หน้าแรกบอร์ด
ช่วยเหลือ
ค้นหา
ปฏิทิน
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
» ยินดีต้อนรับคุณ,
บุคคลทั่วไป
กรุณา
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว:
เนื่องจาก มีการปรับปรุ่งกระดานสนทนาเป็นเวอร์ชั่นใหม่ 1.1.14 อาจมีสมาชิกบางท่านมีปัญหาเรื่องเข้าใช้งาน กรุณาติดต่อที่ webmaster ขออภัยในความไม่สะดวก :
plaraa@gmail.com
บ้านเลขที่ 22
>
ชมรมคนรักเสด็จเตี่ย
>
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
>
สิ่งหนึ่งที่ น่าสนใจ เกี่ยวกับ "เสด็จเตี่ย" และ "แมวขาวแก้วมณี"
หน้า: [
1
]
ลงล่าง
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
พิมพ์
ผู้เขียน
หัวข้อ: สิ่งหนึ่งที่ น่าสนใจ เกี่ยวกับ "เสด็จเตี่ย" และ "แมวขาวแก้วมณี" (อ่าน 949 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
จันทร์เจ้าขา
Auther
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +14/-1
ออฟไลน์
กระทู้: 807
สิ่งหนึ่งที่ น่าสนใจ เกี่ยวกับ "เสด็จเตี่ย" และ "แมวขาวแก้วมณี"
«
เมื่อ:
26 พฤศจิกายน 2008, 02:42:40 am »
ขออนุญาตคัดข้อมูลนี้มาทั้งหมดนะคะ ได้ภาพและข้อมูลมาจาก หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
นึกๆ ดูแล้ว สำนวนไทยเกี่ยวกับแมวนั้นก็มีเยอะแยะไม่ใช่เล่น ซึ่งก็น่าจะหมายความได้ว่า สัตว์สี่ขาตัวนุ่มนิ่มที่ชอบร้องเหมียวๆ กับคนไทยนั้นมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมานานแล้ว โดยเรื่องราวเกี่ยวกับแมวก็ได้มีบันทึกไว้ในสมุดข่อยโบราณว่ามีแมวประเภทใดบ้างเป็นแมวมงคล และแมวประเภทใดบ้างเป็นแมวอัปมงคล แสดงว่าแมวกับคนไทยเรานั้นผูกพันกันมายาวนานจริงๆ
แมวขาวมณี หรือขาวปลอด นัยน์ตาสองสี แห่งอุทยานแมวไทยโบราณ
และสำหรับฉัน ผู้ซึ่งถือคติ Love me love my cat ก็เคยได้ยินมาว่าที่อุทยานแมวไทยโบราณนี้ เขามีแมวน่ารักๆ อยู่หลายตัว ที่ไม่ธรรมดาก็คือแมวเหล่านี้ล้วนแต่เป็นแมวขาวมณี แมวไทยโบราณสีขาวสะอาดทั้งตัว แถมยังพิเศษตรงที่นัยน์ตาทั้งสองข้างยังมีสีแตกต่างกันอีกด้วย ดังนั้นก็เลยพลาดไม่ได้ที่จะมาชมแมวเหมียวเหล่านี้ให้ถึงที่
แต่ก่อนอื่นฉันขอเท้าความถึงแมวขาวมณีก่อนดีกว่าว่า แมวขาวมณีหรือที่เรียกว่าขาวปลอดนั้น เป็นแมวไทยที่ไม่ได้มีชื่ออยู่ในสมุดข่อยโบราณ เพราะเพิ่งจะเป็นที่รู้จักก็กันเมื่อสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นมานี้เอง แต่ก็ถือว่าเป็นแมวไทยโบราณหนึ่งในห้าพันธุ์ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน ซึ่งก็ได้แก่ แมววิเชียรมาศ แมวสีสวาด แมวศุภลักษณ์ แมวโกญจา และแมวขาวมณี
เจ้าแมวขาวมณีนี้มีลักษณะเด่นก็คือจะมีขนสั้นสีขาวตลอดหัวจดหาง ไม่มีสีอื่นมาแซมเลย และหากเป็นสายพันธุ์แท้ดวงตาทั้งสองข้างก็จะมีสีที่แตกต่างกัน เช่นข้างหนึ่งเป็นสีเหลือง หรือบางตัวก็อาจเป็นสีน้ำตาล และอีกข้างหนึ่งเป็นสีฟ้าหรือสีขาว สวยงามมาก
และ
สำหรับแมวขาวมณีนี้ ถือว่าเป็นแมวทรงเลี้ยงที่
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดและทรงหวงมากๆ
พระองค์ทรงมอบหน้าที่ให้
พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระราชโอรสเป็นผู้ดูแลและขยายพันธุ์
หน้าที่นี้สืบทอดจนมาถึงพระธิดาของพระองค์ คือ
หม่อมเจ้าหญิงเริงจิตรแจรงอาภากร
ก่อนที่แมวขาวมณีที่เหลืออยู่ทั้งหมด 18 ตัวจะตกมาอยู่ในความดูแลของ
นำดี วิตตะ
เด็กชายที่หม่อมเจ้าหญิงได้อุปการะเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก และก็ได้ดูแลแมวขาวมณีเหล่านี้มาตลอด จนกลายมาเป็นผู้ก่อตั้งอุทยานแมวไทยโบราณ (นัยน์ตาสองสี) ที่ฉันได้มาชมในวันนี้ ดังนั้น แมวขาวมณีในอุทยานแมวฯ แห่งนี้จึงเป็นแมวที่สืบเชื้อสายมาจากแมวทรงเลี้ยงของรัชกาลที่ 5 คุณนำดีจึงเอาใจใส่ดูแลเป็นอย่างดี และไม่เคยขายเจ้าขาวมณีพันธุ์แท้เหล่านี้เลยสักตัว
อุทยานแมวไทยโบราณริมคลองทวีวัฒนาในวันธรรมดาที่ฉันเข้าไปชมดูเงียบเชียบไร้ผู้คน แต่ก็ยังได้ยินเสียงแมวดังแง้วๆ แว่วๆ อยู่ด้านบนบ้านหลังใหญ่ใต้ถุนสูง เมื่อฉันขึ้นไปด้านบน จ่ายเงินค่าเข้าชมและช่วยค่าอาหารแมวไป 50 บาท แล้ว ฉันก็ได้พบกับบรรดาเหมียวๆ อ้วนท้วนสีขาวสะอาด นัยน์ตาสองสีที่ชื่อพันธุ์ขาวมณีเหล่านั้นอยู่ภายในห้องกว้างค่อนข้างโล่งที่มีกรงแมวขนาดไม่ใหญ่นักวางเรียงกันอยู่ 3-4 แถว และในแต่ละกรงก็มีแมวขาวมณีอยู่กรงละหนึ่งตัว นับรวมแล้วก็ได้ 14 ตัวพอดี
ผู้ดูแลท่าทางใจดีเข้ามาคุยกับฉันว่า ไม่ค่อยจะได้เห็นนักท่องเที่ยวมาในวันธรรมดามากนัก ส่วนมากจะมากันวันเสาร์อาทิตย์มากกว่า จากนั้นก็เริ่มเล่ารายละเอียดที่อุทยานแมวฯ นี้ให้ฟังว่า จริงๆ แล้วที่อุทยานแมวโบราณนี้มีแมวขาวมณีอยู่ทั้งหมด 44 ตัว แต่เอามาจัดแสดงไว้เพียง 14 ตัว โดยในแต่ละวันก็จะสลับกันออกมาโชว์ตัว ตัวไหนโชว์อยู่นานแล้วก็จะเข้าห้องไปพัก ปล่อยให้เพื่อนแมวตัวอื่นๆ ได้ออกมารับแขกบ้าง
ในตอนแรกฉันเองก็เสียดายเหมือนกันที่ไม่ได้อุ้มหรือเล่นกับเจ้าแมวพวกนี้อย่างเต็มที่ เพราะมีกรงกั้นระหว่างฉันกับแมว แต่เมื่อฟังที่พี่คนดูแลแมวบอกว่า เมื่อก่อนนี้ ก่อนที่อุทยานแมวโบราณจะย้ายมาตั้งอยู่ในบริเวณปัจจุบันนั้น ก็ยังอนุญาตให้นักท่องเที่ยวได้อุ้มได้กอด แต่ปรากฏว่า แมวเหล่านั้นเฉามือคน แถมบางตัวยังติดโรคจากคนโดยการเลียหรือสัมผัสจนตายไปหลายตัว ในปัจจุบันก็เลยทำกรงไว้ให้แมวแต่ละตัวได้อยู่กัน
ดังนั้นแม้จะเสียดาย แต่คิดอีกทีทำแบบนี้ก็น่าจะเป็นการดีกว่า เพราะลองคิดดูสิว่า หากวันไหนนักท่องเที่ยวมากันเยอะๆ แมวที่โดนอุ้มโดนกอดโดยคนไม่รู้จักไม่คุ้นเคยแถมโดนอุ้มเป็นสิบๆ ครั้งก็น่าจะเหนื่อยไปเหมือนกัน แถมเสียสุขภาพจิตอีกต่างหาก
บรรยากาศภายในอุทยานแมวไทยโบราณ
กรงแมวที่ฉันเห็นนี้แม้จะไม่เล็กมากขนาดที่ทำให้แมวอึดอัด แต่ก็ไม่ได้กว้างขวางขนาดที่จะสามารถวิ่งเล่นได้สบายๆ ด้วยความเป็นห่วงกลัวแมวจะไม่ได้ออกกำลังกาย ฉันจึงถามพี่ผู้ดูแลในเรื่องนี้ ซึ่งก็หมดกังวลได้ เพราะพี่เขาบอกว่า หลังจากที่อุทยานแมวฯ ปิดให้บริการในแต่ละวันแล้ว ประมาณห้าโมงเย็น แมวเหล่านี้ก็จะได้ไปวิ่งเล่นในสนามหลังบ้าน วิ่งไล่กันหรือปีนป่ายต้นไม้ไปตามเรื่อง แมวที่นี่จึงมีสุขภาพดีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์
พี่คนดูแลแมวยังบอกกับฉันอีกว่า ด้วยความที่แมวเหมียวขาวมณีเหล่านี้เป็นแมวที่สืบเชื้อสายมาจากแมวของรัชกาลที่ 5 คุณนำดี ผู้เป็นเจ้าของจึงตั้งชื่อว่า "เจ้า" นำหน้าทุกตัว ทั้งเจ้าฟ้าเงินฟ้าทอง เจ้าเปรียว และอีกมากมายหลายเจ้า อย่างที่ฉันบอกไปแล้วว่าบรรพบุรุษของแมวเหล่านี้เคยเป็นแมวของพระมหากษัตริย์ และไม่มีการขายแมวขาวมณีสายพันธุ์แท้ คุณนำดีผู้ก่อตั้งอุทยานแมวฯ จึงถวายแมวเหล่านี้ให้แก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระองค์ก็โปรดให้แมวเหล่านี้อยู่ที่อุทยานแมวฯ เพื่อให้ประชาชนได้ชมกันต่อไป
ฉันเดินเล่นทักทายเจ้าเหมียวขาวมณีจนครบทุกตัว บางตัวเอาแต่นอนหลับอุตุไม่สนใจฉันเลย แถมบางตัวไม่อยากเห็นหน้าผู้คนก็เลยเอาหัวมุดใต้ที่นอนซะอย่างนั้น แต่แมวตัวอื่นๆ นั้นขี้เล่นและขี้อ้อนน่าดู แม้จะเล่นกันผ่านกรงก็เถอะ ฉันเห็นแล้วก็อยากจับมากอดแรงๆ สักที
นอกจากจะได้มารู้จักกับแมวขาวมณีและได้มาชมแมวเหมียวที่แสนจะน่ารักแล้ว การที่ได้มาเยี่ยมชมอุทยานแมวฯ ก็ทำให้ฉันรู้สึกว่า น่าดีใจที่แมวพันธุ์ไทยที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นของเรายังมีผู้ที่ตั้งใจอนุรักษ์ไว้ เพราะฉะนั้นฉันขอเชิญชวนบรรดาคนรักแมวทั้งหลายให้แวะมาเยี่ยมเยียนเหมียวๆ เหล่านี้กันบ้าง รับรองว่าต้องหลงเสน่ห์แมวขาวมณีแน่นอน
อุทยานแมวไทยโบราณ (นัยน์ตาสองสี) ตั้งอยู่ที่ 103 หมู่ที่ 10 ถ.ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ 10170 เปิดบริการ 10.00-17.00 น. ทุกวัน ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 20 บาท ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0-9765-6697
การเดินทาง จากสายใต้ใหม่ขับรถมาทางถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี มาจนถึงพุทธมณฑลสาย 4 แล้วให้ขับไปทางมหาวิทยาลัยมหิดลศาลายา จากนั้นให้กลับรถเข้าสู่ถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรีอีกครั้ง (ฝั่งที่มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ) แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนทวีวัฒนา (ถนนเลียบคลองทวีวัฒนา) มาอีกประมาณ 400 เมตร อุทยานแมวโบราณจะอยู่ทางขวามือริมคลองทวีวัฒนา สามารถจอดรถได้บริเวณด้านหน้า หรือหากมาทางรถประจำทาง มีสาย 124, 125, 515 หรือรถตู้ปรับอากาศ พาต้าปิ่นเกล้า-พุทธมณฑลสาย 4 ผ่าน
บันทึกการเข้า
ฉัตร
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +17/-0
ออฟไลน์
กระทู้: 786
Love love
Re: สิ่งหนึ่งที่ น่าสนใจ เกี่ยวกับ "เสด็จเตี่ย" และ "แมวขาวแก้วมณี"
«
ตอบ #1 เมื่อ:
26 พฤศจิกายน 2008, 02:59:13 am »
แมวตาเพชร
บันทึกการเข้า
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
Re: สิ่งหนึ่งที่ น่าสนใจ เกี่ยวกับ "เสด็จเตี่ย" และ "แมวขาวแก้วมณี"
«
ตอบ #2 เมื่อ:
26 พฤศจิกายน 2008, 04:59:41 am »
ขอบคุณมากค่ะ สำหรับข้อมูลใหม่ๆ ที่พึ่งรู้นะนี่ (นัยน์ตาสองสี สองข้างไม่เหมือนกันด้วย ) สวยแปลก
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
Mr.ladkrabang
Sr. Member
คะแนนจิตพิสัย +0/-0
ออฟไลน์
กระทู้: 318
เมื่อรบ...ต้องชนะ
Re: สิ่งหนึ่งที่ น่าสนใจ เกี่ยวกับ "เสด็จเตี่ย" และ "แมวขาวแก้วมณี"
«
ตอบ #3 เมื่อ:
26 พฤศจิกายน 2008, 06:44:05 pm »
พี่ฉัตรครับ แมวตาเพซรอีกแบบนะครับ ลองหาดูครับผมไม่แน่ใจ
ขอบคุณพี่จันเจ้าข้ามากๆครับ
บ้านผมเคยพี่อยู่ 1 ตัวนะครับมาเองจากไหนไม่รู้อิอิเลยเลี้ยงไว้เพราะผอมมากน่าสงสาร สีขาวหมดแต่ตาสีฟ้า แล้วไม่กี่ปีแมวที่ไหนอีกก็ไม่รู้อยู่ดีๆก็มา ตัวผู้สีขาวทั้งตัว มาทำโรงงานบ้านผมรุ่งเช้าตัวผู้ก็ตาย พอแมวสีขาวที่เลี้ยงท้องออกลูกมา 3 ตัว สีขาว 2 ตัว สีกะปิ 1 ตัว สีขาวทั้งสองตัวนั้นต่างกันที่ตาครับ สีฟ้าตัวหนึ่ง สีเหลืองตัวหนึ่ง ( หมายถึงตานะครับ )
เล่าทำไมว่ะเรา ช่างๆยากไปสนใจ
ขอบคุณข้อมูลดีๆที่พี่จันเจ้าขามาลงครับ ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [
1
]
ขึ้นบน
พิมพ์
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
กระโดดไป:
เลือกหัวข้อ:
-----------------------------
พระมหากษัตริย์ไทย
-----------------------------
=> เรารักในหลวง
=> ประวัติศาสตร์ไทย
===> วันสำคัญต่าง ๆ
===> ศิลปะและวัฒนธรรมไทย
===> ดนตรีไทย
=> เศรษฐกิจพอเพียง
-----------------------------
ชมรมคนรักเสด็จเตี่ย
-----------------------------
=> กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
===> วัตถุมงคล กรมหลวงชุมพรฯ
-----------------------------
พุทธศาสนา
-----------------------------
=> พุทธศาสนา
===> วันสำคัญทางศาสนา
=> เกจิอาจารย์
===> วัตถุมงคล
-----------------------------
กระดานนาวี22
-----------------------------
=> ห้องข่าวนาวี 22
===> การใช้งานเว็บไซท์
=> สนทนาทั่วไป
===> ตูน 007
===> สุขสันต์วันเกิด .. !
=> พิราบคาบข่าว
===> ข่าวต่างประเทศ
===> ข่าวในประเทศ
=> เรือ
=> อาวุธ ปืน
===> Beretta
===> CZ#2075RAMI
===> Glock
===> HK
===> S&W
===> SigSauer
===> Ruger
===> Taurus
-----------------------------
มุมเม๊าส์ชาว 22
-----------------------------
=> มุม วาไรตี้
===> คุยกับสาธิตาพยากรณ์
===> บรรเทิง แหล่งช๊อป
===> รวมเพลงต่าง ๆ
===> เพลงทหารเรือ
=> กฏหมายไทย
=> ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย
=> ความรู้ทางการเกษตร
===> ข้าวไทย
===> สมุนไพรไทย
===> น้ำมันจากพืช
===> แก๊สธรรมชาติ
=> สัตว์เลี้ยง และไม่เลี้ยง
=> คนรักรถ
-----------------------------
คอมพิวเตอร์
-----------------------------
=> ถาม-ตอบปัญหาคอมพิวเตอร์
=> มุม บทความน่าสนใจ
===> บ้านหม้อ อีเล็กทรอนิกส์
=====> ร้านอีเล็กทรอนิก รับซ่อมทั่วประเทศ
===> d@eng คุยเรื่อง iT
===> e-book หลายหลากความรู้
=> เขียนเว็บด้วย Joomla
=> กราฟฟิค
-----------------------------
คลินิค นาวี22
-----------------------------
=> สาธารณสุข และสุขภาพที่ดี
===> มุมกีฬาเพื่อสุขภาพ
=====> รวมภาพใน โอลิมปิค 2008
=> การตั้งครรภ์ และเด็กอ่อน
-----------------------------
กินเที่ยวทั่วโลก
-----------------------------
=> เที่ยวทั่วไทย
===> เที่ยวรอบโลก
=> มุม อร่อยเลขที่ 22
===> แนะนำแหล่งกิน มุมอร่อย
-----------------------------
กาพย์ โคลง กลอน
-----------------------------
=> มุม กาพย์ กลอน โคลง ฉันท์