟฟ้า

ลองอ่านเล่นๆเพื่อรำลึกถึงเหตุการณืสำคัญ

ปล.เป็น นิยาย....ที่อิงประวัติศาสตร์ ผู้ไม่เคยอ่านควรศึกษาประวัติศาสตร์อีกครั้งหนึ่ง
นิยายเรื่องนี้ได้รับคัดเลือลงวรสารสามสมอ..เพื่อเป็นการเตือนสติ นักเรียนนายเรือ
บันทึกการเข้า
seahunter
Jr. Member
**

คะแนนจิตพิสัย +1/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 59



อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: 07 มิถุนายน 2009, 04:14:32 am »

ผมมองไปรอบๆตัว ในห้องแคบๆห้องหนึ่งที่มีแต่ตู้เตี้ยๆกับเตียงเล็กๆ3ชั้นวางเรียงแถวกันอยู่ แม้มันจะดูรู้สึกอึดอัด แต่สำหรับผมแล้วนั้นห้องเล็กๆที่เรียกว่า”ห้องกะลาสี”นี้ มันก็เป็นห้องที่สบายที่สุดในตอนนี้ก็ว่าได้...ผมทิ้งตัวลงนอนบนฟูกเก่าๆหลังจากเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันของการฝึกภาคทะเลในประเทศ คงเป็นพรุ่งนี้เช้าแล้วที่พวกเราจะมาถึงเกาะช้างสักที

วิ๊ดเวี้ยว...หว่อ    เตรียมการเดินเรือในร่องน้ำ ..ๆ  ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย”เพิ่งจะตี5..นอนไปได้นิดเดียวเอง”   ผมรีบขึ้นไปประจำหน้าที่จ่ายามตามตำแหน่งบนสะพานเดินเรือ   “เห็นซั้ง 5 ต้นตรงหัวเรือระยะใกล้!” ยามตรวจการรายงานเข้ามาด้วยความตื่นเต้น อาจด้วยความมืดทำให้ยามตรวจการณ์เพิ่งตรวจพบในระยะประชิด  “หางเสือซ้ายหมด”  นายยามเรือเดินรีบสั่งอย่างรวดเร็ว เรือเริ่มมีอาการหันอย่างรวดเร็วน่ากลัวจนนายยามต้องสั่ง   ”คลายหางเสือ หางเสือตรง”    ขออนุญาตครับ  ” หางเสือค้าง!!”   ยามถือท้ายตะโกนบอก............เรือเริ่มหมุนติ้วๆอย่างไร้จุดหมาย   “ หยุดเครื่องทั้ง2เครื่อง ...วิทยุรายงานเรือทุกลำในหมู่เรือฝึก  หางเสือเรือเราขัดข้อง ขออนุญาตแยกกระบวน ”    นายยามเริ่มแก้สถานการณ์  “ขออนุญาตครับ.. วิทยุไม่สามารถติดต่อเรือลำอื่นๆได้”   ยามวิทยุรายงาน    “อะไรกันวิ่งตามกันมาใกล้ๆยังติดต่อไม่ได้อีก...เรดาห์ตรวจสอบตำแหน่งที่เรือทุกลำแล้วรายงานมา”    นายยามสั่งการต่อ    “ขออนุญาตครับ... เรดาห์ไม่สามารถตรวจจับเรือลำอื่นได้  ไม่พบเป้าในระยะ10nm ”  ยามเรดาห์รายงาน. 
บันทึกการเข้า
seahunter
Jr. Member
**

คะแนนจิตพิสัย +1/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 59



อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: 07 มิถุนายน 2009, 04:16:34 am »

“อะไรกัน! เรืออีก2ลำหายไปไหน?...ยามทัศนะตรวจการณ์โดยละเอียด...เรดาห์ตรวจจับเป้าทุกเป้าทุกเป้า...วิทยุติดต่อเรือทุกลำตลอดเวลา”  นายยามเริ่มวิตกกังวลในเหตุการณ์.
เรือหลวงกระบุรีเริ่มเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆ หลังจากแก้ไขหางเสือเรียบร้อย    ..0545   “ขออนุญาตครับ...เรดาห์ตรวจพบเรือผิวน้ำไม่ทราบฝ่ายขนาดใหญ่หลายลำ จัดรูปกระบวนตามยุทธวิธี..แยกกำลังออกเป็น3หมู่  คาดว่าเป็นเรือรบ  ขณะนี้อยู่ทางตอนใต้ของเกาะช้าง บริเวณช่องเกาะคลุ้ม”   ยามเรดาห์รีบรายงานด้วยความตกตะลึง   อะไรกัน!  เรือรบจำนวนมากมาจากไหน ?  เรือรบที่เหลือของเราไปไหน? นายยามนึกในใจพร้อมรีบสั่งการ  ”ยามวิทยุ..ติดต่อกับกองเรือนั้นให้ได้...ด่วนที่สุด”    สภาพอากาศในเวลาเช้าตรู่ ดวงอาทิตย์กำลังจะขึ้น ท้องฟ้ามีเมฆเป็นกลุ่ม ทะเลมีคลื่นเล็กน้อย  ลมเซ้าเวทกำลัง1   ...0605  “ขออนุญาตครับ..เรดาห์ตรวจพบเป้าอากศยาน ทางบริเวณเกาะกูด ผ่านมาทางเกาะกระดาษ ขณะนี้กำลังบินวนเวียนบริเวณเกาะง่าม”  ยามเรดาห์รายงานอย่างรีบเร่ง   “ยามทัศนะตรวจการณ์ด้วยสายตาอย่างละเอียด”  นายยามเริ่มสั่งด้วยสถานการณ์ตรึงเครียด  “ขออนุญาตครับ..พิสูจน์ทราบเป็นเครื่องบินตรวจการณ์ทิ้งระเบิดรุ่นเก่า! เครื่องบินตรวจการณ์แบบ Potez .  ในสงครามโลกครั้งที่2!!!”     ยามทัศนะรายงานด้วยเสียงตื่นเต้น     “Group of warship… This is KRABURI  I wish to communicate with you...please show your nation and mission.....over “ ยามวิทยุพยามติดต่อเรือลึกลับอย่างต่อเนื่อง  “ This is LAMOTTE PICQUET I’m Capitaine de Vaisseau Regis Beranger..keep clear of me….. out”   เรือลึกลับส่งสัญญาณมา     
บันทึกการเข้า
seahunter
Jr. Member
**

คะแนนจิตพิสัย +1/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 59



อีเมล์
« ตอบ #11 เมื่อ: 07 มิถุนายน 2009, 04:20:52 am »

“ ลามอตปิเกต์!!!!”   ทุกเสียงบนสะพานเดินเรือดังขึ้นพร้อมกัน   “นี่..หมายความว่าพวกเรากำลังอยู่ในสงครามอินโดจีน..17 มกราคม2494!”  สรั่งเรืออุทานออกมา  “อย่าบอกนะว่านี่เรากำลังอยู่ในน่านน้ำยุทธนาวีเกาะช้าง..เราจะเอายังไงกัน”  นายยามเสียงสั่นเครือ “เราไม่ควรที่จะเอื้อมมือไปแตะต้องประวัติศาสตร์ ...พวกคุณคงเคยได้ยินเรื่องบัฟเตอร์ฟลายเอ็ฟเฟรคมาบ้าง”   ต้นหนออกความคิดเห็น    “ผม..ในฐานะผู้บังคับการเรือลำนี้ ขอสั่งการให้ทุกคนเตรียมพร้อมขั้นสูงสุด เราจะเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ห่างๆโดยจะไม่เข้าไปร่วมยุทธนาวีนี้ ....โดยไม่จำเป็น!..”  ผู้บังคับการเรือสั่งการด้วยเสียงที่เชียบขาด..   0610  เสียงปืน ปตอ. ดังขึ้นบริเวณอ่าวสลักเพ็ชร กลุ่มควันกระสุนระเบิดแตกอากาศ มืดครึ้มทั่วท้องฟ้า...จากเรือใช้ตอร์ปิโดทั้ง2ลำของราชนาวีไทย  เสียงปืนใหญ่ เสียงระเบิด ที่ดังอย่างต่อเนื่อง  กลุ่มควัน และเปลวไฟที่โหมลุกไหม้เรือฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ นั่นก็คือ ทัพเรือไทย   “ตามประวัติศาสตร์แล้ว  ตอนนี้เรือหลวงสงขลากำลังรบกับเรือลามอตปิเกต์.... และ  ในที่สุด   นาวาตรี   ชั้น   สิงหชาญ    ผู้บังคับการเรือหลวง สงขลา สั่งสละเรือใหญ่ เวลา 0645  หลังจากยืนหยัดทำการรบได้ 35 นาที  ในขณะเดียวกัน เรือหลวงชลบุรี ได้ทำการยิงต่อสู้กับหมู่เรือสลุปของฝรั่งเศสที่ตรงเข้ามารุมโจมตี ถูกกระสุนที่ท้ายเรือ และกลางเรือ เกิดระเบิดไฟลุกไหม้ ลูกเรือเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายนาย    เรือเอก    ประทิน ไชยปัญญา ผู้บังคับการเรือ สั่งสละเรือใหญ่ เวลา 0653  หลังจากทำการรบได้ประมาณ 40 นาที  กองเรือฝรั่งเศสได้กระทำการผิดธรรมเนียมการรบทางทะเล โดยใช้ปืนกลกราดยิงทหารเรือไทยที่ลอยคออยู่ในทะเลอีกด้วย”   สรั่งเรือผู้เชี่ยวชาญประวัติการรบเล่าให้ฟัง       หลายคนบนเรือหลวงกระบุรีเริ่มน้ำตาคลอ ที่ต้องเห็นคนไทยด้วยกันรุ่นปู่ โดนข้าศึกรุมทำร้าย โดยที่ตนเองซึ่งเป็นรุ่นหลานและเป็นทหารเรือด้วยนั้นไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากเฝ้ามองเรือหลวงทั้ง2ลำค่อยๆจมลงสู่ก้นทะเลจนภาพสุดท้ายของผืนธงราชนาวีที่ยังคงโบกสะบัดพัดพลิ้วบนเสากร๊าฟจมหายลับไปกับท้องทะเล  คงเหลือไว้แต่ซากต่างๆที่หลุดลอยออกมา รวมถึง ร่างทหารเรือที่กำลังดิ้นทุรนทุรายกลางทะเล ทั้งที่นอนแน่นิ่งแล้วจมตามเรือไป....   ภาพโหดเหี้ยมเย็นชานี้เรียกน้ำตาหลายคนออกมา...มันไม่ใช่น้ำตาแห่งความกลัว หรือความอ่อนแอ  แต่มันเป็นน้ำตาแห่งความโกรธแค้น น้ำตาแห่งความเป็นลูกนักรบ    “ ทำไม...เวลามันต้องย้อนพาพวกเรามาเห็นภาพพวกนี้...?”   นักเรียนนายเรือคนหนึ่งพูดเสียงสะอื้น ในความรู้สึกบีบคั้นหัวใจ   “ คงมีคำตอบในตัวของมันเอง....จิตวิญญาณ.และอุดมการณ์ ของหลายๆคนที่ได้ถูกปลุกขึ้นมาหลังจากจางหายไปนาน มันคงอยากจะกระตุ้นอะไรบางอย่างให้กับพวกเราก็ได้”    ต้นเรือกล่าวพร้อมกำมือแน่น.
บันทึกการเข้า
seahunter
Jr. Member
**

คะแนนจิตพิสัย +1/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 59



อีเมล์
« ตอบ #12 เมื่อ: 07 มิถุนายน 2009, 04:22:09 am »

   ...ลามอตปิเกต์ เคลื่อนตัวช้าๆเปรียบเสมือนว่าตัวเองเป็นเจ้าแห่งท้องทะเลไปยังบริเวณเกาะไม้ซี้ใหญ่  และภาพในหน้าประวัติศาสตร์ที่คุ้นตาทหารเรือทุกคนเป็นอย่างดีก็ปรากฏขึ้น      เรือหลวงธนบุรี!!  เรือธงของหมู่เรือไทยก็แล่นเข้ามาประจัญบานด้วยความเร็วประมาณ 14น็อต ป้อมปืนทั้งหัวและท้ายหันเตรียมรบกราบขวา โดยที่ไม่หวั่น ครั่นคร้ามศัตรูที่ดูแล้วเหนือกว่ามากเลยสักนิดเดียว   ระยะ13000หลา เปลวไฟวาบจากปากกระบอกปืนของเรือหลวงธนบุรี ดังกึกก้องไปทั่วท้องน้ำ   พร้อมๆกับเรือลามอตปิเกต์ที่เริ่มระดมยิงเรือหลวงธนบุรีในอัตรายิงที่สูงกว่า...กระสุนตับที่4 เริ่มยิงมาจากเรือลามอตปิเกต์....หลายชีวิตบนเรือหลวงกระบุรีมองดูน้ำตาปริ่มบ้างหลับตา ยืนตัวเกร็งด้วยความแค้น   เพราะตามบันทึกประวัติศาสตร์แล้ว กระสุนตับนี้จะเจาะทะลุบริเวณห้องโถงนายพล และระเบิดขึ้นไปยังหอรบ ส่งผลคือ นาวาโท  หลวงพร้อม  ผู้บังคับการเรือและนายทหาร อีกหลายคนเสียชีวิตทันที รวมถึงความเสียหายกับระบบควบคุมเรือตามมา ..ซึ่งก็ทำให้เรือหลวงธนบุรีสิ้นฤทธิ์ไปมาก.......
   “ปืนหัวเตรียมการรบตรงหัวเรือ....เป้าหมาย....ลามอตปิเกต์!!!” เสียงที่ดังและเฉียบขาดของผู้บังคับการเรือ ปลุกให้หลายคนกลับมาฮึกเฮิม  หลังจากรู้สึกเศร้าสลดไปนาน.....ผู้บังคับการเรือยืนกำมือแน่นพร้อมที่จะรับผิดชอบในคำสั่ง     ””””ยิงงงง!!!””””””      บึ้ม....บึ้ม บึ้ม...บึ้ม.....บึ้ม........เสียงกัมปนาทจากป้อมปืน100 มิลลิเมตร   แท่นคู่ของเรือหลวงกระบุรีแผดคำรามก้อง   กระสุนตกรอบๆเรือลามอตปิเกต์อย่างสวยงามเหมือนมีคนไปวางเอาไว้....เฉียดเส้นยาแดง ฝอยน้ำพุ่งขึ้นสาดรอบเรือข้าศึกจนทำให้ข้าศึกต้องหยุดชะงักการยิง      ส่งข่าวไป  ”  นี่คือ กระบุรี เรือรบแห่งราชนาวีไทย ขอให้ท่านถอนตัวออกไปจากน่านน้ำไทย มิเช่นนั้นเราจะดำเนินการกับท่านขั้นเด็ดขาด!”   และแล้ว คำตอบจากเรือข้าศึกก็ถูกส่งกลับมาหาเรือรบของเราอย่างรวดเร็ว....ตู้มมม!ตู้มมม!     แต่ยังถือว่าเป็นโชคดีที่ฝีมือยังห่างกันคนละชั้น กระสุนจึงตกห่างออกไปจากเรือกระบุรีหลายร้อยหลา “เตรียมการปล่อยอาวุธนำวิถี c801 ท่อ 2 “  ผู้บังคับการเรือสั่งการหลังจากถูกลามอตปิเกต์โจมตี..........
บันทึกการเข้า
seahunter
Jr. Member
**

คะแนนจิตพิสัย +1/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 59



อีเมล์
« ตอบ #13 เมื่อ: 07 มิถุนายน 2009, 04:34:21 am »

......เรือหลวงธนบุรี  เริ่มเสียการควบคุมหมุนเป็นวงกลม หลังโดนกระสุนตับที่4จากลามอตปิเกต์ แต่ถึงอย่างนั้นปืนทุกกระบอกก็ยังคงหันจังก้าเข้าหาเรือข้าศึกตลอดเวลา เหมือนนักมวยรุ่นเล็กที่ถูกชกจนตาแตกแต่ก็ยังคงชกหมัดออกไปตลอดโดยไม่ขอยอมแพ้หรือยอมคุกเข่าให้อีกฝ่าย....
 ......ภาพที่เห็นทำให้ทหารทุกคนบนเรือหลวงกระบุรีซึ่งเป็นทหารเรือรุ่นหลานยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ          “””ยิงงงง !!!”””     “ 5..4..3..2..1..”    “ c801  พ้นท่อ ๆ”     นายทหารการอาวุธรายงานผู้บังคับการเรือ  จรวดมรณะพุ่งตรงไปยังเรือรบข้างหน้าหมายเด็ดชีวิตทุกชีวิตบนเรือ   “9…8…7…6…”   ขณะที่ทุกชีวิตบนเรือลามอตปิเกต์กำลังตกตะลึงกับอาวุธประหลาดที่ไม่เคยเห็นแม้ว่าประเทศตนนั้นจะถือว่าเป็นประเทศชั้นนำในเรื่องอาวุธก็ตาม เรือลามอตปิเกต์หักหลบอย่างรวดเร็วพร้อมยิงปืนกลเพื่อต่อต้านตอร์ปิโดลอยฟ้าลึกลับ...แต่ไม่ว่าอย่างไรอาวุธปล่อยในสมัยปัจจุบันก็ยังคงติดตามเป้าอย่างไม่หลง   “ 3…2…1…”     ตู้มมมมมมม!!บึ้มมมมมมมม!!   แทนที่จะระเบิดโดนเรือข้าศึก แต่นายทหารการอาวุธก็เลือกที่จะตั้งโหมดทำลายตัวเองในระยะเหนือเรือข้าศึกบริเวณเสากระโดงเรือ แต่กระนั้นก็ได้สร้างความตกใจและเสียขวัญแก่ข้าศึกเป็นอย่างมาก .....บนเรือหลวงธนบุรีโห่ร้องดีใจหลังจากเห็นว่าเรือหลวงธนบุรีได้ยิงถูกเสากระโดงเรือข้าศึกแล้ว....ส่งข่าวไป  ” นี่ถือเป็นการเตือนครั้งสุดท้าย ท่านจงออกไปจากน่านน้ำไทยในบัดนี้ ”  เป็นผลสำเร็จ เรือข้าศึกเริ่มถอนกำลังออกไปอย่างช้าๆจนลับสายตา เหลือเพียงกลุ่มควันดำมืดที่เกิดจากความเสียหายของเรือ
บันทึกการเข้า
seahunter
Jr. Member
**

คะแนนจิตพิสัย +1/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 59



อีเมล์
« ตอบ #14 เมื่อ: 07 มิถุนายน 2009, 04:36:19 am »

...เสียงโห่ร้องดีใจปนคราบน้ำตาดังขึ้นทั่วเรือหลวงกระบุรี...แต่ก็แค่เพียงเวลาไม่นาน...”ขออนุญาตครับ...พบพลิ้วน้ำตอร์ปิโดทางกราบซ้ายจำนวน 4 ลูก อีกห้านาทีชน  “   สถานการณ์กลับมาตรึงเครียดอีกครั้ง   “อย่าลืม ยุทธนาวีครั้งนี้ ฝรั่งเศสมีเรือดำน้ำเข้าร่วมด้วย”  ผู้บังคับการเรือพูดพร้อมสั่งการ  “ ถือเข็มซิกแซ็ก....”    “ เตรียมการใช้ตอร์ปิโดทางกราบซ้าย ...”     “ RDC   หัวเรือเตรียมต่อต้านเรือดำน้ำ....”      แสงไฟจากดินขับของจรวดต่อสู้เรือดำน้ำทั้งสิบลูกพุ่งตรงไปยังเป้าหมาย   อีกทั้งตอร์ปิโดที่เริ่มส่งสัญญาณตรวจจับเป้า...ไม่นานนักเสียงปะทะดังกระหึ่มจากใต้ท้องน้ำ พร้อมลูกอากาศขนาดใหญ่ที่พุ่งขึ้นมา พร้อมๆคราบน้ำมันและเศษเหล็ก......  ”สำเร็จแล้ว...เป้าหมายถูกทำลาย”    นายทหารปราบเรือดำน้ำรายงาน     ....ตอร์ปิโดลูกที่1และ2ผ่านหัวเรือไปอย่างเฉียดฉิว........แต่อีกสองลูกที่เหลือก็พุ่งเข้าชนกลางลำและท้ายเรืออย่างจังๆ....เปลวเพลิงลุกท่วมตัวเรือ...ไม่มีเสียงประกาศเตรียมสละเรือใหญ่ขั้น1ขั้น2  เหมือนที่เคยฝึก ไม่มีเสียงแตรใดๆ จะมีก็เพียงแต่เสียงเพลงวอซ์ลนาวีที่ขับกล่อมดังออกมาจากภายในจิตใจ หลายๆคนรวมถึงผมที่กำลังจมไปพร้อมกับเรือ เนื้อตัวของผมเริ่มสัมผัสน้ำจนเปียกแฉะเรื่อยๆ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: