หน้าแรกบอร์ด
ช่วยเหลือ
ค้นหา
ปฏิทิน
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
» ยินดีต้อนรับคุณ,
บุคคลทั่วไป
กรุณา
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว:
พ.จ.ต. สุเทพ อิ่มเอิบ อีเมล
s_dmax@yahoo.com
รุ่น22 เออรี่ปี51 เบอร์โทรบ้าน 027512367 มือถิอ 0853386520 เปิดร้านขายซุบหางวัวอยู่ที่ ต.บางพลีใหญ่ สมุทรปราการถ้าผ่านมาแวะมาลองชิมกันได้
บ้านเลขที่ 22
>
ชมรมคนรักเสด็จเตี่ย
>
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
>
การย้าย ?เรือนหมอพร?
หน้า: [
1
]
ลงล่าง
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
พิมพ์
ผู้เขียน
หัวข้อ: การย้าย ?เรือนหมอพร? (อ่าน 704 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
จันทร์เจ้าขา
Auther
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +14/-1
ออฟไลน์
กระทู้: 807
การย้าย ?เรือนหมอพร?
«
เมื่อ:
01 มกราคม 2009, 10:21:08 pm »
ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณข่าว
การย้าย ?เรือนหมอพร? โดย ธเนศ วีระศิริ (อ.พิเศษ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต) จากเวบไซต์
http://www.finessesoil.co.th
หากใครผ่านมาทาง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ศูนย์พณิชยการพระนคร บริเวณมุมถนนพิษณุโลก จะต้องพนมมือขึ้นไหว้สักการะพระอนุสาวรีย์
พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
กันทุกครั้งไป...แล้วมีใครรู้บ้างว่า ยังมี
?เรือนหมอพร?
ที่มีความเป็นมาแต่ครั้งยังเป็นวังนางเลิ้งให้อนุชนรุ่นหลังได้ชื่นชมกันอยู่ในบริเวณนั้นอีกด้วย
?เรือนหมอพร?
ตั้งอยู่ภายในสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตพณิชยการพระนคร หรือมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ศูนย์พณิชยการพระนคร ในปัจจุบัน เรือนหลังนี้เจ้าของเรือนเดิมคือ
หม่อมเมี้ยน อาภากร ณ อยุธยา พระชายาในกรมหลวงชุมพรฯ
มีลักษณะเป็นเรือนไม้ 2 ชั้น เป็นศิลปกรรมแบบ นีโอ?คลาสสิก (Neo-Classic) แต่ได้ดัดแปลงให้เข้ากับภูมิอากาศในเขตร้อนด้วยการสร้างเป็นเรือนไม้ เรือนลักษณะนี้เริ่มแพร่หลายเข้ามาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นที่นิยมสร้างกันในหมู่คหบดี ขุนนาง และชนชั้นกลางทั่วไป
ปี พ.ศ. 2479 กรมอาชีวศึกษาได้ขอซื้อที่ดินพร้อมบ้านเรือนไม้สองชั้นสองหลังจาก
หม่อมเมี้ยน อาภากร ณ อยุธยา และหม่อมเจ้ารุจยากร อาภากร ณ อยุธยา
ปัจจุบันเหลือเพียงเรือนแห่งนี้เพียงหลังเดียว เพื่อขยายอาณาเขตของโรงเรียนพณิชยการพระนครในขณะนั้น เรือนหลังนี้จึงตกอยู่ในความดูแลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ศูนย์พณิชยการพระนคร มาจนถึงทุกวันนี้
เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ.2519 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาเสด็จฯ ทรงเป็นประธานในพิธีเปิดพระอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ฯ ได้มีรับสั่งถามว่า
?ยังมีสิ่งใดที่ในสมัยเป็นวังหลงเหลืออยู่บ้าง?
ศาสตราจารย์ธรรมนูญ อัคคพานิช ผู้อำนวยการในขณะนั้นได้กราบบังคมทูลพระกรุณาว่า
?ยังมีเรือนหลังหนึ่งอยู่?
มีพระราชกระแสว่า
?ให้อนุรักษ์ไว้?
ซึ่งก็คือ
?เรือนหมอพร?
เหตุที่ชื่อเรือนหมอพรนั้น มาจากพระนามของกรมหลวงชุมพรฯ ในบทบาทของหมอผู้รักษาคนไข้ ในระหว่างปี พ.ศ. 2454-2460 พระองค์ได้กราบบังคมทูลลาออกจากราชการ และทรงสนพระทัยศึกษาในวิชาการแพทย์แผนโบราณจากตำราไทยและจากแพทย์ชาวต่างชาติ ทรงเขียนตำรายาแผนโบราณลงในสมุดข่อยและทรงตั้งชื่อตำรายาแผนไทยสมุดข่อยเล่มนี้ว่า
?พระคัมภีร์ อติสาระวรรค โบราณะกรรม และ ปัจจุบันะกรรม?
ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ จ.สมุทรปราการ
มหาวิทยาลัยฯได้บูรณะเรือนหลังนี้มาโดยตลอด ครั้งหนึ่งเคยใช้เป็นเรือนพยาบาลและได้ตั้งชื่อว่า
?เรือนหมอพร?
ต่อมาเรือนหมอพรมีสภาพทรุดโทรมลง จึงย้ายเรือนพยาบาลออกไปไว้ที่หอประชุมอาภากร แล้วบูรณะเรือนหลังนี้ขึ้นใหม่ และได้จัดเรือนหมอพรเป็น
?ศูนย์วัฒนธรรม วิทยาเขตพณิชยการพระนคร สถาบันราชมงคลเฉลิมพระเกียรติ?
มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2542 โดย ฯพณฯ ศาสตราจารย์ ดร.อำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี เป็นประธานในพิธี
ภายในแสดงสิ่งของต่าง ๆ ใน หมวดเครื่องใช้ประจำพระองค์ ได้แก่ ฉลองพระองค์ทหารเรือ พระมาลา อินทรธนู หีบเหล็กสำหรับเก็บข้าวของเครื่องใช้ชิ้นเล็ก ชิ้นน้อย กี๋ (ถาดไม้วางถ้วยชาม) หมวดเครื่องแพทย์ ได้แก่ ที่ปั๊มยา เครื่องบดยา หินบดยาพร้อมลูกบิด ตะแกรงร่อนยา หูฟัง อับแก้วเจียระไน โกร่งบดยาขนาดใหญ่ โกร่งราง รวมทั้งภาพถ่ายต่าง ๆ โดยสิ่งของทั้งหลายเหล่านี้ได้รับการบริจาคจากผู้เคารพศรัทธาพระองค์ท่านเกือบทั้งสิ้น
เนื่องจากต้องมีการปรับปรุงอาคารสถานที่เพื่อรองรับการขยายการศึกษา อีกทั้งห้องเรียนที่มีอยู่นั้นมีสภาพเก่าทรุดโทรมไม่เหมาะเป็นสถานศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย จึงมีความจำเป็นต้องสร้างอาคารอเนกประสงค์และย้ายเรือนหมอพรไปตั้งยังตำแหน่งใหม่ที่เหมาะสม สง่างาม และไม่ถูกบดบังทัศนียภาพของตัวเรือน จึงได้มีมติเห็นชอบจากกรมศิลปากรอนุญาตให้มีการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์และย้ายเรือนหมอพร ด้วยวิธีการเคลื่อนย้ายเรือนทั้งหลังโดยไม่มีการรื้อตัวเรือน มาอยู่ในตำแหน่งบริเวณสนามหญ้าของพื้นที่อาคาร 1 ของมหาวิทยาลัยฯ นับเป็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเรือนหมอพรอีกครั้ง
ด้วยเหตุที่ต้องมีการย้าย
?เรือนหมอพร?
จากตำแหน่งเดิมไปตำแหน่งใหม่ดังกล่าว ผู้ที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาเห็นว่าตำแหน่งใหม่ควรอยู่บริเวณสนามหญ้าซึ่งอยู่ห่างจากตำแหน่งเดิมประมาณ 100 เมตร และควรยกอาคารขึ้นสูงจากเดิมประมาณ 1.00 เมตร เพื่อให้อาคารแลดูสง่างาม
จากการตรวจวัดอาคาร
?เรือนหมอพร?
พบว่าแม้จะเป็นอาคาร 2 ชั้น แต่ความสูงของอาคาร 9 เมตร เทียบเท่าอาคารสูง 3 ชั้น ในปัจจุบัน เนื่องจากความสูงของอาคารมากกว่าความกว้าง จึงต้องคำนึงถึงปัญหาการเอียงเอนที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการเคลื่อนย้าย และต้องมีการเตรียมการเรื่องฐานรองรับชั่วคราวบนเส้นทางที่จะเคลื่อน
?เรือนหมอพร?
ด้วย
ตำแหน่งใหม่ของ
?เรือนหมอพร?
อยู่ห่างจากตำแหน่งเดิม 78 เมตร และกำหนดให้อาคารยังคงหันหน้าไปในทิศทางเดิม ทิศทางการย้ายจึงต้องเคลื่อนไปทางด้านทแยงมุมของตัวอาคาร สิ่งที่ต้องจัดเตรียมให้พร้อมก่อนการย้ายคือแท่นรองรับรางเลื่อนและฐานรองรับที่ปลายทาง
เนื่องจากตามเส้นทางที่จะวางรางเลื่อนในการเคลื่อนย้ายอาคารต้องผ่านพื้นดินที่เป็นดินอ่อน จึงต้องตอกเสาเข็มเพื่อทำเป็นฐานรองรับชั่วคราวตลอดแนวเส้นทาง เสาเข็มที่ใช้ทำจากปลอกเหล็กของเสาเข็มเจาะตอกฝังลงดินลึกประมาณ 7 เมตร ไม่ต้องทำการขุดดินหรือเทคอนกรีตเพราะเป็นเสาเข็มชั่วคราว สามารถถอนปลอกเหล็กขึ้นมาใช้งานใหม่ได้เมื่อแล้วเสร็จ สำหรับในช่วงแรกทำเสาเข็มรองรับไว้ 39 ต้น วางเป็น 3 แนว เสาเข็มแต่ละต้นห่างกัน 4.00 เมตร จากนั้นทำรางเลื่อนวางบนเสาเข็ม
ใต้อาคาร
?เรือนหมอพร?
จัดทำเหล็กรูปพรรณประกบคานไม้ที่รองรับพื้นชั้นล่างให้มีความมั่นคงแข็งแรง จากนั้นยกอาคารให้สูงขึ้นจากเดิมเพียงพอที่จะติดตั้งล้อเลื่อนที่จัดเตรียมไว้ ล้อเลื่อนจะวางลงบนรางเลื่อนอีกต่อหนึ่ง การยกอาคารให้สูงขึ้นใช้หลักการยกอาคารโดยทั่วไป คือใช้แม่แรงไฮดรอลิกขนาดประมาณ 20 - 30 ตัน วางใกล้เสาตอม่อเดิมแล้วยกอาคารขึ้นพร้อมกัน การยกอาคารในขั้นตอนนี้ยกประมาณ 35 ซม. วัตถุประสงค์เพียงเพื่อสอดล้อเลื่อนเข้าด้านล่างของอาคารได้เท่านั้น แต่สำหรับการยกอาคารที่ปลายทางเมื่อเคลื่อนย้ายไปถึงนั้น ยกสูงประมาณ 1.20 เมตร
ตำแหน่งใหม่ของอาคาร
?เรือนหมอพร?
ยกสูงจากระดับดินประมาณ 0.80 เมตร และเพื่อให้มีความมั่นคงแข็งแรงอยู่ได้ยาวนาน จึงทำเป็นฐานรากวางบนเสาเข็ม เสาเข็มที่ใช้เป็นเสาเข็มเจาะขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 35 เซนติเมตร ลึก 21 เมตร
เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วเริ่มต้นงานย้ายด้วยการสกัดเสาคอนกรีตเดิม ซึ่งได้ทำการบูรณะมาแล้ว เนื่องจากเสาของเรือนเป็นไม้ผุกร่อนไปมากจึงมีการนำเหล็กรูปพรรณมาประกบติดแล้วเทคอนกรีตปิดเป็นเสารูปสี่เหลี่ยม หลังจากสกัดเสาและตัดเหล็กขาดทั้งหมดจำนวน 22 เสาแล้วใช้แม่แรงไฮดรอลิกยกเรือนขึ้นสูงประมาณ 35 เซนติเมตร จากนั้นวางล้อเลื่อนทั้งหมด 16 ตัวใต้โครงเหล็กที่ประกบคานไม้ของเรือน ปลดแม่แรงลงให้น้ำหนักของเรือนถ่ายลงล้อเลื่อนซึ่งวางบนรางเลื่อนอีกต่อหนึ่ง
จากนั้นใช้แม่แรงไฮดรอลิกดันเหล็กค้ำยันด้านหลังผลักให้
?เรือนหมอพร?
เลื่อนมาด้านหน้าตามรางเลื่อนที่จัดวางไว้ ความยาวของรางเลื่อนช่วงแรกประมาณ 40 เมตร ใช้เวลาในการเลื่อนประมาณชั่วโมงเศษๆ ก็ถึงปลายราง จากนั้นต้องหยุดการเลื่อนไว้สองวันเพื่อจัดเตรียมรางเลื่อนช่วงที่สอง รางเลื่อนช่วงที่สองนี้วางยาวถึงแท่นคอนกรีตที่จัดทำเป็นฐานรองรับ
ในช่วงที่หยุดกลางทางต้องทำตัวยึดรั้งให้เรือนหยุดนิ่งกับที่ไม่เคลื่อนไหวได้ง่าย เพราะหากมีฝนตกลมแรงจะทำให้อาคารเอียงหรือหลุดจากรางเลื่อนเป็นอันตรายได้ ข้อระวังเหล่านี้เห็นผลในวันต่อมาเนื่องจากช่วงย้ายอาคารมีพายุฝนลมแรงมาก ในวันถัดมาเร่งทำรางจนเสร็จถึงปลายแท่นคอนกรีต พร้อมที่จะเคลื่อนย้ายแล้ว ก็ทำการตัดตัวยึดรั้งออกแล้วจึงดันตัวเรือนให้เคลื่อนบนรางเลื่อนส่วนที่ต่อไว้ ความยาวของรางเลื่อนในส่วนที่สองนี้ประมาณ 30 เมตร ใช้เวลาเลื่อนประมาณ 20 นาทีก็แล้วเสร็จ ทำการยึดรั้งให้มั่นคงแล้วเตรียมการขั้นต่อไปเพื่อยกเรือนขึ้นแท่นคอนกรีต
มาถึงขั้นตอนสุดท้ายของการย้าย
?เรือนหมอพร?
แล้วครับ เริ่มด้วยการยกเรือนให้สูงขึ้นประมาณ 80 เซนติเมตร เพื่อสอดรางเหล็กให้ล้อเลื่อนวางได้ ความสูงของรางที่สอดอยู่ระดับเดียวกับรางเหล็กที่วางบนแท่นคอนกรีต จากนั้นทำเสาเหล็กรองรับรางเลื่อนที่สอดใต้ล้อให้แข็งแรง แล้วเชื่อมต่อรางเหล็กที่สอดใต้ล้อเลื่อนกับรางเหล็กที่วางบนแท่นคอนกรีต
เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อม จึงได้ดันให้เรือนเคลื่อนต่อไปตามรางขึ้นบนแท่นคอนกรีต ระยะทางช่วงนี้ประมาณ 9 เมตร เป็นระยะทางช่วงสั้นเพราะก่อนหน้านี้ได้เคลื่อนย้ายเรือนมาหยุดไว้ตรงขอบของแท่นคอนกรีตแล้ว อันที่จริงยังต้องเลื่อนต่อไปอีกประมาณ 1.50 เมตรจึงจะถึงตำแหน่งที่กำหนดไว้ แต่ต้องหยุดไว้เพียงเท่านี้ก่อนเนื่องจากสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯจะจัดให้มีการสัมมนาและดูงาน
?การย้ายเรือนหมอพร?
ตำแหน่งหยุดเรือนหมอพรเพื่อรองานสัมมนาจัดเป็นตำแหน่งชั่วคราว จึงต้องทำตัวยึดรั้งให้มั่นคงแข็งแรง ป้องกันการโยกหรือเคลื่อนตัวของอาคารที่อาจเกิดขึ้นจากลมฝนที่มีมากในช่วงนี้ การยึดรั้งใช้วิธีดึงเหล็กประกบคานไม้ของตัวเรือนเข้ากับรางเลื่อนเหล็กที่วางบนแท่นคอนกรีต
ต่อมาเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2551 เวลาประมาณ 14.49 นาฬิกา ผู้เข้าร่วมสัมมนาและคณาจารย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครได้ร่วมกันออกแรงดันเลื่อน
?เรือนหมอพร?
เข้าสู่ตำแหน่งที่กำหนดโดยใช้เวลาประมาณ 5 นาทีก็แล้วเสร็จ ภายหลังจากย้าย
?เรือนหมอพร?
มาถึงตำแหน่งใหม่ตามต้องการแล้วขั้นตอนต่อไปคือทำการต่อและยึดเสาเดิมของเรือนกับแท่นคอนกรีต วิศวกรและสถาปนิกของกรมศิลปากรแจ้งว่าหลังจากนี้จะถมดินปรับภูมิทัศน์โดยรอบเรือนและปรับปรุงซ่อมแซมตัวเรือนเพื่อจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ต่อไป เชื่อได้ว่าอาคารหลังนี้จะมีความสวยงามเป็นประโยชน์ในการศึกษาสมดังเจตจำนงในการอนุรักษ์เพื่อคงไว้ให้อนุชนรุ่นหลังต่อไป
บันทึกการเข้า
admin
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +31/-1
ออฟไลน์
กระทู้: 3661
Re: การย้าย ?เรือนหมอพร?
«
ตอบ #1 เมื่อ:
06 กุมภาพันธ์ 2009, 01:08:19 am »
เก่งจัง ย้ายทั้งหลัง
บันทึกการเข้า
สินค้าน่าสนใจ
|
สายนาฬิการาคาถูก
|
อุปกรณ์เครื่องครัว
|
สินค้าคนไทย สู่ตลาดโลก
|
ชมรมคนขายของมือสอง
หน้า: [
1
]
ขึ้นบน
พิมพ์
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
กระโดดไป:
เลือกหัวข้อ:
-----------------------------
พระมหากษัตริย์ไทย
-----------------------------
=> เรารักในหลวง
=> ประวัติศาสตร์ไทย
===> วันสำคัญต่าง ๆ
===> ศิลปะและวัฒนธรรมไทย
===> ดนตรีไทย
=> เศรษฐกิจพอเพียง
-----------------------------
ชมรมคนรักเสด็จเตี่ย
-----------------------------
=> กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
===> วัตถุมงคล กรมหลวงชุมพรฯ
-----------------------------
พุทธศาสนา
-----------------------------
=> พุทธศาสนา
===> วันสำคัญทางศาสนา
=> เกจิอาจารย์
===> วัตถุมงคล
-----------------------------
กระดานนาวี22
-----------------------------
=> ห้องข่าวนาวี 22
===> การใช้งานเว็บไซท์
=> สนทนาทั่วไป
===> ตูน 007
===> สุขสันต์วันเกิด .. !
=> พิราบคาบข่าว
===> ข่าวต่างประเทศ
===> ข่าวในประเทศ
=> เรือ
=> อาวุธ ปืน
===> Beretta
===> CZ#2075RAMI
===> Glock
===> HK
===> S&W
===> SigSauer
===> Ruger
===> Taurus
-----------------------------
มุมเม๊าส์ชาว 22
-----------------------------
=> มุม วาไรตี้
===> คุยกับสาธิตาพยากรณ์
===> บรรเทิง แหล่งช๊อป
===> รวมเพลงต่าง ๆ
===> เพลงทหารเรือ
=> กฏหมายไทย
=> ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย
=> ความรู้ทางการเกษตร
===> ข้าวไทย
===> สมุนไพรไทย
===> น้ำมันจากพืช
===> แก๊สธรรมชาติ
=> สัตว์เลี้ยง และไม่เลี้ยง
=> คนรักรถ
-----------------------------
คอมพิวเตอร์
-----------------------------
=> ถาม-ตอบปัญหาคอมพิวเตอร์
=> มุม บทความน่าสนใจ
===> บ้านหม้อ อีเล็กทรอนิกส์
=====> ร้านอีเล็กทรอนิก รับซ่อมทั่วประเทศ
===> d@eng คุยเรื่อง iT
===> e-book หลายหลากความรู้
=> เขียนเว็บด้วย Joomla
=> กราฟฟิค
-----------------------------
คลินิค นาวี22
-----------------------------
=> สาธารณสุข และสุขภาพที่ดี
===> มุมกีฬาเพื่อสุขภาพ
=====> รวมภาพใน โอลิมปิค 2008
=> การตั้งครรภ์ และเด็กอ่อน
-----------------------------
กินเที่ยวทั่วโลก
-----------------------------
=> เที่ยวทั่วไทย
===> เที่ยวรอบโลก
=> มุม อร่อยเลขที่ 22
===> แนะนำแหล่งกิน มุมอร่อย
-----------------------------
กาพย์ โคลง กลอน
-----------------------------
=> มุม กาพย์ กลอน โคลง ฉันท์