หน้าแรกบอร์ด
ช่วยเหลือ
ค้นหา
ปฏิทิน
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
» ยินดีต้อนรับคุณ,
บุคคลทั่วไป
กรุณา
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว:
เนื่องจาก มีการปรับปรุ่งกระดานสนทนาเป็นเวอร์ชั่นใหม่ 1.1.14 อาจมีสมาชิกบางท่านมีปัญหาเรื่องเข้าใช้งาน กรุณาติดต่อที่ webmaster ขออภัยในความไม่สะดวก :
plaraa@gmail.com
บ้านเลขที่ 22
>
พุทธศาสนา
>
เกจิอาจารย์
>
วัตถุมงคล
>
พี่เวปปปปป พี่เทพพพพพ "ช่วยหน่อยอะ"
หน้า: [
1
]
ลงล่าง
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
พิมพ์
ผู้เขียน
หัวข้อ: พี่เวปปปปป พี่เทพพพพพ "ช่วยหน่อยอะ" (อ่าน 451 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ฉัตร
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +17/-0
ออฟไลน์
กระทู้: 786
Love love
พี่เวปปปปป พี่เทพพพพพ "ช่วยหน่อยอะ"
«
เมื่อ:
28 กรกฎาคม 2008, 02:25:03 am »
พี่เวป พี่เทพจ๋าใครทราบเกี่ยวกะเรื่องพระธาตุประจำปีเกิด(ปีนักสัต)บ้างช่วยหาข้อมูลให้ฉัตรหน่อยได้ปะคะ
บันทึกการเข้า
admin
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +31/-1
ออฟไลน์
กระทู้: 3661
Re: พี่เวปปปปป พี่เทพพพพพ "ช่วยหน่อยอะ"
«
ตอบ #1 เมื่อ:
28 กรกฎาคม 2008, 02:45:07 am »
ตกใจหมด แม๋ ๆๆ
1.
คนเกิดปีใจ้
( ปีชวด หรือปีหนู ) ธาตุน้ำ
พระธาตุประจำปีเกิด คือ พระธาตุศรีจอมทอง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่
พระบรมธาตุเจดีย์นี้ตั้งอยู่บนยอดจอมทอง เป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุส่วนพระเศียรเบื้องขวา มีความพิเศษแตกต่างจากที่อื่นคือ เป็นพระบรมธาตุ ที่มิได้ฝังใต้ดิน แต่ประดิษฐานอยู่ในกู่ภายในวิหาร สามารถอัญเชิญมาสรงน้ำได้ตามตำนานเล่าว่า พระพุทธเจ้าได้เสด็จมายังดอยนี้ และทรงพยากรณ์ว่า ที่นี่จะเป็นที่ประดิษฐานพระทักขิณโมลีธาตุ ของพระองค์ในภายหน้า ต่อมาราวปี พ.ศ.1995 นางเม็งและนายสอยได้พบพระบรมธาตุ จึงได้ก่อพระเจดีย์ และสร้างเสนาสนะ ที่ดอยต้นทอง คนทั้งหลายจึงเรียกชื่อวัดนี้ว่า วัดจอมทอง ในสมัยพระแก้วเมือง (พ.ศ.2038 - พ.ศ.2068) กษัตริย์องค์ที่ 14 แห่งราชวงศ์มังราย ได้สร้างวิหารจัตุรมุข ภายในมีมณฑปปราสาท เพื่อประดิษฐานพระบรมธาตุ เจ้าเมืองเชียงใหม่หลายพระองค์ ได้อัญเชิญพระบรมธาตุศรีจอมทอง ไปยังเมืองเชียงใหม่ เพื่อทำการสักการะโดยมีวัดต้นเกว๋นที่ อ.หางดง เป็นวัดที่หยุดพักขบวนแห่พระบรมธาตุเข้าเมืองในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 และวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 มีพิธีแห่พระบรมธาตุ ไปบูชาข้าวที่อุโบสถ และให้พุทธศาสนิกชนได้สรงน้ำโดยจะมีการกล่าวบทอัญเชิญ และใช้ช้อนทองคำเชิญ พระธาตุจากผอบมาประดิษฐาน ในโกศแก้วที่ตั้งบนพานเงินตามธรรมเนียมเดิมควรนำน้ำจากแม่น้ำกลาง เจือน้ำหอม หรือแก่นจันทร์มาใช้สรง หรือจะเป็นน้ำสะอาดเจือของหอมก็ได้
คำบูชาพระธาตุ
นะโมพุทธายะ นะมามิ ติโลกะโมลี โลหะกูเฏ ปะติฏฐิตัง ปูชิตัง สัพพะโลเกหิ กิตติมันตัง มะโนหะลัง อะหังวันทามิ สัพพะทาฯ
อังคะวะหะเย ปุเรระมะเน โกวิลา ลัคคะปัพพะเต สะหิเหมะคูหา คัพเภ
ทักขิณะโมลี ธาตุโย อะหังวันทามิ สัพพะทาฯ
ที่ตั้ง : 157 บ้านหลวง ต. บ้านหลวง อ. จอมทอง จ. เชียงใหม่
การเดินทาง
จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 32 ถึง จ.นครสวรรค์ เข้าทางหลวงหมายเลข 1 ผ่าน จ.ตาก ถึง อ.เถิน จ.ลำปาง แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 106 ไปทาง จ.ลำพูน ก่อนถึง อ.บ้านโฮ่ง จะมีทางแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1010 ไป อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ซึ่งจะไปบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 108 ให้เลี้ยวซ้ายตรงไปตามทาง วัดอยู่ฝั่งซ้าย
รถโดยสาร
มีรถโดยสารกรุงเทพ-เชียงใหม่ ขึ้นรถที่ สถานีขนส่งหมดชิต (ใหม่) สอบถามเพิ่มเติมที่โทร. 0-2936-2852-66
รถไฟ
มีรถไฟสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ออกทุกวัน สอบถามเพิ่มเติมที่โทร. 0-2223-3767, 1690
เครื่องบิน
สายการบินไทยและสายการบินบางกอกแอร์เวย์ มีเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ออกทุกวัน สอบถามเพิ่มเติมที่บริษัทการบินไทยจำกัด (มหาชน) โทร. 1566, 0-2280-0060 บริษัทบางกอกแอร์เวย์ จำกัด โทร. 0-2265-5555
2.
คนเกิดปีเป้า
( ปีฉลู หรือปีวัว ) ธาตุดิน
พระธาตุประจำปีเกิด คือ พระธาตุลำปางหลวง อ.เกาะคา จ.ลำปาง
วัดพระธาตุลำปางหลวง เป็นวัดเก่าแก่ของเมืองลำปาง เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้า และพระสาวกเสด็จถึงหมู่บ้านสัมภาการีวัน ลัวะชื่ออ้ายคอน ได้นำน้ำผึ้งใส่กระบอกไม้พาง และมะพร้าวมาถวาย พระองค์ได้ทรงพยากรณ์ว่า ที่นี่จะมีนครชื่อ ลัมพาง และได้มอบพระเกศาธาต ุให้ลัวะอ้ายคอน นำไปประดิษฐาน ภายหลังจากที่พระพุทธเจ้าปรินิพาน พระอรหันต์ได้นำ พระธาตุหน้าผาก และพระธาตุลำคอ มาประดิษฐานที่นี่ พระธาตุลำปางหลวง ตั้งอยู่กลางเวียงโบราณ ซึ่งเชื่อว่าเป็นเวียงทางศาสนา โดยเฉพาะ ภายในวัดมีสิ่งน่าชมมากมาย ได้แก่ วิหารพระพุทธ เป็นวิหารไม้แบบล้านนา ที่ตกแต่งด้วยลายคำ คือลายทองบนพื้นแดง และภายในสามารถเห็นภาพ เงาพระธาตุ ที่ลอดผ่านรูผนังปรากฏบนผืนผ้า วิหารน้ำแต้ม เป็นวิหารโถง มีภาพจิตรกรรมเก่าแก่ของล้านนา วิหารหลวง เป็นที่ประดิษฐานซุ้ม พระเจ้าล้านทอง พระพุทธรูปองค์สำคัญของวัด และมีภาพจิตรกรรม เรื่องพุทธประวัติ และชาดก ที่เขียนในราวสมัยรัชกาลที่ 5 หอพระพุทธบาท เป็นอีกแห่งที่ปรากฏภาพเงาพระธาตุ แต่ห้ามมิให้ผู้หญิงขึ้น และที่หอพระแก้ว ประดิษฐานพระแก้วจากวัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม พระพุทธรูป คู่เมืองลำปาง
คำบูชาพระธาตุ
ยาปาตุภูตา อะตุลานุภาวาจีรัง ปะติฏฐาลัมภะ กัปปะปุเร เทเวนะคุตตา อุตตะราภิทัย ยานะมามิหันตัง วะระชินะ
ที่ตั้ง
: 541 บ้านลำปาง อ.เกาะคา จ.ลำปาง
การเดินทาง
จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 32 ถึง จ.นครสวรรค์ แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 1 ผ่าน จ.ตากมาถึงลำปาง ระยะทางประมาณ 599 กม. จากตัวเมืองลำปางใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (ทางไปเถิน) ถึงหลัก กม. ที่ 586 เลี้ยวขวาไป อ.เกาะคา จากนั้นจะมีทางแยกเลี้ยวขวาไปทางหลวงหมายเลข 1034 ไปอีกประมาณ 3 กม. จะมีทางเข้าวัดอยู่ด้านซ้ายมือ
มีรถโดยสารกรุงเทพฯ-ลำปาง ขึ้นรถที่สถานีขนส่งหมอชิต (ใหม่) สอบถามเพิ่มเติมที่โทร. 0-2936-2852-66
มีรถไฟสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ผ่านสถานีลำปาง ออกทุกวัน สอบถามเพิ่มเติมที่โทร. 0-2223-3767 ผ่านสถานีลำปาง ออกทุกวัน สอบถามเพิ่มเติมที่โทร. 0-2223-3767, 1690
สายการบิน พี.บี.แอร์ มีเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-ลำปาง ออกทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม. สอบถามเพิ่มเติมที่โทร. 0-2261-0221-6
3.
คนเกิดปียี
( ปีขาล หรือปีเสือ ) ธาตุไม้
พระธาตุประจำปีเกิด คือ พระธาตุช่อแฮ อ.เมือง จ.แพร่ บรรจุ พระธาตุข้อศอกข้างซ้าย
พระธาตุช่อแฮตั้งอยู่บริเวณเนินเขาเตี้ยๆ จากรูปแบบสถาปัตยกรรมในวัด บ่งบอกว่ามีอายุราว พ.ศ.1900 แต่ตำนานพระธาตุได้เล่าประวัติอันเก่าแก่ว่า พระพุทธเจ้า ได้เสด็จมาถึงดอยโกสิยธชัคคะบรรพต และพบกับเจ้าลาวนามลัวะอ้ายค้อม เมื่อขุนลัวะทราบว่าเป็นพระพุทธเจ้า จึงได้นำภัตตาหารมาถวาย
พระพุทธเจ้า ทรงพยากรณ์ว่าที่นี่ต่อไป จะมีเมืองชื่อเมืองแพร่ ในครั้งนั้นพระอรหันต์ และพระยาอโศก ที่เสด็จมาด้วยได้ทูลขอพระเกศาธาตุ มอบให้ขุนลัวะไปบรรจุโกศแก้วแล้วนำไปไว้ในถ้ำด้านตะวันออก ของดอยที่ประทับ และพระพุทธเจ้าทรงมีรับสั่งว่า หลังจากที่พระองค์ปรินิพาน แล้วให้นำพระธาตุข้อศอกข้างซ้าย มาประดิษฐานที่นี่ นามของพระบรมธาตุเจดีย์นี้ มีเรื่องเล่าว่า มาจากที่ขุนลัวะ นำผ้าแพรมารองรับพระเกศาธาตุ จึงมีชื่อว่า ?ช่อแพร?และเพี้ยนเป็น ?ช่อแฮ? ในภายหลัง แต่บ้างก็ว่ามีชาวบ้านนำผ้าแพรอย่างดีมาผูกบูชาองค์พระธาตุ งานมนัสการพระธาตุจัดขึ้นระหว่างวันขึ้น 11 ค่ำ เดือน 4 ถึงขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 เป็นงานประจำปีที่สำคัญของชาวเมืองแพร่ในงานมีการแห่ตุงหลวง ถวายแด่องค์พระธาตุและการแสดงมหรสพ
คำบูชาพระธาตุ
โกเสยัง ธะชัคคะ ปัพพะเต พุทธะธาตุ ปะติฏฐิตัง ปะสันเนนะ อะหังวันทามิ
สัพพะทา อะหังวันทามิ ธาตุโย อะหังวันทามิ สัพพะโส
ที่ตั้ง
: หมู่ 5 ต.ป่าแดง อ.เมือง จ.แพร่
การเดินทาง
จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 32 ไปจนถึง จ.นครสวรรค์ จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข 117 ไปถึง จ.พิษณุโลก แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 11 ไป จ.อุตรดิตถ์ ถึง อ.เด่นชัย จ.แพร่ แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 101 สู่ จ.แพร่ ระยะทางประมาณ 580 กม.
มีรถโดยสารกรุงเทพฯ-แพร่ ขึ้นรถที่สถานีขนส่งหมอชิต (ใหม่) สอบถามเพิ่มเติมที่โทร. 0-2936-2852-66
สายการบินแอร์อันดามัน มีเที่ยวบินกรุงเทพฯ-แพร่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่สายบินแอร์อันดามัน โทร. 0-2229-9500
4.
คนเกิดปีเหม้า
( ปีเถาะหรือปีกระต่าย ) ธาตุน้ำ
พระธาตุประจำปีเกิด คือ พระธาตุแช่แห้ง อ.เมือง จ.น่าน
พระธาตุแช่แห้ง ตั้งอยู่บนยอดดอยขนาดเล็ก นอกเมืองน่าน มีเรื่องราวเล่าว่า เมื่อครั้งพุทธกาล พระพุทธเจ้าได้เสด็จโปรดสัตว์มาถึงภูเพียงแช่แห้ง และพบกับพระอมละราช และพระมเหสี ที่มาสรงน้ำที่เดียวกับที่พระองค์สรงน้ำอยู่ พระอมละราชได้ถวายผ้าขาวให้พระพุทธเจ้าใช้สรงน้ำ แต่ผ้านั้น กลายเป็นทองคำ พระอานนท์จึงของพระเกศาธาตุ บรรจุในกระบอกไม้ซาง มอบให้พระอินทร์ นำไปเก็บในอุโมงค์พร้อมผ้าทองโดยพระอินทร์ได้ก่อพระเจดีย์สูง 7 ศอกไว้ด้านบน ต่อมาราว พ.ศ.1896 สมัยพระยากานเมือง ได้ส่งช่างไปร่วมสร้างวัดหลวง ที่สุโขทัยพระยาลือไทจึงมอบพระบรมธาตุ 7 พระองค์ และพระพิมพ์คำพระพิมพ์เงินอย่างละ 20 องค์ ให้พระยากานเมือง ซึ่งได้นำไปบรรจุไว้ที่ภูเพียง และพบพระเจดีย์ ที่บรรจุพระเกศาธาตุ และพระธาตุข้อมือข้างซ้ายของพระพุทธเจ้า พระองค์จึงให้ทำอุโมงค์ ประดิษฐานพระบรมธาตุใหม่ และก่อพระเจดีย์เป็นพระธาตุแช่แห้ง คู่เมืองน่านมาจนทุกวันนี้ ในวันขึ้น 14-15 ค่ำ และแรม 1 ค่ำ เดือน 4 ทางวันมีการจัดงานมนัสการพระธาตุแช่แห้ง ในงานมีมหรสพ การแห่ตุงถวายพระบรมธาตุ และการจุดบอกไฟถวายเป็นพุทธบูชา ตามธรรมเนียม
คำบูชาพระธาตุ
ปายาตุภูตา อะตุรานุภาวะจีรัง ปะติฏฐิตา นันทะกัปปัฏฐานะปุระ
เทเวนะคุตตา วะระพุทธาตุจิรัง อะหังวันทามิ
ตังชินะธาตุง เสตะฐานะ อะหังวันทามิ ทูระโตฯ
ที่ตั้ง : บ้านหนองเต่า ต.ม่วงตึ๊ดกิ่ง อ.ภูเพียง จ.น่าน
การเดินทาง
จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 32 ไปจนถึง จ.นครสวรรค์ จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข 117 ไปถึง จ.พิษณุโลก แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 11 ไป จ.อุตรดิตถ์ ถึง อ.เด่นชัย จ.แพร่ แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 101 ไปจนถึง จ.น่าน ระยะทางประมาณ 668 กม. จากตัวเมืองน่านใช้ทางหลวงหมายเลข 1168 ทางไป อ.แม่จริม ประมาณ 2 กม. จะเจอสามแยก เนินเขาด้านหน้าเป็นทางขึ้นสู่พระธาตุแช่แห้ง
มีรถโดยสารกรุงเทพฯ-น่าน ขึ้นที่สถานีขนส่งหมอชิต (ใหม่) สอบถามเพิ่มเติมที่โทร. 0-2936-2852-66
5.
คนเกิดปีสี
( ปีมะโรงหรือปีงูใหญ่ เมืองเหนือเรียกพญานาค ) ธาตุดิน
พระธาตุประจำปีเกิด คือ พระพุทธสิหิงค์ วัดพระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
พระพุทธสิหิงค์ เป็นพระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมือง ในตำนานสิหิงคนิทาน และพงศาวดารโยนก เล่าประวัติว่า หลังจากที่พระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพานไป 700 ปี พระเจ้าสีหล และกษัตริย์องค์อื่น ใคร่ทอดพระเนตรรูปของพระพุทธเจ้า มีแต่พระยานาคที่เคยเห็นพระองค์ จึงแปลงรูปเนรมิตตนเป็นพระพุทธเจ้า พระเจ้าสีหลได้กระทำการบูชา 7 วัน 7 คืน และให้ช่างถ่ายแบบพระพุทธรูปไว้ ต่อมาพระร่วงแห่งสุโขทัย ได้ยินกิตติศัพท์ของพระพุทธสิหิงค์ ใครจะได้บูชา จึงบอกกับพระเจ้าสิริธรรมแห่งเมืองนครศรีธรรมราช พระเจ้าสิริธรรมได้ส่งทูตไปขอจากลังกา อัญเชิญไปให้พระเจ้าสุโขทัย ต่อมาพระพุทธสิหิงค์ถูกอัญเชิญ ไปยังเมืองสำคัญจนกระทั่งราวปี พ.ศ.1983 เจ้ามหาพรหมได้อัญเชิญ พระพุทธสิหิงค์จากกำแพงเพชร มาถวายพญาแสนเมืองมา แห่งเชียงใหม่ เดิมพญาแสนเมือง จะให้อัญเชิญไปประดิษฐาน ที่วัดบุปผาราม แต่เมื่อรถที่อัญเชิญมาถึงหน้าวัดลีเชียงพระ (ชื่อเดิมวัดพระสิงห์) รถเกิดติดขัดไม่สามารถชักลากไปได้ จึงให้ประดิษฐาน พระพุทธสิหิงค์ไว้ที่วัดนี้ ในปี พ.ศ.2063 พระเมืองแก้วได้สร้าง วิหารลายคำ เพื่อประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ ภายในวิหารมีภาพวิจิตรกรรมสมัยรัชกาลที่ 5 เรื่องสังข์ทอง ฝีมือช่างล้านนา และเรื่องสุวรรณชาดก ฝีมือช่างภาคกลาง ในช่วงสงกรานต์ของทุกปี มีการอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ประดิษฐานบนบุษบก แห่แหนรอบเมืองให้ประชาชนได้สรงน้ำสักการะ
คำบูชาพระธาตุ
อิติปะวะระสิหิงโต อุตตะมะยะโสปิ เตโช
ยัตถะ กัตถะ จิตโตโส สักกาโร อุปาโท สะกาละพุทธะ
สาละธัง โชตะยันโตวะ ทีโป สุระนะเรหิ มะหิโต ธะระมาโนยะ พุทโธติ
ที่ตั้ง
: ถ.สามล้าน อ.เมือง จ.เชียงใหม่
การเดินทาง
จากกรุงเทพฯ มาตามทางหลวงหมายเลข 32 ถึง จ.นครสวรรค์ แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 1 ผ่าน จ.ตาก ลำปาง แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 11 สู่ จ.เชียงใหม่ ระยะทางประมาณ 700 กม.
มีรถโดยสารกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ขึ้นรถที่สถานีขนส่งหมอชิต (ใหม่) สอบถามเพิ่มเติมที่โทร. 0-2936-2852-66
มีรถไฟสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ออกทุกวัน สอบถามเพิ่มเติมที่โทร. 0-2223-3767, 1690
สายการบินไทยและสายการบินบางกอกแอร์เวย์ มีเที่ยวบินกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ออกทุกวัน สอบถามเพิ่มเติมที่บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 1566, 0-2280-0060 บริษัทบางกอกแอร์เวย์ จำกัด โทร. 0-2265-5555
6.
คนเกิดปีใส้
( ปีมะเส็งหรือปีงูเล็ก ) ธาตุน้ำ
พระธาตุประจำปีเกิด คือ พระเจดีย์ศรีมหาโพธิ ที่พุทธคยา หรือไหว้ต้นโพธิ์ วัดโพ ธารามมหาวิหาร
พระศรีมหาโพธิ เป็นต้นไม้สำคัญในพุทธศาสนา เนื่องจากเป็นที่ประทับ และตรัสรู้สัมโพธิญาณของพระพุทธเจ้า ณ พุทธคยา สำหรับชาวล้านนา ยังมีความเชื่อว่าต้นโพธิ์เป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ช่วยขจัดความทุกข์ได้ จึงมีประเพณีถวายไม้ค้ำโพธิ์ และเครื่องประกอบพิธีกรรมใต้ต้นโพธิ์ สำหรับผู้ที่เกิดปีมะเส็ง ที่มีพระศรีมหาโพธิ์ที่พุทธคยา เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำปีเกิด สามารถบูชาต้นโพธิ์ตามวัดแทนได้ โดยที่วัดโพธารามมหาวิหาร เชียงใหม่นี้ เป็นวัดสำคัญที่มีการสังคยานาพระไตรปิฎกครั้งที่ 8 ของโลก และพระเจ้าติโลกราชผู้สร้างวัด ทรงให้นำต้นโพธิ์จากลังกามาปลูก พร้อมทั้งจำลองสัตตมหาสถาน คือสถานที่ 7 แห่งที่พระพุทธเจ้า ได้เสวยวิมุตติสุขก่อนเผยแผ่ศาสนา
คำบูชาพระธาตุ
โพธิรุกเขปูเชนิ
ที่ตั้ง
: ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
การเดินทาง
จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 32 ถึง จ. นครสวรรค์ แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 1 ผ่าน จ.ตาก ลำปาง จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข 11 สู่ จ. เชียงใหม่ ระยะทางประมาณ 700 กม. จากตัวเมืองเชียงใหม่ มาตาม ถ. ช้างเผือกถึงสี่แยกถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ เลี้ยวซ้ายไปประมาณ 600 ม. วัดจะอยู่ฝั่งขวา
รถโดยสาร มีรถโดยสารกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ขึ้นรถที่สถานีขนส่งหมอชิต (ใหม่) สอบถามเพิ่มเติมที่โทร. 0-2936-2852-66
รถไฟ มีรถไฟสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ออกทุกวัน สอบถามเพิ่มเติมที่โทร. 0-2223-3767, 1690
เครื่องบิน สายการบินไทยและสายการบินบางกอกแอร์เวย์ มีเที่ยวบินกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ออกทุกวัน สอบถามเพิ่มเติมที่บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 1566, 0-2280-0060 บริษัทบางกอกแอร์เวย์ จำกัด โทร. 0-2265-5555
7.
คนเกิดปีสะง้า
( ปีมะเมียหรือปีม้า ) ธาตุไฟ
พระธาตุประจำปีเกิด คือ พระธาตุย่างกุ้ง (พระธาตุตะโก้ง) หรือพระธาตุเจดีย์ชเวดากอง ประเทศพม่า หรือวัดพระบรมธาตุ อ.บ้านตาก จ.ตาก
สำหรับผู้ที่เกิดปีมะเมีย สามารถเดินทางไปมนัสการพระบรมธาตุเมืองตาก แทนพระธาตุชเวดากองที่ประเทศพม่าได้ เนื่องจากเป็นเจดีย์ที่พระครูพิทักษ์ (ทองอยู่) ได้จำลองแบบมา จากพระธาตุชเวดากอง โดยครอบพระธาตุเจดีย์องค์เดิมไว้ ในตำนานพระเจ้าเลียบโลก ได้กล่าวถึงความเป็นมาของพระบรมธาตุเจดีย์ที่วัดนี้ว่า พระพุทธเจ้าได้เสด็จมาเมืองตาก จนมาถึงดอยมหิยังคะที่ร่มรื่น และทรงมอบพระเกศาธาตุ ให้พระอรหันต์ พร้อมทั้งรับสั่งว่า หลังจากที่เสด็จปรินิพาน แล้วให้นำพระเกศาธาตุมาบรรจุไว้ที่นี่ พระบรมธาตุเจดีย์เมืองตาก จึงเป็นที่บรรจุพระเกศาธาตุ ในวันขึ้น 15 และ 15 ค่ำ เดือน 7 (ปลายเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน) ของทุกปี จะมีงานพิธีสมโภชและสักการะพระบรมธาตุ เรียกว่า งานประเพณีขึ้นพระธาตุเดือนเก้า
คำบูชาพระธาตุ
พุทโธพุทธะ หัตถะฏะฐิ พุทธะเจติยะ
คันธะวะรัง สะวาตะถิยัง อะหังวันทามิ สัพพะทา
ที่ตั้ง
: หมู่ 3 บ้านท่าพระธาตุ ต. เกาะตะเภา อ.บ้านตาก จ.ตาก
การเดินทาง
จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 32 ถึง จ. นครสวรรค์ แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 1 สู่ จ.ตาก ระยะทางประมาณ 425 กม. จากตัวเมืองตากใช้ทางหลวงหมายเลข 1107 ซึ่งเป็นเส้นทางเลียบแม่น้ำปิงฝั่งตะวันตก ไปประมาณ 35 กม. แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1175 ไปอีกประมาณ 1 กม. จะถึงวัด
มีรถโดยสารกรุงเทพฯ-ตาก ขึ้นรถที่สถานีขนส่งหมอชิต (ใหม่) สอบถามเพิ่มเติมที่โทร. 0-2936-2852-66
8.
คนเกิดปีเม็ด
( ปีมะแมหรือปีแพะ ) ธาตุดิน
พระธาตุประจำปีเกิด คือ พระธาตุดอยสุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
พระธาตุดอยสุเทพ ตั้งอยู่บนยอดดอยสุเทพ การประดิษฐานพระบรมธาตุ เจดีย์บนเขาศักดิ์สิทธิ์ ของเมืองมีขึ้นราวปี พ.ศ.1916 สมัยพญากือนา (พ.ศ.1898-1928) ในยุคทองของล้านนา พระองค์ได้อาราธนาพระสุมนเถระ จากสุโขทัย มาเชียงใหม่ พระสุมนเถระ จึงอัญเชิญพระบรมธาตุที่พบเมืองปางจามาด้วย พระบรมธาตุนี้ได้ทำปาฏิหาริย์แยกเป็นสององค์ องค์หนึ่งประดิษฐานที่วัดบุปผาราม อีกองค์หนึ่งพญากือนา ได้อาราธนาสถิตเหนือช้างมงคล เพื่อเสี่ยงทายที่ประดิษฐาน ช้างมงคลเดินขึ้นมาถึงยอดดอยสุเทพ แล้วร้องสามครั้งทำทักษิณา วรรตสามรอบ และส้ม (ตาย) ลง ภายหลังอัญเชิญพระบรมธาตุลงมา พญากือนาให้ขุดหลุมประดิษฐานพระบรมธาตุ และก่อพระเจดีย์สูง 5 วา ต่อมาปี พ.ศ.2081 สมัยพระเจ้าเกษเกล้า ได้ก่อเป็นพระเจดีย์สูงใหญ่สีทอง เช่นทุกวันนี้ มีความเชื่อว่าหากบูชาพระธาตุ ในทิศทั้งสี่แล้วจะทำให้มีสติปัญญาดี สมัยก่อนในวันวิสาขบูชามีประเพณีการขึ้นพระธาตุ โดยชาวบ้าน จะเดินลัดเลาะป่าขึ้นสู่องค์พระธาตุ
คำบูชาพระธาตุ
สุวัณณะเจติยัง เก สะวะระมัตถะลุงคัง วิรัญญะธาตุง สุเทวะนามะกัง นะระเท
เวหิสัพพะปูชิตัง อะหังวันทามิ สัพพะทา
คำบูชาพระธาตุตามทิศ
นมัสการองค์พระธาตุด้านตะวันออก ปัญญาวัสมิง เยวะจันทิมา ทาวัยยะ
นมัสการองค์พระธาตุด้านใต้ ปิตะกะตะเย สาสะนิยา นิเกติ
นมัสการองค์พระธาตุด้านเหนือ ปะถะมัง อุปัชฌัง คาหาเปตะวา ปัตตะจีวะรัง ยังยัง ฌาตังตัง สังฆปัชเฌ ปุจฉาสวานะ
นมัสการองค์พระธาตุด้านตะวันตก โมณะปะถะมะวะลัง ปาปายะฌานัง
อะระหัง สังฆะโสปานัง
ที่ตั้ง
: อ.เมือง จ.เชียงใหม่
การเดินทาง
จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 32 ถึง จ.นครสวรรค์ แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 1 ผ่าน จ.ตาก ลำปาง จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข 11 สู่ จ.เชียงใหม่ ระยะทางประมาณ 700 กม. จากตัวเมืองเชียงใหม่ขับไปตาม ถ. ห้วยแก้วจะขึ้นสู่ดอยสุเทพ
มีรถโดยสารกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ขึ้นรถที่สถานีหมอชิต (ใหม่) สอบถามเพิ่มเติมที่โทร. 0-2936-2852-66
มีรถไฟสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ออกทุกวัน สอบถามเพิ่มเติมที่โทร. 0-2223-3767, 1690
สายการบินไทยและสายการบินบางกอกแอร์เวย์ มีเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ออกทุกวัน สอบถามเพิ่มเติมที่บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 1566, 0-2280-0060 บริษัทบางกอกแอร์เวย์ จำกัด โทร. 0-2265-5555
9.
คนเกิดปีสัน
( ปีวอกหรือปีลิง ) ธาตุดิน
พระธาตุประจำปีเกิด คือ พระธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม
พระธาตุพนม พระบรมธาตุเจดีย์องค์สำคัญ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนสองฝั่งโขง บรรจุพระอุรังคธาตุ (กระดูกส่วนหน้าอก) ของพระพุทธเจ้า ซึ่งพระมหากัสสปะเถระ ได้นำมาประดิษฐานไว้บนภูกำพร้า ตามตำนานว่าก่อสร้างโดยกษัตริย์ห้าองค์คือ พระยาจุฬณีพรหมทัต พระยานันทเสน พระยาอินทปัด พระยาคำแดง และพระยาสุวรรณภิงคาร พร้อมไพร่พล ในส่วนลวดลายที่เรือนธาตุนั้น ตำนานเล่าว่า ตกแต่งโดยพระอินทร์และเหล่าเทวดา มีแผ่นอิฐที่จำหลักลวดลายเป็นภาพกษัตริย์โบราณ ฝีมือช่างพื้นบ้าน ศิลปะทวารวดี หรือพุทธศตวรรษที่ 13-15 นับว่าเป็นพระบรมธาตุเจดีย์ที่เก่าแก่ ของภาคอีสาน พระธาตุพนมได้รับการบูรณะ และอุปถัมภ์โดยกษัตริย์แห่งล้านช้าง ในสมัย พ.ศ.2223-2225 พระครูโพนเสม็ด (ญาคูขี้หอม) นำราษฎรจากเวียงจันทน์ 3,000 คนมาปฏิสังขรณ์พระธาตุให้สูงขึ้น และเป็นรูปแบบที่นิยมในอีสาน ต่อมารัฐบาลได้บูรณะให้สูงขึ้นอีกเมื่อ พ.ศ.๒๔๘๓ แต่ในวันที่ 11 สิงหาคม 2518 เกิดฝนตกหนัก และพระธาตุพนมได้ทรุดพังทลายลง แต่ก็ได้รับการบูรณะโดยภาครัฐ และเอกชนเสร็จสมบูรณ์เมื่อ พ.ศ.2522 ในเขตวัดมีบ่อน้ำพระอินทร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ด ของบ่อน้ำที่ใช้น้ำมาเสกน้ำพระพุทธมนต์ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 จนถึงรัชกาลปัจจุบันงานมนัสการพระธาตุพนม จัดขึ้นทุกปีในวันขึ้น 10 ค่ำ ถึงวันแรก 1 ค่ำ เดือน 3
คำบูชาพระธาตุ
ปันนะศิริสะมิง ปัพพะเต อุตะมังธาตุ
เหทะยัง วะละจิตตัง เสฐะวะรัง อะหังวันทามิ สัพพะทา
ที่ตั้ง
: ถ.ชยางกูร บ้านธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม
การเดินทาง
จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถึง จ. สระบุรีบริเวณ กม. ที่ 107 เข้าทางหลวงหมายเลข 2 ผ่าน จ.นครราชสีมามาถึงขอนแก่นแล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 213 ผ่าน จ.กาฬสินธุ์ สกลนคร จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข 22 ไป จ.นครพนม ระยะทางประมาณ 760 กม. จากตัวเมืองนครพนมใช้ทางหลวงหมายเลข 212 ไป ประมาณ 50 กม.
มีรถโดยสารกรุงเทพฯ-นครพนม ขึ้นรถที่สถานีขนส่งหมอชิต (ใหม่) สอบถามเพิ่มเติมที่โทร. 0-2936-1880, 0-2936-2252
มีรถไฟสายกรุงเทพฯ-นครพนม ออกเดินทางทุกวัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่โทร. 0-223-7010, 0-2223-7020
สายการบินไทยมีเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-นครพนม ออกทุกวัน สอบถามเพิ่มเติมที่โทร. 1566, 0-2280-0060
10.
คนเกิดปีเร้า
( ปีระกาหรือปีไก่ ) ธาตุเหล็ก
พระธาตุประจำปีเกิด คือ พระธาตุหริภุญชัย อ.เมือง จ.ลำพูน
พระบรมธาตุหริภุญชัย เป็นพระธาตุคู่เมืองลำพูนมาแต่โบราณ มีตำนานเล่าว่า ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้า เสด็จมายังชัยภูมิของชาวเม็ง ทรงหยุดประทับนั่ง ณ สถานที่หนึ่ง พระยาชมพูนาคราช และพระยากาเผือกได้มาอุปัฏฐาก และมีชาวลัวะผู้หนึ่ง นำลูสมอมาถวายพระองค์ ทรงมีพุทธพยากรณ์ว่าที่นี่ในอนาคตจะเป็น ? นครหริภุญชัยบุรี ? เป็นที่ประดิษฐาน ? พระสุวรรณเจดีย์ ? ซึ่งบรรจุกระหม่อม ธาตุกระดูก ธาตุกระดูกนิ้วมือ และธาตุย่อยอีกเต็มบาตรหนึ่ง ในครั้งนั้นพระยาทั้งสองได้ทูล ขอพระเกศาธาตุนำไปบรรจุในกระบอกไม้รวก และโกศแก้วใหญ่ ไว้ในถ้ำใต้ที่ประทับ ต่อมาในสมัยพระยาอาทิตยราช ผู้ครองเมืองหริภุญชัย (ราว พ.ศ.1420 ) ได้เสด็จลงห้องพระบรรทม แต่มีการขัดขวาง มิให้เข้าภายหลัง ทรงทราบว่าที่แห่งนั้นเป็นที่บรรจุพระบรมธาตุ จึงทรงให้รื้อวัง และขุดพระบรมธาตุมาบรรจุโกศทองคำ และสร้างมณฑปปราสาท เพื่อเป็นที่ประดิษฐาน พระธาตุหริภุญชัย ได้รับการบูรณะเรื่อยมา โดยพระเจดีย์องค์ปัจจุบันบูรณะ ในสมัยพระเจ้าติโลกราชแห่งเชียงใหม่ เมื่อ 500 กว่าปีมาแล้ว ภายในวัดยังมีพระสุวรรณเจดีย์ เจดีย์ยุคแรกในศิลปะหริภุญชัย เจดีย์เชียงยัน เจดีย์เก่าแก่ทรงปราสาทห้ายอด และหอระฆัง ที่แขวนกังสดาลใหญ่เป็นต้น ในวันขึ้น 13 ค่ำเดือน 6 ของทุกปีจะมีงานประเพณีสรงน้ำพระธาตุหริภุญชัย น้ำที่นำมาสรงองค์พระธาตุนี้ จะต้องนำมาจากบ่อน้ำทิพย์ บนยอดดอยขะม้อที่อยู่นอกเมือง ตามธรรมเนียมปฏิบัติแต่โบราณ
คำบูชาพระธาตุ
สุวัณณะเจติยัง หะริภุญชะยัฐฐังวะระ โมลีธาตุรัง อุฬเสฏฐัง สะหะอังคุละผัฏฐัง
กัจจายะโน นามิตปัตตะ ปุรังสิเนนะ เมยหัง ปะนะมามิธาตุง
สิระสา นะมามิ อะหังวันทามิ ทูระโตฯ
ที่ตั้ง
: 335 ถ.อินทยงยศ หมู่ 1 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ลำพูน
การเดินทาง
จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 32 ไปจนถึง จ.นครสวรรค์ จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข 1 ผ่าน จ.กำแพงเพชร ลำปาง แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 11 ไป จ.ลำพูน ระยะทางประมาณ 670 กม.
รถโดยสารกรุงเทพฯ-ลำพูน ขึ้นรถที่สถานีขนส่งหมอชิต (ใหม่) สอบถามเพิ่มเติมที่โทร. 0-2936-2852-66
11.
คนเกิดปีเส็ด
( ปีจอหรือปีหมา ) ธาตุดิน
พระธาตุประจำปีเกิด คือ พระธาตุเกศแก้วจุฬามณี บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ สามารถบูชา รูป หรือไปไหว้พระเจดีย์ที่วัดเกตการาม อ.เมือง จ.เชียงใหม่ แทน
สำหรับผู้ที่เกิดปีจอ พระธาตุประจำปีเกิด คือ พระเกศแก้วจุฬามณีเจดีย์บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ตามพุทธประวัติกล่าวไว้ว่า ประดิษฐานพระทันตธาตุ ที่พระอินทร์นำมาจากพระบรมธาตุที่ โทณพราหมณ์ได้แอบซ่อนไว้ เมื่อครั้งมีการแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ ของพระพุทธเจ้า ให้แก่เจ้าเมืองต่างๆ ด้วยเหตุที่พระธาตุเจดีย์องค์นี้ มนุษย์ไม่สามารถเดินทางไปถึงได้ ดังนั้น นอกจากนมัสการด้วยการบูชารูปแล้ว ยังสามารถบูชาพระเจดีย์ที่วัดเกตการาม เชียงใหม่ ซึ่งมีชื่อพ้องกับพระเกศแก้วจุฬามณีเจดีย์ วัดนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำปิง ในเขตย่านการค้าของชาวต่างชาติ ตามประวัติว่า สร้างโดยพญาสามฝั่งแกน เมื่อ พ.ศ.1971 แต่พระเจดีย์ได้พังทลายลงในปี พ.ศ.2121 พระสุโธรับสั่งให้สร้างขึ้งใหม่ เป็นเจดีย์ทรงลังกาแบบล้านนา นอกจากนี้ ภายในวัดยังมีพระวิหารใหญ่ ที่สร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ และพิพิธภัณฑ์เก็บของใช้พื้นบ้านให้ชม ( เปิด 08.00 - 16.00 น. )
ที่ตั้ง
: บ้านวัดเกด ถ.เจริญราษฎร์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
การเดินทาง
จากกรุงเทพฯ มาตามทางหลวงหมายเลข 32 ถึง จ.นครสวรรค์ แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 1 ผ่าน จ.ตาก ลำปาง เข้าทางหลวงหมายเลข 11 สู่ จ.เชียงใหม่
ระยะทางประมาณ 700 กม. จากตัวเมืองเชียงใหม่ข้ามสะพานนวรัฐแล้วเลี้ยวซ้ายเข้า ถ.เจริญราษฎร์ มาตามทางประมาณ 500 ม. วัดอยู่ฝั่งขวา
มีรถโดยสารกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ขึ้นรถที่สถานีขนส่งหมอชิต (ใหม่) สอบถามเพิ่มเติมที่โทร. 0-2936-2852-66
มีรถไฟสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ออกทุกวัน สอบถามเพิ่มเติมที่โทร. 0-2223-3767, 1690
สายการบินไทยและสายการบินบางกอกแอร์เวย์ มีเที่ยวบินกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ออกทุกวัน สอบถามเพิ่มเติมที่บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน)
โทร. 1566, 0-2280-0060 บริษัทบางกอกแอร์เวย์ จำกัด โทร. 0-2265-5555
12.
คนเกิดปีใค้
( ปีกุนหรือปีหมู บางตำราเป็นช้าง ) ธาตุน้ำ
พระธาตุประจำปีเกิด คือ พระธาตุดอยตุง อ.แม่สาย จ.เชียงราย
พระบรมธาตุดอยตุง ตั้งอยู่บนดอยสูง ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของชาวเขา ตามตำนานเล่าว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอชุตราช ผู้ครองเมืองโยนกนาคพันธุ์ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระรากขวัญเบื้องซ้าย (กระดูกไหปลาร้า) ดังที่พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ไว้ ก่อนที่จะสร้างพระอชุตราชให้ทำทุง (ตุง) มีความยาว 1,000 วาปักบนยอดเขา หากทุงปลิวไปถึงที่ใด ก็กำหนดให้เป็นฐานของพระเจดีย์ ทั้งนี้พระองค์ได้พระราชทานทองคำ ให้พวกลาวจกเป็นค่าที่ดิน และให้พวกมิลักขุ 500 ครอบครัวดูแลรักษาพระธาตุ ต่อมาในสมัยพญามังราย พระมหาวชิรโพธิเถระ ได้นำพระบรมสารีริกธาตุมาถวาย 50 องค์ พญามังรายจึงให้สร้างพระเจดีย์อีกองค์ ใกล้กับเจดีย์องค์เดิม บางตำนานว่าที่มาชื่อดอยตุง เนื่องมาจาก พระมหากัสสปะได้อธิษฐานตุงยาว 7,000 วา ไว้ที่ยอดดอยแห่งนี้ พระบรมธาตุดอยตุง ได้รับการบูรณะหลายครั้ง โดยครั้งล่าสุดเมื่อปี พ.ศ.2513 ได้บูรณะเป็นเจดีย์ทรงปราสาท องค์ปัจจุบัน พระบรมธาตุดอยตุง เป็นที่เคารพสักการะของชาวล้านนา ไทใหญ่ หลวงพระบาง และเวียงจันทน์ ทุกปีจะมีงานนมัสการพระบรมธาตุในวันพ็ญเดือน 3
คำบูชาพระธาตุ
อิมัสสะมิง ภัททะกัปเป จะตุพุทธา พุชูฌะติตะวา กะกุสะนูระ
โกนาคะมะนะ กัสสะปะ โคตะมะราชะคะเห จะระติปิณฑายะ มิถิลายะนะคะเรสิ
จะรัตติ ปิณะฑายะ อะตีตา พุทธาเน อิมัสะมิง ปัพพะตาคิริ ปะทะกังนะสิทิตะวา
เมตเตยยะ อะนาคะเต จะระติปิณะฑายะ ราชะคะเห อมัสะมิง ฐาเนนะสิทิสิริ
สุภะปะวะรังมะคะโล ตะโมลากะถามุนิราชะ
สาตะระนะมามิหันตัง วะระชินะธาตุง อะหังวันทามิ
สัพพะทานะตัง วะชิระธาตุโย อะระหังวันทามิ สัพพะทา
ที่ตั้ง
: ต.ห้วยไคร้ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
การเดินทาง
จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถึง อ.วังน้อย จ.อยุธยา เข้าทางหลวงหมายเลข 32 ไปถึง จ.นครสวรรค์ จากนั้นแยกขวาไปทางหลวงหมายเลข 117 ถึง จ.พิษณุโลกแล้วไปตามทางหลวงหมายเลข 11 ถึง จ.แพร่ เข้าทางหลวงหมายเลข 101 ไปถึง อ.ร้องกวาง จะมีทางแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 103 ซึ่งจะไปบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 1 ที่ อ.งาว จ.พะเยา แล้วตรงไปถึง จ.เชียงราย ระยะทางประมาณ 804 กม. จากตัวเมืองเชียงรายใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ไป อ.แม่สาย จะผ่าน อ. แม่จัน จนมาถึง กม. ที่ 870 จะมีทางแยกซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 1149 ขึ้นสู่ดอยตุงประมาณ 17 กม.
มีรถโดยสารกรุงเทพฯ-เชียงราย ขึ้นรถที่สถานีขนส่งหมอชิต (ใหม่) สอบถามเพิ่มเติมที่โทร. 0-2936-2852-66
สายการบินไทยมีเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-เชียงราย ออกทุกวัน สอบถามเพิ่มเติมที่โทร. 1566, 0-2280-0060
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 กรกฎาคม 2008, 04:21:57 am โดย admin
»
บันทึกการเข้า
สินค้าน่าสนใจ
|
สายนาฬิการาคาถูก
|
อุปกรณ์เครื่องครัว
|
สินค้าคนไทย สู่ตลาดโลก
|
ชมรมคนขายของมือสอง
thep
Auther
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +5/-0
ออฟไลน์
กระทู้: 1000
สิทธิ์ของหัวใจใครจะรักใครก็ไม่ผิด
Re: พี่เวปปปปป พี่เทพพพพพ "ช่วยหน่อยอะ"
«
ตอบ #2 เมื่อ:
28 กรกฎาคม 2008, 03:15:25 am »
ทันใจเลยครับพี่
บันทึกการเข้า
จงมั่นใจในรักที่มีอยู่ แล้วจะรู้ว่ารักนี้มีค่ากว่าสิ่งไหน
http://www.bumq.com/?p=20091022303811398
ฉัตร
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +17/-0
ออฟไลน์
กระทู้: 786
Love love
Re: พี่เวปปปปป "ขอบคุณจ๋า...พี่ชายที่แสนดี"
«
ตอบ #3 เมื่อ:
28 กรกฎาคม 2008, 03:22:24 am »
เร็วทันใจมากมายอะพี่เวปปปปปปปปปปปปปปปปปปที่น่ารัก
ขอบคุณคะ
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 กรกฎาคม 2008, 03:25:05 am โดย ฉัตร
»
บันทึกการเข้า
หน้า: [
1
]
ขึ้นบน
พิมพ์
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
กระโดดไป:
เลือกหัวข้อ:
-----------------------------
พระมหากษัตริย์ไทย
-----------------------------
=> เรารักในหลวง
=> ประวัติศาสตร์ไทย
===> วันสำคัญต่าง ๆ
===> ศิลปะและวัฒนธรรมไทย
===> ดนตรีไทย
=> เศรษฐกิจพอเพียง
-----------------------------
ชมรมคนรักเสด็จเตี่ย
-----------------------------
=> กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
===> วัตถุมงคล กรมหลวงชุมพรฯ
-----------------------------
พุทธศาสนา
-----------------------------
=> พุทธศาสนา
===> วันสำคัญทางศาสนา
=> เกจิอาจารย์
===> วัตถุมงคล
-----------------------------
กระดานนาวี22
-----------------------------
=> ห้องข่าวนาวี 22
===> การใช้งานเว็บไซท์
=> สนทนาทั่วไป
===> ตูน 007
===> สุขสันต์วันเกิด .. !
=> พิราบคาบข่าว
===> ข่าวต่างประเทศ
===> ข่าวในประเทศ
=> เรือ
=> อาวุธ ปืน
===> Beretta
===> CZ#2075RAMI
===> Glock
===> HK
===> S&W
===> SigSauer
===> Ruger
===> Taurus
-----------------------------
มุมเม๊าส์ชาว 22
-----------------------------
=> มุม วาไรตี้
===> คุยกับสาธิตาพยากรณ์
===> บรรเทิง แหล่งช๊อป
===> รวมเพลงต่าง ๆ
===> เพลงทหารเรือ
=> กฏหมายไทย
=> ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย
=> ความรู้ทางการเกษตร
===> ข้าวไทย
===> สมุนไพรไทย
===> น้ำมันจากพืช
===> แก๊สธรรมชาติ
=> สัตว์เลี้ยง และไม่เลี้ยง
=> คนรักรถ
-----------------------------
คอมพิวเตอร์
-----------------------------
=> ถาม-ตอบปัญหาคอมพิวเตอร์
=> มุม บทความน่าสนใจ
===> บ้านหม้อ อีเล็กทรอนิกส์
=====> ร้านอีเล็กทรอนิก รับซ่อมทั่วประเทศ
===> d@eng คุยเรื่อง iT
===> e-book หลายหลากความรู้
=> เขียนเว็บด้วย Joomla
=> กราฟฟิค
-----------------------------
คลินิค นาวี22
-----------------------------
=> สาธารณสุข และสุขภาพที่ดี
===> มุมกีฬาเพื่อสุขภาพ
=====> รวมภาพใน โอลิมปิค 2008
=> การตั้งครรภ์ และเด็กอ่อน
-----------------------------
กินเที่ยวทั่วโลก
-----------------------------
=> เที่ยวทั่วไทย
===> เที่ยวรอบโลก
=> มุม อร่อยเลขที่ 22
===> แนะนำแหล่งกิน มุมอร่อย
-----------------------------
กาพย์ โคลง กลอน
-----------------------------
=> มุม กาพย์ กลอน โคลง ฉันท์