หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เตรียม!..ปรับหลักสูตรใหม่ "ลดเวลาเรียน" ลง  (อ่าน 944 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14053


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« เมื่อ: 10 มิถุนายน 2008, 03:25:30 am »

เมื่อวันที่ 29 พ.ค. นายสมเกียรติ ชอบผล รองเลขาธิการกพฐ. เปิดเผยภายหลังประชุมกพฐ.ว่า ที่ประชุมเห็นชอบร่างหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544 (ฉบับปรับปรุง) ที่จะนำร่องใช้ในโรงเรียน 555 แห่ง ในปีการศึกษา 2552 และโรงเรียนที่พร้อมและสนใจขอเข้าร่วมได้อีก โดยจะใช้เต็มรูปแบบทั่วประเทศปีการศึกษา 2553

สาระสำคัญที่ปรับเปลี่ยน อาทิ 1. การจัดเวลาเรียน ได้กำหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรียนขั้นต่ำในกลุ่มสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่ม และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่สถานศึกษาสามารถเพิ่มเติมได้ตามความพร้อมดังนี้ ระดับชั้นป.1-6 ให้สถานศึกษาจัดเวลาเรียนเป็นรายปี โดยมีเวลาเรียนวันละประมาณ 4-5 ช.ม. และไม่เกิน 1,000 ช.ม./ปี ระดับชั้นม.1-3 ให้จัดเวลาเรียนเป็นรายภาค มีเวลาเรียนประมาณวันละ 5-6 ช.ม. และไม่เกิน 1,200 ช.ม./ปี โดยคิดน้ำหนักของรายวิชาที่เรียนเป็นหน่วยกิตใช้เกณฑ์ 40 ช.ม.ต่อภาคเรียน มีค่าน้ำหนักวิชาเท่ากับ 1 หน่วยกิต

ระดับม.4-6 ให้จัดเวลาเรียนเป็นรายภาค มีเวลาเรียนวันละไม่น้อยกว่า 6 ช.ม. รวม 3 ปีมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่า 3,600 ช.ม. โดยคิดน้ำหนักของรายวิชาที่เรียนเป็นหน่วยกิตใช้เกณฑ์ 40 ช.ม.ต่อภาคเรียน มีค่าน้ำหนักวิชาเท่ากับ 1 หน่วยกิต ทั้งนี้การกำหนดเวลาเรียนนั้นจะน้อยกว่าการเรียนในปัจจุบันที่เด็กจะเรียนหนัก

"โครงสร้างเวลาเรียนจะกำหนดชั่วโมงเรียนต่อปีใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้และกิจกรรมของแต่ละระดับชั้น เช่น ภาษาไทยและคณิตศาสตร์ ชั้น ป.1-3 ให้เรียนชั้นละ 200 ช.ม. ชั้นป.4-6 เรียนชั้น 160 ช.ม. ชั้นม.1-3 เรียนชั้นละ 120 ช.ม. และม.4-6 เรียนรวม 240 ช.ม. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนให้เรียน 120 ช.ม. ในระดับชั้นป.1-ม.3 และม.ปลายเรียนรวม 360 ช.ม. โดยการกำหนดโครงสร้างการเรียนนี้จะมุ่งเน้นผู้เรียนระดับป.1-3 ให้อ่านออก เขียนได้และคิดเลขเป็น" นายสมเกียรติ กล่าว

รองเลขาธิการกพฐ. กล่าวอีกว่า ในหลักสูตรใหม่ที่ปรับปรุงได้กำหนดเกณฑ์การจบแต่ละระดับคือ

1. ระดับประถมศึกษา มีสาระหลักๆ เช่น ผู้เรียนต้องเรียนครบสาระการเรียนรู้แกนกลางตามที่หลักสูตรสถานศึกษากำหนดไม่เกิน 1,000 ช.ม.ต่อปี มีผลการประเมินผ่านเกณฑ์ตามที่สถานศึกษากำหนด 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ มีผลการประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่กำหนด และผู้เรียนต้องเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด

2. ระดับชั้นม.ต้น มีสาระหลักๆ เช่น ผู้เรียนเรียนรายวิชาตามสาระการเรียนรู้แกนกลาง 63 หน่วยกิตและรายวิชาเพิ่มเติมรวมแล้วไม่เกิน 81 หน่วยกิต โดยทุกวิชาในหลักสูตรแกนกลางต้องมีผลการเรียนผ่าน เป็นต้น

3. ระดับม.ปลาย มีสาระหลักๆ เช่น ผู้เรียนเรียนรายวิชาสาระการเรียนรู้หลักสูตรแกนกลาง 39 หน่วยกิต และรายวิชาที่เพิ่มเติมตามที่สถานศึกษากำหนดรวมแล้วไม่น้อยกว่า 81 หน่วยกิต นอกจากนี้หลักสูตรดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้เทียบโอนผลการเรียนของผู้เรียนในกรณีต่างๆ เช่น การย้ายสถานศึกษา การย้ายหลักสูตร การละทิ้งการเรียน การเทียบโอนความรู้ ทักษะประสบการณ์จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ


-------------------------------------------------------------------------------------------------------

อันนี้เป็นควาคิดเห็นส่วนตัวนะค๊ะ

ลดเวลาเรียนลง แต่ก็น่าจะมีการควบคุมเวลาที่ลดน้อยลงนั้น ให้นักเรีย่นอยู่ในสถานที่เรียน มิเช่นนั้น จะมีปัญหาตามมาหรือไม่  เช่น เอาเวลาไป มั่วสุม ตามแหล่งคาราโอเ กะ  ไปดูหนังฟังเพลง  หรือทำการที่ไม่ได้นำไปสู่ ความตั้งใจจริง ในการลดเวลาเรียน  ควรจะส่งเสริมการออกกำลังกายให้มากขึ้น การส่งเสริมกิจกรรมพัฒนาอื่น ๆ นอกเหนือจากหนังสือเรียน เช่น การทำค่าย การเล่นดนตรี  การฝึกความเชี่ยวชาญด้านอื่น ๆ   น่าจะเป็นประโยชน์ชัดเจนอย่างแท้จริง

เตรียม!..ปรับหลักสูตรใหม่ "ลดเวลาเรียน" ลง
บันทึกการเข้า

bangklua
Newbie
*

คะแนนจิตพิสัย +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 39



อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: 21 สิงหาคม 2008, 12:07:15 am »

 ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้ ทุกวันนี้ สอนนักเรียน เต็มเวลา บรรดา ท่านๆ ยังแทบไม่อยากเรียนเลย ถ้าร่นเวลาลงไปอีกพอดี พระเดชพระคุณท่านทั้งหลาย จะต้องแปลงสภาพ ไปอยู่ตามทุ่งแล้ว




*การศึกษาไทยทุกวันนี้ มีแต่แย่งลงทุกๆวันๆ เพราะนักวิชาการเขียนหลักสูตรมาไม่ได้ลงมือทำ แต่ผู้ปฏิบัติทำตามเขาเขียนมาในหลักสูตร แต่ไม่สามารถที่จะปรับเข้าได้กับสภาพแวดล้อม เฮ้อ เหนื่อย ร้องไห้ ร้องไห้
บันทึกการเข้า
nukoy99
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +12/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2122


scrolly_99@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: 21 สิงหาคม 2008, 01:49:03 am »

ขนาดแค่สอนทั้งวัน เด็กมันยังโดดตรึม และว่างไปเที่ยวห้าง เล่นเกมส์ ร้านเน็ตกันตรึม แล้วลดเวลาเรียน

ไม่ยิ่งกะว่างมากจนก่อแต่ปัญหาเดือดร้อนรึนี่  เศร้า  เป็นเพราะลูกท่านหลานเธอทั้งหลายที่ไม่มีระบบไม้เรียวนั่นหละ

เด็กไทยถึงได้เปลี่ยนไป โย่วๆๆ  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

ค่าของคนอยู่ที่ผลงาน...แต่ผลงานที่ได้ก็ไม่ได้วัดค่าของคนได้เสมอไป..
admin
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +30/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3573


oknakrub@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 21 สิงหาคม 2008, 03:42:55 am »

มาตรฐานเด็กไทยลดลงมาก เป็นกรรมของประเทศนะผมว่า ใช้เวลา 10 ปี จะกู้ได้ซักเท่าไรไม่รู้เลย ... เศร้าแท้ ๆ  โกรธ
บันทึกการเข้า

แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14053


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 21 สิงหาคม 2008, 05:54:07 am »

มาตรฐานเด็กไทยลดลงมาก เป็นกรรมของประเทศนะผมว่า ใช้เวลา 10 ปี จะกู้ได้ซักเท่าไรไม่รู้เลย ... เศร้าแท้ ๆ  โกรธ

แดงว่านะพี่ ตราบใดที่ผู้บริหารปรนะเทศแย่ เด็กไทย คนไทยต้องแย่ตามค่ะพี่เวป ไม่มีระบบที่ดีเลยค่ะ
มีแต่ระบบที่ว่า...ทำอย่างไรจะโกงกินให้ได้มากที่สุด ไม่ใช่ว่า ทำอย่างไรชาติจะเจริญ น่าสลดใจจังค่ะ
เศร้า
บันทึกการเข้า

nukoy99
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +12/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2122


scrolly_99@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: 11 ตุลาคม 2008, 08:28:09 pm »

มาตรฐานเด็กไทยลดลงมาก เป็นกรรมของประเทศนะผมว่า ใช้เวลา 10 ปี จะกู้ได้ซักเท่าไรไม่รู้เลย ... เศร้าแท้ ๆ  โกรธ

มันต้องเอาระบบที่รุ่นเราเด็ก ๆ มาใช้ค่ะ และครูเองก็ต้องเป็นครูจริง ๆ ไม่ใช่ มาเป็นครูเพราะไม่มีงานอื่นจะทำ ต้องเป็นครูด้วยจิตวิญญาณ เหมือนครูสมัยก่อน ส่วนหลักสูตรการเรียน ปรับไปปรับมามันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาเลยสักนิด เพราะเด็กไทยก็ยังต่ำลงเรื่อย ๆ อยู่ดี บางคนก็เก่งมาก ๆ แต่ทำอะไรเองไม่เป็น เพราะพ่อแม่ให้เรียนอย่างเดียวอย่างอื่นไม่ต้องห่วงไม่ต้องทำ ไม่ต้องแคร์ พ่อแม่จัดการให้หมด พอไปทำงานก็จบเห่ เฮ้ออนาคตเด็กไทย

อ้อลืมบอกไปอีกนิด  "เมื่อไม่นานมานี้เจอเด็กชาย 7-8 ขวบได้มั้ง มีโทรศัพท์ดัง เราก็เฉย ๆ พอรับแค่นั้นแหละ

"ฮัลโหล"  ...... "กำลังเล่นเกมส์อยู่จ้า"..... "เดี๋ยวจะกลับแล้วจ้าคุณดีจ๋า"........"จ้าคนดีเดี่ยวกลับน้า รักนะจุ๊บ ๆ"

นี่มะได้เป็นการแอบฟังนะ แต่เค้าพูดในที่สาธารณะ แล้วจะให้คิดว่าคุยกะใครนิถ้าไม่ใช่แฟน นี่ 8 ขวบนะ ยังขนาดนี้  ฟังแล้วรู้สึกตะขิดตะข่วงใจเลยแฮะ 555 เด็กสมัยนี้ แรงจริง ๆ    ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11 ตุลาคม 2008, 08:30:30 pm โดย nukoy99 » บันทึกการเข้า

ค่าของคนอยู่ที่ผลงาน...แต่ผลงานที่ได้ก็ไม่ได้วัดค่าของคนได้เสมอไป..
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14053


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 11 ตุลาคม 2008, 09:22:59 pm »

ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ เอาคำแดงคนดีมาใช้อิอิ คนดี๊คนดี ถ้าเป็นแดงคนดี จะบอกจุ๊บแบบนี้ค่ะ

 ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: