หน้า: 1 2 [3]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ไหว้พระประธาน76จังหวัด  (อ่าน 5102 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
thep
Auther
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1000


สิทธิ์ของหัวใจใครจะรักใครก็ไม่ผิด

thep_0062@hotmail.com
อีเมล์
« ตอบ #30 เมื่อ: 17 กันยายน 2008, 11:42:47 pm »


หลวงพ่อพระร่วง วัดมหรรณพาราม กรุงเทพฯ




"วัดมหรรณพาราม" ตั้งอยู่ที่แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพฯ ซึ่งได้เริ่มสร้างมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 แห่งราชวงศ์จักรี ตรงกับ พ.ศ.2393

นามผู้สร้างพระอารามนี้ คือ กรมหมื่นอุดมรัตนราษี พระนามเดิมว่าพระองค์เจ้าอรรณพ ทรงเป็นพระโอรสในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

ในพระอารามแห่งนี้ มีปูชนียวัตถุที่สำคัญมาก คือ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ มีนามเรียกว่า "หลวงพ่อพระร่วง" หรือ ที่ชาวบ้านเรียกจนติดปากว่า "หลวงพ่อร่วง" สถิตอยู่ที่พระวิหาร

หลวงพ่อพระร่วง เป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นในสมัยสุโขทัย ขนาดหน้าตักกว้าง 1 วา 1 ศอก 1 คืบ 5 นิ้ว สูง 1 วา 3 ศอก 1 คืบ 7 นิ้ว องค์พระเป็นโลหะทอง มีรอยต่อ 9 แห่ง โดยมีหมุดเป็นเครื่องเชื่อมที่รอยต่อชุกชีที่ประดิษฐาน ยาว 2 วา 1 ศอก 7 นิ้ว กว้าง 2 วา 2 ศอก

ถัดจากฐานขึ้นไปที่เรียกว่าบัลลังก์ ทำเป็นลายดอกบัวคว่ำบัวหงายและดอกไม้เครือกระจังลงรักปิดทอง ประดับด้วยกระจกสีต่างๆ ได้อัญเชิญมาจากกรุงสุโขทัยในราวปี พ.ศ.2393 ในรัชกาลที่ 3

หลวงพ่อพระร่วง มีประวัติสังเขปดังนี้ เมื่อครั้งที่ กรมหมื่นอุดมรัตนราษี ทรงสร้างวัดอยู่นั้น พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ได้พระราชทานเงินสมทบ 1,000 ชั่ง สร้างพระอุโบสถ แล้วทรงรับสั่งให้เจ้าหน้าที่ทางเมืองเหนือเสาะหาพระพุทธรูปใหญ่ เพื่อนำมาเป็นพระประธาน

ครั้นได้พบแล้วก็ทราบรับสั่งให้อัญเชิญลงมากรุงเทพฯ เพื่อให้ทันกับการฉลองพระอุโบสถและผูกพัทธสีมา

แต่การเดินทางสมัยนั้นลำบากมาก หากจะขนวัตถุสิ่งใดลงมากรุงเทพฯ ต้องอาศัยเรือหรือแพเท่านั้นเป็นพาหนะ

หลวงพ่อพระร่วงก็เช่นเดียวกัน อาศัยบรรทุกมาด้วยแพ แต่การเดินทางล่าช้ามาก มาไม่ทันกำหนดเวลาที่พระอุโบสถสร้างเสร็จ

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงรับสั่งให้สร้างพระประธานด้วยหินปูนก่ออิฐให้ทันกับเวลาฉลองพระอุโบสถและใช้เป็นพระประธานในพระอุโบสถจนกระทั่งบัดนี้ฯ

ครั้นสร้างพระประธานเสร็จเรียบร้อย หลวงพ่อพระร่วงจึงถูกอัญเชิญมาถึงกรุงเทพฯ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงรับสั่งให้สร้างพระวิหารขึ้นทางด้านทิศใต้ของพระอุโบสถให้เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระร่วงตั้งแต่นั้นมาตราบเท่าทุกวันนี้

หลวงพ่อพระร่วง มีคุณลักษณะดีพิเศษ 3 ประการ คือ

ประการที่ 1 ทางด้านศิลปะ หลวงพ่อพระร่วงเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะสวยงามมาก พระพักตร์อิ่มเอิบ พระเนตรดูแล้วเหมือนยิ้มนิดๆ เป็นเหตุชวนให้ชุ่มชื่นใจแก่ผู้ดู พระกรวางอยู่ในลักษณะสมส่วน นิ้วพระหัตถ์เรียวงาม ทั้งองค์มีที่ต่ออยู่ 9 แห่ง เป็นเครื่องหมายของความก้าวหน้าตามความนิยมของคนสมัยนั้นด้วยทุกสัดส่วนขององค์พระไม่มีที่ไหนบกพร่องที่น่าตำหนิ ยากที่ช่างสมัยนี้จะทำเทียมเสมอได้

ประการที่ 2 ด้านวัตถุ หลวงพ่อพระร่วงมีคุณค่าทางด้านวัตถุมากมายมหาศาล พระพุทธรูปโบราณที่สร้างในสมัยเชียงแสน สุโขทัย มักจะเป็นเนื้อทองสัมฤทธิ์เป็นส่วนมาก หรือเป็นเนื้อทองคำปนอยู่มาก เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรได้มาพิสูจน์ ลงความเห็นว่าเป็นเนื้อทองคำประมาณ 60%

ประการที่ 3 ด้านความศักดิ์สิทธิ์ หลวงพ่อพระร่วงเป็นที่พึ่งทางใจให้แก่ชาวบ้านและชาวจีน ปัดเป่าความทุกข์ให้แก่ผู้ที่มากราบไหว้บูชาได้ดี จนเป็นที่ขึ้นชื่อลือชา เป็นพระพุทธปฏิมารูปเปรียบของพระพุทธเจ้าชาวพุทธที่กราบไหว้บูชาก็เท่ากับกราบไหว้พระพุทธเจ้าจัดเข้าเป็นพุทธานุสติได้ตามหลักการปฏิบัติของชาวพุทธ

ด้วยพุทธานุภาพอันเกิดจากความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อพระร่วง การบนบานนั้น จึงมักจะสำเร็จผลตามความประสงค์เป็นส่วนมาก ทำให้มีผู้นิยมนับถือท่านมากทั้งชาวไทยและชาวจีน เกิดเดือดร้อนขึ้นมาก็หันหน้าเข้าวัดบนบานให้ท่านช่วย ของเซ่นที่ท่านชอบก็ไม่เหมือนที่อื่นๆ เป็นเพียงตะกร้อ ว่าวจุฬา ว่าวปักเป้า หรือพวงมาลัยเท่านั้น เมื่อก่อนนี้ทางวัดไม่ได้เปิดให้คนเข้านมัสการภายในวิหาร ผู้ประสงค์จะไหว้อยู่แต่ภายนอกวิหารเท่านั้น แต่นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2497 เป็นต้นมา

จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ ทางวัดได้เปิดให้คนเข้านมัสการภายในพระวิหารได้ทุกโอกาสและเปิดเป็นประจำทุกวัน

ทุกปีจะมีงานนมัสการปิดทองหลวงพ่อพระร่วง วันกำหนดงานไม่ค่อยจะแน่นอน แต่อยู่ในระหว่างช่วงเทศกาลตรุษจีนเป็นส่วนมาก เมื่อมีงานเทศกาลชาวไทยและชาวจีนจะหลั่งไหลกันมากราบไหว้บูชา



ที่มา  -  ข่าวสด
บันทึกการเข้า

จงมั่นใจในรักที่มีอยู่ แล้วจะรู้ว่ารักนี้มีค่ากว่าสิ่งไหน    
http://www.bumq.com/?p=20091022303811398
หน้า: 1 2 [3]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: