หน้าแรกบอร์ด
ช่วยเหลือ
ค้นหา
ปฏิทิน
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
» ยินดีต้อนรับคุณ,
บุคคลทั่วไป
กรุณา
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว:
พ.จ.ต. สุเทพ อิ่มเอิบ อีเมล
s_dmax@yahoo.com
รุ่น22 เออรี่ปี51 เบอร์โทรบ้าน 027512367 มือถิอ 0853386520 เปิดร้านขายซุบหางวัวอยู่ที่ ต.บางพลีใหญ่ สมุทรปราการถ้าผ่านมาแวะมาลองชิมกันได้
บ้านเลขที่ 22
>
พระมหากษัตริย์ไทย
>
เรารักในหลวง
>
น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ฯ
หน้า:
1
2
3
[
4
]
ลงล่าง
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
พิมพ์
ผู้เขียน
หัวข้อ: น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ฯ (อ่าน 26896 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
ในหลวง-พระราชินี?เสด็จฯ พระราชทานเพลิงพระศพพระพี่นางฯ
«
ตอบ #45 เมื่อ:
16 พฤศจิกายน 2008, 04:02:17 am »
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ทรงประกอบพระราชพิธี พระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่พระเมรุท้องสนามหลวง
วันนี้( 15 พ.ย.) เมื่อเวลาประมาณ 16.50 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ถึงยังพระเมรุท้องสนามหลวง เพื่อทรงพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยรถยนต์พระที่นั่งเทียบที่หลังพระที่นั่งทรงธรรม ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินขึ้นสู่พระที่นั่งทรงธรรม โดยมี 8 ตำรวจหลวง นายทหารราชองครักษ์เชิญธงชัยพระครุฑพ่าห์ ธงชัยราชกระบี่ยุทธ์นำเสด็จฯ นายทหารราชองครักษ์ตามเสด็จฯ
ในการนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระบรมวงศานุวงศ์ เฝ้ารับเสด็จ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ประทับพระราชอาสน์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม จากนั้น ทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสำหรับพระศพทรงธรรมที่พระเมรุ พระราชาคณะถวายศีล และถวายพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 แล้ว พระสงฆ์ 50 รูปที่สวดศราทธพรต สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก กลับ
จากนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงประเคนปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์และทรงทอดผ้าไตรถวายพระเทศน์
ในเวลา 18.02น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินจากพระที่นั่งทรงธรรมไปขึ้นพระเมรุ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ โดยมี 8 ตำรวจหลวงและนายทหารราชองครักษ์เชิญธงชัยพระครุฑพ่าห์ ธงชัยราชกระบี่ยุทธ์ นำเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงวางเครื่องราชสักการะพระศพ กองทหารเกียรติยศพระศพ เป่าแตรเดี่ยวสัญญาณนาน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงจุดธูปเทียนดอกไม้จันทน์พระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ชาวพนักงานประโคมสังข์แตรปี่กลองชนะและปี่พาทย์ กองเกียรติยศทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงมหาชัยและยิงปืนเล็กยาวถวายพระเกียรติพร้อมกันกับทหารปืนใหญ่ยิงปืนถวายพระเกียรติ 21 นัด
จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินจากพระเมรุไปประทับ ณ มุขหน้าพระที่นั่งทรงธรรม ส่วนทหารกองเกียรติยศพระศพทั้ง 3 เหล่าทัพในราชวัติพระเมรุเลิกแถวกลับ
ต่อมา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์ พระประยูรญาติ ทรงถวายดอกไม้จันทน์ พระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ตามลำดับ
จากนั้น สมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระราชาคณะ บรรพชิต พระบรมวงศานุวงศ์ ประธานองคมนตรี องคมนตรี นายกรัฐมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา ทูตานุทูต ผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศ รัฐมนตรี สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข้าราชการทหารพลเรือนและสตรีผู้มีตำแหน่งเฝ้าฯ จะได้ขึ้นถวายพระเพลิงพระศพตามลำดับ
ในเวลา 19.19น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินกลับโดยรถยนต์พระที่นั่ง ออกจากหลังพระที่นั่งทรงธรรม ทหารกองเกียรติถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี
วันนี้(15 พ.ย.)ประมวลภาพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ถึงยังพระเมรุท้องสนามหลวง เพื่อทรงพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
"ในหลวง-พระราชินี" พระราชทานเพลิงพระศพฯ (2)
«
ตอบ #46 เมื่อ:
16 พฤศจิกายน 2008, 04:17:44 am »
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
"ในหลวง-พระราชินี" พระราชทานเพลิงพระศพฯ (3)
«
ตอบ #47 เมื่อ:
16 พฤศจิกายน 2008, 04:31:45 am »
วันนี้ (15 พ.ย.) ประมวลภาพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงจุดธูปเทียนดอกไม้จันทน์พระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ณ พระเมรุท้องสนามหลวง
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
"ในหลวง-พระราชินี"พระราชทานเพลิงพระศพ(จริง) พระพี่นางฯ
«
ตอบ #48 เมื่อ:
16 พฤศจิกายน 2008, 04:45:54 am »
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธี พระราชทานเพลิงพระศพจริง สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงนราธิวาสราช
วันนี้( 15 พ.ย.) เมื่อเวลา 21.41น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระที่นั่งทรงธรรม พระเมรุท้องสนามหลวง เพื่อทรงพระราชทานเพลิงพระศพจริง สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยมีสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เฝ้ารับเสด็จ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินขึ้นพระเมรุ ทรงเปลื้องผ้าคลุมหีบพระศพ ถวายพระเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ ท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ถวายพระเพลิงพระศพ และโปรดเกล้าฯให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ร.อ.จิทัศ ศรสงคราม พระนัดดาในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์ พระประยูรญาติใกล้ชิดสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เข้าถวายพระเพลิงตามลำดับ
จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสร็จลงจากพระเมรุ ประทับ ณ มุขหน้าพระที่นั่งทรงธรรม
เมื่อเวลา 22.15น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงประทับชม การแสดงหน้าไฟที่หน้าพระที่นั่งทรงธรรม ของกรมศิลปากรที่จัดแสดงโขนถวาย และหุ่นกระบอกเล็กของโจหลุยส์
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 พฤศจิกายน 2008, 04:49:33 am โดย d@eng
»
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
กรมศิลป์ เผย ?พระโกศทองลงยาสีประดับพลอยทรงพระอัฐิ"พระพี่นางฯ
«
ตอบ #49 เมื่อ:
16 พฤศจิกายน 2008, 07:36:11 am »
กรมศิลป์ เผย ?พระโกศทองลงยาสีประดับพลอยทรงพระอัฐิ"พระพี่นางฯ
กรมศิลปากรเผยโฉมองค์พระโกศทองคำลงยาสีประดับพลอยทรงพระอัฐิ ?พระพี่นาง? น้ำหนักทอง 2 พันกรัม พร้อมฉัตร พุ่มข้าวบิณฑ์ เส้า ถ้ำศิลาบรรจุพระอัฐิทำจากหินอ่อนสีขาว ระบุดอกไม้จันทน์เพื่อถวาย ?ในหลวง-พระราชินี? และพระบรมวงศ์ เพื่อใช้ถวายพระเพลิงพระศพ และฟืนประดับพระจิตกาธานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกันก็เปิดตัว "วงบัวลอย" ที่จะใช้บรรเลงขณะถวายพระเพลิงพระศพ ด้าน "นอ.อาวุธ"ระบุงานจัดสร้างพระเมรุและอาคารประกอบทั้งหมดเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว
วันนี้ (13 พ.ย.) เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 2 กรมศิลปากร ได้มีการแถลงข่าวรายละเอียดการจัดสร้างพระโกศทองคำลงยาสีประดับพลอย ทรงพระอัฐิ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยน.อ.อาวุธ เงินชูกลิ่น กล่าวว่า ถือเป็นภารกิจสุดท้ายที่กรมศิลปากรได้จัดทำถวาย โดยก่อนหน้านี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้มีพระกรุณาโปรดเกล้าให้กรมศิลปากรจัดทำพระโกศทรงพระอัฐิ แด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งทางกรมศิลปากร ก็ได้มอบหมายให้นายนิยม กลิ่นบุปผา ผู้เชี่ยวชาญศิลปกรรม 9 กรมศิลปากร เป็นผู้ออกแบบ
ทั้งนี้ เมื่อออกแบบเสร็จสิ้นก็ได้นำแบบทูลเกล้าฯ ถวายให้ทอดพระเนตรเพื่อทรงมีพระบรมราชวินิจฉัย จากนั้นเมื่อมีพระบรมราชานุญาตให้สร้างได้ ก็ได้จัดสร้างขึ้น โดยเริ่มเมื่อประมาณ 4 เดือนที่แล้ว
?พระโกศทรงพระอัฐิที่ได้ทำขึ้นนี้ องค์พระโกศพร้อมฝา เป็นทองคำลงยาสีแดง อันเป็นสีวันพระราชสมภพของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ใช้ทองคำทั้งหมด 2,000 กรัม แต่องค์พระโกศมีน้ำหนักทั้งสิ้น 2,419.05 กรัม โดยน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมามาจากส่วนประกอบอื่นๆ เช่น ส่วนของเรือนเงินประดับพลอย ดอกไม้ไหวชั้นบน 8 ดอก ดอกไม้ไหวชั้นกลาง 8ดอก ดอกไม้ไหวชั้นล่าง 8 ดอก ดอกไม้เอว 16 ดอก เฟื่องพู่ระย้าปากพระโกศ 8 ชุด งานส่วนเดียวที่กรมศิลปากรต้องจัดจ้างช่างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะให้ร่วมทำคืองานฝังพลอยประดับองค์พระโกศ
นอกจากองค์พระโกศแล้ว ยังมีส่วนประกอบอื่นๆ คือสุวรรณฉัตร 7 ชั้น ตามพระอิสริยยศ มีพุ่มข้าวบิณฑ์ ซึ่งตามโบราณราชประเพณีนั้น ขณะที่องค์พระโกศพระอัฐิ ประดิษฐานอยู่ในพระวิมาน จะใช้ยอดพุ่มข้าวบิณฑ์ แต่หากมีพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล เช่นวันสงกรานต์ ซึ่งจะมีการนำพระโกศทรงพระอัฐิออกมา จะประดับยอดพระโกศทรงพระอัฐิด้วยยอดฉัตร
ส่วนองค์ประกอบอื่นๆ นั้น จะมี ?เส้า? เป็นลักษณะแท่นสูง สำหรับไว้รองรับฝาพระโกศเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเปิดออกเพื่อบรรจุพระอัฐิ และ ?ถ้ำศิลา? ที่ทำจากหินอ่อนที่ขาวนวล ที่จะทรงพระอัฐิภายในพระโกศทรงพระอัฐิทองคำ
นอกจากนี้ยังมี ดอกไม้จันทน์ ที่จะทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เพื่อใช้ถวายพระเพลิงพระศพฯ โดยเป็นดอกไม้จันทน์สำหรับสองพระองค์เป็นแบบเฉพาะ ลายกนกและมีขนาดใหญ่ ส่วนของพระบรมวงศ์อื่นๆ เป็นขนาดที่ย่อมกว่าและใช้ลายใบเทศ โดยดอกไม้จันทน์บางส่วน เป็นดอกไม้จันทน์ที่ตกทอดมาตั้งแต่ครั้งสมัยงานพระราชทานเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 7 ซึ่งเป็นไม้จันทน์ที่ดีมาก หอมมากโดยเฉพาะเวลาเผา
สุดท้ายคือฟืนไม้จันทน์ประดับพระจิตกาธานจำนวน 16 ท่อน เป็นไม้จันทน์จากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำมากลึงและปิดทองประดับลายบริเวณส่วนปลาย
ด้านนายนิยม กลิ่นบุปผา ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านช่างศิลปกรรม นายช่างศิลปกรรม 9 ชช. สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร อธิบายแนวคิดการออกแบบองค์พระโกศทองคำ ทรงอัฐิ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณีวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ว่า การออกแบบยังคงแนวคิดดั้งเดิมตามพระราชพิธีพระศพแบบโบราณราชประเพณี เป็นแนวเครื่องทองใหญ่ โดยองค์พระโกศทองคำ ประกอบด้วยฐานสิงห์ มีฐานชั้นบัวเป็นฐานรองรับ ชั้นบนมีฝาครอบ ทั้งหมดจะลงยาสีแดง และเขียว แต่จะเน้นสีแดง เพราะเป็นสีประจำวันพระราชสมภพ
รอบตัวพระโกศชั้นบน ประดับด้วยดอกไม้ไหว 8 ดอก ชั้นกลาง 8 ดอก ชั้นล่าง 8 ดอก และดอกไม้เอวอีก 16 ดอก มีทั้งหมด 8 ชุด รวมถึงทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ เฟื่องพู่ระย้าปากพระเกศ เครื่องประดับรอบพระโกศทั้งหมดจะทำด้วยเงินประดับพลอย สีขาว ส่วนฉัตรเป็นสุวรรณฉัตร 7 ชั้น ลงทองคำประดับพลอย และเส้ารับฝาพระโกศ เป็นไม้กลึงแกะสลักปิดทอง
ส่วนถ้ำศิลาที่จะทรงพระอัฐิภายในพระโกศทองคำด้วยว่า ตัวถ้ำทำด้วยหินอ่อนสีขาวนวล และทีเลือกเอาหินอ่อน เพราะเป็นวัตถุตามธรรมชาติ มีความเย็น
ทั้งนี้ คณะผู้จัดทำพระโกศทองคำประกอบไปด้วยนายสมชาย ตติยวัฒนสิริ นายสายันต์ ยอดนวล นายสายัณห์ มณีสุวรรณ นายธีระชัย จันทรังสี นางอัจฉริยา บุญสุข นางวรรีย์ ดวงแก้ว นายอภิสิทธิ์ จุลพรรณ์ นายธนิตย์ แก้วนิยมและนายยงยุทธ วรรณโกวิท
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ภายหลังการแถลงข่าวเผยพระโกศทองคำทรงพระอัฐิ ได้มีการสาธิตการบรรเลงเพลงของ ?วงบัวลอย? ซึ่งถูกเรียกตามเพลงที่ใช้เล่นประโคมช่วงพระราชทานเพลิงคือ ?เพลงบัวลอย? นั่นเอง โดย อ.ปี๊บ พวงลายทอง หนึ่งในนักดนตรีประจำวงบัวลอยอธิบายว่า ในวงบัวลอยจะมีเครื่องดนตรี 4 ชิ้น คือ ปี่ชวา กลองแขกตัวผู้ (ให้เสียงสูง) กลองแขกตัวเมีย (ให้เสียงต่ำ) เหม่ง
?วงบัวลอยนี้จะใช้เฉพาะงานศพหรืองานพระศพ และใช้กับผู้ทรงคุณแห่งแผ่นดินเท่านั้น? อ.ปี๊บกล่าวและว่าวงบัวลอยจะบรรเลงในวันที่ 15 พ.ย. เวลา16.30-22.00 น.
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 พฤศจิกายน 2008, 07:40:37 am โดย d@eng
»
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
กรมศิลป์ เผย ?พระโกศทองลงยาสีประดับพลอยทรงพระอัฐิ"พระพี่นางฯ
«
ตอบ #50 เมื่อ:
16 พฤศจิกายน 2008, 08:17:18 am »
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
nukoy99
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +12/-1
ออฟไลน์
กระทู้: 2122
Re: น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ฯ
«
ตอบ #51 เมื่อ:
16 พฤศจิกายน 2008, 11:03:06 pm »
ขอบคุณมากมายสำหรับข้อมูลความรู้ที่มีให้
แต่ก้อยนั่งดูตั้งแต่เช้ายันพิธีเลิกก็หลับไปตอนไหนมะรู้ แหะๆๆๆ
บันทึกการเข้า
ค่าของคนอยู่ที่ผลงาน...แต่ผลงานที่ได้ก็ไม่ได้วัดค่าของคนได้เสมอไป..
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
กทม.จัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติ "พระพี่นางฯ" ณ ศาลาว่าการฯ นับแต่บัดนี้
«
ตอบ #52 เมื่อ:
17 พฤศจิกายน 2008, 09:10:04 am »
กทม.จัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติ "พระพี่นางฯ" ณ ศาลาว่าการฯ นับแต่บัดนี้
กรุงเทพมหานครจัดนิทรรศการเพื่อเทิดพระเกียรติถวายแด่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เนื่องในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ และนิทรรศการเกี่ยวกับโครงการสนทนาเผยแพร่พระไตรปิฎกสากลอักษรโรมัน ขึ้น ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เป็นเวลา 1 เดือน นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
นิทรรศการเพื่อเทิดพระเกียรติถวายแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ จะนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับพระประวัติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ และพระกรณียกิจด้านพุทธศาสนา การสังคายนาพระไตรปิฎก ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน และการสืบสานและสืบทอดพระธรรมคำสอนผ่านพระไตรปิฎก
ส่วนที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวัน จัดนิทรรศการ "สถิต ณ ดวงใจ" ณ ชั้น 1 นำเสนอพระประวัติ พระอัจฉริยภาพ และพระกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เริ่มจัดแสดงตั้งแต่บัดนี้ นาน 1 เดือน ผู้เข้าชมนิทรรศการฯ จะได้รับพระฉายาลักษณ์ พร้อมซีดี "สถิต ณ ดวงใจ" เป็นที่ระลึก
"สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ" รับสั่งขอบใจคณะทำงานพระราชพิธีฯ
นาวาอากาศเอกอาวุธ เงินชูกลิ่น ประธานคณะทำงานออกแบบและก่อสร้างพระเมรุ ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เปิดเผยว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร มีพระราชกระแสรับสั่งขอบใจคณะทำงาน ซึ่งสร้างความปลื้มใจแก่เจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก และระหว่างวันที่ 18-30 พฤศจิกายนนี้ กรมประชาสัมพันธ์จะจัดนิทรรศการ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ บริเวณพระเมรุมณฑลพิธีท้องสนามหลวง จึงขอเชิญชวนประชาชนเข้าชมพระเมรุ และองค์ประกอบของพระเมรุของจริง ซึ่งมีความสวยงามมากกว่าชมผ่านทางโทรทัศน์ ซึ่งทุกอย่างเป็นไปด้วยความปราณีตตามโบราณราชประเพณี
ด้านนายเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร ขอความร่วมมือไปยังประชาชน ให้ช่วยกันรักษาภูมิทัศน์รอบพระเมรุ อย่านำไม้ดอก ไม้ประดับออกจากพื้นที่ เพราะจะทำให้คนที่มาชมภายหลังไม่เห็นความงาม และหลังเสร็จสิ้นการจัดนิทรรศการแล้ว กรมศิลปากรจะรื้อถอนพระเมรุ และอาคารประกอบอื่นๆ โดยจะแยกเป็น 3 ส่วน คือส่วนแรก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานให้หน่วยงานต่างๆ ส่วนที่ 2 จะเปิดประมูล และส่วนที่ 3 จะนำมาเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์ อาทิ พระโกศจันทน์ รูปปั้นเทวดา สัตว์หิมพานต์ เพื่อให้ประชาชนได้ศึกษาศิลปกรรมงานช่างต่อไป
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 16 พฤศจิกายน 2551 16:17 น.
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
พระประยูรญาติผู้เชิญเครื่องราชฯ น้อมใจถวายงาน สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ครั้งสุดท้
«
ตอบ #53 เมื่อ:
17 พฤศจิกายน 2008, 09:35:56 am »
พระประยูรญาติผู้เชิญเครื่องราชฯ น้อมใจถวายงาน สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ครั้งสุดท้าย
การเข้าทำหน้าที่เพื่อส่งเสด็จ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในวันเชิญพระโกศออกพระเมรุ ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพเมื่อวันเสาร์ที่ 15 พ.ย. ที่ผ่านมา นับเป็นการถวายงานครั้งสำคัญยิ่งของพระประยูรญาติผู้ใกล้ชิด ซึ่งได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยโปรดเกล้าฯ ให้ร่วมส่งเสด็จในริ้วขบวนอัญเชิญเครื่องราชอิสริยยศตั้งแต่ริ้วที่ 1-6
สำหรับวันแรกที่ทุกท่านร่วมทำหน้าที่ส่งเสด็จในริ้วขบวนนั้น นับเป็นบรรยากาศที่น่าชื่นชมยิ่ง ได้เห็นภาพของความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ร่วมส่งเสด็จสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ สู่สวรรคาลัยอย่างสมพระเกียรติ
ณ อาคารพิพิธภัณฑ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในเวลาเช้าตรู่ก่อนสัญญาณของการเริ่มริ้วขบวนจะเริ่มขึ้นด้วยการยิงปืนสรุตทุก 1 นาที เพื่อถวายเกียรติแก่ขบวนพระราชอิสริยยศซึ่งกำลังจะเคลื่อนขบวนสู่พระเมรุ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง สถานที่แห่งนี้เป็นจุดนัดพบพระประยูรญาติทั้ง 17 ท่าน เพื่อซักซ้อมความเข้าใจและเตรียมความพร้อมที่สุดอีกครั้งก่อนการเข้าสู่ริ้วขบวน แม้จะเคยฝึกซ้อมกันมาแล้วหลายครั้ง แต่เมื่อถึงวันจริงทุกคนก็ยังคงตื่นเต้นและปลาบปลื้มใจที่สุดในโอกาสสุดท้ายที่จะได้ถวายงาน
บรรยากาศการรอรับพระราชทานเครื่องราชฯ ที่ใช้ในการเดินริ้วขบวนเต็มไปด้วยความเป็นกันเอง และถึงจะต้องตื่นขึ้นมาเพื่อแต่งกายในชุดเต็มยศก่อนรุ่งสาง แต่ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปด้วยดี เมื่อมาพบเจอกันก่อนการเข้าร่วมริ้วขบวน เหล่าพระประยูรญาติต่างก็ทักทายกันด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ขณะนั่งรอพอให้ได้พูดคุยกันถึงเรื่องราวต่างๆ จนเกิดรอยยิ้มและเสียงหัวเราะขึ้นเป็นระยะๆ ไม่นานนักก็ถึงเวลาที่ต้องยืนขึ้นรับขบวนอัญเชิญเครื่องราชอิสริยยศที่เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังเชิญมาถึง
จากนั้นทุกท่านต่างก็เข้ามาตรวจตราความเรียบร้อยของพานเครื่องราชฯ ที่ตนต้องรับหน้าที่เป็นผู้เชิญด้วยความเอาใจใส่ ร.อ.จิทัศ ศรสงคราม พระนัดดา ลองยกพานเครื่องทองน้อยที่ต้องเชิญนำหน้าริ้วขบวนเครื่องราชฯ เพื่อทดสอบน้ำหนัก แล้วบอกด้วยหน้าตายิ้มแย้มว่า น้ำหนักพอๆ กับที่เคยซ้อมมาประมาณ 5 ก.ก. ด้าน 4 ท่านชายแห่งราชสกุล "ยุคล" ม.จ. ชาตรีเฉลิม ยุคล,ม.จ. จุลเจิม ยุล, ม.จ.เฉลิมศึก ยุคล และ ม.จ. นวพรรษ์ ยุคล ผู้เชิญเครื่องราชฯ ในแถวหน้าถัดจากพระนัดดา ก็ทรงซักซ้อมถือพานเครื่องราชฯ ของจริงที่ต้องทรงเชิญด้วยเช่นกัน บางท่านทรงทดลองถือพานเครื่องราชฯ ที่ทรงเชิญในริ้วขบวนด้วยพระพักตร์ยิ้มแย้ม เป็นนัยที่บ่งบอกว่า ท่านชายทุกพระองค์ทรงคุ้นเคยกับน้ำหนักที่ใกล้เคียงกันนี้มาแล้วจากการฝึกซ้อมในช่วงที่ผ่านมา
ด้านผู้แทนลำดับชั้นหม่อมราชวงศ์ จากสายราชสกุลต่างๆ ที่ร่วมอัญเชิญเครื่องราชอิสริยยศ อาทิ ม.ร.ว. จักรรถ จิตรพงศ์ ผู้เชิญมหาวชิรมงกุฎ, ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้เชิญเหรียญรัตนาภรณ์ฯ, ม.ร.ว. ประเดิมสวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ ผู้เชิญรามกีรติลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ ที่ร่วมอัญเชิญเครื่องราชอิสริยยศ ต่างก็ให้ความพิถีพิถันมากเช่นกัน โดยเฉพาะ ม.ร.ว. ธีรเดช รัชนี ผู้เชิญพานพระศรีทองคำลงยาฯ เมื่อตรวจตราความเรียบร้อยพานเครื่องราชฯ ของตนแล้ว คุณชายธีรเดชยังแสดงน้ำใจช่วยท่านอื่นๆ เตรียมความพร้อมของพานเครื่องราชฯ ด้วย อีกภาพที่น่าประทับใจเช่นกัน ต้องยกให้ พ.ต.ม.ร.ว. ดำรงเดช ดิศกุล ผู้มีอาวุโสน้อยกว่า แต่ก็เป็นธุระดูแลความเรียบร้อยของเครื่องแต่งกายให้คุณชายท่านอื่นๆ อย่างแข็งขัน
ส่วนในลำดับชั้นหม่อมหลวงที่ร่วมอยู่ในริ้วขบวนอัญเชิญเครื่องราชอิสริยยศครั้งนี้มีทั้งหมด 6 ท่าน อาวุโสที่สุด ได้แก่ ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ ผู้เชิญพระคนโททองคำลงยาฯ ม.ล. จิรพันธุ์ ทวีวงศ์ ผู้เชิญหีบพระศรีทองคำลงยาฯ นอกจากนี้ ยังมี พ.ต.ท.ม.ล. กิติบดี ประวิตร,พล.ต.ม.ล. สุปรีดี ประวิตร, ม.ล.ชโยทิต กฤดากร และ ม.ล. ชาครีย์ กิติยากร ที่ต่างก็ช่วยกันตรวจตราความเรียบร้อยของพานเชิญเครื่องราชฯ ให้กันและกันเพื่อให้ทุกท่านพร้อมที่สุดก่อนการทำหน้าที่ในฐานะพระประยูรญาติ
เมื่อพานเครื่องราชฯ พร้อมแล้ว พ.อ.ม.ล. กุลชาต ดิศกุล ผู้ประสานงานได้ชี้แจงถึงข้อปฏิบัติต่างๆ อีกครั้ง ก่อนที่ทุกท่านจะตั้งแถวพร้อมร่วมในริ้วขบวนส่งเสด็จ เป็นการร้อยใจถวายงานส่งเสด็จเป็นครั้งสุดท้ายอย่างสมพระเกียรติสูงสุดอย่างแท้จริง
ร.อ. จิทัศ ศรสงคราม พระนัดดาเชิญเครื่องทองน้อย
4 ท่านชายจากราชสกุลยุคล (จากซ้าย) ม.จ. ชาตรีเฉลิม ยุคล,พล.ต.ม.จ. จุลเจิม ยุคล,พล.ต.ม.จ. เฉลิมศึก ยุคล และ ม.จ. นวพรรษ์ ยุคล
เข้าประจำ ณ ตำแหน่งพานเครื่องราชฯ ที่แต่ละท่านต้องเชิญ
ม.ล.ชโยทิต กฤดากร,ม.ร.ว. ธีรเดช รัชนี ช่วยตรวจตราความพร้อมของพานเครื่องราชฯ
พ.ต.ท.ม.ล. กิติบดี ประวิตร ,พล.ต.ม.ล. สุปรีดี ประวิตร ขณะตรวจความพร้อมพานเครื่องราชฯ
ม.ล. จิรพันธุ์ ทวีวงศ์ ตรวจความพร้อมพานเชิญหีบพระศรีทองคำลงยาฯ
ม.ล. ชาครีย์ กิติยากร ขณะเตรียมความพร้อมพานเชิญ ฉลองพระองค์พระยศพล.ร.อ.
(ซ้าย) ม.จ. ชาตรีเฉลิม ยุคล เชิญเครื่องราชฯ มหาจักรีบรมราชวงศ์ (ขวา) พระนัดดาขณะซักซ้อมถือพานเครื่องทองน้อย
พ.ต.ม.ร.ว. ดำรงเดช ดิศกุล ตรวจดูความเรียบร้อยเครื่องแต่งกายให้ ม.ร.ว. จักรรถ จิตรพงศ์
4 ท่านชายราชสกุลยุคล พร้อมประจำแถวในริ้วขบวน
ม.ร.ว. จักรรถ จิตรพงศ์ เชิญเครื่องราชฯ มหาวชิรมงกุฎ
ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร เชิญพานเครื่องราชฯ เหรียญรัตนาภรณ์
ม.ร.ว. ประเดิมสวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ เชิญเครื่องราชฯ รามกีรติลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ
ม.ร.ว. ปิยะฉัตร ฉัตรชัย
(ขวา) พ.อ.ม.ล. กุลชาต ดิศกุล ผู้ประสานงานการถวายงานของพระประยูรญาติในครั้งนี้
ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์,ม.ล.อนุพร เกษมสันต์
พระประยูรญาติทั้ง 17 ท่าน พร้อมเข้าริ้วขบวนส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
วชิราวุธวิทยาลัย มหาดเล็กหลวง?ข้ารับใช้พระเจ้าแผ่นดิน
«
ตอบ #54 เมื่อ:
17 พฤศจิกายน 2008, 09:44:03 am »
วชิราวุธวิทยาลัย มหาดเล็กหลวง?ข้ารับใช้พระเจ้าแผ่นดิน
ทุกครั้งที่มีพระราชพิธีสำคัญ เราชาวไทยล้วนต่างทำหน้าที่กันอย่างสุดความสามารถ หากแต่คนไทยในฐานะข้าพระบาทแห่งวชิราวุธวิทยาลัยนั้น บทบาทความเป็น ?มหาดเล็กหลวง" ยังคงเด่นชัดตลอดมาไม่ว่าจะอยู่ในแผ่นดินของพระมหากษัตริย์พระองค์ใด
ตามพระราชพินัยกรรมเรื่องการจัดการพระบรมศพในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงบัญญัติไว้ในข้อ 12 ความว่า ?ในกระบวนแห่พระบรมศพนี้ นอกจากทหาร ขอให้จัดมีเสือป่าและลูกเสือมาสมทบกระบวนด้วย และขอให้นักเรียนโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เข้ากระบวนด้วย?
ถึงวันนี้โรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์ที่ยังคงเหลืออยู่ นั่นคือ ?โรงเรียนมหาดเล็กหลวงกรุงเทพ? หรือที่ภายหลังรู้จักในนามของ ?วชิราวุธวิทยาลัย? ในพระบรมราชูปถัมภ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทุกรัชกาลที่สืบทอดต่อกันมา สร้างขึ้นโดย รัชกาลที่ 6 ที่ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ สร้างโรงเรียนขึ้นแทนวัดประจำรัชกาล ด้วยทรงใฝ่พระราชหฤทัยต่อการศึกษาของคนในประเทศ
เป็นเหตุให้ลูกวชิราวุธทุกคน ต่างสำนึกเสมอว่าตนเป็นโรงเรียนในพระองค์
ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ วชิราวุธวิทยาลัยมีโอกาสรับใช้สถาบันสูงสุดอีกครั้ง กับการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของริ้วขบวนอัญเชิญพระศพ ในตำแหน่ง ? มหาดเล็กหลวง? และ ?ตำรวจหลวง? ตามโบราณราชประเพณี เช่นเดียวกับอดีต เมื่อครั้งงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีใน ร.7และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ผ่านมา
* บทบาทมหาดเล็กหลวงในพระองค์
วรชาติ มีชูบท อดีตอาจารย์และศิษย์เก่าวชิราวุธวิทยาลัย ย้อนเล่าว่า โดยสถานะดั้งเดิมของโรงเรียนแห่งนี้ ตามพระราชปณิธานของ รัชกาลที่ 6 ทรงมีจุดมุ่งหมายให้เด็กที่จบออกไปเข้ารับใช้เจ้านายในรั้วในวัง ซึ่งในยุคเริ่มแรก นักเรียนมหาดเล็กหลวงจะมี 2 ประเภท พวกแรก คือ นักเรียนที่ถวายตัวเป็นมหาดเล็กหลวง กลุ่มนี้เป็นนักเรียนหลวง ที่ในหลวงทรงออกค่าใช้จ่ายในการเรียนให้ทั้งหมด อีกประเภทคือ กลุ่มที่ต้องออกค่าเล่าเรียนเอง ซึ่งถือเป็นส่วนน้อย และใครที่ถวายตัวแล้ว ถือเป็นคนของหลวง เมื่อเรียนจบต้องเข้ารับราชการในกรมมหาดเล็ก ทำให้ในอดีต นักเรียนที่เข้าเรียนที่นี่ มีโอกาสฝึกฝน และเรียนรู้วิชามหาดเล็กหลวงมาตั้งแต่สมัย รัชกาลที่ 6 ตามแต่พระราชนิยมว่าพระมหากษัตริย์แต่ละพระองค์จะทรงโปรดอย่างไร
ถึงวันนี้ แม้มีการปรับหลักสูตรการเรียนการสอน ที่เน้นวิชาการตามยุคสมัยมากขึ้น แต่ในความเป็นวชิราวุธวิทยาลัย ผู้ถือว่าพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นเจ้านายสูงสุดนั้นยังคงอยู่เหนือกาลเวลา มหาดเล็กหลวงจากสถาบันแห่งนี้ยังคงทำหน้าที่สนองต่อพระบัญชาที่ทรงมีรับสั่งลงมาเสมอ ภายใต้การนำของ ผู้บังคับการวชิราวุธวิทยาลัยคนปัจจุบัน ดร.สาโรจน์ ลีสวรรค์ ย้ำถึงหน้าที่มหาดเล็กหลวงว่า แม้จะปรับเปลี่ยนบทบาทไปบ้างจากอดีต แต่เมื่อมีรับสั่งมาถึงมหาดเล็กหลวงคราใด ชาววชิราวุธทุกคนจะต้องพร้อมด้วยความเต็มใจ ถือเป็นหน้าที่ ต้องทำให้สำเร็จและต้องทำให้ดีด้วย
โดยเฉพาะเมื่อถึงงานพระราชพิธีสำคัญๆ ที่ต้องการกำลังคนจำนวนมาก เมื่อเจ้าหน้าที่ของสำนักพระราชวังไม่เพียงพอ ก็นับเป็นอีกช่วงเวลาที่นักเรียนวชิราวุธฯ จะเข้าถวายงานในฐานะมหาดเล็กหลวงรับใช้ ได้ฝึกฝนวิชามหาดเล็กจากภาคปฏิบัติ อาทิ การตั้งแถวรับ-ส่งเสด็จพระราชวงศ์ แขกบ้านแขกเมืองคนสำคัญ การเสิร์ฟอาหารบนโต๊ะเสวย และล่าสุด การได้รับมอบหมายให้ร่วมเดินในริ้วขบวนส่งเสด็จสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ สู่สวรรคาลัย จากพระบรมมหาราชวังสู่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ก็เป็นอีกครั้งกับทำหน้าที่ตามโบราณราชประเพณี ของมหาดเล็กหลวงจากรั้วแห่งนี้
* เตรียมพร้อมเป็นส่วนหนึ่งเพื่อริ้วขบวนสมพระเกียรติ
เมื่อวชิราวุธวิทยาลัยได้ร่วมในพระราชพิธีครั้งสำคัญยิ่ง ความพิถีพิถันเพื่อคัดเลือกนักเรียนก็ถูกลงรายละเอียดกันตั้งแต่เริ่มแรก อ.รวิน ยันตรดิลก ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังการเตรียมความพร้อมแทบทุกขั้นตอน บอกว่า ตามรูปแบบที่กำหนดไว้ จะแบ่งการเดินออกเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มแรกเดินในชุดตามโบราณประเพณี มหาดเล็กหลวง แต่งกาย หมวก-ทรงประพาสกำมะหยี่สีน้ำเงินยอดเกี้ยว เสื้อ-นอกขาวแขนทุกข์ ผ้า-นุ่งผ้าม่วงเชิง รัดประคด-น้ำเงินดอกขาว ถุงเท้ายาวสีขาว รองเท้าหนังสีดำ เชิญพระแสงหว่างเครื่องหน้า พระแสงหว่างเครื่องหลัง มหาดเล็กหลวงคู่แห่พระศพ มหาดเล็กเชิญพระแสงรายตีนตอง และผู้ควบคุมกำกับพระแสงหว่างเครื่องหน้า-หลัง
ส่วน ตำรวจหลวง แต่งกาย สวมหมวกทรงประพาสกำมะหยี่สีดำยอดเกี้ยว เสื้อ-สักหลาดสีน้ำเงิน รัดประคด-ไหมทองพู่แดงสายกระบี่ ผ้า-นุ่งผ้าม่วงเชิง ถุงเท้ายาวสีขาว รองเท้าหนังสีดำ คู่แห่พระศพ 2 ข้าง ข้างละ 10 นาย อีกกลุ่มเป็นการเดินในนามของวชิราวุธวิทยาลัย แต่งกายเครื่องแบบอาจารย์และนักเรียนตามปกติ
การคัดเลือกกำลังคนทุกอย่างเป็นไปตามคุณสมบัติที่ฝ่ายทหาร ซึ่งรับผิดชอบริ้วขบวนทั้งหมดกำหนดมา เริ่มตั้งแต่การวัดส่วนสูงของเด็ก เฉลี่ยแล้วความสูงของทุกคนอยู่ที่ 165-175 ซม.โดยคำนึงถึงความสัมพันธ์ของรูปร่างที่ต้องสมส่วน ความแข็งแรงของร่างกาย รวมแล้วราว 300 ชีวิต คละกันไปทั้งอาจารย์และนักเรียนตั้งแต่ชั้น ม.1- ม.6
โดยเฉพาะการคัดเลือกผู้เดินในตำแหน่งสำคัญของริ้วขบวน อย่าง การเชิญพระแสงรายตีนตองทั้ง 8 คน ซึ่ง 4 คนแรกจะต้องขนาบข้างตามขบวนเสลี่ยงพระนำ ที่สมเด็จพระสังฆราชหรือผู้แทนพระองค์ประทับอยู่ และอีก 4 คน จะต้องขนาบข้างตามขบวนอัญเชิญพระโกศ เริ่มตั้งแต่การเชิญพระโกศบนพระยานมาศสามลำคาน การขึ้นประจำบนพระมหาพิชัยราชรถเชิญพระแสงรายตีนตองไปจนถึงริ้วขบวนที่ 3 เพื่อเวียนรอบพระเมรุนั้น ยิ่งต้องพิจารณา คำนึงถึงความอาวุโสเป็นพิเศษ เพราะรุ่นพี่จะมีความรับผิดชอบสูงกว่ารุ่นน้อง ทำให้เด็กชั้น ม. 5 และ ม.6 ในระดับหัวหน้าคณะนักเรียน และ นักกีฬา เป็นผู้รับผิดชอบหน้าที่สำคัญตรงนี้
จนกว่าจะถึงวันงานพระราชพิธี ทุกชีวิตในริ้วขบวนจากวชิราวุธฯ ฝึกซ้อมเดินตามจังหวะกลอง และเดินสโลว์มาร์ช ตามเพลงพญาโศก มาแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ครั้ง ทั้งการซ้อมย่อยในโรงเรียน การซ้อมในพื้นที่ของทหาร รวมถึงการซ้อมในสถานที่จริง ครั้งล่าสุด คือ การซ้อมใหญ่ริ้วขบวนอัญเชิญพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ซึ่งในครั้งนั้นสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงร่วมฝึกซ้อมในริ้วขบวนด้วย
ไม่เพียงแต่การฝึกซ้อมเดินเพื่อความพร้อมเพรียง การแต่งกายตามแบบแผนในชุดมหาดเล็กหลวง และตำรวจหลวง ปีนี้ ทางสำนักพระราชวัง มาวัดตัวและสั่งให้ตัดใหม่ทั้งชุด ก็มีส่วนทำให้ริ้วขบวนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ในขั้นตอนนี้ ทางโรงเรียนได้รับความร่วมมืออย่างดี จากกองศิลปกรรมเครื่องแต่งกายพระราชพิธี
เมื่อเจ้าหน้าที่มาฝึกซ้อมการนุ่งผ้าม่วง นักเรียนทุกคนต้องจับคู่เรียนรู้การแต่งกายในตำแหน่งของตนให้ถูกต้องตามแบบแผนดั้งเดิม ขั้นตอนนี้แม้จะไม่คุ้นชินมาก่อน แต่เมื่อผ่านการฝึกฝน แถมยังได้คู่ของตนและคณะอาจารย์ช่วยตรวจความเรียบร้อยของชุดอีกครั้ง ไม่นานเกินรอราว 1 ชั่วโมง การแต่งกายก็แน่นหนา รัดกุมไม่หลุดง่าย เพิ่มความพร้อมให้ทุกคนอยู่ในเครื่องแบบเต็มยศ สง่างามขณะทำหน้าที่ในริ้วขบวน
* ความภาคภูมิใจอีกครั้งในพระราชพิธี
รัฐพล ศรีวชิโรทัย ศิษย์เก่าวชิราวุธและปัจจุบันเป็นอาจารย์ผู้ช่วยผู้กำกับคณะดุสิต เป็นหนึ่งในจำนวนไม่กี่คน ที่ได้ร่วมริ้วขบวนในนามวชิราวุธวิทยาลัย ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพถึง 2 ครั้ง
ครั้งแรกในปี 2538 เมื่อสมัยเป็นนักเรียนชั้น ม.5 ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ตอนนั้นเขาเข้าร่วมโดยการอาสาตัว ด้วยรู้สึกว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ
?การทำหน้าที่ตรงนี้ถือเป็นเกียรติต่อวงศ์ตระกูล และในฐานะรุ่นน้อง ที่เคยได้ฟังถึงประสบการณ์ครั้งสำคัญในชีวิตของรุ่นพี่ที่เคยร่วมในริ้วขบวนพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ด้วยแล้ว เมื่อโอกาสรับใช้สมเด็จย่าในวาระสุดท้ายมาถึง จึงตัดสินใจง่ายมาก เมื่อประกาศในหอประชุมว่าต้องการอาสาสมัคร เพียงไม่นานทุกคนก็แห่กันไปลงชื่อจนเกินจำนวนที่ต้องการ?
ในการร่วมริ้วขบวนครั้งแรก เขาอยู่ในตำแหน่งมหาดเล็กหลวงเดินเคียงข้างราชรถ ส่วนในครั้งนี้ก็เช่นกัน ยังคงอยู่ในชุดมหาดเล็กหลวง แต่จะรับหน้าที่เชิญพระแสงหว่างเครื่องหน้าอยู่ในริ้วขบวนอันทรงเกียรติ ถึงจะเคยมีประสบการณ์ร่วมริ้วขบวนมาแล้ว แต่เขาก็รู้สึกตื่นเต้นไม่แพ้ครั้งแรก นอกจากนี้ด้วยอายุที่เพิ่มขึ้น ความอดทนของร่างกายที่น้อยลง ประกอบกับบทบาทที่เปลี่ยนไป เพราะครั้งนี้ต้องเดินในฐานะของอาจารย์ สิ่งสำคัญที่เขาต้องคำนึงถึงด้วย นั่นคือ ความเป็นตัวอย่างที่ดี
?ผมโชคดีที่ชีวิตนี้มีโอกาสรับใช้เจ้านายในวาระสุดท้าย ถึง 2 ครั้ง ยิ่งครั้งนี้อายุมากขึ้น ความฟิตของร่างกายคงไม่เหมือนตอนเป็นนักเรียน แต่ก็ตั้งใจเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด เพื่อทำหน้าที่ส่งเสด็จให้ดีที่สุดในฐานะมหาดเล็กหลวงคนหนึ่ง?
* ประสบการณ์มหาดเล็กหลวง ครั้งแรกในชีวิต
?สำหรับผม การเข้ามาทำตรงนี้ ถือเป็นการสืบทอดชื่อโรงเรียนมหาดเล็กหลวงให้คงอยู่ต่อไป? นั่นเป็นความในใจของ ณ ปรัชญ์ รัตนนิตย์ นักเรียนชั้น ม. 6 ซึ่งผูกพันกับโรงเรียนมานานถึง 8 ปี หนึ่งในมหาดเล็กหลวงผู้เชิญพระแสงรายตีนตอง บอกว่า แม้โรงเรียนเปลี่ยนชื่อ แต่หน้าที่ของเรายังอยู่ ระเบียบวินัย ความเรียบร้อย ชื่อเสียงที่รุ่นพี่สร้างขึ้นมานั้นเป็นสิ่งที่รุ่นน้องยินดีสืบทอดต่อไปให้ดีที่สุด
ในความเป็นเด็กรุ่นใหม่ ส่วนตัวแล้วคงไม่อาจเข้าถึงความเป็นมหาดเล็กหลวงได้เท่าคนรุ่นก่อน แต่หนุ่มน้อยรู้สึกปลาบปลื้มใจที่สุด กับการทำหน้าที่มหาดเล็กหลวงเป็นครั้งแรกในพระราชพิธีสำคัญ เพื่อเก็บไว้เป็นประสบการณ์ส่วนตัวก่อนจบการศึกษา แม้ในช่วงฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อให้การทำหน้าที่ขอตัวเองออกมาสมพระเกียรติที่สุดจะต้องแลกกับโอกาสสอบตรงเพื่อเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่ต้องการก็ตาม
?เป็นสิ่งที่ต้องเลือกครับ ระหว่างอนาคตของตัวเองและการรับใช้ในฐานะมหาดเล็กหลวง ไม่มีใครมาบังคับได้ แต่เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับใช้พระราชวงศ์ ซึ่งหากปล่อยโอกาสนี้ให้ผ่านเลยไป ผมก็คงไม่ต่างอะไรกับคนที่มาอาศัยวิชาความรู้จากโรงเรียน แล้วพอถึงเวลาก็จากไปเรียนต่อที่อื่น
ธุระของสถาบันย่อมสำคัญกว่าเรื่องส่วนตัว เป็นความรับผิดชอบที่ต้องมีร่วมกัน ถึงจะเหนื่อย เมื่อย ร้อน แต่ต้องอดทน เพราะมีคนจำนวนมากเฝ้าดูอยู่ การไปยืนตรงจุดนั้น ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเรา แต่เรากำลังแบกชื่อเสียงของโรงเรียนไว้ด้วย ซึ่งต้องทำให้ดีที่สุด ให้สมกับความไว้วางพระราชหฤทัยที่ทรงมอบหมายไว้ให้แก่ชาววชิราวุธทุกคน?
* * * * * * * * * * * * * *
เรื่อง : ภาษิตา ภิบาลญาติ
ภาพ : ศิวกร เสนสอน
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
ร่วมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย...เกียรติประวัติสูงสุดของราชสกุล
«
ตอบ #55 เมื่อ:
17 พฤศจิกายน 2008, 09:53:25 am »
ร่วมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย...เกียรติประวัติสูงสุดของราชสกุล
ก่อนจะถึงวาระสุดท้ายของการส่งเสด็จ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สู่สวรรคาลัย ในช่วงบ่ายของวันที่ 15 พ.ย. 51 บรรยากาศโดยรอบบริเวณพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ คงเต็มไปด้วยพสกนิกรทั่วหล้า ที่หลั่งใหลกันมาเฝ้ารอส่งเสด็จ เพื่อถวายอาลัยเป็นครั้งสุดท้ายอย่างแน่นอน
สำหรับความรู้สึกจากส่วนลึกในจิตใจของพระราชวงศ์ และข้าราชบริพารผู้ มีโอกาสร่วมส่งเสด็จในริ้วขบวนนั้น ล้วนซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณล้นพ้นเช่นกัน ทุกคนต่างหลอมรวมความมุ่งมั่น ตั้งใจทำหน้าที่ของตนในริ้วขบวนอย่างถึงที่สุด เพื่อให้ขบวนพระราชอิสริยยศออกมาสวยงาม เสมือนหนึ่งการทูลลาอย่างสมพระเกียรติตลอดกาล . . . .
พ.อ.ม.ล. กุลชาต ดิศกุล
ผู้ประสานงานพระประยูรญาติและพระราชวงศ์ในริ้วขบวนส่งเสด็จ กล่าวว่า แม้เมื่อครั้งยังทรงพระชนม์จะไม่มีโอกาสถวายงานพระองค์ท่านโดยตรง เพราะงานหลักคือ การรับราชการทหาร แต่เนื่องด้วยราชสกุลดิศกุล มีจำนวนสมาชิกค่อนข้างเยอะ และมีความคุ้นเคยกับราชสกุลอื่นๆ มากพอสมควร ก็ทำให้ได้รับความไว้วางใจจาก ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ รองราชเลขาธิการ สำนักราชเลขาธิการ มอบหมายให้ช่วยประสานงานในส่วนนี้ ซึ่งต้องรับผิดชอบทุกขั้นตอน เพื่ออำนวยความสะดวกและให้เกิดความพร้อมที่สุด ในส่วนของพระประยูรญาติที่จะร่วมเดินส่งเสด็จ
?การเข้ามารับผิดชอบในส่วนงานนี้ ถึงจะเป็นช่วงที่พระองค์ท่านสิ้นพระชนม์ไปแล้วก็ตาม อย่างน้อยผมก็ได้มีส่วนร่วมเพื่อเป็นอีกฟันเฟืองในการส่งเสด็จพระองค์ท่านอย่างสมบูรณ์แบบ ถือเป็นเกียรติสำหรับตัวเอง โดยเฉพาะ วงศ์ตระกูลของผม ซึ่งทางราชสกุลก็มีความภาคภูมิใจ ที่อย่างน้อยมีสมาชิกราชสกุลเข้ามาถวายงานในโอกาสนี้ และตัวผมเองก็ภาคภูมิใจอย่างมาก?
ม.ล. ปวัตนสวัสดิ์ สวัสดิวัตน์,ม.ร.ว.ประเดิมสวัสดิ์ สวัสดิวัตน์
ม.ร.ว. ประเดิมสวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ ผู้ทำหน้าที่เชิญเครื่องราชอิสริยาภรณ์ รามกีรติลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ ซึ่งอยู่ในลำดับที่ 9 ของตำแหน่งพระประยูรญาติอัญเชิญเครื่องราชอิสริยยศ กล่าวถึงการเข้าร่วมในริ้วขบวนครั้งนี้ว่า นับเป็นเกียรติสูงสุดแห่งชีวิตอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เคยร่วมเดินในริ้วขบวนส่งเสด็จ
เป็นผู้เชิญขันสรงพระพักตร์ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ซึ่งสายราชสกุลของตนเป็นสายตรง และเมื่อครั้งงานพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในฐานะตัวแทนพระประยูรญาติชั้นหม่อมราชวงศ์ ความรู้สึกที่มีต่อการเดินร่วมในริ้วขบวนแต่ละครั้งแตกต่างกันไป
คุณชายบอกว่า สำหรับครั้งล่าสุดนี้มีการซ้อมและลงรายละเอียดมากขึ้นกว่าครั้งก่อน พระประยูรญาติทุกท่านก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และหากจะพูดว่าเป็นการถวายความจงรักภักดีนั่นก็ส่วนหนึ่ง คุณชายคิดว่านอกจากนั้นแล้ว ที่เด่นชัดมากคือ ภาพที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงตามเสด็จสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีไปทุกหนทุกแห่งเพื่อช่วยเหลือราษฎร ครั้นเมื่อสมเด็จย่าสวรรคตแล้ว พระองค์ก็ทรงรับมูลนิธิต่างๆ มาดูแลต่อ ทั้งที่ช่วงหลังพระพลานามัยไม่แข็งแรงเหมือนก่อน แต่ก็ทรงตั้งพระทัยที่จะเสด็จเยี่ยม พอ.สว. ให้ครบทั้ง 51 จังหวัด
?อย่างเครื่องราชฯ ที่ผมเชิญ ความหนักที่ประเมินกันไว้ประมาณ 3 กก. ผมก็ระลึกถึงความหนักของพระราชภารกิจที่ทรงแบกมาตลอดพระชนม์ชีพ ส่วนระยะทางที่ต้องเดินนานหลายชั่วโมง ผมก็คิดว่านั่นคือ ความยาวนานทั้งพระชนม์ชีพที่ทรงงานหนักเพื่อทุกคน
เมื่อรำลึกถึงสิ่งเหล่านี้แล้ว เราต้องมีความอดทน อย่างบางครั้งต้องตากแดด ตากฝน ผมก็นึกถึงพระองค์ท่าน เมื่อทรงงานในถิ่นทุรกันดาร พระองค์ก็ทรงอดทนตากแดด ตากฝน ซึ่งเรามาทำตรงนี้ เดินเหนื่อยเพียงแค่นี้ ไม่ถึงเสี้ยวที่พระองค์ยอมตรากตรำ ทรงงานหนักเพื่อพวกเรามาตลอดพระชนม์ชีพ ?
ม.ล. กัลยกร เกษมศรี ตัวแทนจากราชสกุล ?เกษมศรี? ร่วมเดินอยู่ในแถวหน้าของกลุ่มพระประยูรญาติ สาวเขม บอกว่า เป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมในพระราชพิธีสำคัญ และรู้สึกซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณของพระองค์ท่านมาก จนหาอะไรมาเปรียบเทียบไม่ได้
ที่ผ่านมาแม้ตัวเองจะรับรู้ถึงสิ่งต่างๆ ที่ทรงทำเพื่อคนไทยผ่านสื่อมวลชนมาบ้างแล้วก็ตาม แต่เมื่อได้มาร่วมอยู่ในริ้วขบวนส่งเสด็จ ก็สัมผัสได้ถึงพระเมตตายิ่งใหญ่ที่ทรงให้ไว้แก่คนไทยทุกคน
ทันทีที่ตอบรับเป็นตัวแทนจากราชสกุล สาวเขมก็ยอมเปลี่ยนแผนทุกอย่างเพื่อไม่ให้ชนกับการฝึกซ้อม และจัดให้ภารกิจนี้เป็นความสำคัญลำดับแรกของชีวิตในช่วงนี้ไปเลย
?ในวันซ้อมใหญ่ที่ผ่านมา แม้จะยังไม่ใช่วันจริง แต่เราสัมผัสได้ว่างานนี้เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ สมพระเกียรติพระองค์ท่านจริงๆ ทุกคน ทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างเต็มที่ เรียกได้ว่า แรงใจและความสามัคคีเท่านั้นที่จะทำให้ทุกอย่างออกมาสมพระเกียรติที่สุด เราเองเมื่อได้อยู่ในริ้วขบวนก็รู้สึกภูมิใจ ซาบซึ้งในพระกรุณาของพระองค์
และเป็นครั้งแรกที่ต้องเดินตากแดด ตากฝนโดยไม่มีอุปกรณ์มาช่วยกำบัง ทำให้นึกถึงสิ่งคำว่า ท. ทหารอดทน ที่เคยเรียนตอนเด็กๆ รู้เลยว่าเป็นอย่างไร ซึ่งเราทุกคนต้องใช้ความอดทน บางวันโดนแดด บางวันโดนฝน แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นเศษเสี้ยวอันน้อยนิด เทียบไม่ได้กับสิ่งที่พระองค์ท่านทรงทำคุณประโยชน์ให้ประเทศชาติมากมาย?
ธนันต์ ฉัตรกุล ณ อยุธยา
เป็นอีกผู้หนึ่งที่ร่วมอยู่ในริ้วขบวน เขาเป็นตัวแทนจากราชสกุลผู้สืบเชื้อสายมาจากรัชกาลที่ 1 แต่ถึงจะเป็นคนรุ่นหลังและเพิ่งกลับมาใช้ชีวิตอยู่เมืองไทยได้ไม่นาน แต่ก็ติดตามข่าวสารของพระราชวงศ์มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นสมัยงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ และพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
ถึงอย่างนั้นความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมในพระราชพิธีครั้งสำคัญนี้ ก็สร้างความปลาบปลื้มมากที่สุดในชีวิต และให้ความรู้สึกแตกต่างกันมากจากที่เคยได้รับชมผ่านวิดีโอ เขาบอกว่าประเทศไทยโชคดีที่เรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็นงานอะไรก็ตาม ที่พสกนิกรทุกคนสามารถมีส่วนร่วมถวายความจงรักภักดี นั่นถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นพ้น และการที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงเป็นแบบอย่างของการทรงงานหนักด้วยความเสียสละอย่างไม่ย่อท้อ ก็เป็นอีกแง่มุมที่ตั้งใจนำมาใช้ในชีวิต
?ที่ผ่านมาแม้จะห่างเมืองไทยไปพักใหญ่ แต่ที่บ้านของผม เราในฐานะที่เป็นคนไทย ทุกคนจะให้ความสำคัญต่อพระราชวงศ์อย่างมาก การที่ได้เข้ามาร่วมส่งเสด็จในฐานะพระประยูรญาติ เห็นจริงๆ ว่าทุกคนตั้งใจมาซ้อมอย่างไม่ย่อท้อ แม้ว่าดินฟ้าอากาศจะเป็นอย่างไรก็ตาม ต่างก็มุ่งมั่นเพื่อให้ทุกอย่างออกมาสมพระเกียรติที่สุด?
ม.ล. เทวพร เทวกุล ในฐานะตัวแทนจากราชสกุล ?เทวกุล? ความรู้สึกแรกเมื่อทราบว่า ทางสำนักพระราชวังติดต่อให้เข้าร่วมในริ้วขบวนส่งเสด็จ ก็รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติอย่างมาก ที่ได้รับความไว้วางใจจากราชสกุลในครั้งนี้ จึงตั้งใจจะทำหน้าที่นี้อย่างเต็มที่เพื่อร่วมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยเป็นครั้งสุดท้าย
?การร่วมส่งเสด็จในวาระสุดท้าย นับเป็นเกียรติสูงสุดในชีวิต ภาพที่ผมจำได้พระองค์ท่านจะแย้มพระสรวลเสมอ แม้จะพอทราบมาว่าพระองค์ท่านจะค่อนเข็มงวด แต่เมื่อได้เข้าเฝ้าและมีรับสั่ง ก็ได้เห็นถึงพระเมตตา ส่วนห้วงความคิดของผมที่ระลึกถึงพระองค์ท่านในระหว่างที่เดินส่งเสด็จในริ้วขบวนนั้น ผมขอประพระทานอนุญาต ทูลพระองค์ว่า ผมขอให้พระองค์บรรทมหลับให้สบาย ขอทรงไว้วางพระทัยในโครงการต่างๆ ที่ทรงอุปถัมภ์ เพราะมีผู้ที่จะสานต่อโครงการอีกเป็นจำนวนมาก ในทุกๆ โครงการ?
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17 พฤศจิกายน 2008, 09:55:49 am โดย d@eng
»
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
นิทรรศการ ?แสงหนึ่งคือรุ้งงาม?ฉายชัดพระจริยวัตรพระพี่นางฯ
«
ตอบ #56 เมื่อ:
18 พฤศจิกายน 2008, 08:45:34 am »
นิทรรศการ ?แสงหนึ่งคือรุ้งงาม? ปรากฏสู่สายตาครั้งล่าสุดอีกครั้ง เพื่อสื่อความถึงพระจริยภาพและพระเกียรติคุณของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟัากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อย่างสมพระเกียรติ ณ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
หลายคนคงเคยชมนิทรรศการนี้กันไปบ้างแล้ว เมื่อครั้งที่นำมาจัดแสดง ณ สยามพารากอน และการหมุนเวียนนิทรรศการไปจัดแสดงใน 6 จังหวัดตามภาคต่างๆ ในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งภายหลังจากที่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ สิ้นพระชนม์ลง คณะผู้ดำเนินโครงการโดยกรมศิลปากร หน่วยงานภาครัฐ-เอกชน และ ร.อ. จิทัศ ศรสงคราม พระนัดดาในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ซึ่งเป็นผู้ออกแบบนิทรรศการและประสานการดำเนินงานทั้งหมด จึงเห็นควรให้ปรับแนวคิดในการจัดนิทรรศการ (กึ่งถาวร) ขึ้นใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
จากเดิมซึ่งมีเนื้อหาใน 2 เรื่องหลักๆ คือ แสงหนึ่งและรุ้งงาม แต่สำหรับครั้งนี้ คณะทำงานยังได้เพิ่มเติมเนื้อหาให้ครบถ้วน ภายหลังจากที่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ สิ้นพระชนม์ลง โดยอิงเนื้อหาที่มีอยู่เดิม แบ่งออกเป็น 4 โซน คือ โซน?ส่งเสด็จ?, โซน?แสงหนึ่ง?, โซน?ในความทรงจำ? และโซน ?รุ้งงาม?
ในส่วนของ โซน ?รุ้งงาม? จะมีการฉายสไลด์พระฉายาลักษณ์แสดงพระเกียรติคุณของพระองค์ ที่เปรียบดั่ง ?แสงหนึ่งคือรุ้งงาม? ทั้ง 7 ด้าน อันได้แก่ ความเรียบง่าย ความรู้แจ้งเห็นจริง พระปรีชาที่ทรงเปี่ยมด้วยพลังสร้างสรรค์ การอุทิศพระองค์เพื่อปวงชน พระเมตตาที่หาที่สุดมิได้ การให้เกียรติผู้อื่น และความสง่างาม ด้วยพระจริยวัตรอันนุ่มนวลที่ทรงเป็นแบบอย่างแก่ทุกคน ซึ่งรูปแบบของนิทรรศการฯ จะไม่เน้นคำบรรยาย แต่ต้องการให้ทุกคนได้มองและระลึกถึงพระเกียรติคุณ ที่ทรงมีพระเมตตาทุ่มเทพระองค์ให้มูลนิธิต่างๆ เพื่อความอยู่ดีมีสุขของพสกนิกร
โอกาสนี้ ท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ยังได้มอบอุปกรณ์ ข้อมูล เอกสาร รวมทั้งภาพถ่ายที่ยังไม่เคยเผยแพร่สู่สาธารณชนมาก่อนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการ ทั้งยังได้ถ่ายทอดภาพลักษณ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ อย่างครบถ้วนยิ่งขึ้นให้ปรากฏอยู่ในนิทรรศการฯ ด้วยการอุปมาอุปไมย เปรียบเปรยกับ ?รุ้งงาม? เพื่อสื่อถึงคุณลักษณะที่ซ่อนอยู่ใน ?แสงหนึ่ง? เมื่อผนวกรวมกันก็สะท้อนให้เห็นถึงความหมายอันงดงามที่ซ่อนอยู่ภายใน ดุจแสงที่ปรากฏให้เห็นเป็นรุ้งงาม 7 สี เปรียบได้ดั่งพระเกียรติคุณทั้ง 7 ด้านของพระองค์
นิทรรศการ ?แสงหนึ่งคือรุ้งงาม? เปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน เวลา 10.00-16.00 น. โทร. 0-2902-7942 ต่อ 110,111,113
ด.ญ. มนิตรา เม่นสิน ชนะเลิศประกวดภาพวาด ?พระพี่นางในใจฉัน?
ภาพวาดรางวัลชนะเลิศ
นร.ร่วมเขียนแสดงความอาลัยในบัตรดอกแก้วกัลยา
การแสดงดนตรีจากวง Vie Trio
คณะโจหลุยส์โชว์หุ่นตอน ?หนุมานกับนางลอย?
นิทรรศการ โซน ?ส่งเสด็จ?
นิทรรศการ โซน?แสงหนึ่ง?
นิทรรศการโซน ?ในความทรงจำ?
นิทรรศการโซน ?รุ้งงาม?
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
ในหลวง"เสด็จฯ ทรงบรรจุพระสรีรางคาร"สมเด็จพระพี่นางฯ"
«
ตอบ #57 เมื่อ:
20 พฤศจิกายน 2008, 04:28:14 am »
ในหลวง"เสด็จฯ ทรงบรรจุพระสรีรางคาร"สมเด็จพระพี่นางฯ"
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ มายังอนุสรณ์สถานรังสีวัฒนา วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ในการบรรจุพระสรีรางคาร สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ท่ามกลางประชาชนที่สวมใส่ชุดสีดำ เฝ้ารอรับเสด็จเป็นจำนวนมาก ในการนี้มีคณะบุคคลสำคัญเข้าร่วม อาทิ ท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม และ ร.อ.จิทัศ ศรสงคราม พระธิดาและพระนัดดา ในสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวง
19 พฤศจิกายน 2551 17:45 น.
ปชช.หลั่งไหลเข้าชมนิทรรศการ"พระพี่นางฯ"-จนท.งดแจกไม้ประดับรอบพระเมรุฯ
แม้จะมีฝนตกลงมาโปรยปรายแต่คลื่นมหาชนที่รอเข้าชมนิทรรศการ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ภายในพระเมรุ ท้องสนามหลวง ก็ไม่ย่อท้อ ต่างยืนเข้าแถวเพื่อเข้าชมนิทรรศการทั้ง 12 โซน โดยเฉพาะโซนที่ 12 จำหน่ายของที่ระลึก คาดว่าวันนี้จะมีประชาชนเข้าชมไม่ต่ำกว่า 1 แสนคน ขณะที่เมื่อวานนี้เพียง 5 ชั่วโมงที่เปิดให้เข้าชม มีประชาชนมาชมความงดงามของพระเมรุกว่า 84,000 คน
นายกฤษณพร เสริมพานิช รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เปิดเผยว่า ยังคงพบประชาชนแต่งกายไม่สุภาพ เช่น สวมกางเกงขาสั้น เสื้อสายเดี่ยว และเสื้อผ้าสีแดง มาชมนิทรรศการ จึงขอความร่วมมือประชาชนให้แต่งกายด้วยชุดสุภาพ สีสันไม่ฉูดฉาด ซึ่งนิทรรศการจะเปิดให้ชมถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน โดยไม่มีการขยายเวลาหรือย้ายไปจัดตามภูมิภาคต่างๆ
ขณะที่ไม้ดอกไม้ประดับรอบพระเมรุ ก็จะไม่มีการแจกให้ประชาชาชนแล้ว เนื่องจากกว่าจะจบนิทรรศการ ดอกไม้ก็เหี่ยวเฉา เหลือเพียงไม้ยืนต้นซึ่งไม่เพียงพอต่อการแจกจ่าย
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 19 พฤศจิกายน 2551 18:02 น.
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
หน้า:
1
2
3
[
4
]
ขึ้นบน
พิมพ์
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
กระโดดไป:
เลือกหัวข้อ:
-----------------------------
พระมหากษัตริย์ไทย
-----------------------------
=> เรารักในหลวง
=> ประวัติศาสตร์ไทย
===> วันสำคัญต่าง ๆ
===> ศิลปะและวัฒนธรรมไทย
===> ดนตรีไทย
=> เศรษฐกิจพอเพียง
-----------------------------
ชมรมคนรักเสด็จเตี่ย
-----------------------------
=> กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
===> วัตถุมงคล กรมหลวงชุมพรฯ
-----------------------------
พุทธศาสนา
-----------------------------
=> พุทธศาสนา
===> วันสำคัญทางศาสนา
=> เกจิอาจารย์
===> วัตถุมงคล
-----------------------------
กระดานนาวี22
-----------------------------
=> ห้องข่าวนาวี 22
===> การใช้งานเว็บไซท์
=> สนทนาทั่วไป
===> ตูน 007
===> สุขสันต์วันเกิด .. !
=> พิราบคาบข่าว
===> ข่าวต่างประเทศ
===> ข่าวในประเทศ
=> เรือ
=> อาวุธ ปืน
===> Beretta
===> CZ#2075RAMI
===> Glock
===> HK
===> S&W
===> SigSauer
===> Ruger
===> Taurus
-----------------------------
มุมเม๊าส์ชาว 22
-----------------------------
=> มุม วาไรตี้
===> คุยกับสาธิตาพยากรณ์
===> บรรเทิง แหล่งช๊อป
===> รวมเพลงต่าง ๆ
===> เพลงทหารเรือ
=> กฏหมายไทย
=> ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย
=> ความรู้ทางการเกษตร
===> ข้าวไทย
===> สมุนไพรไทย
===> น้ำมันจากพืช
===> แก๊สธรรมชาติ
=> สัตว์เลี้ยง และไม่เลี้ยง
=> คนรักรถ
-----------------------------
คอมพิวเตอร์
-----------------------------
=> ถาม-ตอบปัญหาคอมพิวเตอร์
=> มุม บทความน่าสนใจ
===> บ้านหม้อ อีเล็กทรอนิกส์
=====> ร้านอีเล็กทรอนิก รับซ่อมทั่วประเทศ
===> d@eng คุยเรื่อง iT
===> e-book หลายหลากความรู้
=> เขียนเว็บด้วย Joomla
=> กราฟฟิค
-----------------------------
คลินิค นาวี22
-----------------------------
=> สาธารณสุข และสุขภาพที่ดี
===> มุมกีฬาเพื่อสุขภาพ
=====> รวมภาพใน โอลิมปิค 2008
=> การตั้งครรภ์ และเด็กอ่อน
-----------------------------
กินเที่ยวทั่วโลก
-----------------------------
=> เที่ยวทั่วไทย
===> เที่ยวรอบโลก
=> มุม อร่อยเลขที่ 22
===> แนะนำแหล่งกิน มุมอร่อย
-----------------------------
กาพย์ โคลง กลอน
-----------------------------
=> มุม กาพย์ กลอน โคลง ฉันท์