หน้าแรกบอร์ด
ช่วยเหลือ
ค้นหา
ปฏิทิน
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
» ยินดีต้อนรับคุณ,
บุคคลทั่วไป
กรุณา
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว:
พ.จ.ต. สุเทพ อิ่มเอิบ อีเมล
s_dmax@yahoo.com
รุ่น22 เออรี่ปี51 เบอร์โทรบ้าน 027512367 มือถิอ 0853386520 เปิดร้านขายซุบหางวัวอยู่ที่ ต.บางพลีใหญ่ สมุทรปราการถ้าผ่านมาแวะมาลองชิมกันได้
บ้านเลขที่ 22
>
ชมรมคนรักเสด็จเตี่ย
>
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
>
ทำไมจึงเรียก *เสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ว่า " เสด็จเตี่ย "
หน้า: [
1
]
2
ลงล่าง
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
พิมพ์
ผู้เขียน
หัวข้อ: ทำไมจึงเรียก *เสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ว่า " เสด็จเตี่ย " (อ่าน 4615 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
ทำไมจึงเรียก *เสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ว่า " เสด็จเตี่ย "
«
เมื่อ:
19 พฤษภาคม 2008, 07:15:58 am »
มีการเล่าขานไว้ตอนหนึ่งว่า
ชาวจีนย่านสำเพ็งมีความรักและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ
และเรียกขานพระองค์ว่า "
เตี่ย "
ซึ่งหมายถึง
พ่อ
หรือ
หมอพร
ที่ชาวบ้านรักใคร่บูชา ซึ่งก็มีส่วนถูกอยู่บ้างอย่างแน่นอน ในด้านของความรัก และซาบซึ้นในพระกรุณาธิคุณ
แต่ในความเป็นจริงนั้น คำว่า "
เตี่ย"
นี้ ได้มีบันทึกไว้ในปูมของทหารเรือ ตอนหนึ่งว่า
" เสด็จในกรมฯ มีพระเมตตาต่อนักเรียนนายเรือยุคแรกๆ ที่จำนวนหนึ่งมีอายุไล่เลี่ยกับพระองค์ ที่ลำบากใจในการใช้ราชาศัพท์ และอีกจำนวนหนึ่งก็เยาว์วัย ซึ่งพระองค์ทรงรักและเมตตาดั่งลูกหลาน จึงทรงใช้คำแทนพระองค์ว่า "
เตี่ย "
หรือ "
สีเตี่ย "
ย้ำ-สีเตี่ย-ถูกต้อง)
กระทั่งชาวเรือทั้งหลาย นำมาเรียกขานพระองค์ว่า
"
เสด็จเตี่ย "
จนทุกวันนี้ ซึ่งก็คือ สมัญญานามของ
พระบิดาแห่งเรา
ชาวเรือทั้งผอง
ที่จักเทอดทูนตราบนิจนิรันดร นั่นเอง
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
เมื่อคราวที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสยุโรปครั้งแรก เพื่อเจริญสัมพันธไมตรี โดยเรือพระที่นั่งมหาจักรี เมื่อปี พ.ศ.2540 การไปราชการในครั้งนั้น มีร้อยเอก ฟุสโก เป็นผู้บังคับบัญชากองดุริยางค์ทหารเรือ บทบาทของวงแตรวงนี้ได้มีเรื่อยมาตั้งแต่เริ่มต้นตั้งขึ้นและได้บรรจุในอัตรากำลังของกองทัพเรือครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.2448 มีชื่อว่า "
กองแตร
" กองแตรเจริญก้าวหน้าอย่างมากสมัย จอมพลเรือ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิตเป็นผู้บัญชาการ กรมทหารเรือ ทรงโปรดการดนตรี และได้วางรากฐานหลักสูตรการศึกษาวิชาการดนตรี เรียกว่า
"วิชาการแตร"
เมื่อปี พ.ศ.2449
ในปี พ.ศ.2455 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งวงดุริยางค์ มีชื่อว่า "วงเครื่องสายฝรั่งหลวง" สังกัดกรมมหรสพ กระทรวงวังหลัง ในปี พ.ศ.2478 กองแตร ได้เปลี่ยนชื่อเป็นหมวดดุริยางค์ทหารเรือ แบ่งส่วนราชการเป็นสองส่วนคือ แผนกแตรวง และ แผนกซอวง ซึ่งแผนกซอวงก็คือ วงดุริยางค์ราชนาวี
เป็นเรื่องน่าแปลกไหมว่าเพลงมาร์ชของกองทัพเรือนั้นที่ดังๆ จริงๆ เป็นผลงานของเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงเสียเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเป็นฝีมือของ ?เสด็จเตี่ย? หรือ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ซึ่งถือว่าเป็นพระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย
กรมหลวงชุมพรฯ นั้นถือว่าเป็นเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงที่มีความผูกพันกับ "
สังคมไทย"
อย่างยิ่งทีเดียวนะครับ พระปรีชาความสามารถทางด้านการทหารนั้นเป็นที่ยอมรับกันดีอยู่แล้ว อัจฉริยะภาพของพระองค์ท่านในเรื่องของการเป็นนักยุทธศาสตร์สำแดงเดชอย่างยิ่งกรณีของการเลือกสัตหีบเพื่อเป็นที่ตั้งของกองทัพเรือ
การที่พระองค์สามารถวางแผนจับเรือข้าศึกได้ 6 ลำในสงครามโลกครั้งที่ 1 ก็เป็นเกียรติ
ประวัติการรบที่ยิ่งใหญ่มาก ยังไม่นับเมื่อพระองค์ท่านสวมบทหมอทำการรักษาให้กับประชาชนทั้งคนจีนย่านสำเพ็งและคนไทยจนได้รับการขนานนามว่าเป็น ?
หมอพร
? อีกชื่อหนึ่ง
แน่นอนยังไม่นับถึงเรื่องของคาถาอาคมซึ่งพระองค์ท่านนั้นว่ากันว่าเข้มขลังในวิชาการอันศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า หลวงพ่อพริ้งวัดบางปะกอก หรือ อีกหลายหลวงพ่อ พระองค์ท่านก็สำเร็จทุกวิชาอย่างน่าทึ่ง พูดง่ายๆ พระจริยาวัตรของพระองค์ท่านนั้นเป็นสัญลักษณ์ของคนดี คนที่รักชาติ และ
ทำเพื่อแผ่นดินไทยและสังคมไทยเสมอมา จนกระทั่งพระองค์ท่านกลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนไทยให้การสักการะอย่างยิ่งราวกับเป็นเทพเจ้าอีกพระองค์หนึ่ง
พระนิพนธ์เพลงของพระองค์ท่านนั้น เจตนาแรกจากที่เขียนไว้ในหนังสือ "พระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย" นั้นคือต้องการให้นักเรียนนายเรือและทหารเรือได้ฝึกร้องเพื่อการออกกำลังกายและเพื่อความรักสามัคคี ปลุกใจทหารให้มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และคิดสู้กับอริราชศัตรูของชาติโดยไม่ย่อท้อ พระองค์ทรงนิพนธ์เพลงปลุกใจให้นักเรียนนายเรือและทหารเรือร้องเมื่อเข้าแถวสวดมนต์ไหว้พระตอนค่ำและเวลาเดินทางไกล
เพลงดอกประดู่นี้พระองค์เรียกว่าเพลง "คัมมิงทรูดิรัยน์" แต่ปัจจุบันเรียกว่าเพลง "ดอกประดู่" เนื้อหานั้นว่าด้วย ชีวิตของทหารเรือและประสบการณ์ของพระองค์เองที่ทรงนำทหารออกฝึกภาคทะเล
พวกเราจงดู...รู้เจ็บแล้วต้องจำ
ลับดาบไปพลางช้างบนยอดกาฟฟ์จะนำ
สยามเป็นชาติของเราธงทุกเสาชักขึ้นทุกลำ
ถึงเรือจะจมในน้ำธงไม่ต่ำลงมา
ว่ากันว่าธีมหลักของบทเพลงนี้อยู่ที่ประโยคสั้นๆ อันมีใจความว่า ?
เจ็บแล้วต้องจำ?
เหตุเพราะภาพของการที่ฝรั่งเศสนั้นเอากองเรือมาปิดปากอ่าวไทยยังคงเป็นภาพแห่งความทรงจำอันเลวร้ายที่แสดงให้ถึงความอ่อนแอของชาติไทยในยุคนั้น ภาพดังกล่าวย้ำให้พระองค์ท่านบอกกับผู้ใกล้ชิดเสมอเรื่องเจ็บแล้วต้องจำ และทำให้พระองค์มีความมานะที่จะพัฒนากองทัพเรือให้ยิ่งใหญ่หรือทัดเทียมกับมหาอำนาจให้ได้
"??...หะเบสสมอพลัน ออกสันดอนไป ลัดไปเกาะสีชัง จนกระทั่งกระโจมไฟ
เที่ยวหาข้าศึก มิได้นึกจะกลับมาใน ถึงตายตายไป ตายให้แก่ชาติของเรา
พวกเราดูรู้ เจ็บแล้วต้องจำ ลับดาบไว้พลาง ช้างบนยอดกาฟฟ์จะนำ
สยามเป็นชาติของเรา ธงทุกเสาชักขึ้นทุกลำ ถึงเรือจะจมในน้ำ ธงไม่ต่ำลงมา
เกิดมาเป็นไทย ใจร่วมกันแหละดี รักเหมือนพี่เหมือนน้อง ช่วยกันป้องปฐพี
สยามเป็นชาติของเรา อย่าให้เขามาย่ำมายี ถึงตายตายดี ตายในหน้าที่ของเรา
พวกเราทุกลำ จำเช่นดอกประดู่ วันไหนวันดี บานคลี่พร้อมอยู่
วันไหนร่วงโรย ดอกโปรยตกพรู ทหารเรือเราจงดู ตายเป็นหมู่เพื่อชาติไทย..."
เพลง"ดอกประดู่"พระนิพนธ์ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
มีคนสงสัยอีกเหมือนกันว่า ?เสด็จเตี่ย? พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระองค์ท่านทรงเก่งดนตรีถึงขั้นไหน คำตอบก็คือ พระองค์ทรงเก่งอย่างเหลือเชื่อ เพราะตามประวัติของพระองค์ท่านทรงมี "พรสวรรค์" ในทางดนตรีมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ พระองค์ทรงขับร้องและทรงเครื่องดนตรีได้เกือบทุกชนิด ทั้งดนตรีไทย และ ดนตรีสากล ทางด้านดนตรีไทยเดิมนั้นเคยทรงขับเสภาถวาย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมาแล้ว
หนึ่งในบทเพลงของพระองค์ท่านที่แต่งไว้และคนไทยรุ่นสัก 20 ปีก่อนจะรู้จักกันอย่างดีนั่นคือเพลง ?เดินหน้า? ที่ต้องยกขึ้นมาก็เนื่องจากเพลงๆ นี้เป็นส่วนผสมของเพลงไทยเดิมที่ปรับแต่งจนกลายเป็นเพลงมาร์ชของทหารเรือไทยได้อย่างเหลือเชื่อ
พูดง่ายๆ เพลงนี้เริ่มต้นด้วยการเตือนสติให้เราทำความดี ท่านบอกว่าคนเรานั้นเกิดมาจะอยู่ดีมีอายุสักกี่ปีกัน ความดีต่างหากที่ทำไว้แล้วคนรุ่นหลังเขาจะจำ แล้วเวลาทำความดีนั้นก็ไม่ต้องไปนึกอะไรมาก ทำดีให้คนเขาจดจำไว้เป็นพอ
ว่ากันว่ามูลเหตุแห่งการแต่งเพลงเดินหน้านี้ เริ่มต้นเมื่อพระองค์ทรงเริ่มเข้ารับราชการทหารเรือใน ร.ศ.119 นั้น พระองค์ทรงถือว่าวิกฤตการณ์ที่เรือรบฝรั่งเศสตีฝ่าเข้ามาในแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ร.ศ.112 (พ.ศ.2436) และจังหวัดจันทบุรีถูกยึดครองนั้น เป็นบทเรียนที่ควรแก่การจดจำไว้จนถึงลูกหลาน พระองค์ทรงมานะปรับปรุงกองทัพเรือให้เป็นทหารเรือแบบใหม่ และทรงปลุกใจทหารให้มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และคิดสู้กับอริราชศัตรูของชาติไม่ให้คิดย่อท้อ
หลังจากที่แต่งเพลง ดอกประดู่แล้ว พระองค์ก็ตามติดด้วยเพลงเดินหน้าทันที เพื่อเป็นการปลุกใจให้นักเรียนนายเรือและทหารเรือร้องเมื่อเข้าแถวสวดมนต์ไหว้พระตอนค่ำและเวลาเดินทางไกล
แต่กระนั้นก็มีนักวิเคราะห์ทางดนตรีบางท่านกล่าวแย้งเหมือนกันว่า เพลงนี้อาจจะแต่งขึ้นในช่วงอื่น โดยวิเคราะห์จากเนื้อหาของเพลงที่มีเนื้อหาในเชิงตัดพ้อเนื่องจากพระองค์ถูกพิษทางการเมืองเล่นงาน
?อนาคตเราไม่รู้ ถึงเราไม่รู้ก็ต้องเดินไป
กลัวไปใย มันก็ล่วงไปตามเวลา
ไม่ตายวันนี้ มันก็คงไปซี้เอาวันข้างหน้า
วันนี้ยอ พรุ่งนี้ด่า ไม่ใช่ขี้ข้าขี้ปากของใคร
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2454 เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาล ที่ 6 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ พลเรือตรีกรมหมื่นชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ผู้ช่วยเสนาธิการ กระทรวงทหารเรือ และ เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ ออกจากหน้าที่ราชการประจำ เป็นนายทหารกองหนุน
เหตุที่พระองค์ท่านถูกปลดนั้นไม่มีใครแจ้งไว้แน่ว่าเพราะเหตุอันใด แต่หลายฝ่ายเขาก็อีกเหมือนกันว่าน่าจะทำให้พระองค์ท้อถอยพอสมควร แต่ว่ากันว่าระหว่างที่พระองค์ถูกปลดเป็นเพียงทหารกองหนุน พระองค์ก็ยังเดินทางไปดูกิจการเรือของกองทัพบ่อยๆ ถึงขนาดมีรับสั่งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในยุคนั้นจัดการเรื่องปืนใหญ่ของเรือรบลำหนึ่งเหตุเพราะถ้าเป็นแบบที่เห็นมันจะยิงและใช้การไม่ได้
แต่ก็อีกเหมือนกันเมื่อเวลาผ่านไป เรื่องราวก็ถูกพิสูจน์ว่ากรมหลวงชุมพรท่านเป็นบุคคลที่ยึดเอาผลประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้งมากกว่าเรื่องอื่น จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าให้เข้าราชการใหม่ อีก 4 ปี ต่อมา เมื่อ วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2460
เพลงนี้ความจริงแล้วเกิดจากการนำเอาเพลงสองเพลงมารวมกัน คือ เพลง "เกิดมาทั้งที มันก็ดีอยู่แต่เมื่อเป็น" และ เพลง "เกิดมาทั้งที มันก็มีอยู่แต่ทุกข์ภัย" ซึ่งทั้งสองเพลงนี้มีทำนองเดียวกัน โดยพระองค์ทรงนิพนธ์ขึ้นจากธรรมชาติของทหารเรือในการปฏิบัติราชการ เรียกว่าหลับตาลงฟังเพลงนี้แล้วเราจะเห็นภาพของการออกทะเลเพื่อไปฝึกของทหารเรือในยุคของพระองค์ท่านได้เลย
แต่เนื้อหาของเพลงเดินหน้านั้นแฝงความรู้สึกแห่งการเสียสละเพื่อชาติไว้สูงสุดชนิดที่ต้องบอกว่า การเกิดมาในโลกนี้ สิ่งที่เป็นอมตะคือ ตัวตายแต่ชื่อยัง
?ทั้งเซาท์ ทั้งเวสต์ ทั้งนอร์ต ทั้งอีส จะคิดถึงตัวเราใย
จะต้องตายทุกคนไป ส่วนตัวเราตายไว้ยืน ไว้ยืนแค่ชื่อ
ให้โลกทั้งหลาย เขาลือว่าตัวเราคือทหารเรือไทย?
ในประวัติที่เขียนถึงไว้เล็กน้อยในกองทัพเรือกล่าวถึงเพลงนี้ว่าเป็นหนึ่งในสองของเพลงมาร์ชปลุกใจรักชาติที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย และน่าจะเป็นเพลงมาร์ชของกองทัพเพลงแรกๆ ที่มีการบันทึกเสียงลงแผ่นกันเสียด้วย
"...เกิดมาทั้งทีมันก็ดีอยู่แต่เมื่อเป็น อีกสามร้อยปีก็ไม่มี ใครจะเห็น
ใครเขาจะนึก ใครเขาจะฝัน เขาก็ลืมกัน เหมือนตัวเล็น นานไปเขาก็ลืม ใครหรือจะยืมชีวิตให้เป็น
ใครจะเห็น ก็เห็นแต่น้ำใจ จำได้แต่ชื่อ ว่าตัวเราคือทหารเรือไทย
ตายแต่ตัว ชื่อยังฟุ้ง ทั่วทั้งกรุง ก็ไม่ลืมได้
ทั้งเซาธ์ ทั้งเวสท์ ทั้งนอร์ธ ทั้งอีสท์ จะคิดถึงตัวเราใย จะต้องตายทุกคนไป
ส่วนตัวเราตาย ไว้ยืน ไว้ยืนแต่ชื่อ ให้โลกทั้งหลายเขาลือ ว่าตัวเราคือ ทหารเรือไทย...
...เกิดมาทั้งทีมันก็มีอยู่แต่ทุกข์ภัย วันนี้เคราะห์ดี รุ่งขึ้นพรุ่งนี้ จะเป็นอย่างไร
ดีเคยพบ ชั่วเคยเห็น จนเคยเป็น มีเคยได้ อนาคตเราไม่รู้ ถึงไม่รู้ ก็ต้องเดินไป
จะกลัวไปใย มันก็ล่วงไปตามเวลา
ไม่ตายวันนี้ ก็คงไปซี้ เอาวันข้างหน้า
วันนี้ยอ พรุ่งนี้ด่า ไม่ใช่ขี้ข้า ปากของใคร
ทั้งเซาธ์ ทั้งเวสท์ ทั้งนอร์ธ ทั้งอีสท์ จะคิดถึงตัวเราใย จะต้องตายทุกคนไป
ส่วนตัวเราตาย ไว้ยืน ไว้ยืนแต่ชื่อ ให้โลกทั้งหลายเขาลือ ว่าตัวเราคือ ทหารเรือไทย..."
เพลง"เดินหน้า"พระนิพนธ์อีกชิ้นหนึ่งในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
-----------------------------------------------------------------------------------------------------
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20 พฤษภาคม 2008, 10:02:00 pm โดย d@eng
»
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
?ดาบของชาติ?บทเพลงของทหารเรือที่เป็นพระนิพนธ์ของกรมหลวงชุมพร
«
ตอบ #1 เมื่อ:
19 พฤษภาคม 2008, 08:32:33 am »
บทเพลงของทหารเรือที่เป็นพระนิพนธ์ของกรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักดิ์
เพราะในความจริงแล้วพระองค์ท่านไม่ได้เขียนไว้เฉพาะเพียงแค่เพลงมาร์ช เช่น ดอกประดู่ หรือ เพลงเดินหน้า แต่ท่านยังเขียนเพลงบัลลาดที่ฟังแล้วขนลุกซู่เลย
เพลงนี้เป็นเพลงที่มีเนื้อเพลงสั้นมาก แต่กลิ่นอายและความไพเราะนั้นเข้าขั้นสุดยอด
?ดาบของชาติ? คือเพลงๆ นั้น
ตัวเพลงเขียนขึ้นโดยที่เป็นโคลงสี่สุภาพเพียงบทเดียวเท่านั้น แต่ในบทเดียวนี่แหล่ะครับ ถูกเรียบเรียงเสียจนไพเราะด้วยทำนองในแบบของเพลงคลาสสิกซึ่งอ้อยอิ่งและหนักแน่น มีกลิ่นอายของความถวิลหาและความเสียสละอยู่ในที คือถ้าใครฟังเพลงอย่าง
?เกียรติศักดิ์ทหารเสือ? ซึ่งเป็นพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
แล้วบอกว่าไพเราะ เพลงดาบของชาตินั้นไพเราะและซาบซึ้งใจไม่แพ้กันราวกับเป็นเพลงคู่แฝด
ที่ต้องบอกว่าเพลงทั้งคู่นี้เปรียบเสมือนคู่แฝดกัน ส่วนหนึ่งเพราะเนื้อหา เพราะ ในเกียรติศักดิ์ทหารเสือนั้น แม้บทเพลงนี้จะมี่แรงบันดาลใจมาจากคำปฏิญานของเหล่าทหารเสือราชินีของฝรั่งเศสเขา แต่เมื่อรัชกาลที่ 6 พระองค์ท่านสามารถปรับมาใช้สำหรับเมืองไทย เนื้อหาก็ถูกปรับมาด้วย แต่ก็ยังคงเนื้อหาแกนหลักของโคลงสาบานเอาไว้นั่นคือ ความเสียสละ เพื่อ พระเจ้าอยู่หัว ลูกแก้ว และเมียขวัญ
สำหรับเพลงดาบของชาตินี้ก็เช่นกัน เนื้อหาของเพลงก็เกี่ยวข้องกับหลักการเสียสละเพื่อชาติ พระเจ้าอยู่หัว ลูกแก้ว และเมียขวัญ อยู่เหมือนกัน
แต่เกร็ดของเพลงนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะความจริงแล้วเพลงนี้หายสาบสูญไปนาน ก็มีสมมติฐานกันไว้เยอะเลยว่าอาจจะไม่ใช่เพลงที่เหมาะนักกับการฝึกหรือการร้องในกองทัพในลักษณะทั่วๆ ไป เพราะกลิ่นอายนั้นเหมือนเพลงประกอบละครมากกว่า ความนิยมในช่วงที่ออกมาก็เลยไม่มีมากเท่าไหร่
จนกระทั่งเมื่อปี พศ. 2515 กองทัพเรือก็ตัดสินใจมที่จะทำแผ่นเสียงขนาดลองเพลย์คือแผ่น 12 นิ้วเป็นครั้งแรกขึ้นมา มีบันทึกบอกเอาไว้ว่า นาวาเอก สำเร็จ นิยมเดช ซึ่งขณะนั้นเป็นหัวหน้ากองดุริยางค์ทหารเรือ ก็ได้เดินทางเข้าขอคำปรึกษาต่อ ?หม่อมช้อย อาภากร? ซึ่งท่านเป็นหม่อมของพระองค์ท่านกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ได้กล่าวกับท่านนาวาเอกสำเร็จว่า ความจริงแล้วบทเพลงที่เสด็จเตี่ยทรงแต่งไว้ยังมีอีกเพลงหนึ่ง แต่เป็นเพลงที่ไม่มีใครนำมาขับร้อง เพราะที่ผ่านมานั้นมีการบรรเลงเพียงครั้งเดียวเท่านั้นเอง แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้ถูกบรรเลงอีกเลย แต่กระนั้นบทเพลงก็มีความไพเราะเป็นอย่างยิ่งอีกทั้งเนื้อหาก็มีความหมายที่ดีเยี่ยม ว่าแล้วท่านก็ร้องออกมาให้ฟังทั้งเนื้อร้องและทำนองที่ถูกต้อง
ว่ากันว่านาวาเอกสำเร็จตัดสินใจนำเครื่องบันทึกมาจัดการบันทึกเสียงของ หม่อมช้อย แล้วนำไปแตกเพื่อเรียบรียงใหม่จนกระทั่งสุดท้ายเสียงเพลงของท่านก็ได้ไปอยู่ในแผ่นลองก์เพลย์ที่ผลิตขึ้นในปี 2515 นั่นเอง
ปรากฏว่าพอเพลงนี้ออกมา...บอกได้คำเดียวคนฟังน้ำตาซึมด้วยเนื้อหาและท่วงทำนอง
ซึ่งก็นำไปสู่การตามหาบันทึกต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับบทเพลงนี้ว่าที่มาและการบรรเลงครั้งแรกนั้นเป็นอย่างไร
ปรากฏว่าเหตุการณ์ครั้งแรกของการบรรเลงเพลงนี้เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่มีการตั้งโรงเรียนนนายเรือ โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยะมหาราชทรงเสด็จพระราชดำเนินมาเปิดโรงเรียน และกองทัพเรือถือกันว่า เป็นวันกองทัพเรือ เหตุการณ์ในวันนั้นนอกจากพระองค์ท่านแล้วก็ยังมีสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช(รัชกาลที่ 6) ก็เสด็จมาในงานเลี้ยงร่วมกับเจ้านายและข้าราชบริพารชั้นผู้ใหญ่อีกมาก ในงานเลี้ยงอาหารค่ำที่โรงอาหารประจำอาคารนั้นมีการบรรเลงดนตรีคลอไปด้วย
ว่ากันว่าในระหว่างทรงเสวยพระกระยาหารนั้น ก็ได้มีบทเพลงที่มีท่วงทำนองเรื่อยเอื่อยเศร้าสร้อยแต่ทว่าทรงพลังลอยมาตามเสียง เท่านั้นยังไม่พอครับ ยังมีนักเรียนทหารเรือผู้หนึ่งที่ชื่อ สนั่น เป็นทหารมหาดเล็กของสเด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ได้ลุกขึ้นร้องเพลงนี้ ตามด้วยการชัดมีดที่เหน็บไว้ออกจากฝักและร่ายรำไปตามทำนองและการร้องของเขาเองด้วย
เนื้อร้องที่นายทหารมหาดเล็กท่านนั้นร้องออกมาก็คือ
?ดาบของชาติเล่มนี้ คือชีวิตเรา
ถึงจะคมอยู่ดี ลับไว้
สำหรับสู้ไพรี ให้ชาติเรานา
ให้มิตรให้เมียให้ลูก และชาติไทย?
โชว์ที่เริ่มต้นแบบนั้นได้ถูกถามไถ่กันทันทีว่าเนื้อหาและทำนองที่ว่าใครเป็นผู้รจนาขึ้นมา ก็ได้ความกราบทูลจากเสด็จในกรมหลวงชุมพรฯ ท่านว่าเป็นเพลงที่ทรงนำพนธ์ขึ้นมา และตั่งชื่อไว้ว่า
?ดาบของชาติ?
แต่คงที่ความด้วยเป็นเพลงช้าและมีลีลาประกอบค่อนข้างมาก เพลงก็อาจจะไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่ จนกระทั่งสุดท้ายเพลงๆ นี้ก็ไม่ได้หยิบมาบรรเลงอีกเลย แต่พอมีการนำมาบันทึกกันใหม่ ปรากฏว่าเพลงก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จนน่าจะกล่าวได้ว่า ทุกครั้งที่มีการบรรเลงคอนเสิร์ตของทหารเรือจะต้องมีเพลงดาบของชาตินี้บรรจุอยู่ในโปรแกรมด้วยเสมอๆ เช่นเดียวกับเมื่อมีการบันทึกแผ่นครั้งใดก็จะต้องมีเพลงนี้บรรจุกันทุกครั้งเช่นกัน
เพียงแต่หลังๆ นี้ ที่เอามาบรรเลงกันใหม่ส่วนใหญ่จะเป็นแบบขับร้องหมู่เสียมากกว่า
ระดับความไพเราะของดาบของชาตินั้นอยู่ระดับเดียวกับเกียรติศักดิ์ทหารเสืออย่างไม่ต้องสงสัย ที่สำคัญเพลงนั้นได้สะท้อนจิตวิญญาณของผู้แต่งไว้ว่าในจิตใจของพระองค์ท่านนั้นมีเพียงชาติและความผาสุกของคนในชาติและในครอบครัวลูกหลานของพระองค์ท่านเพียงเท่านั้น
สำหรับเสด็จในกรมฯ นั้นพระองค์ท่านได้กราบบังคมทูลออกจากราชการ เพื่อพักผ่อนรักษาพระองค์ เมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ.2466 เนื่องจากพระองค์ทรงมีสุขภาพไม่สมบูรณ์และประชวรพระโรคภายในอยู่ด้วย และได้เสด็จออกจากกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ.2466 ไปประทับอยู่ด้านใต้ปากน้ำเมืองชุมพร ซึ่งเป็นที่จองไว้จะทำสวน
ขณะที่ทรงประทับอยู่นี้ ก็เกิดพระโรคหวัดใหญ่เนื่องจากถูกฝน ทรงประชวรอยู่ 3 วัน ก็สิ้นพระชนม์ที่ตำบลหาดทรายรี ในวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ.2466 สิริพระชนมายุได้ 44 พรรษา และได้เชิญพระศพจากจังหวัด ชุมพรมายังกรุงเทพมหานคร พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระราชทาน จนถึงวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ.2466 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระศพไปพระราชทานเพลิง ณ พระเมรุท้องสนามหลวง
เชื่อว่าหลายต่อหลายคนในยุคนั้นที่รับทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ท่านในยุคนั้นคงจะช็อก ด้วยเหตุที่เสด็จเตี่ยท่านมีพระปรีชาสามารถในเรื่องของยุทธศาสตร์การทหาร ยุทธการของการทำศึก การดนตรี พระองค์ท่านยังมีความเชี่ยวชาญในเรื่องของการแพทย์แผนโบราณ โดยในช่วงระยะเวลาหนึ่งที่ทรงลาออกจากประจำการ เมื่อปี พ.ศ.2454 ครั้งยังทรงเป็นกรมหมื่นชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงศึกษาวิชาแพทย์แผนโบราณจากตำราไทย ทรงเขียนตำรายาแผนโบราณ ลงในสมุดข่อยด้วยฝีพระหัตถ์ของพระองค์เองซึ่งทรงค้นคว้าตรวจหาตามคัมภีร์เก่าที่เกือบจะสูญสิ้นไปแล้ว และทรงตั้งชื่อตำรายาเล่มนี้ว่า ?พระคัมภีร์ อติสาระวรรคโบราณะกรรมและปัจจุบันนะกรรม? อีกทั้งทำการรักษาผู้ป่วยจำนวนมากจนกระทั่งคนไทยยุคนั้นที่ได้รับการรักษาจากพระองค์ท่านถึงกับเรียกท่านว่า ?
หมอพร?
เลยทีเดียว
นอกจากเรื่องแพทย์แล้วในเรื่องไสยศาสตร์ และไสยเวทย์หลายๆ ด้านพระองค์ท่านก็ถือว่าเป็นสุดยอดของเกจิในยุคนั้นทีเดียว พระเครื่องของท่านถ้าใครมีไว้นี่ ว่ากันว่า ถ้าเป็นของแท้นี่เรื่องเหนียวนั้นเขาว่าสุดขีดกันจริงๆ แถมในเรื่องของการเดินทางนั้นก็เป็นหนึ่ง แคล้วคลาดนิรันดร์ตรายกันเป็นที่หนึ่ง ด้วยความที่ประจุวิชาจากเกจิอาคมผู้เรื่องเวทย์ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ใหญ่ของท่านคือ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า หรือหลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก หลวงพ่อเงินวัดบางคลาน
พูดง่ายๆ ว่าเมื่อรวมเอาพระปรีชาของพระองค์ท่านในทุกๆ ด้านมาผสมกันนั้นยากยิ่งจะหาใครเหมือนได้แล้ว
จึงไม่แปลกที่ความเป็นอมตะของพระองค์ท่านจะอยู่ให้ลูกหลานและคนไทยที่เคารพรักในความงามและพระปรีชาสามารถจะยึดท่านเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองไทยประดุจเทพเจ้าองค์หนึ่งทีเดียว
ขอทิ้งท้ายด้วยว่าถ้าใครเกิดอ่านบทความนี้แล้วรู้สึกซาบซึ้งหรือต้องการหารูปเคารพของพระองค์ท่านมา
บูชา คาถาบูชาพระของเสด็จเตี่ยดังนี้
คาถาบูชา กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์นั่นคือ ตั้งนะโม 3 จบ แล้วจึงกล่าวคาถานี้
?ชุมพร จุติ อิทธิกะระณัง สุขโข นะโม พุทธายะ?
แล้วกราบอฐิษฐานจิตขอความศักดิ์สิทธิ์ต่อพระองค์ท่าน พวกเซียนพระเขาว่า คาถานี้ใช้ท่องเวลาเดินทาง ขับรถ นั่งเรือ จะปลอดภัย แคล้วคลาดจากอุบัติเหตุทั้งปวง แต่ที่แน่นอนก็คือ ถ้าจะให้ปลอดภัยที่สุด ท่องไว้ตลอดว่า มีสติ อย่าประมาทเท่านั้นเป็นพอ
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
สะเดาน้ำปลาหวาน
Jr. Member
คะแนนจิตพิสัย +0/-0
ออฟไลน์
กระทู้: 68
Re: ทำไมจึงเรียก *เสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตร$
«
ตอบ #2 เมื่อ:
20 พฤษภาคม 2008, 06:17:19 pm »
ขอบคุณครับ
ขออนุญาตให้เปลี่ยนพระนามจาก กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เป็น กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ให้เหมือนกันทั้งหมดด้วยครับ
บันทึกการเข้า
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
Re: ทำไมจึงเรียก *เสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ว่า " เสด็จเตี่ย "
«
ตอบ #3 เมื่อ:
20 พฤษภาคม 2008, 09:57:48 pm »
รับทราบค่ะ ..ขอบคุณที่คอยบอกความผิดพลาด แบบนี้สิค๊ะ ถึงว่ารักกันจริงสมาชิกนาวี22
แล้วจะหาข้อมูลมาเพิ่มเติมค่ะ ...
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
สะเดาน้ำปลาหวาน
Jr. Member
คะแนนจิตพิสัย +0/-0
ออฟไลน์
กระทู้: 68
Re: ทำไมจึงเรียก *เสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ว่า " เสด็จเตี่ย "
«
ตอบ #4 เมื่อ:
20 พฤษภาคม 2008, 10:04:11 pm »
รอรับความรู้อยู่ครับ พระประวัติท่านน่าสนใจมาก
บันทึกการเข้า
ฉัตร
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +17/-0
ออฟไลน์
กระทู้: 786
Love love
Re: ทำไมจึงเรียก *เสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ว่า " เสด็จเตี่ย "
«
ตอบ #5 เมื่อ:
02 กรกฎาคม 2008, 08:39:16 am »
ข้อมูลดีมักมาก
เอาไปให้เด็กได้มะต้องหาเองเจ็งสุดๆๆ
งัยก็มาเพิ่มความรู้ให้อีกนะ อิ อิ อิ จะไม้มะต้องหาเอง
นะคะพี่แดง
บันทึกการเข้า
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
Re: ทำไมจึงเรียก *เสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ว่า " เสด็จเตี่ย "
«
ตอบ #6 เมื่อ:
02 กรกฎาคม 2008, 09:00:11 am »
อ้างจาก: ฉัตร ที่ 02 กรกฎาคม 2008, 08:39:16 am
ข้อมูลดีมักมาก
เอาไปให้เด็กได้มะต้องหาเองเจ็งสุดๆๆ
งัยก็มาเพิ่มความรู้ให้อีกนะ อิ อิ อิ จะไม้มะต้องหาเอง
นะคะพี่แดง
ยินดีจ้า สำหรับทุกท่านที่ เคารพรัก
เสด๊จเตี่ย
ป.ล....หากินกันตรงนี้เลยนะคุณครูฉัตร แล้วคืนนี้ไม่นอสิ พรุ่งนี้ นอนสอนเด้กแน่5555555
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
Mr.Redrose19
บุคคลทั่วไป
Re: ทำไมจึงเรียก *เสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตร$
«
ตอบ #7 เมื่อ:
17 สิงหาคม 2008, 06:50:26 pm »
อ้างจาก: สะเดาน้ำปลาหวาน ที่ 20 พฤษภาคม 2008, 06:17:19 pm
ขอบคุณครับ
ขออนุญาตให้เปลี่ยนพระนามจาก กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เป็น กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ให้เหมือนกันทั้งหมดด้วยครับ
ขอนำรายละเอียดมาให้ทราบนะครับ
หน่วยงานราชการใช้คำว่า " กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ "
พาณิชพระนครทรงใช้ " กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์"
ท่าน สมาชิก ทุกๆท่านนั้นสามารถใช้ได้ทั้ง 2 แบบนะครับ เนื่องจากพระองค์ท่านทรงใช้ พระอิสริยศักดิ์ นั้นว่า
"กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ " ตลอดมานะครับไม่เคยทรงเปลี่ยนนะครับ
เอกสารอ้างอิง มีมากมายนะครับ ที่กล่าวถึงนะครับ
บันทึกการเข้า
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
Re: ทำไมจึงเรียก *เสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตร$
«
ตอบ #8 เมื่อ:
17 สิงหาคม 2008, 09:27:01 pm »
อ้างจาก: Redrose19 ที่ 17 สิงหาคม 2008, 06:50:26 pm
อ้างจาก: สะเดาน้ำปลาหวาน ที่ 20 พฤษภาคม 2008, 06:17:19 pm
ขอบคุณครับ
ขออนุญาตให้เปลี่ยนพระนามจาก กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เป็น กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ให้เหมือนกันทั้งหมดด้วยครับ
ขอนำรายละเอียดมาให้ทราบนะครับ
หน่วยงานราชการใช้คำว่า " กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ "
พาณิชพระนครทรงใช้ " กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์"
ท่าน สมาชิก ทุกๆท่านนั้นสามารถใช้ได้ทั้ง 2 แบบนะครับ เนื่องจากพระองค์ท่านทรงใช้ พระอิสริยศักดิ์ นั้นว่า
"กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ " ตลอดมานะครับไม่เคยทรงเปลี่ยนนะครับ
เอกสารอ้างอิง มีมากมายนะครับ ที่กล่าวถึงนะครับ
ขอขอบคุณมากๆๆค่ะ พี่กุหลาบสีแดงคนดี * ในข้อมูลที่ดี *
แดงติดตามผลงานพี่มาตลอดค่ะ ดีใจที่วันนี้ แดงได้มีพี่ชายคนดีคนนี้มาที่นาวี22ค่ะ
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
Mr.Redrose19
บุคคลทั่วไป
Re: ทำไมจึงเรียก *เสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ว่า " เสด็จเตี่ย "
«
ตอบ #9 เมื่อ:
17 สิงหาคม 2008, 09:49:03 pm »
นี่คือสุดยอดคาถาบูชา "เสด็จเตี่ย" แบบยาวนะครับ
"โอม ชุมพรจุติ อิทธิกะระณัง สุโข นะโมพุทธายะ นะ มะ พะ ทะ จะ ภะ กะ สะ มะ อะ อุ พุทธะสัมมิ ธัมมะสัมมิ สังฆฆะสัมมิ "
บันทึกการเข้า
nukoy99
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +12/-1
ออฟไลน์
กระทู้: 2122
Re: ทำไมจึงเรียก *เสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ว่า " เสด็จเตี่ย "
«
ตอบ #10 เมื่อ:
18 สิงหาคม 2008, 01:47:32 am »
อ้างจาก: Redrose19 ที่ 17 สิงหาคม 2008, 09:49:03 pm
นี่คือสุดยอดคาถาบูชา "เสด็จเตี่ย" แบบยาวนะครับ
"โอม ชุมพรจุติ อิทธิกะระณัง สุโข นะโมพุทธายะ นะ มะ พะ ทะ จะ ภะ กะ สะ มะ อะ อุ พุทธะสัมมิ ธัมมะสัมมิ สังฆฆะสัมมิ "
อูย ๆๆ จะท่องได้มะเนี่ยะ
บันทึกการเข้า
ค่าของคนอยู่ที่ผลงาน...แต่ผลงานที่ได้ก็ไม่ได้วัดค่าของคนได้เสมอไป..
admin
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +31/-1
ออฟไลน์
กระทู้: 3661
Re: ทำไมจึงเรียก *เสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ว่า " เสด็จเตี่ย "
«
ตอบ #11 เมื่อ:
18 สิงหาคม 2008, 01:57:07 am »
จด ๆ ๆ ๆ ท่อง ๆๆๆๆๆ
บันทึกการเข้า
สินค้าน่าสนใจ
|
สายนาฬิการาคาถูก
|
อุปกรณ์เครื่องครัว
|
สินค้าคนไทย สู่ตลาดโลก
|
ชมรมคนขายของมือสอง
Mr.Redrose19
บุคคลทั่วไป
Re: ทำไมจึงเรียก *เสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ว่า " เสด็จเตี่ย "
«
ตอบ #12 เมื่อ:
18 สิงหาคม 2008, 07:06:24 pm »
แหม ทำไมท่องไม่ได้ละ เพลงคาราโอเกะ ยาวๆๆๆกว่านี้ยังท่องกันได้เลยนะนี้ อิอิ
บันทึกการเข้า
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
Re: ทำไมจึงเรียก *เสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ว่า " เสด็จเตี่ย "
«
ตอบ #13 เมื่อ:
18 สิงหาคม 2008, 08:51:54 pm »
อ้างจาก: Redrose19 ที่ 18 สิงหาคม 2008, 07:06:24 pm
แหม ทำไมท่องไม่ได้ละ เพลงคาราโอเกะ ยาวๆๆๆกว่านี้ยังท่องกันได้เลยนะนี้ อิอิ
กำลังหัดท่องค่ะ กางกระดาษจดไว้เลยค่ะ ท่องไป แหงนหน้าดูไปค่ะ จดไว้ที่ โตะบูชา
หน้ารูปพระองค์ท่านที่บ้านค่ะ
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
Mr.Redrose19
บุคคลทั่วไป
Re: ทำไมจึงเรียก *เสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ว่า " เสด็จเตี่ย "
«
ตอบ #14 เมื่อ:
23 สิงหาคม 2008, 09:14:01 pm »
เอาคำกล่าวอ้างมาให้อ่านนะครับ
ตามบันทึกนักเรียนนายเรือสมัย พ.ศ.2462 อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ พลเรือโท ศรีดาวราย วันพฤหัสบดีที่ 18 มีนาคม 2536 ว่า :
การออกฝึกภาคในทะเลครั้งนั้น พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ในขณะดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารเรือ เป็นผู้อำนวยการฝึกและประทับที ร.ล.พาลี เช้าวันหนึ่งมีการขัดหินทรายแล้วเช็ดดาดฟ้าไม้ที่ท้ายเรือ พวกนักเรียนใหม่ๆ ทำงานกันไม่เป็น เงอะงะ เก้งก้าง เป็นเวลาที่พระองค์ทรงยืนอยู่ ณ ที่นั้นด้วย ทรงทอดพระเนตรแล้วคงสงสาร จึงได้ทรงดำรัสกับนักเรียนว่า ? อ้ายลูกชายมานี่เตี่ยจะสอนให้? แล้วทรงทำงานให้ดูจนเสร็จ โดยมิได้ถือพระองค์เลย นักเรียนทั้งปวงจึงได้เคารพกันมาก และพากันเรียกพระองค์ว่า ?เสด็จเตี่ย?จนถึงทุกวันนี้ (อ้างอิงจากหนังสือ เรื่องควรรูเกี่ยวกับเสด็จเตี่ย? หน้าที่34-35)
เตี่ย มีความหมายว่า ?พ่อ? ในภาษาจีน นะครับ ซึ่งที่มาของคำว่า?เสด็จเตี่ย? นี้นะมีมากมายนะครับ เช่น
*** เมื่อเลิกฝึก และเลิกงานแล้ว ให้ไปอาบน้ำ รับประทานอาหาร เสด็จแล้วก็จะมานั่งล้อมวงรอบ ฟังท่านเล่าเรื่องอะไรต่อมิอะไร ที่สุดก็ขอฟังนิทาน ท่านประทับเก้าอี้ท่ามกลางทหาร ลูกสี่คนเกาะเก้าอี้คนละขา ท่านเล่าสนุก พวกทหารนั่งฟังอ้าปาก ไม่เลิกไม่ลุก ต้องเป่าแตรจึงจะไปนอน ท่านรักทหารเรือเหมือนลูกจนทหารเรือขนานพระนามว่า?พระบิดากองทัพเรือ? เรียกว่า ?เสด็จเตี่ย? หรือ ?เสด็จพ่อ? บ้าง(อ้างอิงจากหนังสือ นิตยสารเทิดพระเกียรติ พระประวัติอันยิ่งใหญ่ ?กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์? หน้าที่ 68)
*****เมื่อทรงเป็นหมอ เสด็จไปรักษาไม่เลือกจะยากดีมีจน แม้แต่คนในสำเพ็ง บ้านกระจอกงอกง่อย โดยมากพระองค์ท่านจะเสด็จโดยตามลำพัง พวกคนจีนรู้จักมาก ตอนเย็นเสด็จไปรับลูที่โรงเรียนเลยเสด็จมาแวะเยี่ยมคนไข้ เจ๊กก็ซื้อเครื่องจันอับ น้ำท่าให้กิน เรียกเสด็จพ่อว่า ?เตี่ย? เราเลยเรียกว่าเตี่ย ตามเป็นเหตุหนึ่งที่ทหารเรือและใครๆเรียกท่านว่า ?เสด็จเตี่ย? แต่ลูกๆและคนใกล้ชิดจะเรียกว่า? ติดเตี่ย?
(อ้างอิงจากหนังสือ นิตยสารเทิดพระเกียรติ พระประวัติอันยิ่งใหญ่ ?กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์? หน้าที่ 71)
บันทึกการเข้า
หน้า: [
1
]
2
ขึ้นบน
พิมพ์
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
กระโดดไป:
เลือกหัวข้อ:
-----------------------------
พระมหากษัตริย์ไทย
-----------------------------
=> เรารักในหลวง
=> ประวัติศาสตร์ไทย
===> วันสำคัญต่าง ๆ
===> ศิลปะและวัฒนธรรมไทย
===> ดนตรีไทย
=> เศรษฐกิจพอเพียง
-----------------------------
ชมรมคนรักเสด็จเตี่ย
-----------------------------
=> กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
===> วัตถุมงคล กรมหลวงชุมพรฯ
-----------------------------
พุทธศาสนา
-----------------------------
=> พุทธศาสนา
===> วันสำคัญทางศาสนา
=> เกจิอาจารย์
===> วัตถุมงคล
-----------------------------
กระดานนาวี22
-----------------------------
=> ห้องข่าวนาวี 22
===> การใช้งานเว็บไซท์
=> สนทนาทั่วไป
===> ตูน 007
===> สุขสันต์วันเกิด .. !
=> พิราบคาบข่าว
===> ข่าวต่างประเทศ
===> ข่าวในประเทศ
=> เรือ
=> อาวุธ ปืน
===> Beretta
===> CZ#2075RAMI
===> Glock
===> HK
===> S&W
===> SigSauer
===> Ruger
===> Taurus
-----------------------------
มุมเม๊าส์ชาว 22
-----------------------------
=> มุม วาไรตี้
===> คุยกับสาธิตาพยากรณ์
===> บรรเทิง แหล่งช๊อป
===> รวมเพลงต่าง ๆ
===> เพลงทหารเรือ
=> กฏหมายไทย
=> ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย
=> ความรู้ทางการเกษตร
===> ข้าวไทย
===> สมุนไพรไทย
===> น้ำมันจากพืช
===> แก๊สธรรมชาติ
=> สัตว์เลี้ยง และไม่เลี้ยง
=> คนรักรถ
-----------------------------
คอมพิวเตอร์
-----------------------------
=> ถาม-ตอบปัญหาคอมพิวเตอร์
=> มุม บทความน่าสนใจ
===> บ้านหม้อ อีเล็กทรอนิกส์
=====> ร้านอีเล็กทรอนิก รับซ่อมทั่วประเทศ
===> d@eng คุยเรื่อง iT
===> e-book หลายหลากความรู้
=> เขียนเว็บด้วย Joomla
=> กราฟฟิค
-----------------------------
คลินิค นาวี22
-----------------------------
=> สาธารณสุข และสุขภาพที่ดี
===> มุมกีฬาเพื่อสุขภาพ
=====> รวมภาพใน โอลิมปิค 2008
=> การตั้งครรภ์ และเด็กอ่อน
-----------------------------
กินเที่ยวทั่วโลก
-----------------------------
=> เที่ยวทั่วไทย
===> เที่ยวรอบโลก
=> มุม อร่อยเลขที่ 22
===> แนะนำแหล่งกิน มุมอร่อย
-----------------------------
กาพย์ โคลง กลอน
-----------------------------
=> มุม กาพย์ กลอน โคลง ฉันท์