หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ขบวนเรือราชพิธี  (อ่าน 1504 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14177


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« เมื่อ: 29 กันยายน 2008, 11:07:22 am »

                                 

                                 

ความเป็นมา


การเสด็จพระราชดำเนินของพระมหากษัตริย์ไทยนับแต่โบราณกาลมา นอกจากการเสด็จพระราชดำเนินทางบก ที่เรียกว่า "พยุหยาตราสถลมารค" แล้ว การเสด็จพระราชดำเนินทางน้ำ คือ พยุหยาตราชลมารค" ก็เป็นเส้นทางการคมนาคมที่สำคัญยิ่งเช่นกัน ตั้งแต่ครั้งสมัยสุโขทัยเป็น ราชธานีของไทยเรา ปรากฏว่าพระร่วงทรงเรือออกไปลอยกระทงหรือพิธีจองเปรียง ณ กลางสระกลางน้ำ พร้อมทั้งเผาเทียนเล่นไฟในยามเพ็ญเดือนสิบสอง ต่อมาสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีซึ่งเป็นเมืองเกาะล้อมรอบไปด้วยแม่น้ำลำคลองมากมายหลายสาย ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวกรุงเก่าจึงต้องอาศัยเรือ ในการสัญจรไปมา รวมทั้งในเวลารบทัพจับศึกก็จะใช้กระบวนทัพเรือเป็นสำคัญ จึงปรากฏว่ามีการสร้างเรือรบมากมายในสมัยกรุงศรีอยุธยา

ในเวลาบ้านเมืองปราศจากศึกสงครามได้ใช้เรือรบฝึกซ้อมกระบวนยุทธ์กันเป็นนิจ เพราะฉะนั้นเมื่อถึงฤดูน้ำหลากอันเป็นเวลาที่ราษฎรว่างจากการทำนา จึงเรียกระดมพลมาฝึกซ้อมกระบวนทัพเรือโดยอาศัยฤดูกาลประจวบกับเป็นช่วงของประเพณีการทอดกฐิน พระเจ้าแผนดินจึง เสด็จพระราชดำเนินไปถวายผ้าพระกฐินโดยกระบวนเรือรบแห่แหน เพื่อให้ไพรพลได้รื่นเริงในการกุศล จึงจัดเป็นประเพณีที่แห่เสด็จกฐิน

นอกจากนั้นกระบวนพยุหยาตราชลมารคในอดีต ยังได้จัดในคราวที่พระมหากษัตริย์เสด็จพระราชดำเนินไปในการต่างๆ ทั้งส่วนพระองค์และที่เป็นพระราชพิธีตลอดจนโอกาสสำคัญ เช่น พระราชพิธีบรมราชาภิเษก การเสด็จพระราชดำเนินไปนมัสการรอยพระพุทธบาท การอัญเชิญ พระพุทธรูปที่สำคัญจากหัวเมืองเข้าประดิษฐานในเมืองหลวง การต้อนรับทูตต่างประเทศ เป็นต้น สำหรับในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ได้มีการจัดกระบวนพยุหยาตราชลมารคมาแล้วจำนวน 14 ครั้ง ประกอบด้วย

- ครั้งที่ 1 พยุหยาตราชลมารคในการฉลอง 25 พุทธศตวรรษ เมื่อ 14 พฤษภาคม พ.ศ.2500

- ครั้งที่ 2 กระบวนพยุหยาตรา (น้อย) ชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม เมื่อ 15 พฤศจิกายน พ.ศ.2502

- ครั้งที่ 3 กระบวนพยุหยาตรา (น้อย) ชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม เมื่อ 2 พฤศจิกายน พ.ศ..2504

- ครั้งที่ 4 กระบวนพยุหยาตรา (น้อย) ชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม เมื่อ 22 ตุลาคม พ.ศ.2505

- ครั้งที่ 5 กระบวนพยุหยาตรา (น้อย) ชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม เมื่อ 30 ตุลาคม พ.ศ.2507

- ครั้งที่ 6 กระบวนพยุหยาตรา (น้อย) ชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม เมื่อ 19 ตุลาคม พ.ศ.2508

- ครั้งที่ 7 กระบวนพยุหยาตรา (น้อย) ชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม เมื่อ 27 ตุลาคม พ.ศ.2510

- ครั้งที่ 8 กระบวนพยุหยาตรา (ใหญ่) ชลมารค ในคราวที่กรุงรัตนโกสินทร์มีอายุครบ 200 ปี เสด็จพระราชดำเนินไปบวงสรวงสมเด็จพระบูรพามหากษัตริย์เจ้า เมื่อ 5 เมษายน พ.ศ.2525

- ครั้งที่ 9 กระบวนพยุหยาตรา (น้อย) แห่พระพุทธสิหิงค์ เมื่อ 12 เมษายน พ.ศ.2525

- ครั้งที่ 10 พระราชพิธีถวายพระกฐิน (ใหญ่) ณ วัดอรุณราชาวราราม เมื่อ 20 ตุลาคม พ.ศ.2525

- ครั้งที่ 11 กระบวนพยุหยาตรา (ใหญ่ป ชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม เมื่อ 16 ตุลาคม พ.ศ.2530

- ครั้งที่ 12 กระบวนพยุหยาตรา (ใหญ่) ชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณาราชวราราม เมื่อ 7 พฤศจิกายน พ.ศ.2539

- ครั้งที่ 13 กระบวนพยุหยาตรา (ใหญ่) ชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณาราชวราราม เมื่อ 4 พฤศจิกายน พ.ศ.2542

- ครั้งที่ 14 กระบวนพยุหยาตรา (ใหญ่) ชลมารค ในการจัดประชุมการค้าเสรีประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หรือเอเปค 2003 เมื่อ 20 ตุลาคม พ.ศ.2546



ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี ในปีพุทธศักราช ๒๕๔๙ กองทัพเรือ ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้เชิญขบวนเรือพระราชพิธี เส้นทางจากท่าวาสุกรี ถึงวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ในวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๔๙ กำหนดใช้เรือพระราชพิธีทั้งหมด ๕๒ ลำ ใช้กำลังพลจากหน่วยต่าง ๆ ในกองทัพเรือ จำนวน ๒,๐๘๒ นาย เป็นฝีพายเรือพระราชพิธี

             นอกจากการเชิญขบวนเรือพระราชพิธีแล้ว กองทัพเรือ ยังได้รับมอบหมายให้จัดเตรียมหอประชุมกองทัพเรือ เพื่อจัดนิทรรศการพระราชกรณียกิจ และจัดเตรียมอาคารราชนาวิกสภา (หลังใหม่) เป็นสถานที่จัดถวายเลี้ยงรับรองและทอดพระเนตรขบวนเรือพระราชพิธี แต่ สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีจากประเทศต่าง ๆ

              การเห่เรือ เป็นกิจกรรมที่ควบคู่มากับการเดินทางทางน้ำ จำแนกได้ ๒ ประเภทคือ การเห่เรือใน
งานพระราชพิธี ที่เรียกว่า "การเห่เรือหลวง" และการเห่เรือ


สำหรับเที่ยวเตร่ หรือ ในงานพื้นบ้านที่เรียกว่า "เห่เรือเล่น" ปัจจุบันการเห่เรือเล่นลดความสำคัญลงไป คงมีแต่การเห่เรือหลวงที่ดำรงอยู่และถือเป็นโบราณราชประเพณีที่ต้องรักษาไว้เป็นมรดกของชาติสืบต่อไปสำหรับกาพย์เห่เรือฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี ที่กองทัพเรือจะใช้ในขบวนพระราชพิธี มีทั้งหมด ๓ บท โดย นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย นายทหารนอกราชการ สังกัดกรมกำลังพลทหารเรือ เป็นผู้ประพันธ์โดยในบทแรกเป็นบทสรรเสริญพระบารมีบรรยายถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงครองบ้านเมืองด้วยทศพิธราชธรรมทรงงานหนัก เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ราษฎรตลอดระยะเวลาที่ทรงครองสิริราชสมบัติโดยมิทรงคำนึงถึงความเหน็ดเหนื่อย ทำให้ บ้านเมืองอยู่ร่มเย็นเป็นสุข ตราบเท่าทุกวันนี้ บทที่ ๒ ชมขบวนเรือบรรยายถึงความงดงามและลักษณะของเรือในขบวนในครั้งนี้ และบทที่ ๓ ชมเมือง บรรยายถึงสยามประเทศ อันงดงาม ดั่งแดนสวรรค์ ด้วยวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตไทย โดยผู้ที่ทำหน้าที่เห่เรือ หรือพนักงานเห่ คือ เรือเอก ณัฐวัฏ อร่ามเกลื้อ ตำแหน่งปัจจุบันคือ รักษาการหัวหน้าแผนกเรือพระราชพิธี กองเรือเล็ก กรมการขนส่งทหารเรือ

การเสด็จพระราชดำเนินไปในการต่าง ๆ ทั้งเป็นการส่วนพระองค์ และที่เป็นการพระราชพิธีเดิมเป็นการเสด็จพระราชดำเนินไป ในการพระราชพิธี อาทิ พระราชพิธีถวาย ผ้าพระกฐิน พระราชพิธีบรมราชาภิเษก การเสด็จฯ ไปมนัสการรอยพระพุทธบาท รวมไปถึงการอัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญจากหัวเมืองเข้ามาประดิษฐานยังพระนครและการต้อนรับราชทูตจาก ต่างประเทศ ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ได้มีการจัดขบวนพยุหยาตราชลมารค จนถึงปัจจุบัน จำนวน ๑๔ ครั้ง

การเชิญขบวนเรือพระราชพิธีในงานฉลองสิริราชสมบัติ ครบ ๖๐ ปี นับเป็นครั้งที่ ๑๕


ที่มา
http://www.navy.mi.th/sctr/royal_barge_60/index_sctr.php
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: