หน้าแรกบอร์ด
ช่วยเหลือ
ค้นหา
ปฏิทิน
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
» ยินดีต้อนรับคุณ,
บุคคลทั่วไป
กรุณา
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว:
เนื่องจาก มีการปรับปรุ่งกระดานสนทนาเป็นเวอร์ชั่นใหม่ 1.1.14 อาจมีสมาชิกบางท่านมีปัญหาเรื่องเข้าใช้งาน กรุณาติดต่อที่ webmaster ขออภัยในความไม่สะดวก :
plaraa@gmail.com
บ้านเลขที่ 22
>
พระมหากษัตริย์ไทย
>
ประวัติศาสตร์ไทย
>
ประวัติพันท้ายนรสิงห์
หน้า: [
1
]
ลงล่าง
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
พิมพ์
ผู้เขียน
หัวข้อ: ประวัติพันท้ายนรสิงห์ (อ่าน 62289 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 6 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
ประวัติพันท้ายนรสิงห์
«
เมื่อ:
25 กันยายน 2008, 08:39:46 am »
ประวัติพันท้ายนรสิงห์ ผู้รักษากฎระเบียบ กฎมณเฑียรบาล ยิ่งกว่าชีวิตตน
ประวัติ
พันท้ายนรสิงห์ เป็นนายท้ายเรือพระที่นั่งเอกไชยอยู่ในรัชสมัยสมเด็จพระสรรเพชญ์ ที่ ๘ (พระเจ้าเสือ) ได้รับ ยกย่องว่าเป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต จงรักภักดีและรักษาระเบียบวินัยยิ่งชีวิต
เรื่องราวของพันท้ายนรสิงห์ปรากฏ อยู่ในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับต่างๆ ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ใน พ.ศ.๒๒๔๖ - ๒๒๕๒ สมเด็จพระสรรเพชญ์ ที่๘ ประพาสปากน้ำสาครบุรี (ปัจจุบันคือจังหวัดสมุทรสาคร) เพื่อทรงเบ็ด ด้วยเรือพระที่นั่งเอกไชย มีพันท้ายนรสิงห์เป็นนายท้าย พันท้ายนรสิงห์เป็นชาวบ้านนรสิงห์ แขวงเมืองอ่างทอง การเสด็จประพาสปากน้ำสาครบุรีในครั้งนี้ เมื่อเรือพระที่นั่งไปถึงตำบลโคกขามคลองบริเวณดังกล่าวมีความคดเคี้ยวมาก
พันท้ายนรสิงห์พยายามคัดท้ายเรือพระที่นั่งอย่างระมัดระวังแต่ไม่อาจหลบเลี่ยงอุบัติเหตุได้ หัวเรือพระที่นั่งชนกิ่งไม้ใหญ่หักตกลงไปในน้ำ
พันท้ายนรสิงห์รู้โทษดีว่า ความผิดครั้งนี้ถึงประหารชีวิตตามโบราณราชประเพณี ซึ่งกำหนดว่าถ้าผู้ใดถือท้ายเรือพระที่นั่งให้หัวเรือพระที่นั่งหัก ผู้นั้นถึงมรณะโทษให้ตัดศีรษะเสียจึงกราบทูลพระกรุณาน้อมรับโทษตามพระราชประเพณี
สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๘ ทรงพิจารณาเห็นว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เป็นการสุดวิสัยมิใช่ความประมาท จึงพระราชทานอภัยโทษให้ แต่พันท้ายนรสิงห์กราบบังคมยืนยันขอให้ตัดศรีษะตนเพื่อรักษาขนบธรรมเนียมในพระราชกำหนดกฎหมาย เป็นการป้องกันมิให้ผู้ใดครหาติเตียนพระเจ้าอยู่หัวได้ว่าทรงละเลยพระราชกำหนดของแผ่นดินและเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างสืบไป พระองค์ทรงโปรดให้ฝีพายทั้งปวงปั้นมูลดินเป็นรูปพันท้ายนรสิงห์ แล้วให้ตัดศีรษะรูปดินนั้นเพื่อเป็นการทดแทนกัน แต่พันท้ายนรสิงห์ยังบังคมกราบทูลยืนยันขอให้ประหารตน
แม้สมเด็จพระสรรเพชญ์ ที่ ๘ จะทรงอาลัยรักน้ำใจพันท้ายนรสิงห์เพียงใดก็ทรงจำพระทัยปฎิบัติตามพระราชกำหนด ดำรัสสั่งให้เพชฌฆาตประหารพันท้ายนรสิงห์แล้วโปรดให้ตั้งศาลสูงประมาณเพียงตา นำศีรษะพันท้ายนรสิงห์กับหัวเรือพระที่นั่งเอกไชยซึ่งหักนั้น ขึ้นพลีกรรมไว้ด้วยกันบนศาล แล้วทรงพระราชดำริว่า
คลองโคกขามคดเคี้ยวนักไม่สะดวกต่อการเดินเรือ บางครั้งชาวเมืองต้องเดินเรืออ้อมเป็นที่ลำบากยิ่ง สมควรจะขุดลัดตัดตรง เมื่อขุดเสร็จจึงได้รับพระราชทานนามว่า "คลองสนามไชย" ต่อมาเปลี่ยนเป็น "คลองมหาชัย
"ทั้งนี้เพื่อเป็นการรำลึกถึงพันท้ายนรสิงห์ข้าหลวงเดิมซึ่งเป็นคนซื่อสัตย์ มั่นคง ยอมเสียสละชีวิตโดยไม่ยอมเสียพระราชประเพณี กรมศิลปากรได้ดำเนินการจัดสร้างศาลพันท้ายนรสิงห์ขึ้น อยู่ถัดจากศาลเก่าที่พังลงไม่มากนัก โดยกันอาณาบริเวณรอบๆ ศาลไว้
http://www.youtube.com/v/u5RCxvfPSCE
ศาลพันท้ายนรสิงห์
แห่งความซื่อสัตย์ รักษากฎระเบียบ กฎมณเฑียรบาลยิ่งกว่าชีวิตตน ตั้งอยู่ที่ บ้านพันท้ายนรสิงห์ ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร
เรื่องจากพระราชพงศาวดาร
พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา เรื่อง พันท้ายนรสิงห์ เมื่อปี พ.ศ. 2247 สมเด็จพระเจ้าเสือ เสด็จโดยเรือพระที่นั่งเอกชัย จะไปประพาสเพื่อทรงเบ็ด ณ ปากน้ำ เมืองสาครบุรี เมื่อเรือพระที่นั่งถึงตำบลโคกขามซึ่งเป็นคลองคดเคี้ยวและมีกระแสน้ำเชี่ยวกราก พันท้ายนรสิงห์ ซึ่งถือท้ายเรือ พระที่นั่งมิสามารถคัดแก้ไขได้ทัน โขนเรือพระที่นั่งกระทบกับกิ่งไม้หักตกลงไปในน้ำ พันท้ายนรสิงห์จึงได้กระโดดขึ้นฝั่งแล้ว กราบทูลให้ทรงลงพระอาญา ตามพระกำหนดถึงสามครั้งด้วยกัน เนื่องจากในสองครั้งแรก สมเด็จพระเจ้าเสือทรง พระราชทานอภัยโทษ เพราะเห็นว่าเป็นอุบัติเหตุ สุดวิสัย แต่ท้ายสุดก็ได้ตรัสสั่งให้ ประหารชีวิตพันท้ายนรสิงห์ตามคำขอ แล้วสร้างศาลไม้ขนาดเล็ก ลักษณะเป็นศาลไม้ในสมัยปัจจุบัน หลังคามุงกระเบื้องดินเผาหางมน พื้นศาลเป็นไม้ยกชั้น 2 ชั้น มีเสารองรับ 6 เสา ฝาไม้ลูกประกนขนาดเล็ก
โบราณสถานของชาติ
ศาลพันท้ายนรสิงห์ถูกประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 72 ตอนที่ 2 เมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2498 กรมศิลปากรได้ดำเนินการจัดสร้างศาลพันท้ายนรสิงห์ขึ้น อยู่ถัดจากศาลเก่าที่พังลงมาไม่มากนัก โดยกันอาณาบริเวณรอบๆ ศาลไว้ประมาณ 100 ไร่ เพื่อจัดตั้งเป็น "อุทยานพันท้ายนรสิงห์" ภายในศาลมีรูปปั้นของพันท้ายนรสิงห์ขนาดเท่าของจริงในท่าถือท้ายคัดเรือ
สำหรับพันท้ายนรสิงห์ มีนามเดิมว่า สิงห์ แต่ก่อนท่านก็เป็นนักมวยที่เก่งมากและก็เคยขึ้นชกกับพระเจ้าเสือมาแล้ว แต่ว่าเสมอกัน พระเจ้าเสอรู้สึกประทับใจจึงให้เข้ารับราชการเป็นมหาดเล็ก แล้วเลื่อนขึ้นมาเป็นราชองครักษ์
เรื่องราวของพันท้ายปรากฏอยู่ในพระราชพงศาวดารกรุศรีอยุธยาฉบับต่างๆ เนื้อความเป็นไปในแบบเดียวกัน ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ใน พ.ศ.๒๒๔๗ สมเด็จพระสรรเพชญ์ ที่๘ ประพาสปากน้ำสาครบุรี (ปัจจุบันคือจังหวัดสมุทรสาคร) เพื่อทรงเบ็ด ด้วยเรือพระที่นั่งเอกไชย มีพันท้ายนรสิงห์เป็นนายท้าย ตามหลักฐานชุมนุมพระนิพนธ์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงบันทึกไว้ว่า พันท้ายนรสิงห์เป็นชาวบ้านนรสิงห์ แขวงเมืองอ่างทอง และเป็นที่โปรดปรานของสมเด็จพระสรรเพชญ์ ที่ ๘ จนทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เข้ารับราชกาลรับใช้พระองค์อย่างใกล้ชิด
คือความจงรักภักดีของพันท้ายนรสิงห์ท้ายนรสิงห์ที่มีต่อเจ้าเหนือหัวและความซื่อสัตย์ ที่มีต่อกฎหมายบ้านเมือง ยอมตาย.....เพื่อมิให้กฎหมายบ้านเมืองคลายความศักดิ์สิทธิ์
สมัยของพันท้ายนรสิงห์ถูกประหาร ตรงกับช่วงที่ขุนนางเมืองเชียงใหม่ซึ่งเป็นชาวพม่าที่กษัตริย์อังวะส่งมาปกครองขัดผลประโยชน์กับข้าหลวงเมืองเชียงแสน ทำให้เกิดการแบ่งกันว่าเมื่อเก็บภาษีได้เท่าใดในแต่ละเมืองก็จะแยกกันส่ง บรรณาการก็แยกกันเด็ดขาด ทำให้ล้านนาแตกออกเป็น 2 เสี่ยง ... เชียงแสนจึงกลายเป็นฐานที่มั่นของพม่ามาจนถึงปี พ.ศ.2447(ตรงกับ ร.1 แห่งกรุงสยามและ พระเจ้ากาวิละแห่งอภินวบุรีฯเชียงใหม่)... เชียงแสนกับเชียงใหม่จึงรบกันตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา (ดูเพิ่มในคร่าวเมืองเชียงแสนแตก)
ส่วนทางด้านเมืองน่านนั้น พญาน่าน 3 คนพี่น้องขอกำลังลาวเวียงจันท์ขึ้นมาฟื้นม่าน แต่ถูกกองทัพพม่าปราบได้ ปรากฏในพื้นเมืองน่านว่าพม่าเข้าเผาเมือง แม้กระทั่งคนที่อยู่ในวัดยังถูกฆ่าด้วย เหตุการณ์นี้นำไปสู่การสิ้นสุดระบบการปกครองเมืองน่านที่มีชาวพื้นเมืองปกครองและมีข้าหลวงกำกับ(เหมือนเชียงแสน)..... พม่าได้ส่งคนของพวกตนเข้ามาปกครองแทน.... จึงเป็นที่มาของ ราชวงศ์หลวงติน (อ่านว่า ติ๋น) เมื่อพญาตินหลวงจากเชียงใหม่มาปกครองเมืองน่าน... จนถึงสมัยรัชกาลที่ 1 เจ้าฟ้าอัทธวรปัญโญสวามิภักดิ์สยาม เมืองน่านจึงเป็นประเทศราชของสยามนับแต่นั้น และราชวงศ์หลวงตินสิ้นสุดลงเมื่อเจ้ามหาพรหมสุรธาดาพิราลัยนั่นเอง
ภรรยาขององค์พันท้ายนรสิง คือแม่สีนวล แม่สีนวลไม่ทราบมาก่อนครั้นพอแม่นวลทราบก้ไปไม่ทันเสียแล้ว...แม่นวลร้องให้น้ำตาเป็นสายเลือด..ทรงเสียใจ..และยังทรงเฝ้ารอพันท้ายนรสิงห์อยู่ริมคลอง..ได้แต่พูดว่าไปไม่ลา.................
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01 พฤศจิกายน 2008, 10:01:05 pm โดย d@eng
»
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
Mr.ladkrabang
Sr. Member
คะแนนจิตพิสัย +0/-0
ออฟไลน์
กระทู้: 318
เมื่อรบ...ต้องชนะ
Re: ประวัติพันท้ายนรสิงห์
«
ตอบ #1 เมื่อ:
26 กันยายน 2008, 10:51:40 pm »
พี่แดงร้องเพลงพันท้ายนรสิงห์ให้ฟังหน่อยครับ
บันทึกการเข้า
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
Re: ประวัติพันท้ายนรสิงห์ (เพลงพันท้ายนรสิงห์)
«
ตอบ #2 เมื่อ:
26 กันยายน 2008, 11:07:12 pm »
อ้างจาก: Mr.ladkrabang ที่ 26 กันยายน 2008, 10:51:40 pm
พี่แดงร้องเพลงพันท้ายนรสิงห์ให้ฟังหน่อยครับ
ฟังของไวพจน์ เพชรสุพรรณ ไปก่อนนะน้องลาดกระบัง
http://radio.sanook.com/radio/player7/?songID=57132
http://shop.maemaiplengthai.com/modules/name-cd-405/page13.html
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
Mr.ladkrabang
Sr. Member
คะแนนจิตพิสัย +0/-0
ออฟไลน์
กระทู้: 318
เมื่อรบ...ต้องชนะ
Re: ประวัติพันท้ายนรสิงห์
«
ตอบ #3 เมื่อ:
26 กันยายน 2008, 11:14:58 pm »
ขอบคุณมากครับ
บันทึกการเข้า
test009
Newbie
คะแนนจิตพิสัย +0/-0
ออฟไลน์
กระทู้: 1
Re: ประวัติพันท้ายนรสิงห์
«
ตอบ #4 เมื่อ:
27 ธันวาคม 2010, 07:06:20 pm »
ขอบคุณมากครับ
บันทึกการเข้า
gclub
gclub
laykaka
Newbie
คะแนนจิตพิสัย +0/-0
ออฟไลน์
กระทู้: 2
ขอบคุณมาก ครับ
«
ตอบ #5 เมื่อ:
07 เมษายน 2011, 04:29:59 pm »
ขอบคุณมาก ครับ
บันทึกการเข้า
ragnarok
ragnarok
แร็คเถื่อน
แร็คเถื่อน
sbolover
Newbie
คะแนนจิตพิสัย +0/-0
ออฟไลน์
กระทู้: 3
Re: ประวัติพันท้ายนรสิงห์
«
ตอบ #6 เมื่อ:
14 กุมภาพันธ์ 2012, 07:33:26 pm »
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ
บันทึกการเข้า
ดูกีฬา,เช็คผลบอลผ่าน
SBO
TV
SBO
News
SBO
sports
Teddy
Newbie
คะแนนจิตพิสัย +0/-0
ออฟไลน์
กระทู้: 1
Re: ประวัติพันท้ายนรสิงห์
«
ตอบ #7 เมื่อ:
16 พฤษภาคม 2012, 06:01:50 pm »
-ขอบคุณมากๆๆครับ ^^
บันทึกการเข้า
แทงบอลยูโร
แทงบอล
พนันบอล
เล่นบอล
หน้า: [
1
]
ขึ้นบน
พิมพ์
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
กระโดดไป:
เลือกหัวข้อ:
-----------------------------
พระมหากษัตริย์ไทย
-----------------------------
=> เรารักในหลวง
=> ประวัติศาสตร์ไทย
===> วันสำคัญต่าง ๆ
===> ศิลปะและวัฒนธรรมไทย
===> ดนตรีไทย
=> เศรษฐกิจพอเพียง
-----------------------------
ชมรมคนรักเสด็จเตี่ย
-----------------------------
=> กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
===> วัตถุมงคล กรมหลวงชุมพรฯ
-----------------------------
พุทธศาสนา
-----------------------------
=> พุทธศาสนา
===> วันสำคัญทางศาสนา
=> เกจิอาจารย์
===> วัตถุมงคล
-----------------------------
กระดานนาวี22
-----------------------------
=> ห้องข่าวนาวี 22
===> การใช้งานเว็บไซท์
=> สนทนาทั่วไป
===> ตูน 007
===> สุขสันต์วันเกิด .. !
=> พิราบคาบข่าว
===> ข่าวต่างประเทศ
===> ข่าวในประเทศ
=> เรือ
=> อาวุธ ปืน
===> Beretta
===> CZ#2075RAMI
===> Glock
===> HK
===> S&W
===> SigSauer
===> Ruger
===> Taurus
-----------------------------
มุมเม๊าส์ชาว 22
-----------------------------
=> มุม วาไรตี้
===> คุยกับสาธิตาพยากรณ์
===> บรรเทิง แหล่งช๊อป
===> รวมเพลงต่าง ๆ
===> เพลงทหารเรือ
=> กฏหมายไทย
=> ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย
=> ความรู้ทางการเกษตร
===> ข้าวไทย
===> สมุนไพรไทย
===> น้ำมันจากพืช
===> แก๊สธรรมชาติ
=> สัตว์เลี้ยง และไม่เลี้ยง
=> คนรักรถ
-----------------------------
คอมพิวเตอร์
-----------------------------
=> ถาม-ตอบปัญหาคอมพิวเตอร์
=> มุม บทความน่าสนใจ
===> บ้านหม้อ อีเล็กทรอนิกส์
=====> ร้านอีเล็กทรอนิก รับซ่อมทั่วประเทศ
===> d@eng คุยเรื่อง iT
===> e-book หลายหลากความรู้
=> เขียนเว็บด้วย Joomla
=> กราฟฟิค
-----------------------------
คลินิค นาวี22
-----------------------------
=> สาธารณสุข และสุขภาพที่ดี
===> มุมกีฬาเพื่อสุขภาพ
=====> รวมภาพใน โอลิมปิค 2008
=> การตั้งครรภ์ และเด็กอ่อน
-----------------------------
กินเที่ยวทั่วโลก
-----------------------------
=> เที่ยวทั่วไทย
===> เที่ยวรอบโลก
=> มุม อร่อยเลขที่ 22
===> แนะนำแหล่งกิน มุมอร่อย
-----------------------------
กาพย์ โคลง กลอน
-----------------------------
=> มุม กาพย์ กลอน โคลง ฉันท์