หน้า: 1 [2] 3   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: !!!ข่าวด่วน สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา  (อ่าน 4790 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14053


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #15 เมื่อ: 16 ตุลาคม 2008, 07:59:24 am »

สหรัฐฯและอังกฤษแนะ'ไทย-กัมพูชา'แก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี
 
       สหรัฐฯ อังกฤษและเลขาธิการสหประชาชาติ เรียกร้องไทยและกัมพูชา เมื่อวันพุธ(15) แสดงความอดกลั้น หลังจากทั้งสองชาติปะทะกันตามพรมแดนและขอให้แก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีผ่านการเจรจาทวิภาคี
       
       ฌอน แมคคอร์มัค โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า "เราได้ยินข่าวเกี่ยวกับความตึงเครียดตามชายแดนระหว่างสองประเทศที่เพิ่มขึ้นในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา"
       
       "เราขอเรียกร้องความอดกลั้นจากทั้งสองฝ่าย ละเว้นการใช้ความรุนแรงหรือยั่วยุอีกฝ่ายและคลี่คลายความเข้าใจที่แตกต่างเกี่ยวกับพื้นที่ตามพรมแดน" แมคคอร์มัค กล่าวพร้อมย้ำว่าทั้งสองประเทศควรคลี่คลายปัญหาผ่านช่องทางและวิถีทางทางการเมือง
       
        ด้าน บัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวในแถลงการณ์ซึ่งเปิดเผยผ่านโฆษก เรียกร้องทั้งสองฝ่ายระงับการใช้กำลังและขอให้ทั้งไทยกับกัมพูชาเร่งเจรจาทวิภาคี ที่ความผิดใจกันของทั้งสองประเทศสามารถคลี่คลายด้วยสันติวิธี

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 16 ตุลาคม 2551 02:31 น.
 
บันทึกการเข้า

แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14053


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #16 เมื่อ: 16 ตุลาคม 2008, 10:18:37 pm »











ภาพประกอบ:จาก AFP

ไทย-เขมรขนทหารอาวุธหนักเสริมกำลังรอบ ?เขาวิหาร? - แม่ทัพ 2 ฝ่ายเปิดเจรจาแล้ว
 
 16 ตุลาคม 2551 14:24 น.

ศรีสะเกษ - ไทย-กัมพูชาต่างระดมทหารพร้อมอาวุธหนักปืนใหญ่- รถถัง เคลื่อนเข้าเสริมกำลังรอบเขาพระวิหาร ขณะที่ ?พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์? แม่ทัพภาค 2 เข้าร่วมเจรจากับ ?พล.ท.เจีย มอน? ผบ.ภูมิภาคทหารที่ 4 กัมพูชา ที่อุทยานฯเขาพระวิหารแล้ว ทางด้านช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ ร้างพ่อค้าชาวไทย-กัมพูชาผวาภัยสงครามเก็บข้าวของอพยพไปอยู่ที่ปลอดภัยจำนวนมาก ล่าสุดทหารไทยขอให้สื่อมวลชนออกจากบริเวณด่านเก็บค่าธรรมเนียมอุทยานฯ เขาพระวิหาร
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าสถานการณ์ความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา หลังทหารไทยกับทหารกัมพูชาเปิดฉากปะทะกันกว่า 30 นาที ที่บริเวณภูมะเขือ ชายแดนไทย-กัมพูชา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ห่างจากเขาพระวิหารไปทางด้านทิศตะวันตกประมาณ 2.5-3 กิโลเมตร ส่งผลให้ทหารไทยบาดเจ็บ 7 นาย และมีรายงานว่าทหารกัมพูชาเสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 4 นายนั้น
       
       ล่าสุด วันนี้ (16 ต.ค.) เมื่อเวลา 01.30 น.ที่บริเวณบ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้มีขบวนรถบรรทุกทหารหลาย 10 คัน บรรทุกทหารพร้อมด้วยอาวุธหนักเบาครบมือจากหลายหน่วยในสังกัดกองทัพภาคที่ 2 เดินทางเข้าไปยังบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร เพื่อเสริมกำลังทหารตามแนวชายแดนรอบเขาพระวิหาร
       
       ขณะเดียวกัน ได้มีขบวนรถถังประมาณ 5 คัน และรถส่งกำลังบำรุงเคลื่อนขบวนออกจากบริเวณที่ตั้งข้างหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 เข้าไปยังบริเวณภูมะเขือและช่องตาเฒ่า เพื่อเสริมกำลังป้องกันแนวชายแดนไทย-กัมพูชาเพิ่มเติม
       
       ต่อมาเวลา 09.00 น.วันเดียวกันนี้ ที่บริเวณหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 และคณะนายทหารระดับสูงของกองทัพภาคที่ 2 ได้เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์มาลงที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 ดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อเตรียมความพร้อมในการที่จะเข้าร่วมประชุมเจรจา กับ พล.ท.เจีย มอน ผู้บัญชาการ (ผบ.) ภูมิภาคทหารที่ 4 กัมพูชา ซึ่งมีกำหนดจะประชุมเจรจากันในวันนี้ ที่บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร
       
       โดยมีนายทหารระดับสูงของกองกำลังสุรนารีเข้าร่วมประชุมและรายงานสถานการณ์ล่าสุดให้แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ทราบ รวมทั้งข้อมูลแนวทางในการแก้ไขปัญหาเขาพระวิหารร่วมกับฝ่ายทหารกัมพูชา
       
       ขณะที่บริเวณด้านหน้าหน่วยเฉพาะกิจกรททหารพรานที่ 23 เจ้าหน้าที่ทหารได้ขอความร่วมมือไม่ให้สื่อมวลชนทุกแขนงเข้าไปภายในบริเวณหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 อย่างเด็ดขาด เพราะกำลังมีการประชุมหารือกันเกี่ยวกับความมั่นคง
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในวันเดียวกันนี้ (16 ต.ค.) เวลา 14.30 น. จ.ส.อ.เกริกชัย ผ่องแผ้ว รักษาราชการแทนนายอำเภอกันทรลักษ์ ได้เรียกประชุมด่วนทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมแผนในการเตรียมพร้อมอพยพประชาชนออกจากบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ
       
       ส่วนที่บริเวณด่านผ่านแดนถาวรไทย-กัมพูชา ช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งในวันนี้เป็นวันที่มีตลาดนัดแต่ปรากฏว่าไม่มีชาวไทยและชาวกัมพูชาพากันมาหาซื้อสินค้าคึกคักเหมือนดังเช่นทุกวันที่ผ่านมา เพราะต่างพากันหวาดกลัวภัยสงครามจากกรณีที่ทหารไทยปะทะกับทหารกัมพูชาที่บริเวณเขาพระวิหาร ทำให้บริเวณตลาดชายแดนไทยที่ช่องสะงำเงียบเหงา บรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างพากันเก็บข้าวของกลับบ้านกันหมด
       
       เช่นเดียวตลาดชายแดนกัมพูชาซึ่งอยู่ในฝั่งประเทศกัมพูชา บรรยากาศก็เต็มไปด้วยความเงียบเหงา ชาวกัมพูชาจำนวนมากที่มาค้าขายอยู่ที่บริเวณช่องสะงำ ได้พากันอพยพกลับเข้าไปอยู่ที่ อ.อัลลองเวง จ.อุดรมีชัย กัมพูชา ซึ่งอยู่ห่างจากช่องสะงำเข้าไปประมาณ 18 กิโลเมตร
       
       สำหรับที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ได้มีทหารไทยพร้อมรถถังหลาย10 คันตั้งฐานปฏิบัติการอยู่เป็นระยะๆ ตลอดตามแนวชายแดน
       
       ขณะที่ทหารฝ่ายกัมพูชามีรายงานข่าวแจ้งว่าช่วงเช้าวันนี้ (16 ต.ค.) ทางฝ่ายกัมพูชาได้นำรถบรรทุกทหารกัมพูชาประมาณ 10 คัน มีทหารกัมพูชาเต็มคันรถพร้อมด้วยอาวุธหนักเบาครบมือและรถบรรทุกลากปืนใหญ่จำนวน 4 กระบอก มุ่งหน้าไปยังเขาพระวิหารเพื่อเสริมกำลังเตรียมปะทะกับทหารไทยอย่างเต็มที่
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากนี้แล้วฝ่ายทหารได้ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนทุกแขนงให้ย้ายจุดรายงานข่าวจากบริเวณด่านเก็บค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ไปอยู่ที่บริเวณสามแยกบ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย
       
       ต่อมาเวลา 11.30 น. พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 และคณะนายทหารระดับสูงของกองทัพภาคที่ 2 ได้เดินทางโดยรถตู้จากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เดินทางไปร่วมประชุมเจรจากับ พล.ท.เจีย มอน ผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูขาที่ห้องประชุม ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนทุกแขนงติดตามขึ้นไปทำข่าวแต่อย่างใด



เจรจาไทย-เขมร ยังไม่บรรลุข้อตกลงเป็นรูปธรรม 
 
 16 ตุลาคม 2551 15:18 น.
 
       สื่อมวลชนยังคงปักหลักติดตามผลการเจรจาระหว่างทหารไทย กัมพูชา ท่ามกลางฝนที่ตกหนัก ขณะนี้เวลาผ่านมากว่า 4 ชั่วโมงแล้ว แต่การเจรจายังไม่แล้วเสร็จ
        อย่างไรก็ตาม มีการรายงานความคืบหน้าของผลการประชุมผ่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาธงชัย อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ว่า ฝ่ายกัมพูชายังไม่พร้อมหารือในรายละเอียดที่สามารถจะคลี่คลายสถานการณ์ได้ จึงทำได้เพียงพูดคุยในกรอบกว้างๆ เท่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับหน่วยข่าวของกรมเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 เจ้าของพื้นที่ว่า ด้วยระดับผู้เจรจาทั้ง 2 ฝ่าย ยังไม่สามารถที่จะทำการบรรลุข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมได้ จุดมุ่งหมายของการประชุมที่แท้จริง จึงเป็นไปเพื่อหยุดการใช้กำลังทหารต่อกันไว้ก่อน เพื่อประวิงเวลารอให้มีการเจรจาระดับนโยบายในวันที่ 21 ตุลาคมนี้
        หน่วยข่าวชุดเดียวกัน ยังเปิดเผยว่า ล่าสุด ได้มีการเคลื่อนรถถังประชิดชายแดนสนับสนุนกำลังพลเพื่อรองรับสถานการณ์แล้ว
 


สมเด็จพระบรมฯ" พระราชทานดอกไม้เยี่ยมทหารบาดเจ็บ

 16 ตุลาคม 2551 16:04 น.
 
       สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระราชทานดอกไม้เยี่ยมนายทหารที่บาดเจ็บจากเหตุยิงปะทะทหารกัมพูชา เมื่อวานนี้ (15 ต.ค.) โดยมีนายชวน ศิรินันทพร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นผู้แทนพระองค์มอบ ที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์




รองผู้ว่าฯศรีสะเกษเรียกประชุมซ้อมแผนอพยพชาวบ้านกันทรลักษ์
 
16 ตุลาคม 2551 16:17 น.
 
       นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน รองผู้ว่าราชการ จ.ศรีสะเกษ เรียกประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ 3 ตำบลของ อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ที่ติดชายแดนกัมพูชา เพื่อซักซ้อมความเข้าใจแผนอพยพประชาชน กรณีเกิดการปะทะกันของทหารทั้ง 2 ฝ่ายขึ้นอีก ตามแผนจะอพยพเฉพาะเด็ก สตรี คนชรา ผู้ป่วย คนพิการ และพระสงฆ์ในพื้นที่ 17 หมู่บ้าน


 


 

 
 

บันทึกการเข้า

แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14053


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #17 เมื่อ: 16 ตุลาคม 2008, 10:21:18 pm »

บุรีรัมย์สั่ง รพ.ชายแดนทุกแห่ง เตรียมพร้อมรับเหตุปะทะ 24 ชม.
 
 16 ตุลาคม 2551 13:42 น.
 
 
       บุรีรัมย์ - สสจ.บุรีรัมย์ สั่งทุกโรงพยาบาล 2 อำเภอที่ตั้งอยู่ตามแนวชายแดน โรงพยาบาลชุมชนขนาดใหญ่ และโรงพยาบาลศูนย์ เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง หากเกิดเหตุปะทะหรือสู้รบระหว่างทหารไทยกับกัมพูชาเกิดขึ้น
       
       วันนี้ (16 ต.ค.) นพ.สมพงษ์ จรุงจิตตานุสนธิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้แพทย์ พยาบาล ประจำโรงพยาบาล อ.บ้านกรวด และ อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ที่ตั้งอยู่ติดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง ในการรับผู้บาดเจ็บ ฉุกเฉินหากเกิดเหตุปะทะกันหรือมีการสู้รบกันขึ้น ระหว่างทหารไทยกับฝ่ายกัมพูชา หลังเกิดเหตุปะทะที่ บริเวณชายแดนด้านจ.ศรีสะเกษเมื่อวานนี้ (15 ต.ค.) จนทำให้สถานการณ์ตึงเครียดตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา อยู่ในขณะนี้
       
       พร้อมทั้งให้ทางโรงพยาบาลทั้ง 2 อำเภอดังกล่าว ได้จัดเตรียมระบบส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน ไปรักษายังโรงพยาบาลชุมชนขนาดใหญ่ เช่น โรงพยาบาลประโคนชัย โรงพยาบาลนางรอง และโรงพยาบาลศูนย์จังหวัดบุรีรัมย์ ที่มีความพร้อมทั้งด้านเครื่องมืออุปกรณ์และศัลยแพทย์ทางกระดูกไว้คอยรักษาพยาบาลช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่มีอาการหนักอย่างเต็มที่
       
       ?ขณะนี้ทางโรงพยาบาลทุกแห่งก็ได้เตรียมพร้อม รับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นแล้ว โดยเฉพาะโรงพยาบาล 2 แห่ง ที่ตั้งอยู่ตามแนวชายแดนได้มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการอพยพผู้ป่วยฉุกเฉิน ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลชั้นใน หากเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้นในพื้นที่? นพ.สมพงษ์ กล่าว

 
บันทึกการเข้า

แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14053


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #18 เมื่อ: 16 ตุลาคม 2008, 10:59:35 pm »

บัวแก้วยันไทยใช้ความอดทนถึงที่สุด ยึดหลักยับยั้งชั่งใจ

  16 ตุลาคม 2551 16:25 น. 
 
       ภายหลังเชิญคณะอุปทูตและกงสุลต่างประเทศที่อยู่ในประเทศไทย 64 คน เพื่อชี้แจงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างไทยกับกัมพูชาเมื่อวานนี้ กระทรวงการต่างประเทศไทย ยืนยันไทยพยายามใช้ความอดทนจนถึงที่สุด แต่เหตุการณ์เริ่มต้นจากเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ทหารไทยถูกกับระเบิด ซึ่งจากการตรวจสอบเป็นระเบิดใหม่ ซึ่งถือเป็นการละเมิดสัญญาออตตาวา ที่ต้องมีการตรวจสอบ จนนำมาสู่การยิงทหารไทยชุดลาดตระเวนเมื่อวานนี้ โดยฝ่ายไทยยืนยันทหารไทยป้องกันตัว โดยยึดหลักยับยั้งชั่งใจตอบโต้เท่าที่จำเป็น อย่างไรก็ตาม ไทยจะเดินหน้าใช้การเจรจาทวิภาคีต่อไป




บัวแก้วเชิญทูตฟังการชี้แจงสถานการณ์ชายแดน ไร้เงาอุปทูตเขมร
 
 16 ตุลาคม 2551 17:07 น.
 
 
       กระทรวงการต่างประเทศเชิญคณะทูตานุทูต และองค์กรระหว่างประเทศ มาร่วมรับฟังการชี้แจงถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการกู้ระเบิดแห่งชาติ ได้ชี้แจงกรณีทหารพรานของไทยเหยียบกับระเบิดขาขาด ว่า ระเบิดดังกล่าวเป็นทุ่นระเบิดที่วางใหม่ ชนิด TMM 2 และกองทัพไทยไม่มีใช้
        ขณะที่นายจักรินทร์ ฉายะพงศ์ รองอธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ ยืนยัน การพบทุ่นระเบิดใหม่ชายแดนไทย-กัมพูชา ถือเป็นการละเมิดอนุสัญญาออตตาวา ที่ห้ามสะสม ผลิต เคลื่อนย้าย เครื่องระเบิดสังหารบุคคล ซึ่งไทยและกัมพูชาเป็นภาคีอนุสัญญา จึงเตรียมนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อเลขาธิการสหประชาชาติ แจ้งประเทศที่ละเมิดอนุสัญญาให้ชี้แจงภายใน 28 วัน หลังมีการยื่นเรื่อง ทั้งนี้ หากไม่เป็นไปตามนั้นจะนำเข้าที่ประชุมภาคีอนุสัญญาให้ส่งคนมาสอบเอง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐาน
        สำหรับการเข้ารับฟังการชี้แจงในวันนี้ กระทรวงการต่างประเทศ ได้เชิญอุปทูตกัมพูชามาร่วมรับฟังด้วย แต่อุปทูตกัมพูชาไม่ได้เดินทางมาแต่อย่างใด




ผบ.เหล่าทัพ ประสานช่อง 3 ขอแถลงสดเย็นนี้  

 16 ตุลาคม 2551 15:28 น.
 
       วันนี้ (16 ต.ค.) เวลา 17.30 น. พล.อ.อภิชาติ เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้ติดต่อขอแถลงในรายการ "ข่าวเด่นเย็นนี้" ของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ทางสถานีโทรทัศน์สีช่อง 3 ในเวลา 17.15 -18.00 น. เป็นเวลา 45 นาที หลังจากที่ทางกองทัพเชิญผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย กว่า 30 ประเทศ มาชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา


 


นักวิชาการแฉ! เขมรเปิดฉากปะทะเพราะผลประโยชน์แอบแฝง
 
 17:24 น.
 
       เหตุปะทะกันบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา ที่จ.ศรีสะเกษ โดยทหารกัมพูชา เป็นผู้เปิดฉากยิงก่อน รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ไม่ใช่เหตุการณ์ปกติ แต่ว่ามีเบื้องหลังแอบแฝงอยู่ ทั้งเรื่องการเมือง และผลประโยชน์ทางธุรกิจ ที่จะได้จากแผนพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์รอบปราสาทพระวิหาร และแหล่งพลังงานในอ่าวไทย
        นายปณิธาน เชื่อว่า กัมพูชาเปิดเกมนี้หวังชิงความได้เปรียบทางการทูต ขณะที่รัฐบาลไทยกำลังอยู่ในช่วงอ่อนแอ
        นายปณิธาน ยังเชื่อว่าหากไทยเร่งเสนอแผนพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์รอบปราสาทพระวิหาร โดยที่ทั้ง 2 ฝ่ายได้ประโยชน์ ก็จะยุติปัญหานี้ได้ ข้อพิพาทต่างๆก็จะกลับสู่การเจรจาทวิภาคีไทย-กัมพูชา


 


มทภ.2 เผยไทย-กัมพูชาตกลงจัดชุดลาดตระเวนร่วม
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 16 ตุลาคม 2551 17:52 น.
 
 
       พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยภายหลังเจรจาร่วมกับ พล.ท.เจีย มอน ผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชา ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ว่า ทั้ง 2 ประเทศ ได้ตกลงร่วมกันที่จะจัดกำลังลาดตระเวนร่วมกัน เพื่อแก้ปัญหาข้อพิพาทพื้นที่ทัพซ้อนที่เกิดขึ้น โดยทั้งสองฝ่ายจะพยายามไม่ใช้อาวุธหนักตอบโต้กัน ซึ่งในวันนี้ ผู้บังคับหน่วยทั้ง 2 ประเทศ ได้เดินดูแนวปักปันร่วมกัน ขณะที่การหารือไม่ได้มีการพูดถึงเหตุปะทะวานนี้ ที่กัมพูชาเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน สำหรับการเตรียมอพยพชาวบ้านไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยนั้น ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปดูและซักซ้อมแผนแล้ว อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่ส่งผลกระทบชาวบ้านในรัศมีไกลๆ

        แม่ทัพภาคที่ 2 ยังยืนยันด้วยว่า กองทัพมีความพร้อมทั้งกำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์ในการปกป้องประชาชนให้ปลอดภัย ขณะที่กำลังพลทุกนายก็ยังมีขวัญกำลังใจดี ส่วนทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะวานนี้ ตนก็ได้เดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจแล้ว


 
 

 




 
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 ตุลาคม 2008, 11:12:48 pm โดย d@eng » บันทึกการเข้า

แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14053


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #19 เมื่อ: 17 ตุลาคม 2008, 03:00:37 am »

ทหารไทยเผยผ่านรอยเตอร์ทหารไทยไม่ได้ถูกกัมพูชาจี้

 16 ตุลาคม 2551 21:08 น.
 
 
       ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวรอยเตอร์ได้สัมภาษณ์พิเศษรอ.อภิชาติ ภูพวก หนึ่งในสองทหารชั้นสัญญาบัตรที่ปรากฏอยู่ในภาพหลังที่มีการเผยแพร่ออกไป หลังนายฮอร์ นัม ฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาอ้างว่ามีทหารไทย 10 นายที่ถูกทางกัมพูชาจับไว้ได้
       
       รอ.อภิชาติกล่าวว่า ตนเป็นหนึ่งในทีมทหารประสานงานของไทย 13 นาย ที่ประจำการอยู่บนวันแก้วศิขะคีรีมาได้ 3 เดือนแล้ว ทำหน้าที่ประสานงานกับทหารกัมพูชาและทำงานเรื่องวิทยุสื่อสารทั้งหมด เมื่อเกิดเหตุยิงกันที่ภูมะเขือ มีการยิงลามเป็นแนวไปหมด และยิงขึ้นมาบนวัดซึ่งตนประจำการอยู่ จึงได้ไปเจรจากับหัวหน้าชุดของทหารกัมพูชาว่าขอให้หยุดยิง
       
       " เราไม่ได้ถูกปลดอาวุธ เขาไม่ได้ทำอะไรเราเลย เราไปเจรจากันดี ๆ เขาบอกเราว่าอยู่ในวัดห้ามพกอาวุธได้ไหม ผมก็ตกลง ผมไม่รู้ว่าข่าวที่ออกไปทำไมเขาถึงบอกว่าผมโดนจี้ไปแล้ว ทั้งที่ผมเป็นอิสระ ไม่ได้ถูกควบคุมตัว ไม่มีนักข่าวมาคุยกับผม มีแต่มาถ่ายรูปเท่านั้น " รอ.อภิชาติกล่าว     
 
       รอ.อภิชาติกล่าวด้วยว่า ผู้บังคับบัญชายังติดต่อตนอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง ตนยังบอกทางกัมพูชาให้ชาร์จเครื่องปั่นไฟตลอดเวลาเพื่อติดต่อกับผู้บังคับบัญชา ขณะนี้ทหารไทยที่อยู่ในวัดเหลืออยู่แค่ 11 นาย เพราะเมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมาทหาร 2 นายที่ป่วยกลับลงไปแล้ว หลังหยุดยิงมีทหารไทยบาดเจ็บ ฝ่ายกัมพูชาก็ยังช่วยขนคนเจ็บลงไปด้วย
       
       "อาวุธทุกชนิดของเราอยู่กับเราทั้งหมด ภาพที่ออกไปมีผมโบกมือ มันเป็นการโบกมือเพื่อห้ามยิงไม่ใช่มอบตัว เขาให้เกียรติเราดี หาน้ำหากาแฟให้ดื่ม ยังดูข่าวจากทีวีด้วยกัน ไม่มีการทำร้ายหรือจี้ใด ๆ ทั้งสิ้น เห็นข่าวที่ออกไปผมงงมาก"รอ.อภิชาติกล่าว

 
 
บันทึกการเข้า

แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14053


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #20 เมื่อ: 17 ตุลาคม 2008, 03:30:29 am »


อุบลราชธานี - สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ และพระวรชายา พระราชทานดอกไม้เยี่ยมปลอบขวัญทหารที่ได้รับบาดเจ็บ ด้าน กก.กิจการชายแดนสภาผู้แทนราษฎรรุดให้กำลังใจ พร้อมนำเรื่องการปะทะเข้าหารือด่วน เพื่อให้เหตุการณ์สงบโดยเร็ว ส่วนแม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยันหลังคุยกัมพูชา จะไม่มีการละเมิดข้อตกลง เพื่อใช้สันติวิธีแก้ปัญหาร่วมกัน แต่หากกัมพูชายังใช้ความรุนแรง ฝ่ายไทยก็พร้อมโต้กลับทันที

       
       เมื่อเวลา 16.00 น. วันนี้( 16 ต.ค.) นายชวน ศิรินันท์พร ผวจ.อุบลราชธานี ได้อัญเชิญแจกันดอกไม้พระราชทานของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุราชมาร และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ มอบเป็นกำลังใจแก่ทหารพรานที่ได้รับบาดเจ็บและนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลทหารค่ายสรรพสิทธิประสงค์ รวมทั้งโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานีทั้ง 7 นาย สร้างความปลื้มปิติแก่เหล่าทหารและญาติที่มาเฝ้าดูแลอาการเจ็บป่วยจากการปะทะกับทหารกัมพูชาเมื่อบ่ายวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา
       
       ต่อมานายวุฒิพงษ์ นามบุตร ส.ส.เขต 1 อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ เป็นตัวแทนนำดอกไม้ของคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย สภาผู้แทนราษฎร และดอกไม้ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคเข้าเยี่ยม พร้อมพูดคุยสอบถามอาการป่วยของอาสาสมัครทหารพรานบุญฤทธิ์ ขันตี อายุ 40 ปี ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดที่ศรีษะ ทำให้กะโหลกศรีษะเปิด
       
       โดย นพ.มนต์ชัย วิวัฒนาสิทธิพงศ์ หน.กลุ่มงานเวชศาสตร์ฉุกเฉิน รพ.สรรพสิทธิประสงค์ได้เล่าอาการของ ทพ.บุญฤทธิ์มีอาการค่อนข้างหนัก เพราะมีเลือดคั่งในสมอง ทำให้สมองบวม จึงได้ทำการผ่าตัด แต่อาการยังไม่ดีขึ้น
       
       นายวุฒิพงษ์กล่าวว่า จากการประชุมของคณะกรรมาธิการกิจการชายแดน มีการนำเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างทหารไทยกับกัมพูชาเข้าหารือ และสอบถามความคืบหน้าไปทางฝ่ายทหารได้รับการยืนยันว่า จะไม่มีเหตุการณ์รุนแรงไปกว่านี้ และวันอังคารหน้าคณะกรรมาธิการก็จะนำเรื่องเข้าหารือกันอีกครั้ง พร้อมเชิญผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือด้วย
       
       ต่อมา พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เข้าเยี่ยมอาการทหารที่บาดเจ็บและได้พูดคุยสอบถามเหตุการณ์ตอนปะทะกับ ร.ท.ธนพล พงษ์เสือ หน.ชุดทหารพรานที่เกิดการปะทะ โดย ร.ท.ธนพลเล่าให้แม่ทัพภาคที่ 2 ฟังว่าระหว่างปฏิบัติหน้าที่อยู่ใกล้ลำธารบนภูมะเขือ ก็ถูกกองกำลังทหารกัมพูชาใช้จรวดอาร์พีจีและปืนยาวประจำกายระดมยิงเข้าใส่ โดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า ทำให้เกิดการปะทะกันอย่างดุเดือดนานหลายนาที จนมีกำลังเสริมเข้ามาช่วยลำเลียงทหารที่บาดเจ็บออกจากที่ปะทะมารักษาตัว
       
       พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ให้สัมภาษณ์ถึงการปะทะของทหารทั้ง 2 ฝ่ายว่า ระหว่างทหารไทยกำลังลาดตระเวน ทหารกัมพูชาได้ใช้อาวุธยิงเข้าหาก่อน จึงเกิดการปะทะกัน เพราะเป็นการละเมิดข้อตกลงที่ได้ตกลงกันไว้ สำหรับผลการหารือกับฝ่ายกัมพูชาวันนี้ได้ข้อสรุปว่า กำลังของทั้งสองฝ่ายยังคงรักษาที่มั่นอยู่ในที่ตั้งเดิม โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงกำลัง สำหรับปัญหาที่เกิดการปะทะกันขึ้น จะทำการทบทวนและแก้ปัญหาร่วมกัน โดยใช้การลาดตระเวนร่วมกันและกำหนดมาตรการควบคุมไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก
       
       ต่อข้อถามการเจรจาในวันนี้ถือว่าประสมผลสำเร็จหรือไม่นั้น แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า การเจรจาก็ถือเป็นการแก้ปัญหาในพื้นที่ ก่อนนำข้อมูลที่ทั้งสองฝ่ายเสนอวันนี้ เข้าที่ประชุมระดับภูมิภาคที่ จ.เสียมราช วันที่ 21 ต.ค. สำหรับสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 2 ไม่มีการปะทะกันขึ้นอีก เพราะผู้บังคับบัญชาทั้งสองฝ่ายได้มีการเดินตรวจแนว พร้อมประชุมผู้บังคับหน่วยทุกระดับทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชา ทำให้กำลังพลทั้งสองฝ่ายลดความเครียดลงได้
       
       ส่วนกัมพูชามีการเรียกร้องใดๆเพิ่มขึ้นจากเดิมหรือไม่ พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์กล่าวว่า ยังไม่มี หรือถึงเรียกร้องเราก็คงให้ไม่ได้ เพราะขึ้นอยู่กับคณะกรรมาธิการแต่ละระดับจะเป็นผู้ให้การอนุมัติข้อเสนอข้อตกลงของแต่ละฝ่าย สำหรับความมั่นใจจะไม่เกิดการยิงกันขึ้นอีกนั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าถ้ากัมพูชายังละเมิดข้อตกลง ก็ต้องมีการใช้อาวุธกันอีก แต่เราได้ยืนยันกันแล้ว ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปไม่อยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก ก็ต้องยอมรับข้อตกลง เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาระหว่างกัน ด้านความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ กองทัพจะดูแลกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวเป็นอย่างดีที่สุด





บันทึกการเข้า

แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14053


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #21 เมื่อ: 17 ตุลาคม 2008, 04:13:46 am »


ศรีสะเกษ - แม่ทัพภาคที่ 2 เจรจาแม่ทัพทหารเขมรนานกว่า 5 ชม.พร้อมทั้งควงแขนบุกสำรวจพื้นที่บนเขาพระวิหาร เผยผลการเจรจาไม่มีการถอนกำลัง แต่วางมาตรการเข้มป้องกันการปะทะกันอีก และให้ลาดตระเวนในพื้นที่พิพาทร่วมกัน ยืนยันไม่มีทหารไทย 10 นาย ถูกทหารเขมรควบคุมตัวไว้แต่อย่างใด

       
       วันที่ (16 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.00 น.ที่บริเวณสนามหน้าโรงเรียนภูมิซรอลวิทยา ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังกลับจากการประชุมเจรจาแก้ปัญหาพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา กรณีเขาพระวิหารร่วมกับ พล.ท.เจีย มอน ผู้บัญชาการ (ผบ.) ภูมิภาคทหารที่ 4 กัมพูชา ที่บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารชายแดนไทย-กัมพูชา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ
       
       การประชุมใช้เวลานานกว่า 5 ชั่วโมง ว่า ผลการเจรจายังไม่มีความคืบหน้า แต่มีการตกลงกันว่าจะไม่มีการถอนกำลังออกจากบริเวณพื้นที่ที่มีการพิพาทกัน โดยจะมีการวางมาตรการในการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนที่ผ่านมา ทั้งนี้ จะให้มีการลาดตระเวนร่วมกันในพื้นที่พิพาทรวมทั้งบริเวณที่มีการปะทะกัน โดยการลาดตระเวนนั้น จะเริ่มขึ้นเมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดสงสัยก็จะนัดหมายออกลาดตระเวนร่วมกันทันที
       
       พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านม ต่างฝ่ายต่างลาดตระเวนเมื่อมาพบกัน จึงมีปัญหามาโดยตลอด ดังนั้น จึงได้วางมาตรการให้การลาดตระเวนร่วมกันกำลังทหารทุกฝ่ายยังคงรักษาอธิปไตยของตนเองไม่มีการเปลี่ยนแปลงในการวางกำลังทหารแต่อย่างใด
       
       สำหรับปัญหาการปะทะกันที่เกิดขึ้น เมื่อวานนี้ (15 ต.ค.) เนื่องจากทหารทั้ง 2 ฝ่าย ลาดตระเวนมาพบกัน และไม่มีการพูดจากัน ซึ่งเป็นปัญหาการกระทบกระทั่งระหว่างระดับผู้ปฏิบัติงานหน่วยงานเล็กๆ ส่วนผู้บังคับบัญชาระดับสูงมีความเข้าใจกันดี และในเมื่อมีการวางมาตรการที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นแล้ว ตนเชื่อมั่นว่าปัญหาจะไม่เกิดขึ้นอีก
       
       ส่วนที่มีข่าวว่า ทหารไทยถูกทหารกัมพูชาควบคุมตัวไว้ 10 นาย นั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เนื่องจากหลังจากได้ประชุมร่วมกันที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารแล้วตนได้เดินทางไปสำรวจบริเวณวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ บนเขาพระวิหาร ร่วมกับ พล.ท.เจีย มอน ผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 4 กัมพูชา ก็ไม่พบว่ามีการควบคุมตัวทหารไทยไว้แต่อย่างใด กำลังพลยังอยู่ครบเหมือนเดิม เชื่อมั่นว่าปัญหาจะไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป
       
       พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ กล่าวต่อว่า การประชุมในวันนี้เป็นการตกลงกันในระดับผู้บังคับบัญชาว่า ทั้ง 2 ฝ่ายจะมีการควบคุมดูแลกำลังพลในส่วนของแต่ละฝ่ายให้อยู่ในความเรียบร้อย ซึ่งตนจะได้นำเอาข้อเสนอของทางฝ่ายกัมพูชาเข้าประชุม อาร์บีซี ระดับภูมิภาค ที่จะมีการประชุมอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 ต.ค.นี้ ที่ จ.เสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ต่อไป
       
       ?สำหรับกรณีทุ่นระเบิดรอบเขาพระวิหารนั้น เป็นเรื่องของหน่วยเก็บกู้ทุ่นระเบิดแห่งชาติที่จะต้องดำเนินการ ส่วนจะมีการเก็บกู้ต่อไปอย่างไรนั้น จะต้องมีการเตรียมการกันอีกครั้งหนึ่ง และในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดไม่จำเป็นต้องให้ฝ่ายกัมพูชาเข้ามาร่วมในการตรวจสอบการเก็บกู้ทุ่นระเบิดด้วย หากว่าเป็นการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในเขตประเทศไทย? พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ กล่าวในตอนท้าย



บันทึกการเข้า

แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14053


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #22 เมื่อ: 17 ตุลาคม 2008, 06:35:35 pm »

17 ตุลาคม 2551 12:57 น.
 
       อาการทหารไทยที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะกับทหารกัมพูชาเมื่อ 2 วันก่อน ยังสาหัสอยู่ 1 นาย แพทย์ต้องดูแลใกล้ชิด
        ความคืบหน้าการรักษาอาการบาดเจ็บของทหารไทยจากเหตุปะทะบริเวณพื้นที่พิพาทปราสาทเขาพระวิหาร จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา ยังมีสาหัสอยู่ 1 นาย คือ อาสาสมัครทหารพรานบุญญฤทธิ์ ขันตรี ถูกสะเก็ตระเบิดบริเวณศีรษะ สมองได้รับการกระทบเทือนอย่างรุนแรง ช้ำ และมีเลือดคั่งในสมอง หลังผ่าตัดยังมีเลือดออกบริเวณใต้เยื่อหุ้มสมอง ซึ่งยังไม่รู้สึกตัว แพทย์ต้องดูแลใกล้ชิด

        น.พ.มนต์ชัย วิวัฒนาสิทธิพงศ์ หัวหน้ากลุ่มงานเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานี เปิดเผยว่า อาการของอาสาสมัครทหารพรานบุญฤทธิ์ ค่อนข้างหนักและน่าเป็นห่วง แพทย์ยังต้องเฝ้าระวัง ตรวจระบบการหายใจ การไหลเวียนของเลือด และความดันโลหิตอย่างใกล้ชิด

 
 
บันทึกการเข้า

admin
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +30/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3573


oknakrub@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #23 เมื่อ: 18 ตุลาคม 2008, 05:31:55 am »

ละครฉากนี้สร้างด้วยเลือดของทหารไทย และทหารเขมร ถือเป็นการสร้างที่มีมูลค่าสูงมาก
บันทึกการเข้า

แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14053


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #24 เมื่อ: 18 ตุลาคม 2008, 10:53:39 pm »


ภาพจาก PicasaWeb เดือน ก.พ.2551 ลูกค้านั่งรับประทานอาหารอย่างผ่อนคลาย ในภัตตาคาร Olympic Khmer-Thai กรุงพนมเปญ ร้านอาหารแห่งนี้ได้เปลี่ยนชื่อไปแล้ว โดยตัดคำว่า Thai ออกไป 


ผวาชายแดน..ภัตตาคารเขมร-ไทยปลดป้ายเปลี่ยนชื่อ  


 18 ตุลาคม 2551 14:05 น.
 
       ผู้จัดการออนไลน์-- สถานการณ์ความตึงเครียดชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาที่นำไปสู่การปะทะกันเมื่อวันพุธ (15 ต.ค.) ได้ทำให้เจ้าของร้านอาหารโอลิมปิกขะแมร์-ไทย (Olympic Khmer-Thai) ในกรุงพนมเปญต้องปลดป้ายเปลี่ยนชื่อใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบ
       
       ชื่อภาษาอังกฤษคำสุดท้ายได้ถูกเติมอักษร L (แอล) เข้าไป เปลี่ยนจาก "Khmer-Thai" เป็น "Khmer Thlai" ได้ความหมายใหม่เป็น "สุดยอดแห่งเขมร"
       
       ภัตตาคาร โอลิมปิก ขะแมร์-ไทย ตั้งอยู่ในย่านตลาดโอลิมปิกที่พลุกพล่านของเมืองหลวง เป็นสถานที่ดื่มกินแบบนั่งกับพื้นที่ได้รับความนิยมจากทั้งชาวเขมรและชาวต่างชาติ เนื่องจากเสิร์ฟอาหรไทยเมนูยอดนิยมต่างๆ ด้วย
       
       ตามรายงานของหนังสือพิมพ์รัศมีกัมพูชา (Reasmei Kampuchea) ร้านอาหารแห่งนี้ก่อตั้งเมื่อปี 2549 หลังจากความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาได้รับการพัฒนาขึ้นสู้ระดับสูง หลังเหตุการณ์เผาสถานทูตไทยในต้นปี 2546 โดยการร่วมทุนกับนักธุรกิจไทยคนหนึ่ง และ ยังใช้กุ๊กชาวไทยอีกด้วย
       
       เจ้าหน้าที่ของภัตตาคารคนหนึ่งบอกกับรัศมีกัมพูขาว่า สถานการณ์ตึงเครียดชายแดนทำให้ต้องตัดสินใจเปลี่ยนชื่อร้านใหม่ โดยตัดคำว่า "ไทย" ออกไป เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบ

 
 
 
บันทึกการเข้า

admin
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +30/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3573


oknakrub@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #25 เมื่อ: 19 ตุลาคม 2008, 04:53:30 am »

เอาสงครามมาเป็นละครตบตาคน แต่ประเทศไทยไม่เคยได้ประโยชน์ กลับเสียประโยชน์หนักขึ้นทุกที อาจจะจนถึงเสียดินแดน เสียอธิปไตย จนได้กระมัง .... เศร้าแท้ ๆ ฮืม
บันทึกการเข้า

แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14053


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #26 เมื่อ: 19 ตุลาคม 2008, 07:03:37 pm »

เขมรขนทหารเสริม?เขาวิหาร?ส่งรถถังจ่อไทย - ?น้องเขยแม้ว?ลงพื้นที่พรุ่งนี้

ศรีสะเกษ- เขมรระดมกำลังทหารกว่า 200 นายเข้าเสริมทัพที่เขาพระวิหารอีก พร้อมส่งรถถังจ่อชายแดนไทยเพียง 1 กม. ขณะที่ทหารไทยตรึงกำลังตลอดแนวชายแดนตั้งปืนใหญ่เตรียมพร้อมถล่มโต้เช่นกัน ส่วนชาวบ้านจัดเวรยามเข้มทุกหมู่บ้านชายแดนไทย-กัมพูชา ขณะที่โรงเรียนชายแดนทุกแห่งประชุมเตรียมแผนรองรับอพยพเต็มที่ เผยนายกฯสมชาย ?น้องเขยแม้ว? มีกำหนดควงแขน?ศรีเมือง?รมว.ศึกษา ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมทหารและโรงเรียนชายแดน จ.ศรีสะเกษ แต่ไม่กำหนดชัดขึ้นไปบนอทุยานฯ เขาพระวิหารหรือไม่
       
       วานนี้ ( 17 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.45 น.ที่บริเวณถนนสายอัลลองเวง - เขาพระวิหาร อ.อัลลองเวง จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา ห่างจากด่านผ่านแดนถาวรไทย ?กัมพูชา ช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ประมาณ 20 กิโลเมตร (กม.) ได้มีรถบรรทุกทหารกัมพูชาพร้อมอาวุธครบมือประมาณ 15 คัน รวมประมาณ 200 นาย ได้มุ่งหน้าไปยังเขาพระวิหารชายแดนไทย-กัมพูชา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ
       
       โดยทหารกัมพูชาในจำนวนนั้นประมาณ 70 นาย มีเครื่องยิงระเบิดอาร์พีจีเป็นอาวุธประจำกาย ซึ่งคาดว่าทหารเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของกองร้อยอาร์พีจี ที่กระจายตรึงกำลังตามแนวชายแดนไทย -กัมพูชา ด้าน จ.ศรีสะเกษ และ จ.สุรินทร์ อยู่ในขณะนี้
       
       ขณะนี้ทหารไทย ยังคงตรึงกำลังรอบบริเวณเขาพระวิหารและตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชาด้าน จ.ศรีสะเกษ อย่างเต็มที่เช่นกัน
       
       นอกจากนี้ ผลจากการเกิดเหตุปะทะกันระหว่างไทยกับทหารกัมพูชาเมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมาและสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาตึงเครียดอยู่ในขณะนี้ ทำให้บรรดานักธุรกิจและพ่อค้าแม่ค้าชาวไทยที่ไปค้าขายอยู่ที่จ.เสียมราฐ และ อ.อัลลองเวง จ.อุดรมีชัย กัมพูชา ได้พากันทะยอยเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรไทย- กัมพูชาช่องสะงำกันอย่างต่อเนื่อง
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ส่วนที่บริเวณด้านทิศตะวันตกของบ้านโศกขามป้อม ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ห่างจากเขตแดนไทยออกไป 1 กิโลเมตร ซึ่งบริเวณดังกล่าวนี้เรียกว่า ?บ้านซำแต? เป็นหมู่บ้านของชาวกัมพูชาอยู่ในพื้นที่ที่ยังไม่มีการปักปันเขตแดนและในอดีตเป็นสถานที่ตั้งกองกำลังเขมรแดง ในยุค นายพลตา ม็อก เรืองอำนาจ และได้มาสร้างสถานที่เก็บคลังแสงอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อต่อสู้กับทหารรัฐบาลกัมพูชาในสมัยนั้น ขณะนี้ได้มีกองกำลังทหารกัมพูชาจำนวนมากพร้อมครอบครัวพากันมาตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ รวมทั้งได้นำรถถัง 2 คันมาประจำการอยู่ด้วย โดยรถถังอยู่ในสภาพหันปากกระบอกปืนเข้ามายังเขตบ้านโศกขามป้อม ฝั่งไทย และมีการเตรียมพร้อมเครื่องยนต์อยู่ตลอดเวลา
       
       ขณะที่ทหารไทยประมาณ 1 กองร้อย พร้อมด้วยรถถังจำนวน 3 คัน ได้มาตรึงกำลังอยู่ที่บริเวณนี้ และตั้งด่านสกัดกั้นห้ามไม่ให้ประชาชนเข้าไปในเขตชายแดนดังกล่าวอย่างเด็ดขาด ซึ่งพื้นที่จุดนี้ทหารกัมพูชามักจะสร้างความขัดแย้งกับชาวบ้านและทหารไทยอยู่เป็นประจำ
       ขณะเดียวกันตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ได้มีทหารไทยนำเอาปืนใหญ่ไปตั้งไว้และหันปากกระบอกปืนตรงไปยังบ้านโกมุย ฝั่งประเทศกัมพูชา ทางด้านทิศตะวันตกของเขาพระวิหาร ซึ่งเป็นฐานทหารกัมพูชาที่มีกำลังทหารกัมพูชาอยู่เป็นจำนวนมากและเตรียมพร้อมขึ้นไปเสริมกำลัง บนเขาพระวิหารได้ตลอดเวลา
       
       ทางด้าน นายวีระยุทธ ดวงแก้ว กำนัน ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ขณะนี้ทุกหมู่บ้านในเขต ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ ได้จัดเวรยามรักษาความปลอดภัยของชาวบ้านอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งได้แจกจ่ายอาวุธปืนลูกซองให้ชุดรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้านละ 15 กระบอก
       
       ส่วนที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายประวิทย์ หลักบุญ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 ได้เรียกประชุมด่วนผู้บริหารโรงเรียนทุกแห่งที่อยู่ในเขตเสี่ยงภัยตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา จำนวน 15 โรงเรียน เพื่อซักซ้อมแผนในการเตรียมการอพยพครู นักเรียน และใช้เป็นสถานที่รองรับประชาชนที่จะอพยพมาอยู่ในโรงเรียนที่ได้จัดเตรียมไว้
       
       นายประวิทย์ หลักบุญ กล่าวว่า ได้จัดเตรียมโรงเรียนสำหรับเป็นจุดรองรับผู้อพยพหากเกิดการสู้รบระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาไว้ 3 จุด คือที่โรงเรียนบ้านเกษตรประชาตาทวด ,โรงเรียนบ้านจันทร์หอมตาเสก และโรงเรียนบ้านตาแท่น พร้อมได้ประสานงานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมในด้านการอำนวยความสะดวกให้กับชาวบ้านที่จะอพยพมาอยู่ที่บริเวณดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว
       
       ขณะนี้คณะครู นักเรียนทุกโรงเรียนที่อยู่ตามแนวชายแดนไทย -กัมพูชาในสังกัด สพท.
       ศรีสะเกษ เขต 4 ยังคงมีกำลังใจดี และมีความพร้อมจะอพยพหนีภัยสงครามได้ตลอดเวลา อีกทั้งได้กำชับให้ทุกโรงเรียนจัดเวรยามรักษาความปลอดภัยอาคารสถานที่ของทางราชการอย่างเต็มที่แล้วและขอให้ความร่วมมือกับทางฝ่ายทหารและตำรวจที่ตรึงกำลังอยู่แนวหน้าด้วย? นายประวิทย์ กล่าว
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม ว่า วันพรุ่งนี้ (18 ต.ค.) เวลาประมาณ 10.00 น. นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายศรีเมือง เจริญศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีกำหนดจะเดินทางมาตรวจเยี่ยมส้รางขวัญใจแก่ทหารไทยและเยี่ยมโรงเรียนที่อยู่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้เตรียมการต้อนรับอย่างเต็มที่ แต่ไม่มีกำหนดการชัดเจนว่า นายกรัฐมนตรีจะขึ้นไปที่บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ด้วยหรือไม่

 โดย ผู้จัดการออนไลน์ 18 ตุลาคม 2551 15:51 น.







 
 
 
 
 
บันทึกการเข้า

แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14053


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #27 เมื่อ: 19 ตุลาคม 2008, 07:07:49 pm »

ส.วัฒนธรรมสุรินทร์บุกชายแดนช่องจอม - ร้อง รบ.ไทย-เขมรยุติพิพาทด้วยสันติวิธี


สุรินทร์ - สมาคมภาษาและวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์บุกแจกแถลงการณ์ ที่ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณด่านผ่านช่องจอม-โอร์เสม็ด อ.กาบเชิง เรียกร้องรัฐบาลไทยและกัมพูชายุติปัญหาข้อพิพาทด้วยสันติวิธี ด้านบรรยากาศการค้าขายชายแดนช่องจอมเงียบเหงาหนัก ส่วนกาสิโนเขมรวังเวงแทบไร้เงานักพนัน
       
       วานนี้ ( 17 ต.ค. ) ที่บริเวณด่านผ่านแดนถาวรช่องจอม-โอร์เสม็ด ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ บรรยากาศ การการค้าขายและการเดินทางผ่านเข้า-ออก ด่านผ่านแดนถาวรช่องจอม-โอร์เสม็ด เป็นไปด้วยความเงียบเหงา พ่อค้า แม่ค้าชาวกัมพูชา เดินทางเข้ามาในเขตไทยเพื่อขายสินค้ามีไม่ถึง 50 ราย ขณะที่บ่อนกาสิโนชายแดน 2 แห่งฝั่งประเทศกัมพูชา มีนักพนันและนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปเล่นการพนันบางตาไม่ถึง 200 คน จากปรกติจะมีนักเล่นการพนันเดินทางเข้า-ออกบ่อนกาสิโน 2 แห่งนี้ กว่า 1,500 คนต่อวัน
       
       นอกจากนี้ ยังคงมี ชาวไทยที่เข้าไปทำงานด้านการเกษตร ปลูกอ้อย และก่อสร้างถนน ที่จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชาได้ทะยอยเดินทางกลับเข้ามายังประเทศไทยจำนวนหนึ่ง ส่วนเครื่องจักรกลจำนวนมากไม่สามารถนำออกมาได้ และไม่ทราบว่าเครื่องจักรเหล่านั้นจะปลอดภัยหรือไม่ ซึ่งคนงานเหล่านี้บอกว่า ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ทหารกัมพูชาได้เคลื่อนกำลังพลและรถถัง ปืนใหญ่ มุ่งหน้ามายังชายแดนด้านจ.สุรินทร์จำนวนมาก
       
       ขณะนี้เดียวกัน นายชัยมงคล เฉลิมสุขจิตศรี นายกสมาคมภาษาและวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ และนางยุพาสรรค์ แจ้งกระจ่าง ชาวอำเภอพนมดงรัก จ.สุรินทร์ ได้เดินทางมาแจกแถลงการณ์ ทั้งภาษาไทยและภาษากัมพูชา เรียกร้องรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชายุติปัญหาข้อพิพาทพรมแดนด้วยหลักสันติวิธี ให้กับประชาชนและเจ้าหน้าที่ประจำด่านทั้ง 2 ประเทศ ที่บริเวณด่านผ่านแดนถาวรช่องจอม-โอร์เสม็ด
       
       โดยขอให้รัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชา คำนึงถึงความสัมพันธ์ของประชาชน ชาวไทยจังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และประชาชนชาวกัมพูชา ที่อาศัยใกล้ชายแดน มีความสัมพันธ์ดั่งญาติพี่น้องกันมาอย่างช้านาน
       
       นางยุพาสวรรค์ แจ้งกระจ่าง กล่าวว่า ทุกวันนี้ได้รับโทรศัพท์จากพี่น้องชาวกัมพูชาที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนเป็นจำนวนมากบอกว่า เดือดร้อนหนัก ไม่สามารถหาชื้ออาหารจากฝั่งไทยได้เพราะเกรงจะไม่ปลอดภัย จึงขอให้รัฐบาลทั้ง 2 ประเทศได้ยุติปัญหาด้วยสันติวิธี เพื่อประชาชนทั้ง 2 ประเทศ จะได้อยู่ร่วมกันอย่างปกติสุขตลอดไป








ด่านผ่านแดนถาวรช่องจอม-โอร์เสม็ด ตรงข้ามกาสิโนชายแดนกัมพูชาเงียบเหงาหนัก



บันทึกการเข้า

แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14053


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #28 เมื่อ: 19 ตุลาคม 2008, 10:43:21 pm »

ด่วน!! "ทหารพรานบุญฤทธิ์" สิ้นลม
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 19 ตุลาคม 2551 17:05 น.
 
       มีรายงานว่า อาสาสมัครทหารพรานบุญฤทธิ์ ขันตี ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกสะเก็ดระเบิดระหว่าง

ปะทะกับทหารกัมพูชา เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ได้เสียชีวิตลงแล้ว



 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 ตุลาคม 2008, 10:49:32 pm โดย d@eng » บันทึกการเข้า

แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14053


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #29 เมื่อ: 20 ตุลาคม 2008, 12:07:52 am »

จัดหางานบุรีรัมย์เตรียมพร้อมช่วยแรงงานไทยในเขมรหากเหตุรุนแรงบานปลาย
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 19 ตุลาคม 2551 18:26 น.
 
 
       นายสุทธิ สุโกศล จัดหางาน จ.บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุการณ์กองกำลังทหารไทยปะทะกับทหารของกัมพูชาที่บริเวณเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ จนทำให้เกิดสถานการณ์ตึงเครียดอยู่ในขณะนี้ ทางจัดหางาน จ.บุรีรัมย์ จึงได้มีการเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือแรงงานไทยในกัมพูชา หากเกิดสถานการณ์รุนแรงบานปลาย

 โดยได้ประชาสัมพันธ์แจ้งให้ญาติและครอบครัวผู้ประกอบธุรกิจ และผู้ที่ไปขายแรงงานที่ประเทศกัมพูชา ให้เข้ามาแจ้งชื่อ ที่อยู่ และสถานที่ประกอบธุรกิจในประเทศกัมพูชาให้ชัดเจน เพื่อการสะดวกต่อการค้นหา และขนย้ายกลับประเทศอย่างรวดเร็ว จากนั้นจะรวบรวมรายชื่อส่งให้กระทรวงแรงงาน และกระทรวงการต่างประเทศ หาแนวทางช่วยเหลือ เพื่อไม่ให้แรงงานดังกล่าวได้รับอันตราย หรือตกค้าง

 หากเกิดสถานการณ์รุนแรงขึ้น ซึ่งเชื่อว่ามีแรงงาน และผู้ประกอบธุรกิจคนไทย ที่อาศัยอยู่ในประเทศกัมพูชาเป็นจำนวนมาก
 
 
 
 
บันทึกการเข้า

หน้า: 1 [2] 3   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: