หน้าแรกบอร์ด
ช่วยเหลือ
ค้นหา
ปฏิทิน
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
» ยินดีต้อนรับคุณ,
บุคคลทั่วไป
กรุณา
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว:
เนื่องจาก มีการปรับปรุ่งกระดานสนทนาเป็นเวอร์ชั่นใหม่ 1.1.14 อาจมีสมาชิกบางท่านมีปัญหาเรื่องเข้าใช้งาน กรุณาติดต่อที่ webmaster ขออภัยในความไม่สะดวก :
plaraa@gmail.com
บ้านเลขที่ 22
>
ชมรมคนรักเสด็จเตี่ย
>
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
>
เรื่องเล่า !~ปาฏิหาริย์!~กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ~!
หน้า: [
1
]
ลงล่าง
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
พิมพ์
ผู้เขียน
หัวข้อ: เรื่องเล่า !~ปาฏิหาริย์!~กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ~! (อ่าน 5763 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
เรื่องเล่า !~ปาฏิหาริย์!~กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ~!
«
เมื่อ:
19 พฤษภาคม 2008, 02:44:20 am »
เกี่ยวกับไสยศาสตร์
เกี่ยวกับเรื่องนี้เสด็จพ่อนับถือมาก ท่านมีอาจารย์ในด้านวิชาเหนือโลกมาก ที่เห็นจะกล่าวถึงบ่อยก็คงมีหลวงพ่อเงิน แห่งวัดบางคลาน จ.พิจิตร หลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก และที่ผูกพันอย่างยิ่งคงจะเป็นหลวงปู่ศุข แห่งวัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท ในที่นี้จะขอกล่าวเรื่องที่สำคัญเป็นบางตอน
หลวงปู่ศุขลงตะกรุดให้เจ้าพ่อ เรื่องนี้จางวางถึกเล่าให้นาวาตรี หลวงราชทรัพย์ ฟังว่า วันหนึ่งเวลา 12.00 เศษ เจ้าพ่อเสด็จไปถึงวัดมะขามเฒ่า หลวงปู่ศุขได้เชิญเจ้าพ่อเสด็จขึ้นประทับบนกุฏิ ได้สนทนากันอยู่พักหนึ่ง ข้อความตอนหนึ่ง หลวงปู่พูดกับเจ้าพ่อว่า
"วิชาอาคมต่าง ๆ อาตมาภาพก็ได้ประสิทธิ์ประสาทให้พระองค์ไว้มากแล้ว ยังขาดของสิ่งหนึ่ง เป็นของวิเศษมีอภินิหารมาก และอาตมาได้ตระเตรียมสิ่งของเพื่อทำให้พระองค์แล้ว ของสิ่งนี้ทำจากเงิน ทอง นาก เรียกสามกษัตริย์ เมื่อลงเป็นตะกรุดแล้วสามารถแก้อาถรรพ์ต่าง ๆ ได้วันนี้จะทำให้พระองค์"
เมื่อหลวงปู่พูดจบ เจ้าพ่อก็ก้มลงกราบทันที แล้วตรัสว่า
"
เป็นพระคุณอย่างสูงที่อาจารย์ได้กรุณาต่อหม่อมฉัน"
หลวงปู่พูดว่า
"ขอเข้าที่บูชาก่อน"
พูดแล้วเดินเข้าห้องจุดธูปเทียน สักครูมีลมพัดกลบควันธูปแล้วลอยออกมาภายนอก แล้วเรียกเจ้าพ่อเข้าไปในห้องพักนึ่ง จากนั้นไม่นานหลวงปู่ศุขก็เดินออกมาถือแผ่นโลหะเหล็กจารและด้ายมีลักษณะสีขาวควั่นแดง มีเจ้าพ่อทหารคนสนิทและจารวางถึก เมื่อถึงศาลาน้ำหน้าวัด หลวงปู่ก็หันมาบอกเจ้าพ่อว่า
"รออยู่ที่นี่ เดี๋ยวอาตมาจะลงไปทำตะกรุด"
หากมองไปข้างหน้าเห็นแต่น้ำท่วมขาวนองเต็มตลิ่ง หลวงปู่กลับถือเทียนเล่มใหญ่จุดไปลุกแดง เดินลงจากบันไดศาลาค่อย ๆ จมลงในน้ำจนมิด ทุกคนพากันตลึง หลายคนเหลียวหน้าเหลียวหลังมองเจ้าพ่อซึ่งยืนทอดพระเนตรอยู่ ณ ที่นั้น แล้วหันไปกลางแม่น้ำราวชั่วโมงได้
หลวงปู่ศุขก็โผล่ศีรษะพ้นน้ำเดินขึ้นบันไดศาลา เทียนที่ถือยังลุกแดงอยู่ ผ้าสบงจีวรหาได้เปียกน้ำไม่
หลวงปู่เดินขึ้นกุฏิโดยมีเจ้าพ่อและบริวารเดินตามขึ้นไปหลวงปู่เดินเข้าห้องบูชาเอาเทียนปักไว้ต่อหน้าที่บูชา จุดธูปเทียนบูชาแล้วออกมานั่งตรงอาสนะกับเจ้าพ่อ ซึ่งประทับรออยู่ก่อนแล้ว
หลวงปู่ได้ส่งตะกรุด (สามกษัตริย์)ให้เจ้าพ่อ บอกว่า
"เก็บไว้ให้ดี ไปไหนถือติดไปด้วย ของสิ่งนี้อาตมาทำให้เสด็จในกรมฯ องค์เดียว"
เสด็จพ่อรับของแล้วก้มลงกราบ แล้วตรัสถามว่า
"ท่านอาจารย์ตะกรุดนี้เวลาถือติดตัวแล้วมีห้ามอะไรบ้างไหม ?"
หลวงปู่ตอบว่า
"ทองคำตกที่ไหนก็เป็นทองคำอยู่นั่นแหละ"
จากนั้นหลวงปู่กับเสด็จในกรมฯ ก็มีสนทนาอยู่เล็กน้อย จากนั้นหลวงปู่ก็เอาพระองค์เล็ก ๆ สีดำมาแจกบริวารเจ้าพ่อ แล้วก็ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ให้เจ้าพ่อและบริวาร เวลา 15.30 น. เศษ เจ้าพ่อก็ลาเสด็จลงเรือกลับในวันนั้นเอง
ตอนหมอพร
ช่วงหนึ่งเสด็จในกรมฯ ได้ออกจากราชการทหารชั่วคราว จากจดหมายเหตุความจำของพลเรือตรี พระยาหาญกลางสมุทร มีความว่า สาเหตุเกิดจากนายเรือตรี กรุด บุนนาค ซึ่งมีฉายาว่า
"กรุดบ้า"
ได้ดื่มสุรามึนเมาแล้วคุยถึงเรื่องเงินเพิ่มพิเศษ 50 บาท นอกเหนือจากเงินเดือนตามยศ 65 บาท ซึ่งขณะนั้นยังไม่ได้รับ ทางราชการกำลังทำการตกลงอยู่กรุดบ้าคุยว่าถ้าไม่ได้รับเงินเพิ่มพิเศษก็ให้ระวังเรือปืนเถิด หรือว่าอะไรทำนองนี้ความนี้ทรงทราบถึงพระกรรณพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระพิโรธว่าเสด็จในกรมฯ สอนลูกศิษย์ไม่ดี หนักไปในทางก่อกำเริบได้ และอาจจะกลายเป็นบอลเซวิก (สมัยนั้นประเทศรัสเซียถือลัทธิบอลเซวิก คำว่าบอลเซวิกจึงเป็นที่น่าเกรงขาม)
เมื่อเสด็จในกรมฯ ออกจากราชการแล้ว ได้ทรงเป็นหมอยาไทยเที่ยวรักษาโรคให้ราษฎร ทรงเรียนวิชาแพทย์โบราณจากตำราไทย กับพระยาพิษณุหมอหลวง (เวลานี้พระตำราสมุดข่อยอยู่ที่ศาลเจ้าพ่อ "กรมหลวงชุมพร" นางเลิ้ง) ตำรับยาและวิธีรักษาคนไข้ของพระองค์ เป็นที่เลื่องลือไปทั่วกรุง พระองค์เรียกตัวเองว่า "หมอพร"
การรักษาของพระองค์ไม่เลือกชั้น ไม่ว่ามีหรือจนหากมาทำการรักษากับพระองค์ท่านจะตรวจรักษาแบบเดียวกันหมด จะรักษาโรคและจ่ายยาให้ ไม่ต้องเสียค่ารักษาไม่เสียเงินใด ๆ ทั้งสิ้น
มีตัวอย่างครอบครัวจีนสำเพ็งรายหนึ่ง สามีเจ็บหนักเป็นวัณโรค สมัยนั้นเรียกว่าฝีในท้องใกล้จะตาย พะงาบ ๆ เต็มที ลูกเมียนำไปหาหมอ แม้กระทั่งน้ำมนต์ตามวัดตามวามาอาบมารดก็ไม่หาย จะตายเต็มแก่ บ่ายวันหนึ่งเจ้าพ่อขณะนั้นแต่งกายปลอมพระองค์เป็นหมอพร ถือล่วมยา นุ่งผ้าม่วง เมียคนป่วยก็กะเล่อกะล่าเข้าไปกราบที่พระบาทร้องห่มร้องไห้ขอให้ช่วยสามี จะเสียเงินเสียทองเท่าไหร่ไม่ว่า
หมอพร
เดินตามเมียคนป่วยเข้าบ้านใหญ่หลังหนึ่งพิเคราะห์ดูคนป่วยที่หายใจครอก ๆ ได้ทำพิธีเป่ามนต์ท่องบ่นคาถาขออำนาจคุณพระช่วยเหลือคนป่วยรายนี้ แล้วมอบยาไทยขนานหนึ่งไว้ให้ จากนั้นก็อำลาไป
ไม่นานชาวจีนสำเพ็งรายนั้นก็หายป่วยโดยพิสดาร หมอพรได้เข้าไปเยี่ยม จึงลุกขึ้นกราบพระบาท เรียกร้องให้เมียไปเอาเงินมาลังหนึ่งเพื่อเป็นค่ารักษา พระองค์ไม่ได้รับไว้ กลับโบกพระหัตถ์ว่าพระองค์ไม่ใช่หมอเซ็งลี้ ขอให้นำเงินไปทำสาธารณประโยชน์ ไม่นานชาวจีนผู้นั้นได้มอบเงินจำนวนหนึ่งสร้างศาลาการเปรียญ ณ วัดแห่งหนึ่ง
เรื่องราวของพระองค์ล่องลอยคล้ายกระแสลมจากปากต่อปาก จากอดีตสู่ปัจจุบัน เป็นตำนานของความซื่อสัตย์ และยอมทำทุกอย่างเพื่อแผ่นดินที่รักของพระองค์
หากใครก็ตามที่มีโอกาสไปจังหวัดชุมพร ณ หาดทรายรี ที่นั่นจะมีศาลกรมหลวงชุมพร หันหน้าสู่ทะเล มีรูปปั้นขนาดเท่าองค์จริงของเสด็จในกรมฯ ภายในศาลบันทึก บันทึกนี้ไม่มีหลักฐานว่า ทรงเขียนขึ้นเมื่อใดแต่ข้อความกินใจอย่างยิ่ง
"เจอบันทึกนี้ให้เอาคำต่อไปนี้ของกูไปประกาศให้คนรู้ว่า กูกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ผู้เป็นโอรส ของพระปิยมหาราช ขอประกาศให้พวกมึงรับรู้ไว้ว่า แผ่นดินสยามนี้บรรพบุรุษได้เอาเลือด เอาเนื้อ เอาชีวิตเข้าแลกไว้ ไอ้อีมันผู้ใดคิดบังอาจทำลายแผ่นดิน ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ฤากระทำการทุจริตก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อส่วนรวม จงหยุดกระทำการนั้นเสียโดยเร็ว ก่อนที่กูจะสั่งทหารผลาญสิ้นทั้งโคตร ให้หมดเสนียดของแผ่นดินสยามอันเป็นที่รักของกู ความใดที่คำว่าอาภากรยังยืนหยัดอยู่ในโลก กูจะรักษาแผ่นดินสยามของกู ลูกหลานทั้งหลาย แผ่นดินใดให้เรากำเนิดมา แผ่นดินใดให้ที่ซุกหัวนอน ให้ความร่มเย็นเป็นสุข มิให้อนาทรร้อนใจ จงซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินนั้น"
เสด็จในกรมฯ เป็นต้นสกุล
"อาภากร"
ชีวิตส่วนพระองค์ทรงอภิเษกสมรสกับหม่อมเจ้าหญิงทิพยสัมพันธ์พระธิดา ในสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภานุรังสีสว่างวงศ์ กรมพระยาภานุพันธุ์วรเดช ทรงมีพระโอรส 2 พระองค์ คือ
1. พลโท พลเรือโท พลอากาศโท พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา (ในรัชกาลที่ 8 เป็นสำเร็จราชการแทนพระองค์)
2. พลอากาศโท หม่อมเจ้า รังษิยากร อาภากร
หลังพระชายาสิ้นชีพตักษัย เสด็จในกรมฯ ทรงมีหม่อมและพระโอรส-ธิดา ดังนี้
1. หม่อมเจ้าหญิง จารุพัตรา อาภากร (หม่อมกิมเป็นพระมารดา)
2. หม่อมเจ้าหญิง ศิริมาบังอร อาภากร (เหรียญสุวรรณ) (หม่อมแฉล้มเป็นพระมาดา)
3. เรือเอกหม่อมเจ้าสมรบำเทอง อาภากร (หม่อมเมี้ยนเป็นพระมารดา)
4. หม่อมเจ้าหญิงเริงจิตรแจรง อาภากร (หม่อมกิมเป็นพระมารดา)
5. พันเอก หม่อมเจ้าดำแคงฤทธิ์ อาภากร (หม่อมแฉล้มเป็นพระมารดา)
6. พลเรือเอกครรชิตพล อาภากร (หม่อมช้อยเป็นพระมาดา)
7. หม่อมเจ้ารุจยากร อาภากร (หม่อมแจ่มเป็นพระมารดา)
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20 พฤษภาคม 2008, 10:08:07 pm โดย d@eng
»
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
เรื่องเล่า !~ปาฏิหาริย์!~กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ~!
«
ตอบ #1 เมื่อ:
19 พฤษภาคม 2008, 03:27:55 am »
กรณีที่คนร้ายขโมยพระรูปหล่อ
กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ หรือ"เสด็จเตี่ย"
จากศาลหน้าภัตตาคารเรือนทะเลบางเสร่ ที่อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี แล้วนำไปฝากเซียนพระขายไป แต่กลับได้คืนทันทีภายในวันเดียวนั้น
เป็นเรื่องที่ชาวบ้านย่านนั้นกล่าวขวัญกันยกใหญ่
เพราะก่อนหน้านี้ คนร้ายมาทุบตู้บริจาคที่ศาลแห่งนี้ขโมยเงินไป
ไม่นานก็ประสบอุบัติเหตุถูกรถยนต์ชนเสียชีวิต
กิตติศัพท์ของ"
เสด็จเตี่ย
"ยิ่งขจรขจาย
เสด็จเตี่ยคือชื่อเรียกที่บรรดาทหารเรือเรียก พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ด้วยความเคารพรัก
ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาโหมด ประสูติเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2423 ทรงพระนามเดิมว่าพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์
ชันษา 13 ปี สมเด็จพระบรมชนกนารถทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เสด็จไปทรงศึกษาวิชาที่ประเทศอังกฤษ ทรงเลือกศึกษาวิชาการทหารเรือ
นับเป็นคนไทยคนแรกที่ได้ศึกษาวิชาการทหารเรือในต่างประเทศ
พ.ศ.2443 ทรงเข้าศึกษาวิชาเดินเรือและการนำร่องที่วิทยาลัยนายเรือกรีนิซ เมื่อสำเร็จการศึกษา เสด็จกลับมาได้รับพระราชทานสัญญาบัตรยศเป็นนายเรือโท (เทียบเท่านาวาตรีในปัจจุบัน)
พ.ศ.2443 ทรงรับราชการในกรมทหารเรือ สมเด็จพระบรมชนกนารถทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานที่ดินบริเวณพระราชวังเดิม ฝั่งธนบุรี เป็นโรงเรียนนายเรือ เสด็จในกรมฯ จึงทรงปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาใหม่ทั้งหมด
ทรงนำคณะนักเรียนไป
"อวดธง"
ให้ชาวต่างชาติได้รู้จักประเทศไทยว่าเป็นประเทศเอกราช
และยังทรงเปลี่ยน
สีเรือรบไทยจากสีขาวเป็นสีหมอกตามแบบเรือรบอังกฤษ
จนกลายเป็นแบบอย่างมาจนทุกวันนี้
พ.ศ.2465 กราบบังคมทูลขอพระราชทานที่ดินที่สัตหีบ เพื่อจะสร้างฐานทัพเรือในภายหลัง
ตำแหน่งสุดท้ายทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ก่อนจะสิ้นพระชนม์ที่ต.ทรายรี จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2466 พระชันษา 44 ปี
กองทัพเรือยึดถือพระองค์เป็นพระบิดาของทหารเรือไทย
มิใช่เฉพาะแต่พระเกียรติคุณในราชการ
ชาวบ้านทั่วไปยังรู้จักพระองค์ในฐานะ "นักเลง" ผู้มีวิชาดี ทั้งไสยศาสตร์-ในฐานะลูกศิษย์ของพระอาจารย์ชื่อดังหลายองค์ในยุคนั้น
และในฐานะหมอชาวบ้านชื่อว่า "
หมอพร"
ที่ออกรักษาโรคให้คนทั่วไป
ศาลกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์จึงกระจายหลายแห่งทั่วประเทศ แต่ที่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปนั้นมีอยู่ 3 แห่งคือ
บริเวณหาดทรายรี ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ชุมพร ที่มีเรือตอร์ปิโดขนาดใหญ่ คือเรือรบหลวงชุมพร จอดตั้งบนบกเคียงคู่
ที่กองบังคับการฐานทัพเรือสัตหีบ กระโจมไฟชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ยอดเขาแหลมปู่เจ้า
และที่บริเวณฐานทัพเรือกรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรี
ซึ่งแต่ละแห่งมีการทำพิธีบวงสรวงเป็นประจำทุกปี
ขณะที่จังหวัดตามชายทะเลอื่นๆ ก็มักจะมีศาลเสด็จเตี่ยทั้งสิ้น เช่น จ.ภูเก็ต จ.ตราด จ.ระยอง แม้จังหวัดอื่นๆ เช่น กรุงเทพฯ ก็มีหลายแห่ง เช่น ที่สวนลุมไนท์บาซาร์ ตรงหัวมุมถนนวิทยุ, ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล, วัดโพธิ์, ร.พ.รามา, พณิชยการพระนคร ย่านนางเลิ้ง
สำหรับการสักการะนั้นส่วนมากจะบนโดยการจุดธูป 19 ดอก และกุหลาบแดง และวิธีบนแก้บน แก้ตามคำกล่าว หรือถวายกุหลาบแดง ประทัด หมากพลู ผลไม้
ผู้ที่ให้ความเคารพนับถือศาลกรมหลวงชุมพรฯ เพราะเชื่อกันว่าท่านจะช่วยคุ้มครองดูแลผู้ที่เดินเรือและออกทะเล
รวมถึงปกปักรักษาผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายฝั่งและที่ตั้งของศาลให้พ้นภยันตรายต่างๆ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
นี่ก็เป็นเรื่องเล่า....มา
เมื่อประมาณปี พ.ศ.2534 พ่อตาผมป่วยด้วยโรคไต มีอาการบวมตามร่างกาย และปวดตามข้อกระดูก นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลลานนา จ.เชียงใหม่ ผมกับภรรยาได้ไปเยี่ยม และติดต่อกับทางโรงพยาบาลเพื่อขอย้ายมารักษาต่อที่โรงพยาบาลพระมงกุฏ
คืนนั้นประมาณเกือบตีหนึ่ง ผมนึกขอบารมีเสด็จพ่อกรมหลวงชุมพร ให้ช่วยในเรื่องการนำพ่อตาไปรักษาต่อกรุงเทพ และให้โรงพยาบาลรับ แอ๊ดมิด(คือหาห้องให้ได้) ผมขับรถออกจากเชียงใหม่ในคืนนั้น มาถึงโรงพยาบาลพระมงกุฏ เกือบบ่าย 2 โมง รอห้องจนถึง ทุ่มเศษ ก็ไม่มีวี่แววว่าจะได้ เพราะห้องเต็ม ในใจก็นึกถึงเสด็จพ่อกรมหลวงชุมพรตลอดเวลา
จะบังเอิญหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ ผมได้พบกับนายแพทย์ท่านหนึ่ง เป็นน้องชายของเพื่อนผมเข้าพอดี ได้พูดคุยกัน จนเป็นเหตุให้ได้ห้อง ผมเชื่อว่าเป็นเป็นเพราะเสด็จพ่อฯช่วย วันรุ่งขึ้น ผมนำกรอบรูปเสด็จพ่อฯมาไว้ที่หัวเตียงของพ่อตาที่โรงพยาบาล โดยไม่ได้บอกพ่อตาเพราะกำลังหลับ คืนนั้นประมาณ ตี 1 พ่อตายันตัวลุกขึ้นนั่ง ถอดเสื้อผ้าออกหมด เนื่องจากมีอาการร้อนทุรนทุราย และปวดตามข้อกระดูก นึกในใจว่าตายเป็นตาย สักพักพ่อเห็นแสงสว่างวาบมาที่หัวเตียง พ่อบอกว่าเห็นพระอะไรก็ไม่รู้ มีพวงมาลัยแขวนไว้ที่ไหล่ งดงามมาก หลับตาก็เห็น ลืมตาก็เห็น จึงยกมือก้มกราบ รู้สึกสื่อในใจมาว่า เชื้อโรคร้ายในกายถ้าเราชนะมันเราก็หาย ถ้าแพ้มันเราก็ตาย จะรับไว้เป็นลูกน้อง คนหนึ่ง ต่อไปให้ภาวนา พุทโธ จำไว้ พุทโธ คือคำนำ
พอจบสื่อใจ พ่อมีอาการเย็นวูบไปทั้งตัว อาการปวดข้อกระดูกหายไปโดยสิ้นเชิง ยังความรู้สึกตื่นเต้นเป็นล้นพ้น รีบเรียกคนเฝ้า คือ แม่ยายและหลานสาว ให้ลุกขึ้นมาฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด รุ่งเช้าผมแวะไปเยี่ยมพ่อ ได้รับฟังเรื่องราวดังกล่าว พ่อบอกว่าพระเจ้าที่มาเมื่อคืนไม่รู้ว่าเป็นพระที่ไหน ไม่เคยรู้จัก ผมจึงชี้ไปที่พระรูปหัวเตียง พ่อมองตามพร้อมกับตกตะลึง กล่าวว่า พระองค์นี้แหละที่มาช่วยเมื่อคืน แล้วมีพวงมาลัย(ผมซื้อถวายแขวนไว้ที่กรอบรูป) เหมือนกับที่เห็นเมื่อคืนเลย นี่คือประสบการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของผมในครั้งนั้น ผมจะไม่มีวันลืมในพระกรุณาเมตตาของเสด็จพ่อกรมหลวงชุมพร ไปตลอดชีวิต
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
เรื่องเล่า !~ปาฏิหาริย์!~กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ~!
«
ตอบ #2 เมื่อ:
19 พฤษภาคม 2008, 07:56:16 am »
ปาฏิหาริย์ ของพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
พระองค์เจ้า อาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักดิ์
ประไพศรี เลิศบรรณพงษ์
ดิฉัน นางประไพศรี เลิศบรรณพงษ์ ปัจจุบันเป็น กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ที.เอฟ.เอนเตอร์ไพรส์จำกัด ตั้งอยู่ เลขที่ ๑๒/๖ ซอยพร้อมมิตร สุขุมวิท ๓๙ กรุงเทพฯ ขอถ่ายทอดประสบการณ์ ครั้งหนึ่งในหลาย ๆ ครั้งที่ ดิฉันได้ รับบารมีของ ของพลเรือเอก พระเจ้า บรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้า อาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวง ชุมพร เขตอุดมศักดิ์ ซึ่งดิฉัน ขออนุญาต เรียกตาม ความ นับถือ ของดิฉันว่า "เสด็จพ่อ กรมหลวงชุมพร ฯ" โดยขอ ลำดับเรื่องดังนี้
เมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๑ ขณะที่น้องป้อ ลูกชายของดิฉัน อายุ ๘ ขวบ ศึกษาอยู่ ชั้นประถมปีที่ ๓ โรงเรียนอัญสัมชัญ กรุงเทพฯ เกิดป่วย ตามร่างกาย จึงพาไปรักษา ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ แพทย์ แจ้งว่าเป็นโรค เกี่ยวกับเลือด กล่าวคือจำนวนเกล็ดเลือด จะทดแทน เกล็ดเลือด ที่สูญเสียไป น้องป้อรักษาอยู่โรงพยาบาลจุฬาฯ อยู่ ระยะหนึ่ง แต่อาการไม่ดีขึ้น ครั้งสุดท้ายเกล็ดเลือดเหลือเพียง ๖,๐๐๐Cell/Cumm. ดิฉัน จึงตัดสินใจพาไปรักษาที่โรงพยาบาล รามาธิบดี โดยมีแพทย์หญิง พงศ์จันทร์ หัตถีรัตน์ เป็นคุณหมอ เจ้าของไข้ หลังจากทำการตรวจ อย่าง ละเอียด คุณหมอฯ แจ้งให้ ดิฉันทราบว่า น้องป๋อ เป็นโรค ไขกระดูกฝ่อ (APLASTIC ANEMLA) โดยอธิบายให้ดิฉันเข้าใจอย่างง่าย ๆ ว่าเป็นโรค ที่ไขกระดูกไม่ผลิต เลือดมาเลี้ยง ร่างกาย นอกจากนั้น คุณหมอฯ ยังได้ อธิบายและ แนะนำดิฉันถึงวิธีการดูแล ลูกชายอย่าง ละเอียด เพราะโรคนี้ ต้องมีวิธี การดูแลเป็นพิเศษ ทั้งนี้เพื่อป้องกัน โรคแทรกซ้อน ตัวอย่างเช่น อาหารและเครื่องดื่ม ต้องปรุงอย่างปลอดเชื้อ ฯลฯ นอกจากนี้ คุณหมอฯ ยังได้กำชับให้ดิแันพาลูกมาตรวจรักษา อย่างต่อเนื่องตาม ขั้นตอน กล่าวคือ ต้องมาตรวจรักษาที่โรงพยาบาล ทุกสัปดาห์ และ รับการเปลี่ยน ถ่ายเลือด ซึ่งเรื่องเลือดก็เป็นปัญหาใหญ่ สำหรับ น้องป้อ เพราะน้องป้อ มีเลือด เป็น กรุ๊ป B Rh+ ซึ่งเป็นกรุ๊ปเลือดที่ ค่อนข้างหายาก ทาง โรงพยาบาลก็ได้ขอไปตาม หน่วยราชการต่างๆ ดิฉันก็ไปขอที่โรงเรียน อัญสัมชัญ กรุงเทพฯ ก็พอที่จะช่วยรักษา น้องป๋อในช่วงเวลานั้นได้
ต่อมาอาการของน้องป้อกลับแย่ลงไปอีก เนื่องจากน้องป้อ ติดเชื้อบิด ถ่ายเป็น มูกเลือดตลอดเวลา มีไข้สูงมาก ต้องลดไข้ด้วย การนอน บนเตียง น้ำแข็ง ณ ขณะนั้น ตัวดิฉันเองก็มีสภาพแย่มาก เนื่องจากต้องดูแลพยาบาล น้องป้อตลอดวัน ตลอดคืน โดยเฉพาะ สภาพจิตใจ ดิฉันจึงได้อาราธนา เหรียญเสด็จ พ่อกรมหลวง ชุมพรฯ ที่ได้รับจาก พันเอก แสง จุลจารึก ซึ่งเป็นเหรียญทรงรูปไข่ ด้านหนึ่ง เป็นพระบรมรูป ของ พระบามสมเด็จ พระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ อีกด้านหนึ่ง เป็นพระรูป ของ เสด็จพ่อกรมหลวงชุมพร ฯ ดิฉันได้ตั้งจิต อธิษฐาน แล้วนำ เหรียญมา บูชาไว้ ใต้หมอนที่น้องป๋อ นอนรักษาตัวอยู่ คุณหมอยังคงรักษา ด้วย การถ่ายเลือด และ รักษา โรคบิดไปพร้อม ๆ กัน แต่อาการน้องป้อ ก็ยังไม่ดีขึ้น จนคุณหมอ เห็นว่า อาการน่าเป็นห่วง จึงให้ น้องป๋อเข้าห้อง ไอ.ซี.ยู ซึ่งในขณะ เปลี่ยนเตียง ตัวดิฉันเอง ซึ่งขณะนั้น อ่อนเพลียและ เป็นกังวล ในอาการของน้องป้อ มาก ก็เลยไม่ได้ สนใจ ช่วงที่ พยาบาล เปลี่ยน เตียงเปลี่ยนหมอน เมื่อน้องป้อไป อยู่ที่ห้อง ไอ.ซี.ยู แล้วจึงนึก ได้ว่า ลืมเหรียญของเสด็จพ่อกรมหลวงชุมพร ฯ ที่อยู่ใต้หมอน ดิฉันจึงรีบ กลับ ไปดูที่เตียงลูกเดิม ปรากฏไม่พบ ดิฉันจึงขออนุญาต คุณหมอ ไปดูที่เตียง ที่ห้อง ไอ.ซี.ยู ปรากฏว่าอยู่ที่ใต้หมอนใหม่ที่พยาบาล เปลี่ยนให้ก็อุ่นใจ
ต่อมาขณะที่ดิฉันและลูกสาวคนโตนั่งเฝ้าอยู่หน้าห้อง ไอ.ซี.ยู ก็ได้ยิน เสียงดนตรีไทยลอยตามลมมา ดิฉันคิดว่าดิฉันจะหูฝาดไป แต่ลูกสาวที่นั่ง อยู่ข้าง ๆ กลับถามดิฉันว่า คุณแม่ได้ยินเสียงดนตรีไทยหรือเปล่า ดิฉันจึง มั่นใจว่าดิฉันไม่ได้ หูฝาด และตอบลูกสาวว่าแม่ก็ได้ยินเหมือนกัน ขณะ เดียวกันน้องป้อ ซึ่งอยู่ในห้อง ไอ.ซี.ยู ก็เพ้อ ซึ่งดิฉันได้ยินว่า "คุณแม่ เครื่องสาย ดนตรีไทยมารับน้องป๋อแล้ว น้องป๋อจะไปแล้ว คุณแม่มานั่ง ทับน้องป๋อทำไม" ซึ่งดิฉันทั้งตกใจและแปลกใจ เพราะน้องป้อเรียนอยู่ชั้น ประถม ๓ และดิฉัน ก็ไม่เคยได้ยินน้องป๋อพูดเรื่องเครื่อง สายดนตรีไทย มาก่อน จึงไม่น่า จะเป็นไปได้ ที่น้องป้อจะรู้จักจนนำมาเพ้อได้ ลูกสาวของ ดิฉันเมื่อได้ยินเสียงน้องป้อเพ้อ จึงตกใจมาก และร้องขอให้ดิฉันขอ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอน้องป้อไว้ อย่าให้น้องป้อไป ซึ่งดิฉันก็นึกถึงบารมีของ เสด็จพ่อ กรมหลวงชุมพร ฯ ขอพระองค์ทรงคุ้มครอง น้องป้อด้วย
ที่มา..
http://www.navy.mi.th/newwww/document/navic/nv0002.html
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
ทำอย่างไรไม่ให้กลัวผี !?
?คืนวันหนึ่งพ่อเสด็จไปที่โรงเรียนนายเรือตามปกติ บรรดาครูอาจารย์ทั้งชั้นสูงชั้นต่ำเข้าเฝ้ากันอย่างพร้อมมูล พ่อสั่งให้เป่าแตรรวมพลโดยด่วนอยู่ในภาวะฉุกเฉิน นักเรียนที่อยู่ในเรือก็วิ่งกันโกลาหล ชั้นแรกนึกกันว่าเกิดเพลิงไหม้ เช่นที่เป่าแตรครั้งก่อนๆ ได้ความที่หลังว่า ขณะที่ประทับอยู่ในท้องพระโรง รับสั่งให้นักเรียนนายเรือนายหนึ่งเข้าไปนำสมุดแฟ้มของพระองค์ที่อยู่ในห้องบัญชาการออกมาถวาย นักเรียนคนนั้นกราบทูลว่า เข้าไม่ได้ พ่อรับสั่งถามว่า ?ทำไม? นักเรียนคนนั้นทูลว่า ?กลัวผี? ทำให้กริ้วมากเรียกประชุมนักเรียนด่วน เมื่อมาพร้อมกันแล้ว รับสั่งถามว่า นักเรียนคนไหนบ้างที่กลัวผีให้ออกมานอกแถว ๓ ก้าว ฉับพลันก็มีนักเรียนผู้ใหญ่ก้าวออกมาจากแถวหนึ่งท่าน และต่อจากนั้นนักเรียนชั้นต้นราว ๒๐ คนก็ก้าวตามออกมา ทรงกริ้วขนานใหญ่ รับสั่งว่า ถ้ากลัวผีก็เป็นทหารไม่ได้ รับสั่งให้นายทหารเวรไปเอาผ้าถุงมาให้นักเรียนนุ่งอยู่เวรและให้ดับไฟให้อยู่กันมืดๆตลอดคืน?
?เสด็จพ่อไม่โปรดคนขี้ขลาดตาขาว พอลูกๆโตขึ้น อายุราว ๑๐ ขวบ ก็ทรงหัดไม่ให้กลัวผี?คืนหนึ่งทรงหัดลูกๆไม่ให้กลัวผี แจกกระดาษคนละ ๔ แผ่น ทุกคนจะต้องเขียนชื่อของตัวเองไว้ทั้ง ๔ แผ่น เสวยอาหารค่ำก็เริ่มพิธีออกเดินทีละคน แต่ละคนจะมีนกหวีดคล้องคอไปด้วย แต่ห้ามเป่าเล่นเด็ดขาด หากกลัวจริงหรือมีเหตุการณ์อันตรายอะไรเกิดขึ้นก็ให้เป่าได้ จะได้มีคนไปช่วย ใครอายุมากออกไปก่อน ไปที่ศาลาดำ จะมีกะลาคว่ำอยู่กลางศาลา จะต้องยกกะลาขึ้นครอบกระดาษใบที่ ๑ เซ็นชื่อแล้วเดินต่อไป ทำดังนี้อีกไป ณ ศาลาที่ ๒ ต่อไปถึงศาลาที่ ๓ แล้วเดินต่อไปวนกลับมาศาลาที่ ๔ แล้วกลับมารายงานเป็นการเสร็จการ ทุกศาลาจุดไฟไว้ริบหรี่ให้น่ากลัวเล่นอย่างนั้นแหละ ข้าพเจ้าเป็นคนที่ ๒ (ต่อจากท่านขรัว) ถึงเวรก็ออกเดิน กำนกหวีดมือหนึ่ง กระดาษมือหนึ่ง ใจเต้นอย่างกับตีกลอง ศาลาแรกก็ร้าย เพราะรู้อยู่ว่าเคยตั้งศพ ผ่านศาลาที่ ๒ ยังดี ถึงศาลาที่ 3 ต้องยกหัวกะโหลกมือสั่น กลัวหัวกะโหลกจะงับมือ เสร็จแล้วออกเดินไปที่ศาลาที่ ๔ ยกกะลาครอบกระดาษเสร็จ ออกเดินแน่บอย่างเร็ว ไม่เหลียวหลัง เกรงจะเห็นใครเดินตามมา จะวิ่งก็กลัวหกล้ม หัวใจหยุดแน่ รวมระยะทางที่ต้องเดินทั้งหมดยาว ๔๐๐ เมตรเศษ เสด็จพ่อรับสั่งถามว่า ทำไมมาเร็วนักล่ะ ครบ ๔ ศาลาหรือเปล่า เหนื่อยจนพูดไม่ออก พอคนที่ ๓ ที่ ๔ ครบแล้ว เสด็จออกตรวจเองได้กระดาษทั้ง ๔ ใบทุกแห่ง ทรงพอพระทัย ซึ่งความจริงแล้วในตอนเด็กนั้น ข้าพเจ้ากลัวผีมาก แต่ก็กลัวเสด็จพ่อมากกว่า รุ่งขึ้นพาไปเที่ยวหาซื้อขนมปังช็อกโกแลตเป็นรางวัล?
หน้าผากแม่นาคพระโขนง
หลวงพ่อพริ้ง วัดบางประกอก ไปมาหาสู่ระหว่างวัดกับวังนางเลิ้งเสมอ โอรสเสด็จในกรมฯพระองค์หนึ่งคือ หม่อมเจ้าคำแดงฤทธิ์ เคยประชวรหนัก รักษาทั้งยาฝรั่ง ยาไทย เวทมนตร์คาถาก็ไม่หาย เสด็จในกรมฯเลยรับสั่งให้บนบวช 10 วัน ปรากฏว่าได้ผล หายประชวร ทั้งครอบครัวเลยต้องไปจำศีลอยู่ที่วัดบางประกอกเกือบเดือน
หน้าผากแม่นาคพระโขนงนั้นตกทอดเป็นลำดับจากสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) มาถึงหม่อมเจ้าพระพุทธปาธปิลันทร์ และหลวงพ่อพริ้ง
เล่ากันสืบมาว่า สมัยนั้นแม่นาคอาละวาดผู้คน ชาวบ้าน พระ เณรแถบย่านคุ้งน้ำพระโขนงจนได้รับความเดือดร้อน สมเด็จโตจึงต้องเดินทางไปปราบด้วยพุทธคุณ เจาะกะโหลกแม่นาค ขนาดความกว้างประมาณ นิ้วครึ่ง ? 2 นิ้ว ยาว 4 นิ้ว (โดยประมาณ) มาขัดมัน ลงอักขระ ปิดทองและติดย่ามไปไหนด้วยเสมอ แม้ว่าแม่นาคจะซาบซึ้งในรสธรรม แต่ก็ยังคงมีนิสัยชอบหยอกล้อสามเณรอยู่เหมือนเดิม ม.ร.ว.เจริญ อิศรางกูร ณ อยุธยา เมื่อครั้นที่มาบวชเป็นสามเณรที่วัดระฆัง ก็โดนการหยอกล้อจนสมเด็จโตต้องล้วงกะโหลกแม่นาคออกจากย่ามแล้วบอกว่า โยมนาค อย่าไปกวนสามเณรเลย เมื่อกะโหลกแม่นาคตกทอดมาถึงพระพุทธปาธปิลันทร์ก็มีการกล่าวตักเตือนกันอีก หลังจากที่หลวงพ่อพริ้งส่งมอบกะโหลกแม่นาคให้กรมหลวงชุมพรฯ พระองค์ท่านทรงเอามาเจาะรูทำเป็นปั้นเหน่งรัดบั้นพระองค์ติดตัวไปด้วยเสมอ เมื่อประทับอยู่ในตำหนักจะใส่พานวางไว้ที่ห้องพระ และทรงบอกเล่าให้หม่อมทุกคนได้ฟังเพื่อให้รับรู้ถึงความสำคัญ กระนั้นแม่นาคก็เคยปรากฏกลิ่นถึง 2 ครั้งที่ตำหนักนางเลิ้ง
หม่อมแจ่ม หรือหม่อมองค์น้อยนั้นเป็นคนกล้าหาญ ไม่ค่อยเกรงกลัวใคร นอกเหนือจากเสด็จในกรมฯเท่านั้น วันหนึ่งเพื่อนๆของหม่อมได้แวะมาเยี่ยมเยือน การสนทนาวันนั้นได้วกเข้าหาเรื่องแม่นาค จนเกิดการท้ากันว่า หากหม่อมไม่กลัวก็ให้เดินเข้าห้องพระ เมื่อหม่อมแจ่มเดินเข้าห้องพระ ปรากฏว่ามีกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งไปหมดจนต้องเผ่นหนีออกมาจากห้องพระ
เสด็จในกรมฯตรัสว่า คนที่แม่นาคไม่พอใจจะเห็นร่างของแม่นาคในแบบที่น่ากลัว มีกลิ่นเหม็น ดังนั้นจึงไม่ควรไปท้าเขา กลัวหรือไม่กลัวก็เฉยๆ ซะ ส่วนคนที่แม่นาคพอใจจะมาหยอกล้อด้วยแบบที่สวยงาม กลิ่นหอมชื่นใจ
อีกคราวหนึ่ง ขณะกำลังเสวยพระกระยาหารอยู่นั้น พระองค์ได้ตรัสกับบรรดาหม่อมทั้งหลายว่า ใครอยากจะคุยกับแม่นาคก็ได้ หม่อมแจ่มอีกนั่นแหละที่ขอทดสอบ เสด็จในกรมฯจึงส่งหน้าผากแม่นาคให้ เมื่อถึงเวลาเข้านอน หม่อมแจ่มได้อธิษฐานขอให้แม่นาคมาอย่างงดงาม สักครู่ใหญ่ๆจึงได้กลิ่นเหม็นไหม้ ยิ่งนานก็ยิ่งอบอวลหนักขึ้น หม่อมแจ่มจึงรีบนำเอากะโหลกหน้าผากแม่นากไปคืนเสด็จฯทันที พร้อมกับทูลถึงเรื่องที่เจอมา พระองค์ทรงพระสรวลและตรัสว่า รออีกสักประเดี๋ยวก็เห็นแล้ว หลังจากนั้นไม่มีใครกล้าลองของอีก
กระทั่งวันหนึ่ง ระหว่างอยู่ที่โต๊ะเสวย เสด็จเตี่ยได้ตรัสว่า แม่นาคเขาลาไปเกิดแล้ว
เมื่อสิ้นเสด็จในกรมฯ สมบัติชิ้นนี้ได้ตกทอดอยู่ในการดูแลของนายเทียบ อุทัยเวช น้องชายของหม่อมแจ่ม ซึ่งเป็นมหาดเล็กคู่พระทัย ในตำแหน่งพลทหารเรือ ฝ่ายเสนารักษ์ หลังออกจากราชการ ได้ทำหน้าที่ดูแลศาลเสด็จเตี่ยเชิงสะพานเทวกรรม นางเลิ้ง ซึ่งอยู่ฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของตำหนัก ปั้นเหน่งแม่นากเคยเก็บไว้ที่ศาลแห่งนี้ จนเมื่อมีการตัดถนนจึงได้โยกย้ายศาลดังกล่าวไปที่วัดโพธิ์ ปรากฏต่อมาว่า ของชิ้นนี้สูญหายไป
เนื่องจากเสด็จในกรมฯมีพระอาจารย์หลายท่าน ดังนั้นจึงเชื่อกันว่า วิชาของท่านที่ร่ำเรียนมานั้นน่าจะมากกว่านี้ นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องราวทางไสยเวทของกรมหลวงชุมพรฯที่มีการบันทึกไว้เป็นเกร็ดโดย หม่อมเจ้าเริงจิตรแจรง พระธิดาของเสด็จในกรมฯ เท่านั้น
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
รูปรอยสักเสด็จเตี่ย
เสด็จเตี่ย ? พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงสักยันต์ทั้งพระองค์ตั้งแต่สมัยวัยหนุ่ม รูปสักมีดังนี้ หนุมาน, ลิงลม(บริเวณพระชงฆ์ เพื่อเดินเร็ว), มังกร (เลื่อยพันบริเวณแขน), อักขระ(บริเวณข้อนิ้ว เพื่อชกต่อยหนัก)
บริเวณอุระสัก ?ร.ศ. 112 ตราด? เพื่อจำไม่ลืมกับการบุกรุกของกองเรือรบฝรั่งเศสที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา หลังเหตุการณ์นี้ไทยต้องยอมเสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงเพื่อแลกกับอธิปไตยของไทยโดยรวม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเริ่มตระหนักว่า การว่าจ้างชาวต่างประเทศเป็นเรื่องไม่น่าวางใจ และทรงริเริ่มฝึกนายทหารเรือเพื่อปฏิบัติหน้าที่แทนชาวต่างประเทศ เหตุการณ์นี้เกิดเมื่อพระองค์เจ้าอาภากรยังทรงพระเยาว์เพียง 13 ชันษาเท่านั้น เหตุนี้จึงทำให้พระองค์ท่านทรงมุ่งมั่นในการศึกษาวิชาทหารเรือเพื่อกลับมารับใช้บ้านเมือง
หม่อมเจ้าหญิงเริงจิตรแจรง อาภากร พระธิดาของเสด็จในกรมฯมีบันทึกยืนยันว่า ทรงสักทั้งองค์ตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ เล่ากันต่อมาว่า เมื่อหลวงปู่ขัน วัดนกกระจาบจะสักอาคมเพิ่มเติมให้ปรากฏว่าพระวรกายไม่มีที่ว่าง จึงได้อักขระ ?นะ? คำเดียวที่บริเวณกัณฐมณี (ลูกกระเดือก) เท่านั้น
การที่เสด็จเตี่ยกราบเกจิอาจารย์ขอเป็นศิษย์กับทุกอาจารย์ที่ได้พบนั้น ทำให้พระองค์ทรงเป็นศิษย์หลายครู ครูบาอาจารย์ของพระองค์นั้นมีดังนี้ หลวงปู่ดำ ภูเก็ต, หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ, หลวงปู่ศุข วัดอู่ทอง ปากคลองมะขามเฒ่า (ปัจจุบันเรียก วัดมะขามเฒ่า), หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน, หลวงพ่อจร วัดดอนรวบ, หลวงพ่อเจียม ชลบุรี, หลวงพ่อพุ่ม วัดบางโคล่นอก,หลวงพ่อเขียว วัดเครือวัลย์, หลวงปู่ขัน วัดนกกระจาบ ฯลฯ
แต่ที่พระองค์ท่านผูกพันจริงๆ ใกล้ชิดเป็นพิเศษมีเพียง 3 รูปคือ หลวงปู่ศุข,หลวงพ่อเงินและหลวงพ่อพริ้งเท่านั้น
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
สะเดาน้ำปลาหวาน
Jr. Member
คะแนนจิตพิสัย +0/-0
ออฟไลน์
กระทู้: 68
Re: เรื่องเล่า !~ปาฏิหาริย์!~กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ~!
«
ตอบ #3 เมื่อ:
20 พฤษภาคม 2008, 05:28:29 pm »
ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
Re: เรื่องเล่า !~ปาฏิหาริย์!~กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ~!
«
ตอบ #4 เมื่อ:
20 พฤษภาคม 2008, 10:46:15 pm »
ปาฏิหาริย์ของผู้ที่บูชาเสด็จเตี่ยฯ แดงจะไปอ่านที่นี่บางทีค่ะ มีเรื่องเล่ามากมายจากหายๆท่าน พอดีแดงไป เจอมาค่ะ ..
http://www.seal2thai.org/board/viewtopic.php?t=2005&postdays=0&postorder=asc&start=0
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
ปาฏิหาริย์เสด็จเตี่ย" คุ้มทหารเรือรอด* กอดพระรูปสู้ปลอดภัยจากคลื่นสึนามิ
«
ตอบ #5 เมื่อ:
27 พฤษภาคม 2008, 09:47:06 am »
แม้ว่าดวงพระวิญญาณ ของพระองค์จะทรงสถิตย์อยู่ ณ แดนสุขาวดี บนสรวงสวรรค์แล้ว พระบารมีของพระองค์ ยังคงแผ่ไพศาลไปทั่วทุกสารทิศ คอยปกป้องคุ้มครอง พสกนิกร ผู้จงรักภักดี ที่เคารพเทิดทูนพระองค์ โดยเฉพาะทหารเรือทุกคน ซึ่งเปรียบประดุจ ลูกหลานของพระองค์ และดลบันดาล ให้ประสบความสำเร็จ ในสิ่งอันพึงปรารถนาอยู่เป็นนิจ อนุสรณ์ที่ปรากฏอยู่อย่างมากมาย ทั่วประเทศ มีทั้งพระอนุสาวรีย์ พระรูป ศาลกรมหลวงชุมพร พระฉายาลักษณ์ พระสาทิศลักษณ์ เหรียญที่ระลึก ตลอดจนพระนามที่ปรากฏ เป็นชื่อของสถานที่ต่างๆ เป็นประจักษ์พยานได้ เป็นอย่างดี
พระองค์ทรงเป็น ปูชนียบุคคลของทหารเรือ ชั่วนิรันดร ดั่งเพลงปลุกใจอันไพเราะ และมีความหมายลึกซึ้ง ที่ทรงนิพนธ์ ให้ทหารเรือทุกคน ได้ขับร้องสืบต่อกันมาจนทุกวันนี้ "...ส่วนตัวเราตายไว้ยืน ไว้ยืนแต่ชื่อให้โลกทั้งหลายเขาลือ ว่าตัวเราคือ ทหารเรือไทย..."
เสด็จเตี่ย" คุ้มทหารเรือรอด กอดพระรูปสู้คลื่น ปลอดภัยปาฏิหาริย์จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ปีที่ 4 ฉบับที่ 1181 วันเสาร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ.2548 ปาฏิหาริย์ "เสด็จเตี่ย
" 2 ทหารเรือยึดพระราชานุสาวรีย์จนรอดชีวิต
เชื่อพระบารมีทำให้เด็กประถมกว่า 200 ชีวิตรอดหวุดหวิด ภัยพิบัติจากคลื่นยักษ์สึนามิที่พัดถล่มหลายประเทศ
ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคมเป็นต้นมา แม้เวลาจะผ่านไป ยังคงมีเรื่องราวของเหยื่อผู้ประสบภัยที่รอดชีวิตราวกับปาฏิหาริย์เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง- "เสด็จเตี่ย" ช่วยคุ้มชีวิตจ่าเอกวิธวินท์ มานะพัฒนพงศ์ อายุ 38 ปี ผบ.หมู่ หน่วยรักษาความปลอดภัย ฐานทัพเรือภาคที่ 3 (ฐานทัพเรือพังงา) บ้านทับละมุด ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เล่านาทีที่รอดชีวิตจากคลื่นสึนามิว่า เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม
ขณะทำหน้าที่ครูฝึกลูกเสือสามัญและเยาวชนให้กับนักเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่งใน อ.ถลาง จ.ภูเก็ต จำนวน 200 คน ซึ่งมาเข้าค่ายฝึกเยาวชนที่หาดสวนงาม ฐานทัพเรือพังงา หลังจากช่วงเช้าทำพิธีจบการฝึกแล้วนั้น เด็กนักเรียนได้เดินทางกลับไปหมด จากนั้นตนจึงเดินตรวจความเรียบร้อยของฐานผจญภัยที่ชายหาด เมื่อมองออกไปที่ทะเล เห็นคลื่นสูง มีลักษณะเหมือนฝุ่นสีดำขนาดใหญ่ กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ชายหาด ห่างออกไปเพียง 10 เมตรเท่านั้น"ภาพนั้นมันเหมือนผีหลอก ทำให้ผมต้องวิ่งเข้าฐานทัพเรือ เพื่อเตือนภัยชาวบ้านและทหารเรือในฐานทัพเรือ ระหว่างที่วิ่งก็เป่านกหวีดเตือนคนอื่นๆ ไปด้วย มีพี่คนหนึ่งวิ่งไม่ไหว ปีนต้นมะขามหนีตาย แต่ผมวิ่งต่อไปที่หน้าอาคารสื่อสาร และผ่านหน้า บก.ฐานทัพ พบเรือเอกธนันต์ชัย แผ้วเกตุ ที่ปฏิบัติงานอยู่ เราสองคนวิ่งไปถึงด้านหน้าฐานทัพแล้ว
อยู่ๆ เรือเอกธนันต์ชัยก็ตะโกนบอกว่า ให้ปีนขึ้นไปที่พระราชานุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ พระบิดาแห่งทหารเรือ"
จ่าเอกวิธวินท์ เล่านาทีหนีตายจ่าเอกวิธวินท์ เล่าอีกว่า ตนปีนขึ้นไปก่อนจะดึงเรือเอกธนันต์ชัยตามขึ้นมา
เมื่อถึงบริเวณพระบาทของเสด็จเตี่ย ตนเกาะที่พระบาทด้านซ้าย
ส่วนเรือเอกธนันต์ชัย เกาะพระบาทด้านขวา ขณะนั้นน้ำทะเลสูงถึง 4-5 เมตรแล้ว แต่มันสูงไม่ถึงจุดที่อยู่ จากนั้นน้ำทะเลก็ไหลไปด้านหน้า ทะลุประตูออกไป จังหวะนั้นได้ภาวนาบอกเสด็จเตี่ยว่าพอแล้ว ขอให้หยุดแค่นี้ เวลาผ่านไป 4-5 นาที น้ำเริ่มลดลง จึงไต่ลงมาเพื่อช่วยเหลือคนอื่นๆ"ที่รอดมาได้คงเป็นเพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยโดยเฉพาะเสด็จเตี่ยที่เป็นที่เคารพนับถือของทหารเรือและประชาชนทุกคน ในตอนที่ผมเกาะพระบาทท่าน พระรูปนิ่งมาก แม้ในใจผมจะกลัวว่าคลื่นที่มาแรงจะทำให้พระรูปล้มลง แต่ท่านนิ่งมาก" จ่าเอกวิธวินท์ เล่าอย่างตื่นเต้นจ่าเอกวิธวินท์ กล่าวอีกว่า สิ่งหนึ่งที่ตนคิดว่าเป็นเรื่องปาฏิหาริย์คือ การอบรมเด็กๆ ที่มาเข้าค่ายนั้น กำหนดการที่แท้จริงคือ วันที่ 25-27 ธันวาคม 2547 และวันที่คลื่นยักษ์สึนามิมา เป็นวันที่เด็กๆ ต้องไปชมเรือรบหลวงและชมศูนย์อนุรักษ์ใต้ทะเลจุฬาภรณ์ แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความผิดพลาดอะไร เด็กๆ มากันวันที่ 24-26 ธันวาคม ทำให้เด็กๆ กว่า 200 คนรอดชีวิต ตนเชื่อว่าเป็นเพราะพระบารมีของเสด็จเตี่ย ที่ทำให้เด็กรอดชีวิตเพียงเสี้ยวนาที
ด้าน เรือเอกธนันต์ชัย แผ้วเกตุ อายุ 49 ปี ประจำกองขนส่งฐานทัพเรือ จ.พังงา เล่าว่า ในวันเกิดเหตุเป็นนายทหารเวรที่ตึกกองบัญชาการฐานทัพเรือพังงา ตั้งแต่เวลา 08.00 น.แต่เมื่อถึงช่วงเวลา 10.00 น. ยามฝั่งที่หมู่เกาะสุรินทร์ ได้โทรมาแจ้งว่าให้ขนคนขึ้นฝั่ง เพราะคลื่นกำลังจะพัดเข้าฝั่งอย่างรุนแรง แต่หลังจากรับโทรศัพท์ได้ไม่เกิน 2 นาที ก็ได้ยินเสียงคนตะโกนว่าให้หนีเพราะคลื่นมาแล้ว เมื่อหันไปมองก็เห็นน้ำเข้ามาในตัวอาคารด้านข้างและด้านหลัง จึงวิ่งหนีออกมาทางด้านหน้าเรือเอกธนันต์ชัย เล่าอีกว่า เมื่อวิ่งมาถึงพระราชานุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรฯ ก็เกิดความคิดว่าน่าจะปีนขึ้นไปข้างบนเพื่อหนีน้ำ และได้ตะโกนเรียก จ่าเอกวิธวินท์ อีกคน ที่วิ่งเลยพระราชานุสาวรีย์ไป เพื่อให้ขึ้นไปหลบด้านบน"
ในใจก็คิดแต่ว่า เสด็จเตี่ยช่วยลูกด้วย เสด็จเตี่ยช่วยลูกด้วย
เมื่อมองไปตามกระแสน้ำ เห็นพวกโต๊ะเก้าอี้ลอยออกมา เหมือนคนจับโยนอย่างแรง ผมตกใจกลัวมาก และมือทั้งสองก็ล็อกขาของเสด็จเตี่ยไว้แน่น ภาวนาให้ช่วยด้วย จนกระทั่งน้ำเริ่มลดจึงปีนลงมา รอดชีวิตได้ราวกับปาฏิหาริย์" เรือเอกธนันต์ชัย เล่าถึงนาทีที่รอดชีวิตมาได้
เชื่อมั๊ยว่า...แดงนั่งอ่านเรื่องราวนี้ รู้สึกขนลุก ....ไม่รู้ว่า ได้เอามือไป จับ เหรียญของพระองค์ท่านที่ห้อยไว้ ได้อย่างรัย ...รู้สึกว่าตัวเองเหมือนกับว่า* มีใครกำลังมองอยู่ * * รู้สึกแบบนั้นจริงๆค่ะ ขนลุก ขณะที่กำลัง คิดถึงเรื่องราวของพระองค์ท่าน
ขอให้ องค์ท่านทรงดลใจให้ คนชั่ว คิดทำลายบ้านเมืองมันกลับใจ และเพิ่มกำลังความคิด สติปัญญา แรงกายแรงใจให้กับทุกคนที่คิดดีทำดีเพื่อแผ่นดิน ขอทรงคุ้มครองแผ่นดินไทยให้แคล้วคลาดปลอดภัย ยังเป็นไทอยู่ต่อไปชั่วลูกชั่วหลานซึ่งตนเองก็มั่นใจค่ะว่า..ทั้งดวงพระวิญญาณและดวงวิญญาณของบรรพชนที่ ต่อสู้เพื่อรักษา และทวงคืนแผ่นดินไทยไว้ให้พวกเราได้อาศัยอยู่อย่างร่มเย็น พระองค์ท่าน และทุกท่านเหล่านั้น จะสถิตย์อยู่คุ้มแผ่นดินไทยต่อไป_
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
เรื่องเล่า !~ปาฏิหาริย์!~กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ~!(ถึง สะเดาน้ำปลาหวาน)
«
ตอบ #6 เมื่อ:
02 มิถุนายน 2008, 11:43:38 pm »
ตามหาอยู่ค่ะ แดง อยากฟังเรื่องราวของเสด๊จเตี่ยค่ะ แดงตามพี่ไปที่เว๊บ(ไม่บอกรู้ล่ะกันอิอิ)
ที่เป๋นเว๊บเรื่องราวของเสด๊จเตี่ยค่ะ แดง ทราบว่าพี่ เคารพรักท่านมากๆๆ
แดงเช่นกันค่ะ แอดแดงมาด้วยค่ะ อยากแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องนี้
daeng.navy22@hotmail.com
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
ฉัตร
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +17/-0
ออฟไลน์
กระทู้: 786
Love love
Re: เรื่องเล่า !~ปาฏิหาริย์!~กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ~!
«
ตอบ #7 เมื่อ:
02 กรกฎาคม 2008, 08:32:32 am »
มีเรื่องเกียวกะเสด๊จเตี่ยมามายเลยอะ
มีหลายเรื่องที่ยังมะทราบ
แล้วพี่เวปคะมีมาเพิ่มอีกอะป่าวแบบชอบอะ
ความรู้ที่ได้มาเจ็งจริงงัยก็มาเพิ่มให้อีกนะคะจะรอนะคะ
บันทึกการเข้า
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
Re: เรื่องเล่า !~ปาฏิหาริย์!~กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ~!
«
ตอบ #8 เมื่อ:
02 กรกฎาคม 2008, 08:54:54 pm »
อ้างจาก: ฉัตร ที่ 02 กรกฎาคม 2008, 08:32:32 am
มีเรื่องเกียวกะเสด๊จเตี่ยมามายเลยอะ
มีหลายเรื่องที่ยังมะทราบ
แล้วพี่เวปคะมีมาเพิ่มอีกอะป่าวแบบชอบอะ
ความรู้ที่ได้มาเจ็งจริงงัยก็มาเพิ่มให้อีกนะคะจะรอนะคะ
ดีใจค่ะที่มีสมาชิกมาอ่านกระทู้นี้..........ขนาดพี่แดงตั้งเอง ยังมาอ่านอีกบ่อยๆ กำลังใจมีเสมอเมื่อนึกถึง
พระองค์ท่าน แดงก็รอพี่เวป มาลงให้อ่านด้วยค่ะ ...พี่เวปรอค่ะ..อยากอ่านเพิ่มค่ะ แดงหาไม่ได้ค่ะ
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
Re: เรื่องเล่า !~ปาฏิหาริย์!~กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ~!
«
ตอบ #9 เมื่อ:
22 สิงหาคม 2008, 06:06:10 am »
อ้างจาก: Redrose19 ที่ 21 สิงหาคม 2008, 06:26:04 am
ฮ่าๆๆๆๆ
น้องแดง เลยมานอน
กร๊ากๆๆๆๆๆ (พิมพ์ นามสกุลผิด) คนดี พี่กุหลาบสีแดง เอาเรื่องแปลกแต่สัมผัสได้มาให้รับรู้และอ่านด้วยนะครับ เรื่องจริงๆเลยนะ ตัวละคร ยังนั่งมองการร่ายรำกระบี่กระบองเลยนะครับ
กุหลาบสีแดง ?เกียรติศักดิ์รักของข้า มอบไว้แก่ตัว?
_________________________________
อาภากร ทรงสถิตย์ทั่วหล้า ชาวประชาต่างกราบไหว้
น้องแดง เลยมานอน
ฝากไว้ค่ะ แล้วจะมาเอาคืน อิอิ ดอกเบี้ยเท่าตัวค่ะ
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
Mr.Redrose19
บุคคลทั่วไป
Re: เรื่องเล่า !~ปาฏิหาริย์!~กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ~!
«
ตอบ #10 เมื่อ:
22 สิงหาคม 2008, 11:53:37 am »
เรื่องราวเกี่ยวกับปาฏิหาริย์ ที่เกี่ยวกับพระองค์ท่านนี้นะมีมากมายนะครับ เดียวจะเอามาให้อ่านกันนะครับ
บันทึกการเข้า
Mr.Redrose19
บุคคลทั่วไป
Re: เรื่องเล่า !~ปาฏิหาริย์!~กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ~!
«
ตอบ #11 เมื่อ:
25 สิงหาคม 2008, 03:48:45 am »
เปิดศาลเสด็จเตี่ย ปาฏิหารย์กับตา พระธาตุนพเก้าโปรยปรายจากฟ้า
ทำพิธีบวงสรวงเปิดพระตำหนัก พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เกิดมหัศจรรย์ลมกรรโชกเป็นช่วง ๆ และมีพระธาตุนพเก้า โปรยปรายลงจากท้องฟ้าสู่ศาลเพียงตานับพันองค์
สัตหีบ -18 มี.ค. 51 พลเรือตรี ชัยวัฒน์ ศรีอักขรินทร์ ผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง กองทัพเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พร้อมข้าราชการ ได้เชิญ นาวาโท จรุงศักดิ์ สังข์แก้ว โหรประจำสมาคมโหราศาสตร์แห่ง ประเทศไทยมาทำพิธีบวงสรวง อัญเชิญพระรูปแกะสลักด้วยหินลำแม่น้ำโขง สีเขียว พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์สถิต ณ พระตำหนักที่ได้จัดสร้างไว้ให้ข้า ราชการ ครอบครัวและบุคคลภายนอกได้สักการะกันอย่างทั่วถึง และรำลึกถึงพระคุณที่ท่านมีพระคุณเอนกอนันต์ต่อกองทัพเรือ และประชาชนทั่วไปในเรื่องของการรักษาโรคด้วยสมุนไพรไทย
นาวาโท จรุงศักดิ์ สังข์แก้ว พราหมณ์ผู้ประกอบพิธี เปิดเผยว่า ขณะที่พลเรือตรีชัยวัฒน์ และคุณจินต์สุตจี ศรีอักขรินทร์ ได้ทำพิธีอัญเชิญดวงพระวิญญาณเสด็จเตี่ยเสด็จมา ณ ศาลเพียงตา มีฉัตร 9 ชั้น 4 ทิศที่จัดสำหรับต้อนรับพระองค์ท่านก่อนที่จะเสด็จขึ้นสู่ศาลที่ได้จัดสร้างไว้เพื่ออัญเชิญพระรูปหินลำแม่น้ำโขงแกะสลักสถิต ณ ศาลแห่งนี้ได้เกิดปาฎิหาริย์ขึ้นต่อเมื่อได้มีพระธาตุนพเก้า เสด็จตกลงมาจากบนฟ้าโปรยปรายลงมาบนศาลเพียงตาและแก้วน้ำจำนวนมาก มีรูปร่างกลมทั้งใหญ่ และเล็ก ประมาณ 2,000 องค์ ซึ่งเป็นพระธาตุแบบสัญฐานรวม 9 สี ซึ่งทางด้านพลเรือตรี ชัยวัฒน์ได้อัญเชิญไว้บูชา ณ หน่วยแห่งนี้
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 กันยายน 2008, 04:23:35 pm โดย Redrose19
»
บันทึกการเข้า
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
Re: เรื่องเล่า !~ปาฏิหาริย์!~กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ~!
«
ตอบ #12 เมื่อ:
25 สิงหาคม 2008, 10:01:18 am »
ขอบคุฯค่ะ ขออ่านอีกค่ะ แดงทราบว่า พี่กุหลาบสีแดง มีเรื่องราวมากมาย รอค่ะ...รออ่านสิ่งที่มีค่า
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
Mr.Redrose19
บุคคลทั่วไป
Re: เรื่องเล่า !~ปาฏิหาริย์!~กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ~!
«
ตอบ #13 เมื่อ:
25 สิงหาคม 2008, 03:49:14 pm »
ทุกๆสิ่งทุกอย่างนะครับ ล้วนมีคุณค่าทางจิตใจ ทั้งนั้นเลยนะครับ
บันทึกการเข้า
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์
กระทู้: 14177
~สาวสกลนคร~
Re: เรื่องเล่า !~ปาฏิหาริย์!~(ที่น้องเอมพึ่งเล่ามา)
«
ตอบ #14 เมื่อ:
08 ธันวาคม 2008, 10:35:36 pm »
วันนี้ น้อง aimbangson ออน MSN มาเล่าให้ฟังว่า....
.
?น้องเอม นาวี22 says:
สวัสดี พี่สาว
www.navy22.com
ย่อโลกใบใหญ่มาไว้ในคอมคุณ D@eng คนดี says:
จ๋า
.
?น้องเอม นาวี22 says:
หายไปรักษาตัวมา
.
?น้องเอม นาวี22 says:
ไปบริจาคของที่จ.ตาก
.
?น้องเอม นาวี22 says:
ขากลับนั่งช้าง
.
?น้องเอม นาวี22 says:
โดนต่อต่อย 3 ตัว เชื่อไหมเจอปาฏิหารย์
.
?น้องเอม นาวี22 says:
มันมาทั้งรัง รุมเอมเยอะ มากเลย
.
?น้องเอม นาวี22 says:
ไม่รู้ใครจะช่วย ก็เลยเอามือกุม เสด็จเตี่ย ไว้และบอกว่า เสด็จเตี่ยช่วยลูกด้วย เขาเลยไม่ตามมา
.
?น้องเอม นาวี22 says:
ทุกทีมันจะตาม
.
?น้องเอม นาวี22 says:
เอมแพ้มาก พอดีตอนหมดฉีดยา
.
?น้องเอม นาวี22 says:
ก็พักรักษาที่รพ.อุ้มผาง หมอไม่ให้กลับ
ขอให้น้องเอมหายวันหายคืนจ้า.....
พระบารมี เสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
คุ้มครองค่ะ พรุ่งนี้แล้ว 9/12/2551 วันเกิดน้องเอม คุณพระและสิ่งศักสิทธ์ คุ้มครองจ้า
บันทึกการเข้า
ขั้นตอนตั้งกระทู้+ลงรูปภาพ+การใช้เว๊บบอร์ด คลิกที่นี่
หน้า: [
1
]
ขึ้นบน
พิมพ์
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
กระโดดไป:
เลือกหัวข้อ:
-----------------------------
พระมหากษัตริย์ไทย
-----------------------------
=> เรารักในหลวง
=> ประวัติศาสตร์ไทย
===> วันสำคัญต่าง ๆ
===> ศิลปะและวัฒนธรรมไทย
===> ดนตรีไทย
=> เศรษฐกิจพอเพียง
-----------------------------
ชมรมคนรักเสด็จเตี่ย
-----------------------------
=> กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
===> วัตถุมงคล กรมหลวงชุมพรฯ
-----------------------------
พุทธศาสนา
-----------------------------
=> พุทธศาสนา
===> วันสำคัญทางศาสนา
=> เกจิอาจารย์
===> วัตถุมงคล
-----------------------------
กระดานนาวี22
-----------------------------
=> ห้องข่าวนาวี 22
===> การใช้งานเว็บไซท์
=> สนทนาทั่วไป
===> ตูน 007
===> สุขสันต์วันเกิด .. !
=> พิราบคาบข่าว
===> ข่าวต่างประเทศ
===> ข่าวในประเทศ
=> เรือ
=> อาวุธ ปืน
===> Beretta
===> CZ#2075RAMI
===> Glock
===> HK
===> S&W
===> SigSauer
===> Ruger
===> Taurus
-----------------------------
มุมเม๊าส์ชาว 22
-----------------------------
=> มุม วาไรตี้
===> คุยกับสาธิตาพยากรณ์
===> บรรเทิง แหล่งช๊อป
===> รวมเพลงต่าง ๆ
===> เพลงทหารเรือ
=> กฏหมายไทย
=> ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย
=> ความรู้ทางการเกษตร
===> ข้าวไทย
===> สมุนไพรไทย
===> น้ำมันจากพืช
===> แก๊สธรรมชาติ
=> สัตว์เลี้ยง และไม่เลี้ยง
=> คนรักรถ
-----------------------------
คอมพิวเตอร์
-----------------------------
=> ถาม-ตอบปัญหาคอมพิวเตอร์
=> มุม บทความน่าสนใจ
===> บ้านหม้อ อีเล็กทรอนิกส์
=====> ร้านอีเล็กทรอนิก รับซ่อมทั่วประเทศ
===> d@eng คุยเรื่อง iT
===> e-book หลายหลากความรู้
=> เขียนเว็บด้วย Joomla
=> กราฟฟิค
-----------------------------
คลินิค นาวี22
-----------------------------
=> สาธารณสุข และสุขภาพที่ดี
===> มุมกีฬาเพื่อสุขภาพ
=====> รวมภาพใน โอลิมปิค 2008
=> การตั้งครรภ์ และเด็กอ่อน
-----------------------------
กินเที่ยวทั่วโลก
-----------------------------
=> เที่ยวทั่วไทย
===> เที่ยวรอบโลก
=> มุม อร่อยเลขที่ 22
===> แนะนำแหล่งกิน มุมอร่อย
-----------------------------
กาพย์ โคลง กลอน
-----------------------------
=> มุม กาพย์ กลอน โคลง ฉันท์