หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: !! ผวาอาถรรพณ์ซ้ำศาลเสด็จเตี่ยกรมหลวงชุมพรบนเรือหลวงเจนทะเลจำลอง  (อ่าน 1297 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14053


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« เมื่อ: 07 พฤศจิกายน 2008, 10:43:50 pm »


ชาวชุมพรผวาอาถรรพณ์ "เรือหลวงเจนทะเล" ทุ่มทุนสร้าง 13 ล้านบาท เสร็จ ตาบอดมืดสนิท 2 ข้าง
ชาวจังหวัดชุมพรสู่ทางตัน ผวาอาถรรพณ์ซ้ำศาลเสด็จเตี่ยกรมหลวงชุมพรบนเรือหลวงเจนทะเลจำลอง ประวัติเรือรับพระศพเสด็จเตี่ยกลับจากชุมพรเข้ากรุงเทพฯเท่าลำจริง ยาว 59 เมตร กว้าง 19 เมตร ผู้สร้างทุ่มทุนส่วนตัว และกลุ่มศรัทธา 13 ล้านบาท สร้างเสร็จตาบอดสนิท 2 ข้าง ไม่มีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาชนกล้าแตะ วิงวอนกองทัพเรือปราการด่านสุดท้าย ช่วยบูรณะซ่อมแซม และขึ้นบัญชีศาลเข้าทำเนียบโดยเร็ว ผบ.ทร.สั่งตรวจสอบด่วน



            สัตหีบ-วันนี้ (4 มี.ค 51) พลเรือเอก สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้รับหนังสือขอความเมตตาจาก นาย นนนที ศรีสุวรรณ อายุ 23 ปี มีบ้านพักอยู่ใกล้กับวัดเทพนิมิต หรือวัดคอเขา ตำบลพญา อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เพื่อขอความเมตตาและขอความอนุเคราะห์ให้ช่วยบูรณะซ่อมแซมตัวเรือและอนุสาวรีย์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือ พระตำหนักเสด็จเตี่ย บนดาดฟ้าเรือหลวงเจนทะเล จำลอง ซึ่งเรือมีความยาว 59 เมตร กว้าง 19 เมตร สร้างด้วยปูนซีเมนต์เท่าลำจริง ตั้งอยู่บนเนินภูเขา หน้าวัดเทพนิมิต ซึ่งผู้สร้างคือ นายสุทธรัตน์ วิริยะวัฒน์ เจ้าของร้านขายของชำสุทธรัตน์ ในตลาดหลังสวน จังหวัดชุมพรเป็นผู้ที่มีความศรัทธาเสด็จเตี่ยมากที่สุด และกลุ่มประชาชนที่ศรัทธาเสด็จเตี่ย บิดาของทหารเรือ ได้ร่วมกันสร้างเรือหลวงเจนทะเล จำลอง ในวงเงินจำนวน 13 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2540 แล้วเสร็จในปี 2542 ซึ่งเป็นของดีเมืองชุมพร และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งศรัทธาชื่อดังของอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร แต่ขณะนี้เรือและศาลไม่มีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาชนเข้ามาดูแล เกรงว่าจะพังหรือชำรุดจนไม่สามารถเยียวยาได้


            นาย นนนที ศรีสุวรรณ เปิดเผยว่า หลังจากที่ นาย สุทธรัตน์ เกิดล้มป่วย ได้มอบเรือให้วัดดูแลตั้งแต่ปี 2543 ทางวัดไม่มีงบประมาณในการซ่อมแซม ชาวจังหวัดชุมพรไม่มีใครกล้าเข้าไปดำเนินการกับเรือและตำหนักเสด็จเตี่ย เพราะเกรงว่าอาจจะเกิดอาถรรพณ์เพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือเป็นการลบหลู่ และเนื่องจากผู้สร้างยังเป็นโรคเบาหวานตาบอดมืดสนิทจนมองไม่เห็นหลังจากสร้างเรือเสร็จได้ประมาณ 2 ปี ทั้งที่มีกำหนดไว้ว่าเมื่อสร้างเสร็จแล้วจะกราบบังคมทูลสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จมาทรงเปิดเรืออย่างเป็นทางการ แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะผู้สร้างตาบอดสนิท จึงมีการยกเลิกกำหนดการทั้งหมดไปอย่างสิ้นเชิง ในฐานะที่เป็นพลเมืองคนหนึ่งในแผ่นดินตำบลหลังสวน จังหวัดชุมพร ขอเป็นตัวแทนของชาวจังหวัดชุมพรทุกคนที่ไม่สามารถที่จะทนดูความเสียหายของเรือหลวงเจนทะเล และศาลพ่อกรมหลวงชุมพร ชำรุดทรุดโทรมลงไปต่อหน้าต่อตา กองทัพเรือเป็นปราการด่านสุดท้ายของชาวชุมพรที่ต้องให้ความอนุเคราะห์ช่วยเหลือ

 
            พลเรือโท จำนงค์ กิตติพีรชล ผู้บัญชาการกองเรือภาคที่ 1 กองเรือยุทธการ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า ผู้บัญชาการทหารเรือได้สั่งการให้กองเรือภาคที่ 1 เดินทางไปสำรวจเรือหลวงเจนทะเล จำลอง ณ วัดเทพนิมิต จึงได้ให้ นาวาเอก ทักษิณ ฤกษ์สังเกต รองเสนาธิการกองเรือภาคที่ 1 พร้อมคณะเดินทางไปตรวจสอบโดยด่วน เบื้องต้นพบว่าเรือสร้างด้วยปูนซีเมนต์ทั้งลำ บนดาดฟ้าเรือสร้างเป็นศาลเสด็จเตี่ย ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญของจังหวัดชุมพร ส่วนการบริหารจัดการยังไม่เป็นรูปธรรม ไม่มีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน เข้ามาดำเนินการเพราะเจ้าของที่ดำเนินก่อสร้าง เพียงมอบให้วัดเป็นผู้ดูแลแต่วัดยังขาดทุนทรัพย์ในการบูรณะ ดูแลรักษา อีกทั้งไม่มีใครกล้าเข้ามาเพราะเกรงกลัวในหลายประการที่เกิดขึ้นตามคำบอกเล่าของประชาชนและผู้ดูแลใกล้ชิดกับเรือลำนี้ เช่นผู้สร้างเป็นโรคเบาหวานตาบอดมืดสนิททั้ง 2 ข้าง และเคยสร้างปาฎิหาริย์ พระมาลา หรือหมวกของท่านถูกขโมยไป แต่ก็ต้องนำกลับมาคืนไว้ที่เดิม ไม่เกิน 3 วัน ทำให้ประชาชนแตกตื่นและศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ท่านอย่างมาก จึงได้ขอความอนุเคราะห์มาให้กองทัพเรือดำเนินการบริหารจัดการให้ด้วย


            ส่วนทางด้าน พระครูอาทรธรรมวัตร รักษาการเจ้าอาวาสวัดเทพนิมิต หรือวัดคอเขา กล่าวว่า เรือลำนี้อยู่ในพื้นที่ของวัด ซึ่งทางด้าน นาย สุทรัตน์ วิริยะวัฒน์ ได้มอบให้ทางวัดด้วยวาจาให้ดำเนินการดู ยอมรับว่าทางวัดไม่มีงบประมาณและปัจจัยในการซ่อมแซม บูรณะเรือ จำลอง เพราะเรือจำลองลำนี้ เป็นอดีตต้นแบบของเรือที่รับพระศพของเสด็จเตี่ยเดินทางจากชุมพร เข้าไปปากน้ำสมุทรปราการเมื่อปี 2466 จึงเป็นเรือในประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจอย่างมาก และดีใจที่ทหารเรือได้ลงมาเป็นคนกลางให้ข้อชี้แนะ และแนะนำให้ผู้นำท้องถิ่นระดับตำบล อำเภอ จังหวัดอีกทั้งประชาชนเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งกันในท้องถิ่น พร้อมทั้งได้รับปากว่าจะนำเรื่องนี้เสนอให้กองทัพเรือพิจารณาดำเนินการต่อไป ซึ่งอาตมาถือว่าเป็นกุศลของชาวจังหวัดชุมพรถ้ากองทัพเรือยื่นมือเข้ามาช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 พฤศจิกายน 2008, 10:56:26 pm โดย d@eng » บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: