หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บาปกรรมของการทำแท้ง  (อ่าน 701 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Mr.Redrose19
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: 29 สิงหาคม 2008, 07:01:22 am »

พระโอวาทพระโพธิสัตว์กวนอิม
[/b]

เมตตาให้ประจักษ์ถึงบาปกรรมของการทำแท้ง

 ความเจริญทางวัตถุในปัจจุบันเติบโตรวดเร็วอย่างเห็นได้ชัดแต่ทางตรงข้ามมโนธรรมสำนึกของมนุษย์กลับย่ำแย่ลงทุกวัน...

คนทุกวันนี้ต่างต้องเผชิญกับปัญหาหลายๆ ด้าน จนทำให้ศีลธรรมอันเป็นสิ่งที่ดีงามในจิตใจของมนุษย์นั้นนับวันยิ่งเสื่อมถอยเป็นเรื่องน่าเศร้าที่ผู้คนต่างหมางเมิน ไม่ได้ให้ความสำคัญในด้านคุณธรรมและศีลธรรมเท่ากับการดิ้นรนขวนขวายเพื่อปากท้อง การทำมาหากินอย่างเดียวยังไม่ได้ช่วยชีวิตจิตญาณของเราให้พ้นไปจากความทุกข์อันระทมขมขื่น เมื่อชีวิตประสบปัญหา ผลกระทบย่อมส่งไปถึงครอบครัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้...

เมื่อครอบครัวแตกร้าว ความรัก ความอบอุ่น ความสุขในครอบครัวก็สูญสิ้น ความรู้สึกเหงาและเดียวดายมาห้อมล้อมแทนที่ เมื่อลูกๆ ขาดที่พึ่งจึงไปแสวงหาความรักความอบอุ่นนอกบ้าน ซึ่งล้วนเป็นความรักที่ฉาบฉวยไม่จริงใจ จนในที่สุดพลาดพลั้งเกิดตั้งครรภ์ ด้วยขาดสำนึกรับผิดชอบและความไม่พร้อมในการเลี้ยงดู จึงตัดสินแก้ปัญหาโดยการทำลายชีวิตทารกน้อยในครรภ์ด้วยการ ทำแท้ง...

สังคมในปัจจุบันกาทำแท้งนับวันยิ่งทวีจำนวพากขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียนนักศึกษาวัยรุ่น มีการทำแท้งมากที่สุดอย่างน่าตกใจ ข่าวล่าสุดทางหน้าหนังสือพิมพ์ได้รายงานว่าขณะนี้ที่ประเทศญี่ปุ่นมีการทำแท้งทารกในครรภ์มากถึง 40 000 คนต่อปี..

ที่น่ากลัวไปกว่านั้นในประเทศอินเดียจากผลการศึกษาของทีมนักวิทยาศาสตร์ ระบุอาจมีทารกเพศหญิงในอินเดียถูกทำแท้งมากถึง 10 ล้านคนในช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมา...

รายงานดังกล่าวเผยแพร่ใน ?แลนเซ็ต? วารสารทางการแพทย์อันโด่งดังของอังกฤษ ดร.ประพัท ชฮา หัวหน้าทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยโตรอนโต ระบุผลการประเมินแต่ละปีจะมีทารกเพศหญิงหายไป 5 แสนคน ขณะที่สมาคมแพทย์อินเดียประเมินมีทารกอินเดียถูกทำแท้งปีละราว 5 ล้านคน

จากข้อมูลดังกล่าวบ่งบอกถึงสภาวะทางจิตใจที่ขาดเมตตาธรรมของผู้คนในสมัยนี้ ซึ่งบุคคลเหล่านั้นหารู้ว่ากว่าจะได้เกิดกายเป็นมนุษย์นั้นโอกาสมีเพียงน้อยนิด ดังที่ครั้งหนึ่งพระสารีบุตรเคยทูลถามพระพุทธองค์ว่า...

? การจะเกิดเป็นมนุษย์นั้นมีโอกาสมากน้อยเพียงใดพระเจ้าข้าฯ ? พระพุทธองค์ไม่พูดอะไรเลย แต่ทรงใช้นิ้วมือแตะลงบนพื้นดินแล้วชูขึ้น ตรัสตอบกับพระสารบุตรว่า...

?มีเพียงแค่นี้... สารีบุตร ?

นั่นหมายถึง สรรพสัตว์ที่ต้องไปเวียนว่ายตายเกิดในภพภูมิต่างๆ มีจำนวมากเทียบเท่ากับดินทั่วพื้นปฐพี แต่ที่สามารถเกิดเป็นมนุษย์ได้...มีเพียงแค่ดินที่ติดป้ายนิ้วของพระพุทธองค์เท่านั้น

ด้วยเหตุนี้ในพระไตรปิฎกจึงมีพระพุทธพจน์ว่า...

? กิจโฉ มนุษะ ปฏิภาโพธิ์ ?

การเกิดเป็นมนุษย์นั้นแสนยาก...

ทุกวันนี้คนเราคิดทำอะไรมักหวังเพียงเพื่อความสุขสนุกสนานที่ผิดครรลอง มิได้คำนึงถึงจิตสำนึกที่ดีงาม เมื่อผิดพลาดไปแล้วมาเกิดความกลัวทีหลัง สิ่งศักดิ์สิทธิ์จึงเตือนสติชาวโลกอยู่เสมอว่า ? พุทธะกลัวเหตุ ปุถุชนกลัวผล ?...

ในอายุวัฒนสูตร พระพุทธองค์ตรัสถึงบาปกรรมของการทำแท้งจัดอยู่ในอนันตริยกรรม อันเป็นบาปที่มีโทษหนักที่สุด...5 ประการ คือ ฆ่าบิดา ฆ่ามารดา ฆ่าพระอรหันต์ ทำให้สงฆ์แตกแยก ทำร้ายพระวรกายพระพุทธเจ้าห้อเลือด...

ดังนั้น การทำแท้งจึงมีบาปเท่ากับการฆ่าพระอรหันต์...

เหตุใดจึงมีบาปกรรมหนักเท่ากับการฆ่าพระอรหันต์ เนื่องจากว่าทารกในครรภ์ยังบริสุทธิ์ มิเคยสร้างบาปกรรมใดๆ เลย และไม่มีเหตุปัจจัยของการสร้างกรรม ชีวิตของเขาจึงบริสุทธิ์ดั่งพระอรหันต์ ดังนั้น การทำแท้งฆ่าเด็กทารกในครรภ์หนึ่งคนจึงมีบาปเท่ากับฆ่าพระอรหันต์หนึ่งพระองค์...

ในพุทธธรรมได้กล่าวถึงบาปแห่งการฆ่า ซึ่งเหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลายที่มีจิตญาณ การฆ่ามนุษย์นั้นนับได้ว่าบาปที่สุด แต่ทว่าการฆ่าเด็กทารกที่บริสุทธิ์เป็นบาปหนักยิ่งกว่า...

เพราะฉะนั้นการทำแท้งถือได้ว่าเป็นบาปอย่างมหันต์!...

พระพุทธองค์ยังได้ตรัสอีกว่า ผู้ที่เคยทำแท้ง ขณะมีชีวิตจะได้รับผลกรรมสนองจากโรคร้าย ป่วยหนัก อายุสั้น ครั้นหลังจบชีวิตลงแล้วจิตญาณต้องไปรับโทษในนรกเป็นเวลายาวนานอันมิอาจประมาณ หากวิญญาณเด็กแท้งผูกใจเจ็บติดความอาฆาตแค้น เมื่อเขาได้โอกาสกลับมาเกิดอีกครั้ง การสะสางบัญชีแค้นก็จะเปิดฉากขึ้นอีก เป็นเช่นนี้เรื่อยไปทุกภพทุกชาติ จนกว่าแรงกรรมนั้นจะได้ชำระ แต่ก็ยังไม่สิ้นสุดตราบที่วิญญาณยังไม่อโหสิ...
บันทึกการเข้า
Mr.Redrose19
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: 29 สิงหาคม 2008, 07:02:59 am »

หนังสือเล่มนี้ได้รับความเมตตาจากพระโพธิสัตว์กวนอิมเมื่อครั้งประชุมธรรมชั้นวิริยะญาณ ณ พุทธสถานเต๋อหยง อำเภอบ้านโปง จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2547 พระองค์มีพระดำรัสให้จัดพิมพ์เผยแพร่เพื่อเตือนสติผู้คนทั้งหลายให้บังเกิดจิตสำนึกต่อความผิดบาปที่ตนได้ก่อขึ้น...

คณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้คนในโลกปัจจุบัน โดยเฉพาะผู้ที่กำลังหมกมุ่นอยู่กับเรื่องตัณหาราคะ อันเป็นต้นเหตุที่มาของการทำแท้ง...

อีกประการ ปรารถนาให้ความรักความอบอุ่นบังเกิดขึ้นในทุกครอบครัว อันนำมาซึ่งสันติสุขในสังคมดังพระประสงค์ของพระโพธิสัตว์ฯ ที่ทรงมีพระมหาเมตตามหากรุณาชี้แนะมวลเวไนย์...

หากมีข้อผิดพลาดใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการจัดทำหนังสือเล่มนี้คณะผู้จัดทำยินดีน้อมรับคำชี้แนะ และขอองค์พระโพธิสัตว์กวนอิมโปรดเมตตาประทานอภัย...

บรรยายเหตุการณ์ในชั้นประชุมธรรม

ขณะนั้น...หัวข้อการบรรยายกำลังดำเนินถึงบทกตัญญุตาธรรม... ผ่านไปประมาณ 30 นาที...ได้มีเสียงร้องดังขึ้น ร่างสามคุณล้มฟุบลง กิริยาท่าทางและน้ำเสียงบ่งบอกได้ว่าเป็นเด็กทารกวิญญาณเด็กทารกในร่างสามคุณเข้ามาร้องขอให้หยุดการบรรยาย...

ไม่นาน...ก็ถอนญาณออกไป..

ครั้นแล้ว...ทิพยญาณของพระโพธิสัตว์กวนอิมก็ได้เข้ามาประทับในร่างสามคุณประทานพระโอวาท

 เปล่าเปลี่ยวอ้างว้างและเดียวดาย

เหมือนแสงไฟสาดส่องให้เห็นได้

มีความสุขชุ่มชื่นดั่งอุ่นไอ

มอบให้ใช้เกิดกายมาเป็นคน

พลันแล้วหมู่เมฆกลับมืดครึ้ม

ความทุกข์เจ็บสาหัสรุมชักตรอมตรึง

ดับซึ่งแสงริบหรี่ที่ออกมา

ในวันนี้ขอเพียงเมธีได้รู้ค่า

ได้เกิดมาชมโลกที่สวยงาม

เราคือ

โพธิสัตว์ในชุดขาว           รับพระบัญชาจาก

องค์อนุตตรธรรมมารดา               ลงสู่แดนโลกีย์ แฝงกายกตัญชลี

องค์ธรรมมารดาเจ้า                     ได้พาวิญญาณน้อยมาสู่ประจักษ์สายตาได้เห็น
สรุปใจความสำคัญพระโอวาท

พระโพธิสัตว์กวนอิมเมตตา

          พระโพธิสัตว์กวนอิมตรัส

            ?หากเรามีความเชื่อมั่นและมีความจริงใจ ผลสนองนั้นย่อมประจักษ์ได้?

ยุคกาลเวลาคับขันในปัจจุบันทั้งสามภพภูมิ (เทพ ผี มนุษย์)ต่างได้รับการฉุดช่วยพร้อมทั่วกัน ยิ่งมนุษย์เรายังมีกายสังขารสามารถประกอบคุณงามความดีได้ทุกอย่างเป็นสิ่งดียิ่ง...

ขอให้มีความเชื่อมั่นว่าเวรกรรมมีจริง หากมีความเชื่อมั่นเช่นนี้ก็จะเกิดความระมัดระวังสำรวมยิ่งขึ้น เพราะกระทำสิ่งใดไว้ย่อมได้รับผลสนองนั้นอย่างหลีกหนีไม่พ้นดั่งเงาตามตัว...

ปัจจุบันการโปรดสามภพเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่งและเป็นภาระหนัก ต้องมีปณิธานที่ยิ่งใหญ่ จึงสามารถร่วมมือร่วมใจ ร่วมแรงร่วมพลังฉุดช่วยสามภพได้ เบื้องบนอาศัยมนุษย์เป็นผู้ประกาศสัจธรรมแทนฟ้า ซึ่งเป็นผู้บำเพ็ญเพียรเรียนรู้สัจธรรมแห่งชีวิตเฉกเช่นพระโพธิสัตว์ที่รู้ซึ้งถึงการเกิดแก่เจ็บตาย หากรู้แล้วไม่นำไปปฏิบัติเป็นเรื่องที่น่าเสียดายยิ่ง เพราะสัจธรรมที่ประเสริฐเหล่านี้อาศัยระยะเวลายาวนานกว่าจะได้มารับรู้ แต่มาบัดนี้เราเพียงอาศัยเวลาไม่นาน เงินทำบุญเพียงเล็กน้อย และที่สำคัญอาศัยบุญสัมพันธ์ของเราจึงได้รับรู้สัจธรรมนี้...

เพราะฉะนั้น อย่าได้ดูแคลนบุญสัมพันธ์ของเราที่เคยสร้างไว้ในอดีตกาล สังคมมาถึงปัจจุบัน อีกทั้งบุญกุศลของบรรพชนที่ได้สร้างสมมานาน จึงส่งผลให้เราไม่หลงงมงาย สิ่งเหล่านี้มิได้เกิดขึ้นอย่างเลื่อนลอยหรือไร้ซึ่งเหตุผล แต่มีความเป็นมาและเป็นไป..

แม้วันนี้เราจะยังไม่กระจ่างแจ้งในบทกตัญญู แต่ควรเรียกจิตใต้สำนึกพุทธจิตในตัวเราออกมา เพื่อขอขมากรรมสำนึกความผิดบาปทางกายวาจาและใจที่เคยสร้างไว้ วันนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ได้สำนึกขอขมากรรมในสิ่งที่เคยทำผิดบาปตั้งแต่เล็กจนโต ไม่ว่าด้วยเจตนาหรือไม่ ขอให้สำนึกด้วยใจจริง อย่าได้ทำด้วยความเสแสร้งเพียงเพื่อแสดงให้เห็นเท่านั้น ตัวเราเท่านั้นที่รู้ ไม่สามารถหลอกผู้อื่นได้ หรือจะมีใครที่กล้าพูดว่าไม่เคยทำผิดบาปหรือไม่เคยสร้างความลำบากใจให้แก่บิดามารดา ซึ่งล้วนมีกันทุกคน วันนี้ถือเป็นโอกาสดีงามที่ได้สำนึกขอขมาด้วยใจจริง การสำนึกขอขมาแม้จะเป็นเพียงกระแสจิตแต่ก็สามารถรับรู้ได้ แม้เป็นเพียงเวลาสั้นๆ แต่ก็ได้มีจิตสำนึกด้วยใจจริง มีบางคนเท่านั้นที่สำนึกได้แต่บางคนก็ยังมิทันได้สำนึก เพราะความไม่แน่ใจ เพราะความลังเลสงสัย โอกาสผ่านไปแล้วไม่มีสิ่งใดย้อนหวนกลับมาได้เฉกเช่นวันเวลา...

                        บุญคุณพ่อแม่ต้องตอบแทน

                        กตัญญูต้องมีประจำในจิตใจ

                        กตัญญูคือคุณธรรมพื้นฐาน
บันทึกการเข้า
Mr.Redrose19
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #2 เมื่อ: 29 สิงหาคม 2008, 07:03:57 am »

( พระโพธิสัตว์พักให้โอวาทครู่หนึ่ง...)

มิต้องตกใจกับเสียงร้องไห้... นั่นเป็นวิญญาณทารกคนหนึ่งที่ติดตามเอามา ตอนนี้ให้ติดตามดูความเป็นมาของวิญญาณทารกน้อยผู้นี้ว่าทำไมถึงร้องไห้ ทำไมถึงต้องมา..

นี่คือเรื่องเวรกรรม ซึ่งจะนำพาวิญญาณทารกน้อยเข้ามาผูกบุญสัมพันธ์กับทุกท่าน...

หลังจากนั้น...พระโพธิสัตว์กวนอิมได้ถอนทิพยญาณออกจากร่างสามคุณ สักครู่ต่อมาวิญญาณทารกน้อยได้เข้าร่างสามคุณขณะนั้นอาจารย์ถ่ายทอดธรรมจูกั๋วจื้อเป็นประธาน อาจารย์จูเมตตาให้วิญญาณทารกน้อยแจ้งนามและเล่าความเป็นมา...

วิญญาณเด็กทารกร้องไห้งอแง...ร้องขอผ้าห่ม... หนาวสั่นสะท้านไปทั้งตัว สักครู่จึงมีเสียงพูดออกมาความว่า...

เรายังเล็กนัก... ยังไม่มีชื่อ... ยังเป็นเด็กทารกเล็กๆ ที่อยู่ในครรภ์มารดา ก็ถูกแม่ใจร้ายทำแท้งเสียก่อน...

ตอนที่เป็นวิญญาณมีความรู้สึกดีใจ... เพราะกำลังจะได้มาเกิด... แต่พอใกล้เกิด แม่ก็ทำให้แท้งออกมา... ทั้งที่ได้เข้าฝันแม่ขอร้องแม่ให้เก็บลูกไว้... แต่พ่อแม่ใจร้ายไม่มีความรับผิดชอบ...

รู้สึกอิจฉาคนที่มีครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตา... อยู่อย่างมีความสุข แต่หนูกลับต้องอาภัพไม่ได้เกิดมามองดูโลกทั้งที่เป็นทารกแล้ว... ไม่กี่เดือนก็จะคลอด ยังทำได้ลงคอ...

ไม่อยากบอกว่าชายหญิงคู่นั้นที่เป็นพ่อแม่คือใคร... สองคนนี้เป็นคนที่ทำงานกันคนละที่ พอถึงเวลาก็มาพบเจอกัน เพราะมีบุญสัมพันธ์กัน หนูจึงได้มาเกิดอยู่ในท้อง...

แม่ไม่เชื่อที่หนูเข้าฝันขอร้อง... กลับทำแท้งออกมาแล้วนำไปฝังไว้... หายใจไม่ออกจนตาย... ทั้งหลายเป็นผุยผง

วิญญาณจึงออกไปตามหาพ่อแม่ แต่ก็ไม่พบเจออีก เพราะวิญญาณหนูถูกจับไปอยู่ในที่ที่ของเด็กอยู่ ไม่มีโอกาสที่จะไปต่อรองกับแม่คนนั้นได้อีก...

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นผ่านไปไม่นาน... แม่เป็นชาวบ้านอยู่ในชนบท... แม่พาไปฝังไว้ในสวนหลังบ้าน...

           ขณะที่วิญญาณทารกเล่าถึงตรงนี้... ก็มีเสียงร้องไห้ดังขึ้นในกลุ่มญาติธรรมฝ่ายหญิง ท่านอาจารย์ถ่ายทอดธรรมซุนได้เดินเข้าไปหาสตรีผู้นั้นแล้วปลอบใจให้สงบลง...
เมื่อเหตุการณ์สงบลงแล้ว วิญญาณทารกจึงได้เล่าต่อว่า...

เราเป็นเพียงวิญญาณเด็ก... ล่องลอยจนไปพบพระโพธิสัตว์กวนอิม จึงต้องการขอความเมตตาจากพระองค์ ซึ่งไม่รู้ว่าจะมากเกินไปไหม !..

วิญญาณทารกน้อยนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง...

บรรยากาศในชั้นประชุมเงียบสงัด จู่ ๆ ญาติธรรมคนที่ร้องไห้เมื่อสักครู่ปล่อยเสียงร้องโฮขึ้นมาอีก แต่คราวนี้ได้ลุกขึ้นแล้วพูดสารภาพความผิดของตนยอมรับว่าตนเองก็คือแม่ของเด็กทารกน้อยนั่นเอง...

แม่ของวิญญาณเด็กก็คือ คุณอัมพร ซึ่งเป็นญาติธรรมของพุทธสถานเมธาชุมนุม ( จวี้เสียนฝอถัง ) จังหวัดกาญจนบุรีซึ่งมีคุณดวงใจ เป็นผู้ส่งเสริมและพามาช่วยงานในชั้นประชุมพุทธาภิเษกสามวันครั้งนี้..

คุณอัมพร ขณะนั้นร้องห่มร้องไห้ด้วยความเสียใจอย่างยิ่งซบไหล่อาจารย์ซุนเดินออกมาหน้าชั้น แล้วโผเข้ากอดร่างสามคุณร่ำร้องพูดพร่ำพรรณา แล้วกล่าวขอโทษขอขมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่ามกลางความรู้สึกที่สะเทือนใจของญาติธรรมในชั้นประชุม

บรรยากาศในห้องประชุมขณะนั้นเต็มไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจและเสียงร่ำไห้ระหว่างแม่และลูก

วิญญาณเด็กได้พูดกับแม่ของตนเองว่า...

เพื่อไม่ให้แม่มีความผิดบาป ขอให้เล่าการกระทำทั้งหมดออกมาด้วยความจริง เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนที่คิดจะทำแท้งอย่าได้คิดกระทำต่อไป เพื่อเป็นการสร้างบุญไถ่บาป และตนจะอโหสิกรรมให้กับแม่ เพราะถ้าไม่ยอมเล่า ตนก็ยังไม่ได้ไปเกิดใหม่
ทารกน้อยจึงอ้อนวอนขอให้คุณอัมพร เล่าเหตุการณ์ที่ได้ทำแท้งให้เป็นที่ประจักษ์ แต่คุณอัมพรกำลังอยู่ในอารมณ์โศกเศร้าจิตใจว้าวุ่นสับสนเกินกว่าที่จะเรียบเรียงเหตุการณ์ออกมาได้...

จนเวลาผ่านไป...วิญญาณทารกก็ยังพยายามคะยั้นคะยออ้อนวอนให้แม่สารภาพความจริง เพื่อตนจะได้รับบุญกุศลให้ได้ไปเกิดใหม่ในครอบครัวของผู้บำเพ็ญธรรม...

ทารกน้อยพยายามอ้อนวอนแล้วอ้อนวอนอีกจนคุณอัมพรรับปากว่าจะพูดความจริง ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยแม่ของตนเกรงว่าวันข้างหน้าจะถูกซ้ำเติมครหาจากผู้ร่วมบำเพ็ญ จนทนบำเพ็ญต่อไปไม่ได้ วิญญาณทารกน้อยจึงขอคำมั่นสัญญาจากผู้เข้าประชุมอย่าได้ต่อว่าซ้ำเติมให้คุณแม่ได้รับความอับอาย... ซึ่งทุกคนในชั้นก็ให้สัญญา...

หลังจากนั้นคุณอัมพรได้ลุกออกจากหน้าชั้นประชุมกลับเข้าประจำที่นั่ง วิญญาณเด็กได้กล่าวต่อไปว่า...

ทันทีที่แม่ของหนูได้สารภาพความจริงออกมา จะก่อเกิดบุญกุศลให้หนู และก็ใกล้เวลาที่จะได้ไปเกิดใหม่ หนูอยากเกิดในครอบครัวบำเพ็ญธรรมไม่อยากเวียนว่ายไม่อยากทุกข์ทรมานอีก

อาจารย์จูได้เมตตาชี้แนะและกล่าวกับวิญญาณทารกน้อยให้ไปขอกับพระอาจารย์จี้กง ให้พระอาจารย์จี้กงเป็นประธาน โอกาสข้างหน้าเมื่อได้รับวิถีธรรมแล้ว ขอให้เร่งปฎิบัติบำเพ็ญ จิตญาณจะได้หลุดพ้นกลับคืน...

แต่ตอนนี้ขอให้ปล่อยวางความแค้น ความขุ่นเคือง ความรู้สึกที่ไม่ดีออกไป ให้อโสหิกรรมแก่คุณแม่...

วันนี้ที่มีโอกาสเข้ามาในพุทธสถาน ต้องสำนึกคุณต่อพระแม่องค์ธรรม พระโพธิสัตว์กวนอิมเมตตานำพาดวงวิญญาณเข้ามาปรากฏที่นี่ ทำให้ผู้คนได้รับรู้เรื่องราวนี้ได้เป็นอุทาหรณ์  มิให้ผู้อื่นไปกระทำผิดอีก ก็จะได้บุญกุศล...
บันทึกการเข้า
nukoy99
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +12/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2122


scrolly_99@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: 29 สิงหาคม 2008, 09:52:12 pm »

เศร้าใจจังค่ะ เรื่องนี้
บันทึกการเข้า

ค่าของคนอยู่ที่ผลงาน...แต่ผลงานที่ได้ก็ไม่ได้วัดค่าของคนได้เสมอไป..
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14177


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 29 สิงหาคม 2008, 10:13:02 pm »

ขอบคุณมากค่ะพี่กุหลาบสีแดง มีเรื่องราวดีๆมาฝากชาวนาวี22 เสมอมา เก่งและมีความรู้ที่น่าติดตาม..
บันทึกการเข้า

Mr.Redrose19
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #5 เมื่อ: 07 กันยายน 2008, 07:16:50 am »

เชื่อหรือไม่ว่ามีคนทำแท้งนะมากมายเหลือคณานับ มีแต่คนที่ต้องรับทุกข์เวทนากันมากมาย ไม่มีที่สามารถขจัดให้เบาบางได้เลย ที่นี่มีคำตอบ แต่จะตอบให้เป็นรายบุคคลเท่านั้นนะครับ ฮ่าๆๆๆๆ 
บันทึกการเข้า
MAy
Sr. Member
****

คะแนนจิตพิสัย +2/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 256


prove them wrong


เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: 11 ตุลาคม 2008, 09:41:58 pm »

เชื่อหรือไม่ว่ามีคนทำแท้งนะมากมายเหลือคณานับ มีแต่คนที่ต้องรับทุกข์เวทนากันมากมาย ไม่มีที่สามารถขจัดให้เบาบางได้เลย ที่นี่มีคำตอบ แต่จะตอบให้เป็นรายบุคคลเท่านั้นนะครับ ฮ่าๆๆๆๆ 

น่าสงสารมากๆค่ะ..แล้วอย่างคนที่จำเป็นที่ต้องนำเด็กออกหล่ะค่ะ..
กรณีที่เป็นโรค..หัดเยอรมัน..หรือโรคอื่นๆที่คุณหมอวินิจฉัยแล้วว่าควรเอาเด็กออก
อย่างนี้เเม่จะบาปไหมแล้วหมอและพยาบาลติดบาปไปด้วยหรือเปล่าค่ะ..พี่กุหลาบแดง...
เด็กทารกคนนี้มีจิตเมตตาตั้งแต่ยังไม่ได้เกิดเลยน่าสรรเสริญจริงๆค่ะ.
...ดวงจิตของเขาคงได้ไปเกิดอยู่ในภพภูมิที่ดีแน่นอนเลยค่ะ....
บันทึกการเข้า

Don?t wait to be loved, to love.
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14177


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 12 ตุลาคม 2008, 01:11:09 am »

เชื่อหรือไม่ว่ามีคนทำแท้งนะมากมายเหลือคณานับ มีแต่คนที่ต้องรับทุกข์เวทนากันมากมาย ไม่มีที่สามารถขจัดให้เบาบางได้เลย ที่นี่มีคำตอบ แต่จะตอบให้เป็นรายบุคคลเท่านั้นนะครับ ฮ่าๆๆๆๆ 

น่าสงสารมากๆค่ะ..แล้วอย่างคนที่จำเป็นที่ต้องนำเด็กออกหล่ะค่ะ..
กรณีที่เป็นโรค..หัดเยอรมัน..หรือโรคอื่นๆที่คุณหมอวินิจฉัยแล้วว่าควรเอาเด็กออก
อย่างนี้เเม่จะบาปไหมแล้วหมอและพยาบาลติดบาปไปด้วยหรือเปล่าค่ะ..พี่กุหลาบแดง...
เด็กทารกคนนี้มีจิตเมตตาตั้งแต่ยังไม่ได้เกิดเลยน่าสรรเสริญจริงๆค่ะ.
...ดวงจิตของเขาคงได้ไปเกิดอยู่ในภพภูมิที่ดีแน่นอนเลยค่ะ....


รอพี่กุหลาบมาตอบค่ะ

คิดถึงพี่ชายเหลือเกินค่ะ
บันทึกการเข้า

MAy
Sr. Member
****

คะแนนจิตพิสัย +2/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 256


prove them wrong


เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: 12 ตุลาคม 2008, 02:41:30 am »

เชื่อหรือไม่ว่ามีคนทำแท้งนะมากมายเหลือคณานับ มีแต่คนที่ต้องรับทุกข์เวทนากันมากมาย ไม่มีที่สามารถขจัดให้เบาบางได้เลย ที่นี่มีคำตอบ แต่จะตอบให้เป็นรายบุคคลเท่านั้นนะครับ ฮ่าๆๆๆๆ 

น่าสงสารมากๆค่ะ..แล้วอย่างคนที่จำเป็นที่ต้องนำเด็กออกหล่ะค่ะ..
กรณีที่เป็นโรค..หัดเยอรมัน..หรือโรคอื่นๆที่คุณหมอวินิจฉัยแล้วว่าควรเอาเด็กออก
อย่างนี้เเม่จะบาปไหมแล้วหมอและพยาบาลติดบาปไปด้วยหรือเปล่าค่ะ..พี่กุหลาบแดง...
เด็กทารกคนนี้มีจิตเมตตาตั้งแต่ยังไม่ได้เกิดเลยน่าสรรเสริญจริงๆค่ะ.
...ดวงจิตของเขาคงได้ไปเกิดอยู่ในภพภูมิที่ดีแน่นอนเลยค่ะ....


รอพี่กุหลาบมาตอบค่ะ

คิดถึงพี่ชายเหลือเกินค่ะ


ค่ะพี่แดง...เดี๋ยวเมย์รออ่านค่ะ...
บันทึกการเข้า

Don?t wait to be loved, to love.
จันทร์เจ้าขา
Auther
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +14/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 807


jatikanont@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 12 ตุลาคม 2008, 07:43:25 am »

จันทร์เจ้าขามานั่งอ่านจ้า ไม่มีประสบการณ์ เรื่องนี้ ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆ ที่มอบให้จ้า ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า

MAy
Sr. Member
****

คะแนนจิตพิสัย +2/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 256


prove them wrong


เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: 12 ตุลาคม 2008, 03:21:17 pm »

เฝ้าแต่รอรอรอรอ...พรํ่า้พลงรักดั่งคนละเมอ....
รอพี่กุหลาบแดง..มาตอบกระทู้...
บันทึกการเข้า

Don?t wait to be loved, to love.
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14177


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: 12 ตุลาคม 2008, 11:06:40 pm »

เฝ้าแต่รอรอรอรอ...พรํ่า้พลงรักดั่งคนละเมอ....
รอพี่กุหลาบแดง..มาตอบกระทู้...

ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ รอไปน้อง พี่เขาไปกู้ชาติอยู่ เอาชาติไทยไว้คุ้มหัวก่อนน้อง ตอนนี้เรื่องอื่นมาทีหลัง ยิ้มกว้างๆ

สู้ๆๆค่ะ คนไทยที่รักชาติ
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: