หน้า: 1 [2] 3 4 ... 10   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปืน (เรื่อยๆตามแต่หาได้)  (อ่าน 39505 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
จันทร์เจ้าขา
Auther
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +14/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 807


jatikanont@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #15 เมื่อ: 03 ตุลาคม 2008, 01:34:43 am »

 ยิงฟันยิ้ม อิอิ ถูกใจจ๊ะ สวยด้วย

แต่ๆๆๆๆๆๆๆ  ** ราคาของมันถ้าสั่งทำในวันนี้อาจถึงสิบล้านบาท!!! **  ตกใจ ตกใจ

เห็นราคาสั่งทำแล้วตาโต จ๊ะ ทำมาหากินทั้งชาติ คงเพื่อปืนกระบอกนี้แน่นอนเลยพี่ ฮ่าๆๆๆๆ

ขอบใจมากจ๊ะ น้องเซฟ ความรู้เรื่องปืน พี่ชอบอ่านมาก   ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยอดเยี่ยมจ๊ะ
บันทึกการเข้า

admin
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +30/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3573


oknakrub@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #16 เมื่อ: 03 ตุลาคม 2008, 01:23:48 pm »

โอเคครับ ขอบคุณมากครับ ติดตามอ่านต่อครับ ...  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14053


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #17 เมื่อ: 03 ตุลาคม 2008, 10:39:37 pm »

ตกใจ ตกใจ ตกใจ

ถูกใจมาก น้องเซฟ แต่ถ้าพี่ถือ รุ่นนี้ หัวไหล่คงจะหลุดออกมานอกเบ้า อิอิ

ร่างกายบอบบางเกินไป อิอิ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

ตัวนี้จัดให้พี่จันทร์เจ้าขา  เลยครับ (ทีแรกกะว่าจะให้เป็นพระเอกออกตัวสุดท้าย คงจะเล็กถูกใจนะครับ)






.600 ไนโตรเอ็กสเปรส !
     ปืนกระบอกนี้เป็นปืนจากบริษัท ฮอลแลนด์&ฮอลแลนด์ ซึ่งเป็นบริษัทผลิตปืนไรเฟิลและลูกซองที่มีชื่อเสียงของอังกฤษ เป็นที่เชื่อกันว่าปืนขนาด .600 ในโลกนี้มีเพียง75กระบอก! นอกจากปืนประจำมือของพรานอาชีพในอัฟริกาไม่กี่คนแล้ว ปืนส่วนใหญ่ถูกผลิตขึ้นตามออเดอร์จากสุลต่านแห่งอินเดียและเจ้าชายแห่งยุโรปที่โปรดปรานการล่าสัตว์ ราคาของมันถ้าสั่งทำในวันนี้อาจถึงสิบล้านบาท!!!
     คำว่า"ไนโตร" นั้นมาจากชื่อเรียกของดินปืนควันน้อย ที่มาแทนดินดำเมื่อต้นศตวรรษนี้ ส่วนคำว่า"เอ็กสเปรส" มาจาก Express Train ที่ให้ความหมายถึงความเร็ว มักจะใช้เรียกปืนไรเฟิลแฝดที่ใช้กระสุนความเร็วสูง (ในยุคนั้น เมื่อเทียบกับปืนดินดำ)
     .600ไนโตรถูกสร้างขึ้นโดยบรษัท Jeffery ตั้งแต่ปี 1901 มันครองความเป็นกระสุนปืนที่ใหญ่ที่สุดและมีแรงปะทะสูงที่สุดในโลกของปืนที่สามารถประทับบ่ายิงได้มาจนกระทั่งปี1988ที่มีการแนะนำตัวของ 700"ไนโตรเอ็กสเปรสขึ้น.600 ใช้หัวกระสุนหนัก 900เกรน ความเร็ว2050 ฟิตต่อวินาที ให้พลังงานถึง8400ฟุตปอนด์




เป็นไงครับคงจะถูกใจนะครับกระบอกนี้รับรองว่าประทับบ่าแล้วยิงได้สบายๆแต่หลังจากยิง   ยิงฟันยิ้ม




ยิ้มเท่ห์ เยี่ยมมากค่ะ..แบกงัยนี่..โห.. ตกใจ ตกใจ นำมาแต่ละชิ้น แหมๆๆ สุดๆเลยค่ะ ชอบค่ะ หาอ่านยากมากแบบนี้ ขอบใจนะค๊ะเซฟคนดี  รออ่านเรื่อยๆนะจ๊ะ
บันทึกการเข้า

sweet heart
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #18 เมื่อ: 03 ตุลาคม 2008, 10:54:22 pm »


 


 ผู้แต่ง (พนมเทียน) บันทึกความในใจถึง "เพชรพระอุมา" ไว้ตอนหนึ่งว่า " ผมก็ไม่ทราบว่าอย่างไรดี เพราะโดยตัวเนื้อหาของนวนิยายก็ยาวมากอยู่แล้ว และผมก็ได้เขียน 'ความในใจ' อธิบายถึงจุดบันดาลใจ ที่มาและที่ไปของนวนิยาย เรื่องนี้ไว้อย่างละเอียดพอสมควรแล้วในตอนจอบของนวนิยายทั้งสองภาค
       ผมยอมรับว่าในชีวิต ในการเป็นนักเขียนของผมนั้น นวนิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยาวและประณีตที่สุด ในชีวิต รวมทั้งใช้เวลาเขียนยาวนานที่สุดด้วย (53 เล่มปกแข็ง, เวลาเขียน 25 ปีเศษ) เป็นการเขียนติดต่อสืบเนื่องกันมาโดยไม่ได้ขาดระยะอย่างชนิดทุ่มเทให้ทั้งชีวิตและ จิตใจ ประมวลสรรพวิทยาการ, สรรพศาสตร์ และประสบการณ์ต่างๆ ของผมเท่าที่จะมีอยู่ ได้ ถูกบรรจุอยู่ในเนื้อหาของเรื่องนี้ทั้งหมด โดยที่ไม่เคยมีเรื่องไหนของผมเองจะถูกถ่าย ทอดบรรจุไว้ได้เทียมเท่าหรือใกล้เคียง
      จนแทบจะกล่าวได้ว่า ถ้าท่านอ่านนวนิยายเรื่อง นี้ได้จบท่านก็จะวิเคราะห์หรืออ่าน 'พนมเทียน' ได้อย่างปรุโปร่งที่สุดในทุกแง่ทุกมุม

ที่มา : เพชรพระอุมา ตอนไพรมหากาฬ เล่มที่1 โดยสำนักพิมพ์ ณ. บ้านวรรณกรรม



หมายเหตุจากผู้ประพันธ์

       นวนิยายเรื่อง เพชรพระอุมา แบ่งออกเป็น 3 ภาค ภาคแรกเริ่มเขียนตั้งแต่วันที่ 19 พ.ย.07 มาจบสิ้นเอาเมื่อวันที่ 20 มี.ค. 18 รวมเวลาสำหรับภาคแรก 10 ปี 4 เดือน กับ 1 วัน ได้นำลงในหนังสือ พ๊อกเก๊ตบุคก่อน และต่อมาได้เขียนติดต่อกันในนิตยสาร รวมข่าวจักรวาลรายสัปดาห์ ภายหลังจากจบภาคแรกแล้วได้เว้นระยะมาประมาณ 3-4 เดือน จึงมาเขียนภาคที่สอง นำลงใน นสพ.รายวัน เดลินิวส์ ติดต่อกันมาอีกประมาณ 3-4 ปี จึงมีความจำเป็นที่จะต้องย้ายที่เขียน เพื่อเริ่มต้นการออกนิตยสารราย 10 วัน คือ จักรวาลปืน ซึ่งสาระเนื้อหาของเรื่องระหว่างภาคสองและภาคสามนี้ ก็คือเนื้อเรื่อง ที่สืบต่อกันมา อันควรจะเรียกได้ว่าเป็นภาคเดียวกันนั่นเอง มาจบสิ้นเอา 2 นาฬิกา 45 นาที ของวันที่ 21 มิถุนายน 2533 คือเวลาที่เขียนบันทึกนี้
       เมื่อรวมเวลาทั้ง หมดแล้ว นวนิยายเรื่องนี้ ใช้เวลาทั้งผู้เขียนและผู้อ่าน 25 ปี 7 เดือน กับอีก 2 วัน จัดเป็นเรื่องค่อนข้างจะต้องใช้วิริยะมานะอยู่สักหน่อย ทั้งระหว่างผม ผู้เขียน และ ท่าน ผู้อ่าน ซึ่งผมก็ต้องขอขอบคุณท่านผู้อ่านที่ได้ติดตามมาโดยตลอด ตั้งแต่ต้น จนจบภาค 1 ภาค 2 และภาค 3 ตามลำดับ
       ในการพิมพ์รวมชุดเป็นเล่มปกแข็งนั้น ภาคหนึ่งมีอยู่ 24 เล่ม ภาคสอง 15 เล่ม และภาคสาม 14 เล่ม เมื่อรวมทั้งหมดแล้ว ก็จะเป็นปกแข็ง 53 เล่ม
        ขอขอบคุณอีกครั้งครับ จาก "พนมเทียน"
บันทึกการเข้า
thitinan
Sr. Member
****

คะแนนจิตพิสัย +12/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 360



อีเมล์
« ตอบ #19 เมื่อ: 04 ตุลาคม 2008, 03:44:47 am »


 


 ผู้แต่ง (พนมเทียน) บันทึกความในใจถึง "เพชรพระอุมา" ไว้ตอนหนึ่งว่า " ผมก็ไม่ทราบว่าอย่างไรดี เพราะโดยตัวเนื้อหาของนวนิยายก็ยาวมากอยู่แล้ว และผมก็ได้เขียน 'ความในใจ' อธิบายถึงจุดบันดาลใจ ที่มาและที่ไปของนวนิยาย เรื่องนี้ไว้อย่างละเอียดพอสมควรแล้วในตอนจอบของนวนิยายทั้งสองภาค
       ผมยอมรับว่าในชีวิต ในการเป็นนักเขียนของผมนั้น นวนิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยาวและประณีตที่สุด ในชีวิต รวมทั้งใช้เวลาเขียนยาวนานที่สุดด้วย (53 เล่มปกแข็ง, เวลาเขียน 25 ปีเศษ) เป็นการเขียนติดต่อสืบเนื่องกันมาโดยไม่ได้ขาดระยะอย่างชนิดทุ่มเทให้ทั้งชีวิตและ จิตใจ ประมวลสรรพวิทยาการ, สรรพศาสตร์ และประสบการณ์ต่างๆ ของผมเท่าที่จะมีอยู่ ได้ ถูกบรรจุอยู่ในเนื้อหาของเรื่องนี้ทั้งหมด โดยที่ไม่เคยมีเรื่องไหนของผมเองจะถูกถ่าย ทอดบรรจุไว้ได้เทียมเท่าหรือใกล้เคียง
      จนแทบจะกล่าวได้ว่า ถ้าท่านอ่านนวนิยายเรื่อง นี้ได้จบท่านก็จะวิเคราะห์หรืออ่าน 'พนมเทียน' ได้อย่างปรุโปร่งที่สุดในทุกแง่ทุกมุม

ที่มา : เพชรพระอุมา ตอนไพรมหากาฬ เล่มที่1 โดยสำนักพิมพ์ ณ. บ้านวรรณกรรม



หมายเหตุจากผู้ประพันธ์

       นวนิยายเรื่อง เพชรพระอุมา แบ่งออกเป็น 3 ภาค ภาคแรกเริ่มเขียนตั้งแต่วันที่ 19 พ.ย.07 มาจบสิ้นเอาเมื่อวันที่ 20 มี.ค. 18 รวมเวลาสำหรับภาคแรก 10 ปี 4 เดือน กับ 1 วัน ได้นำลงในหนังสือ พ๊อกเก๊ตบุคก่อน และต่อมาได้เขียนติดต่อกันในนิตยสาร รวมข่าวจักรวาลรายสัปดาห์ ภายหลังจากจบภาคแรกแล้วได้เว้นระยะมาประมาณ 3-4 เดือน จึงมาเขียนภาคที่สอง นำลงใน นสพ.รายวัน เดลินิวส์ ติดต่อกันมาอีกประมาณ 3-4 ปี จึงมีความจำเป็นที่จะต้องย้ายที่เขียน เพื่อเริ่มต้นการออกนิตยสารราย 10 วัน คือ จักรวาลปืน ซึ่งสาระเนื้อหาของเรื่องระหว่างภาคสองและภาคสามนี้ ก็คือเนื้อเรื่อง ที่สืบต่อกันมา อันควรจะเรียกได้ว่าเป็นภาคเดียวกันนั่นเอง มาจบสิ้นเอา 2 นาฬิกา 45 นาที ของวันที่ 21 มิถุนายน 2533 คือเวลาที่เขียนบันทึกนี้
       เมื่อรวมเวลาทั้ง หมดแล้ว นวนิยายเรื่องนี้ ใช้เวลาทั้งผู้เขียนและผู้อ่าน 25 ปี 7 เดือน กับอีก 2 วัน จัดเป็นเรื่องค่อนข้างจะต้องใช้วิริยะมานะอยู่สักหน่อย ทั้งระหว่างผม ผู้เขียน และ ท่าน ผู้อ่าน ซึ่งผมก็ต้องขอขอบคุณท่านผู้อ่านที่ได้ติดตามมาโดยตลอด ตั้งแต่ต้น จนจบภาค 1 ภาค 2 และภาค 3 ตามลำดับ
       ในการพิมพ์รวมชุดเป็นเล่มปกแข็งนั้น ภาคหนึ่งมีอยู่ 24 เล่ม ภาคสอง 15 เล่ม และภาคสาม 14 เล่ม เมื่อรวมทั้งหมดแล้ว ก็จะเป็นปกแข็ง 53 เล่ม
        ขอขอบคุณอีกครั้งครับ จาก "พนมเทียน"


อ้าเจอคอเดียวกันแล้ว คือไอ้ที่จริงปืนที่ลงในกระทู้นี้ก็ได้แรงบัดาลใจมาจากเรื่องเพชรพระอุมาตามชื่อหัวข้อเลยครับพอได้อ่านเรื่องแล้วรู้สึกประทับใจรวมกับเป็นคนชอบปืนอยู่แล้วก็เลยไปค้นหาข้อมูลแล้วก็เอามาลงให้ชาวนาวี22ได้อ่านกันครับ
บันทึกการเข้า

ณ ที่ใดดวงใจไม่ไหวหวั่น
ขอฝ่าฟันอุปสรรคและขวากหนาม
แม้นสิ้นชาติวาสนาชะตาทราม
จะฝากนามโลกให้รู้กูก็ชาย
thitinan
Sr. Member
****

คะแนนจิตพิสัย +12/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 360



อีเมล์
« ตอบ #20 เมื่อ: 04 ตุลาคม 2008, 03:47:38 am »

มาต่ออีกครับ



เวเธอร์บี้ .300 เวเธอร์บี้แม็กนั่ม
        เวเธอร์บี้เป็นบริษัทปืนอเมริกันที่เริ่มจากการผลิตปืนระดับคัสตอมเมดจำนวนน้อยๆ กระสุนที่ใช้ส่วนใหญ่ก็เป็นกระสุนพิเศษที่ผลิตขึ้นมาเฉพาะปืนเวเธอร์บี้เท่านั้นในบรรดากระสุนของเวเธอร์บี้ทั้งหมด 300 เวเธอร์บี้แม็กนั่มนับว่าเป็นกระสุนที่แพร่หลายมากที่สุด กระสุนชนิดนี้ดัดแปลงมาจากกระสุน .300H&H ในปี 1944 มันกลายเป็นกระสุนหน้าตัดขนาด .30ที่มีความเร็วสูงสุด วิถีราบที่สุด และมีแรงปะทะสูงสุด ทำให้มันได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในฐานะไรเฟิลสำหรับการยิงระยะไกล

บันทึกการเข้า

ณ ที่ใดดวงใจไม่ไหวหวั่น
ขอฝ่าฟันอุปสรรคและขวากหนาม
แม้นสิ้นชาติวาสนาชะตาทราม
จะฝากนามโลกให้รู้กูก็ชาย
thitinan
Sr. Member
****

คะแนนจิตพิสัย +12/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 360



อีเมล์
« ตอบ #21 เมื่อ: 04 ตุลาคม 2008, 03:52:15 am »

มัลลิเคอร์ ขนาด 30-06



        มัลลิเคอร์เป็นบริษัทผลิตปืนเก่าแก่ของประเทศออสเตรีย เป็นผู้ผลิตปืนยาวทั้งทางทหารและทางพานิชที่โด่งดังมากมายหลายกระบอก ปืนมัลลิเคอร์ทุกรุ่นล้วนแต่ผลิตด้วยฝีมือปราณีตและราคาค่อนข้างแพงปืนกระบอกนี้เป็นมัลลิเคอร์ไรเฟิลโมเดิล M ขนาด 30-06 ตัวปืนมีลักษระค่อนข้างเพรียวสวยงามตามสไตล์ปืนยุโรป
        กระสุนขนาด 30-06นั้นเป็นกระสุนที่ถูกพัฒนาขึ้นมาในอเมริกาเพื่อใช้ในทางทหารตั่งแต่ปี ค.ศ. 1906 ซึ่งก็เ ป็นที่มาของตัวเลข 06ที่ต่อท้ายชื่อของมัน ส่วนตัวเลข 30 นั้นบอกถึงขนาดหน้าตัดขนาด .30นิ้ว กระสุนขนาดนี้จัดเป็นกระสุนขนาดกลางสำหรับใช้งานทั่วไปมีหัวกระสุนน้ำหนักต่างๆกันให้เลือกได้ตามลักษณะการใ ช้งาน ถ้าใช้หัวกระสุนหนัก 180เกรน จะให้ความเร็วต้น 2750 ฟิตต่อวินาที


บันทึกการเข้า

ณ ที่ใดดวงใจไม่ไหวหวั่น
ขอฝ่าฟันอุปสรรคและขวากหนาม
แม้นสิ้นชาติวาสนาชะตาทราม
จะฝากนามโลกให้รู้กูก็ชาย
thitinan
Sr. Member
****

คะแนนจิตพิสัย +12/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 360



อีเมล์
« ตอบ #22 เมื่อ: 04 ตุลาคม 2008, 03:53:59 am »

พรุ่งนี้มาติดตามกันต่อครับ
บันทึกการเข้า

ณ ที่ใดดวงใจไม่ไหวหวั่น
ขอฝ่าฟันอุปสรรคและขวากหนาม
แม้นสิ้นชาติวาสนาชะตาทราม
จะฝากนามโลกให้รู้กูก็ชาย
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14053


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #23 เมื่อ: 04 ตุลาคม 2008, 05:50:51 am »

พรุ่งนี้มาติดตามกันต่อครับ


ตกใจ ตกใจ ตกใจ  ใช้เป็นปืนหาอาหาร ความรู้นะนี่ ขอบใจจ้า เดี๋ยว จะให้ มารจอมยุทธ เอาไปใช้บ้าง
บันทึกการเข้า

thitinan
Sr. Member
****

คะแนนจิตพิสัย +12/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 360



อีเมล์
« ตอบ #24 เมื่อ: 04 ตุลาคม 2008, 06:40:41 pm »



.460 เวเธอร์บี้แม็กนั่ม
เวเธอร์บี้เป็นบริษัทผลิตปืนไรเฟิลที่มีชื่อเสียงของอเมริกา บริษัทนี้ไม่เน้นการผลิตปืนทั่วๆไปแต่หากจะผลิตปืนที่ใช้กระสุนพิเศษที่ออกแบบขึ้นมาเอง ปืนก็ผลิตขึ้มาในจำนวนไม่มากนักกระสุนและปืนขนาด .460เวเธอบี้แม็กนั่ม นี้ถูกแนะนำตัวขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 1956 มันใช้หัวกระสุนขนาด 500เกรน ให้ความเร็ว 2,600 ฟิตต่อวินาที ให้พลังงานปากลำกล้องถึง 7,507 ฟุต-ปอนด์หรือเกือบสี่ตันทุกวันนี้ .460 ครองความเป็นกระสุนปืนเชิงพานิชที่แรงที่สุดในโลก (.600 และ .700ไม่มีการผลิตเชิงพานิชอีกแล้ว)

บันทึกการเข้า

ณ ที่ใดดวงใจไม่ไหวหวั่น
ขอฝ่าฟันอุปสรรคและขวากหนาม
แม้นสิ้นชาติวาสนาชะตาทราม
จะฝากนามโลกให้รู้กูก็ชาย
thitinan
Sr. Member
****

คะแนนจิตพิสัย +12/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 360



อีเมล์
« ตอบ #25 เมื่อ: 04 ตุลาคม 2008, 06:46:47 pm »



ซีแซดรุ่น ZKK 602 ขนาด 375 H&H Magnum

          ZKK 602 เป็นปืนรุ่นสูงสุดของซีแซด มันถูกสร้างขึ้นมาด้วยฝีมือปราณีตสุดฝีมือชาวเช็กโก ไม่เหมือนปืนซีแซดรุ่นอื่นๆที่สร้างหยาบๆเพื่อการใช้งานอย่างที่เรามักจะเห็นกัน ชุดลูกเลื่อนแข็งแรงถูกดัดแปลงให้ดีขึ้นจากลูกเลื่อนของเมาเซอร์98ที่ลือลั่น ลำกล้องหนาหนักเพื่อลดแรงถีบหนักหน่วงของกระสุนแม็กนั่ม ศูนย์หลังเป็นศูนย์พับเอียงเลือกระยะยิงได้แบบที่เรียกว่าเอ็กเปรสไซต์แถมด้วยศูนย์รูพับได้บนโครงปืนเพื่อการยิงที่ต้องการความ    ปราณีต แม็กกาซีนบรรจุ4นัด



            กระสุน 375 Holland&Holland Magnum ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัท ฮอลแลนด์แอนด์ฮอลแลนด์
แห่งประเทศอังกฤษตั้งแต่ปี 1912 โดยเป็นกระสุนแบบแรกที่ไม่มีจานท้ายแต่มีขอบ(belt) ที่ได้รับความนิยมทำกันในกระสุนหลายๆขนาดในเวลาต่อมา 375H&H ได้รับความนิยมอย่างมาก หลายคนกล่าวว่ามันคือกระสุนทั่วไปที่ดีที่สุดขนาดหนึ่งเพราะสามารถใช้ได้กว้างขวางกับทั้งสัตว์เล็กและใหญ่ในทุกภูมิภาคของโลก หัวกระสุนมีน้ำหนักตั้งแต่ 200เกรน ถึง 350เกรน หัวขนาด 300เกรนมีความเร็ว 2700ฟิต/วินาที และให้แรงประทะสูงสุด 4615ฟุต-ปอนด์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 ตุลาคม 2008, 01:53:21 am โดย thitinan » บันทึกการเข้า

ณ ที่ใดดวงใจไม่ไหวหวั่น
ขอฝ่าฟันอุปสรรคและขวากหนาม
แม้นสิ้นชาติวาสนาชะตาทราม
จะฝากนามโลกให้รู้กูก็ชาย
thitinan
Sr. Member
****

คะแนนจิตพิสัย +12/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 360



อีเมล์
« ตอบ #26 เมื่อ: 04 ตุลาคม 2008, 06:48:09 pm »

เชิญติดตามชมตอนต่อไปได้ในวันพรุ่งนี้ครับ

ดูอันนี้ไปพลางๆก่อนนะครับ.600 ไนโตร http://www.youtube.com/watch?v=-8fSIbA9SOM
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04 ตุลาคม 2008, 07:10:26 pm โดย thitinan » บันทึกการเข้า

ณ ที่ใดดวงใจไม่ไหวหวั่น
ขอฝ่าฟันอุปสรรคและขวากหนาม
แม้นสิ้นชาติวาสนาชะตาทราม
จะฝากนามโลกให้รู้กูก็ชาย
จันทร์เจ้าขา
Auther
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +14/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 807


jatikanont@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #27 เมื่อ: 04 ตุลาคม 2008, 08:40:47 pm »

โห  ตกใจ ตกใจ ตกใจ ตกใจ น้องเซฟ สะใจพี่จันทร์เจ้าขามาก

นั่งอ่านซะ อิอิ แหมแต่ละกระบอก ราคานี่นะ ทำพี่น้ำตาตกในเลย  ร้องไห้ ร้องไห้

ไม่ต้องตัวปืนนะ แค่ราคาลูกปืน น้ำตาร่วงเผลาะๆๆ  ร้องไห้ ร้องไห้

นอกจากเรื่อง เพชรพระอุมานะ ยังมีอีกเรื่องที่อ่านแล้วสนุก และไม่มีเบื่อคือเรื่อง **** ล่องไพร **** ของน้อย อินทนนท์ สนุกได้อรรถรสไปอีกแบบจ๊ะ

จันทร์เจ้าขาไม่นิยมอ่านนิยายมาก แต่จะอ่านสองเรื่องคือ เพชรพระอุมา และล่องไพร และแน่นอนว่า พวกหนังสือและเวบไซต์เกี่ยวกับ ปืน

อิอิ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14053


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #28 เมื่อ: 05 ตุลาคม 2008, 09:04:20 pm »



ตกใจ ตกใจ หูอื้อ..ตาลายเลยเห้น ชอบๆๆๆๆ ที่นี่ จะชอบไป ยิงนก (บาปป่ะนี่) เวลาหิมะลง จะ มีนกมากมาย แปลกนะ
บันทึกการเข้า

thitinan
Sr. Member
****

คะแนนจิตพิสัย +12/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 360



อีเมล์
« ตอบ #29 เมื่อ: 06 ตุลาคม 2008, 01:31:04 am »



ตกใจ ตกใจ หูอื้อ..ตาลายเลยเห้น ชอบๆๆๆๆ ที่นี่ จะชอบไป ยิงนก (บาปป่ะนี่) เวลาหิมะลง จะ มีนกมากมาย แปลกนะ

พี่แดงนี่ฝีมือยิงปืนคงจะไม่ธรรมดาซะแล้ว ถึงขนาดจะเอาไรเฟิลไปสอยนกเลย   ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

ณ ที่ใดดวงใจไม่ไหวหวั่น
ขอฝ่าฟันอุปสรรคและขวากหนาม
แม้นสิ้นชาติวาสนาชะตาทราม
จะฝากนามโลกให้รู้กูก็ชาย
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 10   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: