หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: กาพย์เห่เรือเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา  (อ่าน 851 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
admin
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +31/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3661


oknakrub@hotmail.com
เว็บไซต์
« เมื่อ: 18 กุมภาพันธ์ 2009, 03:42:00 am »

   ในการจัดขบวนพยุหยาตราชลมารค  ในงานพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล
   ถวายผ้าพระกฐิน  ประจำปี  2550

   นาวาเอก ทองย้อย  แสงสินชัย     ผู้ประพันธ์

   บทที่หนึ่ง สรรเสริญพระบารมี

   พระเอยพระผ่านเผ้า      ไผทไทย
   พระแผ่พระบารมีไกร      เกริกหล้า
   พระชนม์พิพัฒนชัย      เฉลิมโลก
   แปดสิบฉนำไพร่ฟ้า      เฟื่องฟื้นพระพรถวาย
   พระเอยพระผ่านเผ้า      พระอยู่เกล้ากาลยาวไกล
   บารมีพระแผ่ไป      เปี่ยมโลกหล้าฟ้าดินสราญ
   พระชนม์พิพัฒน์ชัย      แปดสิบสมัยมงคลกาล
   หัวใจไทยชื่นบาน      ทุกถิ่นฐานถวายพระพร
   กราบเบื้องยุคลบาท      บรมนาถนรากร
   น้ำพระทัยพระภูธร      ช่วยดับร้อนละลายภัย
   แปดสิบพระชันษา      พระอังสาหนักกว่าใคร
   แบกทุกข์เพื่อทวยไทย      หนักเพียงไรพระทรงทน
   ช่างเหล็กระดมแรง      ค่อยทุบแท่งโลหะจน
   เหงื่อไหลทั้งไฟลน      จึงบัดดลเป็นดาบดี
   เปรียบพระผู้ภูมิพลัง      ซึ่งทรงตั้งพระขันตี
   เสโทพระถั่งทวี      จึงอยู่ดีทุกแดนไทย
   ?เป็นกษัตริย์ใช่เป็นสุข      เป็นเพื่อทุกข์ดั่งเทียมไถ?
   พระปิยะฯ ธตรัสไว้      ประจักษ์ในพระวาจา
   สองบ่าที่ทรงแบก      แต่วันแรกครองพารา
   จนแปดสิบพระชันษา      ทั้งสองบ่ามิเคยเบา
   ทุกข์ไทยคือทุกข์ไท้      ทุกข์พระทัยมิบรรเทา
   สุขไท้สุขใดเท่า      ราษฎร์ไร้เศร้าสราญพระทัย
   ใครไหนที่งานหนัก      มีวันพักพอคลายใจ
   งานฟ้าหนักกว่าใคร      มีวันไหนที่นิ่งนอน
   เทพไทย่อมไร้ทุกข์      ได้เสพสุขเทพอัปสร
   สมมุติเทพย่อมอาทร      ให้ราษฎรได้อยู่ดี
   สองพระบาทประพาสไทย   ประทับไว้ทุกถิ่นที่
   สองหัตถ์กระหวัดวี      ทรงโอบทั่วทุกทวยชน
   สองนัยน์ชายพระเนตร      ทรงเห็นเหตุทุกแห่งหน
   สองกรรณสดับกล      เพื่อแก้ทุกข์แก่ผองไทย
   ทุกข์ร้อนแห่งทวยราษฎร์   พ้นพระบาทไปได้ไฉน
   ท่วมท้นพระหทัย      ทับทวีทุกวันวาร
   พระทัยดวงเดียวแท้      ย่อมหนักแปล้หาใดปาน
   วันพักไม่พบพาน      จึงเหนื่อยนานอยู่เนืองเนือง
   ปากเดียวยังแสนยาก      ยิ่งแสนปากยิ่งแสนเปลือง
   ราษฎร์หมองหัวใจเมือง   ยิ่งหมายเปลื้องทุกข์เปลี่ยนแปลง
   แปดสิบพระชันษา      พระอังสาคงล้าแรง
   พระวรกายที่เคยแกร่ง      คงกัดกร่อนไปตามกาล
   พระทัยยังเป็นทิพย์      เลิศล้ำลิบรสหอมหวาน
   หลั่งไหลดังสายธาร      ให้ทวยไทยได้อาบกิน
   บุญใดที่ไทยสร้าง      ไม่โรยร้างยังหลั่งริน
   ภักดีพระภูมินทร์      ไม่สุดสิ้นจากสายทรวง
   บุญสัตย์อันศักดิ์สิทธิ์      บุญฤทธิ์อันใหญ่หลวง
   บุญแก้วทั้งสามดวง      เทพทั้งปวงผู้เปี่ยมบุญ
   รวมมั่นเป็นขวัญมิ่ง      ประสิทธิ์สิ่งประเสริฐสุนทร์
   อวยค่าอ่าในคุณ      อดุลเดชพิเศษดล
   ถวายแรงถวายรัก      ถวายมรรคถวายผล
   ถวายชื่นยืนพระชนม์      ถวายผองพระพรชัย
   คุณธรรมที่ทรงธาร      เป็นปราการอันเกรียงไกร
   กั้นมารและพาลไกล      อย่าอาจกล้ำมาใกล้กราย
   พระทัยอันเปี่ยมธรรม      จงเย็นฉ่ำและเฉิดฉาย
   เพ็ญแผ้วอยู่แพรวพราย   อย่าทรงพบพวกเผ่าพาล
   สรรพสิ่งที่ทรงหวัง      สำเร็จดังพระทัย
   แม้นหมายโพธิญาณ      จุ่งสัมฤทธิ์สมพระทัย - เทอญ.

   บทที่สอง บุญกฐิน

   ผดุงธรรมเผด็จทุกข์ทั้ง   แผ่นไผท
   บังบาปเบิกบุญไตร      ต่อสร้าง
   แปดสิบพรรษสมสมัย      โสมนัส
   เชิญเทพชุมชเยศอ้าง      อรรถพร้อมพรถวาย
   เห่เอย เห่กฐิน      บุญแผ่นดินถิ่นธรรมไทย
   หอมบุญกรุ่นกลิ่นไกล      จับหัวใจไม่จืดจาง
   แต่งเอย แต่งผ้าไตร      อรุณใสอุษาสาง
   บรรจงลงระวาง      เหนือแว่นฟ้าอ่าอำไพ
   พิสุทธิ์พุทธศาสน์      พระประกาศมานานไกล
   ถึงถิ่นแผ่นดินไทย      ประจักษ์ใจว่าสัจจริง
   ศาสนูปปถัมภก      ทรงยอยกเป็นยอดยิ่ง
   เผ่าไทยได้พักพิง      จึงผุดผ่องผองภัยพาล
   ร่มผ้ากาสาวพัสตร์      เฉกร่มฉัตรรุ่งเรืองฉาน
   เป็นถิ่นแห่งศีลทาน      ทุกหย่อมย่านจึงร่มเย็น
   ดินแดนแห่งกาสาว์      คือสมญาโลกย่อมเห็น
   ศีลธรรมที่บำเพ็ญ      ช่วยดับเข็ญทุกคราวครัน
   บัวบุญจึงเบ่งบาน      อยู่กลางธารหทัยธรรม์
   รอยยิ้มย่อมยืนยัน      ถึงน้ำใจและไมตรี
   นบไหว้พระไตรรัตน์      บำรุงศาสน์บำรุงศรี
   วิหารลานเจดีย์      ล้วนรุ่งโรจน์โบสถ์ศาลา
   พระแก้วอยู่เหนือเกล้า      ทุกค่ำเช้าเฝ้าบูชา
   สวดธรรมร่ำภาวนา      ด้วยศรัทธาในศีลทาน
   มาฆะ วิสาขะ      อาสาฬหะ บูชากาล
   ธูปเทียนเวียนทุกวาร      ทุกถิ่นฐานทุกชั้นชน
   พรรษาถือศีลสัตย์      ตั้งใจตัดอกุศล
   สามเดือนเตือนใจตน      ไม่หมองหม่นพ้นเมามัว
   หน้าเอย  หน้ากฐิน      ทุกท้องถิ่นบันเทิงทั่ว
   เสียงเห่เสียงโห่รัว      ทางรถเรือเหลือสำราญ
   เห่เอย  เห่กฐิน      พระภูมินทร์หมายโพธิญาณ
   ทรงสร้างทางศีลทาน      ทรงเบิกบานดั่งบัวบุญ
   บุญเอย  บุญกฐิน      ผ่องโสภินด้วยพุทธคุณ
   พระธรรมล้ำอดุลย์      ช่วยค้ำจุนอบรมใจ
   พระสงฆ์ทรงศีลา      เป็นเนื้อนาทักขิไณย
   คุณพระรัตนตรัย      อำนวยชัยองค์ราชัน
   แปดสิบพระชันษา      ไทยถ้วนหน้าน้อมภิวันท์
   ปวงบุญแต่ปางบรรพ์      เป็นฉัตรกั้นจักรีวงศ์
   เทพไทเทวฤทธิ์      สืบประสิทธิ์สมประสงค์
   เกษมสุขทุกพระองค์      ขอจงทรงพระเจริญเทอญ.

   บทที่สาม ชมเรือกระบวน

   ลอยลำงามสง่าแม้น      มณีสวรรค์
   หยาดโพยมเพียงหยัน      ยั่วฟ้า
   เหมราชผาดผายผัน      โผนเผ่น  นภาฤา
   พายพะแพรวพรายถ้า      ถี่พร้อมผันผยอง
   เรือเอยเรือที่นั่ง      งามสะพรั่งเพียงหยาดสวรรค์
   พิศองค์หงส์สุวรรณ      เพียงผันผยองล่องลอยโพยม
   บรรจงทรงผ้าไตร      งามผ่องใสได้อวดโฉม
   ศรัทธามาหลั่งโลม      โน้มดวงจิตชิดชอบธรรม
   สุวรรณหงส์ลงลอยล่อง   งามผุดผ่องล่องลอยลำ
   นาคราชผาดโผนนำ      ภุชงค์ล้ำเผ่นโผนลอย
   กระบี่ศรีสง่า      งามท่วงท่าไม่ท้อถอย
   เรือครุฑไม่หยุดคอย      ยุดนาคคล้อยลอยเมฆินทร์
   อสุรวายุภักษ์      ศักดิ์ศรีคู่อสุรปักษิน
   ลอยลำงามโสภิน      บินสู่ฟ้าร่าเริงบน
   เรือแซงแข่งเรือดั้ง      พิศสะพรั่งกลางสายชล
   เรือชัยไฉไลล้น      ยลเรือกิ่งพริ้งเพราตา
   ยักษ์ลิงกลิ้งกลอกกาย      แลลวดลายล้วนเลขา
   รูปสัตว์หยัดกายา      พาโผนเผ่นเป็นทิวแถว
   เรือน้อยลอยน้ำไหล      ล้อมเรือใหญ่ไหววับแวว
   พร่างพราวราวเพชรแพรว   พายพลิ้วกวักพรักพร้อมพาย
   งามริ้วทิวทางแถว      ธงเพริศแพร้วแผ่วปลิวปลาย
   งามเรือเหลือลวดลาย   คล้ายเทพทิพย์หยิบลายผจง
   อาภรณ์ผ้าแพรพรรณ      สวยสีสันสวมทรวดทรง
   พลพายพายเรือลง      ทิวธงถ้วนล้วนเฉิดฉัน
   เสนาะศัพท์ขันเพลงเห่      เสียงเสน่ห์น้ำสนั่น
   เพลงทิพย์ไป่เทียมทัน   กลั่นจากทรวงปวงนาวี
   ศิลปกรรมล้ำเลิศเหลือ      ลวดลายเรือล้วนโสภี
   จากไม้ไร้ชีวี      มีชีวิตคิดเหมือนเป็น
   นาวาสถาปัตย์      ช่างเชี่ยวชัดชาญเชิงเช่น
   ยิ่งยลยิ่งเยือกเย็น      เห็นสายศิลป์วิญญาณไทย
   สมบูรณ์สมบัติชาติ      ควรประกาศเกียรติเกริกไกร
   ฝีมือลือเลิศใคร      ไม่เทียบเทียมเยี่ยมนิยม
   ควรสืบควรรักษา      ควรคู่ค่าควรเมืองสม
   ควรเชิดควรชื่นชม      ควรภูมิใจไทยทั้งมวล
   แม้นสิ้นจากถิ่นไทย      ห่อนเห็นใครมาคู่ควร
   แบบบทหมดกระบวน      ล้วนเลิศแล้วแพรวพริ้งพราย
   ขวัญเอยเป็นขวัญเนตร      ศิลป์พิเศษยังสืบสาย
   ลูกหลานวานอย่าวาย      อย่าดูดายศรีแผ่นดิน
   ฝากโลกให้รู้จัก      ฝากศรีศักดิ์วิญญาณศิลป์
   ฝากนามสยามินทร์      ฝากฝีมือชื่อไทยเอย


นาวาเอก  ทองย้อย  แสงสินชัย
เมษายน  2550

นายวัฒนะ  บุญจับ
นักอักษรศาสตร์  8 ว.  กลุ่มภาษา  และวรรณกรรมการ
สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์  กรมศิลปากร
ตรวจ/แก้    เมื่อ  6  ก.ย.50
 


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18 กุมภาพันธ์ 2009, 12:41:31 pm โดย admin » บันทึกการเข้า

แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14177


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 18 กุมภาพันธ์ 2009, 04:38:45 am »

 ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ

อยากฟังค่ะ.........ฟังที่ไหนนี่  ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: