หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เอารูปผมฝากครับ 11/01/52 ( วัดมงคลบพิตร อยุธยา )  (อ่าน 3040 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Mr.ladkrabang
Sr. Member
****

คะแนนจิตพิสัย +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 318

เมื่อรบ...ต้องชนะ


เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: 15 มกราคม 2009, 08:45:05 pm »



มีแค่สองรูปนะครับ



วัดนี้มีแหล่งละลายทรัพย์นะครับ  ยิ้มกว้างๆ แต่คนทั้งที่รู้ก็ชอบไปเดิน  ยิ้มกว้างๆ  ให้เสียทรัพย์
บันทึกการเข้า
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14177


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 16 มกราคม 2009, 12:07:45 am »

 

                วิหารพระมงคลบพิตร  ตั้งอยู่ทางด้านใต้ของวัดพระศรีสรรเพชญ์ พระมงคลบพิตร เป็นพระพุทธรูปบุสัมฤทธิ์องค์ใหญ่องค์หนึ่งในประเทศไทย เดิมอยู่ทาง ทิศตะวันออกนอกพระราชวัง สมเด็จพระเจ้าทรงธรรมโปรดฯ ให้ย้ายมา ไว้ทางด้านตะวันตก ที่ซึ่งประดิษฐานอยู่ในปัจจุบันและโปรดฯ ให้ก่อมณฑปสวมไว้

                  ครั้นถึงแผ่นดิน ของสมเด็จพระเจ้าเสือ ยอดมณฑปเกิดไฟไหม้เพราะอสนีบาต ทำให้ส่วนบนขององค์พระมงคลบพิตรเสียหายจึงโปรดให้ก่อสร้างใหม่ แปลงเป็นพระวิหารแทน เมื่อเสียกรุงครั้งที่ 2 วิหารพระมงคลบพิตร ได้ถูกไฟไหม้ พระวิหารและองค์พระพุทธรูปได้รับการปฏิสังขรณ์ใหม่ ฝีมือ ไม่งดงามอ่อนช้อยเหมือนเก่า บริเวณข้างวิหารพระมงคลบพิตรทางด้านทิศตะวันออก เดิมเป็น สนามหลวง ใช้เป็นที่สำหรับสร้างพระเมรุพระบรมศพของพระมหากษัตริย และเจ้านายเช่นเดียวกับ ท้องสนามหลวง





       จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หรือเรียกสั้นๆ ว่า "อยุธยา" ตั้งอยู่ในภาคกลาง เป็นเมืองหลวงเก่าของไทย สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1893 โดยสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง หรือ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ในเวลา 417 ปีที่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี มีกษัตริย์ปกครอง 34 พระองค์จาก 5 ราชวงศ์ คือ ราชวงศ์อู่ทอง ราชวงศ์สุพรรณภูมิ ราชวงศ์สุโขทัย ราชวงศ์ปราสาททอง และราชวงศ์บ้านพลูหลวง นับเป็นราชธานีของไทยที่มีอายุยืนยาวที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทยที่อยู่ในดินแดนแหลมทองแห่งนี้

อาณาเขต
 
                 พระนครศรีอยุธยา มีพื้นที่เป็นที่ลุ่ม มีแม่น้ำสายใหญ่คือ แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำลพบุรีและแม่น้ำเจ้าพระยา ไหลมาบรรจบกันในลักษณะล้อมรอบผืนแผ่นดินส่วนใหญ่ของตัวเมืองไว้ ตัวจังหวัดจึงเป็นเกาะที่มีบ้านเรือนปลูกเรียงรายหนาแน่นตามสองข้างฝั่งแม่น้ำ อาณาเขตและการปกครอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยาอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 76 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 2,556.6 ตารางกิโลเมตร
                มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดต่างๆ ดังนี้

ทิศเหนือ จดจังหวัดลพบุรี อ่างทอง และ สระบุรี
ทิศใต้ จดจังหวัดปทุมธานี และ นนทบุรี
ทิศตะวันออก จดจังหวัดสระบุรี
ทิศตะวันตก จดจังหวัดสุพรรณบุรี

                 แบ่งการปกครองออกเป็น 16 อำเภอ ได้แก่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอนครหลวง อำเภอภาชี อำเภอบ้านแพรก อำเภอบางซ้าย อำเภอบางไทร อำเภอลาดบัวหลวง อำเภอบางบาล อำเภอมหาราช อำเภอบางปะหัน อำเภอเสนา อำเภออุทัย อำเภอบางปะอิน อำเภอผักไห่ อำเภอท่าเรือ และอำเภอวังน้อย 



แผนที่เส้นทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา



แผนที่ผังเมืองอยุธยา




 
ตราประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 

 
        เมื่อรวดศุภมัสดุ  721  ปีขาล  โทศก  วันศุกร์ เดือนห้า  ขึ้นหกค่ำ  เพลา 3 นาฬิกา  9  บาท  หรือตรงกับวันที่ 3 เมษายน พุทธศักราช 1893  พระเจ้าอู่ทองทรงสถาปนาอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา ขึ้นที่ตำบลหนองโสน  ชีพ่อพราหมณ์ได้ฤกษ์ตั้งพิธีกลบบาตรสุมเพลิง  ชื่อพิธีทำเพื่อแก้ เสนียด  ได้สังข์ทักษิณาวัตรขอนหนึ่ง  ใต้ต้นหมัน   เพราะเหตุดังกล่าว  จึงเป็นรูปสังข์ทักษิณาวัตร  ประดิษฐานอยู่บนพานทอง   บรรจุไว้ภายใน ปราสาท  1  หลัง  ใต้ต้นหมัน


 
ธงประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 

 
      เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า แบ่งออกเป็น 3 แถบ เท่า ๆ กัน มี 2 สี  โดยให้สีฟ้าอยู่ตรงกลาง ขนาบด้วยสีน้ำเงิน    ซึ่งเป็นสีประจำภาค 1  ทั้งสองข้าง   กลางธงบนแถบสีฟ้า  มีตราประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  เป็นรูปปราสาทสังข์ทักษิณาวัตรใต้ต้นหมัน  ใต้รูปปราสาท มีคำว่า  ?อยุธยา? คันธงมีแถบสีเหลืองและสีฟ้า 2 แถบ



พันธุ์ไม้มงคลพระราชทาน

 
 หมัน
พันธุ์ไม้พระราชทานเพื่อปลูกเป็นมงคลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ชื่อวิทยาศาสตร์ Cordia cochinchinensis Gagnep.
วงศ์ BORAGINACEAE
ไม้ต้น สูง 5 - 15 เมตร เปลือกต้นสีเทาคล้ำ ใบเดี่ยวเรียงสลับ แผ่นใบรูปไข่ กว้างประมาณ 7 เซนติเมตร ยาว 15 เซนติเมตร ปลายใบทู่ โคนใบกว้าง ดอกสีขาว ผลแก่ เปลือกสีชมพู มีของเหลวภายในเหนียวมากห่อหุ้มเมล็ด
นิเวศวิทยา พบมากในป่าชายเลนที่ดินค่อนข้างแข็ง ฝั่งทะเลอ่าวไทย
ขยายพันธุ์ โดยเมล็ด
ประโยชน์ เปลือกใช้ทำปอ ใช้ทำหมันตอกยาแนวเรือ ของเหลวในผลที่ห่อหุ้มเมล็ดเหนียวมากใช้ทำกาว
 


ดอกไม้ประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 

   
ดอกโสน [Sosbania  roxvurghi, Merr] เนื้ออ่อน โตเร็ว   ลำต้นอวบ ปลูกและขึ้นเองตามแม่น้ำลำคลองหนองบึงทั่วไปในภาคกลาง ดอกสีเหลืองออกเป็นช่อห้อยแลเหลืองอร่าม คล้ายทองไปทั่วทุกแห่ง  มีเป็นจำนวนมาก   ดอกโสนใช้รับประทานเป็นอาหารได้ ใช้ต้มกะทิจิ้มน้ำพริกอร่อยมาก   เมื่อ พ.ศ. 1893   พระเจ้าอู่ทอง ทรงตั้งเมืองขึ้นใหม่   ที่ตำบลเวียงเหล็ก     ทรงเลือกชัยภูมิที่จะตั้งพระราชวัง ทรงเห็นว่าที่ตำบลหนองโสนเหมาะสม   เพราะมีต้นโสนมากดอกโสน ออกดอกเหลืองอร่ามคล้ายทองคำแลสะพรั่งตา    ดังนั้น    ดอกโสนจึงถือได้ว่าเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา


การเดินทาง
 
                  1. ทางรถยนต์ จากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางไปจังหวัดอยุธยา ได้หลายเส้นทางดังนี้ - ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ผ่านประตูน้ำพระอินทร์ แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 32 ไปยังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - ใช้ทางหลวงหมายเลข 304 (ถนนแจ้งวัฒนะ) หรือทางหลวงหมายเลข 302 (ถนนงามวงศ์วาน) เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 306 (ถนนติวานนท์) ข้ามสะพานนนทบุรี หรือสะพานนวลฉวี ไปยังจังหวัดปทุมธานีต่อด้วยเส้นทาง ปทุมธานี-สามโคก-เสนา (ทางหลวงหมายเลข 3111) แล้วแยกขวาที่อำเภอเสนา เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3263 ไปยังตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา - ใช้เส้นทางกรุงเทพฯ-นนทบุรี-ปทุมธานี ทางหลวงหมายเลข 306 ถึงทางแยกสะพานปทุมธานี เลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 347 ผ่านศูนย์ศิลปาชีพบางไทร อำเภอบางปะอิน เข้าสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

                 2. ทางรถโดยสารประจำทาง กรุงเทพฯ-พระนครศรีอยุธยา มีรถโดยสารทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ รถออกจากสถานีขนส่งสายตะวันออกเฉียงเหนือ ถนนกำแพงเพชร 2 ทุกวันๆ ละหลายเที่ยว รถธรรมดาและรถปรับอากาศ

                 3. ทางรถไฟ สามารถใช้ขบวนรถโดยสารที่มีปลายทางสู่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในเขตอำเภอบางปะอิน อำเภอพระนคร ศรีอยุธยา อำเภอภาชี ทางรถไฟจะแยกไปสายเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่สถานีชุมทางบ้านภาชี เส้นทางสายเหนือจะผ่านอำเภอท่าเรือด้วย ในแต่ละวันจะมีรถไฟบริการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารขึ้นล่องวันละหลายเที่ยว นอกจากนี้ การรถไฟฯ ยังจัดขบวนรถจักรไอน้ำเดินระหว่างกรุงเทพฯ- สถานีอยุธยา-กรุงเทพฯ ในโอกาสพิเศษ ปีละ 4 ขบวน คือวันที่ 26 มีนาคม (วันสถาปนาการรถไฟและวันที่ระลึกถึงการเปิดทางรถไฟสายแรกที่เดินรถระหว่างกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ในปี พ.ศ. 2433) วันที่ 12 สิงหาคม (วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ) วันที่ 23 ตุลาคม (วันปิยมหาราช เพื่อรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงให้กำเนิดกิจการรถไฟ) และวันที่ 5 ธันวาคม (วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว)

                  4. ทางเรือ ปัจจุบันเป็นที่นิยมของชาวต่างประเทศมาก เพราะ นอกจากจะได้ชมทัศนียภาพและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว ยังเป็นการย้อนให้เห็นประวัติศาสตร์สมัยกรุงศรีอยุธยาที่ประเทศไทยมีการค้าขายกับชาวต่างชาติ โดยเรือสำเภาต่างประเทศที่สัญจรในลำน้ำเจ้าพระยาในอดีต

                 ระยะทางจากอำเภอเมืองไปยังอำเภอต่างๆ อำเภอท่าเรือ ระยะทาง 60 กิโลเมตร อำเภอนครหลวง ระยะทาง 20 กิโลเมตร อำเภอบางไทร ระยะทาง 45 กิโลเมตร อำเภอบางบาล ระยะทาง 10 กิโลเมตร อำเภอบางปะอิน ระยะทาง 17 กิโลเมตร อำเภอบางปะหัน ระยะทาง 13 กิโลเมตร อำเภอผักไห่ ระยะทาง 29 กิโลเมตร อำเภอภาชี ระยะทาง 35 กิโลเมตร อำเภอลาดบัวหลวง ระยะทาง 65 กิโลเมตร อำเภอวังน้อย ระยะทาง 20 กิโลเมตร อำเภอเสนา ระยะทาง 20 กิโลเมตร อำเภอบางซ้าย ระยะทาง 34 กิโลเมตร อำเภออุทัย ระยะทาง 15 กิโลเมตร อำเภอมหาราช ระยะทาง 25 กิโลเมตร อำเภอบ้านแพรก ระยะทาง 53 กิโลเมตร
                 ระยะทางจากจังหวัดอยุธยาไปยังจังหวัดใกล้เคียง - กรุงเทพฯ ระยะทาง 76 กิโลเมตร - สระบุรี ระยะทาง 63 กิโลเมตร - สุพรรณบุรี ระยะทาง 53 กิโลเมตร   
 
สถานที่น่าสนใจ
 
                 ตลอดระยะเวลา 417 ปีที่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีแห่งราชอาณาจักรไทย มิได้เพียงเป็นช่วงแห่งความเจริญสูงสุดของชนชาติไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างสรรค์อารยธรรมของหมู่มวลมนุษย์ชาติซึ่งเป็นที่ประจักษ์แก่นานาอารยประเทศอีกด้วย แม้ว่ากรุงศรีอยุธยาจะถูกทำลายเสียหายจากการสงครามจากประเทศเพื่อนบ้านและจากน้ำมือการบุกรุกขุดค้นของพวกเรากันเองแล้ว ส่วนที่ปรากฏในปัจจุบันนี้ยังมีร่องรอยหลักฐานซึ่งแสดงให้เห็นอัจฉริยภาพและความสามารถยิ่งใหญ่ของบรรพบุรุษแห่งราชอาณาจักรผู้อุทิศตนสร้างสรรค์ความเจริญรุ่งเรืองทางศิลปวัฒนธรรมและความมั่งคั่งไว้ให้แก่ผืนแผ่นดินไทยหรือแม้แต่ชาวโลกทั้งมวล ซึ่งเป็นที่น่ายินดีว่า ยูเนสโก้ โดยคณะกรรมการมรดกโลกได้มีมติรับนครประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีอาณาเขตครอบคลุมอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งใจกลางกรุงศรีอยุธยาที่ได้รับการจัดตั้งเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2519 ไว้ในบัญชีมรดกโลก เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2534 ณ กรุงคาร์เทจ ประเทศตูนีเซีย พร้อมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย- ศรีสัชนาลัยและกำแพงเพชร ซึ่งจะมีผลให้ได้รับความคุ้มครองตามอนุสัญญาที่ประเทศต่างๆ ได้ทำร่วมกัน จึงสมควรที่อนุชนคนรุ่นหลังน่าที่จะได้ไปศึกษาเยี่ยมชมเมืองหลวงเก่าของเราแห่งนี้ สถานที่ท่องเที่ยวของพระนครศรีอยุธยาส่วนใหญ่เป็นโบราณสถานได้แก่ วัดและพระราชวังต่างๆ พระราชวังในพระนครศรีอยุธยามีอยู่ 3 แห่ง คือ พระราชวังหลวง วังจันทรเกษมหรือวังหน้าและวังหลังนอกจากนี้ยังมีวังและตำหนักซึ่งเป็นที่สำหรับเสด็จประพาสอยู่นอกพระนครศรี อยุธยา ได้แก่ พระราชวังบางปะอิน และตำหนักนครหลวง ที่อำเภอนครหลวง   

 
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: