หน้าแรกบอร์ด
ช่วยเหลือ
ค้นหา
ปฏิทิน
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
» ยินดีต้อนรับคุณ,
บุคคลทั่วไป
กรุณา
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว:
เนื่องจาก มีการปรับปรุ่งกระดานสนทนาเป็นเวอร์ชั่นใหม่ 1.1.14 อาจมีสมาชิกบางท่านมีปัญหาเรื่องเข้าใช้งาน กรุณาติดต่อที่ webmaster ขออภัยในความไม่สะดวก :
plaraa@gmail.com
บ้านเลขที่ 22
>
พุทธศาสนา
>
เกจิอาจารย์
>
วัตถุมงคล
>
พระนารายณ์ทรงปืน
หน้า: [
1
]
ลงล่าง
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
พิมพ์
ผู้เขียน
หัวข้อ: พระนารายณ์ทรงปืน (อ่าน 5443 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
พระนารายณ์ทรงปืน
«
เมื่อ:
06 มิถุนายน 2008, 04:43:34 am »
พระนารายณ์ทรงปืน
?
ในบรรดาพระเครื่อง ซึ่งเป็นพระพิมพ์เนื้อชินเงินด้วยกันแล้ว คงไม่มีอะไร
จะแจ๋วเกินไปกว่าพระเครื่องที่มีศิลปลพบุรีไปได้ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน เหตุที่พูด
เช่นนี้มิใช่ว่าจะยกยอปอปั้นหรือหยิบยกมากล่าวอ้างให้เป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระ
ความจริงพระกรุอื่นๆ ที่เด่นๆ ก็มี แต่ก็ยังไม่ค่อยมีใครสนใจมากเท่ากับพระที่แตก
จากกรุ"ลพบุรี"
เหตุที่พูดเช่นนี้ก็เพราะว่า มีนักนิยมพระหลายรุ่น หลายสมัย และหลายคนมี
ความสนใจพระลพบุรีกันแทบทั้งสิ้น ไม่ว่านักเล่นรุ่นเก่า-รุ่นใหม่-รุ่นใหญ่-รุ่นเล็ก ล้วน
แล้วแต่ชอบพระลพบุรีแทบจะทุกคน คำว่าเป็นรองใครไม่มี "นอกจากเป็นหนึ่งเสมอ" ยกตัวอย่างเช่น พระหูยานลพบุรีพระร่วงลพบุรี พระหลวงพ่อจุกลพบุรี พระนารายณ์
ทรงปืนลพบุรี พระหลวงพ่อหมอลพบุรี พระหลวงพ่อพัด พระเขมรขนนก (เทริด)
พระนาคปรกลพบุรี พระซุ้มกระรอกกระแต พระซุ้มนครโกษาลพบุรี เหล่านี้เป็นต้น
ล้วนแล้วเชื่อถือได้ทุกกาลสมัย
ดังที่ได้ยกตัวอย่างมานี้เป็น เป็นเพียงส่วนน้อยในจำนวนพระเครื่องแตกจากกรุลพบุรี ไม่ว่าจะแตกมาด้วยวิธีใด
อาจจะแตกมาจากการลักลอบขุด หรืออาจะแตกมาโดยบังเอิญก็ดี พระต่างๆ เหล่านี้ย่อมเป็นที่สนใจของนักนิยมพระ
โดยทั่วไป และมักจะตรงกันข้ามกับพระกรุอื่นๆ ทั่วๆ ไป "ที่ไม่ใช่สมัยลพบุรี" พระอื่นๆ อีกหลายกรุที่แตกมาแต่ละครั้ง
ดังประเดี๋ยวเดียวก็เริ่มดับ ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่น่าแแปลก และก็เป็นเครื่องยืนยันได้ว่าพระต่างสมัยกันอาจจะมีความนิยมชมชอบ
หรือมีความศัรทธาไม่เหมือนกันในแต่ละสมัย และแต่ละพื้นที่ พูดง่ายๆ ว่า "ในท้องถิ่นใคร ท้องถิ่นมัน" ชอบไม่เหมือนกัน
ในเรื่องสนนราคาก็แพงและถูกแตกต่างกันไปและถ้าคนที่ไม่รู้เรื่องด้วยแล้ว อาจจะโดนลูกฟลุ้กก็ได้ หมายถึงเช่าได้ใน
ราคาถูก ถ้าเช่าแพงและเก๊ด้วยก็หมายถึงฟุบ...ฟุบ...ฟุบ
ในโอกาสนี้ ผมขอนำท่านมาพบกับพระกรุหนึ่ง ซึ่งประชาชนทั่วไปเรียกกันว่า "พระแผงนารายณ์ทรงปืน" ซึ่งแตกกรุ
เมื่อปีพุทธศักราช 2500 ณ ที่ฐานเจดีย์รายที่ชำรุดทรุดโทรมด้านในกำแพงแก้วภายในบริเวณวัดพระศรีรัตนมหาธาตุนั่นเอง กำแพงแก้วของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุนี้มีอยู่ด้วยกันหลายชั้น ทั้งด้านนอก-ด้านใน และจะพบองค์เจดีย์ที่มีศิลปงดงาม บางส่วน
ที่ชำรุดก็มีมาก ปูชนียสถานและโบราณวัตถุเหล่านี้ บรรดานักปราชญ์ราชบัณฑิตลงความเห็นและให้ข้อคิดเห็นเป็นทัศนะว่า
โบราณสถานในวัดมหาธาตุ (เว้นพระปรางค์องค์ใหญ่) สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาเชื่อมโยงในสมัยสุโขทัย หรือที่เรียกว่า
หัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างสุโขทัยกับอยุธยานั่นเองว ส่วนใครจะเชื่อหรือไม่นั้นดูจากหลักฐานโบราณวัตถุประกอบเอาเอง เป็นเครื่องยืนยันและเป็นสิ่งที่ชี้ชัดแล้ว
คำว่าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุนั้น แต่ก่อนชาวบ้านสมัยรัชกาลที่ 4-5-6 เรียกวัดนี้ว่า "วัดหน้าพระธาตุ" และต่อมาปัจจุบัน
เรียกว่า "วัดมหาธาตุ" รู้สึกว่าสั้นเกินไป คงจะไม่ถูกหลักเกณฑ์เหมือนที่ทางราชการเรียกขานเป็นแน่ ที่ถูกที่ควรนั้นคงจะเป็น
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุมากกว่า เพราะว่าศรีรัตนมหาธาตุนั้น มีด้วยกันหลายวัด โดยมากเป็นวัดหลวง (พระอารามหลวงแทบ
ทั้งสิ้น)พระมหากษัตริย์พระองค์ใดพระองค์หนึ่ง มีส่วนร่วมในการสร้างพระอารามนั้นๆ เช่นที่กรุงเทพมหานคร สุโขทัย
สุพรรณบุรี ราชบุรี ฯลฯ พระอารามเหล่านี้โดยมากจะเป็นพระอารามหลวงทั้งหมดและเป็นที่สำคัญยิ่งสำหรับเจ้านายชั้น
เจ้าแผ่นดิน เจ้าฟ้าเจ้าพระยา ใช้เป็นศาสนสถานที่เกี่ยวกับการทำบุญทำทาน และประเพณีต่างๆ ตลอดมา คำว่าวัดมหาธาตุ
จึงเป็นคำใหญ่ที่เจ้านายใช้เรียกขาน นับว่าเป็นการสืบเนื่องมาจนทุกวันนี้
อันพระปรางค์องค์ใหญ่ในวัดมหาธาตุนั้น เดินทีเดียวขอมอาจจะสร้างก็ได้ โดยใช้ศิลาแลงเป็นหลัก เพื่อประกอบ
ศาสนกิจในทางศาสนาพวกพราหมณ์ สร้างไว้ถึง 3 องค์ ปัจจุบันเหลือองค์กลางองค์เดียว ส่วนระเบียงหรือกำแพงล้อมรอบนั้น
คงจะสร้างขึ้นภายหลัง ซึ่งเหมือนกันระเบียงคตของวัดพระศรีสรรเพชญ์ที่อยุธยา และที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กทม
องค์พระปรางค์ใหญ่ในวัดพระศรีฯ นี้มีลวดลายปูนปั้น ประดับประดาสวยสดงดงามมาก (ในอดีต)แต่ปัจจุบัน ลวดลาย
เหล่านั้นถูกพวกมิจฉาชีพลักแกะนำไปขายให้กับนายทุนกลางในเมืองลพบุรีแทบหมดไม่มีเหลือ ก็เป็นสิ่งที่น่าเสียดาย
ระเบียงคตวิหารเก้าห้อง เจดีย์ราย กำแพงแก้วและสิ่งต่างๆ ในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุนั้น คงจะมีพระมหากษัตริย์พระองค์หนึ่ง
พระองค์ใด (สมัยอู่ทอง) ทรงสร้างขึ้นแน่นอน โดยใช้พระปรางค์เป็นแกนกลางของวัด ดังปรากฏในประวัติศาสตร์ชาติไทยว่า
เมื่อต้นกรุงศรีอยุธยา รัชสมัยสมเด็จพระราเมศวร ได้เสด็จมาประทับยังเมืองลพบุรีถึง 2 ครั้ง 2 คราเป็นเวลาหลายปี
ได้สร้างสรรและบูรณะปฏิสังขรณ์วัดพระศรีมหาธาตุด้วยพระองค์หนึ่ง ยังไม่เท่านั้น ในรัชสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์
พระองค์เคยเสด็จมาประทับอยู่ ณ เมืองลพบุรีระยะหนึ่ง ก่อนทรงผนวชและพระองค์ได้ทรงปฏิสังขรณ์วัดนี้คราวหนึ่ง
ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระองค์ได้เสร็จประทับ ณ เมืองลพบุรี ถึงปีละ 8 เดือน พระองค์ก็ได้ทรงบูรณะ
สร้างสรรค์วัดนี้เป็นอันมาก เท่าที่ทราบพระองค์ทรงสร้างพระวิหารใหญ่ (วิหารเก้าห้อง) และศาลาเปลี้องเครื่อง
ในประวัติศาสตร์ดังได้กล่าวนี้ พอจะนำมาเป็นข้ออ้างอิงได้ว่า วัดพระศรีรัตนมหาธาตุนี้สร้างขึ้นโดยองค์พระมหากษัตริย์
อย่างแน่นอน เพราะระยะเวลาการครองราชย์แต่ละพระองค์นั้นก็มีช่วงระยะเวลาพอสมควรที่จะทรงกระทำได้ ผมผู้เขียนเชื่อ
อย่างสนิทใจโดยไม่สงสัยเลยว่าขอมจะมาสร้างวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ตามที่มีบางคนเข้าใจ ผมขอเอาหลักฐานต่างๆ
เป็นเครื่องยืนยัน ตั้งแต่เจดีย์รายหลายๆ องค์ โบราณวัตถุต่างๆ เป็นฝีมือคนไทยทั้งสิ้น ท่านผู้อ่านคงจะเคยผ่านอยุธยา มาแล้วหลายสิบครั้ง ท่านลองนภาพเหล่านี้มาเปรียบเทียบกันดู เช่น เจดีย์ ปูชนียวัตถุต่างๆ ที่สร้างขึ้นในจังหวัดอยุธยา
นำมาเทียบกับเจดีย์ของที่อยู่ในจังหวัดลพบุรีดูซิครับ จะมีความคล้ายคลึงและใกล้เคียงกันที่สุด แม้แต่พระปรางค์ องค์ใหญ่
ที่ริมบึงพระราม ก็มีความใกล้เคียงหรือมีส่วนสัดและลักษณะเดียวกันกับพระปรางค์องค์ใหญ่ที่วัดพระปรางค์ ตำบลเชิงกลัด
อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี เหมือนกัน และในจังหวัดอื่นๆ ก็มีเช่นกันเพราะเป็นการสร้างในสมัยเดียวกัน และอีกหลายๆ
แห่งที่ยังไม่ได้กล่าวถึง
ในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ปกครองอาณาประชาชนราษฎร์อยู่นั้น
วัดอารามต่างๆ ได้เจริญรุ่งเรืองสุดขีด จะมีบ้างเป็นบางช่วงบางตอน ในขณะที่มีศัตรูรุกรานเท่านั้น ที่ทำให้วัดวาอาราม
ขาดการดูแลจากอาณาประชาราษฎร์ ทำให้วัตถุถูกทอดทิ้ง ดังเช่นเมื่อครั้งพระเพทราชาช่วงชิงราชสมบัติได้ จากสมเด็จ
พระนารายณ์มหาราช พระองค์ทรงเกรงว่าถ้าขืนปล่อยเมืองลพบุรีไว้ ก็อาจจะกำเริบเสิบสานเป็นเสี้ยนหนามแผ่นดิน
ได้จึงโปรดให้วาดต้อนผู้คน สมณะชีพราหมณ์ เอาลงมาที่กรุงศรีอยุธยาจนหมด เมืองลพบุรีจึงตกเป็นเมืองร้างคราวหนึ่ง
ดังนั้นวัดพระศรีรัตนมหาธาตุจึงต้องสร้างด้วย ครั้นปลายกรุงศรีอยุธยา พระเจ้าบรมโกษฐ์ก็ได้ทรงบูรณะปฏิสังขรณ์
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุอีกครั้งหนึ่ง และวัดนี้ก็ได้ร้างเรื่อยมาก็เมื่อตอนเสียกรุงศรีอยุธยาเมื่อปีพุทธศักราช 2310
จนกระทั่งบัดนี้
เมื่อครั้งล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสมณฑลอยุธยา เมื่อปีพุทธศักราช 2421 พระองค์ได้เสด็จทอดพระเนตร
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุตั้งแต่บ่ายจนค่ำ พระองค์ทรงดำรัสว่า วัดมหาธาตุ "ใหญ่โตจะเหลือดู"
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุนี้ มีต้นไม้ใหญ่น้อยและวัชพืชขึ้นปกคลุมทั่วพระอาราม โดยเฉพาะที่องค์พระปรางค์ใหญ่ มีต้นไม้
ขึ้นปกคลุมถึงครึ่งองค์ ราชบัณฑิตยาสภาจึงได้ทำการแผ้วถางองค์พระปรางค์ใหญ่เมื่อปี พ.ศ.2496 ต้นรัชกาลที่ 7 สมัยนั้น
พ.ต.อ. พระยากำจัดโสภณทุจริต เป็นเจ้าเมืองลพบุรี (ข้าหลวง,ผู้ว่า) ก็ได้มีผู้ลักลอบขุดตามพระเจดีย์รายต่างๆ โดยทั่วไป
ในบริเวณวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ และวัดร้างทั่วไปในเมืองลพบุรี พระเครื่องและพระบูชาจำนวนมหาศาล จากวัดพระศรีรัตน
มหาธาตุนี้ ขนาดเอารถยนต์สิบล้อ มาบรรทุกยังไม่หมด นั่นแหละคือที่มาหรือต้นกำเนิดของพระกรุ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจังหวัด
ลพบุรี มีพระหลายแบบ หลายพิมพ์ทรง มีทั้งพระบูชาและพระเครื่อง มีทั้งพระเนื้อชิน เนื้อดิน เนื้อสำริด ปะปนกันอย่าง มากมาย
แม้แต่ผู้เขียนเองก็ไม่สามารถจะบรรยายได้ถูกต้อง หรือจำได้หมดทุกพิมพ์ทรง แต่ที่แน่ๆ ผู้เขียนจะต้องค้นคว้าและศึกษา
มาจากผู้ที่มีของจริงจนกว่าจะชำนาญ และนำมาลงในนิตยสารฉบับนี้ต่อไป ข้อมูลที่หามาได้นั้นต้องแน่นอน ไม่ให้เกิดความ
ไขว้เขว จึงนำมาลง อ่านแล้วไม่กังขา มีเหตุมีผลมีสาระมากไปด้วยคุณค่า
พระนารายณ์ทรงปืน เนื้อดิน
ดังในหัวข้อเรื่องที่ผมเขียนนี้นั้น ก็ได้ชี้แจงเฉพาะพระแผงนารายณ์ทรงปืนเพียงอย่างเดียวพระอื่นเป็นเพียงส่วนประกอบ
เท่านั้น ก็มีเรื่องที่เล่าให้ท่านผู้อ่านที่เคารพได้ทราบว่าเมื่อปี 2508 ได้มีการลักลอบขุดภายในเขตอุปจารของวัด มิใช่พระปรางค์ฯ
โดยคนร้ายได้ขุดที่ซากเนินเจดีย์หลายองค์ของเจดีย์รายแถวที่ 2 ทางด้านทิศเหนือขององค์พระปรางค์ ขุดลึกประมาณ 4 เมตร
เศษ ได้พระประมาณ 2 ไห แต่ไลเคลือบ4 หู ได้แตกสลายไปหมดคงได้พระเนื้อชินไปจำนวนหนึ่งประมาณ 700-800 องค์
มีพระหลายชนิดปะปนกัน แต่โดยมากจะเป็นพระหูยานมากกว่า มีพระพิมพ์กลาง พิมพ์ใหญ่ และมีพระแผงที่นักเล่นพระ หลาย
รุ่นเรียกกันว่าพระนารายณ์ทรงปืนอยู่ด้วย (ดังในภาพ) เป็นพระเนื้อชินเงิน (ผิวปรอท) ค่อนข้างหนา เป็นพระเครื่อง ที่จัดว่าสร้าง
ในสมัยอู่ทอง สร้างตามแบบอย่างอิทธิพลขอม เมื่อศิลปากรที่ 1 สาขาลพบุรี ทราบข่าวเรื่องการลักลอบขุดของคนร้าย เมื่อคืน
วันที่ 20 กันยายน 2508 แล้ว จึงได้ขอกำลังตำรวจจากสถานีตำรวจอำเภอเมืองลพบุรีมาเฝ้ารักษา แล้วรายงานต่อผู้บังคับ
บัญชาขออนุญาตกรมศิลปกรเพื่อขุดค้นบริเวณที่คนร้ายขุด เพื่อจะได้ของโบราณมาไว้กับกรมศิลปากรเก็บรักษาไว้ ก่อนที่จะถูก
ลักลอบขุดไปอีก แต่อนิจจา ในปีนั้นขุดกันจนเกลี้ยงแทบทุกฐานของเจดีย์ เพราะเจ้าหน้าที่และกำลังคนดูแลไม่ทั่วถึงคนร้าย
จะทำการขุดกันในเวลากลางคืนกลางวัดจะหยุด (เลิก) ตกกลางคืนจะเริ่มขุดอีก ทำอย่างนี้จนกว่าจะได้อนุมัติเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม
2508 ทางศิลปากรได้ขุดพบพระเครื่อง 2-3 ชนิด จำนวนเล็กน้อยที่คนร้ายทำตกเรื่อราดอยู่ในดิน มีพระหูยานแบบพิมพ์กว้าง
หน้าหนุ่ม เนื้อชินเงิน สนิมผิวปรอท 14 องค์ เรียบร้อยสมบูรณ์แบบ 8 องค์ นอกนั้นชำรุด มีพระเขมรผมหวี 12 องค์
พระซุ้มปรางค์ 4 องค์ พระสามพี่น้อง 4 องค์ และพระแผง 1 องค์ ทั้งหมดเป็นพระเชื้อชินสนิมคล้ำ ผุกร่อน ชำรุดเสียหาย
เป็นส่วนมาก ต่อจากนั้นได้ทดลองขุดหลุมอื่นๆ ในซากฐานเจดีย์ใกล้เคียงกัน แต่ไม่ปรากฏพบอะไรเลย เหตุที่ไม่พบเพราะ
สมัยก่อน พ.ศ. 2508 ก็มีการลักลอบขุดกันมามากต่อมากแล้ว และได้พระไปแล้วทั้งหมด ที่เราเรียกว่า "กรุเก่า" "กรุแรก"
"กรุก่อน" อะไรทำนองนั้นนั่นแหละ
การขุดค้นครั้งที่ 2 ของคนร้ายนั้น หลังจากการขุดค้นของหน่วยศิลปากรลพบุรี ครั้งที่ 1 แล้ว เจ้าหน้าที่ถอนกำลัง
(ถอนตัวกลับสถานี) คนร้ายรู้แกวก็ย่องขุดอีก โดยถือโอกาสในเวลากลางคืนเช่นเดิม คราวนี้ขุดซากเนินฐานพระเจดีย์อีก
เนินหนึ่ง ซึ่งอยู่ใกล้กับเนินเก่า ในบริเวณที่ติดต่อกับเนินพระเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสององค์เล็กๆ องค์หนึ่ง ที่อยู่ด้านหน้า
พระวิหารขาว ซึ่งเป็นพระเจดีย์ที่พระยากำจัดโสภณทุจริต ได้ปฏิสังขรณ์ไว้ เมื่อครั้งเป็นผู้ว่าเมืองลพบุรี เมื่อปี 2466-2469
คนร้ายได้ขุดพบพระหูยานไป 1 ห ประมาณ 200 องค์เศษ เป็นพระหูยานล้วนๆ มีทั้งพิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง พิมพ์เล็ก
หลายขนาด เป็นพุทธศิลปอู่ทองล้อลพบุรี เช่นเดียวกับที่กล่าวมาแล้ว
การขุดค้นของหน่วยศิลปากร ปี 2508 ครั้งที่ 2 เป็นการขุดทำนองเล่นเอาเถิดกับพวกคนร้าย เมื่อหน่วยศิลปากรทราบ
เรื่องของคนร้ายลอบขุดในวาระที่ 2 อีก จึงได้ขออนุญาตขุดสำรวจตลอดบริเวณของวัดเลยทีเดียว และได้เลือกขุดตามซาก
เนินอื่นๆ เรื่อยๆ ไป ในที่สุดวันที่ 11 พฤศจิกายน ปี 2508 ได้ขุดเจาะบริเวณได้ฐานเจดีย์ที่พระยากำจัดฯ ปฏิสังขรณ์ไว้หน้า
พระวิหารขาวขุดพบไหโบราณเคลือบสีดำ 1 ใบ บรรจุพระเครื่องสกุลศิลปลพบุรีไว้เป็นจำนวนมากมาย เช่น พระหูยานเนื้อ
ชินเงิน สนิมผิวปรอท พิมพ์กลางจำนวน 10 องค์ พระร่วงเนื้อชิน สนิมคล้ำ 20 องค์ ชำรุดเสียประมาณกึ่งหนึ่ง พระสามซุ้ม
กระรอกกระแต ฐานบัวเล็กข้าง พระนครปรก พระซุ้มมารวิชัยทรงเทริด แบบเดียวกับพระวัดไก่ เนื้อชินเงิน 500 องค์
พระสามเหลี่ยมเนื้อชินเงิน 2-3 องค์พระห้ามญาติเรือนแก้ว เนื้อชินเงิน 2 องค์ พระแผ่นทองปั๊มปางมารวิชัย พุทธศิลปอู่ทอง
สมัยอยุธยา 1 องค์ พระแผ่นทองเล็กน้อย 1 องค์ เป็นอันว่าพระในแต่ละกรุได้จากกรุวัดพระศรีมหาธาตุนั้นมีด้วยกันหลาย
แบบหลายอย่าง ก็พอจะอนุมานได้ว่าผู้สร้างต้องเป็นเครือญาติกัน ใครจะสร้างอย่างก็แล้วแต่ แล้วนำมาบรรจุรวมในอัฐิเจดีย์ หรือพระปรางค์เดียวกัน เราจะเห็นได้ว่ามีพระหลายชนิดรวมกันอยู่ แต่ละชนิด แต่ละอย่าง มีความสวยงาม หรือความหมาย
ไม่เหมือนกัน คงมีเหมือนกันเฉพาะเนื้อของพระ โดยมากเป็นชินเงินที่มีคราบผิวปรอท (คือผิวของเนื้อนั่นเอง) ไม่ได้เกิดจาก
อะไรทั้งสิ้น ถ้าท่านไม่เชื่อลองทดสอบดูก็ได้ โดยเอาเนื้อชินเงินที่เป็นก้อนๆ(ชินเก่าที่ฝังจากกรุใดก็ได้) นำมาหลอมละลาย
แล้วเทใส่แม่พิมพ์ หรือที่ที่เราจัดเตรียมไว้เมื่อเทเสร็จเรียบร้อยแล้ว ปล่อยไว้ให้เย็นแล้วเทออก ผิวที่ปรากฏจะดูออกเป็นเงา
ประกายมันขาวหรือที่ทุกคนเรียกว่า ผิวปรอทนั่นเอง แท้ที่จริงก็คือเนื้อชินที่มีความบริสุทธิ์นั่นแหละ ในวงการก็ยังถกเถียง
กันอยู่เสมอๆ โดยที่ไม่ได้ทำการทดลองอะไรเลย ที่ผมรู้เพราะเพื่อนผมคนหนึ่งทดลองอยู่เป็นประจำ
พระนารายณ์ทรงปืน เนื้อสนิมแดง
สาเหตุที่เรียกว่า พระนารายณ์ทรงปืนนั้น น่าจะมาจากผู้ขุดพบครั้งแรกมากกว่า โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ "เข้าใจผิด" เห็นว่า
มีมือ 4 มือ (กร) ภายในมือคงจะถือปืน แต่ที่จริงนั้นไม่ใช่ เป็นดอกบัว สังข์หรือจักรมากกว่า เพราะองค์กลางเป็นพิมพ์นาคปรก
ส่วนองค์ด้านข้างทั้งสองข้างจะเป็นรูปพระโพธิ์สัตว์ และนางปรัชญาปารริตา และยังมีบุคคลบางคนมักจะเรียกว่า "ตรีกาย
มหายาน" ข้อเท็จจริงที่ควรจะเรียกให้ถูกนั้น ควรเรียก พระพุทธเจ้าอมิตาภะและนางปรัชยาปารมิตา จึงจะถูกต้อง ตามที่บรรดา
นักปราชญ์ ราชบัณฑิตเรียกขานกัน เพราะพระพิมพ์ประเภทนี้ ในนิกายมหายานนับถือมาก และนิยมทำกันตั้งแต่ 4 กร (4 มือ,
8 มือ, 10 มือ,16 มือ) ควบคู่กัน องค์กลางคือพระพุทธเจ้า (มหายาน) มีพระนามว่า "อมิตาภะ" ซึ่งอยู่ประจำทิศตะวันตก
แดนสุขาวดี แบ่งภาคออกมาเป็นพระโพธิสัตว์ อวโลกิเตศวร พระพุทธเจ้าที่เรานับถือทุกวันนี้คือ พระพุทธเจ้าศากยะมุนี
พระพิมพ์ดังกล่าว มีขึ้นในราวพ.ศ.1700-1800 ได้รับอิทธิพลแบบบายน ทำมากในเอเซียอาคเนย์ประเทศเขมร และขยายสู่
สุวรรณภูมิของประเทศไทยศิลปก่อนอยุธยา 100 ปี ในสมัยรัชกาลที่ 5 เคยมีผู้ที่ทำเลียนแบบสมัยต่างๆ มากมายที่สุด
สมัยหนึ่งมีทั้งขนาดใหญ่,กลาง,เล็ก เป็นการลอกเลียนแบบจากของจริง
จากภาพที่ผมนำมาประกอบการเขียนเรื่องนี้นั้น ประวัติศาสตร์พุทธศาสนา ในประเทศไทยอันมีพระพุทธรูปก็ดี หลักฐาน
ของเจดีย์ต่างๆ ก็ดี แสดงว่าประวัติของพระพุทธศาสนามหายาน ที่เคลื่อนไหวแน่ชัดจากการที่พระเจ้ากนิษกะ ได้ทรงอุปถัมภ์
การสังคายนาครั้งที่ 4 ที่เมืองเปชวาร์แคว้นคันธาระนั้น พุทธศานามหายานโดยเฉพาะนิกายสำคัญๆ ได้ปรากฏขึ้นในสุวรรณภูมิ
ประเทศไทยเริ่มด้วยนิกายโพธิสัตว์ยาน นิกายตรีกาย นิกายสุขาวดี และนิกายโยคาจาร ตามลำดับระหว่างตั้งแต่ประมาณ
พ.ศ. 600-1100 ในสุวรรณภูมิรุ่นหลัง (พ.ศ. 600-900)ต่อเนื่องมาในสมัยก่อนเชียงแสนสุโขทัย (พ.ศ. 900 - พ.ศ. 1300)
จากหลักฐานที่ปรากฏตามจังหวัดต่างๆ ในภาคกลางและภาคเหนือของประเทศไทยปัจจุบันและนิกายต่างๆ ของพระพุทธ
ศาสนามหายานได้รุ่งเรืองแพร่หลาย ชาวสุวรรณภูมิซึ่งปะปนกันหลาย ชาวสุวรรณภูมิซึ่งปะปนกันหลายเชื้อชาติ มีละว้า, มอญ
ละว้า, ขอมละว้า, และไทยที่เคลื่อนย้ายมาจากจีน ตลอดจนชาวอินเดียเองได้รับนับถือมาก จากหลักฐานของพระเจดีย์นิกาย
ต่างๆ ได้สร้างขึ้นทั่วไปพร้อมด้วยพระพุทธรูป (พระพุทธเจ้ามหายานและพระโพธิสัตว์) ทั้งพระบูชา และพระพิมพ์ขนาดเล็ก
ที่ผมได้นำมาให้ชื่นชมนี่แหละ
ศิลปของภาพพระ ที่เราท่านทั้งหลายเรียกว่า พระนารายณ์ทรงปืนนี้ เป็นศิลปเขมร มีครอบมวยผม หรือชฎามงกุฎ
องค์กลางคือรูปภาพพระนาคปรกนั้น บางครั้งคนโบราณได้ทำการเท(หล่อ) ขึ้นเป็นองค์เดี่ยวๆ คือทำเฉพาะองค์กลางองค์เดียว
เท่านั้น โดยมีอยู่ด้วยกันหลายที่หลายแห่งและหลายจังหวัด หลายกรุ และถ้าเป็นพระประเภทสนิมแดงด้วยแล้ว ยิ่งแพงหนัก
ขึ้นไปอีก ภาพพระและลัษณะของพระในรูปนั้น มีส่วนคล้ายคลึงกันแทบทั้งสิ้น ขอให้ท่านสังเกตดูให้ดี แต่ก็อาจจะมีส่วนหนึ่ง
ส่วนใดผิดแผกแตกต่างกันออกไปบ้างเล็กน้อย แต่ก็ยังคงสภาพเดิมเป็นส่วนใหญ่ อย่าลืมเพื่อเป็นข้อเตือนใจไว้พระนครปรก
แทบทุกองค์โดยมากจะมาจากพระแผงเกือบ 100% และนำมาตัดภายหลังก่อนลงกรุหรือไม่ก็ช่างอาจจะเทให้เฉพาะ
(พอเหมาะ) จึงไม่เห็นรอยตัด ก็ขอให้รู้ไว้ก็แล้วกันว่าที่มาของพระนาคปรกนั้นมาจากพระแผงเกือบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น
พระนาคปรก กรุวัดปืน, พระนาคปรกกรุวัดกลาง,นครราชสีมา,พระนาคปรกอยุธยา, พระนาคปรกกรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ,
พระนาคปรก กรุสุพรรณบุรี,พระนาคปรกกำแพงเพชร,ฯลฯ โดยมากจะมาจากพระแผงดังกล่าวแทบทั้งหมด
นักนิยมพระโดยทั่วไป มีความศรัทธาเชื่อถือกันมาก ถือว่า มีอภินิหารมากกว่าพระอื่นใดเพราะมีภาพพระนารายณ์ทั้ง
4กร ประทับยืนเคียงข้างกับพระนาคปรก และด้านซ้ายของพระนาคปรกก็มีนางปรัชญาปารมิตา เคียงข้างเข้าด้วยกัน ทำให้
ผู้พบเห็นมีความทึ่งและงงพอสมควร ที่จริงแล้วเป็นภาพพระโพธิสัตว์ ในลัทธิมหายาน ซึ่งมีการสร้างสรรค์ต่อกันมา
เป็นการประกาศศาสนา ลัทธิในสมัยหนึ่งเท่านั้น
ในตำนานหรือตำราบางเล่ม กล่าวไว้ว่า
พระนารายณ์มีทั้งพระเครื่องและพระบูชา มีทั้งเนื้อดิน,ชิน และสำริดหล่อ และเนื้อตะกั่ว สนมัแดง เป็นพระในสมัยลพบุรี
พุทธลักษณะขององค์พระปฏิมาประดิษฐานอยู่ในกรอบยาวรี องค์พระประทับยืนโดนเด่นสวยงามดี บริเวณแขนมี 4 กร ยื่น
ออกมา มีทั้งแบบภาพนูต่ำและนูนสูง (ลอยองค์) พระหัตถ์ทั้ง 4 ทรงถืออาวุธและสิ่งวิเศษแตกต่างกันคือ
- พระหัตถ์ซ้ายหน้า ทรงถือกระบอง (คธา)
- พระหัตถ์ขวาหน้า ทรงถือก้อนดิน (ธรณี) เป็นสัญลักษณ์หรือดอกบัว
- พระหัตถ์ซ้ายบน ทรงถือ สังข์
- พระกัตถ์ขวาบน ทรงถือ จักร ทั้ง 4 ศาสตราวุธนี้เป็นเอกลักษณ์ขององค์พระนารายณ์หรือพระวิษณุ ซึ่งเชื่อกันว่า เป็น
ผู้สร้างโลกมนุษย์นี้ตั้งแต่ครั้งดึกดำบรรพ์ พระนารายณ์บางอค์ที่มีฝีมือช่างชั้นสูงสร้างไว้ สามารถดลจิตใจให้กับผู้ที่พบเห็นได้
บางครั้งบังเกิดความครั่นคร้ามและความรู้สึกน่าเกรงขามอีกด้วย แสดงให้เห็นว่าพระนารายณ์มีมหิทฤทธานุภาพในหลายๆ
ประการ
ในตำราวิษณุปุราณะ ได้ยกย่องพระนารายณ์อย่างเลิศเลอว่า
"โลกนี้ไซร้ ได้บังเกิดมาแด่พระวิษณุ โลกนี้มีอยู่ในพระองค์ พระองค์ไซร้คือโลกนี้แล้ว"
"วิษณุผู้สรรสิ่งทั้งปวง เป็นผู้สงวนภพทั้งสาม เป็นที่รักใคร่แห่งชนทั่วไป พระองค์ทรงรอบรู้ในสรรพสิ่งและทรงอานุภาพยิ่งใหญ่
เป็นที่ยกย่องสรรเสริญแห่งทวยเทพทั้งหลาย
ในหนังสือปัทมปุราณะ มีเรื่องเล่าถึงว่า พระอิศวรยอมยกย่องพระนารายณ์ (วิษณุ) ว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่อันแท้จริง โดยกล่าว
ถ้อยคำดำรัสแก้พระอุมามหาเทวีว่า "ดูข้าจะแสดงให้เจ้าเข้าใจมูลและรูปแห่งพระวิษณุเจ้าจงรู้เถิดว่า แท้จริงพระองค์คือ
พระนารายณ์ คือมหาบุรุษและปรพรหมไม่มีที่เริ่ม ไม่มีที่สิ้นสุด พระองค์ทรงรอบรู้ทั่วไป อยู่ในที่ทั้งปวง ยั่งยืนไม่เปลี่ยนแปลง
และเป็นบรมสุข
สถานที่สถิตย์ของพระองค์ คือ ไวกูณฐ หมายถึง ทองทั้งแผ่นอันใหญ่มหึมามีความกว้างแปดหมื่นโยชน์ ประดับวิมาน
ล้วนแล้วด้วยรัตนมณี อันเป็นมณีล้ำค่ายิ่ง ส่วนเสาและช่อฟ้า ใบระกาเป็นเพชรพลอยระยิบระยับ สำหรับน้ำพระคงคา ตกลง
มาจากสวรรค์ ลงตรงยอดโลก เหนือดาวเหนือบนฟากฟ้านั้นรวมกันแล้วไหลย้อยมาตามทางผม แห่งฤาษีเจ็ดตน (ซึ่งมนุษย์
มองเห็นเป็นดาวจระเข้ทั้งเจ็ดดวง) หลังจากนั้นกลายเป็นลำน้ำใหญ่ ณ ที่นี้สระโบกขรณีทั้งห้า กลิ่นบัวหลวงหอมฟุ้งขจรขจาย
ไปไกลถึงระยะทางแปดร้อยโยชน์ มนุษย์เชื่อมานานว่า พระนารายณ์ทรงโปรดสัตว์ให้พ้นทุกข์เฉกเช่นเดียวกับองค์อวโลกิเกศวร
พระโพธิสัตว์กวนอิม ผู้ทรงพระเมตตาปราณีแก่มวลมนุษย์ ยามใดเมื่อมนุษย์มีบาปกรรมหนาแน่นสะสมดั่งอยู่ในโลก
จนถึงกับบังเกิดกลียุคขึ้นมา พระนารายณ์ก็จะอวตารลงมาช่วยสงเคราะห์ชาวมนุษย์ครั้งหนึ่ง อวตารของพระองค์มีหลายปาง
แต่ที่นิยมกันมี 10 ปางดังนี้
1. ปางมัตสยาวตาร อวตารแปลงเป็นปลา
2. ปางกูรมาวตาร หรือกัจฉาปาวตาร แปลงเป็นเต่า
3. ปางวราหาวตาร อวตารแปลงเป็นหนู
4. ปางนรสิงฟาวตาร อวตารแปลงเป็นนรสิงห์
5. ปางทวิชาวตาร อวตารแปลงเป็นคนเลี้ยงแกะ
6. ปางปรสุรามาวตาร อวตารเป็นพระศุรราม,รามสูร
7. ปางรามมาวตาร อวตารเป็นพระราม
8. ปางกฤษณาวตาร อวตารเป็นพระกฤษณะหรือท้าวบรมจักร์ กฤษณ์ปราบท้าวกรุงพาณ (ในเรื่องอุณรุท)
9. ปางพุทธาวตาร อวตารเป็นสมณโคดมบรมศาสดาจารย์
10. ปางกัลกิยาวตาร อวตารเป็นมหาบุรุษ ผู้ขี่ม้าขาว คล้ายยุคพระศรีอาริย์ เมื่อถึงปางนี้โลกจะมีความสุขถ้วนหน้า
www.soonphra.com
ศูนย์พระดอทคอม
คลังข้อมูลพระเครื่องออนไลน์
---------------------------------------------------------------------------------------------------
ท่านใดมี ก็ ฝากรูปมาให้ดูบ้างจ้า
ได้ยินข่าวว่า คุณ เอก สมาชิกของเราชาวนาวี22มีนี่นา
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
ekkawat
Sr. Member
คะแนนจิตพิสัย +2/-0
ออฟไลน์
กระทู้: 295
Re: พระนารายณ์ทรงปืน
«
ตอบ #1 เมื่อ:
10 มิถุนายน 2008, 12:19:41 am »
ช่วยดูหน่อยครับว่าแท้ป่าว
บันทึกการเข้า
ekkawat
Sr. Member
คะแนนจิตพิสัย +2/-0
ออฟไลน์
กระทู้: 295
Re: พระนารายณ์ทรงปืน
«
ตอบ #2 เมื่อ:
10 มิถุนายน 2008, 12:22:33 am »
ด้านหลังครับ
บันทึกการเข้า
killswitch
Newbie
คะแนนจิตพิสัย +0/-0
ออฟไลน์
กระทู้: 1
Re: พระนารายณ์ทรงปืน
«
ตอบ #3 เมื่อ:
15 เมษายน 2012, 12:19:07 am »
ขอบคุณสำหรับข่าวสารครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [
1
]
ขึ้นบน
พิมพ์
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
กระโดดไป:
เลือกหัวข้อ:
-----------------------------
พระมหากษัตริย์ไทย
-----------------------------
=> เรารักในหลวง
=> ประวัติศาสตร์ไทย
===> วันสำคัญต่าง ๆ
===> ศิลปะและวัฒนธรรมไทย
===> ดนตรีไทย
=> เศรษฐกิจพอเพียง
-----------------------------
ชมรมคนรักเสด็จเตี่ย
-----------------------------
=> กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
===> วัตถุมงคล กรมหลวงชุมพรฯ
-----------------------------
พุทธศาสนา
-----------------------------
=> พุทธศาสนา
===> วันสำคัญทางศาสนา
=> เกจิอาจารย์
===> วัตถุมงคล
-----------------------------
กระดานนาวี22
-----------------------------
=> ห้องข่าวนาวี 22
===> การใช้งานเว็บไซท์
=> สนทนาทั่วไป
===> ตูน 007
===> สุขสันต์วันเกิด .. !
=> พิราบคาบข่าว
===> ข่าวต่างประเทศ
===> ข่าวในประเทศ
=> เรือ
=> อาวุธ ปืน
===> Beretta
===> CZ#2075RAMI
===> Glock
===> HK
===> S&W
===> SigSauer
===> Ruger
===> Taurus
-----------------------------
มุมเม๊าส์ชาว 22
-----------------------------
=> มุม วาไรตี้
===> คุยกับสาธิตาพยากรณ์
===> บรรเทิง แหล่งช๊อป
===> รวมเพลงต่าง ๆ
===> เพลงทหารเรือ
=> กฏหมายไทย
=> ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย
=> ความรู้ทางการเกษตร
===> ข้าวไทย
===> สมุนไพรไทย
===> น้ำมันจากพืช
===> แก๊สธรรมชาติ
=> สัตว์เลี้ยง และไม่เลี้ยง
=> คนรักรถ
-----------------------------
คอมพิวเตอร์
-----------------------------
=> ถาม-ตอบปัญหาคอมพิวเตอร์
=> มุม บทความน่าสนใจ
===> บ้านหม้อ อีเล็กทรอนิกส์
=====> ร้านอีเล็กทรอนิก รับซ่อมทั่วประเทศ
===> d@eng คุยเรื่อง iT
===> e-book หลายหลากความรู้
=> เขียนเว็บด้วย Joomla
=> กราฟฟิค
-----------------------------
คลินิค นาวี22
-----------------------------
=> สาธารณสุข และสุขภาพที่ดี
===> มุมกีฬาเพื่อสุขภาพ
=====> รวมภาพใน โอลิมปิค 2008
=> การตั้งครรภ์ และเด็กอ่อน
-----------------------------
กินเที่ยวทั่วโลก
-----------------------------
=> เที่ยวทั่วไทย
===> เที่ยวรอบโลก
=> มุม อร่อยเลขที่ 22
===> แนะนำแหล่งกิน มุมอร่อย
-----------------------------
กาพย์ โคลง กลอน
-----------------------------
=> มุม กาพย์ กลอน โคลง ฉันท์