หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: [--!~มาเล่นเกม กับ ดานี่~!--]*เกมต่อกระทู้ navy22*  (อ่าน 15607 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
[D][A][N][I]
Full Member
***

คะแนนจิตพิสัย +4/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 206


With all my love !

Aqua__man@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #90 เมื่อ: 14 มิถุนายน 2008, 08:49:45 pm »

สาวงามจากเลบานอน Lebanon คว้าตำแหน่ง MISS INTERCONTINENTAL 2007 ส่วนสาวไทยเข้ารอบ 16 คนสุดท้าย

                               



Nancy Afiouny วัย 23 ปี จากเลบานอนคว้าตำแหน่ง Miss Intercontinental 2007

 ไปครอง จากการประกวดที่ SEYCHELLES เมื่อ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยรองอันดับ 1 ตกเป็นของสาวงามจากเกาหลี Han-na Yoo และรองอันดับ 2 เป็นของ Emily Fernandez สาวงามจาก Margarita Island

ส่วนน้องทราย บัวชมพู วารี ตัวแทนสาวไทย สามารถผ่านเข้ารอบ 16 คนสุดท้ายได้สำเร็จ

Special Awards

Miss Congeniality - Kenya - Mary Katanu


Miss Photogenic - Venezuela - Iselmar Burgos Reyes


Best Evening Gown - Seychelles - Dominique Solanna


Best National Costume - Colombia - Siad Char Tinoco


Best Body Award - Hungary - Ildiko Bona




The Top 16

Brazil - Marcela Duarte

Colombia - Siad Char Tinoco

Czech Republic - Lilian Sarah Fischerova

Ethiopia - Hayat Ahmed

Egypt - Elham Wagdi Fadel

Greece - Antonia Kallimoukou

Hungary - Ildiko Bona

Korea - Han na Yoo

Lebanon - Nancy Afiouny

Margarita Island - Emily Fernandez

Malta - Jasmin Azzopardi Schellmann

Seychelles - Dominique Solanna

Serbia - Bojana Boric

Thailand - Varee Buachompoo



Ukraine - Diana Starkova

Venezuela - Iselmar Burgos Reyes

---------------------------------------------------------------------------------------------------

My question is :
One of the most expensive football players in the world in letter ( C )

1ในนักเตะฟุตบอลที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลก  ( ค )


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14 มิถุนายน 2008, 08:52:38 pm โดย [D][A][N][I] » บันทึกการเข้า

This life is a sea ... And we are all sailors ! ... I love Navy22
nukoy99
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +12/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2122


scrolly_99@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #91 เมื่อ: 14 มิถุนายน 2008, 09:10:36 pm »

ใช่ซีดานรึเปล่านะ ไม่แน่ใจว่าพูดถังปัจจุบันในตอนนี้หรือว่าไง ตอบหละ แต่ยังไม่ขอบรรยายอะไรเพราะกลัวไม่ถูกงะ
บันทึกการเข้า

ค่าของคนอยู่ที่ผลงาน...แต่ผลงานที่ได้ก็ไม่ได้วัดค่าของคนได้เสมอไป..
sonya
Sr. Member
****

คะแนนจิตพิสัย +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 370



« ตอบ #92 เมื่อ: 14 มิถุนายน 2008, 10:07:11 pm »

answer :Zin?dine Yazid Zidane....ฮืม ฮืม?? ฮืม??

ซีเนอดีน ยาซิด ซีดาน (ฝรั่งเศส: Zin?dine Yazid Zidane; อาหรับ: ฮืม ฮืม?? ฮืม??, [Z?n ad-D?n Z?d?n]) (เกิด 23 มิถุนายน พ.ศ. 2515) ชื่อเล่นว่า ซิซู (Zizou) เป็นนักฟุตบอลมุสลิมชาวฝรั่งเศส ซีดานเกิดที่เมือง มาร์กเซย ประเทศฝรั่งเศส ในครอบครัวชาวแอลจีเรียอพยพ เริ่มค้าแข้งขณะอายุ 17 ปี กับ สโมสร กานส์ ดิวิชั่น1ของฝรั่งเศสจากนั้นเขาก็มาประสบความสำเร็จกับสโมสร บอร์กโดช์และเขาถูกคัดเลือกให้เป็นดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของยุโรป ได้เข้าร่วมฟุตบอลโลกครั้งแรกและเป็นส่วนหนึ่งของ ฟุตบอลทีมชาติฝรั่งเศส ใน ฟุตบอลโลก 1998 ซีดานได้นำทีมเป็นแชมป์ฟุตบอลโลก ซีดานได้ประกาศเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพ พร้อมกับเกิดคดี ซิซู โหม่ง นักเตะกองหลังของอิตาลี มาร์โก มาเตรัซซี เข้า ภายหลังจบการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2006

ซีดานได้เล่นให้กับทีมยูเวนตุส ในปี 2539-2544 และ รี่ล มาดริด ในปี 2544-2549 ซีดาน เป็น มิดฟิล์ดจอมทัพที่ดีที่สุดคนหนึ่งของโลก ครบเครื่องทุกอย่างในนักแตะคนเดียว ทั้งการผ่านบอลแม่นยำ เติมเกมรุก กำหนดจังหวะเกม เป็นศูนย์กลางผสมผสานของทีมได้ลงตัว


QUESTION : ประเทศที่จัดแข่งขัน FIFA 2009  ( A ) อ.

บันทึกการเข้า
[D][A][N][I]
Full Member
***

คะแนนจิตพิสัย +4/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 206


With all my love !

Aqua__man@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #93 เมื่อ: 21 มิถุนายน 2008, 08:21:18 am »

Fifa 2009-2010 (A) = Africa , exactly  ( South Africa ) ยิ้ม

Eight nations will contest the FIFA Confederations Cup South Africa 2009. The starting field at the "Festival of Champions" comprises the six continental champions plus FIFA World Cup? holders Italy and host nation South Africa.


----------------------------------------------------------------------------------------------------------

My Question is :

One of the most rich people in the world .. In letter ( B )
บุคคนที่รวยที่สุดในโลก ( บ )
บันทึกการเข้า

This life is a sea ... And we are all sailors ! ... I love Navy22
sonya
Sr. Member
****

คะแนนจิตพิสัย +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 370



« ตอบ #94 เมื่อ: 24 มิถุนายน 2008, 10:58:51 pm »

answer : Warren Buffet

Warren Buffett is now the world's richest person, topping the just-released Forbes 2008 ranking of global billionaires, with an estimated wealth of $62 billion.  

He bumps Microsoft's Bill Gates from the number one spot, a position Gates held for 13 consecutive years.

With help from Berkshire Hathaway's best year in almost a decade, Forbes estimates Buffett's wealth increased by $10 billion from the $52 billion that put him in the number two slot of the magazine's list last year.  

It's the second year in a row Buffett's wealth has jumped by $10 billion, even as begins to give away lots of money to charities, notably the Gates Foundation.

Gates falls to number three this year with $58 billion, behind Mexico's Carlos Slim, who is number two with an estimated wealth of $60 billion.  Forbes says Gates would have been "as rich -- or richer -- than Buffett" if Microsoft's stock hadn't dropped sharply after it unsolicited bid for Yahoo last month.

My Question is :  Top of movies 2007 (P)

                     หนังที่ทำรายได้ อันดับ 1 ปี 2007
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 มิถุนายน 2008, 11:03:28 pm โดย sonya » บันทึกการเข้า
[D][A][N][I]
Full Member
***

คะแนนจิตพิสัย +4/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 206


With all my love !

Aqua__man@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #95 เมื่อ: 27 มิถุนายน 2008, 03:13:53 am »

     My Question is :  Top of movies 2007 (P)

                     หนังที่ทำรายได้ อันดับ 1 ปี 2007       


Persepolis 90


http://www.metacritic.com/video/titles/persepolis

               

---------------------------------------------------------------------------------------------------------
   My Question is :   Fruit in letter ( M ) แลบลิ้น   เจ๋ง
บันทึกการเข้า

This life is a sea ... And we are all sailors ! ... I love Navy22
sonya
Sr. Member
****

คะแนนจิตพิสัย +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 370



« ตอบ #96 เมื่อ: 27 มิถุนายน 2008, 03:28:56 am »

 My Question is :   Fruit in letter ( M )

answer : markeab

น้อยหน่า นำเมล็ดออก

ปล้อนเปลือกปอก เป็นอัศจรรย์


ก็ผลไม้ในจดหมายใช่ไหมล่ะคะ


My question : sweet in letter (อ)



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27 มิถุนายน 2008, 11:48:23 am โดย sonya » บันทึกการเข้า
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14177


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #97 เมื่อ: 27 มิถุนายน 2008, 08:34:55 am »

My Question is :   Fruit in letter ( M )

anwser : markeab

น้อยหน่า นำเมล็ดออก

ปล้อนเปลือกปอก เป็นอัศจรรย์


ก็ผลไม้ในจดหมายใช่ไหมล่ะคะ


My question : sweet in letter (อ)


ตกใจ ตกใจ :omarkeab  (หมากเขียบคือ น้อยหน่า *ลาว อิอิ(ผลไม้ค่ะไม่ใช่ระเบิด)

ไม่บอกไม่รู้นะนี่..ว่า เจี๊ยบคนสวย..คนอีสานอิอิ  จุมพิต

ยิงฟันยิ้ม


ตอบ.. sweet in letter (อ)

อ้อย หรือ อ้อยแดง (อังกฤษ:Sugar-cane,ชื่อวิทยาศาสตร :Saccharum officinarum Linn. GRAMINEAE )ชื่ออื่น อ้อยขม อ้อยดำ เป็นไม้ล้มลุก สูง 2-5 เมตร ลำต้นสีม่วงแดง มีไขสีขาวปกคลุม ไม่แตกกิ่งก้าน ใบเดี่ยว เรียงสลับ กว้าง 2.5-5 ซม. ยาว 0.5-1 เมตร ดอกช่อ ออกที่ปลายยอด สีขาว ผลเป็นผลแห้ง ขนาดเล็ก

 สายพันธุ์
อ้อยมีหลายพันธุ์แตกต่างกันที่ความสูง ความยาวของข้อและสีของลำต้น อ้อยเป็นพืชเศรษฐกิจที่เกษตรกรนิยมปลูกกันมาก อ้อยที่นำมาคั้นน้ำสำหรับดื่ม เป็นอ้อยที่ปลูกบริเวณที่ราบลุ่ม พื้นที่ดินเหนียว ประชาชนเรียกว่า อ้อยเหลือง หรือ อ้อยสิงคโปร์ นิยมปลูกกันมากในบริเวณจังหวัดอ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี และนครปฐม เป็นต้น

พ.ศ. 2550 ศูนย์วิจัยพืชไร่สุพรรณบุรี กรมวิชาการเกษตร ดำเนินการศึกษาวิจัยและพัฒนาพันธุ์อ้อยขึ้นมาใหม่ คือ พันธุ์สุพรรณบุรี 80 ซึ่งได้จากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างพันธุ์แม่ 85-2-352 กับพันธุ์พ่อ K84-200 ใช้ระยะเวลาคัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์นานกว่า 11 ปี มีลักษณะเด่น คือ ให้ผลผลิตในอ้อยปลูกน้ำหนักเฉลี่ย 17.79 ตัน/ไร่ ให้ผลผลิตน้ำตาลเฉลี่ย 2.66 ตันซีซีเอส/ไร่ นอกจากนี้ยังสามารถต้านทานโรคเหี่ยวเน่าแดงและโรคแส้ดำได้ระดับปานกลางด้วย

 สรรพคุณสมุนไพร
ตำรายาไทยใช้ลำต้นเป็นยาขับปัสสาวะ โดยใช้ลำต้นสด 70-90 กรัม หรือแห้ง 30-40 กรัม หั่นเป็นชิ้น ต้มน้ำ แบ่งดื่มวันละ 2 ครั้งก่อนอาหาร แก้ไตพิการ หนองในและขับนิ่ว แพทย์พื้นบ้านใช้ขับเสมหะ รายงานว่าอ้อยแดงมีฤทธิ์ขับปัสสาวะในสัตว์ทดลอง

-----------------------------------------------------------------------------------------
คำถามต่อไป.....

การประกวดนางงามจักรวาลปี2008 นั้นจัดที่ประเทศใด ( ว)







บันทึกการเข้า

admin
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +31/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3660


oknakrub@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #98 เมื่อ: 27 มิถุนายน 2008, 02:34:02 pm »

ขอขำก่อน 15 นาที ..........  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

sonya
Sr. Member
****

คะแนนจิตพิสัย +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 370



« ตอบ #99 เมื่อ: 27 มิถุนายน 2008, 06:15:06 pm »


นั่นแน่....พี่เวป แอบมาขำ....เพราะ รู้ว่าเจี๊ยบ เป็นลาว.... ยิงฟันยิ้ม

อุตส่าเก็บความลับไว้ตั้งนาน D@ni ไม่น่า เล้ย................ เศร้า

แดงตอบถูก แล้ว จ้า เก่งที่สุดในโลก

-------------------------------
อันอ้อยตาล หวานลิ้นยังสิ้นซาก

แต่ลมปาก หวานหู ไม่รู้หาย


-------------------------------
sweet in letter

ความหวานในจดหมาย ใช่ไหมล่ะคะ  ยิงฟันยิ้ม

-------------------------------
answer : เวียดนาม

ประเทศเวียดนามได้ถูกเลือกให้เป็นเจ้าภาพในปี 2551<2008>
 เวียดนามจากที่มีหลายประเทศเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการประกวดนางงามจักรวาลนั้น ในที่สุดทางกองประกวด Miss Universe ก็ได้เลือกประเทศเวียดนามเป็นจุดมุ่งหมายแห่งใหม่ที่จะให้สาวงามจากนานาประเทศทั่วทุกมุมโลกได้ทำการประชันโฉมกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกเนื่องจากประเทศเวียดนามเป็นประเทศที่มีการเข้าร่วมการประกวดค่อนข้างที่จะน้อย ถ้าเทียบกับประเทศที่เสนอตัวเป็นเจ้าภาพประเทศอื่นๆ ซึ่งเหตุผลที่คณะกรรมการได้เลือกประเทศเวียดนามเป็นเจ้าภาพในการจัดMiss Universe ในปีต่อไปนั้นอันเนื่องมาจากการประกวดMiss Vietnam 2006 มีมาตรฐานเดียวกันกับมาตรฐานโลกจึงเลือกประเทศเวียดนามในการเป็นเจ้าภาพนางงามจักรวาลต่อจากประเทศเม็กซิโก

Question : ดอกไม้ ประจำชาติไทย (ร)
                 

บันทึกการเข้า
สาวอิเล็กทรอนิกส์
Sr. Member
****

คะแนนจิตพิสัย +50/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 307


try.to.dream@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #100 เมื่อ: 01 กรกฎาคม 2008, 09:06:32 am »


Question : ดอกไม้ ประจำชาติไทย (ร)
                 
                               

จากอดีตที่ผ่านมากว่า 50 ปี ทางราชการมีความพยายามหลายครั้งในการกำหนดให้มีสัญลักษณ์ประจำชาติไทย โดยเฉพาะการกำหนด ต้นไม้ และ ดอกไม้ ประจำชาติ เริ่มต้นที่กรมป่าไม้ได้ชักชวนให้ประชาชนสนใจต้นราชพฤกษ์หรือคูณมาตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ.2494 โดยรัฐบาลมีมติให้ถือวันที่ 24 มิถุนายน เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ (arbour day) มีการชักชวนให้ปลูกต้นไม้ที่มีประโยชน์ชนิดต่างๆ มากมาย ในขณะเดียวกันก็ได้มีการเสนอว่า

ต้นราชพฤกษ์ ถือเป็นต้นไม้ประจำชาติ

              กระทั่งในปี พ.ศ.2506 มีการประชุมเพื่อกำหนดสัญลักษณ์ต้นไม้และสัตว์ประจำชาติเป็นครั้งแรก โดยกรมป่าไม้ได้เสนอให้ ต้นราชพฤกษ์ หรือ ต้นคูณ ไม้มงคลที่มีประโยชน์และรู้จักกันอย่างแพร่หลายเป็นต้นไม้ประจำชาติ สำหรับสัตว์ประจำชาติก็คือ ช้างเผือก สัตว์ที่มีคุณค่าเกี่ยวข้องกับประเพณีไทยและประวัติศาสตร์ไทยมายาวนาน การเสนอครั้งนั้นไม่ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการ ดังนั้นตลอดเวลาที่ผ่านมาสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็นไทยจึงมีหลากหลาย ตั้งแต่สถานที่สำคัญๆ  สัตว์ ดอกไม้ ที่คนไทยคุ้นเคยและพบเห็นบ่อย เช่น พระปรางค์วัดอรุณฯ เรือสุพรรณหงส์ ดอกบัว ดอกมะลิ ดอกพุทธรักษา แมวไทย เช่นเดียวกับ ต้นราชพฤกษ์ และ ช้างเผือก ยังคงถูกยกย่องให้เป็นสัญลักษณ์ประจำชาติตลอดมา

               ปี พ.ศ.2530 มีการส่งเสริมให้ปลูกต้นราชพฤกษ์อีกครั้ง เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ โดยมีการส่งเสริมให้ปลูกต้นราชพฤกษ์ทั่วประเทศจำนวน 99,999 ต้น ทุกวันนี้จึงมีต้นราชพฤกษ์อยู่มากมายทั่วประเทศไทย

               ข้อสรุปเรื่องสัญลักษณ์ประจำชาติดูเหมือนจะยังไม่ชัดเจน กระทั่งช่วงปี พ.ศ.2544 คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ ได้นำเรื่องดังกล่าวกลับมาเสนออีกครั้ง และมีข้อสรุปเสนอให้มีการกำหนดสัญลักษณ์ประจำชาติ 3 สิ่งคือ ดอกไม้ สัตว์และสถาปัตยกรรม และการพิจารณาที่ผ่านมาเสนอให้กำหนดดอกไม้ประจำชาติคือ ดอกราชพฤกษ์ สัตว์ประจำชาติ คือ ช้างไทย และสถาปัตยกรรมประจำชาติคือ ศาลาไทย

               เหตุที่เลือก ดอกราชพฤกษ์ เป็นดอกไม้ประจำชาติเพราะมีความเหมาะสมในหลายๆ ด้าน คือ เป็นดอกไม้จากต้นไม้ที่ถูกเสนอให้เป็นต้นไม้ประจำชาติเมื่อครั้งที่กรมป่าไม้เสนอไว้ เป็นต้นไม้ที่มีอายุยืน ทนทาน ปลูกขึ้นได้ดีทั่วทุกภาคของประเทศ เป็นต้นไม้พื้นเมืองที่รู้จักแพร่หลาย มีชื่อเรียกหลายชื่อต่างกันในแต่ละภาค เช่น ลมแล้ง คูน อ้อดิบ

ชัยพฤกษ์เป็นไม้มงคลใช้ประโยชน์ในพิธีสำคัญๆ เช่น ลงหลักเมือง ลงเสาเอก ทำคฑาจอมพลและยอดธงชัยเฉลิมพลของกองทหาร ในช่วงฤดูร้อนชัยพฤกษ์จะออกดอกสะพรั่งทั้งต้น ช่อดอกมีรูปทรงสวยงาม สีเหลืองอร่ามเป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาประจำชาติ รวมทั้งเป็นสีเดียวกับวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ นอกจากนี้ความงามของช่อดอกและความหมายที่ดียังถูกจำลองแบบประดับไว้บนอินทรธนูของข้าราชการพลเรือนอีกด้วย


บทกลอน  แด่....ราชพฤกษ์

ราชพฤกษ์ช่อรวงเหมือนรวงข้าว
ไสวพราวพริ้วโผโต้ลมไหว
เหลืองอร่ามงามกว่าผกาใด
เป็นดอกไม้ของชาติไทยแต่ไรมา


เสาไม้หลักบ้านเมืองที่เรืองรุ่ง
กลิ่นจรุงฟุ้งกระจายอย่างใดหนา
ชื่อเจ้าหรือคือ "คูณ"งามอร่ามตา
และ "คฑาจอมพล" ของคนไทย

เจ้าเป็นไม้ผลัดใบกิ่งไหวลู่
ปลายใบคู่เรียงสลับวับวาวใส
กลีบดอกร่วงหล่นง่ายนะสายใจ
ลมพัดไหวก็พริ้วลู่ลงสู่ดิน

ไม้มงคลคู่ใจไทยทั้งชาติ
ดุจดังหยาดบุษราคัมนำถวิล
ให้เกียรติก้องขจรไกลใคร่ยลยิน
ก็ไม่สิ้นเจ้าคูณอยู่ไม้คู่เมือง


?ราชพฤกษ์? มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cassia fistula L. ชื่อวงศ์ LEGUMINOSAE-Caesalpinioideae ชื่อสามัญ Golden Shower, Indian Laburnum, Pudding-pine Tree, Purging Cassia เชื่อกันว่ามีถิ่นกำเนิดใน แถบเอเชียเขตร้อน และก็มีอยู่มากในประเทศไทยเรา
 
เป็นไม้ผลัดใบขนาดกลาง โดยทั่วไปสูงราว 9-15 เมตร ลำต้นมีปุ่มตาเล็กน้อย เรือนยอดโปร่งเป็นรูปคล้าย ๆ ทรงกรวย ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ปลายคู่ เรียงสลับ ใบย่อยเกลี้ยงออกตรงกันข้าม 3-8 คู่ แผ่นใบย่อยรูปไข่ ปลายใบแหลมโคนสอบ กว้างหรือเบี้ยวเล็กน้อย ขอบใบเรียบ ก้านใบย่อยยาว 5-10 เซนติเมตร หูใบขนาดเล็ก
 
จุดเด่นหนึ่งของราชพฤกษ์คือ ?ดอกสีเหลืองงดงาม? และมีกลิ่นหอม ออกเป็นช่อ กลีบดอกที่สีเหลืองสดจะคล้ายรูปไข่ หลังจากดอกได้รับการผสมแล้ว จะมีการเจริญเติบโตของผลอย่างรวดเร็ว เป็นฝักกลมยาวถึง 60 เซนติเมตร ซึ่งมี เมล็ดจำนวนมาก โดยราชพฤกษ์จะผลัดใบจนหมดทั้งต้นในช่วงสั้น ๆ ระหว่างเดือน มี.ค.-เม.ย. จะผลิใบใหม่ช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. และจะออกดอกพร้อมกันทั้งต้นพร้อม ๆ กับการผลัดใบ แล้วจะออกผลราวเดือน พ.ค.
 
?ราชพฤกษ์? เป็นพรรณไม้ที่สามารถจะเจริญเติบโตได้บนดินเกือบทุกชนิด ขึ้นได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย จึงมีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น...ชนพื้นถิ่นแถบกาญจนบุรีเรียก ?กุเพยะ? แถบแม่ฮ่องสอนเรียก ?ปึยยะปูโย? หรือ ?เปอโซ? หรือ ?แมะหล่าหยู่? ทางภาคใต้เรียก ?ลักเคยลักเกลือ? ภาคเหนือเรียก ?ลมแล้ง? ภาคกลางเรียก ?ชัยพฤกษ์? ภาคอีสานมักเรียกว่า ?คูน? และบางพื้นที่ก็เรียกว่า ?อ้อดิบ?
 
ย้อนไปในช่วงกว่า 50 ปี ต้นราชพฤกษ์ได้ถูกเสนอให้เป็น ?ต้นไม้ สัญลักษณ์ประจำชาติไทย? การเสนออย่างเป็นเรื่องเป็นราวก็เช่นที่กรมป่าไม้เสนอในปี 2506 และในปี 2544 คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติก็เสนอให้ดอกราชพฤกษ์เป็น ?ดอกไม้ประจำชาติไทย?
 
ที่สำคัญ...ในปี 2530 มีการรณรงค์ ?ปลูกต้นราชพฤกษ์เพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว? ทั่วประเทศ 99,999 ต้น เนื่องใน วโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ
 
?เป็นไม้มงคลที่ถูกนำมาใช้ในพิธีสำคัญ ๆ เช่น ลงหลักเมือง ลงเสาเอก ทำคทาจอมพลและยอดธงชัยเฉลิมพลของกองทหาร เป็นไม้ที่ออกดอกสะพรั่งทั้งต้น ช่อดอกรูปทรงสวยงาม สีเหลืองอร่าม อันเป็นสีสัญลักษณ์ของพระพุทธศาสนา และที่สำคัญ...สีเหลืองเป็นสีวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นอกจากนี้ความงามของช่อดอกและความหมายที่ดียังถูกจำลองแบบประดับไว้บนอินทรธนูของข้าราชการพลเรือนอีกด้วย?...เหล่านี้ ยิ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้ ?ราชพฤกษ์? เป็นพรรณไม้สำคัญของไทย
 
และไม่เพียงได้ชื่อว่าเป็นต้นไม้สัญลักษณ์ประจำชาติไทย ได้ชื่อว่าเป็นดอกไม้ประจำชาติไทย จากการที่ ?ราชพฤกษ์? เป็นพรรณไม้ที่สามารถเจริญ งอกงามอยู่บนผืนแผ่นดินได้อย่างมั่นคงยาวนานหลายชั่วอายุคน มีรากแก้วแข็งแรง มีกิ่งก้านสาขาทอดยาว ตั้งต้นตระหง่านเป็นร่มเงาให้แก่สิ่งมีชีวิตรุ่นแล้วรุ่นเล่า ?เปรียบประดุจพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว? ที่แผ่คุ้มครอง พสกนิกรทั่วราชอาณาจักรมาอย่างยาวนาน...
 
?ราชพฤกษ์? จึงเปรียบเสมือน ?ต้นไม้ของพ่อ? ตรงกับความหมาย ?ต้นไม้ของพระราชา?
 
เหล่านี้จึงเป็นที่มาของชื่อ ?ราชพฤกษ์ 2549? อันเป็นชื่องาน ?มห กรรมพืชสวนโลก? ที่จัดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งในด้านหนึ่งที่สำคัญยิ่งคือ...งานนี้ถือเป็นงาน ?เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว?
 
?ราชพฤกษ์ ถูกเลือกให้เป็นชื่อของงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นโดยรัฐบาลไทย เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเฉลิมฉลองในวโรกาสทรงครองสิริ ราชสมบัติครบ 60 ปี ในปี 2549 และเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในปี 2550
 
ตราสัญลักษณ์ ประกอบขึ้นด้วยรูปทรงของดอกราชพฤกษ์ที่พัฒนามาจากธรรมชาติจริงของดอกราชพฤกษ์ ที่มีสีเหลือง มี 5 กลีบ ส่วนเกสรของดอกราชพฤกษ์ในตราสัญลักษณ์ ได้รับการออกแบบให้อยู่ในรูปทรงของตัวเลข 9 ไทย (๙) อันสื่อความหมายว่างานราชพฤกษ์ 2549 เป็นงานมหกรรมที่จัดขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 แห่งพระมหาจักรีบรมราชวงศ์?
 
...นี่เป็นที่มาของชื่องาน และความหมายตราสัญลักษณ์งาน ?มหกรรม พืชสวนโลก? ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ
 
ทั้งนี้ ด้วยพรรณไม้กว่า 2,200 ชนิด มากกว่า 2.5 ล้านต้น งานนี้จึง เป็นการรวมสุดยอดความมหัศจรรย์แห่งพรรณไม้ในพื้นที่เขตร้อนชื้น ที่ใหญ่ที่สุด ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีความหลากหลายมากที่สุด
 
แต่ ?เบอร์ 1? งาน ?พืชสวนโลก? ในไทยคือ ?ราชพฤกษ์?
 
ไม้ของพ่อ-ไม้ของแผ่นดิน-ไม้สำคัญของคนไทยทั้งชาติ !!!!.



My question ดอกไม้ประจำจังหวัดสกลนคร( *อ*)




 
บันทึกการเข้า
[D][A][N][I]
Full Member
***

คะแนนจิตพิสัย +4/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 206


With all my love !

Aqua__man@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #101 เมื่อ: 01 กรกฎาคม 2008, 11:23:45 pm »



My question ดอกไม้ประจำจังหวัดสกลนคร( *อ*)


--------------------------------------------------------------------------------------------------

อินทนิลน้ำ ไม้งาม สกลนคร



ดอกไม้ประจำจังหวัด: ไม่มี
ต้นไม้ประจำจังหวัด: อินทนิลน้ำ (Lagerstroemia speciosa)
คำขวัญประจำจังหวัด: พระธาตุเชิงชุมคู่บ้าน พระตำหนักภูพานคู่เมือง งามลือเลื่องหนองหาน แลตระการประสาทผึ้ง สวยสุดซึ้งสาวภูไท ถิ่นมั่นในพุทธธรรม

พันธุ์ไม้พระราชทานเพื่อปลูกเป็นมงคลจังหวัดสกลนคร

ชื่อวิทยาศาสตร์ Lagerstroemia speciosa (L.) Pers.

วงศ์ LYTHRACEAE

ชื่อสามัญ Queen's Flower, Queen's Crape Myrtle, Pride of India

ชื่ออื่น ตะแบกดำ อินทนิล

ไม้ต้น ผลัดใบ สูง 10 - 25 เมตร ลำต้นเปลือย แต่ตรง มักจะมีกิ่งใหญ่แตกจากลำต้น สูงเหนือพื้นดินขึ้นมาไม่มาก นัก เรือนยอดแผ่กว้างเป็นพุ่มกลม

เปลือก ค่อนข้างเรียบสีเทาหรือสีน้ำตาลอ่อน มีรอยด่างเป็นดวงสีขาว

ใบ ใบเดี่ยว ออกตรงข้าม หรือเยื้องกันเล็กน้อย แผ่นใบรูปขอบขนานแกมรูปรี กว้าง 6 - 10 เซนติเมตร ยาว 11 - 26 เซนติเมตร ปลายแหลมยาวเป็นติ่งเล็กน้อย โคนกลมหรือมน

ดอก สีม่วงสด ม่วงปนชมพูหรือชมพูเป็นล้วนออกเป็นช่อที่ปลาย กิ่ง เมื่อบานเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5 - 7.5 เซนติเมตร

ผล ผลรีมีขนาดใหญ่ ยาว 2.2 - 2.6 เซนติเมตร ไม่มีขน ปกคลุม

นิเวศวิทยา ขึ้นตามที่ราบลุ่มบริเวณริมน้ำในป่าเบญจพรรณชื้น และป่าดิบทั่วไป

ออกดอก มีนาคม - มิถุนายน ผลแก่ ตุลาคม - ธันวาคม พอผลแก่เต็มที่จึงแตกออกเพื่อโปรยเมล็ดในช่วงพฤศจิกายน - มกราคม

ขยายพันธุ์ โดยเมล็ด

วิธีปฏิบัติต่อเมล็ดและการเพาะเมล็ด -

ข้อสังเกตและผลการทดลอง

1. เมล็ดงอกใช้เวลาประมาณ 20 วัน

2. ภายในระยะเวลา 4 เดือน ต้นกล้าจะมีความสูงประมาณ 20 ซม. สามารถย้ายปลูกได้

ประโยชน์ ไม้ใช้ทำเสา เครื่องมือการเกษตร ใบแก้เบาหวาน ลดความดัน

                           

****************************************************************

My question is :Flower of NakhonSawan ( อ)
บันทึกการเข้า

This life is a sea ... And we are all sailors ! ... I love Navy22
แดงคนดี
Living In Lebanon
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนจิตพิสัย +106/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14177


~สาวสกลนคร~

daeng.navy22@hotmail.com
เว็บไซต์
« ตอบ #102 เมื่อ: 10 กรกฎาคม 2008, 02:19:46 am »

question is :Flower of NakhonSawan ( อ)


 ดอกไม้ประจำจังหวัดนครสวรรค์
ชื่อดอกไม้ ดอกเสลา



--------------------------------------------------------------------------------------
 
จังหวัดนครสวรรค์ มีพื้นที่ 9,597.7 ตารางกิโลเมตร ภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำ มีป่าไม้อยู่ทางทิศตะวันตกและทิศตะวันออก แบ่งการปกครองออกเป็น 12 อำเภอ และ 2 กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมืองนครสวรรค์ อำเภอลาดยาว อำเภอตาคลี อำเภอชุมแสง อำเภอบรรพตพิสัย อำเภอท่าตะโก อำเภอพยุหะคีรี อำเภอไพศาล อำเภอหนองบัว อำเภอตากฟ้า อำเภอโกรกพระ อำเภอเก้าเลี้ยว และกิ่งอำเภอแม่วงก์ กิ่งอำเภอแม่เปิน

สภาพพื้นที่ ตามลักษณะภูมิศาสตร์โดยทั่วไป ส่วนใหญ่เป็นที่ลาบลุ่มเหมาะแก่การเกษตร เป็นที่ราบประมาณ 3 ใน 4 ของพื้นที่จังหวัด มีแม่น้ำสายสำคัญคือ แม่น้ำปิง แม่น้ำยม และแม่น้ำน่าน ไหลมารวมกันเป็น แม่น้ำเจ้าพระยา ไหลผ่านช่วงกลางของจังหวัด และแบ่งพื้นที่ของจังหวัดออกเป็นด้านตะวันออกและตะวันตก สภาพภูมิประเทศทางด้านทิศตะวันตกของจังหวัดมีภูเขาสลับซับซ้อนและเป็นป่าทึบในเขตอำเภอลาดยาว อำเภอแม่วงก์ กิ่งอำเภอแม่เปิน และกิ่งอำเภอชุมตาบง พื้นที่ป่าของจังหวัดเป็นสภาพป่าที่เชื่อมโยงติดต่อกับป่าห้วยขาแข้งของจังหวัดอุทัยธานีในส่วนทางใต้ของอำเภอแม่วงก์ ส่วนบนของอำเภอแม่วงก์และอำเภอลาดยาวเป็นส่วนติดต่อกับป่าทึบของจังหวัดตาก ที่เชื่อมโยงไปถึงป่าทุ่งใหญ่นเรศวรของจังหวัดกาญจนบุรี

สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัด เป็นที่ราบค่อนข้างเรียบแคบบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำโดยเฉพาะตอนกลางของจังหวัด ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอเมือง ฯ, อำเภอบรรพตพิสัย, อำเภอชุมแสง, อำเภอท่าตะโก, อำเภอโกรกพระและอำเภอพยุหะคีรี สภาพพื้นที่ทางทิศตะวันตก (เขตอำเภอลาดยาว, อำเภอแม่วงก์, กิ่งอำเภอแม่เปินและกิ่งอำเภอชุมตาบง) และทิศตะวันออก (เขตอำเภอหนองบัว, อำเภอไพศาลี, อำเภอตากฟ้าและอำเภอตาคลี) มีลักษณะเป็นแบบลอนลูกคลื่นยกตัวขึ้นจากตอนกลางของจังหวัด สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 50 - 150 เมตร
 
<<<สัญญลักษณ์จังหวัดนครสวรรค์ >>>

         
   
     ตราประจำจังหวัด รูปวิมาน 
      หมายถึง ตามคติทางศาสนาที่เชื่อถือกันมาว่าบนสวรรค์นั้นเป็นที่อยู่ของเหล่าเทพทั้งหลายและผู้มีบุญมากเท่านั้นจึงจะได้ไปบังเกิดในสวรรค์ มีวิมานเป็นที่สถิตอย่างสุขสบาย
 เมื่อจังหวัดนี้ชื่อว่า นครสวรรค์ แปลว่าเมืองของชาวสวรรค์ จึงได้นำเอา วิมาน มาเป็นสัญญลักษณ์ของเมืองนี้ จังหวัดนครสวรรค์ ใช้อักษรย่อว่า นว
 
ธงประจำจังหวัด


 
คำขวัญจังหวัดนครสวรรค์
 
เมืองสี่แคว แห่มังกร
 
พักผ่อนบึงบอระเพ็ด ปลารสเด็ดปากน้ำโพ


 ดอกไม้ประจำจังหวัดนครสวรรค์
ชื่อดอกไม้ ดอกเสลา

ต้นไม้ประจำจังหวัด

ชื่อพรรณไม้ เสลา
ชื่อวิทยาศาสตร์ Lagerstroemia loudonii
 
<<<สะพานเดชาติวงศ์ อีกสัญลักษณ์คู่บ้านเมือง นครสววรค์>>>
เมืองนครสวรรค์ เป็นหัวเมืองชั้นตรีซึ่งปรากฏอยู่ตามกฎหมายเก่าในสมัยแผ่นดิน สมเด็จพระเอกาทศรถ ราว พ.ศ. ๒๑๐๐ ว่าด้วยเรื่องดวงตราประทับหนังสือที่ให้เสนาบดีเจ้ากระทรวงใช้ในราชการ 



สะพานเดชาติวงศ์ อีกสัญลักษณ์คู่บ้านเมือง นครสววรค์
 
 
หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ 
ที่ทำการไปรษณีย์ โทร. 0 5621 2241
เทศบาลเมือง โทร. 0 5622 2452
ประชาสัมพันธ์จังหวัด โทร. 0 5622 1530, 0 5633 1747
โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ โทร. 0 5622 8688
สภ.อ.เมือง นครสวรรค์ โทร. 0 5622 1005
สถานีตำรวจ ศูนย์ชอนตะวัน โทร. 191
สำนักงานจังหวัดนครสวรรค์ โทร. 0 5622 1018
สถานีรถไฟ โทร. 0 5625 5544

------------------------------------------------------------------------------------

คำถาม......

  พระราชวังใดมีอายุ 100 ปี

 ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยุ่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษา (ส)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 กรกฎาคม 2008, 02:34:27 am โดย d@eng » บันทึกการเข้า

[D][A][N][I]
Full Member
***

คะแนนจิตพิสัย +4/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 206


With all my love !

Aqua__man@hotmail.com
เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #103 เมื่อ: 11 สิงหาคม 2008, 02:15:06 am »

คำถาม......

  พระราชวังใดมีอายุ 100 ปี

 ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยุ่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษา (ส)


                     
 

พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ (ภาพโดย : วรนันทน์ ชัชวาลทิพากร)
 
       ห่างจากพระปฐมเจดีย์ ในจังหวัดนครปฐมไปเพียง 2 กิโลเมตรเท่านั้น เป็นที่ตั้งของ "พระราชวังสนามจันทร์" พระราชวังอีกแห่งหนึ่งที่มีความผูกพันกับพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เป็นอย่างมาก
       
       แม้จะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพนัก แต่การเดินทางไปยังเมืองนครปฐมในสมัยก่อนก็นับว่าค่อนข้างลำบาก แต่รัชกาลที่ 6 โปรดความร่มเย็นเป็นธรรมชาติ และความเป็นแหล่งศิลปวัฒนธรรม ศาสนาของเมืองนครปฐม พระองค์จึงโปรดให้สร้างพระราชวังขึ้นที่นี่ นอกจากนั้นอีกเหตุผลหนึ่งก็คือเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับรับวิกฤตการณ์ของประเทศอันอาจเกิดขึ้น เนื่องจากในขณะนั้นเป็นช่วงล่าอาณานิคมของชาติตะวันตก พระองค์จึงทรงมีพระราชดำริให้สร้างพระราชวังไว้เป็นที่มั่นในเมืองที่ข้าศึกสามารถตามมาได้ยาก
       
       บริเวณที่สร้างพระราชวังสนามจันทร์นี้เป็นพระราชวังเก่าของกษัตริย์ในสมัยโบราณ เรียกว่าเนินปราสาท การก่อสร้างนี้มีหลวงพิทักษ์มานพ (น้อย ศิลปี ซึ่งต่อมาเลื่อนยศเป็นพระยาวิศุกรรม ศิลปประสิทธิ์) เป็นแม่งาน ใช้เวลาสร้างถึง 4 ปีด้วยกัน เมื่อเสร็จเรียบร้อยลงใน พ.ศ.2450 รัชกาลที่ 6 จึงพระราชทานนามให้ว่า "พระราชวังสนามจันทร์" ซึ่งประกอบไปด้วยพระที่นั่งและพระตำหนักต่างๆ อันมีชื่อคล้องจองกัน
       
       สำหรับพระที่นั่งที่สร้างขึ้นเป็นองค์แรกก็คือ "พระที่นั่งพิมานปฐม" อาคาร 2 ชั้นแบบตะวันตกแต่ดัดแปลงให้เหมาะสมกับสภาพอากาศเมืองร้อน พระที่นั่งชั้นบนประกอบด้วยห้องบรรทม ห้องสรง ห้องบรรณาคม ห้องภูษา ห้องเสวย และหอพระ มีพระพุทธรูปปางปฐมเทศนาและภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนัง ฝีมือของพระยาอนุศาสน์จิตรกร (จันทร์ จิตรกร) ที่งดงามมาก ใกล้ๆ กันนั้นคือ "พระที่นั่งอภิรมย์ฤดี" พระที่นั่งหลังย่อมติดกับพระที่นั่งพิมานปฐมออกไปทางทิศใต้ มีลักษณะเป็นตึก 2 ชั้นเช่นกัน

   
   
สะพานเชื่อมไปยังพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ (ภาพโดย : วรนันทน์ ชัชวาลทิพากร)
 
 
       พระที่นั่งสามัคคีมุขมาตย์ พระที่นั่งโถงใหญ่ หน้าบันทิศเหนือเป็นรูปจำหลัก ท้าวอมรินทราธิราชประทานพร ประทับอยู่ในพิมานปราสาทสามยอด เพดานพระที่นั่งสามัคคีมุขมาตย์ทาสีแดงเข้มปิดทองฉลุเป็นลายดาว พระองค์ทรงใช้เป็นที่สำหรับออกงานสโมสรสันนิบาต เสด็จออกขุนนาง ใช้เป็นที่ฝึกอบรมเสือป่า รวมทั้งเป็นสถานที่แสดงโขนละคร จนชาวบ้านเรียกติดปากว่า "โรงโขน"
       
       พระที่นั่งคู่แฝดของพระที่นั่งสามัคคีมุขมาตย์ ก็คือพระที่นั่งวัชรีรมยา สร้างขึ้นภายหลัง เป็นพระที่นั่งทรงไทย 2 ชั้น มุงกระเบื้องเคลือบทำนองเดียวกับหลังคาพระที่นั่งในพระบรมมหาราชวัง มีคันทวย ช่อฟ้า ใบระกา นาคสะดุ้ง และหางหงส์งดงาม หน้าบันของพระที่นั่งทางด้านตะวันออก เป็นรูปช้างเอราวัณ บนหลังมีสัปคัปลายทองตามแบบช้างทรงกษัตราธิราช ข้างในเข็มวชิราวุธล้อมรอบด้วยลายกนกลงรักปิดทอง พื้นประดับกระจกสีน้ำเงิน พระที่นั่งองค์นี้ใช้เป็นที่ทรงงานและประทับเป็นบางครั้งคราว
       
       พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ อาคารสองชั้นทาสีไข่ไก่ หลังคามุงกระเบื้องสีแดง เป็นสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบเรอเนซองส์ของฝรั่งเศสกับอาคารแบบฮาล์ฟ ทิมเบอร์ของอังกฤษ ในช่วงปลายรัชกาล พระองค์โปรดประทับที่พระตำหนักแห่งนี้เป็นประจำ และทรงประกอบพระราชกรณียกิจต่างๆ เช่น ให้ราชทูตต่างประเทศเข้าเฝ้า และประทับทอดพระเนตรฟุตบอลระหว่างกรมเสือป่าม้าหลวงกับกรมเสือป่าพรานหลวง ณ สนามหญ้าหน้าพระตำหนัก

         
 
พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์ (ภาพโดย : อภินันท์ บัวหภักดี)
 
 
       บริเวณหน้าพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ มีอนุสาวรีย์ย่าเหล สุนัขทรงเลี้ยงซึ่งมีความเฉลียวฉลาดและจงรักภักดีต่อรัชกาลที่ 6 เป็นอย่างยิ่ง จึงเป็นที่โปรดปรานของพระองค์ และเมื่อย่าเหลเสียชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุ รัชกาลที่ 6 จึงโปรดให้สร้างอนุสาวรีย์ขึ้นบริเวณนี้ และทรงพระราชนิพนธ์คำไว้อาลัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย
       
       พระตำหนักอีกหลังหนึ่งซึ่งสร้างขึ้นเป็นคู่กับพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ก็คือ พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์ พระตำหนักไม้สองชั้นแบบตะวันตก มีเสาไม้กลมแกะสลักเป็นแบบนีโอ-คลาสสิก ระหว่างพระตำหนักสองหลังนี้มีทางเดินเชื่อมกัน ปัจจุบันเป็นที่จัดแสดงพระราชประวัติรัชกาลที่ 6 ตลอดจนการจำลองฉลองพระองค์ให้คนทั่วไปได้ชม
       
       นอกจากนั้นยังมีพระตำหนักทับแก้ว ตึกสองชั้นแบบฝรั่งซึ่งเคยเป็นที่ตั้งกองบัญชาการเสือป่า กองร้อยเสนาน้อยราบเบารักษาพระองค์ และพระตำหนักทับขวัญ เรือนไทยที่ประกอบด้วยกลุ่มเรือนแปดหลังเชื่อมกันด้วยนอกชาน ตัวเรือนทำด้วยไม้สักล้วนใช้วิธีเข้าไม้ตามวิธีสร้างเรือนไทยโบราณงดงามมาก

             
 
พระที่นั่งวัชรีรมยา (ภาพโดย : อภินันท์ บัวหภักดี)
 
 
       งามอยู่คู่จังหวัดนครปฐม และในโอกาสนี้ ทางบริษัทเอปสัน (ประเทศไทย) ร่วมกับสำนักพระราชวัง จึงจัดโครงการประกวดภาพถ่ายชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในชื่อ "สืบสาน เสน่ห์ขลัง พระราชวังไทย ครั้งที่ 2 (พระราชวังสนามจันทร์)" เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองที่พระราชวังมีอายุครบ 100 ปี โดยมีแนวคิดในการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์และแผ่นดินไทย ที่อบอวลอยู่ในมนต์เสน่ห์ของพระราชวังสนามจันทร์
       
       เป็นเวลาเกือบร้อยปีแล้วที่พระราชวังสนามจันทร์ยังคงความงด
       โครงการนี้ได้ช่างภาพมืออาชีพ 3 ท่านมาร่วมเป็นช่างภาพกิตติมศักดิ์เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมการประกวดภาพถ่าย ได้แก่ อภินันท์ บัวหภักดี บรรณาธิการฝ่ายภาพอนุสาร อสท. วรนันทน์ ชัชวาลทิพากร นักถ่ายภาพประเภทท่องเที่ยวที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของสมาคมถ่ายภาพแห่งอเมริกา และจินดา วานิชพัฒนากูล นายกสมาคมถ่ายภาพกรุงเทพ ประจำปี 2546-47
       
       โดยอภินันท์ ได้กล่าวถึงความประทับใจเกี่ยวกับพระราชวังสนามจันทร์ว่า พระราชวังนี้เคยรุ่งเรืองในสมัยรัชกาลที่ 6 และทรุดโทรมลงไป แต่หลังจากนั้นก็มีการปรับปรุงโดยสำนักพระราชวัง จนกลับมาสวยงามอีกครั้ง เป็นสง่าแก่จังหวัดนครปฐม และเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่น่าท่องเที่ยว
       
       "นอกจากความสวยงาม ที่นี่ก็ยังมีความน่าสนใจในเรื่องประวัติศาสตร์ เสน่ห์อีกหนึ่งอย่างก็คือ อนุสาวรีย์ย่าเหล ซึ่งเป็นเรื่องราวของสุนัขตัวหนึ่งที่มีความจงรักภักดีและแสนรู้ และจะมีมุมอยู่มุมหนึ่งอยู่ทางด้านหลังของพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ ซึ่งมีส่วนที่เชื่อมต่อกับพระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์เป็นเส้นนำสายตา เมื่อมองไปจะมีเงาสะท้อน ซึ่งทั้งเงา ทั้งเส้นสายตา ภาพสะท้อนและตัวพระราชวังเองที่มีความสวยงามอยู่แล้ว เมื่อมาประกอบกันทำให้เป็นภาพถ่ายที่มีองค์ประกอบครบถ้วน"

           
 
พระบรมราชานุสาวรีย์ของรัชกาลที่ 6 ภายในพระราชวังสนามจันทร์ (ภาพโดย : อภินันท์ บัวหภักดี)
 
 
       ทางด้าน วรนันทน์ กล่าวว่า ปกติชอบถ่ายภาพเกี่ยวกับประเพณี วัฒนธรรม โบราณสถาน ชีวิตผู้คน และที่พระราชวังสนามจันทร์นี้ก็มีครบหมด ไม่ว่าจะเป็นโบราณสถานที่สวยงาม ประเพณีวัฒนธรรม หรือชีวิตคน ส่วนความประทับใจนั้นยกให้พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ แต่ถ้าเรื่องถ่ายภาพสวยต้องยกให้พระตำหนักทับแก้ว ทับขวัญ ซึ่งเป็นงานสถาปัตยกรรมที่หาดูได้ยากในปัจจุบันอีกด้วย
       
       นอกจากนั้น อภินันท์ยังให้คำแนะนำกับผู้ที่ต้องการส่งภาพเข้าประกวดว่า "หัวใจของการถ่ายภาพสถาปัตยกรรมคือเรื่องความสวยงาม ยิ่งใหญ่ และความสง่างาม ต้องตอบโจทย์นี้ให้ได้ ต้องเลือกมุม มีความอดทนในการรอเวลาที่เหมาะสม ซึ่งทุกมุมหรือแม้กระทั่งมุมเล็กๆ ก็สามารถถ่ายให้สวยได้ แต่ไม่ใช่สักแต่ว่าถ่าย จะต้องหามุมที่สวยที่สุดที่สามารถสะท้อนให้เห็นได้ถึงความสวยงาม ความยิ่งใหญ่ ความสง่างามของตัวพระราชวังออกมาให้ได้"

       http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9490000013036

****************************************************************
My question

Who is the President of China ? (H) 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11 สิงหาคม 2008, 02:18:29 am โดย [D][A][N][I] » บันทึกการเข้า

This life is a sea ... And we are all sailors ! ... I love Navy22
Mr.Redrose19
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #104 เมื่อ: 24 สิงหาคม 2008, 06:20:25 am »

President Hu Jintao  ของจีน

The President of China occupies the highest state office in the PRC. In combination with the Standing Committee of the NPC, the President exercises the functions and powers of head of state. The President, pursuant of decisions of the NPC or its Standing Committee, promulgates laws, appoints and removes members of the State Council, issues orders, receives foreign diplomatic representatives on behalf of the PRC, dispatches and recalls plenipotentiary representatives abroad, and ratifies and abrogates treaties and important agreements reached with foreign states.

The current President is Hu Jintao; current Vice-President is Zeng Qinghong.

question is : พระชายาเอก ของเสด็จเตี่ย(ท)

และก็ขอปรบมือให้นะครับ น้องดานี่

เก่งนะครับ สำหรับกระทู้นี้นะ แลกเปลี่ยนคำถามและผลัดกันตอบนี้นะสนุกมากนะครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: