หน้าแรกบอร์ด
ช่วยเหลือ
ค้นหา
ปฏิทิน
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
» ยินดีต้อนรับคุณ,
บุคคลทั่วไป
กรุณา
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว:
พ.จ.ต. สุเทพ อิ่มเอิบ อีเมล
s_dmax@yahoo.com
รุ่น22 เออรี่ปี51 เบอร์โทรบ้าน 027512367 มือถิอ 0853386520 เปิดร้านขายซุบหางวัวอยู่ที่ ต.บางพลีใหญ่ สมุทรปราการถ้าผ่านมาแวะมาลองชิมกันได้
บ้านเลขที่ 22
>
พุทธศาสนา
>
พุทธศาสนา
>
ความหมายของการตักบาตร
หน้า: [
1
]
ลงล่าง
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
พิมพ์
ผู้เขียน
หัวข้อ: ความหมายของการตักบาตร (อ่าน 2765 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
ความหมายของการตักบาตร
«
เมื่อ:
22 สิงหาคม 2008, 07:35:19 am »
ตักบาตร
ความสำคัญ
การตักบาตร คือ การถวายอาหารแด่พระภิกษุสามเณร รูปเดียวหรือหลายรูป จะปฏิบัติ
เป็นประจำหรือเป็นครั้งคราวก็ได้
การตักบาตร เป็นประเพณีที่พุทธศาสนิกชนควรปฏิบัติ เพราะเป็นการให้กำลังแก่พระภิกษุสามเณร ให้ได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนประพฤติปฏิบัติธรรมตามพระธรรมวินัย ได้สั่งสอนประชาชนเป็นการสืบต่อพระพุทธศาสนาให้มั่นคงถาวรสืบไป
และจะเป็นผลดีต่อผู้ปฏิบัติด้วย เพราะจะทำให้ผู้ตักบาตรเป็นผู้ให้ ผู้สละ มีจิตใจเบิกบานสบายใจ ยิ่งกว่านั้น ตามความเชื่อถือตั้งแต่โบราณ เชื่อว่าเป็นการแผ่ส่วนกุศลให้กับญาติผู้ล่วงลับไปแล้ว โดยเชื่อกันว่าอาหารที่ถวายไปนั้นจะส่งถึงญาติผู้ล่วงลับด้วย
การทำบุญตักบาตร มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล เมื่อพระพุทธองค์ทรงผนวชใหม่ๆ ยังไม่ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ขณะที่พระพุทธองค์เสด็จบิณฑบาตผ่านกรุงราชคฤห์ เมืองหลวงของแคว้นมคธ ชาวเมืองเห็นพระมาบิณฑบาต ก็ชวนกันนำอาหารมาตักบาตรเป็นครั้งแรก
และเมื่อพระพุทธองค์ตรัสรู้ใหม่ๆ ประทับอยู่ที่ดงไม้เกด มีพ่อค้า 2 คน นำข้าวสัตตุก้อน และสัตตุผง ซึ่งเป็นเสบียงสำหรับการเดินทางเข้าไปถวาย พระพุทธองค์ทรงรับไว้ด้วยบาตร นี่ก็เป็นที่มาของการตักบาตรทางพระพุทธศาสนาด้วยอีกประการหนึ่ง
กฎของพระภิกษุ
พระภิกษุจะออกบิณฑบาตทุกวัน อันเนื่องมาจากกฎที่มีอยู่ว่า พระภิกษุไม่สามารถที่จะเก็บอาหารข้ามคืนได้
เวลาที่พระภิกษุออกบิณฑบาต พระภิกษุจะใช้ 2 มือประคองบาตรเอาไว้ แล้วเดินในกิริยาสำรวม พระภิกษุจะไม่เอ่ยปากขออาหารจากผู้คน หรือแสดงกิริยาในการขอ
โดยส่วนมาก ช่วงเวลาที่พระภิกษุออกบิณฑบาตคือ ช่วงเช้ามืด (ประมาณ 5 นาฬิกา) จนถึงก่อน 7 นาฬิกา เพราะช่วงเวลา 7 นาฬิกา จะเป็นช่วงเวลาที่พระภิกษุฉันอาหารมื้อเช้า
เมื่อมีคนให้ทาน พระภิกษุต้องรับทานที่คนให้ทั้งหมด ไม่สามารถที่จะเลือกได้ว่า จะรับหรือไม่รับ หรือบอกกับผู้คนว่า ตนต้องการรับสิ่งนั้นสิ่งนี้
แต่อย่างไรก็ตาม มีทานบางชนิดที่พระภิกษุไม่ต้องรับ คือ
1. ทานที่ได้มาโดยวิธีการทุจริต เช่น ได้มาจากการขโมย และพระภิกษุรู้ว่าบุคคลผู้นั้นได้ขโมยของนั้น เพื่อที่จะนำมาให้ทานแก่ตน
2. เนื้อสัตว์ที่ต้องห้ามตามหลักศาสนาพุทธ เช่น เนื้อคน, เนื้อช้าง เป็นต้น
3. เนื้อสัตว์ที่ได้มาจากการที่บุคคลตั้งใจที่จะฆ่าสัตว์ โดยมีจุดประสงค์หลักคือเพื่อที่จะนำเนื้อมาถวายพระภิกษุโดยเฉพาะ และพระภิกษุรู้ว่าเนื้อนั้นมาจากการฆ่า เพื่อที่จะนำมาถวายตนโดยเฉพาะ
4. ผลไม้ที่มีเมล็ด เพราะถือว่าเมล็ดนั้นยังสามารถที่จะให้กำเนิดชีวิตได้ ถ้าจะถวายต้องเอาเมล็ดออกเสียก่อน
5. วัตถุดิบในการปรุงอาหาร เช่น ข้าวสาร, แป้ง เพราะตามหลักของศาสนาพุทธนั้น ไม่อนุญาตที่จะให้พระภิกษุประกอบอาหาร
อนึ่ง ในปัจจุบัน กฎข้อที่ 4 และ 5 สามารถอนุโลมได้ เนื่องจากชีวิตในสังคมปัจจุบันที่เร่งรีบ ทำให้ผู้คนไม่อาจมีเวลาเตรียมอาหาร หรือแกะเมล็ดออกจากผลไม้ และในวัดไกลๆ ผู้ที่ทำหน้าที่ในการเตรียมอาหาร ก็จะเป็นหน้าที่ของเด็กวัด
ปางอุ้มบาตร เป็นชื่อเรียกของพระพุทธรูปลักษณะ ทำนั่งขัดสมาธิอย่างปางสมาธิ หรือท่ายืน พระหัตถ์ทั้งสองประคองถือบาตร เป็นพระพุทธรูปประจำวันเกิด ของคนที่เกิดวันพุธ(กลางวัน)
บาตรที่ตรงตามหลักพระธรรมวินัย
บาตร เป็นภาชนะจำเป็นของพระภิกษุ ที่จะขาดเสียมิได้ นับเข้าไว้อยู่ในจำนวนเครื่องจำเป็นของพระภิกษุ ซึ่งมี 8 อย่าง หรือเครื่อง "อัฐบริขาร" ได้แก่ สบง(ผ้านุ่ง) จีวร(ผ้าห่ม) สังฆาฏิ (ผ้าพาดบ่า) ประคดเอว บาตร มีดโกนหรือมีดตัดเล็บ เข็ม และกระบอกกรองน้ำ
หมายเหตุ : ไม่มี เสื่อ หมอน ร่ม รองเท้า สบู่ ขันน้ำ หรือตาลปัตร อยู่ในเครื่องอัฐบริขารสมัยดั้งเดิมจนถึงสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ?ตาลปัตรมาเพิ่มขึ้น ในสมัยปัจจุบัน(ในบางท้องถิ่น)
แม้ว่าปัจจุบันจะมีการผลิตบาตรพระหลายรูปแบบออกมาจำหน่าย แต่บาตรพระที่มีลักษณะตรงตามหลักพระธรรมวินัย ที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ มี 2 ชนิดเท่านั้น คือ ?บาตร ดินเผา? และ ?บาตรเหล็กรมดำ? โดยควรมีขนาด 7-11 นิ้ว อีกทั้งพระพุทธองค์ ยังทรงบัญญัติห้ามไม่ให้พระภิกษุใช้บาตรที่ทำจากโลหะหรือวัสดุที่มีมูลค่าสูง เช่น ทอง เงิน ทองเหลือง ทองแดง อัญมณี และแก้วผลึกต่างๆ แม้แต่บาตรที่ทำจากดีบุก สังกะสี หรือไม้ ก็ใช้ไม่ได้
อย่างไรก็ดี ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ในปัจจุบันวัดบางแห่งจึงอนุโลมให้ใช้ บาตรที่ทำจากสแตนเลส เนื่องจากสะดวกในการดูแลรักษาและทำความสะอาดง่าย จึงเป็นที่นิยมในหมู่สงฆ์
ส่วนฝาบาตรนั้น ในสมัยพุทธกาลจะทำจากไม้ แต่ปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้ ฝาสแตนเลสแทน เนื่องจากฝาบาตรที่ทำจากไม้มีปัญหาแตกหักง่าย แต่พระระดับเกจิ ในภาคอีสานบางรูป ก็ยังคงใช้ฝาบาตรที่ทำขึ้นจากไม้อยู่ โดยนำไม้มะค่าหรือไม้ประดู่ มากลึงให้ได้รูปทรงเข้ากับตัวบาตร
นอกจากนั้นพระพุทธเจ้ายังทรงบัญญัติว่า ห้ามพระภิกษุใช้บาตรที่มีขนาดเกิน 11 นิ้ว เนื่องจากในสมัยพุทธกาล มีภิกษุรูปหนึ่งโลภมาก จึงใช้บาตรลูกใหญ่ในการบิณฑบาต หากบิณฑบาตได้อาหารดีๆ ก็จะนำไปซ่อนไว้ลึกๆใต้ก้นบาตร เพื่อที่จะได้ฉันคนเดียว แต่เมื่อฉันไม่หมด อาหารจำนวนมากก็เน่าเสีย ต้องเททิ้ง ขณะที่พระบางรูป ไม่มีอาหารจะฉัน
พระพุทธเจ้าทราบดังนั้น จึงทรงบัญญัติ ?ห้ามไม่ให้ใช้บาตรที่มีขนาดใหญ่เกินไป?
พระพุทธเจ้าได้ทรงบัญญัติพระธรรมวินัย เกี่ยวกับการใช้บาตรของพระภิกษุสงฆ์ ไว้หลายประการ เช่น ในการบิณฑบาตให้พระภิกษุรับบาตรได้ไม่เกิน 3 บาตร ซึ่งหมายถึงว่า เมื่อบิณฑบาตจนเต็มแล้ว สามารถถ่ายของออกจากบาตร และรับบาตรได้อีกไม่เกิน 3 ครั้ง
เวลาบิณฑบาต ห้ามสะพายบาตรไว้ด้านหลัง เพื่อป้องกันไม่ให้บาตร ไปชนอะไรแตกหักเสียหาย, ห้ามเปิดประตูขณะที่มือถือบาตรอยู่ เพราะอาจทำให้บาตรหล่นและแตกหักได้ ต้องวางบาตรให้ เรียบร้อยก่อน แล้วจึงค่อยเปิดประตู
ขณะที่ถือบาตรอยู่ ห้ามห่มจีวร ต้องวางบาตรให้เรียบร้อยก่อน จึงจะทำการขยับหรือนุ่งห่มจีวร
ห้ามวางบาตรชิดขอบโต๊ะ โดยต้องวางให้ห่างจากขอบโต๊ะ อย่างน้อย 1 ศอก เพื่อป้องกันบาตร ตกแตกเสียหาย
ส่วนสีของบาตรพระ ส่วนใหญ่จะนิยมสีดำเป็นหลัก โดยนำบาตรไปเผาจนดำ รอให้เย็น จากนั้นจึงนำน้ำยาที่ทำจากส่วนผสมของใบขี้เหล็ก แอลกอฮอล์ และชะแล็ก มาทาให้ทั่วทั้งด้านนอกและด้านในบาตร ตากให้แห้ง แล้วนำไปรมควันอีกครั้ง ถ้าอยากให้สีดำสนิทก็ให้ทาน้ำยา หลายๆเที่ยว นอกจากนั้น ปัจจุบันยังมีการทำให้เกิดลวดลาย ด้วยการใช้ค้อนค่อยๆตีให้ขึ้นลาย ซึ่งเรียกกันว่า ?
บาตรตีเม็ด?
สำหรับราคาของบาตรพระ ขึ้นอยู่กับขนาดและวิธีการทำ บาตรบุ (บาตรที่ทำขึ้นด้วยมือ ประกอบด้วยเหล็ก 8 ชิ้นนำมาเชื่อมต่อกัน มิใช่บาตรหล่อหรือปั๊ม ซึ่งผลิตด้วยเครื่องจักร) จะมีราคาแพงกว่า บาตรปั๊มสแตนเลส โดยบาตรขนาด 7 นิ้ว หากเป็นบาตรบุ ราคา 900 บาท ส่วนบาตรปั๊ม มีราคา 600 กว่าบาท บาตรขนาด 8.5 นิ้ว บาตรบุ ราคา 1,400 บาท ส่วนบาตรปั๊ม ราคา 650 บาท สำหรับบาตรขนาดมาตรฐาน 9 นิ้ว บาตรบุ ราคา 1,500 บาท และบาตรปั๊ม ราคา 1,700 บาท
การบิณฑบาต
โดยปกติ พระภิกษุสามเณรจะเดินเรียงลำดับอาวุโส เป็นแถวตอน ไปบิณฑบาตตามละแวกบ้าน เมื่อถึงหมู่บ้านที่ชาวบ้านกำลังรออยู่ ก็จะยืนเรียงเป็นแถว แต่ในกรุงเทพฯ หรือในบางจังหวัด พระภิกษุสามเณรมักจะเดินไปตามลำพัง ไม่ได้เดินเรียงเป็นแถว ทั้งนี้เพราะพระภิกษุสามเณรในกรุงเทพฯ มีเป็นจำนวนมาก รถบนถนนก็มีเป็นจำนวนมาก จึงไม่สะดวกที่จะเดินเรียงแถวกันไป และผู้ที่จะนำอาหารมาตักบาตร จะตักบาตรได้ไม่ครบทุกรูปด้วย
เมื่อพระภิกษุสามเณรต้องออกบิณฑบาตตอนเช้าทุกวัน ชาวบ้านก็มักจะตักบาตรทุกวัน แต่บางคนจะตักบาตรเฉพาะในรอบวันเกิดประจำปี จะตักบาตรพระจำนวนเท่าอายุหรือเกินกว่าอายุ ถ้าเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ก็มักจะพากันไปทำบุญตักบาตรที่วัด
แต่ในบางครั้ง เช่น ในเทศกาลปีใหม่ เทศกาลสงกรานต์ หรือเทศกาลพิเศษขององค์กร ก็จะมีการชุมนุมตักบาตรกันในที่ที่กำหนดไว้ เช่น สนามหลวง พุทธมณฑล ในโรงเรียน หรือในองค์กร แล้วแต่จะนัดหมายกัน
นอกจากนั้น ยังมีการตักบาตรที่มีชื่อเฉพาะอีก เช่น ตักบาตรเทโว ตักบาตรข้าวสาร และตักบาตรดอกไม้ธูปเทียน เป็นต้น
การตักบาตรในวันพระ โดยทั่วไปพระภิกษุจะไม่มีการออกบิณฑบาตในวันพระ ชาวพุทธ จะนิยมไปทำบุญตักบาตรกันที่วัด ในวันพระ ขึ้น/แรม 8/15ค่ำ
และวันนั้น พระภิกษุจะมีการเทศนาธรรมที่วัด และยังจะได้พบปะเพื่อนฝูง ญาติธรรม แสดงออกถึงความสามัคคีของคนในชุมชนที่ได้มาทำกิจกรรมร่วมกันที่วัด
การตักบาตร เป็นสังฆทาน
การตักบาตร เป็นสังฆทานอย่างหนึ่ง เป็นการถวายของให้พระโดยไม่เจาะจง จึงควรจะตั้งใจไว้ตั้งแต่ทีแรกเลยว่า จะไม่เลือกพระภิกษุสงฆ์สามเณรรูปหนึ่งรูปใด เมื่อพระภิกษุสามเณรรูปใดผ่านมา ก็ตั้งใจตักบาตรแก่พระภิกษุสามเณรรูปนั้น และรูปอื่นๆ ไปตามลำดับ โดยควรปฏิบัติดังนี้
1. จัดเตรียมอาหารที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ ใส่ภาชนะเรียบร้อย มากหรือน้อยตามความต้องการ
2. นำอาหารที่เตรียมไว้ ไปคอยตักบาตรตรงทางที่พระภิกษุเดินผ่าน โดยก่อนจะตักบาตร ควรจะตั้งจิตถวายด้วยความศรัทธาและเคารพ กล่าวคือ นำ ขันข้าว และถาดอาหาร มาจบที่ศีรษะแล้วอธิษฐาน
3. ขณะที่ตักบาตร ควรอยู่ในอาการสำรวมและเคารพ ควรจะถอดรองเท้า(เพราะพระสงฆ์สามเณรจะถอดรองเท้าขณะออกบิณฑบาต) ควรจะสวมเสื้อผ้าสะอาด ไม่โป๊ เมื่อตักบาตรเสร็จแล้ว ควรแสดงความเคารพด้วยการยกมือไหว้ หากต้องใช้มือหยิบข้าวเหนียวใส่ในบาตร ควรจะล้างมือและเช็ดมือให้แห้ง
4. หลังจากตักบาตร แล้วพระจะให้พร ผู้ที่ตักบาตรจะประนมมือรับพร (โดยปกติ จะนิยมคุกเข่าหรือนั่งยองๆ ประนมมือ) ขณะที่ให้พร ผู้ตักบาตรอาจจะกรวดน้ำเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติผู้ล่วงลับ (การกรวดน้ำนั้น อาจจะกระทำในขณะที่พระให้พรหรือหลังจากการตักบาตรเสร็จสิ้นก็ได้)
คำอุทิศส่วนกุศลในการตักบาตร จะใช้ภาษาบาลีหรือภาษาไทยก็ได้ ดังนี้
"สุทินนัง วะตะเม ทานัง อาสะวักขะยาวะหัง โหตุ" ?แปลว่า ?ทานของเราให้แล้วด้วยดี ขอจิตข้าพเจ้าจงสิ้นจาก อาสวกิเลสเทอญ"
หรือ ? อิทัง เม ญาตินัง โหตุ? ?.แปลว่า ?ขออุทิศส่วนแห่งบุญกุศล จงสัมฤทธิ์ผลแก่ญาติของข้าพเจ้าด้วยเทอญ?
อนึ่ง การตักบาตรจะสมบูรณ์พร้อม เมื่อประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ คือ
1. เตรียมใจให้พร้อมก่อนจะตักบาตร ข้อนี้ถือว่าสำคัญมาก เพราะบุญที่แท้จริง จะอยู่ที่ใจของผู้ตักบาตร
พระท่านแนะนำว่า ให้รักษาเจตนาบริสุทธิ์ทั้ง 3 ขณะ คือ
? ก่อนถวาย ตั้งใจเสียสละอย่างแท้จริง
? ขณะถวาย มีจิตใจเลื่อมใส และถวายด้วยความเคารพ
? หลังจากถวาย ต้องยินดีในทานของตนเอง มีจิตใจเบิกบาน ไม่รู้สึกว่าเสียดายสิ่งของ หรือไม่รู้สึกผิด ว่าน่าจะทำให้ดีกว่านี้
เพราะหากใจไม่บริสุทธิ์ทั้ง 3 ขณะ จะทำให้จิตใจของผู้ให้ เศร้าหมอง วิตกกังวล และไม่เบิกบาน
ฉะนั้น ถ้าหากจิตใจของผู้ให้ ยังไม่พร้อมที่จะตักบาตร ก็ไม่ควรจะฝืนใจตักบาตร ในช่วงเวลานั้น เพราะยังมีโอกาสและยังมีวิธีทำบุญ วิธีสละกิเลส และวิธีทำจิตใจให้ผ่องใส ในโอกาสอื่น และโดยวิธีอื่นอีกมาก
2. ผู้รับ คือ พระภิกษุสามเณร เป็นผู้สำรวมระวัง มีข้อวัตรปฏิบัติที่ดีงามตามพระธรรมวินัย ใฝ่ศึกษาเล่าเรียน นำมาบอกกล่าวแนะนำสั่งสอนประชาชน และเป็นผู้ประพฤติปฏิบัติเพื่อบรรเทาราคะ โทสะ โมหะจนสามารถ ละขาดได้
3. สิ่งของที่จะถวาย จะต้องได้มาด้วยวิธีสุจริต ไม่เบียดเบียนต่อคนใกล้ชิดและทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน และสิ่งของนั้นจะต้องเหมาะสมต่อพระภิกษุสามเณร
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
มารจอมยุทธ อสรพิษหมื่นปี
สมาชิกเว็บไซต์
Sr. Member
คะแนนจิตพิสัย +1/-204
ออฟไลน์
กระทู้: 413
-:- พลังฝัน พลังใจ..
Re: ความหมายของการตักบาตร
«
ตอบ #1 เมื่อ:
15 กันยายน 2008, 05:44:27 pm »
อยู่ที่นั่น เจ๊แดงได้ใส่บาตรไหม ?
หรือว่าไม่มีพระเลย
บันทึกการเข้า
-:- ชีวิตเหมือนบทความบทหนึ่ง
ตอนท้ายของบทความแต่ละบท แต่ละตอน
มีการใช้จุด ใช้เครื่องหมายอัศเจรีย์
และบางคนก็ใช้เครื่องหมายปรัศนีย์มาปิดท้าย -:-
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
Re: ความหมายของการตักบาตร
«
ตอบ #2 เมื่อ:
15 กันยายน 2008, 08:19:40 pm »
แดงอยู่ที่นี่ ไม่มีวัดเลยค่ะ มารจอมยุทธ
เอาเป็นว่า มารจอมยุทธ ใส่บาตร แทนแดงด้วยนะ
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
admin
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +31/-1
ออฟไลน์
กระทู้: 3661
Re: ความหมายของการตักบาตร
«
ตอบ #3 เมื่อ:
15 กันยายน 2008, 10:43:55 pm »
ข้าวขันเดียวดาย ลูกขอถวายเป็นทาน
ชาตินี้ชาติหน้า อย่าได้มัวหมอง
ข้าวทิพย์ขันทอง ลูกทำมาเอง
พระพุทธช่วยจำ พระธรรมช่วยแจ้ง
เทวาทุกแห่งทั่วทุกชั้นฟ้า สังฆังเจ้าข้ายกให้ถึงมือ
นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ
ขอบคุณ มารจอมยุทธ อสรพิษหมื่นปี ที่ช่วยแก้ไขครับ
( ชื่อไม่น่าเก่งเรื่องธรรมะ นะครับ ... 55
)
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 กันยายน 2008, 04:58:37 am โดย admin
»
บันทึกการเข้า
สินค้าน่าสนใจ
|
สายนาฬิการาคาถูก
|
อุปกรณ์เครื่องครัว
|
สินค้าคนไทย สู่ตลาดโลก
|
ชมรมคนขายของมือสอง
มารจอมยุทธ อสรพิษหมื่นปี
สมาชิกเว็บไซต์
Sr. Member
คะแนนจิตพิสัย +1/-204
ออฟไลน์
กระทู้: 413
-:- พลังฝัน พลังใจ..
Re: ความหมายของการตักบาตร
«
ตอบ #4 เมื่อ:
16 กันยายน 2008, 04:52:15 am »
อ้างจาก: admin ที่ 15 กันยายน 2008, 10:43:55 pm
ข้าวขันเดียวดาย ลูกขอถวายเป็นทาน
ชาตินี้ชาติหน้า อย่าได้มัวหมอง
ข้าวทิพย์ขันทอง ลูกทำมาเอง
พระพุทธช่วยจำ พระทำช่วยแจ้ง
เทวาทุกแห่งทั่วทุกชั้นฟ้า สังฆังเจ้าข้ายกให้ถึงมือ
นิพพาน ปะติโยโหตุ
ไม่รู้ถูกหรือเปล่านะ แม่สอนตั้งแต่เด็ก ๆ เวลาตักบาตร
ผิดตรง "พระพุทธช่วยจำ พระธรรมช่วยแจ้ง" และ (ทำ = ธรรม เป็นคำพ้องเสียงก็ได้บุญเหมือนกัน)
นิพพาน ปะติโยโหตุ
ที่ถูกคือ
"
นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ
" แบบนี้แหล่ะครับ
บันทึกการเข้า
-:- ชีวิตเหมือนบทความบทหนึ่ง
ตอนท้ายของบทความแต่ละบท แต่ละตอน
มีการใช้จุด ใช้เครื่องหมายอัศเจรีย์
และบางคนก็ใช้เครื่องหมายปรัศนีย์มาปิดท้าย -:-
มารจอมยุทธ อสรพิษหมื่นปี
สมาชิกเว็บไซต์
Sr. Member
คะแนนจิตพิสัย +1/-204
ออฟไลน์
กระทู้: 413
-:- พลังฝัน พลังใจ..
Re: ความหมายของการตักบาตร
«
ตอบ #5 เมื่อ:
16 กันยายน 2008, 04:55:52 am »
อ้างจาก: d@eng ที่ 15 กันยายน 2008, 08:19:40 pm
แดงอยู่ที่นี่ ไม่มีวัดเลยค่ะ มารจอมยุทธ
เอาเป็นว่า มารจอมยุทธ ใส่บาตร แทนแดงด้วยนะ
ได้ครับ เพราะไปวัดทุกวันพระ..............
หากชาตินี้แม้นไม่ได้เดินคู่ โฉมตรูอยู่คนละขั้วโลก
เจ๊เข๊นรถ เราจะหักพวงมาลัย
โอ๊ย !!!! สุภาพบุรุษสุด ๆ อิอิอิ
บันทึกการเข้า
-:- ชีวิตเหมือนบทความบทหนึ่ง
ตอนท้ายของบทความแต่ละบท แต่ละตอน
มีการใช้จุด ใช้เครื่องหมายอัศเจรีย์
และบางคนก็ใช้เครื่องหมายปรัศนีย์มาปิดท้าย -:-
MAy
Sr. Member
คะแนนจิตพิสัย +2/-0
ออฟไลน์
กระทู้: 256
prove them wrong
Re: ความหมายของการตักบาตร
«
ตอบ #6 เมื่อ:
05 ตุลาคม 2008, 04:17:50 am »
อ้างจาก: มารจอมยุทธ อสรพิษหมื่นปี ที่ 16 กันยายน 2008, 04:55:52 am
อ้างจาก: d@eng ที่ 15 กันยายน 2008, 08:19:40 pm
แดงอยู่ที่นี่ ไม่มีวัดเลยค่ะ มารจอมยุทธ
เอาเป็นว่า มารจอมยุทธ ใส่บาตร แทนแดงด้วยนะ
ได้ครับ เพราะไปวัดทุกวันพระ..............
หากชาตินี้แม้นไม่ได้เดินคู่ โฉมตรูอยู่คนละขั้วโลก
เจ๊เข๊นรถ เราจะหักพวงมาลัย
โอ๊ย !!!! สุภาพบุรุษสุด ๆ อิอิอิ
มารจอมยุทธ..สงสัยรักพี่แดงมากแน่นอนเลย..ให้เข็ญรถ..
ดีน่ะที่เมย์ไม่ถูกรัก..เลยได้นั่งดูอยู่เฉยๆๆ....55555++
ค่ะเมย์เองก็ชอบใส่บาตรวันพระเหมือนกัน..ช่วงนี้ก็กินเจน่ะค่ะ..
มีพระท่านเเนะมา..ท่านบอกว่าก่อนใส่บาตร..ให้ตั้งนะโม 3 จบ
แล้วกล่าวว่า...
สาธุ..ข้าวของข้าพเจ้า..ขาวดุจดอกบัว....
ยกขึ้นเหนือหัว..ขอบูชาพระพุทธ..พระธรรม..พระสงฆ์
จิตจำนง..ตั้งมั่นต่อพระนิพพาน..ขอให้ถึงเมืองแก้ว....
ขอให้แคล้วบ่วงมาร..ขอให้พบพระศรีอารย์..ในอนาคตกาลข้างหน้าเทอญ..
ก่อนหย่อนของใส่บาตร..ก็ให้ตั้งจิตอธิษฐานให้บุคคลที่เราต้องการให้ได้เลย....แล้วค่อยกรวดนํ้าตามหลัง
เวลากรวดนํ้า..ก็ให้กรวดนํ้าให้ไหลอย่างสมํ่าเสมอ..อย่าให้ขาดตอน...น่ะค่ะ...
เอามาฝากอสรพิษโดยเฉพาะเลยน่ะค่ะ.....ถ้ารู้อยู่แล้ว..ก็ถือเสียว่า..เมย์เอามาแถมให้น่ะค่ะ....
........สาธุ..ขอให้พี่แดงสวยวันสวยคืน..เพี้ยงๆๆๆ...
บันทึกการเข้า
Don?t wait to be loved, to love.
จันทร์เจ้าขา
Auther
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +14/-1
ออฟไลน์
กระทู้: 807
Re: ความหมายของการตักบาตร
«
ตอบ #7 เมื่อ:
05 ตุลาคม 2008, 06:06:01 am »
อ้างจาก: MAy ที่ 05 ตุลาคม 2008, 04:17:50 am
อ้างจาก: มารจอมยุทธ อสรพิษหมื่นปี ที่ 16 กันยายน 2008, 04:55:52 am
อ้างจาก: d@eng ที่ 15 กันยายน 2008, 08:19:40 pm
แดงอยู่ที่นี่ ไม่มีวัดเลยค่ะ มารจอมยุทธ
เอาเป็นว่า มารจอมยุทธ ใส่บาตร แทนแดงด้วยนะ
ได้ครับ เพราะไปวัดทุกวันพระ..............
หากชาตินี้แม้นไม่ได้เดินคู่ โฉมตรูอยู่คนละขั้วโลก
เจ๊เข๊นรถ เราจะหักพวงมาลัย
โอ๊ย !!!! สุภาพบุรุษสุด ๆ อิอิอิ
มารจอมยุทธ..สงสัยรักพี่แดงมากแน่นอนเลย..ให้เข็ญรถ..
ดีน่ะที่เมย์ไม่ถูกรัก..เลยได้นั่งดูอยู่เฉยๆๆ....55555++
ค่ะเมย์เองก็ชอบใส่บาตรวันพระเหมือนกัน..ช่วงนี้ก็กินเจน่ะค่ะ..
มีพระท่านเเนะมา..ท่านบอกว่าก่อนใส่บาตร..ให้ตั้งนะโม 3 จบ
แล้วกล่าวว่า...
สาธุ..ข้าวของข้าพเจ้า..ขาวดุจดอกบัว....
ยกขึ้นเหนือหัว..ขอบูชาพระพุทธ..พระธรรม..พระสงฆ์
จิตจำนง..ตั้งมั่นต่อพระนิพพาน..ขอให้ถึงเมืองแก้ว....
ขอให้แคล้วบ่วงมาร..ขอให้พบพระศรีอารย์..ในอนาคตกาลข้างหน้าเทอญ..
ก่อนหย่อนของใส่บาตร..ก็ให้ตั้งจิตอธิษฐานให้บุคคลที่เราต้องการให้ได้เลย....แล้วค่อยกรวดนํ้าตามหลัง
เวลากรวดนํ้า..ก็ให้กรวดนํ้าให้ไหลอย่างสมํ่าเสมอ..อย่าให้ขาดตอน...น่ะค่ะ...
เอามาฝากอสรพิษโดยเฉพาะเลยน่ะค่ะ.....ถ้ารู้อยู่แล้ว..ก็ถือเสียว่า..เมย์เอามาแถมให้น่ะค่ะ....
........สาธุ..ขอให้พี่แดงสวยวันสวยคืน..เพี้ยงๆๆๆ...
อิอิ แอบอมยิ้ม เห็นเมย์ แอบแซวมารหน่อยๆๆ
เมย์ต้องเป็นคนใจบุญแน่เลยเนี่ย จันทร์เจ้าขาตามอ่านมาหลายกระทู้แล้ว ชอบ ที่เมย์เอามาฝากชาวนาวี 22
ปล. มาร สุภาพบุรุษมากๆ เลยนะนั่น
บันทึกการเข้า
ฉัตร
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +17/-0
ออฟไลน์
กระทู้: 786
Love love
Re: ความหมายของการตักบาตร จอมมารและพี่เมย์
«
ตอบ #8 เมื่อ:
05 ตุลาคม 2008, 06:26:21 am »
อ้างจาก: จันทร์เจ้าขา ที่ 05 ตุลาคม 2008, 06:06:01 am
อ้างจาก: MAy ที่ 05 ตุลาคม 2008, 04:17:50 am
อ้างจาก: มารจอมยุทธ อสรพิษหมื่นปี ที่ 16 กันยายน 2008, 04:55:52 am
อ้างจาก: d@eng ที่ 15 กันยายน 2008, 08:19:40 pm
แดงอยู่ที่นี่ ไม่มีวัดเลยค่ะ มารจอมยุทธ
เอาเป็นว่า มารจอมยุทธ ใส่บาตร แทนแดงด้วยนะ
ได้ครับ เพราะไปวัดทุกวันพระ..............
หากชาตินี้แม้นไม่ได้เดินคู่ โฉมตรูอยู่คนละขั้วโลก
เจ๊เข๊นรถ เราจะหักพวงมาลัย
โอ๊ย !!!! สุภาพบุรุษสุด ๆ อิอิอิ
มารจอมยุทธ..สงสัยรักพี่แดงมากแน่นอนเลย..ให้เข็ญรถ..
ดีน่ะที่เมย์ไม่ถูกรัก..เลยได้นั่งดูอยู่เฉยๆๆ....55555++
ค่ะเมย์เองก็ชอบใส่บาตรวันพระเหมือนกัน..ช่วงนี้ก็กินเจน่ะค่ะ..
มีพระท่านเเนะมา..ท่านบอกว่าก่อนใส่บาตร..ให้ตั้งนะโม 3 จบ
แล้วกล่าวว่า...
สาธุ..ข้าวของข้าพเจ้า..ขาวดุจดอกบัว....
ยกขึ้นเหนือหัว..ขอบูชาพระพุทธ..พระธรรม..พระสงฆ์
จิตจำนง..ตั้งมั่นต่อพระนิพพาน..ขอให้ถึงเมืองแก้ว....
ขอให้แคล้วบ่วงมาร..ขอให้พบพระศรีอารย์..ในอนาคตกาลข้างหน้าเทอญ..
ก่อนหย่อนของใส่บาตร..ก็ให้ตั้งจิตอธิษฐานให้บุคคลที่เราต้องการให้ได้เลย....แล้วค่อยกรวดนํ้าตามหลัง
เวลากรวดนํ้า..ก็ให้กรวดนํ้าให้ไหลอย่างสมํ่าเสมอ..อย่าให้ขาดตอน...น่ะค่ะ...
เอามาฝากอสรพิษโดยเฉพาะเลยน่ะค่ะ.....ถ้ารู้อยู่แล้ว..ก็ถือเสียว่า..เมย์เอามาแถมให้น่ะค่ะ....
........สาธุ..ขอให้พี่แดงสวยวันสวยคืน..เพี้ยงๆๆๆ...
อิอิ แอบอมยิ้ม เห็นเมย์ แอบแซวมารหน่อยๆๆ
เมย์ต้องเป็นคนใจบุญแน่เลยเนี่ย จันทร์เจ้าขาตามอ่านมาหลายกระทู้แล้ว ชอบ ที่เมย์เอามาฝากชาวนาวี 22
ปล. มาร สุภาพบุรุษมากๆ เลยนะนั่น
เขาตามกันมาเราเลยตามมาอีกทอดนึง
ดูแล้วไม่น่าเชื่ออะว่าจะธรรมธรรมโมกะเข้าด้วยนะเนีย ท่านพี่มารจอมยุทธ อสรพิษหมื่นปี
พี่เมย์จ้าตักบาตรเพ่อฉัตรด้วยนะ เพื่อบูญจะได้ให้ฉัตรได้เจอพี่เมย์แล้วก็ทุกคนในนาวีอะ
บันทึกการเข้า
MAy
Sr. Member
คะแนนจิตพิสัย +2/-0
ออฟไลน์
กระทู้: 256
prove them wrong
Re: ความหมายของการตักบาตร
«
ตอบ #9 เมื่อ:
06 ตุลาคม 2008, 02:49:11 am »
อ้างจาก: จันทร์เจ้าขา ที่ 05 ตุลาคม 2008, 06:06:01 am
อ้างจาก: MAy ที่ 05 ตุลาคม 2008, 04:17:50 am
อ้างจาก: มารจอมยุทธ อสรพิษหมื่นปี ที่ 16 กันยายน 2008, 04:55:52 am
อ้างจาก: d@eng ที่ 15 กันยายน 2008, 08:19:40 pm
แดงอยู่ที่นี่ ไม่มีวัดเลยค่ะ มารจอมยุทธ
เอาเป็นว่า มารจอมยุทธ ใส่บาตร แทนแดงด้วยนะ
ได้ครับ เพราะไปวัดทุกวันพระ..............
หากชาตินี้แม้นไม่ได้เดินคู่ โฉมตรูอยู่คนละขั้วโลก
เจ๊เข๊นรถ เราจะหักพวงมาลัย
โอ๊ย !!!! สุภาพบุรุษสุด ๆ อิอิอิ
มารจอมยุทธ..สงสัยรักพี่แดงมากแน่นอนเลย..ให้เข็ญรถ..
ดีน่ะที่เมย์ไม่ถูกรัก..เลยได้นั่งดูอยู่เฉยๆๆ....55555++
ค่ะเมย์เองก็ชอบใส่บาตรวันพระเหมือนกัน..ช่วงนี้ก็กินเจน่ะค่ะ..
มีพระท่านเเนะมา..ท่านบอกว่าก่อนใส่บาตร..ให้ตั้งนะโม 3 จบ
แล้วกล่าวว่า...
สาธุ..ข้าวของข้าพเจ้า..ขาวดุจดอกบัว....
ยกขึ้นเหนือหัว..ขอบูชาพระพุทธ..พระธรรม..พระสงฆ์
จิตจำนง..ตั้งมั่นต่อพระนิพพาน..ขอให้ถึงเมืองแก้ว....
ขอให้แคล้วบ่วงมาร..ขอให้พบพระศรีอารย์..ในอนาคตกาลข้างหน้าเทอญ..
ก่อนหย่อนของใส่บาตร..ก็ให้ตั้งจิตอธิษฐานให้บุคคลที่เราต้องการให้ได้เลย....แล้วค่อยกรวดนํ้าตามหลัง
เวลากรวดนํ้า..ก็ให้กรวดนํ้าให้ไหลอย่างสมํ่าเสมอ..อย่าให้ขาดตอน...น่ะค่ะ...
เอามาฝากอสรพิษโดยเฉพาะเลยน่ะค่ะ.....ถ้ารู้อยู่แล้ว..ก็ถือเสียว่า..เมย์เอามาแถมให้น่ะค่ะ....
........สาธุ..ขอให้พี่แดงสวยวันสวยคืน..เพี้ยงๆๆๆ...
อิอิ แอบอมยิ้ม เห็นเมย์ แอบแซวมารหน่อยๆๆ
เมย์ต้องเป็นคนใจบุญแน่เลยเนี่ย จันทร์เจ้าขาตามอ่านมาหลายกระทู้แล้ว ชอบ ที่เมย์เอามาฝากชาวนาวี 22
ปล. มาร สุภาพบุรุษมากๆ เลยนะนั่น
ค่ะเมย์ชอบทำบุญ..ทำแล้วสบายใจดี...มีความสุขใจอย่างบอกไม่ถูกค่ะ...
เมย์ก็รู้อะไรไม่มากหรอกค่ะ...อาศัยไปทำวัตรเย็นหลังเลิกงานแล้วจำ
คำสอนของแม่ชี..แล้วก็พระท่านมาหน่ะค่ะ...
เมื่อได้รับสิ่งดีๆมาแล้ว..ก็อยากส่งต่อให้คนที่เรารักได้รู้แล้วนำไปปฏิบัติค่ะ....
เพื่อเป็นศิริมงคลกับตัวเขาเอง...แล้วเราก็ได้กุศลด้วย...ลองทำดูน่ะค่ะ...
บันทึกการเข้า
Don?t wait to be loved, to love.
MAy
Sr. Member
คะแนนจิตพิสัย +2/-0
ออฟไลน์
กระทู้: 256
prove them wrong
Re: ความหมายของการตักบาตร จอมมารและพี่เมย์
«
ตอบ #10 เมื่อ:
06 ตุลาคม 2008, 02:56:16 am »
อ้างจาก: ฉัตร ที่ 05 ตุลาคม 2008, 06:26:21 am
อ้างจาก: จันทร์เจ้าขา ที่ 05 ตุลาคม 2008, 06:06:01 am
อ้างจาก: MAy ที่ 05 ตุลาคม 2008, 04:17:50 am
อ้างจาก: มารจอมยุทธ อสรพิษหมื่นปี ที่ 16 กันยายน 2008, 04:55:52 am
อ้างจาก: d@eng ที่ 15 กันยายน 2008, 08:19:40 pm
แดงอยู่ที่นี่ ไม่มีวัดเลยค่ะ มารจอมยุทธ
เอาเป็นว่า มารจอมยุทธ ใส่บาตร แทนแดงด้วยนะ
ได้ครับ เพราะไปวัดทุกวันพระ..............
หากชาตินี้แม้นไม่ได้เดินคู่ โฉมตรูอยู่คนละขั้วโลก
เจ๊เข๊นรถ เราจะหักพวงมาลัย
โอ๊ย !!!! สุภาพบุรุษสุด ๆ อิอิอิ
มารจอมยุทธ..สงสัยรักพี่แดงมากแน่นอนเลย..ให้เข็ญรถ..
ดีน่ะที่เมย์ไม่ถูกรัก..เลยได้นั่งดูอยู่เฉยๆๆ....55555++
ค่ะเมย์เองก็ชอบใส่บาตรวันพระเหมือนกัน..ช่วงนี้ก็กินเจน่ะค่ะ..
มีพระท่านเเนะมา..ท่านบอกว่าก่อนใส่บาตร..ให้ตั้งนะโม 3 จบ
แล้วกล่าวว่า...
สาธุ..ข้าวของข้าพเจ้า..ขาวดุจดอกบัว....
ยกขึ้นเหนือหัว..ขอบูชาพระพุทธ..พระธรรม..พระสงฆ์
จิตจำนง..ตั้งมั่นต่อพระนิพพาน..ขอให้ถึงเมืองแก้ว....
ขอให้แคล้วบ่วงมาร..ขอให้พบพระศรีอารย์..ในอนาคตกาลข้างหน้าเทอญ..
ก่อนหย่อนของใส่บาตร..ก็ให้ตั้งจิตอธิษฐานให้บุคคลที่เราต้องการให้ได้เลย....แล้วค่อยกรวดนํ้าตามหลัง
เวลากรวดนํ้า..ก็ให้กรวดนํ้าให้ไหลอย่างสมํ่าเสมอ..อย่าให้ขาดตอน...น่ะค่ะ...
เอามาฝากอสรพิษโดยเฉพาะเลยน่ะค่ะ.....ถ้ารู้อยู่แล้ว..ก็ถือเสียว่า..เมย์เอามาแถมให้น่ะค่ะ....
........สาธุ..ขอให้พี่แดงสวยวันสวยคืน..เพี้ยงๆๆๆ...
อิอิ แอบอมยิ้ม เห็นเมย์ แอบแซวมารหน่อยๆๆ
เมย์ต้องเป็นคนใจบุญแน่เลยเนี่ย จันทร์เจ้าขาตามอ่านมาหลายกระทู้แล้ว ชอบ ที่เมย์เอามาฝากชาวนาวี 22
ปล. มาร สุภาพบุรุษมากๆ เลยนะนั่น
เขาตามกันมาเราเลยตามมาอีกทอดนึง
ดูแล้วไม่น่าเชื่ออะว่าจะธรรมธรรมโมกะเข้าด้วยนะเนีย ท่านพี่มารจอมยุทธ อสรพิษหมื่นปี
พี่เมย์จ้าตักบาตรเพ่อฉัตรด้วยนะ เพื่อบูญจะได้ให้ฉัตรได้เจอพี่เมย์แล้วก็ทุกคนในนาวีอะ
ค่ะอุทิศให้ทุกครั้งนั่นแหละน้องฉัตร...ที่จริงพี่ก็อยากเจอน้องฉัตรแล้วก็สมาชิกชาวนาวี22 ทุกคน
อยากเจอมากเลย...ถ้ายังมีลมหายใจคงได้เจอกันน่ะค่ะ...........
บันทึกการเข้า
Don?t wait to be loved, to love.
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
ก้าวหน้าเพราะกล้าก้าว
«
ตอบ #11 เมื่อ:
06 พฤศจิกายน 2008, 02:35:23 am »
จงเข้มแข็งแม้ว่าแรงจะอ่อนล้า
จงเชิดหน้าสู่ไปไม่ท้อถอย
อุปสรรคหนักหนามาเป็นร้อย
ตั้งตาคอยรับมือให้ฤาชา
ยิ่งศัตรูเข้มแข็งยิ่งแกร่งกร้าว
ยิ่งปวดร้าวยิ่งรู้รสบทปัญหา
ยิ่งแปลกใหม่ยิ่งได้ใช้วิชา
ยิ่งพบพายิ่งเพริศพรายใช้ชีวิต!
ปัญหามีไว้แก้ใช่แค่แบก
ทุกข์ไว้แยกวิเคราะห์ใช่เกาะติด
ธรรมไว้ทำใช่ไว้ขู่มวลหมู่มิตร
เขาไว้ขวิดใช่เพื่อแกล้งแผลงศักดา
ตั้งสติกำกับก้าวที่เราย่าง
ทุกเส้นทางมีหนามไหน่ให้ศึกษา
ตั้งใจเดินย่อมเจริญเพลินพิชชา
ก้าวที่กล้าจะก่อก้าวอันยาวไกล!
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
หน้า: [
1
]
ขึ้นบน
พิมพ์
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
กระโดดไป:
เลือกหัวข้อ:
-----------------------------
พระมหากษัตริย์ไทย
-----------------------------
=> เรารักในหลวง
=> ประวัติศาสตร์ไทย
===> วันสำคัญต่าง ๆ
===> ศิลปะและวัฒนธรรมไทย
===> ดนตรีไทย
=> เศรษฐกิจพอเพียง
-----------------------------
ชมรมคนรักเสด็จเตี่ย
-----------------------------
=> กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
===> วัตถุมงคล กรมหลวงชุมพรฯ
-----------------------------
พุทธศาสนา
-----------------------------
=> พุทธศาสนา
===> วันสำคัญทางศาสนา
=> เกจิอาจารย์
===> วัตถุมงคล
-----------------------------
กระดานนาวี22
-----------------------------
=> ห้องข่าวนาวี 22
===> การใช้งานเว็บไซท์
=> สนทนาทั่วไป
===> ตูน 007
===> สุขสันต์วันเกิด .. !
=> พิราบคาบข่าว
===> ข่าวต่างประเทศ
===> ข่าวในประเทศ
=> เรือ
=> อาวุธ ปืน
===> Beretta
===> CZ#2075RAMI
===> Glock
===> HK
===> S&W
===> SigSauer
===> Ruger
===> Taurus
-----------------------------
มุมเม๊าส์ชาว 22
-----------------------------
=> มุม วาไรตี้
===> คุยกับสาธิตาพยากรณ์
===> บรรเทิง แหล่งช๊อป
===> รวมเพลงต่าง ๆ
===> เพลงทหารเรือ
=> กฏหมายไทย
=> ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย
=> ความรู้ทางการเกษตร
===> ข้าวไทย
===> สมุนไพรไทย
===> น้ำมันจากพืช
===> แก๊สธรรมชาติ
=> สัตว์เลี้ยง และไม่เลี้ยง
=> คนรักรถ
-----------------------------
คอมพิวเตอร์
-----------------------------
=> ถาม-ตอบปัญหาคอมพิวเตอร์
=> มุม บทความน่าสนใจ
===> บ้านหม้อ อีเล็กทรอนิกส์
=====> ร้านอีเล็กทรอนิก รับซ่อมทั่วประเทศ
===> d@eng คุยเรื่อง iT
===> e-book หลายหลากความรู้
=> เขียนเว็บด้วย Joomla
=> กราฟฟิค
-----------------------------
คลินิค นาวี22
-----------------------------
=> สาธารณสุข และสุขภาพที่ดี
===> มุมกีฬาเพื่อสุขภาพ
=====> รวมภาพใน โอลิมปิค 2008
=> การตั้งครรภ์ และเด็กอ่อน
-----------------------------
กินเที่ยวทั่วโลก
-----------------------------
=> เที่ยวทั่วไทย
===> เที่ยวรอบโลก
=> มุม อร่อยเลขที่ 22
===> แนะนำแหล่งกิน มุมอร่อย
-----------------------------
กาพย์ โคลง กลอน
-----------------------------
=> มุม กาพย์ กลอน โคลง ฉันท์