หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ข้อมูลดูดาวอังคาร ที่เป็นข่าวลือ ในตอนนี้  (อ่าน 1533 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14177


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« เมื่อ: 27 สิงหาคม 2008, 09:00:04 pm »

นับจากเวลาประมาณ 19.00 น. ไปจนถึงเช้ามืดก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น เราจะมองเห็นดาวอังคารสว่างข่มแสงดาวดวงอื่น ๆ บนท้องฟ้า ปีนี้เป็นที่ค่อนข้างพิเศษสำหรับดาวอังคาร เนื่องจากวันที่ 27 สิงหาคม 2546 ตัวเลขระยะห่างระหว่างโลกกับดาวอังคารบ่งบอกว่าโลกและดาวอังคารมีระยะใกล้กันมากที่สุดในรอบหลายหมื่นปี แต่อย่างไรก็ดีโดยปกติดาวอังคารจะใกล้โลกเป็นพิเศษอยู่แล้วทุก ๆ ประมาณ 15 ปี หรือ 17 ปี เพียงแต่ปีนี้จะใกล้มากขึ้นอีกเล็กน้อย นักดาราศาสตร์สมัครเล่นและผู้สนใจควรจะหาเวลาในช่วงนี้ที่จะดูดาวอังคารก่อนจะถึงวันที่ดาวอังคารเข้าใกล้โลกที่สุด เนื่องจากในช่วงเวลานั้น อาจมีโอกาสที่จะดูดาวอังคารได้ไม่มากนักเพราะท้องฟ้าอาจปิดเนื่องจากเมฆฝน

โลกและดาวเคราะห์ในระบบสุริยะโคจรรอบดวงอาทิตย์ด้วยคาบที่แตกต่างกัน เราเรียกจังหวะเวลาที่ดวงอาทิตย์ โลก และดาวอังคารโคจรมาอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกันโดยมีโลกอยู่ตรงกลางว่าดาวอังคารมาอยู่ ณ ตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ ช่วงเวลาที่ดาวอังคารใกล้โลกมากที่สุดนั้น ดาวอังคารจะขึ้นทางทิศตะวันออกขณะที่ดวงอาทิตย์ตกทางทิศตะวันตก และปรากฏอยู่บนฟ้าตลอดทั้งคืนจนกระทั่งคล้อยต่ำลงและตกทางทิศตะวันตกขณะที่ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกในเวลาเช้ามืด โดยเฉลี่ยดาวอังคารจะอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ทุก ๆ ประมาณ 2 ปี

แต่ละครั้งที่ดาวอังคารอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ ดาวอังคารจะมีระยะห่างจากโลกไม่เท่ากัน สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เนื่องจากดาวอังคารมีวงโคจรที่เป็นวงรีค่อนข้างมาก ขณะที่ดาวอังคารอยู่ที่ตำแหน่งใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด ดาวอังคารจะอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ประมาณ 207 ล้านกิโลเมตร แต่เมื่อถึงตำแหน่งไกลดวงอาทิตย์ที่สุด ดาวอังคารจะอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ประมาณ 249 ล้านกิโลเมตร ดังนั้นหากดาวอังคารมาอยู่ ณ ตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ในช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่มันเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด ดาวอังคารก็จะมีระยะห่างที่ใกล้โลกมากเป็นพิเศษ ซึ่งทำให้ดาวอังคารสว่างและมีขนาดใหญ่กว่าในช่วงเวลาอื่น ๆ เมื่อดูด้วยกล้องโทรทรรศน์ ครั้งล่าสุดที่เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ คือ เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2531 และจะเกิดขึ้นอีกครั้งในปลายเดือนสิงหาคมของปีนี้

นิตยสารดาราศาสตร์ Sky & Telescope ฉบับเดือนมิถุนายนรายงานว่า ข้อมูลผลคำนวณโดยนักดาราศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านกลศาสตร์ท้องฟ้าในอิตาลีแสดงว่า ดาวอังคารเคยเข้าใกล้โลกมากกว่าการเข้าใกล้ในปีนี้เมื่อปี 57,617 ก่อนคริสต์ศักราช และจะเข้าใกล้มากกว่าครั้งนี้อีกเล็กน้อยในปี ค.ศ. 2287 นั่นหมายความว่าโลกและดาวอังคารไม่เคยเข้าใกล้กันมากเท่านี้มาเกือบ 60,000 ปีแล้ว แม้ว่าข้อมูลดังกล่าวดูจะน่าตื่นเต้น แต่ความจริงก็คือ ในทางปฏิบัติขนาดปรากฏที่มองเห็นได้นั้นไม่ต่างกันหรือมีนัยสำคัญที่พิเศษกว่ากันมากมายแต่อย่างใด หลังจากนี้ไป เรายังสามารถมองเห็นดาวอังคารด้วยขนาดปรากฏใกล้เคียงกับปีนี้ในอีก 15 ปีข้างหน้า

ในอดีตซึ่งเป็นยุคสมัยที่ไม่มีกล้องโทรทรรศน์ที่มีประสิทธิภาพสูงอย่างกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล หรือยานอวกาศที่ไปโคจรรอบดาวอังคารอย่างในปัจจุบัน นักดาราศาสตร์จะใช้ช่วงเวลาที่ดาวอังคารใกล้โลกในการสังเกตร่องรอยและทำแผนที่พื้นผิวดาวอังคาร พร้อมทั้งศึกษาการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลบนดาวอังคารจากสีสัน ขนาดของผืนน้ำแข็งที่ขั้วดาวอังคาร และความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเพื่อที่จะทำความเข้าใจถึงธรรมชาติของดาวอังคารให้ได้มากที่สุด

ท่านที่ไม่มีกล้องโทรทรรศน์หรือไม่รู้จักกลุ่มดาวบนท้องฟ้าก็สามารถมองเห็นดาวอังคารได้ด้วยตาเปล่าและไม่ยากเกินไป เพราะปีนี้ดาวอังคารจะเป็นดาวเคราะห์ที่สว่าง ปรากฏมีสีส้มไม่กระพริบแสงหรือกะพริบน้อยมากต่างจากดาวฤกษ์ทั่วไป ต้นเดือนสิงหาคมดาวอังคารจะขึ้นเหนือท้องฟ้าก่อนเวลา 21.00 น. ทางทิศตะวันออกค่อนไปทางทิศใต้เล็กน้อย แล้วเคลื่อนสูงขึ้นจนไปอยู่สูงบนท้องฟ้าทางทิศใต้ในเวลาประมาณ 2.00 น. และเริ่มคล้อยต่ำลงไปทางทิศตะวันตกในเวลาเช้ามืด แต่ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม จะเริ่มเห็นดาวอังคารได้ตั้งแต่เวลาก่อน 19.00 น. เล็กน้อย และอยู่สูงสุดบนท้องฟ้าในเวลาราวเที่ยงคืนครึ่ง

               

หมายเหตุ : * 1 หน่วยดาราศาสตร์ (1 AU) เท่ากับระยะทางเฉลี่ยระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ มีค่าประมาณ 149.6 ล้านกิโลเมตร




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27 สิงหาคม 2008, 10:08:19 pm โดย d@eng » บันทึกการเข้า

แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14177


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 27 สิงหาคม 2008, 09:05:44 pm »

 

ตำแหน่งดาวอังคารบนท้องฟ้า เวลา 23.00 น. ของวันที่ 27 สิงหาคม 2546 ดาวอังคารจะอยู่สูงบนท้องฟ้าในเวลาใกล้เที่ยงคืนและมีขนาดใหญ่กว่าปกติเมื่อดูด้วยกล้องโทรทรรศน์ตลอดช่วงต้นเดือนสิงหาคม-ปลายเดือนกันยายน ไม่จำเป็นว่าจะต้องดูดาวอังคารในคืนวันที่ใกล้ที่สุดเพียงวันเดียว

   

ดาวอังคารมีวงโคจรเป็นรูปวงรีรอบดวงอาทิตย์ ทำให้ระยะห่างระหว่างโลกกับดาวอังคารขณะเข้าใกล้กันมากที่สุดแต่ละครั้งมีค่าแตกต่างกัน

ดาวอังคารใกล้โลก 2548

หากท่านผู้อ่านยังจำได้ ดาวอังคารได้เข้าใกล้โลกมากเป็นพิเศษเมื่อ 2 ปีก่อน ใกล้ที่สุดในรอบเกือบ 60,000 ปี ส่วนในปีนี้ดาวอังคารจะใกล้โลกอีกครั้ง แต่ใกล้กันด้วยระยะห่างมากกว่าครั้งก่อน อย่างไรก็ตาม ดาวอังคารก็ยังมีความสว่างมากและมีขนาดใหญ่กว่าปกติเมื่อดูด้วยกล้องโทรทรรศน์

วันที่ดาวอังคารใกล้โลกมากที่สุด ตรงกับคืนวันที่ 29 ต่อเช้าวันที่ 30 ตุลาคม 2548 ใกล้กันด้วยระยะห่าง 69.4 ล้านกิโลเมตร จากนั้นอีก 1 สัปดาห์ ดาวอังคารจะทำมุม 180 องศากับดวงอาทิตย์ แม้ว่าวันที่ดาวอังคารใกล้โลกที่สุดจะตรงกับวันที่ 30 ตุลาคม แต่หากเทียบขนาดของดาวอังคารในวันนั้นกับกลางเดือนตุลาคมและกลางเดือนพฤศจิก ายน ดาวอังคารมีขนาดไม่ต่างกันมากนักเมื่อดูด้วยกล้องโทรทรรศน์ ดังนั้นวันที่ดูดาวอังคารได้ดีที่สุดจึงไม่ใช่วันที่ดาวอังคารใกล้โลกที่สุด แต่เป็นวันที่ท้องฟ้าปลอดโปร่งแจ่มใส โดยเฉพาะในช่วงระหว่าง 15 วันก่อนและหลังวันที่ใกล้โลกที่สุด

นักดาราศาสตร์ใช้โอกาสนี้ในการสังเกตร่องรอยและปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนพื้นผิวดาวอังคารด้วยกล้องโทรทรรศน์ที่มีกำลังขยายสูงพอสมควร กล้องโทรทรรศน์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3-4 นิ้วร่วมกับเลนส์ตาที่มีคุณภาพดีก็เพียงพอสำหรับดูดาวอังคาร นักดาราศาสตร์ที่เฝ้าดูดาวเคราะห์ส่วนใหญ่พอใจกับกล้องโทรทรรศน์หักเหแสงมากกว่าที่จะใช้กล้องโทรทรรศน์สะท้อนแสง เนื่องจากภาพที่ได้จากกล้องโทรทรรศน์หักเหแสงซึ่งมีเลนส์เป็นองค์ประกอบหลักจะให้ภาพที่คมชัดกว่าภาพที่ได้จากกล้องโทรทรรศน์สะท้อนแสง ขณะเดียวกันกล้องโทรทรรศน์สะท้อนแสงแบบนิวตันและแคสซิเกรนก็ได้รับความนิยมรองลงมา

ในการสังเกตดาวอังคารด้วยกล้องโทรทรรศน์นั้น นักดาราศาสตร์แนะนำว่า ให้เริ่มใช้เลนส์ตาที่มีกำลังขยายต่ำก่อน เพื่อสามารถส่องดูดาวอังคารให้อยู่กลางขอบเขตของภาพ แล้วเปลี่ยนเลนส์ตาให้มีกำลังขยายมากขึ้นจนอยู่ที่ประมาณ 20-25 เท่าของขนาดหน้ากล้องในหน่วยนิ้ว เช่น กล้องโทรทรรศน์ขนาด 3 นิ้ว ให้ใช้กำลังขยายเริ่มต้นที่ประมาณ 60 เท่า เป็นต้น จากนั้นลองเพิ่มกำลังขยายขึ้นไปอีกเรื่อย ๆ จนเริ่มที่จะมองเห็นรายละเอียดบนพื้นผิวของดาวอังคารไม่ชัดเจน จากนั้นลดกำลังขยายลงหนึ่งขั้น เพื่อให้ได้กำลังขยายที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการดูดาวอังคารด้วยกล้องโทรทรรศน์

หลังจากผ่านตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์แล้ว ดาวอังคารจะออกห่างจากโลกมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยังสามารถมองเห็นได้ในท้องฟ้าเวลากลางคืนต่อไปอีก 11 เดือน ก่อนที่ดาวอังคารจะเข้าไปอยู่ในแสงจ้าของดวงอาทิตย์

ร่องรอยบนดาวอังคาร
สิ่งที่เด่นชัดที่สุดบนพื้นผิวของดาวอังคาร คือ น้ำแข็งที่ปกคลุมบริเวณขั้วเหนือและใต้ ซึ่งปีนี้ดาวอังคารจะหันขั้วใต้เข้าหาโลกในช่วงเวลาที่ใกล้โลกที่สุด แกนหมุนของดาวอังคารทำมุมเอียงประมาณ 25 องศากับระนาบวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ ดาวอังคารจึงมีฤดูกาลคล้ายกับโลก และในช่วงเวลานี้ก็เป็นเวลาที่ซีกใต้ของดาวอังคารเข้าสู่ฤดูร้อน น้ำแข็งที่ขั้วใต้จึงกำลังระเหิดและมีขนาดเล็กลง ตรงข้ามกับซีกเหนือที่อยู่ในฤดูหนาว ปัจจุบันขั้วเหนือของดาวอังคารมีน้ำแข็งปกคลุมมากกว่าแต่มองไม่เห็นหรือเห็นเพียงเล็กน้อย เนื่องจากขั้วเหนือกำลังหันออกไปในทิศตรงข้าม

เมื่อน้ำแข็งขั้วใต้เปลี่ยนสถานะเป็นแก๊ส ดาวอังคารจะมีเมฆหมอกและพายุปกคลุมเพิ่มมากขึ้น ที่ผ่านมา นักดาราศาสตร์มักพบว่ามีเมฆสีขาวของผลึกน้ำแข็งเกิดขึ้นบนส่วนที่เป็นภูเขาสูงของดาวอังคาร ปรากฏการณ์ทางอุตุนิยมวิทยาที่สำคัญคือพายุฝุ่น ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าพายุจะเกิดขึ้นเมื่อใด และไม่สามารถพยากรณ์ได้ล่วงหน้า แต่เราจะเห็นพื้นผิวดาวอังคารได้ยากขึ้น หากเกิดพายุฝุ่นอย่างที่เกิดในปี พ.ศ. 2544 เมื่อการใกล้โลกของดาวอังคารที่เกิดขึ้นในปีนี้ผ่านพ้นไป ดาวอังคารจะไม่ใกล้โลกเท่านี้อีกจนกว่าจนถึงปี พ.ศ. 2561

   
 
ดาวอังคารใกล้โลกมากที่สุดทุก ๆ ประมาณ 2 ปีเศษ นักดาราศาสตร์อาศัยช่วงเวลานี้ในการศึกษาดาวอังคาร ดาวเคราะห์ดวงเดียวที่มองเห็นพื้นดินได้ด้วยกล้องโทรทรรศน์บนพื้นโลก วงโคจรที่มีความรีค่อนข้างมาก ทำให้แต่ละคราวที่ดาวอังคารเข้าใกล้โลก มีระยะห่างจากโลกไม่เท่ากัน หากเป็นจังหวะที่ดาวอังคารอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์มากที่สุด ดาวอังคารจะส่องสว่างที่โชติมาตร 1.0 แต่เมื่ออยู่ในเวลาที่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด ดาวอังคารสามารถส่องสว่างสูงสุดได้ถึงโชติมาตร -2.9 ซึ่งสว่างกว่าดาวพฤหัสบดีเสียอีก ภาพนี้เป็นตำแหน่งโลกและดาวอังคารขณะดาวอังคารอยู่ตรงข้ามดวงอาทิตย์ระหว่าง พ.ศ. 2538-2553 แสดงขนาดปรากฏเปรียบเทียบกันในการเข้าใกล้โลกแต่ละครั้ง (ภาพถ่ายจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล)

ดาวอังคารปรากฏบนท้องฟ้าทิศตะวันออก เวลา 2 ทุ่ม

   

เส้นทางการเคลื่อนที่ของดาวอังคารบนท้องฟ้าในกลุ่มดาวแกะและกลุ่มดาววัว ระหว่างเดือนสิงหาคม 2548 - กุมภาพันธ์ 2549

 


 
บันทึกการเข้า

แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14177


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 27 สิงหาคม 2008, 09:45:36 pm »

ดาวเคราะห์ในปี 2548

ดาวพุธ เป็นดาวเคราะห์วงใน จึงปรากฏบนท้องฟ้าเฉพาะเวลาใดเวลาหนึ่งระหว่างเช้ามืดและหัวค่ำ หากช่วงใดมองเห็นได้ในเวลาหัวค่ำก็จะไม่เห็นในเวลาเช้ามืด และหากสังเกตเห็นดาวพุธได้ในเวลาเช้ามืด ก็จะมองไม่เห็นในเวลาหัวค่ำ ถ้าไม่คำนึงถึงฤดูกาลและปริมาณเมฆในท้องฟ้า ช่วงที่ดาวพุธทำมุมห่างจากดวงอาทิตย์และปรากฏบนท้องฟ้ามองเห็นได้ดีในประเทศไทยสำหรับปีนี้ คือ เวลาเช้ามืดของต้นเดือนมกราคม กลางเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม และต้นเดือนถึงกลางเดือนธันวาคม ส่วนช่วงที่มองเห็นได้ดีในเวลาหัวค่ำ คือ ปลายเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกรกฎาคม และอาจพอมองเห็นได้ในปลายเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนพฤศจิกายน

                               

ดาวศุกร์ หลังจากสัปดาห์แรกของเดือนมกราคมที่ดาวศุกร์อยู่ใกล้กับดาวพุธ เราจะไม่สามารถมองเห็นดาวศุกร์ได้เกือบตลอดครึ่งแรกของปีเนื่องจากมีตำแหน่งใกล้ดวงอาทิตย์ ดาวศุกร์จะกลับมาปรากฏบนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำเป็น "ดาวประจำเมือง" ทางทิศตะวันตกตั้งแต่เดือนมิถุนายนในกลุ่มดาวคนคู่ พร้อมกันนั้นจะมีตำแหน่งใกล้กับดาวพุธและดาวเสาร์ จากนั้นดาวศุกร์จะมีมุมเงยสูงขึ้นอย่างช้า ๆ ในเวลาเดียวกันของแต่ละวัน

ตลอดเดือนกรกฎาคม-กันยายน ดาวศุกร์จะเคลื่อนจากกลุ่มดาวปูไปยังกลุ่มดาวสิงโต กลุ่มดาวหญิงสาว และกลุ่มดาวตาชั่ง (ผ่านใกล้ดาวพฤหัสบดีในวันที่ 1-2 กันยายน) จากนั้นตลอด 3 เดือนสุดท้ายของปี ดาวศุกร์จะเคลื่อนผ่านกลุ่มดาวแมงป่อง กลุ่มดาวคนแบกงู กลุ่มดาวคนยิงธนู และกลุ่มดาวแพะทะเล โดยทำมุมห่างจากดวงอาทิตย์มากที่สุดในวันที่ 4 พฤศจิกายน หลังจากวันนั้น ดาวศุกร์จะเริ่มเคลื่อนที่เข้าหาดวงอาทิตย์ หายลับไปจากท้องฟ้าเวลาหัวค่ำในช่วงที่เข้าสู่ปีใหม่ 2549

ดาวอังคาร อยู่ในท้องฟ้ามองเห็นได้ดีในเวลาเช้ามืดตลอด 10 เดือนแรกของปี เคลื่อนจากกลุ่มดาวแมงป่องเข้าสู่กลุ่มดาวคนแบกงู กลุ่มดาวคนยิงธนู กลุ่มดาวแพะทะเล กลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ กลุ่มดาวปลา และกลุ่มดาวแกะ ดาวอังคารจะเข้าใกล้โลกมากขึ้นเรื่อยๆ และมีความสว่างเพิ่มขึ้นทีละน้อย จากที่ต้นปีมีโชติมาตร +1.6 ปลายเดือนมิถุนายน จะเห็นดาวอังคารมีความสว่างที่โชติมาตร +0.0 ใกล้เคียงกับดาวเวกาในกลุ่มดาวพิณ และมีขนาดเชิงมุมประมาณ 9 พิลิปดา

เดือนกันยายน หากสภาพอากาศเอื้ออำนวย จะเห็นดาวอังคารสุกสว่างใกล้เคียงกับดาวซิริอัส ดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุดในท้องฟ้าเวลากลางคืน และเป็นช่วงที่ดาวอังคารขึ้นเหนือขอบฟ้าตะวันออกตั้งแต่เวลาประมาณ 4 ทุ่ม ดาวอังคารยังคงมีความสว่างเพิ่มขึ้นและปรากฏขนาดใหญ่ขึ้นเมื่อดูผ่านกล้องโทรทรรศน์ โดยจะมีขนาดใหญ่ที่สุดและสว่างที่สุดในคืนวันที่ 30 ตุลาคม ด้วยขนาดเชิงมุม 20.2 พิลิปดา และมีโชติมาตร -2.3 ห่างจากกระจุกดาวลูกไก่ประมาณ 13 องศา ซึ่งเป็นการเข้าใกล้โลกมากที่สุดในรอบ 2 ปี ต่อมาในวันที่ 7 พฤศจิกายน ดาวอังคารจึงจะผ่านตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ ช่วงเวลานี้ดาวอังคารจะปรากฏบนท้องฟ้าตลอดทั้งคืน ตั้งแต่หลังดวงอาทิตย์ตกจนถึงก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น (วันที่ดาวอังคารเข้าใกล้โลกที่สุดกับวันที่อยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ห่างกัน 8 วัน เนื่องจากดาวอังคารมีวงโคจรเป็นวงรีเล็กน้อย) หลังจากนั้นเราจะเห็นดาวอังคารได้ตั้งแต่ท้องฟ้าเริ่มมืดในเวลาหัวค่ำ ก่อนสิ้นปี 2548 ดาวอังคารจะมีขนาดเชิงมุมลดลงเหลือ 12.1 พิลิปดา และมีความสว่างลดลงไปอยู่ที่โชติมาตร -0.6 (ใกล้เคียงกับดาวคาโนปัส ดาวฤกษ์ที่สว่างเป็นลำดับ 2) มีทิศทางปรากฏอยู่ในกลุ่มดาวแกะไปจนถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2549

                                 

ดาวพฤหัสบดี อยู่ในกลุ่มดาวหญิงสาวเกือบตลอดทั้งปี ต้นปี 2548 เป็นช่วงที่สามารถสังเกตดาวพฤหัสบดีได้ดีที่สุด เพราะดาวพฤหัสบดีมีตำแหน่งบริเวณที่อยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ เดือนมกราคม-มีนาคมจะเห็นดาวพฤหัสบดีได้ดีในเวลาเช้ามืด เมื่อถึงเดือนเมษายน ดาวพฤหัสบดีจะส่องสว่างมากที่สุดด้วยโชติมาตร -2.5 ขณะที่เข้าใกล้โลกที่สุด หลังจากนั้นจะมองเห็นดาวพฤหัสบดีได้ทุกคืนในเวลาหัวค่ำไปจนถึงเดือนกันยายน ก่อนที่ดาวพฤหัสบดีจะหายเข้าไปในแสงสว่างจ้าของดวงอาทิตย์ ดาวพฤหัสบดีจะกลับมาปรากฏในท้องฟ้าทิศตะวันออกเวลาเช้ามืดในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนและมองเห็นได้ในเวลานี้ไปจนถึงสิ้นปี ซึ่งเป็นเวลาที่ดาวพฤหัสบดีกำลังจะเข้าสู่กลุ่มดาวตาชั่ง

ดาวเสาร์ อยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์และใกล้โลกที่สุดในเดือนมกราคม จึงมองเห็นได้นับตั้งแต่หลังดวงอาทิตย์ตกไปจนถึงเช้ามืด โดยมีตำแหน่งอยู่ในกลุ่มดาวคนคู่ตลอดครึ่งปีแรก เราสามารถสังเกตดาวเสาร์ได้ในเวลาหัวค่ำจนถึงประมาณปลายเดือนมิถุนายน ก่อนที่ดาวเสาร์จะเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ จากนั้นดาวเสาร์จะปรากฏในท้องฟ้าเวลากลางคืนอีกครั้งตั้งแต่เช้ามืดของกลางเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป ซึ่งเป็นเวลาที่ดาวเสาร์มีทิศทางอยู่ในกลุ่มดาวปู ส่องสว่างด้วยโชติมาตร +0.3 และจะเคลื่อนผ่านใกล้กระจุกดาวรังผึ้งในกลางเดือนกันยายน

ดาวยูเรนัส อยู่ในกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ ขณะที่ ดาวเนปจูน อยู่ในกลุ่มดาวแพะทะเล ผู้ที่มีกล้องสองตาและกล้องโทรทรรศน์ สามารถเริ่มสังเกตดาวเคราะห์ทั้งสองดวงนี้ได้ในเวลาเช้ามืดตั้งแต่เดือนพฤษภาคม หากท้องฟ้าแจ่มใสจะมองเห็นดาวยูเรนัสและดาวเนปจูนได้ดีที่สุดในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ดาวเคราะห์ทั้งสองอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ และจะสังเกตการณ์ต่อไปได้ในเวลาหัวค่ำจนถึงสิ้นปี

ดาวพลูโต มีโชติมาตร 14 ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และมองเห็นได้ยากด้วยกล้องโทรทรรศน์ อยู่ในกลุ่มดาวงูตลอดปีนี้

ภาพจำลองจากโปรแกรม Starry Night แสดงภาพสว่างและขนาดปรากฏเปรียบเทียบกันของดาวเคราะห์ในรอบปี 2548



ตำแหน่งดาวเคราะห์ตามมุมห่างจากดวงอาทิตย์ตลอดปี 2548 แผนภาพนี้ช่วยให้สามารถเห็นภาพรวมคร่าว ๆ ของการปรากฏของดาวเคราะห์ในแต่ละวัน เส้นตรงกลางในแนวตั้ง คือ ตำแหน่งของดวงอาทิตย์ แถบที่แผ่ออกไปสองข้างจากแนวกลาง คือ ส่วนที่มีแสงอาทิตย์รบกวน แกนนอนคือมุมห่าง แกนตั้งคือวันในแต่ละเดือน แถบที่พาดในแนวทแยงบอกขอบเขตของกลุ่มดาวจักรราศี เมื่อดาวเคราะห์อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ไปทางตะวันตก (ขวามือ) แสดงว่ามองเห็นได้ดีในเวลาเช้ามืด ในทางตรงกันข้าม เมื่อดาวเคราะห์อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ไปทางตะวันออก (ซ้ายมือ) แสดงว่ามองเห็นได้ดีในเวลาหัวค่ำ ดาวเคราะห์วงนอกจะอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์เมื่อทำมุม 180 องศา แสดงว่าเป็นช่วงเวลาที่ดาวเคราะห์ดวงนั้นสว่างและใกล้โลกที่สุดในรอบปี


[img][http://thaiastro.nectec.or.th/skyevnt/planets/img/2005planets-chart.png/img]


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27 สิงหาคม 2008, 10:10:11 pm โดย d@eng » บันทึกการเข้า

nukoy99
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +12/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2122


scrolly_99@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: 28 สิงหาคม 2008, 01:08:09 am »

อืม ๆ ก็ดูทุกวันนะท้องฟ้าดูความเปลี่ยนแปลง แต่ไม่ละเอียดขนาดนี้อะ

ที่แน่ ๆ ช่วงนี้มะได้ดูเพราะฝนตกทุกวัน 555

แต่ชอบค่ะ เรื่องพวกนี้ ขอบคุณค่ะพี่แดง
บันทึกการเข้า

ค่าของคนอยู่ที่ผลงาน...แต่ผลงานที่ได้ก็ไม่ได้วัดค่าของคนได้เสมอไป..
แมวอ้วน1422
Auther
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +6/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 962


แมวอ้วน1422


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 28 สิงหาคม 2008, 02:19:51 am »

แต่ล่ะวันที่แสนวุ่นวาย..หากออกมาชนบทเงียบๆ แล้วแหงนหน้ามองท้องฟ้าดูดาว..จะเห้นดาวเต็มไปหมด..ในความมืดที่สงบ...
แล้วจิตใจสงบหน่อยครับ เวลานั่งมองท้องฟ้านี่...


คนที่ได้เห้นดาวเต็มฟ้า  ในเมืองนั้น หายากครับ...

 ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: