หน้า: [1] 2 3 ... 21   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ภาษาเหนือวันละคำ  (อ่าน 57444 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
nukoy99
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +12/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2122


scrolly_99@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« เมื่อ: 21 พฤษภาคม 2008, 01:22:12 am »

ภาษาเหนือวันละคำ วันนี้ขอเสนอ

จะเลอะ  คำอ่าน จะ-เลอะ   แปลว่า  จิ้งเหลน


เป็นสัตว์ตระกูล สัตว์เลื้อยคลาน

     เป็นสัตว์ที่สามารถดำรงชีวิตอยู่บนบกได้ ลักษณะภายนอกคือ ผิวหนังแห้ง ลำตัวมีเกล็ดหุ้ม สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ มีการปฏิสนธิภายในออกลูกเป็นไข่ วางไข่บนบก ไข่มีจำนวนไม่มากนัก ไข่มีขนาดใหญ่และมีเปลือกแข็งหรือเปลือกหุ้ม มีขา 4 ขา สัตว์เลื้อยคลานจะอาศัยบนบก แต่บางชนิดหากินในน้ำ สัตว์เลื้อยคลานมีมากมายหลายชนิด เช่น จระเข้  กิ้งก่า จิ้งจก ตุ๊กแก ตะพาบน้ำ เต่า แต่บางชนิดไม่มีขา เช่น งู เป็นต้น


บันทึกการเข้า

ค่าของคนอยู่ที่ผลงาน...แต่ผลงานที่ได้ก็ไม่ได้วัดค่าของคนได้เสมอไป..
nukoy99
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +12/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2122


scrolly_99@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: 22 พฤษภาคม 2008, 01:18:44 am »

วันนี้เสนอคำว่า

"กูบ" อ่านว่า ก-อู-บ  หมายถึง งอบ หรือหมวกที่ใช้ไม้ไผ่ หรือใบลานสาน



งอบ คือเครื่องสานที่มีโครงสร้างเป็นไม้ไผ่ซึ่งจักเป็นเส้นยาวที่เรียกว่า ตอก และใบลาน ใบตาล หรือกาบหมากมาต่อเป็นรูปทรง งอบมีประโยชน์เช่นเดียวกับหมวกหรือร่ม เป็นเครื่องสานที่มีความสำคัญต่อความเป็นอยู่ของชาวไร่ ชาวนา ในชนบทมาก คนไทยในภาคต่างๆที่มีเครื่องสานที่ใช้ประโยชน์เช่นเดียวกับงอบ แต่เรียกไม่เหมือนกัน เช่น ภาคเหนือ เรียกว่า ?กุบ? ภาคใต้ เรียกว่า ?กุ้ยเล้ย? งอบประกอบไปด้วยโครงสร้างสำคัญคือ

1. โครงงอบ สานด้วยตอกไม้ไผ่ หลังจากสานโครงเสร็จแล้ว จะกรุด้วยใบลานเพื่อโครงสร้าง

2. กระหม่อมงอบ ทำด้วยใบลานเย็บต่อกันเป็นแผ่นกลม รูปทรงเหมือนฝาชี เย็บปิดรูตรงกลางของงอบ รูนี้เป็นช่องสำหรับเริ่มต้นกรุใบลานปิดโครงไม้ไผ่

3. เส้นประกบของงอบ ทำด้วยไม้ไผ่เหลาเป็นเส้นกลม ทำให้งอบแข็งแรง

4. รังงอบ คือส่วนที่สวมหัว สานด้วยไม้ไผ่เป็นรูปทรงกระบอกและผูกติดกับโครงงอบ

ในปัจจุบัน การสานงอบยังใช้วิธีแบบดั้งเดิมซึ่งบรรพบุรุษเคยทำมา ไม่มีการเปลี่ยนแบบหรือรูปทรง ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์เฉพาะตัว สวยงามอย่างเรียบง่ายและคุณประโยชน์
บันทึกการเข้า

ค่าของคนอยู่ที่ผลงาน...แต่ผลงานที่ได้ก็ไม่ได้วัดค่าของคนได้เสมอไป..
nukoy99
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +12/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2122


scrolly_99@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: 22 พฤษภาคม 2008, 11:58:53 pm »

โถงเป๋อ

โถงเป๋อ  อ่านว่า  โถง-เป๋อ  หมายถึง ถุงย่าม หรือถุงผ้าเอาไว้ใส่ของ โดยสมัยก่อนนิยมมาก ทอด้วยมือ

ย่าม คือ ถุงผ้าที่ใช้ประโยชน์นานัปการ เช่น จะเดินทางก็ใส่เสื้อผ้า เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษาเอาไว้ใส่เอกสาร ชาวไร่ชาวสวนจะไปไร่นาก็ใส่อาหาร กระติบข้าว เพราะย่ามจะสะดวกในการถือ เราต้องสะพายใส่บ่าจึงนับว่าเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนไทย

ปัจจุบันหาได้ยากมากแล้วส่วนใหญ่ก็จะใช้ถุงพลาสติก และกระเป๋าหนัง สวย ๆ ยี่ห้อดัง ๆ กันมากกว่า  ทำให้ถุงย่ามแบบไทย ๆ เชยและเลิกใช้ไปในที่สุด

ในยุคภาวะปัญหาโลกร้อนนี้ อยากให้ทุกคนช่วยกันหันมาใช้ถุงผ้าไว้ใส่ของไปไหนมาไหนกันมาก ๆ ค่ะ ซึ่งปัจจุบันก็มีการผลิตออกมาขายหลากหลายสไตล์ น่าใช้ทั้งนั้น




ส่วนหากจำเป็นต้องใช้ถุงพลาสติกก็ควรนำมาใช้หลาย ๆ ครั้ง หากสกปรกก็ล้างน้ำแล้วผึ่งลมให้แห้งแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ได้นะคะ

ช่วยกันคนละบ้านนะคะ เพื่อโลกของเราค่ะ

แอะ หรือจะสั่งกระเป๋าถักโคเชต์ของร้านก้อยคราฟท์ก็มีขายนะคะ รับทำตามความต้องการจ้า  ยิงฟันยิ้ม
(เผลอช่องว่างไม่ได้เป็นเสียบขายของ .. 555)

บันทึกการเข้า

ค่าของคนอยู่ที่ผลงาน...แต่ผลงานที่ได้ก็ไม่ได้วัดค่าของคนได้เสมอไป..
weera
Full Member
***

คะแนนจิตพิสัย +2/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 188



อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: 23 พฤษภาคม 2008, 12:32:09 am »

ไม่เชยหรอกถ้าเราจะใช้นะหนูก้อย ส่วนมากแล้วย่ามที่เห็นสองอันแรก
จะมีใช้ในภาคเหนือ ผมเองก็เคยใช้เหมือนกัน ยิงฟันยิ้มเพราะปี้เป่นคนเหนือละก้า ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
nukoy99
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +12/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2122


scrolly_99@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: 23 พฤษภาคม 2008, 02:01:38 am »

เย้เย้ เจอคนเหนื่อด้วยกันแล้ว ตี้บ้านก้อยก็ยังมีอยู่เจ้า แต่บ่ใจ้จะอี้ เป๋นอีตี้เปิ้ลตอไปโต้งเจ้า แต่ไม่มีรูปในเน็ตงะ เลยต้องเอาแบบนี้มาลง 555
บันทึกการเข้า

ค่าของคนอยู่ที่ผลงาน...แต่ผลงานที่ได้ก็ไม่ได้วัดค่าของคนได้เสมอไป..
nukoy99
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +12/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2122


scrolly_99@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: 23 พฤษภาคม 2008, 04:46:37 pm »

บ่อต๋าเสีย

บ่อต๋าเสีย  อ่านว่า บ่อ - ต๋า - เสีย  หมายถึง  ยอ สามารถนำมาทำยาและให้คุณค่าทางอาหารทั้งต้นได้เหมือนกัน

ชื่อท้องถิ่น                   ต้นยอ

ชื่อวิทยาศาสตร์            Morinda citrifolia Linn.

วงศ์                             Rubiaceae

ลักษณะทั่วไป        เป็นพันธุ์ไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ใบเป็นใบเดี่ยวสีเขียว เปลือกมีสีเทาเขียว
                                   ดอกเป็นช่อ อัดกันแน่นสีขาว ผลรียาวรูปไข่ ผลอ่อนมีสีเขียว
                                   เมื่อแก่จะเป็นสีออกเหลือง

สรรพคุณ              แก้ไข้ ม้ามโต แก้จุกเสียด แก้อาการปวดเมื่อย บำรุงธาตุ แก้คลื่นไส้ อาเจียน
                                  ช่วยขับประจำเดือน    ฆ่าเหา แก้ไอ ป้องกันโรคหัวใจ ขับพยาธิ เป็นยาระบาย

ส่วนที่ใช้เป็นยา      ใบ และผล

วิธีใช้           -   ใช้ใบสด ๆ ตำพอกศีรษะฆ่าเหา หรือซอยแล้วตากให้แห้งม้วนด้วยใบตองสูบแก้ไอ
                            -   ผลอ่อนรับประทานแก้คลื่นไส้อาเจียน ท้องเฟ้อ จุกเสียด ท้องผูก
                                     เป็นลมวิงเวียน ประจำเดือนขาดหาย แผลในปาก พยาธิในลำไส้
                            -   ผลแก่ใช้เป็นยาบำรุงธาตุ โดยหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ คั่วไฟอ่อน ๆ หรือย่างให้เหลือง ต้ม
                                     หรือชงดื่ม เพื่อแก้ไข้ จุกเสียด ปวดเมื่อย ม้ามโต และขับประจำเดือน

การขยายพันธุ์     ใช้เมล็ด


ใบยอ.. ผักพื้นบ้านเป็นอาหารเสริมสร้างกระดูกชั้นยอด
          ใบยอก็คือใบยาอีกนั้นแหละ เพราะใช้ใบยอตำให้แหลก เอาน้ำใบยอและกากใบยอขยำกับน้ำแบบเข้มข้น หมักบนหัวลูกหลานที่เป็นเหาเป็นหิดติดมาจากโรงเรียน ก็ฆ่าเหาได้ชงัดนัก หรือขยี้ใบยอให้ช้ำเอามาโปะบนเหงือกที่ปวดบวม ก็สามารถแก้อาการอักเสบ ปวดบวมได้เป็นต้น

          น่าอัศจรรย์ใจที่ใบยอมีบทบาทอย่างมากในอาหารพื้นบ้านไทย และมีทั่วทุกภาคเสียด้วย เช่น ภาคกลาง เป็นผักรองกระทงห่อหมกปลาช่อนมาแต่ไหนแต่ไร ถึงจะมีผักอื่นเข้ามาแข่งแต่ก็แซงใบยอไม่ได้ เพราะความอร่อยของห่อหมกยังไปได้ด้วยดีกับใบยอ  ทางภาคอีสาน นำไปแกงอ่อมใบยอ  และภาคใต้แก้เผ็ดปลาใส่ขมิ้นใบยอ เป็นต้น

          ลักษณะจานอาหารเหมือนกับชาวบ้านจะรู้ว่าในใบยอนั้นมีวิตามินเอในรูปเบต้าแคโรทีนสูงมาก ขนาด 407 มิลลิกรัม ต่อใบยอน้ำหนัก 100 กรัมทีเดียว  วิตามินเอดังกล่าวจะละลายได้ดีในไขมันและดูดซึมเข้าร่างกายได้ดีด้วยเช่นกัน  จานอาหารของเราส่วนใหญ่ก็ประกอบด้วยกะทิซึ่งเป็นไขมันชั้นดีจากธรรมชาติ

          ต้นยอ  เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ถ้าเกิดในพื้นที่กว้าง ปล่อยให้เติบโตอย่างอิสระจะสูงถึง 4-8 เมตรทีเดียว รูปทรงโปร่ง กิ่งกระจายตัว ใบไม่แน่นทึบ เติบโตได้สองปีก็ให้ลูกผลได้รับประทานกันแล้ว แต่เรามักเก็บใบยอกินกันตั้งแต่อายุได้ขวบปีแรก  ต้นยอตามบ้านมักไม่ใหญ่โตเต็มที่ ทั้งนี้เพราะเกิดในที่คับแคบและที่สำคัญ ถูกตัดกิ่งเอาใบไปกินอยู่บ่อยๆ ดังนั้นต้นยอในบ้านจึงดูเหมือนเป็นไม้ต้นเล็ก

          ต้นยอเป็นไม้เขตร้อน นิยมปลูกกันในบ้าน เพราะสาเหตุหลายประการ เริ่มตั้งแต่ความเชื่อในเรื่องชื่อหนึ่งในไม้มงคล  นิยมปลูกทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และทิศตะวันตกเฉียงใต้เพื่อให้เป็นมงคลยิ่งขึ้น นอกจากนี้ชาวบ้านต่างรู้ว่าต้นยอคือต้นยา นำมาใช้แก้สารพัดโรค ตั้งแต่ราก เปลือก ใบ ไปจนกระทั่งผล และใบก็คือผักที่แสนอร่อยในครัวพื้นบ้านทุกภาคของประเทศไทย  ต้นยอจึงกลายเป็นต้นไม้ชนิดหนึ่งในสวนไทย ชอบแดดและที่ชื้น เติบโตเร็ว

          ยอบ้านเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง มีชื่อพฤกษศาสตร์ว่า Morinda Citrifolia Linn. ทางเหนือเรียก มะดาเสือ และ ยะ  ภาคกลางเรียก ยอบ้าน  กะเหรี่ยงเรียก แยใหญ่  อีสานเรียก ยอ   เปลือกต้นลำต้นเรียบ มีแขนงเป็นรูปสี่เหลี่ยม ใบมีลักษณะรูปรีกว้าง แหลมปลาย ใบสีเขียว ผิวใบเป็นมันสวยออกดอกรวมกันเป็นช่อกลมสีขาว ผลมีรูปยาวกลมคล้ายกระบอกขนาดสั้น บางผลก็เป็นลูกกลมมน ผิวผลมีตาโดยรอบคล้ายตาสับปะรด มีเมล็ดสีน้ำตาลเข้มอยู่ในผลมากมาย ผลมีขนาดตั้งแต่ลูกเล็กเท่าลูกปิงปองไปจนถึงลูกใหญ่ขนาดกำปั้นของเรา ขึ้นกับว่าเป็นผลจากต้นที่อุดมสมบูรณ์เพียงไร

          ใบยอสีเขียวใบมัน ผิวใบเป็นคลื่นนั้น มีรสขมเล็กน้อย มีกลิ่นเฉพาะตัว ใบยอเป็นผักพื้นบ้านที่นำมาทำอาหารพื้นเมืองจานอร่อยได้แล้ว ยังอุดมไปด้วยคุณค่าอาหารอย่างมากมายโดยเฉพาะมีแคลเซียมสูงถึง 469 มิลลิกรัม ต่อใบยอน้ำหนัก 100 กรัม เรียกว่ามีแคลเซียมมากไม่แพ้น้ำนมสดเลยทีเดียว ร่างกายคนเราต้องการแคลเซียมวันละ 800-1,200 มิลลิกรัม กินใบยอสุกสักจำนวน 1 ถ้วย ก็ได้แคลเซียมเกือบครบตามที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันแล้ว

          แคลเซียมเป็นธาตุอาหารที่จำเป็นเหลือหลายกับร่างกาย เพราะไปเสริมสร้างฟันและกระดูกให้แข็งแรงโดยเฉพาะในวัยเด็กเล็ก วัยผู้สูงอายุ รวมไปถึงคนเมืองที่ไม่ค่อยจะได้กินผักพื้นบ้านและไม่ค่อยจะได้ออกกำลังกายนัก แถมยังเครียดตลอดเวลา แคลเซียมก็พากันวิ่งออกจากกระดูกหมด กลายเป็นโรคกระดูกบาง กระดูกพรุน ซึ่งอันตรายต่อสุขภาพเมื่ออายุมากขึ้นและมากขึ้น

          นอกจากแคลเซียมสูงมากๆ แล้ว ยังมีวิตามินเอในรูปเบต้าแคโรทีนสูงรองลงมาคือ 407 มิลลิกรัม ต่อใบยอน้ำหนัก 100 กรัม หรือ 1 ขีด นั่นเอง แถมด้วยวิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินซี และตามมาด้วยฟอสฟอรัส



เมี่ยงใบยอ


เครื่องปรุง
 ใบยออ่อนล้างสะอาดแล้ว  20       ใบ 
มะนาวเปลือกเขียวหั่นชิ้นเล็ก  1       ลูก 
หอมแดงหั่นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็ก  5       หัว 
กุ้งแห้ง  1/4       ถ้วย 
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอดหั่นหยาบ  1/4       ถ้วย 
พริกขี้หนูเขียว แดง ซอย  10       เม็ด 
ขิงอ่อนหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า  1/4       ถ้วย 
เนื้อปลาทูทอดหั่นชิ้นเล็ก  1/2       ถ้วย 

เครื่องปรุงเมี่ยง

น้ำตาลปีบ  1       ถ้วย 
น้ำปลา  1       ถ้วย 
น้ำมะนาว  1/4       ถ้วย 


ผสมน้ำตาล น้ำปลา ตั้งไฟเคี่ยวให้เหนียว ใส่น้ำมะนาว คนให้เข้ากัน ยกลง

วิธีรับประทาน

วางใบยอ ใส่เครื่องเมี่ยงอย่างละเล็กน้อย ตักน้ำเมี่ยงราด รับประทานเป็นคำๆ

ความเชื่อของคนทางเหนือเกี่ยวกับต้นยอ

ต้นยอ?(บ่อตาเสีย)...
ต้นยอ พรรณไม้พุ่มยืนต้น ผลกินได้ ส่วนใบอ่อนใช้รองก้นห่อหมกเชื่อว่า
1. เมื่อผู้ใดถูกสุนัขกัด ถ้าได้นำเอารากต้นยอมาฝนใส่บาดแผลที่ถูกสุนัขกัด เชื่อว่าภายใน 3 - 7 วัน ฟันของสุนัขที่กัดจะผุกร่อนหลุดไปทีละ 1 - 2 ซี่
2. ห้ามไม่ให้นำเอาต้นยอมาปลูกใกล้เรือน หรือปล่อยให้ต้นยอขึ้นใกล้เรือน เมื่อต้นยอโตและสูงถึงหลังคาเรือน เชื่อว่าจะทำให้เจ้าของเรือนไม่เจริญ





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 พฤษภาคม 2008, 04:57:07 pm โดย nukoy99 » บันทึกการเข้า

ค่าของคนอยู่ที่ผลงาน...แต่ผลงานที่ได้ก็ไม่ได้วัดค่าของคนได้เสมอไป..
venus
Publisher
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +3/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1536


oknakrub@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: 23 พฤษภาคม 2008, 05:36:27 pm »

เวิ่น (adj., v.) เวิ่นเป็นภาษาเหนือ เต็มๆ คือ เวิ่นเว้อ เวิ่น คืออาการที่เรียกได้ว่า ไม่มีอะไรทำอย่างสุดชีวิต หรือเรียกอย่างไฮโซว่า Have nothing to do นั่นเอง อนึ่ง เวิ่นนั้นคล้ายกับว่าง แต่ใช้คำว่าเวิ่นนั้นจะให้ความรู้สึกว่า มันว่างสุดๆ เลยล่ะ

บันทึกการเข้า

ศีลมา ... ปัญญามี สินค้าน่าสนใจ www.kindleplaza.net
nukoy99
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +12/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2122


scrolly_99@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: 23 พฤษภาคม 2008, 06:28:56 pm »

555 ตอนนี้ก้อยก็อาการนั้นอยู่ เหวินเวอะเหวินเว๋อ อยู่หน้าคอมนี่ก่าเจ้า
บันทึกการเข้า

ค่าของคนอยู่ที่ผลงาน...แต่ผลงานที่ได้ก็ไม่ได้วัดค่าของคนได้เสมอไป..
nukoy99
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +12/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2122


scrolly_99@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: 24 พฤษภาคม 2008, 06:03:09 pm »

บ่อหนัด  อ่านว่า  บ่อ -  หนัด  หมายถึง  สับปะรด เจ้าค่ะ


ชื่อวิทยาศาสตร์  Ananus comosus Merr.

วงศ์    Bromeliaceae

ชื่อท้องถิ่น มะขะหนัด มะหนัด (ภาคเหนือ) บ่อหนัด (เชียงใหม่)
ขนุนทอง ย่านัด ยานัด (ภาคใต้) หมากนัด (ภาคอีสาน)

ลักษณะของพืช ?  
สับปะรดเป็นพืชล้มลุกหลายปี ลำต้นสั้นและแข็ง ใบออกสลับโดยรอบต้น ในเรียวยาว ปลายแหลม ดอกออกเป็นช่อสี ช่อดอกมีก้านยาว
ผลรูปร่างเป็นรูปไข่หรือทรงกระบอก
 
การปลูก ?  
นิยมใช้หน่อปลูก ขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิด ชอบดินร่วนปนทราย
ไม่ชอบน้ำขัง ถ้าเป็นดินเหนียวควรยกร่องกว้าง 1 เมตร หน่อผึ่งแดด 7-10 วัน
ก่อนการปลูกดึงใบล่างสุดออก 2-3 ใบก่อน จุ่มหน่อในน้ำยากำจัดเชื้อราและนำเอา
หน่อไปปลูกในดินลึกประมาณ 10 ซ.ม. เอียง 45Vองศาหลังการปลูกแล้วกด
ดินบริเวณที่ปลูกให้แน่น ดูแลโดยใส่ปุ๋ยเมื่ออายุ 3-6 เดือน และ9 เดือน
ต้องสนใจเรื่องการระบายน้ำด้วย

ส่วนที่ใช้เป็นยา ? 
เหง้าทั้งสดและแห้ง
 
รสและสรพรคุณยาไทย ?  
รสหวานเย็น ขับปัสสาวะ
 
วิธีใช้ ? 
ใช้เหง้าสดหรือแห้ง แก้อาการขับเบา ช่วยขับปัสสาวะ
โดยใช้เหง้าวันละ 1 กอบมือ (สดหนัก 200 - 250 กรัม แห้งใช้ 90 - 100
กรัม ต้มกับน้ำดื่มวันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหารครั้งละ 1 ถ้วยชา (ประมาณ 75 มิลลิลิตร)

คุณค่าทางอาหาร ? 
สับปะรดรับประทานเป็นผลไม้ได้ดี มีคุณค่าทางโภชนาการมากมาย
เพราะมีเกลือแร่ วิตามินต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายของเราไม่น้อย น้ำสับปะรด
เอาไปแช่เนื้อทำให้เนื้อนุ่มได้ด้วย ไม่ทำให้เปื่อยยุ่ยทำให้นุ่นกำลังดี ช่วยย่อยอาหารได้

การรับประทานสับปะรดเป็นประจำ

จะช่วยป้องกันโรค ไตอักเสบ ความดันโลหิตสูง หลอดลมอักเสบ สับปะรดที่เริ่มนิ่ม มีน้ำเหนียว ๆ ไหลออกมา แสดงว่าสุกมากเกินไปและเริ่มเน่า ไม่ควรรับประทาน

การรับประทานที่ถูกวิธี คือ

ใช้มีดใหญ่เฉือนเปลือกออกจนหมด จากนั้นจึงใช้มีดตัดส่วนตาออกเป็นร่องเฉียง เป็นแถว ๆ เอาส่วนตาออกแล้วตัดเป็นชิ้น แล้วเอาเกลือแกงทาให้ทั่วหรือมิฉะนั้นก็แช่ในน้ำเกลืออ่อน ๆ ประมาณ 2-3 นาที การทาเกลือหรือแช่ในน้ำเกลือนอกจากจะทำให้รสชาติดีขึ้นแล้ว ยังเป็นการทำลายสารจำพวก Glycoalkaoid และ เอ็มไซม์ บางชนิด ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้ หลังรับประทาน

เมนูสับปะรด
หมูสับปะรด



เครื่องปรุง

? เนื้อหมูส่วนสันนอก 1/2 กิโลกรัม

? เกลือป่น 1 ช้อนชา

? พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา

? ผงปรุงรส 1/4 ช้อนชา

? ไข่ไก่ตีพอแตก 1 ฟอง

? สับปะรด 1/2 ผลเล็ก

? ผงขนมปังป่น 1/2 ถ้วยตวง

? น้ำมันพืช

วิธีทำ

? เริ่มจากนำเนื้อหมูมาหั่นเป็นแนวขวางให้หนาประมาณ 2 เซนติเมตร จะได้เนื้อหมู 4 ชิ้น

? แต่ละชิ้นกรีดตรงกลางชั้นให้เป็นร่อง

? จากนั้นผสมเกลือ พริกไทย และผงปรุงรสเข้าด้วยกัน

? จากนั้นนำ สับปะรดมาปอกแล้วฝานเป็นแว่นแบ่งครึ่ง คว้านเอาแกนออก

? แล้วสอดชิ้นสับปะรดใส่ร่องเนื้อหมูที่กรีดเตรียมไว้

? ใช้ไม้กลัดหรือไม้จิ้มฟันเสียบปากร่องอย่าให้ชิ้นสับปะรดหลุดได้

ตั้งกระทะใส่น้ำมันมากๆใช้ไฟปานกลาง เมื่อน้ำมันร้อนนำชิ้นหมูลงชุบไข่

? แล้วเกลือกด้วยผงขนมปังป่น

? ทอดจนเนื้อหมูสุกและเหลืองดีทั้ง 2 ด้าน

? ตักขึ้น ให้สะเด็ดน้ำมันกินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ

? หรือเสิร์ฟกับมันฝรั่งทอดแบบเฟรนช์ฟรายก็ได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05 มิถุนายน 2008, 08:59:08 pm โดย nukoy99 » บันทึกการเข้า

ค่าของคนอยู่ที่ผลงาน...แต่ผลงานที่ได้ก็ไม่ได้วัดค่าของคนได้เสมอไป..
nukoy99
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +12/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2122


scrolly_99@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: 25 พฤษภาคม 2008, 05:45:06 pm »

ขะใจ๋โวย ๆ

ขะใจ๋โวย ๆ อ่านว่า  ขะ - ใจ๋ - โวย ๆ  หมายถึง รีบ ๆ หน่อย , เร็ว ๆ หน่อย

มักใช้ร่วมกับคำว่า ฟั่ง ซึ่งหมายถึง รีบ เหมือนกัน

เช่น   ขะใจ๋โวย ๆ เน่อ จะฟั่งไปตอบกระทู้นาวี22 

แปล เร็ว ๆ ๆ หน่อยสิจะรีบไปตอบกระทู้นาวี22   ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

ค่าของคนอยู่ที่ผลงาน...แต่ผลงานที่ได้ก็ไม่ได้วัดค่าของคนได้เสมอไป..
nukoy99
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +12/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2122


scrolly_99@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: 25 พฤษภาคม 2008, 10:06:12 pm »

วันนี้เอารูปโถงเป๋อ ของแท้ และดั้งเดิมมาให้ดูตามที่ได้ติดค้างไว้ค่ะ

ถุงผ้าแบบนี้ใช้มาดั้งเดิมแล้ว และใช้ทอด้วยกี่ หรือเครื่องทอผ้าของสมัยก่อน



แต่อันที่เอามาเป็นตัวอย่างนี้ สดจากไร่ เอ้ยไม่ใช่แม่เพิ่งใช้ไปไร่มะม่วงมาหมาด ๆ เลยอาจจะมอมแมม หรือขี้ดินติดนิด ๆ อิอิ พร้อมด้วยพรีเซ็นเตอร์กิตติมาศักดิ์ของเราสาธิตวิธีสะพายให้ดูด้วย  ยิ้มเท่ห์

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25 พฤษภาคม 2008, 10:07:48 pm โดย nukoy99 » บันทึกการเข้า

ค่าของคนอยู่ที่ผลงาน...แต่ผลงานที่ได้ก็ไม่ได้วัดค่าของคนได้เสมอไป..
ปุ้ม
Full Member
***

คะแนนจิตพิสัย +1/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 172


kanthira_pw@hotmail.com
« ตอบ #11 เมื่อ: 25 พฤษภาคม 2008, 10:57:56 pm »

รู้แล้ว อยู่เหนือมาปีกว่ายังพูดไม่ได้ซะที แถมบางคำไม่เข้าใจอีก มาเรียนกับนู๋ก้อยดีกว่าเรา ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

ไ ม่ ว่ าเ ธ อ จ ะ อ ยู่ ส่ ว น ไห นข อ ง โ ล ก ใ บ นี้
ใ ห้ เ ชื่ อ เ ถ อ ะ ว่า ค ว า ม รู้ สึ ก ดี ๆจ ะ ไ ป ถ า ม ห า
nukoy99
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +12/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2122


scrolly_99@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #12 เมื่อ: 26 พฤษภาคม 2008, 12:00:48 am »

ร่ายเลยจัดให้เน่อ ปี้ปุ้ม มาหัดตึงวันเน่อเจ้า ยินดีจ้าดนัก

(ได้เลยค่ะจะจัดให้ พี่ปุ้มมาหัดทุกวันนะคะ ยินดีมาก ๆ ค่ะ) ยิงฟันยิ้ม จุ๊บๆ
บันทึกการเข้า

ค่าของคนอยู่ที่ผลงาน...แต่ผลงานที่ได้ก็ไม่ได้วัดค่าของคนได้เสมอไป..
nukoy99
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +12/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2122


scrolly_99@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #13 เมื่อ: 27 พฤษภาคม 2008, 06:01:53 pm »

โจ้ง อ่านว่า โจ้ง  หมายถึง โยน เป็นคำกริยา

ตัวอย่าง

         ป้ออุ้ยเอากระแจ๋รถโจ้งมากำ   แปล  ปู่เอากุญแจรถโยนมาให้หน่อย

         ไผจะมาเล่นโจ้งเปตองพ่อง?  แปล  ใครจะมาเล่นโยนเปตองบ้าง? อิอิ

ประโยคหลังนี่กีฬาโปรดของชาวนาวีใช่ปะ  แต่ที่บ้านก้อยนะเค้ามีจัดสนามให้ผู้สูงอายุเล่นทุกหมู่บ้านเลย
เล่นโจ้งเปตองเนี่ยะ 55 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

ค่าของคนอยู่ที่ผลงาน...แต่ผลงานที่ได้ก็ไม่ได้วัดค่าของคนได้เสมอไป..
weera
Full Member
***

คะแนนจิตพิสัย +2/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 188



อีเมล์
« ตอบ #14 เมื่อ: 27 พฤษภาคม 2008, 06:22:12 pm »

เฮ๊าบ่ก้าเล่นโจ้งเปต๊อง เด๋ยวเปิ้นหันว่าเฮ๊าเป๋นป้ออุ้ย ยิงฟันยิ้ม ขยิบตา
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 21   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: