หน้าแรกบอร์ด
ช่วยเหลือ
ค้นหา
ปฏิทิน
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
» ยินดีต้อนรับคุณ,
บุคคลทั่วไป
กรุณา
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว:
พ.จ.ต. สุเทพ อิ่มเอิบ อีเมล
s_dmax@yahoo.com
รุ่น22 เออรี่ปี51 เบอร์โทรบ้าน 027512367 มือถิอ 0853386520 เปิดร้านขายซุบหางวัวอยู่ที่ ต.บางพลีใหญ่ สมุทรปราการถ้าผ่านมาแวะมาลองชิมกันได้
บ้านเลขที่ 22
>
กระดานนาวี22
>
สนทนาทั่วไป
>
กระทู้มันส์ๆจากสมาชิกในเว๊บบอร์ดเก่า (มาเม้าส์..เผาๆ กันใหม่นะ)
หน้า: [
1
]
2
3
...
5
ลงล่าง
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
พิมพ์
ผู้เขียน
หัวข้อ: กระทู้มันส์ๆจากสมาชิกในเว๊บบอร์ดเก่า (มาเม้าส์..เผาๆ กันใหม่นะ) (อ่าน 12105 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 5 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แดง Lebanon
d@eng Lebanon
Auther
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +60/-1
ออฟไลน์
กระทู้: 3390
~ รักนะ..นาวี 22~
กระทู้มันส์ๆจากสมาชิกในเว๊บบอร์ดเก่า (มาเม้าส์..เผาๆ กันใหม่นะ)
«
เมื่อ:
22 มีนาคม 2008, 12:39:13 am »
เริ่มต้นที่..หน้าแรกเลย ที่เว๊บบอร์ดเก่า เอ้....มีใครบ้างนะ ยกมาเลยยยยยยยย ........มันส์ๆๆๆๆๆๆๆๆ
b]
เริ่มจากเจ้าสาวคนใหม่(เก่ายังตอนนี้อิอิ พี่ nut )
ได้ลิงค์มาใหม่จ้า ใครปวดหัว (ใจ รักษาเองคะ)) ตัวร้อน เป็นไข้ ถามไถ่กันได้นะวินิจฉัยโรคแม่นคะ
www.doctordiag.com
nongnu
พี่มานะหนูสมัครใหม่แล้วนะใช้ชื่อตัวเองแล้วค่ะ ไม่ได้ยืมของใครใช้แล้วล่ะ ฝากอ่านไฟล์ที่แนบมาด้วยอ่ะค่ะ
yadza
ได้สมาชิกเพิ่มอีกแล้ว
nut
พระสมเด็จ แบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ
พระสมเด็จวัดระฆังโฆษิตาราม
มีพิมพ์นิยมอยู่ 5 พิมพ์ดังนี้
พิมพ์ใหญ่ แบ่งออกเป็น 4 พิมพ์
พิมพ์ทรงเจดีย์ แบ่งออกเป็น 5 พิมพ์
พิมพ์ฐานแซม แบ่งออกเป็น 4 พิมพ์
พิมพ์เกศบัวตูม
พิมพ์ปรกโพธิ์
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม
สร้างบรรจุกรุไว้ที่วัดใหม่อมตรส (วัดบางขุนพรหม) กรุงเทพฯ มีด้วยกัน 9 พิมพ์ ดังนี้
พิมพ์ใหญ่
พิมพ์ทรงเจดีย์
พิมพ์เส้นด้าย
พิมพ์ฐานแซม
พิมพ์เกศบัวตูม
พิมพ์สังฆาฏิ
พิมพ์ฐานคู่
พิมพ์อกครุฑเศียรบาตร
พิมพ์ปรกโพธิ์
พระสมเด็จวัดเกศไชโยวรมหาวิหาร (อ่างทอง)
มีมากมายหลายพิมพ์ แต่ที่นิยมมี 3 พิมพ์ คือ
เจ็ดชั้นพิมพ์ใหญ่
หกชั้น (อกตัน)
หกชั้น (อกตลอด)
*******************
มาเรียนภาษาอังกฤษจากเพลงกันดีกว่า
ให้เพื่อนๆๆพี่ ๆๆๆไปหัดร้องกันคะ
เนื้อเพลง: อิ่มอุ่น
อัลบั้ม: ชุดลำลอง
อุ่นใดๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียม
อุ่นอกอ้อมแขนอ้อมกอดแม่ตระกอง
รักเจ้าจึงปลูก รักลูกแม่ย่อมห่วงใย
ไม่อยากจากไปไกล แม้เพียงครึ่งวัน
ให้กายเราใกล้กัน ให้ดวงตาใกล้ตา
ให้ดวงใจเราสองเชื่อมโยงผูกพัน
อิ่มใดๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียม
อิ่มอกอิ่มใจ อิ่มรักลูกหลับนอน
น้ำนมจากอก อาหารของความอาทร
แม่พร่ำเตือนพร่ำสอน สอนสั่ง
ให้เจ้าเป็นเด็กดี ให้เจ้ามีพลัง
ให้เจ้าเป็นความหวังของแม่ต่อไป
ใช่เพียงอิ่มท้อง
ที่ลูกร่ำร้องเพราะต้องการไออุ่น
อุ่นไอรัก อุ่นละมุน
ขอน้ำนมอุ่นจากอกให้ลูกดื่มกิน
no other warmnesses in this world can be compared,
the warmness of dearest mum's cuddle.
You are the seed of love that mum will prudently take care of.
doesn't want to be apart, event half a day.
Let us be together, let our eyes contact
Let our two hearts be binded
No other fullnesses in this world can be compared
To the mum's heart full of love when see you are happily sleeping
Milk from the breasts is food of compassion
Mum keeps teaching to make a good and strong child out of you.
And to make you the hope of her.
It's the cry for mummy's warm milk.
Not only to be fed, the reason cries the baby,
But it is the cry for delicate warmness
***********************
Rung
มี link เพลงนี้ป่ะ...น้องนัท...หามานานและ
***********
nut
พี่รุ่ง ไปหัดร้องเพลงในเวปนี้ให้เก่งๆๆๆนะ แล้วจะพาไปออกงานจ้า
www.ikymusic.com
แถม
www.ethaimusic.com
**************************
Rung
พาไปออกงานวัด....เก็บตังค์ เลยนา น้องนัท
************************
แบน พร
.จาไปวัดไหนล่ะรุ่ง พี่ว่าอย่าไปรบกวนเวลาจำวัดของพระคุณท่านเลยนะ ช่วงนี้เข้าพรรษาด้วย ว่าแต่ nongnu , nut เนี่ยะมาชิกใหม่เหรอ?แบบว่าแบนไม่ได้เข้ามานานเลยตะแรกนึกว่าคลิกเวบผิดซะอีก อิอิอิอิ
************************
วายร้าย
เห็นว่ามีประโยชน์น่าอ่าน
รู้ไว้ป้องกันกลโกง : กลโกงบัตรเครดิตโดยใช้บัตรหมดอายุ
กลโกงที่ 1
เพื่อนคนหนึ่ง ไปใช้บริการ fitness เขาเอากระเป๋าเสื้อผ้ารวมทั้งกระเป๋าเงินใส่ไว้ในล็อกเกอร์เมื่อออกกำลังการเสร็จกลับมาที่ล็อกเกอร์ก็พบว ่า ล็อกเกอร์เปิดอยู่ เขาคิดว่า " เอ
ก่อนออกไปก็ดูว่าปิดดีแล้วนี่หน่า " เพื่อนรีบใส่เสื้อผ้าแล้วรีบเช็คดูของในกระเป๋าเงิน เงินก็อยู่ครบ บัตรเครดิตมีกี่ใบก็อยู่ครบ เพื่อนก็ไม่คิดอะไรมาก คิดว่าคงลืมปิดล็อกเกอร์เองจริงๆ ถ้ามีคนมางัดมันคงเอาเงินเอาบัตรไปแล้ว
หลายอาทิตย์ต่อมา เมื่อ statement บัตรเครดิตมาถึงปรากฎยอดใช้จ่ายแสนสี่เท่านั้นเอง หา แสนสี่ !!! เพื่อนรีบโทรหาแบงก์ทันทีแล้วก็โวยวายทันที่ว่า เกิดมาไม่เคยคิดฝันจะใช้จ่ายได้ขนาดนั้นทางแบงก์ก็เช็คดูก็เห็นว่า system ไม่มีอะไรผิด มียอดใช้จ่ายเข้ามาจริงๆ แล้วก็บอกให้เพื่อนเช็คดูว่าบัตรโดนขโมยหรือเปล่า เพื่อนก็บอกสวนไปเลยว่า"เปล่าบัตรยังอยู่เลย " ว่าแล้วก็เปิดกระเป๋าควักบัตรมาดู นั่นเลยบัตรที่บอกว่าอยู่มันบัตรคนอื่นนี่หว่า บัตรแบงก์เดียวกันเลยหน้าตาเหมือนกันเลย แต่มันเป็นของคนอื่น แล้วก็หมดอายุแล้วด้วย
ไอ้ขโมยมันเปิดล็อกเกอร์ แล้วก็เอาบัตรหมดอายุมาไว้แทนแล้วก็เอาบัตรของเพื่อนไปใช้และในเมื่อเพื่อนก็ไม่ได้แจ้งอายัติบัตรกับทางแ บงก์แบงก์ก็ไม่บันทึกเข้าไปในระบบบัตรหาย เวลาขโมยไปรูดที่ไหนเดื๋ยวนี้ก็รู้กันว่าร้านค้า เวลาเช็คลายเซ็นก็ไม่ดูมาก เซ็นคล้ายๆก็ผ่านแล้ว
ขโมยมันค่อยๆ รูด วันละนิดวันละหน่อย (มีเวลานานนี่ ตั้งหลายวัน บาง Case หลายอาทิตย์ กว่า statement จะมา) รวมกันหลายวันก็เป็นแสนได้ แบงก์ก็แจ้งว่าในข้อตกลงของบัตรเครดิต ถ้ามีการใช้บัตรขโมยโดยเจ้าของบัตรไม่ได้แจ้งอายัติบัตร เจ้าของบัตรจะต้องรับผิดชอบชดใช้ยอดนั้นๆบทเรียนจากกรณีนี้ ไอ้ที่บอกว่าให้เช็คบัตรดูให้ดี มันของแน่อยู่แล้ว
ต่อไปนี้เป็นคำแนะนำเพิ่มเติม
1. อย่าถือบัตรเครดิตหลายๆ ใบ เลือกเอาเจ้าที่คิดว่าบริการดีที่สุด 1-2 ใบแล้วยกเลิกบัตรที่เหลือไปซะ ถึงขโมยมันจะเปลี่ยนบัตรไปเมื่อคุณเอาบัตรมาใช้คราวต่อไป (อาจจะเป็นวันเดียวกันหรือวันถัดไป)คุณก็จะรู้ว่าบัตรโดนขโมยไป ถ้าถือบัตรหลายใบ ขโมยมันแค่ดูที่รอยรูดก็รู้ว่า บัตรใบนั้นใช้บ่อยหรือไม่ มันจะเลือกใบที่ไม่มีรอยรูดเพราะรู้ว่าคุณไม่ค่อยได้สนใจใช้
2. พยายามทำบัตรเครดิตของตัวให้มีข้อสังเกตพิเศษ ไม่เหมือนใคร เช่น PhotoCard มีรูปตัวเอง รูปหมา รูปแมวบนบัตร , บัตรมีรอยบิ่นนิดหน่อย , บัตรมีSticker ส่วนตัวแปะอยู่ (เดี๋ยวอ่าน กรณีที่ 2 จะเห็นว่ามีประโยชน์)
3. ในเมืองไทย ถ้าขโมยได้บัตรเครดิตไป โดยเจ้าของบัตรรู้และแจ้งอายัติจะเอาไปใช้ในเมืองไทยไม่ค่อยได้ ขโมยจึงต้องการช่วงเวลาก่อนที่เจ้าของบัตรจะรู้ตัวให้นานที่สุด
และปัจจุบันเครือข่ายบัตรเครดิตปลอมมันเป็นพวก Inter มัน copyข้อมูลบัตรไปให้พวกมันในประเทศอื่นช่วยกันใช้ได้ด้วย
กลโกงที่ 2
เพื่อนอีกคนไปกินอาหารในภัตตาคารแล้วก็จ่ายค่าอาหารด้วยบัตรเครดิตโดยมอบให้บ๋อยภัตตาคารเอาไปรูด เมื่อบ๋อยเอาบัตรเครดิตมาคืนโดยปกติเพื่อนก็จะเก็บเข้ากระเป๋าเลยไม่เช็คมาก แต่วันนั้นโชคดีเพื่อนดันสังเกตว่าบัตรที่บ๋อยคืนมามันเป็นบัตรของคนอื่นที่หน้าตาของบัตรเหมือนกันเด๊ะแต ่หมดอายุแล้ว ตอนแรกเพื่อนก็ไม่คิดอะไรมาก คิดว่าเป็นความผิดพลาดของ Cashier จึงเรียกบ๋อยมาบอกว่าหยิบบัตรผิดมาให้ แต่มันน่าสังเกตุว่าบ๋อยไม่มีท่าทีประหลาดใจอะไรเลย มันหยิบบัตร ขอโทษ แล้วเดินกลับไปหา Cashier ทำมือโบกบัตรให้ Cashier ดู Cashier ก็ไม่ทำท่าประหลาดใจใดๆ รีบหยิบบัตรของเพื่อนเปลี่ยนให้แบบเฉยเมย ไม่พูดอะไรกันสักคำ บ๋อยก็เอาบัตรของเพื่อนมาคืนให้แล้วขอโทษ
ใช่แล้วมันเป็นพวกขโมยบัตรเครดิตถ้าเราไม่เช็คบัตรแล้วกลับไป มันอาจมีเวลาถึง 24ชั่วโมงในการใช้บัตรของคุณก่อนที่คุณจะใช้บัตรครั้งต่อไปแล้วพบว่าวงเงินเต็ม
บทเรียนจากกรณีนี้
1. เช็คบัตรเครดิตที่คืนมาทุกครั้งแม้ว่าบัตรจะพ้นสายตาของเราไปเพียงแค่แวบเดียวก็ตาม
2. พยายามทำบัตรเครดิตของตัวให้มีข้อสังเกตพิเศษ ไม่เหมือนใคร เช่น PhotoCard มีรูปตัวเอง รูปหมา รูปแมวบนบัตร , บัตรมีรอยบิ่นนิดหน่อย , บัตรมี sticker ส่วนตัวแปะอยู่
วายร้าย
ไม่รู้จะเรียกว่าโชคดีหรือโชคร้าย ที่อยู่ดีดี ทั้ง นู๋วายและยาย โดนโทรศัทพ์จากทางปัตตานีโทรเช็ค ว่าเป็นเลขหมายจากที่ใด เล่นเอาขวัญผวาไปหมดทั้งคู่ กำอ่ะ งัยฝากพี่วีระ ณ สงขลา ดูแลให้ด้วยนะ เล่นเอาน้องๆ ขวัญเสียแบบนี้ไม่ดีนะ
***************
ปังปอน
ขวัญเอ้ย..ขวัญมา..มาอยู่กับเนื้อกับตัวน่ะ..น่าจ๋งจ๋านจังเลยน
************
vinitaya
เพราะเหตุนี้ใช่มะละ อาเจ้ของผมถึงหายต๋อมเข้ากลีบเมฆไปเลย แล้วเคลียร์เรียบร้อยยังเจ้ เป็นห่วงนะ
**********
tagola
เคลียอาราย ...ไม่เกี่ยวนะ
เจ้ลูกหลง..
ไม่รู้เป็งราย ..ชอบหลงมาทุ๊กที..กำของเรียม
************
vinitaya
ขวัญเอ้ย..ขวัญมา..มาอยู่กับเนื้อกับตัวน่ะ..น่าจ๋งจ๋านจังเลย
วายร้าย ไม่รู้จะเรียกว่าโชคดีหรือโชคร้าย ที่อยู่ดีดี ทั้ง นู๋วายและยาย โดนโทรศัทพ์จากทางปัตตานีโทรเช็ค ว่าเป็นเลขหมายจากที่ใด เล่นเอาขวัญผวาไปหมดทั้งคู่
อ้าว...ก็เห็นคุณวายว้ายบอกมาอย่างนี้ และก็อาเจ้ก็หายไป นึกว่าอาเจ้ก็โดนด้วยนะซี
***************
mana
เอ่ เอ้ ....ขวัญมา เวลาขับรถติดไฟแดง มองกระจกซ้ายขวาบ้างซิ ระวังมอไซ...ตาม..( โทรเชค...เผื่อจะเป็น ผู้สั่งการ..ก่อเหตุ อยู่นอกพื้นที่...ตรวจสอบแล้วซ้ายผ่านตลอด )
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15 เมษายน 2008, 03:29:40 pm โดย admin
»
บันทึกการเข้า
~คน ก็เหมือน คอม *เข้าใจวิธีดูแลรักษา เอาไว้ให้ดี *แล้วเขาจะอยู่กับเรานานๆ~
แดง Lebanon
d@eng Lebanon
Auther
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +60/-1
ออฟไลน์
กระทู้: 3390
~ รักนะ..นาวี 22~
รวมกระทู้มันส์ๆ..จากสมาชิกในเว๊บบอร์ดเก่า.(มาเม้าส์..*เผาๆ กันใหม่นะ ...)
«
ตอบ #1 เมื่อ:
22 มีนาคม 2008, 12:57:57 am »
วายร้าย
อย่าเกลียดกัน...
นับเนิ่นวันสัมพันธ์ห่างเกือบร้างแล้ว
เหลือเพียงวาบภาพฝันอันพริ้มแพรว
ติดตรงแนวรอยว้างระหว่างใจ
จดจำ...
ให้จารย้ำในอกอุ่นละมุนใส
สำหรับความรู้สึกแรกเคยแปลกใจ
แม้มิใช่รักสุดท้ายดั่งหมายมี
เพียรสอนว่า...
พบกันก็วาสนาเกินกว่าที่-
รู้สึกแยกแปลกหน้าบรรดาดี
มิได้มีรู้สึกใดเมื่อใกล้กัน
สอนใจ...
ให้ละเมียดละเมียนนัยหัวใจนั้น
เป็นบุพเพเห่ผ่านกาลและวัน
ย่อมแปรเปลี่ยนเวียนผันวันเวลา
อย่าเกลียดกัน...
นับเนิ่นวันสัมพันธ์ห่างอย่าร้างค่า
ให้ความรักสลักมั่นนิรันดร์ฟ้า
สำหรับรอบวันเวลาคราต่อไป
vinitaya
ได้ยินคำพร่ำวอนสะท้อนจิต
ฉันหยุดคิดใครกันนั่นละหนอ
ตัดสายใยเธอนั้นได้ลงคอ
ไม่รั้งรอเร่งรัดตัดสัมพันธ์
เพียงเพราะเธอใช่คนหวานจึงพาลลา
หลบหนีหน้าเธอไปให้ไหวหวั่น
กลับมาเถิดคุณครับกลับมาพลัน
เพื่อพูดกันให้รู้เรื่องเลิกเคืองขุ่น
ยออายอ
..พี่เวบช่วงนี้ลูกศิษย์สุนทรภู่ ..บานเลย...
vinitaya
ไม่ดีหรืออาเจ้....
จิตใจที่สุนทรีย์....ดีกว่าจิตใจที่มีแต่เศร้าหมอง
จิตที่มีแต่ทุกข์ครอง....แล้วจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง
บ้านเมืองกำลังยุคเข็ญ......ใจก็เต้นตุ๊บตะกลัวจะเจอระเบิดจัง
โอ๊ย.ใจของข้าละล้าละลัง.....กลัวบางครั้งจะเผลอใจ
เอ มันเกี่ยวกันไหมเนี่ย มั่วนิ่มๆๆๆๆๆ
webmaster
กลอนหวานฉ่ำ ออนไลน์ จ้า .....
.... ดีแล้ว ดีกว่านั่งด่ากัน เหออออ
一叶障目,不见泰山
vinitaya
เห็นด้วยครับพี่เว็บของผม......รักกันไว้เถิดเราเกิดร่วมแดนไทย.....ฯลฯ
ปล่อยอาเจ้แกไปตามบุญตามกรรมของแกคนเดียวเตอะ.นิๆๆๆๆๆ
ยออายอ
..คุณวิ..พี่เวบของผม...
แล้วเจ้ของคราย.......
vinitaya
ม่ายรู้.....ม่ายชี้
webmaster
ผมเลือกรักเป็นคน ๆ ครับ ใครทำไง(กับเรา) ก็ได้งั้น (กับเราอีกแหละ) ครับ
一叶障目,不见泰山
vinitaya
ผมเลือกรักเป็นคน ๆ ครับ ใครทำไง(กับเรา) ก็ได้งั้น (กับเราอีกแหละ) ครับ
นั่นสิ...เห็นด้วยคร้าบพี่ เห็นดียิ่งครับผม
ยออายอ
ยายรักเป็นตัว ตัว..... ตัวไหนไม่ดีก็เตะ..ตัวไหนดีก้อเตะ
yadza
นั่นแมวแล้วม้างยาย........จ๋า
kee
สาเหตุที่ไม่ควรมี ภรรยา
ผมสามารถเอ็นจอยxxx ในราคาที่คุ้มค่าเที่ยวทุกอาทิตย์ = 2,000 x 4 = 8,000 บาท/เดือน = 8000x12 = 96,000 บาท/ปี
เลือกได้ทุกรุ่นทุกขนาดใหม่ล่าสุดแกะกล่อง
ไม่มีข้อผูกพันใดๆ รับประกันคุณภาพและการบริการ
หาเมีย:
ต้นทุนระหว่างจีบ = 100,000 up
ต้นทุนดาวน์ = 300,000 บาท up
ค่าที่อยู่อาศัยให้ = 1,500,000 up
ค่าพาหนะ = 600,000 up
ค่าบำรุงรายเดือน = 50% ของเงินเดือน up
ไม่รวมค่าเสียเวลาและประสาทเสียจากการแทรกแซงและการไร้คุณภาพเป็นพักๆ ของ
ผลิตภัณฑ์ ซื้อแล้วห้ามเปลี่ยนห้ามใช้ผลิตภัณฑ์อื่นร่วม
ผลิตภัณฑ์มีอายุยืนยาวแต่คุณภาพเสื่อมทันทีที่ซื้อ
ผลิตภัณฑ์อาจเป็นสินค้ามือสองแต่จำหน่ายในราคาเต็ม
คุณไม่มีสิทธิ์ครอบครองผลิตภัณฑ์แต่ผลิตภัณฑ์มีสิทธิ์ครอบครองคุณและทุกสิ่งที่
คุณเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์เกิดแตกหน่อ รายได้ข้างต้นที่ว่ามาทั้งหมด
ต้องหักออกอีก 30% ของรายได้...
"ภรยตามา ปรมา ทุกขา" การมีภรรยามีทุกข์อย่างยิ่ง
มีเมีย เหมือนมือถือ.........เป็นเหมือนสื่อคอยติดตาม
มีเมีย เหมือนมียาม .........คอยสอบถามยุ่มย่ามใจ
มีเมีย เหมือนมีบ้าน .........อยู่นานนานย่อมเบื่อได้
มีเมีย เหมือนมอเตอร์ไซค์......ซิ่งเร็วไปอาจเสี่ยงตาย
มีเมีย เหมือนมีรถ ...........ราคาหดเวลาขาย
มีเมีย เหมือนผีพราย ........หากร่างกายไม่แต่งเติม
มีเมีย เหมือนม้าห้อ .........ควบไม่รอยามฮึกเหิม
มีเมีย เหมือนบัตรเสริม ....ต้องคอยเติมเงินเรื่อยไป
มีเมีย เหมือนปีศาจ ..........ยามอาละวาดน่าตกใจ
มีเมีย เหมือนมีไห ...........ปลาร้า....ใส่หลายร้อยปี
มีเมีย เหมือนมีคอมพ์ .......ต้องคอยซ่อมบ่อยเหลือที่
มีเมีย เหมือนปลากระดี่ .....ได้น้ำดีก็จากไป
มีเมีย เหมือนดั่งเสือ.........ขย้ำเหยื่อจะเหลือไร
มีเมียเหมือนกรรไกร........ ตัดทีไรขาดทุกที
มีเมีย ชอบจ่ายดะ ..............ซื้อไม่ละ..นะคุณพี่
มีเมีย ชอบเซ้าซี้ ................บ่นทุกทีที่เจอกัน
มีเมีย ละเหี่ยใจ.................. แล้วทำไมชอบมีกัน
มีเมีย ไม่สร้างสรรค์ ............จำให้มั่น อย่ามีเมีย
มอบให้สำหรับหนุ่ม ๆ ในเวปนะค่ะ แต่ว่าใครมีหัวข้อ สาเหตุที่ไม่ควรมี _ว บ้างไหมค่ะ
Life is like a bubble. Its beauty is with us for a short time and then is gone.
Rung เตือนอย่าเที่ยวทิ้งมือถือเครื่องเก่าโดนถูกลอกความ ลับเอาไปเกลี้ยง
ผู้บริหารบริษัทโทรศัพท์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯเผยว่า การที่เราทิ้งโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าไปง่ายๆ หารู้ไม่ว่าได้ทิ้งข้อมูลที่เป็นความลับส่วนตัวให้กับใครต่อใคร ซึ่งอาจจะรวมพวกมิจฉาชีพอยู่ด้วยถึงแม้ว่าจะลบมันทิ้งไปแล้วก็ตาม
ผู้บริหารชั้นสูงเปิดเผยว่า ส่วนใหญ่ผู้ที่ซื้อโทรศัพท์มือถือเก่าไป มักจะเอาไปปรับตั้งมันเสียใหม่ และข้อมูลลับที่ดูเหมือนว่าถูกลบออกไปแล้ว อาจจะถูกใช้เทคนิคพิเศษ อันเป็นซอฟต์แวร์ถูกๆ ที่หาได้ จากอินเตอร์เน็ต กลับกู้ขึ้นมาได้อีก
ผู้เชี่ยวชาญของบริษัทได้ลองทดลองเก็บกู้ข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือเก่า ที่หามาดู 10 เครื่อง ได้พบบทพรอดรักอันวาบหวาม อันเป็นบทสนทนาที่เป็นความลับส่วนตัวของเจ้าของเดิม ในโทรศัพท์เหล่านั้นหลายเครื่องด้วยกัน
ช่างเทคนิคของบริษัททรัสต์ ดิจิตัล ที่รัฐเวอร์จิเนีย กล่าวว่า ?พวกหัวขโมยและพวกที่ชอบลักลอบเข้าเครือข่ายคอมพิวเตอร์ จะล้วงข้อมูลจากเครื่องโทรศัพท์มือถือที่ใช้แล้วไปได้ง่ายๆ เพราะเครื่องมือก็มีอยู่ ไม่ต้องมีความรู้ถึงระดับปริญญาเอก?
คนส่วนใหญ่โดยมากมักจะยกโทรศัพท์ มือถือเครื่องเก่าให้กับคนในครอบครัวหรือเพื่อนฝูง โดยเฉพาะชาวอเมริกัน มักจะเปลี่ยนเครื่องใหม่กันเกือบจะทุกปีครึ่ง.
พวกป๋าๆๆในเวบระวังเน้อ...เดี๋ยวจากลายเป็นพระเอกหนังแผ่นโดยไม่ได้ค่าตัว หุหุหุ
venus
ป๋าหมาก .... ต้องระวังตัวป่าว .... เหอะ ๆ
kee
ป๋าขา ขอตังค์หน่อยจะเอาไปซื้อมือถือแบบมีกล้องนะค่ะ เอาถ่ายป๋า ป๋า ป๋า ค่ะ
บันทึกการเข้า
~คน ก็เหมือน คอม *เข้าใจวิธีดูแลรักษา เอาไว้ให้ดี *แล้วเขาจะอยู่กับเรานานๆ~
แดง Lebanon
d@eng Lebanon
Auther
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +60/-1
ออฟไลน์
กระทู้: 3390
~ รักนะ..นาวี 22~
รวมกระทู้มันส์ๆ..จากสมาชิกในเว๊บบอร์ดเก่า.(มาเม้าส์..*เผาๆ กันใหม่นะ ...)
«
ตอบ #2 เมื่อ:
22 มีนาคม 2008, 01:29:24 am »
nongnu
ความรู้สึกอ้างว้างภายในใจ
อยากบอกให้ใครคนหนึ่งพึงรับรู้
ทุกวันนี้ฉันและเขาคือศัตรู
ที่จู่จู่รักที่มีพลันมลาย
อยากบอกเพื่อนทุกคนให้รู้จัก
ถนอมรักที่มีให้อย่าแหนงหน่าย
หากความรักที่ให้กันต้องเสื่อมคลาย
และกลับกลายจากความรักเป็ยเฉยเมย
อยากบอกว่าเจ็บปวดใจเป็นที่สุด
หากว่าหยุดทุกอย่างได้ไม่วางเฉย
จะสร้างรักให้หวานชื่นทุดทางเลย
บ๋ายบายเอยกับความรักร้างลาไกล
vinitayaน้องนู๋บายความรักอกหักเหรอ
ขอบอกเธอเรื่องรักประจักษ์ฉัน
รักมีทั้งดีมีทั้งร้ายในชีวัน
ได้พบมันมาหมดให้จดจำ
น้องนู่จ๋าอย่าบายรักแค่พักพอ
รักยังรอข้างหน้ามีที่ดีหนอ
สักวันหนึ่งคงได้พบประสบรอ
เก็บใจพอแค่พักพบรักดี
yadza
รักที่ดีมีให้ดูอยู่ถ้วนทั่ว
รักชั่วๆมีให้เห็นเป็นปัญหา
ทั้งรักหลอกรักลวงบ่วงอุรา
รักหนักหนารักเธออย่าเผลอใจ
ได้แค่นี้แหละ ท่านวิ ต่อให้ด้วยแล้วกัน อิอิ
nongnu
อยากบอกให้พี่วิทอย่าคิดมาก
นู๋จำจากรักแท้ใช่รักร้าว
หากต้องพักกับรักเป็นครั้งคราว
ทุกเรื่องราวจักดีขึ้นเป็นจริงหรือ
คำแนะนำที่พี่ให้รอวันหน้า
โอ้พี่จ๋าสุดท้ายนี้คำตอบคือ
ให้นู๋มีสามีใหม่อีกคนหรือ
คงเลื่องลือไปทั่วเวปสองสองแฮ...
vinitaya
อ้าว..กรรมแล้วเรา เข้าใจผิดจ้า ขออภัยด้วยนะ
งั้นเอาแบบนี้นะนู๋จ๋า
เป็นเรื่องที่ต้องพบประสบกัน
ไม่ช้าพลันต้องเกิดกำเนิดเห็น
เรื่องของคนสองคนทุกคนเป็น
จำต้องเห็นแตกต่างระหว่างกัน
สามีภรรยาเหมือนลิ้นฟันนั้นใกล้ชิด
คงต้องผิดพลาดเผลอไม่เธอก็ฉัน
ต้องปรับใจเข้าหากันและกัน
อย่าเนิ่นวันไปหนาจะช้าการ
ใช้เหตุผลถูกผิดคิดพูดกัน
อย่าหุนหันปั้นปึ่งพึงขับขาน
ใจเย็นเย็นคนละหน่อยไม่เสียการ
จะประสานยืนยงคงรักมี
วายร้ายต้องทนให้ได้
เราจากกันมานานเท่าไหร่แล้วคนดี
กี่เดือนหรือกี่ปีคุณยังจำได้ไหม
จำได้บ้างรึป่าวกับคนที่คุณเคยบอกว่ารักสุดหัวใจ
หรือว่าไม่..เพราะฉันไม่มีค่าอะไรสำหรับคุณ
ฉันไม่ได้กลับมาทวงถามหาความรัก
แค่อยากรู้ว่าใจที่เคยแน่นหนักนั้นหายไปไหน
ที่ทิ้งกันลงจิตใจของคุณทำด้วยอะไร
หรือเป็นเพราะคุณมีใคร..มีคนใหม่ๆเข้ามา
วันนี้ฉันคงทำได้แค่ทำใจ
ตั้งแต่วันที่คุณร้างไกลทิ้งฉันไว้กับความเหว่ว้า
จมอยู่กับคำถามมากมายว่าทำไมคุณถึงจากลา
ทั้งที่เราเคยสัญญาจะรักกันตลอดไป
คงจบแล้วจริงๆความรักของเรา
แต่ละวันดูช่างว่างเปล่าไร้ซึ่งความหวัง
เหลือเพียงใจดวงหนึ่งที่ต้องอยู่ให้ได้โดยลำพัง
หลังจากวันที่คุณจากไป..ไม่มีวันกลับมา
yadza
ถ้าทำใจ เอาไม่อยู่ ก็บวดหาย เลยแล้วกัน วาย
ยาย ป๋าเชื่อคนง่าย โม้ ปล่าว ไม่รู้ง่ะ
อยู่ว่างๆก็หยิบยางมาหนึ่งเส้น แล้วมองเล่นๆ.. จารู้ว่าเป็นห่วง
Rung จาก mail forward
มิจฉาชีพมีเยอะ มาแบบแปลกๆ เตือนเพื่อนๆให้ระวังกัน..
เตือนเพื่อนระวังครับ พวกโทรมาบอกว่าญาติเกิดอุบัติเหตุ หรือ มีคนให้มาเอาของ
มีอยู่วันหนึ่งมีโทรศัพท์บอกว่าจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งมีแฟนผมนอนรักษาตัวอยู่
สักพักก็มีผู้ชายคนหนึ่งขับรถมอเตอร์ไซค์มากดออดด้วยใบหน้าแตกตื่นมาก
พี่ๆ แฟนพี่(บอกรายละเอียดถูกหมด)เจอรถชน ตอนนี้นอนอยู่ที่โรงพยาบาล
ต้องการเงินด่วน เขาทำใบหน้าตกใจแล้วรีบเร่งมากครับ
มันยิ่งกระตุ้นให้เราทำอะไรไม่ถูก ผมรีบกระโดดจะขึ้นรถไป
แต่เขาบอกว่า พี่ๆตอนนี้หมอยังไม่ยอมผ่าตัด
บอกว่าไม่มีค่ารักษา ผมเลยมาขอเงินพี่ด่วนเลย
ตอนนี้มีเงินเท่าไหร่เอาให้หมดเลยพี่ รู้สึกอาการหนัก พี่เอาเงินมาให้ผม
เดี่ยวผมรีบบึ่งไปก่อน เดี่ยวมันไม่ทัน
ด้วยท่าทางอันรีบร้องทำให้ผมแทบไม่มีสติคิดเลยรีบๆไปโกยเงินสดมา
แต่โชดดีที่ตอนนั้นแฟนผมโทรมาหา สติผมเลยคืนกลับมา
เลยถามว่าตอนนี้อยู่โรงพยาบาลไม่ใช่หรอ แฟนมันงง อยู่หน้าปากซอยจะกินอะไร
ผมเลยรู้ว่าไอผู้ชายคนนั้นต้องหลอกผม เลยเดินไปหามันแล้วบอกว่า
พี่มีเงินนิดหน่อยเอง ต้องไปยืมตังพี่ข้างบ้าน มันก็เดินไปกับผม
แต่มันเร่งผมตลอดๆ แบบไม่ให้ผมมีสติ ผมเลยเดินเข้าไปหาเพื่อน(คนนี้เป็นตำรวจ)
เราสองคนเลยล๊อคคอมันส่งโรงพัก แล้วเรื่องน่ากลัวก็เกิดขึ้น
เตือนเพื่อนทุกคนนะครับ
ข้อมูล ชื่อผม ชื่อแฟน มันเอาจากจดหมายที่มันขโมยมาที่หน้าบ้าน
คิดดูสิครับ มันเอาข้อมูลมาจากจดหมายทวงค่าโทรศัพท์
(ใบทวงหนี้จะบอกเบอร์โทรศัพท์เครื่องที่เวลาใช้)
แล้วจดหมายอื่นๆอีกเพียบที่จะเป็นแหล่งข้อมูล
เตือนเพื่อนๆครับว่าตู้จดหมายควรอยู่ในบ้านแบบที่เสียบแล้วเอาออกไม่ได้แบบมีกุญแจ
ถ้าจดหมายหายให้ระวังตัวไว้นะครับ เพราะถ้ามีคนบอกว่าคนที่รู้จัก หรือ
ญาติไม่สบายตอนนันจะเกิดอาการจิตตก เชื่อมันทุกอย่างด้วยความกลัว
ดีนะที่แฟนโทรมา ไม่งั้นผมคงต้องตกเป็นเหยื่อ แต่กลัวมันจะไม่โชคดีทุกคนครับ
yadza
ไม้มงคลประจำวันเกิด
เพื่อนๆ หลายคนอาจเคยคิดอยากปลูกต้นไม้สักต้น แต่..เอ..จะปลูกต้นอะไรดี ถ้ามีต้นไม้ในดวงใจอยู่แล้วก็คงไม่ยาก แต่ที่ยังไม่มีนี่สิ..ยากหน่อยหละ ไม้ดอก ไม้ใบ หรือไม้ผลดีนะ เราเลยนำเอาไม้มงคลประจำวันเกิดมาให้เพื่อนๆ เลือกปลูกตามแต่ใจชอบ ถึงไม่เชื่อตามโบราณ แต่การปลูกต้นไม้นั้นย่อมให้ประโยชน์แก่ผู้ปลูกเสมอ แล้วถ้ายิ่งเป็นมงคลตามตำราเป็นผลพลอยได้อีกด้วยแล้ว ก็น่าจะลองเลือกปลูกไม้มงคลตามวันเกิดดูสักต้น
วันอาทิตย์
คนเกิดวันอาทิตย์ เป็นคนที่มีความมุ่งมั่นแรงกล้า ทะเยอทะยานสูง ชีวิตในวัยเด็กไม่ค่อยอบอุ่นสุขสบายนัก แต่เมื่อเติบโตแล้วจะมีฐานะมั่งคั่ง ด้วยความเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ แต่ให้ระวังเรื่องการใช้สอยเพราะเป็นคนใจกว้างอย่างนักเลง ชอบช่วยเหลือผู้ที่ด้อยกว่าตนเอง เป็นคนรักเพื่อนฝูงมาก จริงใจประเภทถึงไหนถึงกัน แต่ไม่ค่อยได้ความจริงใจตอบเพราะทำคุณกับใครไม่ขึ้น อุปนิสัยอารมณ์ร้อน โกรธง่ายหายเร็ว สุภาพอ่อนโยน คล่องแคล่ว ชอบพบปะผู้คน พูดจาดีมีหลักการ ใจอ่อนรักหลงคนง่าย ค่อนจะเจ้าชู้แต่รักใครแล้วจะทุ่มเทสุดชีวิต ชอบเดินทางท่องเที่ยวผจญภัย
คนเกิดวันอาทิตย์ควรระวังเรื่องความใจร้อน เรื่องความหูเบาเชื่อคนง่าย และเรื่องหน้าใหญ่ใจโต ซึ่งอาจจะสร้างศัตรูโดยไม่รู้ตัว
ไม้มงคลของคนที่เกิดวันอาทิตย์ จะเป็นไม้ดอกสีเหลือง หรือสีส้ม เนื่องจากสีเหลืองและสีส้มเป็นสีที่ถูกโฉลก ต้นไม้ที่เป็นสิริมงคลของคนเกิดวันอาทิตย์มี ดังนี้
โป๊ยเซียน จะเป็นพันธุ์ใดก็ได้แต่จะต้องมีดอกสีเหลือง หรือสีส้ม และจะเป็นมงคลอย่างยิ่งหากเป็นสีส้มหรือสีเหลืองในดอกเดียวกัน โป๊ยเซียนไม้แห่งโชคลาภจะนำโชคลาภมาให้กับผู้ปลูก
โกศล เป็นไม้ที่ใบมีสีสันต่างๆ ทั้งเหลือง เขียว แดง ส้ม ซึ่งก็เป็นสีที่ถูกโฉลก คำว่าโกศลนั้นพ้องกับคำว่า กุศล จึงเชื่อว่า คือการสร้างบุญ คุณงามความดี ช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข
จำปา ถือเป็นต้นไม้ที่จะนำโชค และเหมาะสมกับคนเกิดวันอาทิตย์อย่างยิ่ง
ชบา ทั้งที่ดอกสีเหลือง และ สีส้ม ซึ่งจะทำให้บ้านดูสดใส
ราชพฤกษ์หรือคูน ด้วยดอกที่เป็นพวงระย้าสวยงาม และมีดอกสีเหลืองตัดกับสีของท้องฟ้าในฤดูร้อน จะทำให้บ้านดูสดใส และยังมีความเป็นมงคลทางด้านช่วยให้มีเกียรติและมีศักดิ์ศรี
ชุมเห็ดเทศ
กุหลาบ ควรเป็นกุหลาบดอกสีเหลือง หรือส้ม หากนำมาปลูกเลี้ยงไว้จะทำให้เกิดความสง่างาม ภาคภูมิ
วันจันทร์
คนเกิดวันจันทร์เป็นคนมีเสน่ห์ เป็นที่รักใคร่ของบุคคลทั่วไป พูดจาไพเราะอ่อนหวาน กิริยานุ่มนวล แต่ยามโมโหแล้วมักจะปากร้าย ส่วนใหญ่มักจะกำพร้าพ่อหรือแม่ตั้งแต่วัยเด็ก ญาติพี่น้องก็พึ่งพาอาศัยไม่ได้ เป็นคนอ่อนแอ เจ้าน้ำตา ช่างเอาใจผู้อื่นและก็ชอบให้ผู้อื่นเอาใจด้วยเช่นกัน มีความละเอียดรอบคอบ พิถีพิถัน เป็นคนเจ้าสำราญ มีมนุษยสัมพันธ์ดี มีน้ำใจ ชอบความหรูหราคบเพื่อนสูงศักดิ์ เป็นผู้มีความรู้ดี มีสติปัญญาดี ใฝ่รู้ มักไม่ตกอับเนื่องจากมีผู้ใหญ่ให้ความอุปถัมภ์อยู่เสมอ
คนเกิดวันจันทร์ควรลดความวิตกกังวลลงบ้าง ให้ระวังการคบคนไม่ดีจะนำเรื่องเดือดร้อนมาให้ หรือเสียโอกาสในการก้าวหน้า และให้ระวังการใช้จ่ายอย่าตามใจตัวเอง
ไม้มงคลสำหรับคนเกิดวันจันทร์ ถ้าเป็นไม้ดอกควรเป็นไม้ที่มีดอกสีขาวหรือเหลืองจะถูกโฉลกมาก คนเกิดวันจันทร์จะมีต้นไม้มงคลให้เลือกปลูก ดังนี้
วาสนา ตามตำรามิได้ระบุไว้ว่าเป็นวาสนาพันธุ์ใด แต่ขึ้นชื่อว่าวาสนาแล้วนั้นให้คุณทั้งสิ้น วาสนาราชินี จะให้คุณทางด้านบุญที่สูงล้น มีโชควาสนา วาสนาอธิษฐาน เชื่อว่าจะทำให้เกิดความสุข สมหวัง ทำให้เกิดแรงบันดาลตามความปรารถนา
โกศล นั้นพ้องกับคำว่า กุศล จึงเชื่อว่า คือการสร้างบุญ คุณงามความดี ช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข
มะลิ ไม่ว่าจะเป็นมะละซ้อนหรือมะลิลา ก็เป็นสิริมงคลทางด้านทำให้คนในบ้านมีความบริสุทธิ์ มีความรักและความคิดถึงแก่บุคคลทั่วไป
ราตรี นอกจากจะมีกลิ่นหอมชื่นใจยังให้ความเป็นสิริมงคลดีมาก
มะม่วง นอกจากจะเก็บผลกินได้แล้ว ยังเชื่อว่าจะทำให้ผู้ปลูกร่ำรวยยิ่งขึ้นอีกด้วย
ฝรั่ง
กวนอิม เชื่อกันว่าเมื่อปลูกกวนอิมในบ้านจะเกิดเป็นสิริมงคล นำผลให้มีฐานะดี เกิดความร่ำรวย
โป๊ยเซียน ควรเลือกปลูกที่ดอกสีขาว หรือสีเหลือง โป๊ยเซียนนั้นจะนำโชคลาภมาให้กับผู้ปลูก
จำปี หากนำมาปลูกในบ้านจะทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง การงานก้าวหน้า
พลูด่าง เป็นไม้ที่เจริญงอกงามง่าย ให้คุณทางด้านการเจริญงอกงามในชีวิต
แก้ว คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลุกต้นแก้วไว้จะทำให้คนในบ้านนั้นมีความดี มีความสูงค่า มีจิตใจแจ่มใสบริสุทธิ์ดุจแก้ว
มะละกอ
มะยม เชื่อว่าสามารถป้องกันความถ่อย ถ้อยความ และผีร้าย แต่บางตำราว่าจะทำให้ผู้คนนิยมชมชอบ
ชะพลู ปลูกไว้เพื่อเสริมสิริมงคล แก่คนเกิดวันจันทร์
บัวบก
กระถิน ท่านว่าสามารถป้องกันเสนียดจัญไร
วันอังคาร
คนเกิดวันอังคาร ในวัยเด็กจะไม่ค่อยเชื่อฟังพ่อแม่ ส่วนใหญ่จะไปเติบโตโดยคนอื่นเลี้ยงดู ชีวิตมักจะขึ้นๆ ลงๆ เนื่องจากเป็นคนใช้เงินมือเติบ ควรอยู่ไกลถิ่นบ้านเกิดจึงจะก้าวไกลดี
อุปนิสัยเป็นคนจิตใจกล้าหาญ ใจนักเลง มีบุคลิกที่ดูเหมือนก้าวร้าวเพราะพูดจาไม่อ่อนหวาน แต่พูดในทางผลประโยชน์ได้ดี พูดจาไม่เกรงใจใคร ทั้งที่จริงใจจึงไม่ค่อยมีเพื่อนแท้ อารมณ์ร้อน มีความอดทนสูง เป็นนักต่อสู้ทั้งใจและกาย ชอบงานอิสระที่ไม่ต้องใช้ความประณีต
คนเกิดวันอังคารควรระวังเรื่องใจร้อนจะทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต แม้จะมีความตั้งใจในการทำการงาน ควรมีความยับยั้งชั่งใจในการใช้จ่าย และควรฝึกการวางแผนหรือเรียงลำดับความคิดให้ดี
ไม้มงคลสำหรับคนเกิดวันอังคาร สีมงคลของคนวันอังคารคือ สีแดง หรือชมพู ดังนั้นไม้ดอกที่ปลูกควรเป็นสีใดสีหนึ่งนี้ ไม้ประดับที่เป็นสิริมงคล ได้แก่
กุหลาบ ควรปลูกที่ดอกสีแดง หรือชมพู เพื่อก่อให้เกิดความเป็นมงคล เกิดความสุขความสบายใจ และมีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต เกิดความสง่างาม ภาคภูมิ
โป๊ยเซียน เลือกที่ดอกสีแดงหรือชมพู จะช่วยให้มีความโชคดีในชีวิตเสมอ
อัญชัน เป็นไม้ประดับที่ให้คุณกับคนเกิดวันอังคารทางด้านความเป็นสิริมงคล
โกศล นั้นพ้องกับคำว่า กุศล จึงเชื่อว่า คือการสร้างบุญ คุณงามความดี ช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข
เข็ม ควรเป็นเข็มแดงหรือชมพู ปลูกต้นเข็มไว้ในบริเวณบ้านเชื่อว่าจะทำให้สมองปลอดโปร่ง เกิดความคิดความอ่านที่ดี ให้คุณโดยทั่วไปด้วย
ชบา ที่ถูกโฉลกต้องเป็นชบาสีแดงหรือชมพู ให้คุณด้านการงานเจริญก้าวหน้าไร้ปัญหาและอุปสรรค
พญายอ หากคนวันอังคารปลูกเลี้ยงไว้ท่านว่าจะทำให้ดำเนินชีวิตราบรื่นเป็นสุขสมบูรณ์
วันพุธ
คนวันพุธมักมีโรคประจำตัว นอกจากจะพึ่งพาญาติพี่น้องไม่ได้แล้วมักจะต้องเกื้อหนุนญาติพี่น้องด้วย ชีวิตไม่ได้อยู่ปรนนิบัติพ่อแม่ มักคบหาเพื่อนอายุมากหรือฐานะหน้าที่สูงกว่า เป็นคนฝักใฝ่เรื่องของศาสนา ถ้าบวชจะเด่นดังในวงการศาสนา ทำงานอื่นจะรุ่งโรจน์ได้กว่าทางค้าขาย
อุปนิสัยทั่วไปเป็นคนมีเสน่ห์ มีจิตใจและน้ำใจไมตรีดี พูดจาเปิดเผยตรงไปตรงมา รักและซื่อสัตย์ต่อเพื่อนฝูง ใจกว้าง ชอบเลี้ยงเพื่อนฝูงให้มีความสุข ชอบเรื่องบันเทิงใจไม่เคร่งเครียดกับชีวิต ดูเป็นคนเรื่อยๆ เฉื่อยๆ เอาแต่สบาย แต่ความจริงไม่ใช่คนเกียจคร้าน ขี้ใจน้อย หูเบา ชอบให้คนเอาใจ ทำอะไรไม่ค่อยคิดให้ถ้วนถี่ สะเพร่า
คนเกิดวันพุธควรระมัดระวังเรื่องใจอ่อนใจง่ายเชื่อคนง่าย และความใจกว้างจนเกินไป
วันพุธ (กลางคืน)
วันพุธกลางคืนหรือวันราหู คนเกิดวันนี้จะเป็นคนดื้อรัน ไม่ฟังใคร ไม่ยอมปรับปรุงแก้ไขตัวเอง มักเชื่อคนผิดๆ คนไม่จริงใจ แต่กับคนใกล้ชิดที่จริงใจกลับไม่เชื่อฟัง ฐานะลุ่มๆ ดอนๆ มีหลักทรัพย์แต่ไม่มีเงินทองพอใช้จ่าย มีความรู้ความสามารถ มีความตั้งใจสูง แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ เหมาะกับการประกอบอาชีพครูสอนศีลธรรม หรือวิชาช่างจึงจะดี จะตั้งตัวได้เมื่ออายุมากแล้ว
ไม้มงคลสำหรับคนเกิดวันพุธ มีหลายชนิด ไม่ว่าจะเกิดพุธกลางวันหรือกลางคืนจะมีไม้มงคลอย่างเดียวกัน และควรเลือกที่มีดอกสีเหลืองซึ่งเป็นสีต้องโฉลก
กวนอิม เชื่อกันว่าเมื่อปลูกกวนอิมในบ้านจะเกิดเป็นสิริมงคล นำผลให้มีฐานะดี เกิดความร่ำรวย
วาสนา ชื่อก็เป็นสิริมงคลอยู่แล้ว หากปลูกร่วมกับต้นกวนอิมจะเหมาะสมอย่างยิ่ง ตามตำรามิได้ระบุไว้ว่าเป็นวาสนาพันธุ์ใด แต่ขึ้นชื่อว่าวาสนาแล้วนั้นให้คุณทั้งสิ้น วาสนาราชินี จะให้คุณทางด้านบุญที่สูงล้น มีโชควาสนา วาสนาอธิษฐาน เชื่อว่าจะทำให้เกิดความสุข สมหวัง ทำให้เกิดแรงบันดาลตามความปรารถนา
พลูด่าง เป็นไม้ที่เจริญงอกงามง่าย ให้คุณทางด้านการเจริญงอกงามในชีวิต
โป๊ยเซียน ควรเป็นโป๊ยเซียนที่มีดอกสีเหลือง จะต้องโฉลกกว่าสีอื่น ๆ โป๊ยเซียนนั้นจะนำโชคลาภมาให้กับผู้ปลูก
มะละกอ
กล้วย ไม่ว่าจะเป็นกล้วยชนิดใด จะให้ผู้ปลูกร่มเย็นเป็นสุขกายสบายใจ
ราชพฤกษ์หรือคูน เป็นไม้ที่ให้ความสดใสแก่บ้าน ด้วยดอกที่เป็นพวงระย้าที่สวยงาม และสีเหลืองที่จะตัดกับสีของฟ้าในฤดูร้อน และยังมีความเป็นมงคลทางด้านช่วยให้มีเกียรติและมีศักดิ์ศรี
กุหลาบ หากเป็นสีเหลืองจะดีที่สุดสำหรับผู้ที่เกิดวันพุธ จะทำให้ประสบกับความสุขสมบูรณ์ในทุก ๆ ด้าน
โกศล นั้นพ้องกับคำว่า กุศล จึงเชื่อว่า คือการสร้างบุญ คุณงามความดี ช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข
ชบา ควรเลือกปลูกชบาที่ดอกสีเหลือง จะต้องโฉลกที่สุด
วันพฤหัสบดี
คนเกิดวันพฤหัสบดีจะมีรูปร่างสง่างามทั้งชายและหญิง มีสติปัญญาดีฉลาดหลักแหลมเป็นเลิศ มีความละเอียดลึกซึ้ง ทำงานประณีต สนใจใฝ่หาความรู้สม่ำเสมอ พูดจาฉะฉานมีหลักการ เชื่อในความคิดของตัวเองจนไม่ค่อยยอมรับฟังคนอื่น โกรธง่ายหายเร็ว เมื่อโต้เถียงกับใครอยากเป็นฝ่ายถูกแต่ไม่คิดจะเก็บมาเป็นอารมณ์ เพียงแค่อยากชนะเท่านั้น มีความมุ่งมั่น และตั้งใจสูง ตัดสินใจแล้วยากที่จะเปลี่ยนแปลง มีความทะเยอทะยาน ต้องการทั้งชื่อเสียง เกียรติยศ และฐานะ จะวางแผนอย่างรอบคอบและอดทนรอคอยอย่างใจเย็น
ชะตาชีวิตจะได้ดีมีเกียรติ มีทรัพย์ แต่จะมีทุกข์เรื่องเพื่อนฝูงหรือคู่ครอง เพราะเป็นคนเจ้าชู้ บริวารไม่ค่อยเชื่อฟัง ชะตาชีวิตต้อยคอยค้ำชูผู้อยู่รอบข้างเสมอ
ไม้มงคลสำหรับคนเกิดวันพฤหัสบดี ควรเป็นไม้ดอกสีขาวจึงจะต้องโฉลก
มะลิ ถือเป็นไม้มงคลที่สูงค่าจึงนิยมใช้บูชาพระ ไม่ว่าจะเป็นมะละซ้อนหรือมะลิลา ก็เป็นสิริมงคลทางด้านทำให้คนในบ้านมีความบริสุทธิ์ มีความรักและความคิดถึงแก่บุคคลทั่วไป
จำปี เป็นไม้มงคลอีกชนิดหนึ่งของผู้เกิดวันพฤหัสบดี หากนำมาปลูกในบ้านจะทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง การงานก้าวหน้า
ราตรี นอกจากจะมีกลิ่นหอมชื่นใจยังให้ความเป็นสิริมงคลดีมาก
พุด ไม่ว่าจะเป็นพุดชนิดใดจะส่งผลให้มีความเจริญ มั่นคง แข็งแรงสมบูรณ็ ทั้งสิ้น แต่ควรเป็นพุดชนิดที่ดอกสีขาว
มะละกอ
กุหลาบ ควรเป็นดอกสีขาว หากนำมาปลูกเลี้ยงไว้จะทำให้เกิดความสง่างาม ภาคภูมิ
แก้ว ท่านว่าปลูกแล้วจะส่งผลให้คนในบ้านนั้นมีความดี มีความสูงค่า มีจิตใจแจ่มใสบริสุทธิ์ดุจแก้ว
วันศุกร์
คนเกิดวันศุกร์มักมีบุคลิกดี มีปากเป็นเอก คือพูดจาหวาน ช่างยกยอเอาอกเอาใจ ปลอบประโลมคนเก่ง วัยเยาว์มักอาภัพมีญาติก็เหมือนไม่ค่อยมี ส่วนใหญ่จะกำพร้าบิดาตั้งแต่เล็ก เป็นคนรักสวยรักงาม ชอบแต่งตัวแต่แต่งไม่ขึ้นนัก มักนิยมของงามของหรูหราโอ่อ่า แต่เป็นไปในทางสมถะ เป็นคนขี้น้อยใจ จิตใจดี ใสซื่อ ไม่เคยคิดแค้นใคร ชอบพูดจากอ่อนน้อมถ่อมตน แต่เมื่อโกรธแล้วปากร้ายพูดให้คนเกลียดได้ มีความรู้ความสามารถโดดเด่น รักเพื่อนฝูง มีน้ำใจเมตตากรุณา ทำคุณคนไม่ขึ้น ไม่ทะเยอทะยาน ชอบชีวิตสุขสงบ มั่นคง ปลอดภัย ไม่นิยมเสี่ยงโชค
ชะตาชีวิตมักถูกคนรอบข้างเบียดเบียนพึ่งพาอาศัย แต่ตัวเองก็ยินดีช่วย ต้องทำงานที่ใช้พรสวรรค์จะได้ดีกว่าทางที่เล่าเรียนมา จะอาภัพคู่ครอง เป็นคนเจ้าชู้หมกมุ่นในโลกีย์ โดยทั่วไปมักไม่ตกยาก เพราะมีความรู้ดีและมีผู้ใหญ่ให้ความเอ็นดูอยู่เสมอ
ให้ระวังเรื่องความใจอ่อน และไม่ควรวางใจใครง่ายๆ ไม้มงคลสำหรับคนเกิดวันศุกร์ มีดังนี้
กุหลาบ ควรเป็นกุหลาบแดง หรือชมพู หากนำมาปลูกเลี้ยงไว้จะทำให้เกิดความสง่างาม ภาคภูมิ
อัญชัน นั้นให้คุณด้านการประสบความสำเร็จในชีวิต
เข็ม หากปลูกเข็มไม่ว่าจะสีแดงหรือชมพูไว้ในบ้าน จะทำให้ชีวิตก้าวหน้าไปด้วยดี
ชบา เป็นไม้ที่เป็นสิริมงคลของคนเกิดวันศุกร์ จะสีแดงหรือชมพูก็ดีทั้งสิ้น
โกศล นั้นพ้องกับคำว่า กุศล จึงเชื่อว่า คือการสร้างบุญ คุณงามความดี ช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข
โป๊ยเซียน ควรปลูกที่ดอกสีแดงหรือชมพู โป๊ยเซียนนั้นจะนำโชคลาภมาให้กับผู้ปลูก
วันเสาร์
คนวันเสาร์เป็นคนกล้าแกร่งห้าวหาญ ใจนักเลงกล้าได้กล้าเสีย ใจกล้า บ้าบิ่น พูดจานุ่มนวลไม่เป็น พูดเสียงแข็ง ไม่มีหางเสียง หรือพูดน้อย มีครอบครัวใหญ่ มีญาติมากพี่น้องมาก มีความสุขุมรอบคอบ คิดถี่ถ้วนมากจนเป็นคนใจโลเลไม่เด็ดเดี่ยวหนักแน่น มีเพื่อนมากหลากหลายประเภทเพราะเป็นคนถึงไหนถึงกัน มีความอดทนดีแต่ก็ไม่ชอบสิ่งซ้ำซาก เป็นคนอยากรู้อยากเห็น ชอบแสวงหาอะไรใหม่ ๆ และเป็นคนดื้อเงียบ ถือทิฐิ มีเล่ห์เหลี่ยมพอสมควร บางครั้งสนใจเรื่องตนเองมากไปจนเหมือนเห็นแก่ตัว ชะตาชีวิตชอบอยู่อย่างเรียบง่าย ชอบงานที่ไม่ต้องเคร่งเครียด มักมีคู่มากแต่ไม่ใช่คู่แท้ ควรระวังเรื่องเพื่อนจะนำความเดือดร้อนมาให้ และหากเชื่อฟังคำเตือนของคนอื่นบ้าง ลดความห้าวหาญลงบ้างจะได้ดีมีอนาคตสดใส
ไม้มงคลสำหรับคนเกิดวันเสาร์ มีดังนี้
วาสนา ตามตำรามิได้ระบุไว้ว่าเป็นวาสนาพันธุ์ใด แต่ขึ้นชื่อว่าวาสนาแล้วนั้นให้คุณทั้งสิ้น วาสนาราชินี จะให้คุณทางด้านบุญที่สูงล้น มีโชควาสนา วาสนาอธิษฐาน เชื่อว่าจะทำให้เกิดความสุข สมหวัง ทำให้เกิดแรงบันดาลตามความปรารถนา
มะลิ ไม่ว่าจะเป็นมะละซ้อนหรือมะลิลา ก็เป็นสิริมงคลทางด้านทำให้คนในบ้านมีความบริสุทธิ์ มีความรักและความคิดถึงแก่บุคคลทั่วไป
กวนอิม เป็นไม้ที่ชื่อเป็นสิริมงคล ดังนั้นนอกจะเป็นมงคลแก่ผู้เกิดวันเสาร์แล้วยังส่งผลถึงบุคคลอื่นในครอบครัวด้วย เชื่อกันว่าเมื่อปลูกกวนอิมในบ้านจะเกิดเป็นสิริมงคล นำผลให้มีฐานะดี เกิดความร่ำรวย
ชมพู่
จำปี หากนำมาปลูกในบ้านจะทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง การงานก้าวหน้า
จำปา ถือเป็นต้นไม้ที่จะนำโชค และเหมาะสมกับคนเกิดวันเสาร์อย่างยิ่ง
มะละกอ
ฝรั่ง
ราชพฤกษ์หรือคูน ด้วยดอกที่เป็นพวงระย้าที่สวยงาม และสีเหลืองที่จะตัดกับสีของฟ้าในฤดูร้อน จะทำให้บ้านดูสดใส และยังมีความเป็นมงคลทางด้านช่วยให้มีเกียรติและมีศักดิ์ศรี
มะม่วง นอกจากจะเก็บผลกินได้แล้ว ยังเชื่อว่าจะทำให้ผู้ปลูกร่ำรวยยิ่งขึ้นอีกด้วย
บันทึกการเข้า
~คน ก็เหมือน คอม *เข้าใจวิธีดูแลรักษา เอาไว้ให้ดี *แล้วเขาจะอยู่กับเรานานๆ~
แดง Lebanon
d@eng Lebanon
Auther
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +60/-1
ออฟไลน์
กระทู้: 3390
~ รักนะ..นาวี 22~
รวมกระทู้มันส์ๆ..จากสมาชิกในเว๊บบอร์ดเก่า.(มาเม้าส์..*เผาๆ กันใหม่นะ ...)
«
ตอบ #3 เมื่อ:
22 มีนาคม 2008, 02:26:32 am »
jeen
เสียชีวิต เมื่อวันที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา เนื่องมาจากเหตุผลของการล้างแค้นระหว่างสถาบัน และเจาะจงนักศึกษาที่เรียนเก่ง ความประพฤติดี เพราะต้องการให้เกิดความโกรธแค้น และสถาบัน คู่อริเกิดการสูญเสียนักศึกษาที่ดี
ท่านคิดอย่างไรกันบ้างคะ เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จริงอยู่ว่าสถาบัน จะต้องสูญเสียนักศีกษาดีๆไป แต่ไม่นานก็จะมีนักศึกษาที่ดีขึ้นมาทดแทน แต่ครอบครัวของนักศึกษาที่เสียชีวิตหล่ะคะ พวกคุณที่ก่อเหตุคิดกันบ้างมั๊ยว่า เค้าจะหาลูกที่ดีๆ จากที่ไหนมาทดแทน พวกคุณคิดอย่างไรกันบ้างนะ ขณะที่ลงมือฆ่าคนที่คุณไม่เคยรู้จัก ไม่เคยทำความโกรธแค้นให้คุณ ทำได้อย่างไรกันนะ
ถ้าสมมุติว่านักศึกษาที่เสียชีวิตไม่ต้องมาเจอเหตุการณ์อย่างนี้ นักศึกษาคนนั้นก้อคงจะมีอนาคตที่ดี เป็นที่พึ่งพิงของพ่อแม่ ไม่แน่อาจจะทำประโยชน์ให้ประเทศชาติมากมาย พวกคุณไม่เพียงแต่ทำให้สถาบันคู่อริสูญเสีย แต่ยังทำให้ประเทศชาติสูญเสียทรัพยากรบุคคลไปด้วย
ในขณะที่ประเทศกำลังต้องการความสามัคคี กลับมีคนไทยบางคนฆ่ากันเอง ด้วยเหตุผลที่ไร้สาระ พระราชดำรัสและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงแสดงถึงความห่วงใยประชาชนและชาติบ้านเม ือง ไม่เคยทำให้หัวใจของพวกคุณซาบซึ้งบ้างเลยหรือคะ
ขอร้องเถอะค่ะ...เปลี่ยนความคิดกันเสียใหม่ การล้างแค้นของพวกคุณไม่ได้สร้างความรู้สึกยิ่งใหญ่ในหัวใจใครเลยค่ะ
admin
ต้องแก้ปัญหาเป็นกระบวนการ และมีความจำเป็นเรื่องเวลา อย่างน้อย ๆ มันก็ควรจะค่อย ๆ จางหายไปในที่สุด เราอาจจะตายกันไปแล้ว ถึงจะเป็นปกติได้ ปัญหาก็คือว่า ใครจะเป็นเริ่มต้น และเมื่อไร ตรงจุดไหน
vinitaya
ผมว่านะ ต้องเริ่มที่สถาบันครอบครัวก่อน คือ พ่อแม่ต้องรู้จักในการปลูกฝังอบรมจิตใจ และเลี้ยงดูลูกให้เป็นคนดี ให้รู้จักคิดและทำให้สิ่งที่ดีสำหรับตนเอง
ต่อมาก็สถาบันทางการศึกษาต้องรับช่วงในการอบรมบ่มเพาะจิตใจของเด็กให้มีคุณธรรม รู้จักแยกแยะชั่วดี มิใช่สอนกันเน้นแต่ความรู้อย่างเดียวเหมือนปัจจุบัน
ต่อมาก็สังคม คือผู้ใหญ่ก้ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กรุ่นหลัง
ถ้าทุกฝ่ายช่วยกันอย่างจริงจัง ก็คงจะดีขึ้น
แบน พร.
ผมว่าต้องเริ่มจากสังคมครอบครัวก่อนอื่นเลยครับ เด็กที่ก่อปัญหาส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่ขาดความเอาใจใส่ดูแลจากครอบครัวมากกว่า จึงได้หันไปคบกับเพื่อนๆที่มีหัวอกเดียวกัน ถึงเวลาแล้วหรือยังครับที่เราจาให้ความสำคัญกับคนในครอบครัว ฝากไปถึงป๋าหยัดนะว่าแบ่งเวลาจากกิ๊กไปให้ครอบครัวบ้างน้องๆคงไม่ว่ามั้ง? อิอิอิอิ
เมืองสี่แคว แห่มังกร พักผ่อนบึงบอระเพ็ด ปลารสเด็ดปากน้ำโพ
ยออายอเรื่อง พระคุณแม่...โดย หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม
ท่านโปรดจำไว้วันเกิดของลูกคือวันตายของแม่ เพราะวันที่ลูกเกิดนั้น แม่อาจต้องเสียชีวิต การออกศึกสงครามเป็นการเสี่ยงชีวิตสำหรับคนเป็นพ่อฉันใด การคลอดลูกก็เป็นการเสี่ยงตายสำหรับคนเป็นแม่ฉันนั้น ในสมัยโบราณที่วิทยาการต่างๆ ยังไม่เจริญก้าวหน้าเหมือนสมัยนี้ อัตราการตายเพราะคลอดลูกมีสูงมาก คนโบราณเขาจึงกล่าวว่า วันเกิดของลูกคือวันตายของแม่ เมื่อคลอดลูกแล้ว "แม่" ก็ยังต้องประคบประหงมเลี้ยงดู ให้ดื่มเลือด ในอกเป็นอาหาร ยามที่ลูกเจ็บป่วยก็อมยาพ่น ฝนยาทา รักษากันไปตามมีตามเกิด แม่เฝ้ากล่อมเกลี้ยงเลี้ยงลูกจนเติบใหญ่ กระทั่งลูกแต่งงานมีเหย้ามีเรือนไปแล้ว แม่ก็ยังเฝ้าห่วงใยรักใคร่ไม่จืดจาง
ตั้งแต่อาตมาคอหัก หายใจทางสะดือ ได้พองหนอยุบหนอคิดถึงแม่ทุกลมหายใจ อาตมาเห็นความทุกข์อย่างแสนสาหัสของคนเป็นแม่ ก็ตอนที่เป็นหมอตำแยทำคลอดให้ผู้หญิงคนหนึ่ง แม้ว่าเรื่องราวจะผ่านพ้นมาห้าสิบกว่าปีแล้ว ก็ยังจำภาพเหตุการณ์ครั้งนั้นได้ติดตาติดใจมากระทั่งทุกวันนี้
สมัยนั้นอาตมาอายุสิบหก แต่ยังไม่ประสีประสาอะไร ยังเปลือยกายกระโดดน้ำตูมๆ กับเพื่อนอย่างสนุกสนาน แต่เด็กสมัยนี้อายุสิบหกเป็นหนุ่มกันแล้ว ตอนนั้นอาศัยอยู่กับยาย ลำบากลำบนมาก ต้องหาเงินเรียนเอง ตื่นตั้งแต่ตีสาม หาบของไปขายที่ตลาดบางขาม ห่างจากบ้านไป 14 กิโลเมตร ถึงตลาดตี 4 กว่า ก็นั่งขายของซึ่งเป็นพวกผักสวนครัวที่ช่วยกันปลูกกับยาย พอตีห้าก็ขายหมด บางวันขายไม่ค่อยดีก็ไปหมดเอา 7 โมง จากนั้นก็หาบกระจาดเปล่ากลับบ้าน หิวข้าวก็ต้องอดทน เพราะยายสั่งไม่ให้ซื้อเขากิน ให้กลับมากินบ้านเรา ยายว่าซื้อเขากินมันแพง จานละตั้งสามสตางค์ สู้กลับมากินข้าวที่บ้านไม่ได้ อาตมาก็จำเป็นต้องเชื่อยาย บางทีกว่าจะถึงบ้านหิวแทบลมจับ
อยู่มาวันหนึ่ง ขณะที่อาตมาหาบกระจาดเปล่ากลับบ้าน ก็พบกับผู้หญิงคนหนึ่งกลางทาง เขากำลังท้องแก่ จะเดินทางไปคลอดลูกที่บ้านแม่ของเขา ที่ต้องเดินทางไปคลอดบ้านแม่ เพราะเขาอยู่กับพ่อผัวแม่ผัว ซึ่งรังเกียจว่าเขาจนและไม่ยอมช่วยเหลือเกื้อxxxลแต่ประการใด เดินทางไปได้ครึ่งทางก็เกิดปวดท้องนอนร้องครวญครางอยู่ใต้ต้นไทร พอเห็นอาตมาเดินผ่านมาเขาก็ดีใจร้องบอกกับอาตมาให้ช่วยเขาด้วย เขาปวดท้องใจจะขาดอยู่แล้ว ช่วยเอาลูกออกให้ที อาตมาถึงจะอายุสิบหกแต่ก็ยังไม่รู้ว่าเขาออกลูกกันอย่างไร ผู้ใหญ่เขาเคยพูดให้ฟังว่าเขาออกลูกทางปาก บางคนก็บอกออกทางสะดือ บางคนก็ว่าออกทางก้น อาตมาก็เชื่อนึกว่าเป็นอย่างนี้จริงๆ ที่แท้ก็ถูกผู้ใหญ่หลอก เพิ่งมารู้ความจริงตอนทำคลอดครั้งนี้นั่นแหละ
ผู้หญิงคนนั้นเขาก็ร้องใหญ่บอกปวดมากแล้วก็เป็นลูกท้องแรก จึงยังไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องการคลอดลูกมาก่อน ได้ยินเขาร้องโอยๆ อาตมาก็ทำอะไรไม่ถูก เลยถามเขาว่าจะให้ช่วยอย่างไร เขาก็บอกช่วยดึงเด็กออกจากท้องให้เขาที มันกำลังจะออกแล้ว อาตมาก็ยังงงอยู่เลย นึกถึงเทวดา ก็นึกตามประสาเด็กๆ ไม่รู้ว่าเทวดามีจริงหรือเปล่า แต่ยายเคยเล่าให้ฟังบ่อยๆ ก็คิดว่าคงจะมีมั้ง เลยประนมมือบอก รุกขเทวดาประจำต้นไทรให้ช่วย แล้วก็ร่ายคาถาชุมนุมเทวดาที่ยายเคยสอนจนจำได้ขึ้นใจ พอว่าคาถาจบ เทวดาเข้าสิงอาตมาเลย ที่รู้ว่าเทวดาเข้าสิงเพราะท่านมากระซิบข้างหูว่า "ดึงเด็กออกมา ดึงเด็กออกมา" อาตมาถาม "ดึงยังไง เด็กอยู่ที่ไหน" เทวดาบอก "อยู่ในท้อง เอามือล้วงเข้าไปในผ้านุ่งก็จะเจอหัวเด็ก" อาตมาก็ทำตามดึงพรวดสุดแรงเลย เสียงผู้หญิงร้องกรี๊ดและสลบเหมือดไป
อาตมาก็ตกใจเพราะเห็นไส้ยาวๆ ติดตัวเด็กออกมา คิดว่าเราคงดึงไส้ผู้หญิงคนนั้นออกมาหมดท้องกระมัง เขาคงต้องตายแน่ๆ จะทำยังไงดีหนอ เสียงเทวดากระซิบข้างหูว่า "ไม่ตายหรอก แค่สลบไปเท่านั้น" ไปจัดการตัดสายรกให้เด็กก่อน ที่เธอเห็นนั้นแหละเรียกว่า สายรก ไม่ใช่ไส้เขาหรอก" อาตมาก็ถามว่า "เอาอะไรตัดล่ะ มีดพร้าก็ไม่มี" เทวดาบอก "เอาเล็บของเธอนั่นแหละ จิกแน่นๆ แล้วดึง มันจะขาดเอง" สมัยนั้นหนุ่มรุ่นๆ เขานิยมไว้เล็บยาวกันเรียกว่าเป็นแฟชั่น อาตมาก็ไว้กับเขา คือเขาจะไว้เล็บข้างละสองนิ้ว นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วก้อย อาตมาก็ทำตามที่เทวดาบอก พอรกขาดเลือดพุ่งเลย เด็กส่งเสียงร้องอุแว้ๆ ลั่นป่า เทวดาบอกอีกว่า "ไปเอาฝุ่นมาโรงตรงแผล" อาตมาก็กอบฝุ่นโรยลงไป ปรากฏว่าเลือดหยุดไหลแต่เด็กไม่หยุดร้อง เทวดาก็กระซิบข้างหูอีกว่า "ดูดเลือดที่คั่งในปากออกมา" อาตมาก็เอามือง้างปากเด็ก ดูดเลือดและเสมหะออก แล้วบ้วนทิ้ง ไม่ได้นึกรังเกียจ เพราะกลัวเด็กจะตาย
เทวดาบอกอีกว่า "เอากระบอกไปตักน้ำมาหยอดปาก" พอดีมีกระบอกไม้อันหนึ่งแขวนอยู่ที่กิ่งไทร ไม่ทราบเหมือนกันว่าใครนำไปแขวนไว้ ข้างๆ ต้นไทรมีหนองน้ำอยู่แห่งหนึ่ง อาตมาจึงหยิบกระบอกเดินไปตักน้ำมาหยอดใส่ปากเด็ก เจ้าหนูหยุดร้องไห้เลย ดูดหยดน้ำจากนิ้วมืออาตมาเสียงดังจั๊บๆ เป็นภาพที่ซึ้งใจอาตมามาจนถึงทุกวันนี้ ได้เห็นสัญชาติญาณการดิ้นรนต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของชีวิต ก็ตอนที่เจ้าหนูดูดน้ำจากนิ้วมือนี้แหละ พอได้น้ำเจ้าหนูก็หยุดร้อง ส่วนแม่นั้นสักพักเขาก็ฟื้นถามว่า "ลูกเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย" พอรู้ว่าได้ลูกชายก็ดีใจ อาตมาก็เลยช่วยพากลับบ้านทั้งแม่ทั้งลูก หญิงคนนั้นเป็นเจ้าของตลาดท่าแค ลพบุรี ร่ำรวยมาก นี่แหละที่ทำให้อาตมาเห็นใจคนเป็นแม่และรักแม่มาตั้งแต่บัดนั้น อาตมาสงสารลูกผู้หญิงมาก เห็นคนท้องเดินมาก็จะแผ่เมตตาขอให้เขาคลอดง่าย เพราะเราเห็นว่าการคลอดลูกนั้นเป็นการเสี่ยงชีวิตเหมือนการออกศึกสงครามทีเดียว
เดี๋ยวนี้อาตมาไม่สอนคนแก่เพราะคนแก่ไม่มีพิษมีภัย อีกไม่นานก็ตายแล้ว สอนเด็กรุ่นใหม่แทนเพราะเมื่อคนรุ่นใหม่ดี รุ่นต่อๆ ไปก็จะดีไม่เป็นวายร้ายหรือภัยสังคม สอนเด็กว่าวันเกิดของเราอย่าพาเพื่อนมาให้พ่อแม่ทำครัวเลี้ยงนะ เธอจะบาป ทำมาหากินไม่ขึ้น เธอต้องเลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่ให้อิ่มก่อน แล้วจึงไปเลี้ยงเพื่อนทีหลังจึงจะถูกต้อง
พ่อแม่เลี้ยงลูกเปรียบเสมือนปลูกต้นไม้ ปลูกอย่างมีระเบียบแบบแผน ต้นไม้ก็จะขึ้นอย่างมีระเบียบสวยงามตามแบบตามแผนที่วางไว้ ถ้าปลูกอย่างไม่มีระเบียบปลูกตรงโน้นต้นหนึ่ง ตรงนี้ต้นหนึ่ง นึกจะปลูกตรงไหนก็ปลูก เกะกะเต็มไปหมด มองดูรกรุงรัง หาความสวยงามไม่ได้ ถ้าเป็นอย่างนี้จะไปโทษต้นไม้ว่ามันขึ้นไม่เป็นระเบียบจะถูกหรือ จะต้องโทษคนปลูก เพราะคนปลูกไม่มีระเบียบ ต้นไม้จึงขึ้นอย่างไม่มีระเบียบ
ความรักของแม่มีหลายรูปแบบ มีแม่คนหนึ่งมาบอก "หลวงพ่อเจ้าคะ ดิฉันเลี้ยงลูกมานี่ ลูกมันไม่เอาไหนเลย ขอมาฝากบวช 7 วัน" บอกเสร็จก็ออกไปสักครู่ก็กลับมาอีก กำชับอีกว่า "สอนลูกฉันให้ดีๆ นะ" ออกไปอีก กลับมาย้ำอีกทีว่า "ช่วยสอนลูกฉันให้ดีๆ นะ" อาตมาก็ต้องเรียกเข้ามานั่ง แล้วให้คติธรรม "นี่โยมน่ะเป็นแม่เขาใช่ไหม" "ใช่เจ้าค่ะ" "โยมสอนลูกมาตั้ง 20 ปี เอาดีไม่ได้ แล้วจะมาให้อาตมาสอน 7 วันจะดีหรือ" อย่างนี้ต้องเรียกว่าจะมากไป สอนลูกไม่เอาไหน ไม่ใช่ลูกไม่ดีนะ ตัวแม่ไม่ดี ไม่เคยสอนลูกสวดมนต์ไหว้พระเลย อยากให้ลูกดีต้องสอนให้ลูกสวดมนต์ ลูกจะมีระเบียบวินัย โตขึ้นไม่เถียงพ่อเถียงแม่ เมื่ออยู่ในวัยศึกษาก็รับผิดชอบสูง แม้ไปศึกษายังต่างประเทศลูกจะวางตัวดี พ่อไม่ไม่ต้องคอยติดตามทุกฝีก้าวทุกระยะ
อีกรายเป็นแม่ปริญญาโท มาให้อาตมาช่วยเป่าหัวให้ลูกชายหน่อยจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย อาตมาบอก "ขอเจริญพร ขอตั้งสติสักนาที" คิดหนอ เห็นหนอ แม่คนนี้หนอ เป่าให้ไม่ได้หนอ เป่าแล้วเสียลมจากคอเราหนอ เมื่อคืนนี้แม่เอาหนังมาดูถึงตอนตี 2 นี่หรือจะให้เป่าหัว เป่าแทบตายก็ไม่ได้เรื่อง จึงบอกไปว่า "หนู หลวงพ่อเป่าไม่ได้ เมื่อคืนดูหนังอะไรกัน" ลูกชายบอก "จริงหลวงพ่อ ตี 2 ผมง่วง ยังดึงผมหยิกผมให้ลุกมาดูด้วย" แม่อย่างนี้จะให้สอบเข้าได้อย่างไร อย่างนี้พระเป่าหัวก็เป็นพระโง่ เพี้ยงดีๆ ยังไง เป่าแล้วดีเป่าแล้วรวย แต่ขี้เกียจสะบัดอย่างนี้ก็ช่วยไม่ได้ถ้าไม่ช่วยตัวเองก่อน
ขอฝากไว้คนที่เป็น "แม่" นั้นต้องทำให้ถูกต้อง ถูกบทหมดจดเหมาะเจาะอยู่ที่ "แม่" ส่วนพ่อมีความสำคัญไม่เท่าแม่ พ่อเปรียบเสมือนพระอาทิตย์ที่ให้ความอบอุ่น ส่วนแม่เปรียบเสมือนพระจันทร์ หากพ่อเล่นการพนันไม่เอาไหนไม่เป็นไร แม่นั้นสำคัญมาก แม่จะต้องรักษาลูกไว้ แม่ที่ดีต้องเป็นแม่แบบแม่แผน แม่แปลน แม่บันได แม่บ้านแม่เรือน แม่เคหะศาสตร์ แม่แผนผัง แม่กุญแจอยู่ตรงนี้
ลูกจะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับแม่เป็นหลักให้ลูก ไม่ใช่พ่อ ถึงพ่อแสนดี แม่ฉุยแฉกแตกราน สุรุ่ยสุร่ายไม่เอาไหน ไม่รู้จักเก็บงำทำให้ดี ไม่เป็นแบบที่ดีของลูก รับรองบ้านนั้นเจ๊งแน่ๆ ถ้าพ่อดีแม่ดีเปรียบเสมือนอาคารแน่นลูกดีมีปัญญา เหมือนมีเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงประดับบ้าน ฉะนั้น พ่อแม่เท่านั้นที่ทำความดีให้กับลูก ทำถูกให้กับหลาน เป็นกฎแห่งกรรม จากการกระทำของพ่อแม่ ทำให้ลูกชอบ พูดให้ลูกเชื่อ ตามใจในสิ่งที่ถูก ทำตัวอย่างให้ลูกดู สร้างความดีให้ลูกเห็น โบราณท่านว่าไว้ อย่าอยู่ว่าง อย่าห่างผู้ใหญ่ ลูกจะหลงทางได้ง่าย
อีกเรื่องต้องเรียกว่า หนามแหลมใครเสี้ยม มะนาวกลมเกลี้ยงใครไปกลึง เรื่องมีอยู่ว่า มีเด็กประถม 4 คนหนึ่ง เดี๋ยวนี้เป็นดอกเตอร์อยู่สหรัฐอเมริกา พ่อกินเหล้า สูบกัญชายาฝิ่น ชอบเล่นการพนัน ตีไก่อยู่ที่บางระจัน สิงห์บุรี แม่ก็หาหวยตามวัด อาตมาดูหนูคนนี้แล้วบอกต้องเป็นใหญ่เป็นโตแน่ จดไว้เป็นกฎแห่งกรรม ติดตามดูแลโดยต่อเนื่อง อาตมาประสบมาเราก็ต้องจดต้องจำ จึงจะกำหนดจดจำ ก็จดชื่อไว้ บอกเด็กไปว่าหลวงพ่อจะสอน จะให้ตังค์ไป 100 บาท ถามว่า เขาเกิดวันอะไร เขาบอกเกิดวันอังคาร หลวงพ่อสอนเด็กคนนี้ครั้งเดียวจำได้
บอกวันเกิด หนูซื้อขนม 2 ห่อ เรียกพ่อแม่มาคู่กันแล้วกราบนะลูกนะ พ่อก็เมา แม่ก็บอกเดี๋ยวจะรีบไปวัด ลูกก็บอกเดี๋ยว ความผิดอันใดที่ลูกพลั้งเผลอด้วยกาย วาจา ใจ ที่คิดไปไม่ดีต่อคุณพ่อคุณแม่ ขอให้คุณพ่อคุณแม่อโหสิกรรมให้แล้วล้างเท้าให้พ่อแม่ ลูกไม่มีสตางค์ ลูกซื้อขนมมา 2 ห่อ ให้แม่ก่อน 1 ห่อ เพราะแม่อุ้มท้องมา แล้วจึงให้พ่ออีก 1 ห่อ ลูกขอปฏิญาณตนว่า ลูกขอเป็นลูกที่ดีต่อพ่อแม่แล้วจะเป็นศิษย์ที่ดีของครูบาอาจารย์ ลูกจะไม่ทำให้พ่อแม่ผิดหวัง แล้วลูกจะเรียนหนังสือให้เก่งให้ก้าวหน้า พ่อฟังแล้วน้ำตาร่วง สร่างเมาเลย ส่วนแม่ก็ร้องไห้ ลูกไปโรงเรียนแล้ว พ่อแม่ก็สำนึกได้บอกลูกมันปฏิญาณตนเป็นคนดีแล้ว เรายังทำตัวอย่างไม่ดีให้ลูกดูอีกหรือ ตกลงพ่อแม่ก็ปฏิญาณตนกัน พ่อก็บอกข้าจะเลิกสูบกัญชา เลิกกินเหล้า และข้างฝ่ายแม่ก็เลิกหาหวยตามวัด ลูกจบปริญญาโทที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไปต่อดอกเตอร์ที่สหรัฐฯ ได้ดีแล้วเขาก็ไม่ลืมวัดอัมพวัน ไม่ลืมอาตมา ยังมาทำบุญถวายข้าวสารทีละ 50 กระสอบ
อาตมาไม่สอนใครไปสู่สวรรค์นิพพาน แต่สอนกรรมฐานให้ระลึกชาติได้ ระลึกบุญคุณคนได้ นึกถึงพ่อแม่ นึกถึงตัวเองและสงสารตัวเอง จะได้ทำแต่สิ่งดีๆ แค่นี้พอก่อน บางคนลืมพ่อลืมแม่ อย่าลืมนะการเถียงพ่อเถียงแม่ไม่ดี ขอบิณฑบาต สอนลูกหลานอย่าเถียงพ่อแม่ อย่าคิดไม่ดีกับพ่อแม่ ไม่งั้นจะก้าวหน้าได้อย่างไร ก้าวถอยหลังเลยดำน้ำไม่โผล่
หนี้บุญคุณอันยิ่งใหญ่เหลือจะนับจะประมาณนั้น คือหนี้พระคุณของบิดามารดา คำพังเพยเปรียบเทียบสั่งสอนมาสองพันกว่าปีแล้ว ว่าจะเอาท้องฟ้าหรือแผ่นดินมาเป็นกระดาษ เอาเขาพระสุเมรุมาศมาเป็นปากกา จะเอาน้ำมหาสมุทรมาเป็นน้ำหมึก ก็ไม่สามารถจะจารึกพระคุณของบิดามารดาไว้ได้ เพราะน้ำในมหาสมุทรจะเหือดแห้งหมด ก่อนที่จะจารึกพระคุณบิดามารดาได้จบสิ้น คนอื่นที่เป็นเพื่อนที่รักหรือยอดหัวใจก็ยังมีโทษแก่ตัวเรา รักเราไม่จริงเหมือนบิดามารดา เขาพึ่งเราได้จึงมารักเรา
นี่แหละท่านทั้งหลายเอ๋ย เป็นหนี้บุญคุณพ่อแม่มากมาย ยังจะไปทวงนาทวงไร่ ทวงตึกรามบ้านช่องมาเป็นของเราอีกหรือ ตัวเองก็พึ่งตัวเองไม่ได้ ช่วยตัวเองไม่ได้ สอนตัวเองไม่ได้แล้ว เป็นคนอัปรีย์จัญไรในโลกมนุษย์ ไปทวงหนี้พ่อแม่ พ่อแม่ให้แล้ว เรียนสำเร็จแล้วยังช่วยตัวเองไม่ได้ มีหนี้ติดค้างรับรองทำมาหากินไม่ขึ้น
คนไม่ทำกิจวัตร ไม่ปฏิบัติหน้าที่ ไม่รับผิดชอบ แปลว่า คนนั้นเกลียดตัวเอง กินเหล้าเมาสุรา เล่นการพนัน เที่ยวสรวลเสเฮฮา กินโต้รุ่ง พ่อแม่ก็เสียใจยังไปว่าพ่อแม่ ไปทวงหนี้ เอาทรัพย์สมบัติพ่อแม่มาฉุยแฉกแตกราน นี่คือลูกสะสมหนี้ ไม่ยอมใช้หนี้ เดี๋ยวนี้ตัวเราไม่สงสารแล้วกินเหล้าเข้าไป ทรัพย์สมบัติพ่อแม่ให้มาก็ขายแจกจ่ายให้หมด ไม่มีเหลือเลย ตัวเองก็จะขายตัวกิน ขายตัวเองเขาก็ไม่เอาอีก เพราะขี้เกียจเช่นนี้ ขอฝากท่านเป็นข้อคิด พ่อแม่นั้นมีบุญคุณต่อเรามากในมาตาปิตุคุณสูตร พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ว่า ลูกจะให้แม่นั่งบนบ่าขวา ให้พ่อนั่งบนบ่าซ้าย ถ่ายอุจจาระปัสสาวะลงไปบนบ่าลูก ลูกเป็นผู้เช็ดให้ หาอาหารมาป้อนให้ กระทั่งจนท่านตายหรือกระทั่งลูกตายไป ก็ไม่สามารถจะตอบแทนพระคุณค่าป้อนข้าวป้อนน้ำนมที่ท่านได้ถนอมกล่อมเกลี้ยงบำรุงเลี้ยงมาอย่างดีได้
ทำอย่างไรให้ได้ชื่อว่า ได้ทดแทนบุญคุณพ่อแม่อย่างเลิศที่สุด สรุปคือ ถ้าพ่อแม่เป็นมิจฉาทิฏฐิแล้ว ลูกสามารถชักจูงพ่อแม่ให้กลับเป็นสัมมาทิฎฐิได้นั้น ถือว่าได้ทดแทนคุณอย่างเลิศ เช่น พ่อแม่มีความเห็นผิด เป็นต้นว่าไม่เชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษ แล้วลูกสามารถชักจูงชี้แจงให้ท่านมีความเห็นที่ถูกต้อง เชื่อว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว บุญบาปมีจริง ถ้าทำอย่างนี้ได้ถือว่า ทดแทนบุญคุณอย่างเลิศที่สุด
วิธีใช้หนี้พ่อแม่ไม่ยากเลยลูกทั้งหลายเอ๋ย จงสร้างความดีให้กับตัวเองและก็เป็นการใช้หนี้ตัวเองนี่เป็นเรื่องสำคัญ ตัวเราพ่อให้หัวใจแม่ให้น้ำเลือดน้ำเหลืองแล้วอยู่ในตัวเรา จะไปแสวงหาพ่อที่ไหน จะไปแสวงหาแม่ที่ไหนอีกเล่า บางคนรังเกียจ "แม่" ว่าแก่เฒ่าไม่สวยไม่งาม พอตัวเองแก่ก็เลยถูกหลานรังเกียจ จึงเป็นกงกรรมกงเกวียนยืดเยื้อกันต่อไปอีก ใครที่คุณแม่ล่วงลับไปแล้วก็ให้หมั่นทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ท่าน และถ้าจะทำบุญด้วยการมาเจริญกรรมฐานแล้วอุทิศส่วนกุศลไป การทำเช่นนี้ ถือว่าได้บุญมากที่สุดทั้งฝ่ายผู้ให้และผู้รับ
ถ้าไม่มี "แม่" เราทุกคนก็ไม่ได้เกิด อันนี้เป็นความจริงที่ไม่ต้องพิสูจน์ ผู้ใดก็ตามที่คุณแม่ยังมีชีวิตก็ให้กลับไปหาแม่ ไปกราบเท้าขอศีลขอพรจากท่าน จะได้มั่งมีศรีสุข ส่วนคนที่เคยทำไม่ดีไว้กับท่านก็นำเทียนแพไปกราบขออโหสิกรรมล้างเท้าให้ท่านด้วย เป็นการขอขมาลาโทษ
บันทึกการเข้า
~คน ก็เหมือน คอม *เข้าใจวิธีดูแลรักษา เอาไว้ให้ดี *แล้วเขาจะอยู่กับเรานานๆ~
แดง Lebanon
d@eng Lebanon
Auther
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +60/-1
ออฟไลน์
กระทู้: 3390
~ รักนะ..นาวี 22~
รวมกระทู้มันส์ๆ..จากสมาชิกในเว๊บบอร์ดเก่า.(มาเม้าส์..*เผาๆ กันใหม่นะ ...)
«
ตอบ #4 เมื่อ:
22 มีนาคม 2008, 02:35:55 am »
Rung
พูดถึงข้อดีของการเป็นโสด.. ไม่ว่าจะโสดสนิท, โสดชั่วคราว หรือโสดถาวร แม้แต่โสดแบบถูกกาวตราช้างให้ดิ้นไม่หลุดไปจากชะตาลิขิตนี้ก็ได้ทั้งนั้น
ข้อดีของการเป็นโสด น่ะเหรอ โธ่ ช่างไม่รู้ อะไรบ้างเลยจริงๆ อ่ะ...หรือนั่นแน่ ทำเป็นบ่ฮู้ แต่จริงๆน่ะเชี่ยวชาญรู้หรอกน่า แต่ไม่ว่าจะทราบหรือไม่ทราบรึยัง งั้น บอกให้ฟังแบบยัดเยียดก็ได้ ว่า เช่น.....
1.ถ้าเป็นโสด ก็รอดจากการถูกครอบงำทางความคิดของแฟนไง
ถือเป็นโชคดีหรือโชคร้ายก็ได้แล้วแต่ใครจะคิด เพราะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของใครของมัน ไม่ใช่โสดแล้วดีเสมอไป หรือตรงข้าม-เป็นโสดไม่เห็นดีเลย... ที่ไหนล่ะ ไม่ว่าจะโสด, สด-ไม่สด มีคู่รักหรือไม่มีคู่เลิฟย่อมมีทั้งข้อดีข้อเสียทั้งน้าน แต่ข้อดีข้อเสียจะต่างกันไง เรียกว่า ได้อย่าง เสียอย่าง ไง
และเชื่อดิว่า ไม่มีคู่ไหนเห็นคล้อยตามกันไปซะ ทุกเรื่องหรอก บางทีเราคิดแบบนี้ เช่น เห็นดาราคนนี้ (คนไหนไม่รู้) หล่อจัง, ดูดีจังแถมยิ้มเก๋ซะด้วย แต่อีกฝ่ายอาจบอกไม่เห็นเอาไหน ทำให้แฟนเค้าต้องรีบหุบปากสิ เพราะไม่อยากทำให้แฟนเสียน้ำใจ จึงเออออห่อหมกไปกะเค้า....อย่าห่วงเลยว่าจะมีแต่ คู่เลิฟคู่เดียวทำงี้ เพราะเห็นทำแบบนี้เยอะจนตาลาย เพราะส่วนมากไม่อยากมีเรื่องน่ะสิ
ตรงข้าม การแสดงความเห็นของแฟนบางที ก็ช่วยเปิดโลกทัศน์ให้อีกฝ่ายได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ จึงทำให้ ?ตาสว่างขึ้น? ตรงนี้ขึ้นอยู่กับแฟนของ คุณแล้วล่ะ ว่าเป็นคนยังไง ถ้าดีก็ดีไป ถ้าร้ายก็บ้ากันไปเลย
แต่ถ้าเราไม่มีแฟนเลย ย่อมรอดกับปัญหาต้องตามใจความคิดของแฟน ส่วนความเห็นดีๆไปหาจากเพื่อนเอาก็ได้
2. ถ้าเป็นโสด ก็ไม่ต้องอดทนและทนอด เพราะแฟน
โห คู่รักบางคู่นะ ตอนคบกันแรกๆก็ช่างน่ารัก, น่าขยำและน่าเข้าใกล้ดีหรอก เพราะอาจไม่จุกจิกจู้จี้, แสนสงบปากสงบคำ, ทำตัวเรียบร้อยหรือเป็นสุภาพชนเต็มร้อย แต่พออยู่กันไปนานๆเข้า เอ้า ไหง เปลี๊ยนไป๋ในด้านที่อีกฝ่ายไม่ชอบไปได้น้อ ดังนั้น ผู้สันทัดกรณีถึงได้ชอบพูดไงว่า พื้นฐานของความรัก คือความอดทน, เชื่อใจกัน, ไว้ใจกัน, ยืนอยู่ข้างเดียวกัน, ไม่โกรธกันข้ามคืน แต่ชีวิตจริงมีคู่ไหนเหรอที่ทำได้? พูดง่ายแต่ทำยาก ยิ่งถ้าให้ทนอดเพราะแฟนไม่รับผิดชอบเท่าไหร่ แล้วรับไหวรึนั่น
3. ถ้าเป็นโสด ย่อมสามารถใช้ชีวิตได้ ตามใจฉัน ไม่ต้องมัวห่วงว่า ถ้ามีแฟน เค้าก็ต้องการ สเปซ (space พื้นที่ไว้หายใจหายคอเป็นของตัวเอง) เพราะเราเองยังอยากมีเลย
เช่น บางทีเค้าอยากไปเมากะเพื่อนของเค้าบ้าง ไม่ใช่ขลุกอยู่กะเจ๊ตลอดเวลา ซึ่งหากใครมีแฟนไม่ ชอบดื่ม แต่ ?ติดเพื่อน? เพราะชอบพูดคุยหรือปรึกษาหารือกับเพื่อน ไม่ใช่กะแฟนคนเดียว ก็ทำใจไว้เหอะ ว่าคุณต้องปล่อยๆเค้าไปบ้าง
แต่เป็นโสดน่ะเหรอต้องแคร์ใครล่ะ นอกจากพ่อแม่ ชอบชีวิตแบบไหนก็ว่ากันไปนะตัว อยากแนะให้ ก็ไม่ได้ เอางี้ กลับไปฟังเพลง รักไม่ช่วยอะไร กับ ไม่อยากให้เธอไว้ใจ เองเหอะ
4. ถ้าเป็นโสด ก็มีเวลาเหลือเฟือสำหรับตัวเอง แถมไม่ต้องห่วงที่ไปรับไปส่งแฟน หรือแฟนจะมารับมาส่งเราด้วย จึงสามารถใช้เวลาว่างที่มีได้ตามสบาย ไม่ดีรึไง
ไม่ต้อง ?ห่วงเขาห่วงเรา? แค่ห่วงตัวเองก็พอ เชอะ สมัยนี้มีน้อยคู่รักที่พอเงินเดือนออก ฝ่ายชาย จะยกเงินทั้งหมดให้แฟนสาวเป็นคนบริหารเงินทอง ในบ้าน เพราะเรื่องเงินทองเค้าก็รับผิดชอบได้ จึงให้ส่วนนึงก็พอ มีรักสมัยนี้ต้องเอาตัวเองรอดให้ได้ด้วย ไม่มีใครเค้าเลี้ยงเราเป็นคุณนายตลอดไปหรอก นอกจากลูกคุณหนูมาเจอกัน หมายถึง รวยกะรวยดันรักกัน แล้วจะหวั่นเรื่องนี้ไปไยใช่มะ
5. ถ้าเป็นโสด อยากทำอะไรสนุกๆก็ได้ เพราะไม่มีใครคอยเป็นมารคอหอย
อยากเดินช็อปฯแถวตลาดขายของวันหยุดนานทั้งวันก็ได้ ไม่ต้องกลัวแฟนโทร.ถาม/โทร.ตาม และรายงานแฟนว่าอยู่ไหน? ทำอะไร? กับใคร? ส่วนถ้าอยากท่องอินเตอร์เน็ต แชตกับเพื่อนหรือคนแปลกหน้านานๆก็ได้ แต่อย่าไปเชื่อคารมคนแปลกหน้าง่ายๆล่ะ เพราะมีตัวอย่างไม่ค่อยดีจากการหาคู่ทางเน็ตให้ระอุร้อนฉ่ากันมาแล้ว จำได้ป่าว! ที่จริง ข้อดีของการเป็นโสดยังมีอีกเพียบ แต่ฝอยเป็นแซมเปิ้ลแค่นี้พอ เห็นมะ ว่าถึงโสดก็ไม่สลดหรอกย่ะ.
@ @ @ @ @
จาก นสพ.ไทยรัฐ วันอาทิตย์ที่ 3 กันยายน 2549
n
วายร้าย อย่ารับกระดาษจากคนแปลกหน้า
นอกจากยาป้าย แล้วยังมียาอีกชนิดหนึ่ง
เพื่อนเราเคยเกือบโดน บนรถเมล์ สาย 47
เค้านั่งอยู่คนเดียวกำลังจะกลับถึงบ้านแล้ว รู้สึกแปลก
เหมือนมีผู้ชายมองอยู่ข้างหลัง 2-3 คน
พอถึงป้ายราชดำเนิน ผู้ชาย 1ในนั้น
ก็เดินมาหาเค้าแล้วยื่นกระดาษที่พับไว้แผ่นนึงให้เค้า
แต่ไม่ได้รับเพราะปกติเป็นคนขี้ระแวงอยู่แล้ว
แต่ชายคนนั้นก็คะยั้นคะยอให้เค้ารับให้ได้แต่เค้าก็ไม่รับอยู่ดีค่ะ
กลุ่มคนพวกนั้นก็เลยรีบลงจากรถ
พร้อมกับมองขึ้นด้วยท่าทางที่หงุดหงิด
พอกลับถึงบ้านเลยเล่าให้พ่อแม่ฟังว่าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น
พ่อเค้าก็ตกใจว่าเคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นแล้ว
มันเกิดกับคนแถวๆบ้านนั้นหน่ะแหละ...คือโดนยื่นกระดาษเหมือนกัน
แล้วก็รับมาพอเปิดดูก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย
มารู้อีกที
ก็อยู่สนามหลวง แต่ไม่มีของติดตัวเลย
ทั้งกระเป๋าตังและสร้อยคอ ไปแจ้งความ
ก็ทำอะไรใครไม่ได้.............
สรุปได้ว่ามันเป็นยามึนชนิดนึง มีลักษณะเป็นผงๆ
เมื่อเปิดมามันก็จะฟุ้งออกมาทันที
ใครโดนยานี้จะคล้ายกับโดนยาป้าย
ช่วยๆ ระวังกันด้วยนะคับ
กรุณาส่งต่อให้หญิงสาวผู้น่ารักทั้งหลายด้วยคับ
วายร้าย
สถานที่เกิดเหตุ ซอย สุขุมวิท 22 สายน้ำผึ้ง
ร.ร.สายน้ำผึ้ง คอฟฟี่แม๊ค
ป้อมยาม+ที่จอด
รถ เซเว่น บาร์เกิรล์
โรงแรม
regency park
ที่ 2>>>>>>>>>
คาราโอเกะ โรงแรมอิมพีเรียลควีนปาร์ค
ร้านผลไม้1
ร้านผลไม้สอง
เมื่อเวลาประมาณ 23.30 ของคืนวันเสาร์ที่ 19 สิงหาคม 2549
ที่ผ่านมา ฉันได้
เดินลงมาจากอพาร์ตเมนท์ในซอย สุขุมวิท 22 เพื่อลงมาหาข้าวทาน
ซึ่งที่ผ่านมาก้อไม่เคยเกิดปัญหาอะไ
รเลย สภาพการจราจรในขณะนั้น รถที่มุ่งหน้าไปทางต้นซอยสุขุมวิท จะติดมาก
ขยับไม่ได้ เนื่องจากมี
รถบัสของทางโรงแรมอิมพีเรียลควีนปาร์คเข้าออกอยู่ณ.เวลานั้น
ฉันเดินผ่านร้านคาราโอเกะซึ่งมีสาวคา
ราโอเกะนั่งอยู่ 2 คน หนึ่งในนั้นได้ตะโกนบอกยามฝั่งตรงข้ามว่า ยาม! ยาม!
ช่วยดูรถ ป้ายทะเบียน
ณ 6388 ที! มีเสียงคนร้องให้ช่วยอยู่ในรถ ! ฉันได้แต่มองตามไปยังรถที่ว่า
คนขับผู้ชายและคนนั่งข้าง
สองคนพยายามแซวฉัน ฉันไม่ได้สนใจ และก้อไม่ได้ยินเสียงอะไร
ในใจตอนนั้นคิดแต่ว่า สาวคาราโอ
เกะพวกนี้ คงคิดไปเองมากกว่า ดิฉันจึงเดินหนี ผ่านไปทางหน้า ร.ร.อิ
มพี่เรียลควีนปาร์คทาง
พอรถหายติด ฉันนึกอย่างไรไม่ทราบอยากรอให้รถคันนี้ผ่านไปก่อน
เพราะทุกทีฉัน
ไม่ชอบให้อะไรที่ไม่น่าไว้ใจตามมาข้างหลัง
ในใจก้อคิดว่าเสียเวลารอให้มันผ่านไปก่อนดีกว่า ฉันจึงได้
เดินข้ามรถ ไปหยุดยืนให้รถผ่านไปก่อนที่บาร์เกิล ซึ่งในขณะนั้น
ฉันมีแต่กระเป๋าสตางค์ 1 ใบ และมีดพับ
อเนกประสงค์ซึ่งปกติจะไม่พกแต่ไม่รู้เป็นอะไรวันนั้นเกิดนึกอยากเอาลงไปด้วย
ส่วนมือถือนั้นไม่ได้นำติด
ตัวลงไป เพราะคิดว่าจะออกไปปากซอยแป๊ปเดียวก้อกลับ
ทันใดนั้น รถป้ายทะเบียน ณ 6388 สีขาว ตอนเดียว แต่มีแคปทึบสีขาว
มีสติ๊กเก
อร์รูปเดียวผู้ชายอยู่ตรงประตูแคปด้านหลัง ก้อได้ผ่านหน้าฉันไป
ซึ่งฉันสังเกตว่าพวกมันมองฉัน แล้วก้อ
จอดรถเลยถัดๆไปหน้า โรงแรม่านregency ซึ่งไม่สามารถจอดรถได้นาน ฉันเห็น
มีคนขับและคนนั่งข้าง
คนขับเดินลงมาจากรถ แวประตูแคปด้สนหลังก้อเปิดออก พร้อมมีผู้ชาย 2 คน
ออกมาจากรถ ที่น่าตกใจ
คือน
สิ่งที่ฉันเห็นภายในรถสีขาวสะอาดตานั้นคือ คนนั่งก้มหน้า หรือ
นอนพับ เป็นหัวๆ
อยู่ ไม่ต่ำกว่า 5 หัวซึ่งไม่รวม ผู้ชาย 2 คนที่เพิ่งออกมาจากรถ
ฉันไม่สามารถระบุเพศได้ แต่มั่นใจว่า
ต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกับเสียงร้องที่สาวคาราโอเกะตะโกนบอกยามแน่นอน พวกมันทั้ง
4 คนมองมาที่ฉัน
แล้ว พยักเพยิดให้ 1 ในนั้นเดินมาทางฉัน
ฉันซึ่งในขณะนั้นอยู่ฟากเดียวกับรถพวกมัน ได้ออกเดินข้ามถนน
ซึ่งฟากตรงข้าม มี
ร้าน ผลไม้ สองร้านที่เปิดอยู่ ซึ่งอยู่ห่างกัน ประมาณ 3 ห้องแถว
มีอยู่แค่สองร้านจริงๆ ที่เปิดขายอยู่
นอกนั้นบริเวณนั้นปิดหมด ฉันเลือกร้านผลไม้ที่สองซึ่งอยู่ใกล้รถพวกมันมากกว่า
แต่สว่างกว่าและในขณะนั้น
มีคนมาซื้อมากกว่าอีกร้านนึงด้วย
ผู้ชายที่ตั้งใจจะเดินเข้ามาหาดิฉัน เปลี่ยนใจเดินข้ามฟากเช่นกัน
ในเวลานั้น ฉัน
คิดถึงเมลล์ของคุณพลอยณัชชาซึ่งเป็นคนเดียวที่ฉันรับเมลล์ประจำ
ซึ่งมักจะมีเรื่องของการมอมยาสลบหรือ
ลักพาตัวอยู่เสมอ เนื้อหาทุกอย่างที่เคยอ่านมันเข้ามาในหัวสมอง
ฉันเริ่มกางมีดแล้วสอดมือไว้ในกระเป๋า
กางเกงขาสั้น แล้วหยุดยืนอยู่หน้าร้านผลไม้ร้านที่สอง
ในใจคิดว่าบอกกับตัวเองว่าต้องพยายามดูๆ ว่ามัน
มีอะไรในมือมันบ้างซึ่งในใจฉันคิดว่ามันต้องมีผ้าโปะยาสลบเหมือนที่เคยอ่านจากเมลล์แน่ๆ
เป็นจิงค่ะ สภาพที่ฉันเห็นคือ
สามคนที่ยืนอยู่ข้างรถกำลังเจรจาอะไรสักอย่างกับ
ยามของโรงแรม ส่วนอีกคนนึงมันเดินข้ามฟากมาช้ากว่าฉัน การแต่งตัวของพวกมันคือ
เสื้อยืดสีดำล้วน
กางเกงยีนทั้ง 4 คน แต่คนที่กำลังเดินข้ามฟากมาหาฉัน มันจะสะพายกระเป๋าเป้สีขาว
ที่น่าตกใจคือ มือ
ซ้ายมัน มันมีกระดาษตัดขอบเรียบสีขาวอยู่ในมือ
มันมองฉันไม่วางตาฉันก้อมองมันไม่วางตาเหมือนกันค่
ะ
มันหยุดอยู่ที่ร้านผลไม้ ทำทีเป็นเลือกผลไม้
แต่สายตามันไม่ละจากตัวของฉันเลย
หน้าตามันสกปรกมอมแมมมากๆ อายุ ราว 20 ต้นๆมันเดินมาใกล้ฉันไม่ถึง 1 เมตร
ฉันเริ่มขยับมีดในใจ
ก้อคิดว่าจะเสียบหน้ามันก่อน ไม่รอให้มันขยับแขนก่อนแน่ๆ
โชคดีที่มันเดินผ่านฉันไปทางร้านผลไม้ร้านที่หนึ่ง ส่วนฉันเอง
ฉันเดินถอยหลังเข้า
ร้านผลไม้ร้านที่สอง ขอย้ำเดินถอยหลังค่ะัน! เพราะฉันต้องการมองเห็นมัน
จึงไม่กล้าหันหลังให้มัน ฉัน
ทำทีเข้าไปคุยกับเจ้าของร้านผู้หญิงว่าขอซื้อน้ำ พร้อมกับขอโทรศัพท์
ซึ่งในขณะนั้น มีแค่ ลูกค้า 2 คน ลูก
ชายที่ยังหนุ่มของเจ้าของร้าน แล้วก้อเจ้าของร้านผู้หญิงเท่านั้นเอง
เจ้าของร้านผู้หญิงและลูกชาย
ไล่ให้ฉันไปโทรศัพท์ที่ตู้สาธารณะที่อยู่ถัดออกไป ไม่กี่
ก้าว แต่ฉันไม่ยอมไปเพราะตู้นั้นมันเปลี่ยว แล้วฉันก้อไม่อยากออกนอกร้านด้วย
พยายามอธิบายก้อไม่เข้า
ใจ ต้องให้ตะคอกว่า จะจ่ายให้ร้อยนึงเพราะว่ามีคนตามฉันมา
ไม่เชื่อก้อให้ดูหน้าร้าน
มันเดินกลับมาที่ร้านอีกทีพร้อมกับน้ำสองขวดที่ซื้อมาจากอีกร้านนึง
ซึ่งนึงถึงความ
เป็นจิงแล้ว ทำไมมันไม่ซื้อร้านที่อยู่ใกล้กว่า
แต่กลับไปซื้อร้านที่อยู่ไกลกว่า มันมองมาที่ฉันอีกครั้ง โชคดีที่
เพื่อนมันเรียกมันกลับ เพราะยามหน้าโรงแรมไม่ยอมให้มันจอดรถนาน พร้อมกับ
เจ้าของร้านซึ่งเห็นว่ามี
คนดักรอฉันจิงจึงยอมให้ใช้โทรศัพท์
ฉันโทรเรียกแฟน แล้วรอให้แฟนฉันมารับ ขอบอกว่า
ไม่ยอมออกนอกร้านจิงๆ
พอแฟนมาฉันเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง พร้อมกลับไปถาม สาวคาราโอเกะข้างต้น
ว่าเกิดอะไรขึ้น สาวคารา
โอเกะบอกว่า ได้ยินเสียงร้องให้ช่วยดังมากมาจากในรถแล้วได้โทรแจ้งตำรวจ191แล้ว
ฉันก้อได้เล่า
เหตุการณ์ให้สาวคาราโอเกะ และตำรวจ 191 ฟังเช่นกัน โชคดีจิงๆ
ที่ไม่เกิดอะไรร้ายแรงขึ้นกับฉัน
ท้ายสุดขอให้เพื่อนส่งต่อเมลล์นี้ไปให้ได้มากที่สุด
เพราะส่วนนึงที่ฉันรอดมาได้คือกา
รรับเมลล์จากคุณพลอยณัชชาอยู่เสมอ หวังว่าเพื่อนๆ จะช่วยเตือนต่อๆ ไปนะคะ
วายร้าย
ตัวใครเป็น คนผิดอยากถามนัก รักไยใจจึงกลับ ดังลมหวน
ใกล้เรา กล่าวถ้อย ในที่รัก เจ็บนัก พอถึงอื่น ก็คืนคำ
มาทำชิด สนิทใหม่ใครจะเชื่อ เบื่อแล้วไยจะ มารับกลับคืน
ตัวใครเป็นคนผิดอยากถามนัก รักไยใจจึงกลับ ดังลมหวน
ใกล้เรา กล่าวถ้อยในที่รัก เจ็บนัก พอถึงอื่น ก็คืนคำ
มาทำชิด สนิทใหม่ใครจะเชื่อ เบื่อแล้วไยจะ มารับกลับคืน
ลมหวน
วายร้าย วังน้ำวน
วังน้ำวนสายชลวนไหลเชี่ยว เป็นเกลียวลึกลง
เกลียวน้ำวนวนวิ่งดิ่งตรง ลึกลงทุกที
สิ่งใดที่หลงในวงวน อับจนจะพ้นฤามี
สายชลเชี่ยววนนที เหลือที่จะดันสายชล
วังน้ำวนแม้วนแรงเล่า ไม่เท่ารักวน
วังรักวนวนด้วยเล่ห์กล วกวนกันไป
หากใจใครถลำรักตน รักพาใจวนหลงวนเวียนใจ
สุดปัญญาสุดหาทางไป ทุกข์ทนจนใจอยู่ในวังรักวน
รักลึกล้นกลสวาท อาจจะก่อกรรมหัวใจให้มัวหม่น
เล่ห์ความรักวนเปรียบน้ำวน ใครถูกกลต้องหลง
vinitaya
วนรักวนหมุนเวียนเปลี่ยนรายวัน
วนรักพันเวียนร้างห่างใจหนี
วนเวียนรักปักใจใฝ่ฤดี
วนเวียนมีเรื่องรักให้หนักใจ
บันทึกการเข้า
~คน ก็เหมือน คอม *เข้าใจวิธีดูแลรักษา เอาไว้ให้ดี *แล้วเขาจะอยู่กับเรานานๆ~
แดง Lebanon
d@eng Lebanon
Auther
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +60/-1
ออฟไลน์
กระทู้: 3390
~ รักนะ..นาวี 22~
รวมกระทู้มันส์ๆ..จากสมาชิกในเว๊บบอร์ดเก่า.(มาเม้าส์..*เผาๆ กันใหม่นะ ...)
«
ตอบ #5 เมื่อ:
22 มีนาคม 2008, 02:48:37 am »
วายร้าย แอลดี...ความบกพร่องในการเรียนรู้
L.D. - Learning Disabilities
นพ.ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เรขา
จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
แอล . ดี . (L.D. - Learning Disabilities) ในวงการศึกษาให้คำจำกัดความว่า ?ความบกพร่องของกระบวนการทางจิตวิทยาขั้นพื้นฐาน (Basic Psychological Process) ที่เกี่ยวข้องกับการเข้าใจ การใช้ภาษา การพูด หรือการเขียน ซึ่งแสดงออกโดยความไม่สมบูรณ์ของความสามารถด้านการฟัง การคิด การพูด การอ่าน การเขียน การสะกดคำ และการคำนวณทางคณิตศาสตร์?
ความหมายครอบคลุมไปถึง ข้อจำกัดในการรับรู้ (perceptual handicaps) การบาดเจ็บทางสมอง (brain injury) ความผิดปกติเล็กน้อยในการทำงานของสมอง (minimal brain dysfunction) ดิสเล็กเซีย (dyslexia) และ อะเฟเซีย (developmental aphasia) แต่ไม่ครอบคลุมในกลุ่มที่เป็นผลของความพิการทางตา หู หรือการเคลื่อนไหว ความบกพร่องทางสติปัญญา ปัญหาทางอารมณ์ หรือเกิดจากความเสียเปรียบทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม หรือสิ่งแวดล้อม
ในวงการแพทย์ ใช้การวินิจฉัยเป็น Learning Disorder (ตามเกณฑ์ของสมาคมจิตแพทย์อเมริกัน DSM-IV) หรือ Specific Developmental Disorder of Scholastic Skills (ตามเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก ICD-10) คือ มีทักษะเฉพาะด้านที่ใช้ในการเรียน ด้านการอ่าน การเขียน หรือการคำนวณ ไม่เหมาะสมกับอายุจริง ระดับสติปัญญา และระดับการศึกษา โดยไม่ได้เกิดจากความผิดปกติทางร่างกายและระบบประสาท ความบกพร่องของพัฒนาการแบบรอบด้าน ความบกพร่องทางสติปัญญา หรือขาดโอกาสทางการศึกษา ส่งผลรบกวนต่อผลการศึกษาหรือกิจกรรมในชีวิต ประจำวัน ที่ต้องอาศัยการอ่าน การเขียน หรือการคำนวณ
ลักษณะอาการ
ความบกพร่องในการเรียนรู้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ
1. ความบกพร่องด้านการอ่าน (Reading Disorder)
อ่านหนังสือไม่ออกเลย หรืออ่านหนังสือได้ไม่เหมาะสมตามวัย เช่น สะกดไม่ถูก อ่านตกหล่น อ่านทีละตัวอักษรได้แต่ผสมคำไม่ได้ แยกแยะพยัญชนะที่คล้ายกันไม่ออก (ก - ถ - ภ) ทั้งๆที่เด็กดูมีความ
ฉลาดรอบรู้ในด้านอื่นๆ ถ้ามีใครเล่าเรื่องให้ฟังจะเข้าใจดี เรียนรู้จากการเห็นภาพ และการฟัง จะทำได้ดี แต่ถ้าให้อ่านเองจะไม่ค่อยรู้เรื่อง จับใจความไม่ได้
2. ความบกพร่องด้านการเขียน (Disorder of Written Expression)
มีปัญหาในด้านการเขียนหนังสือ ตั้งแต่เขียนหนังสือไม่ได้ทั้งๆที่รู้ว่าอยากจะเขียนอะไร เขียนตกหล่น สลับตำแหน่ง หรือผิดตำแหน่ง เขียนไม่เป็นประโยคที่สมบูรณ์ ใช้คำเชื่อมไม่ถูกต้อง เว้นวรรคตอนหรือย่อหน้าไม่ถูกต้อง จนทำให้ผู้อ่านไม่สามารถเข้าใจความหมายที่ผู้เขียนต้องการสื่อได้ถูกต้อง
3. ความบกพร่องด้านการคำนวณ (Mathematics Disorder)
มีปัญหาในด้านการคำนวณ ตามระดับความรุนแรง หลากหลายรูปแบบ เช่น มีความสับสนเกี่ยวกับเรื่องตัวเลข ไม่เข้าใจเรื่อง การบวก ลบ คูณ หาร ไม่สามารถแปลโจทย์ปัญหาเป็นสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ มีการคำนวณที่ผิดพลาด ตกหล่นเกี่ยวกับเรื่องตัวเลขเป็นประจำ
สาเหตุ
แบบจำลองไซเบอร์เนติค (Cybernatics Model) ใช้อธิบายกระบวนการเรียนรู้ ของเด็กแอลดี โดยแบ่งเป็น 4 ขั้นตอนดังนี้
1. ข้อมูลจากประสาทสัมผัสจะเข้าสู่สมอง (Input process)
2. ข้อมูลจะถูกแปลความหมาย (Integration process)
3. ข้อมูลจะถูกบันทึก และสามารถดึงมาใช้ได้ (Memory process)
4. ข้อมูลจะถูกนำมาใช้ในรูปแบบของภาษา และการเคลื่อนไหว (Output process)
เมื่ออ่านหนังสือ ดูรูปภาพ ฟังเสียง หรือสัมผัส ข้อมูลที่ได้รับจะถูกส่งไปยังสมอง จากนั้นข้อมูลจะถูกแปลความหมาย และจัดเก็บในหน่วยความจำ และสามารถดึงข้อมูลมาใช้ในยามที่ต้องการ โดยอาจออกมาในรูปการคิด การพูด การอ่าน การเขียน และการเคลื่อนไหว คล้ายกับกระบวนการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์
โดยปกติเมื่อมองรูปภาพ หรืออ่านหนังสือ จะสามารถแยกแยะภาพหรือตัวอักษรออกจากพื้น รู้ตำแหน่งทิศทางของภาพ และสามารถกะระยะความลึกของภาพ 3 มิติได้ เช่นเดียวกับการฟัง ที่เราจะต้องแยกแยะเสียงที่ต้องการฟังออกจากเสียงรบกวน หรือเสียงธรรมชาติอื่นๆ จากนั้นภาพและเสียงจะถูกบันทึกในสมอง ผ่านกระบวนการแปลงสัญญาณ (Coding) และดึงข้อมูลจากหน่วยความจำมาใช้ในการเขียน การอ่าน ผ่านกระบวนการแปลข้อมูลกลับ (Decoding) ในที่สุด
เด็กที่มีความบกพร่องในการเรียนรู้อาจมีปัญหาที่ใดที่หนึ่งใน 4 ขั้นตอนที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งอาจเกิดจากเหตุปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน มักไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัด
แนวทางการดูแลรักษา
1) ช่วยเหลือในการเรียนรู้ โดยวาง แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP - Individualized Educational Program) มีการนำสื่อ เทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาประกอบในการเรียนการสอน ตามสภาพปัญหาของเด็ก เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ เทป วีดีทัศน์ เครื่องคิดเลข ฯลฯ
2) แก้ไขปัญหาเฉพาะที่เกิดร่วมด้วย เช่น โรคสมาธิสั้น ปัญหาการประสานงานของกล้ามเนื้อ ปัญหาในด้านการพูดและการสื่อสาร
3) ลดความรุนแรงของผลกระทบที่ตามมา เช่น ปัญหาการเรียน ปัญหาทางอารมณ์ ปัญหาพฤติกรรม และปัญหาการปรับตัว โดยคัดกรองปัญหาแต่แรกเริ่ม ให้กำลังใจ และให้ความช่วยเหลือตามแนวทางที่เหมาะสม
4) เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับครอบครัว เกิดความเข้าใจว่าเป็นความบกพร่องที่ต้องให้การช่วยเหลือ ไม่ตำหนิติเตียนว่าเป็นความไม่เอาใจใส่ของเด็กเอง
kee
25 วีธีเทคแคร์ความรัก
--------------------------------------------------------------------------------
ความรักทำให้ชีวิตมีความสุข แต่ต้องดูแลเทคแคร์อย่างไรละ ความรักถึงจะไม่จากไป
1. อย่าเขินที่จะบอกรัก
2 จดจำรายละเอียดของเขาหรือเธอ เช่น ชอบทานอะไร ชอบฟังเพลงแนวไหน กิจกรรมสุดโปรด คืออะไร แล้วหยิบยื่นสิ่งเหล่านี้ให้เธอหรือเขา เสมอ ๆ
3. โรแมนติกให้ถูกที่ ถูกเวลา เรื่องโรแมนซ์ ใครจะไม่ชอบ แต่บางทีก็ต้องถูกกาลเทศะด้วย ถ้าขืนกระโดดหอมแก้มแฟนกลางสยาม ใครล่ะจะไม่โกรธ!!! ลองหาสถานที่เหมาะ ๆ ดีกว่ามั้ย
4. ให้เกียรติกันและกันเสมอ
5. อย่าปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือความรัก นึกถึงเรื่องดี ๆ ที่เขาเคยทำให้เรา แล้วจะช่วยให้ความโกรธหรืออารมณ์ชั่ววูบเบาบางลง
6. เมื่อมีปัญหาควรใช้เหตุผลในการพูดคุย ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่คนสองคนต้องมีเรื่องขัดแย้ง แต่ถ้าทั้งคู่พร้อมที่จะปรับตัวเข้าหากัน ปัญหาทั้งหลายจะกลายเป็นเรื่องขี้ผง
7. ปล่อยให้ อีกฝ่าย มีเวลาเป็นของตัวเอง การเกาะติดแจมีแต่จะทำให้ความรักจืดจางได้ง่าย ปล่อยให้เขาไปเที่ยวกับเพื่อนบ้าง หรือพยายามให้ตัวเองมีโลกส่วนตัวบ้างจะได้ไม่อึดอัด
8. พูดกันตรง ๆ แต่เลือกใช้คำที่ไม่ทำร้ายจิตใจ
9. มีขอบเขตในการปรับตัว แน่นอนที่ทั้งเราและเขาต่างต้องปรับตัวเข้าหากัน แต่ก็ควรมีลิมิตด้วย ไม่ใช่ยอมเปลี่ยนแปลงให้เป็นแบบที่เขาต้องการทุกอย่าง จนไม่เหลือความเป็นตัวของตัวเอง ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนตัวเองเพื่อคนอื่นได้นานหรอก
10. ห้ามโกหก ข้อนี้สำคัญมาก เพราะจะไม่สามารถเชื่อใจกันได้อีก
11. อย่าคาดคั้นหาคำตอบหากอีกฝ่ายยังไม่พร้อม บางครั้งการที่เราดึงดันจะรู้ให้ได้เดี๋ยวนั้นเลยว่าทำไม่? เพราะอะไร ? จะเอายังไง? เป็นการกดดันอีกฝ่ายอย่างไม่มีประโยชน์ หากเราและเขาอยู่ในสถานการณ์ ตึงเครียด ลองถอยออกมา 1 ก้าว ทำใจให้สงบ รอจนกว่าเขาพร้อม แล้วค่อยคุยเรื่องนี้กันใหม่ก็ยังไม่สาย
12. ดูแลตัวเองให้เก๋กู๊ดอยู่เสมอ เขาจะได้ไม่มองคนอื่นไง
13. ไม่ควรคาดหวังกับความรัก บอกแล้วว่าความรักเป็นเรื่องของความรู้สึกของคนสองคนล้วน ๆ จึงเอาแน่เอานอนไม่ได้ อย่าคาดหวังว่าเขาจะเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ จะทำนั่นทำนี้ให้เรา เพราะถ้าผิดหวังจะเสียใจทั้งสองฝ่าย ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า
14. ห้ามหลุดคำหยาบ ต่อให้ทะเลาะกันรุนแรงแค่ไหนก็ไม่ควรด่าทอกันเสีย ๆ หาย ๆ มีแต่จะทำให้เข้าหน้ากันไม่ติด
15. ซื่อสัตย์และไว้ใจกัน สองอย่างนี้จะทำให้คุณสองคน เป็นคู่ที่น่าอิจฉาที่สุดในโลก
16. หาสิ่งของที่ต้องดูแลร่วมกัน เช่น สัตว์เลี้ยง หรือ ต้นไม้ หรือกิจการเล็กๆ น่ารัก ๆ เพื่อสร้างความผูกพันระหว่างคนสองคน
17. ให้โอกาสอีกฝ่ายในการแก้ไขข้อผิดพลาด ทีคนอื่นเรายังให้อภัยเขาได้ และกับคนที่เรารัก เรายิ่งต้องให้อภัยและให้โอกาสเขา แต่ควรระวัง ไม่ว่าใครก็ตาม เราไม่ควรให้โอกาสเขาเกิน 3 ครั้ง
18. อย่าอายที่จะขอโทษ
19. หากิจกรรมที่สร้างสรรค์ทำร่วมกันบ้าง เช่น ชวนกันเล่นแบดมินตัน ไปดูงานศิลปะ ด้วยกันบ่อย ๆ นอกจากความรักจะสดใสแล้ว เรายังได้เจออะไรใหม่ ๆ ในชีวิตอีกด้วย
20. นึกถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายเสมอ อย่ามัวแต่คิดว่าทำไมเขาไม่เข้าใจเรา
มันไม่มีประโยชน์แถมยังทำให้เราขี้น้อยใจอย่างไม่มีเหตุผล
21. รู้สึกดีกับสังคมของเรา ทั้งพ่อแม่และพี่น้อง เพื่อน และคนรักเก่า รู้หรอกน่าว่ามันทำใจยาก (โดยเฉพาะรายหลังสุด) แต่ถ้าทำได้ มันจะยกระดับจิตใจของคุณให้สูงส่ง ทำให้คุณภูมิใจในตัวเอง และเขาก็จะ รักคุณเพิ่มขึ้นมาก ๆๆ
22. อย่าปิดกั้นโอกาส ลองเปิดตัวเองให้รู้จักคนใหม่ ๆ ไม่ได้แนะนำให้หลายใจนะจ๊ะ แต่การได้รู้จักคนเยอะ ๆ จะทำให้เรารู้ค่าคนใกล้ตัวและรู้ใจตัวเองมากขึ้น
23. รู้จักที่จะใช้ภาษากาย ไม่ใช่ภาษาใบ้นะจ๊ะ แต่เป็นการสัมผัสร่างกายของอีกฝ่าย เช่น จับมือ ลูบหลัง ใคร ๆ ก็บอกว่ามันสามารถสื่อความในใจของเราได้ดีกว่าคำพูดหลายเท่าเชียว
24. คิดถึงอนาคต แต่อย่าพูดบ่อย เดี๋ยวเขาจะหาว่าเราผูกมัดแล้ว พาลหงุดหงิดใส่เพียงแค่รู้ว่าเราต่อไปเราอยากใช้ชีวิตแบบไหน แล้วพูดถึงมันในจังหวะเหมาะ ๆ แค่ครั้งเดียวก็พอ เพื่อทำให้เขารู้ว่าตัวคุณก็มี Plan ชีวิตเขาจะมาเล่น ๆ ไม่ได้
25. รักตัวเองให้มาก ๆ เพราะถ้าคุณไม่รักตัวคุณเองแล้วคุณจะไปรักใครที่ไหนได้เล่า
วายร้าย ประโยชน์ของกาแฟ
Coffee on Doi Inthanon.
นับตั้งแต่สมัยโบราณ คนเรารู้จัก "กาแฟ" มาเป็นระยะเวลากว่าพันปีแล้ว จวบจนปัจจุบันหาแฟนับเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมยิ่งและนิยมแพร่หลายไปทั่วโลก แต่จะมีอีกกี่คนที่ทราบว่านอกจากรสละมุนลึกล้ำแล้ว หากรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม "คาเฟอีน" ในกาแฟมีประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจในหลายด้านด้วยกัน
คาเฟอีนกระตุ้นให้สมองตื่นตัว ซึ่งจะเร่งความเร็วของการประมวลผลข้อมูล ในสมองและย่นระยะเวลาในการตอบสนอง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของงานที่ต้องการสมาธิ การใช้เหตุผลและความจำ คาเฟอีนในปริมาณที่พอเหมาะ ช่วยลดความหงุดหงิด อารมณ์ซึมเศร้าและความเครียดได้ ทำให้ผู้ดื่มรู้สึกพึงพอใจและมีความสุข
ด้านโภชนาการ การดื่มกาแฟช่วยให้ร่างกายได้รับของเหลวเข้าไปในปริมาณที่เพียงพอต่อวัน อีกทั้งเนื้อกาแฟยังมีแร่ธาตุไนแทซเซียมและไนอาซีน ซึ่งเป็นวิตามินบีชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์ นอกจากนี้ยังมีรายงานวิจัยว่าคาเฟอีนช่วยกระตุ้นการใช้พลังงานของร่างกาย ทำให้ไขมันสลายตัวเพิ่มขึ้น จึงอาจดื่มกาแฟเป็นเครื่องดื่มในการลดน้ำหนัก และเนื่องจากคาเฟอีนและสารอื่นที่มีอยู่ในกาแฟช่วยกระตุ้นการหลั่งกรดและน้ำย่อย กาแฟจึงช่วยในการย่อยอาหารเป็นเหตุให้คนจำนวนมากดื่มกาแฟหลังอาหารแต่ละมื้อ
จากการวิจัยทางการแพทย์สหรัฐฯ โดยดร.จี เวปสเตอร์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทและคณะจากศูนย์การแพทย์นครฮอนโนลูลู สหรัฐฯ พบว่าผู้ชายที่ไม่ดื่มกาแฟมีโอกาสที่จะป่วยเป็นโรคพาคิสันมากกว่าพวกที่ดื่มกาแฟมากกว่าวันละ 5 ถ้วย ถึง 5 เท่า
ผลกระทบของคาเฟอีนต่อเส้นเลือดมีประโยชน์ต่อวงการแพทย์ เพราะคาเฟอีนช่วยไปขยายหลอดเลือดแดงที่หล่อเลี้ยงหัวใจ ทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจได้มากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เส้นเลือดแดงบริเวณที่ศีรษะหดตัว ซึ่งช่วยลดอาการปวดหัวจากไมเกรนได้ จากการศึกษาของนายแพทย์ วินเซนต์ ทูบิโอโล แห่งศูนย์การแพทย์ยูซีแอลเออ-ฮาร์เบอร์ ได้ตั้งทฤษฎีใหม่ว่า การรับคาเฟอีนจำนวน 400 มิลลิกรัมต่อวัน อาจช่วยลดอาการแพ้เกสรดอกไม้ได้
จากรายงานการวิจัยในกลุ่มสตรีที่ดื่มกาแฟไม่เกิน 5 ถ้วยต่อวันพบว่า กาแฟไม่มีส่วนทำให้เป็นการเสี่ยงต่อการเป็นโรคของหัวใจมากขึ้น แม้ในรายที่มีปัญหาเส้นเลือดอุดตันหรือหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ สำหรับผู้ที่ดื่มกาแฟทุกวัน วันละหกถ้วยขึ้นไปก็ไม่มีอัตราหัวใจสูงกว่าปกติ และจากการสำรวจหลายครั้ง รวมทั้งการวิจัยโดยมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่าผู้ดื่มกาแฟมีอัตร่การเป็นมะเร็งเต้านมต่ำกว่าผู้ที่ไม่ดื่ม กาแฟ ส่วนการศึกษาของมหาวิทยาลัยบอสตันพบว่า คนไข้ที่ดื่มกาแอย่างน้องห้าถ้วยต่อวัน มีความเสี่ยงเป้นมะเร็งลำไส้ต่ำกว่ากลุ่มอื่นถึงร้อยละ 40
กาแฟยังกลายเป็นข่าวดีสำหรับผู้ชายทั่วโลก เมื่อดร.ดาร์ซี โรแบร์โตลิมา ผู้เชี่ยวชาญด้านเภสัชวิทยาของมหาวิทยาลัยริโอ เดอจาเนโร ในบราซิล เปิดเผยว่า ผู้ที่มีปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศอันเนื่องมาจากการดื่มสุรา การเสพยา ภาวะซึมเศร้าและอายุขัย สามารถแก้ปัญหานี้ได้ด้วยการดื่มกาแฟในปริมาณที่พอเหมาะในแต่ละวัน
บันทึกการเข้า
~คน ก็เหมือน คอม *เข้าใจวิธีดูแลรักษา เอาไว้ให้ดี *แล้วเขาจะอยู่กับเรานานๆ~
แดง Lebanon
d@eng Lebanon
Auther
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +60/-1
ออฟไลน์
กระทู้: 3390
~ รักนะ..นาวี 22~
รวมกระทู้มันส์ๆ..จากสมาชิกในเว๊บบอร์ดเก่า.(มาเม้าส์..*เผาๆ กันใหม่นะ ...)
«
ตอบ #6 เมื่อ:
22 มีนาคม 2008, 03:15:19 am »
yadza
(~-~)10 เคล็ดลับ สมองแจ่มใส...ไม่กลัวแก่
เคล็ดลับง่ายๆ เรื่องการกิน อยู่ หลับนอน ที่รู้อยู่แล้วแต่ก็ชอบลืมทำ ปีใหม่ผ่านไปแล้ว...หันมาสนใจดูแลรักษาสมองของตัวเองบ้างจะได้ลดความเสี่ยงของโรคสมองฝ่อ อาการขี้หลงขี้ลืมไปจนถึงการป้องกันโรคอัลไซเมอร์ดังต่อไปนี้
1.เติมเต็มถังแต่เช้า การละเลยไม่กินอาหารเช้า ทำให้ขาดสารอาหารไปเลี้ยงสมองเป็นสาเหตุของสมองเสื่อม (ช่วงเวลาที่นอนหลายชั่วโมงร่างกายขาดน้ำและอาหารอย่างน้อย 5 ชั่วโมง รวมเวลาตื่นเช้า อาบน้ำแต่งตัว ไปทำงาน ถ้าจะรอไปกินมื้อเที่ยง รวมๆแล้วเป็นเวลาอย่างน้อยก็ 10 ชั่วโมง จะไม่ให้สมองร้องเรียกหาอะไรมาเติมได้ยังไง) ลองสังเกตช่วงที่กินอาหารเช้าเป็นประจำจะรู้สึกสดใสมากขึ้น แถมยังช่วยให้เริ่มงานตอนเช้าอย่างอารมณ์ดี และมีประสิทธิภาพ
2.อิ่มอย่างพอเพียง สังเกตปริมาณอาหารที่กินในแต่ละมื้อให้อิ่มกำลังดี อย่าตามใจปาก กินมากเกินไปจะทำให้หลอดเลือดแดงในสมองแข็งตัวเป็นสาเหตุให้เกิดโรคความจำสั้น
3.ลด ละ เลิกบุหรี่ เพื่อตัดต้นเหตุของโรคสมองฝ่อ และอัลไซเมอร์ รวมถึงอันตรายที่จะเกิดแก่อวัยวะส่วนอื่นๆของร่างกายอีกมากมาย
4.หวานน้อยๆ แต่หวานนานๆ เลือกกินขนมจุบจิบที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบแต่น้อย พอให้มีรสชาติและรู้สึกสดใส อย่าลืมว่าของหวานนั้นหากกินมากเกินไป จะขัดขวางการดูดซึมโปรตีนและสารอาหารที่เป็นประโยชน์ ทำให้ร่างกายขาดสารอาหารและขัดขวางพัฒนาการของสมองอีกด้วย เลือกเติมของหวานทีละน้อยแต่ยืดอายุสมองและร่างกายไว้นานๆ น่าจะดีกว่า
5.หลีกเลี่ยงมลพิษ หลีกไม่ได้ก็ต้องพยายามเลี่ยงให้ได้ เพราะการสูดอากาศที่เป็นมลพิษเข้าไปในร่างกาย ส่งผลให้ออกซิเจนในสมองลดลง ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองถดถอย
6.นอนเพื่อจดจำ การพักผ่อนอย่างเพียงพอช่วยให้สมองส่วนความจำทำงานได้ดี สามารถรวบรวมข้อมูลในเช้าวันใหม่ได้เต็มที่เรียกว่าพร้อมรับกับสิ่งใหม่ในวันใหม่นั่นเอง ในทางตรงข้ามอันตรายจากการอดนอนเป็นเวลานาน จะทำให้เซลล์สมองตายได้
7.ไม่ นอนคลุมโปง เวลานอนคลุมโปง อากาศที่เราหายใจจะมีจำกัด และไม่ถ่ายเทเป็นการเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์ให้มากขึ้น และลดออกซิเจนให้น้อยลงส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของสมอง
8. อย่าฝืนใช้สมองเมื่อป่วย ป่วยก็ต้องพัก การใช้สมองขณะที่กำลังป่วยเป็นการเร่งให้สมองทำงานหนักขึ้น แถมสมองที่ไม่แข็งแรงก็ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพยิ่งฝืนก็ยิ่งทำร้ายสมองของตัวเอง
9.คิดได้ คิดดี การคิดในสิ่งที่เป็นประโยชน์และสร้างสรรค์ เป็นการเพิ่มรอยหยักให้สมอง ป้องกันอาการสมองฝ่อไปในตัว
10.พูดบ้างก็ได้ ทักษะการพูดเป็นมาตรวัดประสิทธิภาพอีกอย่างหนึ่งของการทำงานของสมองอีกทั้งการพูดยังเป็นการแบ่งปันความคิ ด หรืออารมณ์ความรู้สึก โดยเฉพาะเวลาเครียดคิดอะไรอย่าเก็บไว้คนเดียว พูดคุยปรึกษากับคนข้างๆ บ้าง จะช่วยผ่อนคลายสมองแถมช่วยสร้างความสัมพันธ์ให้ปรองดองแน่นแฟ้นยิ่งกว่าเดิมเสียด้วย.
วายร้าย บะหมี่ราเมน มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน ซึ่งดูเหมือนว่าเป็นประเทศที่บะหมี่ทุกชนิดได้ถือกำเนิดขึ้นมา คำว่าบะหมี่ในภาษาจีนเรียกว่า ?โล-เมียง? ซึ่งหมายถึง บะหมี่ที่ต้มแล้ว
บะหมี่แบบจีนกลายเป็นที่โปรดปรานอย่างมากในเมืองซับโปโร ซึ่งเป็นเมืองหลวงของเกาะฮอกไกโดที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันนี้ราเมนกลายเป็นอาหารประจำท้องถิ่นของเมืองซับโปโร เหมือนกับที่เบคบีนเป็นอาหารประจำท้องถิ่นของเมืองบอสตัน ในประเทศอื่น ๆ คำที่ใช้เรียกราเมนก็แตกต่างกันไป ยกตัวอย่างเช่น ในประเทศสิงคโปร์จะเรียกราเมนว่า ?แม๊กกี้ มี?
ผู้ที่ริเริ่มเปลี่ยนกระบวนการผลิตราเมนแบบดั้งเดิม ให้กลายเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่บรรจุในซองก็คือ นายโมโมฟูกุ เอนโดะ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง บริษัท นิสชิน ฟูดส์ จำกัด ในประเทศญี่ปุ่น ในปี พ.ศ. 2513 บริษัท นิสชิน ฟูดส์ จำกัด ได้เผยแพร่บะหมี่
?ท้อป ราเมน? ไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา
บริษัทอื่น ๆ อีกหลายบริษัทได้ทำการเผยแพร่สินค้าที่เลียนแบบ ?ท้อป ราเมน? แม้แต่ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรม อย่างเช่น ลิปตัน และ แคมป์เบล ได้เริ่มทำการทดลองผลิตสินค้าที่มีลักษณะเหมือนราเมน ถึงแม้ว่าจะมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด แต่นิสชินก็ยังสามารถควบคุมตลาดราเมนในสหรัฐฯ ได้เกือบครึ่งหนึ่ง และยังสามารถควบคุมตลาดโลกของราเมนได้ถึง 15% หรือประมาณสิบพันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ต่อปี ในขณะที่เขียนบทความนี้ ราคาขายส่งโดยเฉลี่ยของ ราเมนบรรจุซองในสหรัฐฯ อยู่ที่ประมาณ 12.5 เซนต์ เท่านั้น
เนื่องจากราเมนกึ่งสำเร็จรูป ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในตลาด จึงมีการส่งออกข้ามพรมแดน และกลายเป็นปรากฏการณ์ระดับนานาชาติ ในปัจจุบันโรงงานผลิตราเมนไม่ได้มีแค่ในประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังพบได้ในแถบยุโรป เกาหลี จีน สิงคโปร์ ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย
ราเมนของแต่ละประเทศจะสะท้อนให้เห็นถึงความชอบโดยเฉพาะของประเทศนั้นๆ ราเมนของเกาหลีจะมีรสจัดมากและมีซอสที่ทำจากถั่วดำบรรจุรวมอยู่ในซอง ประเทศจีนจะผลิตบะหมี่เป็นรสชาติซูฉวน บะหมี่ที่ผลิตในประเทศไทยจะเป็นเส้นบางๆ และมีเครื่องเทศรสจัดบรรจุรวมอยู่ในซอง ส่วนญี่ปุ่น จะชอบรสชาติแบบอาหารทะเล และรสของเครื่องเทศอ่อนๆ ในประเทศสหรัฐฯ จะมีบะหมี่รสเนื้อ รสเห็ด รสเครื่องเทศอ่อนๆ ซึ่งจะเรียกกันว่า ?รสชาติแบบตะวันออก?
venus
ผมทำงานหน้าคอม และเปิดสื่อต่างๆ ตลอดเวลาขณะที่อยู่หน้าเครื่อง บางครั้งก็ไม่ได้ตั้งใจฟังอะไรจากทีวีมากนัก เว้นแต่มีบางสิ่งบางอย่างจากทีวี สะกิดให้สนใจ หรือเป็นเรื่องราว สาระน่าสนใจ สิ่งที่สะกิดผมเสมอ ๆ คือคำบางคำที่ฟังแล้วรู้สึกแปลกๆ เริ่มสังเกตุมาเมื่อ 6 เดือนก่อนว่า พิธีการ นักจัดการการ นักเล่าข่าว บางคนจะเป็นโรคที่ผมตั้งชื่อให้เองว่าโรคหุบปากเร็ว เพราะหางเสียงมันไม่ตรงกับความหมายของข่าว หรือข้อความที่ตั้งใจจะพูด แรก ๆ ก็เฉยๆ นะครับ เพราะคิดว่าเป็นความผิดพลาด ต่อมาเริ่มรู้สึกว่าจะไม่ใช่เสียแล้ว เพราะดู ๆ จะเป็นตลอด
เช่นคำว่า
การ เมื่อหุบปากเร็วทำให้เสียงออกมาเป็นกามในที่สุด
เหตุการณ์ ก็จะเป็นเหด-กาม
สถานการณ์ ก็จะเป็นสะ-ถา-นะ-กาม
คนที่อ่านแล้วเป็นแบบนี้บ่อยๆ ก็มีหลายคน เช่น สรยุทธ เริ่มลามมาถึงคนนั่งข้าง ๆ คือคุณกนก และอีกบางคน ในบางครั้ง ผมอยากให้ช่วยกันโพสเรื่องแบบนี้ไปให้มาก เพราะอาจจะมีหนทางหรือได้รับความสนใจจากคนที่สามารถช่วยเหลือได้
yadza ใครอยากฟังเพลงพระราชนิพนธิ์ ลองเข้าไปดูนะครับ มีเนื้อเพลงให้ทั้งภาษาไทย และอังกฤษ พร้อมดนตรีบรรเลงเลยครับ
http://www.navy.mi.th/ncd/MenuDiv/jubpooh/index1.html
แถมประวัติความเป็นมาของทุกเพลงด้วย น่าสนใจมากครับ
วายร้ายหัวใจขาดเลือด หลอดเลือดหัวใจตี
ความดันโลหิตสูง สาเหตุ : มากกว่าร้อยละ 95 ไม่มีสาเหตุ กลุ่มที่มีสาเหต ุคือ ไตวาย (บ่อยที่สุด) ความผิดปกติของ หลอดเลือด เนื้องอกบางชนิด
จุดมุ่งหมายการรักษา : ลดปัญหาแทรกซ้อนจากความดันสูงในระยะยาว คือ ลดอัมพาต ลดโรคหัวใจ ลดไตวาย แต่ก็ยังไม่สามารถลดได้ 100 % ยังคงเสี่ยงต่อผลแทรกซ้อนดังกล่าวอยู่บ้าง
หลักการรักษา : ควบคุมความดันโลหิตด้วยยา มียาหลายกลุ่มมาก เช่น ยาลดชีพจร ยาต้านแคลเซียม ยาขับปัสสาวะ ยา ACEI ฯลฯ ยาที่ดีควรครอบคลุม 24 ชม. ไม่มียาใดที่ไม่มีผลแทรกซ้อน แต่การไม่รักษา มีผลเสียมากกว่า
ผลการรักษา / การพยากรณ์โรค : เป็นโรคที่ไม่หายขาด ส่วนใหญ่จำเป็นต้องรับประทานยาตลอดไป มากบ้างน้อยบ้าง ส่วนน้อยที่หยุดยาได้ แต่ต้องติดตามวัดความดันโลหิตสม่ำเสมอ
คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย : ลดอาหารเค็ม รับประทานยาสม่ำเสมอ ลดน้ำหนัก (ถ้าอ้วน) อย่าให้เป็นเ บาหวาน หรือ ไขมันสูง ควรมีเครื่องวัดความดันที่บ้าน เนื่องจากค่าใกล้เคียงกับความจริง มากกว่าวัดที่รพ. (white-coat effect) เลือกรักษาที่สะดวก อย่าเปลี่ยน แพทย์บ่อยๆ หากจำเป็นนำยาเดิมไปด้วยทุกครั้ง
หัวใจล้มเหลว สาเหตุ : โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ตัน กล้ามเนื้อหัวใจตาย ลิ้นหัวใจตีบรั่ว ความดันโลหิตสูง กล้ามเนื้อหัวใจพิการจากสาเหตุต่างๆ เช่น ไวรัส เบาหวาน แอลกอฮอล์ (รวมทั้งไม่มีสาเหตุ)
จุดมุ่งหมายการรักษา : ลดอาการหอบเหนื่อย หรือ บวม, อายุยาวขึ้น, คุณภาพชีวิตดีขึ้น
หลักการรักษา : รักษาตามอาการ ให้ยาขับปัสสาวะเพื่อลดน้ำในปอด ยาขยายหลอดเลือดช่วยให้หัวใจ ทำงานสบายขึ้น ยากระตุ้นหัวใจ นอกจากนั้นแล้ว บางรายต้องรักษาตามสาเหตุด้วย เช่น ผ่าตัดแก้ไขลิ้นหัวใจ ผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ เป็นต้น หากหัวใจเต้นผิดจังหวะก็ต้องให้ยาควบคุม
ผลการรักษา / การพยากรณ์โรค : เป็นโรคที่ไม่หายขาดไม่ว่าจะรักษาด้วยวิธีใด หากหัวใจเสียมาก บีบตัวน้อย การพยากรณ์โรคไม่ดี
คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย : รับการรักษาสม่ำเสมอ ไม่ควรขาดยา ไม่ซื้อยารับประทานเอง เพราะยา หลายอย่างมีผลแทรกซ้อนมาก หากแน่นหน้าอก หอบเหนื่อยมาก ต้องรีบมารพ.ใกล้ที่สุดทันที
ลิ้นหัวใจตีบ / ลิ้นหัวใจรั่ว สาเหตุ : การติดเชื้อในวัยเด็ก (โรคหัวใจรูมาติก) หรือ ติดเชื้อแบคทีเรีย หรือ เกิดจากความเสื่อมของลิ้นหัวใจ เช่น อายุมาก หรือ เป็นแต่กำเนิด
จุดมุ่งหมายการรักษา : ลดอาการหอบเหนื่อยจากหัวใจล้มเหลว, อายุยาวขึ้น, คุณภาพชีวิตดีขึ้น
หลักการรักษา : รักษาตามอาการ ในกรณีที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว จะให้ยาขับปัสสาวะเพื่อลดน้ำในปอด ยาขยายหลอดเลือดช่วยให้หัวใจ ทำงานสบายขึ้น นอกจากนั้นแล้ว จำเป็นต้อง ผ่าตัดแก้ไขลิ้นหัวใจด้วย เช่น ซ่อมลิ้น หรือ เปลี่ยนลิ้นหัวใจ หากหัวใจเต้นผิดจังหวะก็ต้องให้ยาควบคุม ในกรณีที่เป็นน้อยไม่ต้องการ การรักษา
ผลการรักษา / การพยากรณ์โรค : เป็นโรคที่ไม่หายขาดไม่ว่าจะรักษาด้วยวิธีใด หากลิ้นหัวใจเสียมาก และไม่ผ่าตัดแก้ไข หรือ ผ่าตัดช้าไป การพยากรณ์โรคจะไม่ดี
คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย : เมื่อลิ้นหัวใจผิดปกติมาก แพทย์แนะนำผ่าตัดก็ควรผ่าตัด หากมีลิ้นหัวใจเทียม ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะโอกาสติดเชื้อสูง เลือดออกง่าย ไม่ควรซื้อยาเองแม้แต่ยาหวัด หากทำฟัน ขูดหินปูน ผ่าตัดใดๆ ต้องแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง สำหรับสตรีที่ต้องการตั้งครรภ์ต้องแจ้งแพทย์ก่อนเช่นกัน
กล้ามเนื้อหัวใจพิการ สาเหตุ : กล้ามเนื้อหัวใจพิการจากสาเหตุต่างๆ เช่น ไวรัส เบาหวาน แอลกอฮอล์ (รวมทั้งไม่มีสาเหตุ)
จุดมุ่งหมายการรักษา : ลดอาการหอบเหนื่อย หรือ บวม, อายุยาวขึ้น, คุณภาพชีวิตดีขึ้น
หลักการรักษา : รักษาตามอาการ ให้ยาขับปัสสาวะเพื่อลดน้ำในปอด ยาขยายหลอดเลือดช่วยให้หัวใจ ทำงานสบายขึ้น ยากระตุ้นหัวใจ นอกจากนั้นแล้ว หากหัวใจเต้นผิดจังหวะก็ต้องให้ยาควบคุม ในรายที่รุนแรง การรักษาที่ดีที่สุดคือ การผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ
ผลการรักษา / การพยากรณ์โรค : เป็นโรคที่ไม่หายขาดไม่ว่าจะรักษาด้วยวิธีใด หากหัวใจเสียมาก บีบตัวน้อย การพยากรณ์โรคไม่ดี
คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย : งดอาหารเค็ม รับการรักษาสม่ำเสมอ ไม่ควรขาดยา ไม่ซื้อยารับประทานเอง เพราะยา หลายอย่างมีผลแทรกซ้อนมาก หากแน่นหน้าอก หอบเหนื่อยมาก ต้องรีบมารพ.ใกล้ที่สุดทันที
เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ สาเหตุ : การติดเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย วัณโรค เอดส์ ไตวาย SLE มะเร็ง (รวมทั้งไม่มีสาเหตุ)
จุดมุ่งหมายการรักษา : ลดอาการเจ็บหน้าอก ลดน้ำในช่องเยื่อหุ้มหัวใจ
หลักการรักษา : รักษาตามอาการ ให้ยาต้านการอักเสบ รักษาสาเหตุ หากมีน้ำในช่องเยื่อหุ้มหัวใจ อาจต้องเจาะหรือผ่าตัดระบายออก
ผลการรักษา / การพยากรณ์โรค : เป็นโรคที่หายขาดขึ้นกับสาเหตุ การพยากรณ์โรคขึ้นกับสาเหตุ
คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย : อาการเยื่อหุ้หัวใจอักเสบจากไวรัส อาจพบร่วมกับกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบด้วย ซึ่งต้องระวัง เพราะมีโอกาสหัวใจเต้นผิดจังหวะ เสียชีวิตได้
ใจสั่น ใจเต้นแรง สาเหตุ : อาจเป็นปกติ อาจพบได้ในคนปกติ หรือ โรคอื่นๆที่ไม่ใช่โรคหัวใจก็ได้ หรือ เกิดจากหัวใจ เต้นผิดจังหวะ
จุดมุ่งหมายการรักษา : ลดอาการ ป้องกันการเกิดอัมพาต (ในกรณีหัวใจเต้นผิดจังหวะบางชนิด)
หลักการรักษา : ควบคุมการเต้นหัวใจด้วยยา หากไม่ได้ผล หรือ อาการมาก อาจใช้คลื่นวิทยุจี้ทำลาย วงจรไฟฟ้าหัวใจ
ผลการรักษา / การพยากรณ์โรค : ขึ้นกับชนิดของหัวใจเต้นผิดจังหวะ
คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย : หัดจับชีพจรตัวเองเมื่อเวลาเกิดอาการ เพราะบางครั้งรู้สึกใจสั่น แต่ความจริงแล้วอัตราการเต้นปกติก็ได้
บันทึกการเข้า
~คน ก็เหมือน คอม *เข้าใจวิธีดูแลรักษา เอาไว้ให้ดี *แล้วเขาจะอยู่กับเรานานๆ~
แดง Lebanon
d@eng Lebanon
Auther
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +60/-1
ออฟไลน์
กระทู้: 3390
~ รักนะ..นาวี 22~
รวมกระทู้มันส์ๆ..จากสมาชิกในเว๊บบอร์ดเก่า.(มาเม้าส์..*เผาๆ กันใหม่นะ ...)
«
ตอบ #7 เมื่อ:
22 มีนาคม 2008, 03:44:11 am »
วายร้าย
เนื้องอกในสมอง คือ เนื้อเยื่อที่มีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็วจนผิดปรกติไป แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ
1 Primary brain tumor : เนื้องอกที่มาจาก cell ในสมองเอง
2 Metastasis brain tumor : เป็นมะเร็งที่อื่น เช่น มะเร็งปอด, มะเร็งต่อมน้ำเหลือง แพร่กระจายมา
ที่คุณปุ๊ถามน่าจะหมายถึง primary brain tumor ซึ่งพบว่ามีโอกาสเป็นเนื้องอกธรรมดาได้ 50% แต่การดำเนิน
โรคไม่ธรรมดาเหมือนก้อนไขมัน หรือ cyst ตามผิวหนัง เพราะ
ก้อนอยู่ในกระโหลกศีรษะที่ขยายไม่ได้ทำให้มีอาการของความดันในสมองเพิ่ม ปวดศีรษะ อาเจียน ซึมได้
ก้อนอยู่ในตำแหน่งสำคัญ เช่น ก้านสมอง ทำให้มีเห็นภาพซ้อน หรือ แขนขาอ่อนแรง
นอกจากนี้เนื้องอกสามารถเกิดได้จากเนื้อเยื่อทุกส่วนในสมอง เช่น เยื่อหุ้มสมอง (meningioma), หลอดเลือด
(arteriovenous malformation ?AVM) และเนื้อสมองเองด้วย การที่จะทราบว่าเป็นเนื้อร้าย/มะเร็ง
หรือไม่นั้น จำเป็นต้องได้ชิ้นเนื้อมาตรวจทางกล้องจุลทรรศน์ ซึ่งแต่ละชนิดมีการพยากรณ์โรคและแนวทางการ
รักษาต่างกัน เช่น oligodendroglioma และ lymphoma ตอบสนองดีมากต่อเคมีบำบัด ส่วนการรักษา
ด้วยการผ่าตัดยังเป็นหัวใจสำคัญของเนื้องอกในกลุ่มนี้ จุดประสงค์เพื่อเอาก้อนออกให้มากที่สุดเพื่อให้หายขาด
หรือเพื่อให้การใช้รังสีรักษา/เคมีบำบัดได้ผลดีขึ้นในเนื้องอกที่มีขนาดเล็กลง การผ่าตัดปัจจุบันมีการใช้เทคนิค
ต่างๆ เข้าช่วยเพื่อให้มีผลกับเนื่อสมองปรกติน้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็น microsurgery หรือ stereotaxis ที่มี
การใช้ CT/MRI brain มาช่วยวางตำแหน่งก้อนได้แม่นยำขึ้น
ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการป้องกันโรคเนื้องอกในสมองเพราะยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน
weera ** กิจกรรม** **จำนวนปี**
นอน 23
ทำงาน(เรียนด้วย) 19
เที่ยวสนุก 10
ดื่ม-กิน 7
เดินทาง 7
แต่งตัว 3
พัฒนาจิตใจ 1
จงยิ้มสู้กับพรุ่งนี้เพื่อชีวิต
ประกอบกิจต้องมุ่งวาดปรารถนา
ตั้งใจจำกระทำจริงสิ่งนานา
จะพบว่าพรุ่งนี้มีค่าเอย....
jeen
7 สิ่งมหัศจรรย์ในที่ทำงาน - 28/09/2006 11:35
ที่ทำงานของเพื่อนๆ มีสิ่งมหัศจรรย์อะไรกันบ้างคะ เขียนมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ อันนี้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ในที่ทำงานของเราที่ระยอง
1. งานมาก เงินเดือนน้อย
2. รุ่นพี่ที่ทำงานหน้าตาธรรมดามาก ถึง มากที่สุด แต่ขี้หลีสุด..สุด
3. บริษัท ส่งพนักงานที่ไม่เป็นภาษาปะกิด ไป traning ที่ singapore เป็นเวลา 2 อาทิตย์ แล้วพนักงานคนนั้นมีชีวิตรอดกลับมา
4. พนักงานคนนั้นยังคง งง-มึน กะงาน เหมือนก่อนจาไป traning......(ก๊ากๆๆๆๆๆๆ)
5. ที่ทำงานไปกินข้าวตอนเย็นกันบ่อยมั่กๆ จนทำให้สามี-ภรรยา ตีกานไปหลายคู่แล้ว
6. ชาวต่างชาติชอบมาคุยกะคนที่ไม่อยากคุยด้วย ถึงแม้ว่าท่าทางเค้าจะงานยุ่ง(รู้ได้งัยเนี่ย ว่าเราแกล้งยุ่ง)
7. เราเอง เพราะรู้สึกว่าเราสวยที่สุดในที่ทำงาน..(แอบทุบกระจกรอบตัวทิ้งไปหมดแล้ว กัวว่าถ้าส่องแล้วจาเจอความจิง คิ คิ)
รักคนมอง จองคนอ่าน
Rung
ฝนตกที่หน้าต่าง / ไอซ์ ศรัณยู
วันนี้ฝนตก ไหลลงที่หน้าต่าง เธอคิดถึงฉันบ้าง ไหมหนอเธอ
เมื่อวันจันทร์ที่แล้ว สองเรายังได้เจอ เธอส่งยิ้มมา
นั่งอยู่คนเดียว เหลียวมองที่หน้าต่าง หากมีเธอข้างๆ ก็คงจะสุขใจ
เธอคงไม่รู้ ว่าฉันเองยังไม่มีใคร หากเป็นเธอก็คงเข้าที
เธออาจจะมีใครคนนั้นที่แสนดี ส่วนฉันคนนี้ก็คงจะเศร้าใจ
เธออาจจะมีแฟนแล้วก็เป็นได้ ก็ยังสงสัย ยังอยากจะรู้
หวังแค่เพียงเธอมีใจให้ซักหน่อย เฝ้าแต่รอคอยเพียงเธอบอกรักมา
สุขใจยิ่งนัก ที่ฉันได้เพียงแค่มองตากับเธอ ก็สุขสุดหัวใจ
เธออาจจะมีใครคนนั้นที่แสนดี ส่วนฉันคนนี้ก็คงจะเศร้าใจ
เธออาจจะมีแฟนแล้วก็เป็นได้ ก็ยังสงสัย ยังอยากจะรู้
หวังแค่เพียงเธอมีใจให้ซักหน่อย เฝ้าแต่รอคอยเพียงเธอบอกรักมา
สุขใจยิ่งนัก ที่ฉันได้เพียงแค่มองตากับเธอ ก็สุขสุดหัวใจ
ก็สุขสุดหัวใจ
ฟังเพลงได้ที่นี่
www.bloggang.com/viewdiary.php?id=flyingbird&month=08-2006&date=24&group=3&blog=1
เจ้าสาวที่กลัวฝน.....เต๋อ เรวัติ
เหตุอันใดพอความรักเธอเริ่มต้น ชายทุกคนหลีกไกล
เหตุอันใดเธอเคยคิดดูหรือไม่ ใครล้อมกรอบตัวเอง
ตั้งข้อแม้รักเสียมากมาย จะมีชายใดเป็นได้ดัง
เช่นกฎฎเกณฑ์เธอวางไว้ใครบ้าง จะมีทางเป็นชายของเธอ
เธอเห็นใคร ใยถึงต้องหลอกตัวเอง
ใจเธอเองคิดกลัวทุกอย่างบางครั้งเธอเต็มใจแต่กลัว
เปรียบเธอเป็นคนกลัวฝนที่เย็นฉ่ำ กลัวฝนทำเธอเปียกปอนไป
* หากเธอคิดพบรักที่ชื่นฉ่ำ อย่ามัวทำตัวเองมืดมน
อย่ากลัวฝนเพราะฝนนั้นเย็นฉ่ำ อย่ามัวทำตามความคิดเดิม
ลองคิดดูลองหาทางสู้กับฝน
** ท้องฟ้าใส ยามฝนซา เปียกปอนกันมา กลับแห้งไป
ความรักนั้น ต้องมั่นใจ ปักใจให้รักชักนำ
*/**
หากเธอคิดพบรักที่ชื่นฉ่ำ อย่ามัวทำตัวเองมืดมน
อย่ากลัวฝนเพราะฝนนั้นเย็นฉ่ำ อย่ามัวทำตามความคิดเดิม
www.beautysheet.com/thai/mg21.html
www.bloggang.com/viewdiary.php?id=mara&month=08-2005&date=28&group=7&blog=
เธอมากับฝน / X
คำร้อง ? เชษฐา ยารสเอก ,ทำนอง/ เรียบเรียง - Banana Boat
เรามันตัวคนเดียว ไม่เคยคิดจะมีใคร เจอผู้คนมากมาย แต่มองแล้วไม่สนใจ
ลุยมันไปคนเดียว ก็มีเหงาบ้างเล็กน้อย เห็นสวยๆก็บ่อย แต่ยังไม่เคยชอบใคร
จนวันที่เดินตากฝน เหมือนโดนฟ้าผ่ากลางหัวใจ เจอเอาเธอคนนี้ ถูกใจ
เธอมากับฝน สวยตรงที่เดินตากฝน ตัวเปียกฝน เธอก็ยังสวยดี
เธอมาจากไหน ฝนจึงเป็นใจอย่างนี้ เจอแบบนี้ ใจมันเลยร้อนรน
เธอดูมีอะไร ก็มีบางอย่างตรงกัน ถ้าเราเดินด้วยกัน ก็คงสมกันเหลือเกิน
ไม่ทันจะเข้าไปทัก ฝนเทกระหน่ำเธอหายไป จะเจอเธอคนนี้ อีกไหม
www.chestha.com/music2/ucomewithrain.htm
บันทึกการเข้า
~คน ก็เหมือน คอม *เข้าใจวิธีดูแลรักษา เอาไว้ให้ดี *แล้วเขาจะอยู่กับเรานานๆ~
แดง Lebanon
d@eng Lebanon
Auther
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +60/-1
ออฟไลน์
กระทู้: 3390
~ รักนะ..นาวี 22~
รวมกระทู้มันส์ๆ..จากสมาชิกในเว๊บบอร์ดเก่า.(มาเม้าส์..*เผาๆ กันใหม่นะ ...)
«
ตอบ #8 เมื่อ:
22 มีนาคม 2008, 03:54:02 am »
Rung
ให้พี่เวบ....ไว้ร้อง..ให้เป็นบุญหูกะน้องๆ...ตอน 22 Meeting กระด้ากระดี้ ( ปลาหมึก )
When You Say Nothing At All / Ronan Keating
It's amazing how you can speak right to my heart
Without saying a word, you can light up the dark
Try as I may I could never explain
What I hear when you don't say a thing
The smile on your face lets me know that you need me
There's a truth in your eyes saying you'll never leave me
The touch of your hand says you'll catch me whenever I fall
You say it best.. when you say nothing at all
All day long I can hear people talking out loud
But when you hold me near, you drown out the crowd
Try as they may they can never define
What's been said between your heart and mine
The smile on your face lets me know that you need me
There's a truth in your eyes saying you'll never leave me
The touch of your hand says you'll catch me whenever I fall
You say it best.. when you say nothing at all
The smile on your face lets me know that you need me
There's a truth in your eyes saying you'll never leave me
The touch of your hand says you'll catch me whenever I fall
You say it best.. when you say nothing at all
(You say it best when you say nothing at all
You say it best when you say nothing at all..)
The smile on your face
The truth in your eyes
The touch of your hand
Let's me know that you need me.
www.bloggang.com/viewdiary.php?id=flyingbird&month=08-2006&date=24&group=3&blog=1
วายร้าย
...นิยามของความรัก และ การมีชีวิต...
1. การรักและไม่ได้รับรักตอบ เป็นทุกข์ แต่สิ่งที่ทุกข์ยิ่งกว่าคือการรักใครสักคน แต่ไม่มีความกล้าพอที่จะบอก ให้คนคนนั้นรู้และต้องมาเสียใจภายหลัง
2.ความรักคือความรู้สึกที่คุณยังห่วงใยใครสักคนอยู่แม้จะแยกความรู้สึกความลุ่มหลง และความสัมพันธ์แบบรักใคร่ออกไปแล้ว
3. สิ่งที่น่าเศร้าในชีวิตคือการพบคนที่มีความหมายอย่างมากสำหรับเราแต่มาค้นพบภายหลังว่า เราไม่ได้ถูกกำหนดมาเพื่อสิ่งนั้นและจะต้องปล่อยให้ผ่านพ้นไป
4. เมื่อประตูแห่งความสุขปิดลงประตูแห่งความสุขบานอื่นก็จะเปิดขึ้นแต่เราก็มัวแต่ มองประตูที่ปิดลงไปแล้วเนิ่นนาน จนกระทั่งเรามองไม่เห็นประตูแห่งความสุขบานอื่น ที่เปิดไว้รอ
5. เพื่อนที่ดีที่สุดคือคนที่คุณสามารถนั่งอยู่ริมระเบียงด้วยกันโดยไม่พูดอะไรกันสักคำ แต่สามารถเดินจากไป ด้วยความรู้สึกเหมือนได้คุยกันอย่างประทับใจที่สุด
6. เป็นความจริงที่เราไม่สามารถรู้เลยว่าเรามีอะไรอยู่จนกว่าเราจะสูญเสียมันไป แต่ก็จริงอีกเช่นกัน ที่เราไม่รู้ว่าเราพลาดอะไรไปบ้างจนกระทั่งผลของสิ่งนั ้นเข้ามาหาเรา
7. การมอบความรักทั้งหมดให้ใครสักคนไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะรักเราตอบ อย่าหวังที่จะได้รักตอบ แต่จงรอให้มันงอกงามขึ้นในหัวใจเขา แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น ก็ให้พอใจว่าอย่างน้อยมันก็ได้งอกงาม ขึ้นในใจของเราเอง
8. มีสิ่งที่คุณต้องการจะได้ยินแต่คุณจะไม่ได้ยินมันจากปากของคนที่คุณอยากได้ยิน แต่อย่าทำตัวเป็นคนหูหนวก โดยไม่รับฟังสิ่งนั้นจากคนที่เขาบอกกับคุณจากหัวใจ
9. อย่าบอกลา ถ้าคุณยังต้องการจะพยายามต่อไป อย่าท้อใจถ้าคุณยังรู้สึกว่าคุณไปไหว อย่าพูดว่าคุณไม่รักคนคนนั้นอีกแล้ว ถ้าคุณยังไม่สามารถ "ทำใจ"
10. ความรักมักมาเยือนผู้ที่ยังคงหวัง ถึงแม้ว่าจะผิดและมาเยือนผู้ที่ยังคงเชื่อ ถึงแม้ว่าจะถูกทรยศหักหลัง และจะมาเยือนผู้ที่ยังคงรัก ถึงแม้จะเคยเจ็บปวดมาก่อน
11. อย่ามองใครจากหน้าตา เพราะมันอาจหลอกเราได้ อย่ามองใครจากความร่ำรวย เพราะมันไม่จีรังยั่งยืน ให้มองหาคนที่ทำให้คุณยิ้มได้ เพราะเพียงยิ้มเดียวสามารถทำให้วันที่หม่นหมองกลับสดใส
12.การที่เราจะประทับใจใครนั้นอาจใช้เวลาแค่เพียงนาทีการที่เราจะชอบใครอาจใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมง การที่เราจะรักใครอาจใช้เวลาเพียงชั่ววันแต่การที่จะลืมใครนั้นต้องใช้เวลาชั่วชีวิต
13. ขอให้คุณมีความสุขมากพอที่จะทำให้คุณเป็นคนอ่อนหวานผ่านการทดสอบมามากพอที่จะทำใ ห้คุณเข้มแข็ง มีความเศร้าโศกพอที่จะทำให้คุณยังคงความเป็นมนุษย์และมีความหวังมากพอที่จะทำให้ คุณเป็นสุข
14. เอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าคุณรู้สึกว่าสิ่งนั้นจะทำให้คุณเจ็บปวดรู้ไว้เถอะว่าคนอื่นก็เจ็บปวดจากสิ่งเ ดียวกันเช่นกัน
15. จุดเริ่มของความรักคือการปล่อยให้คนที่เรารักเป็นตัวของตัวเองอย่าดึงเขาจากภาพค วามเป็นเขา มิฉะนั้นจะหมายความว่าเราต้องการเพียงภาพสะท้อนของตัวเราที่ปรากฎในตัวเขา
16. คนที่มีความสุขที่สุด ไม่ได้หมายความว่าเขามีสิ่งที่ดีที่สุดเพียงแต่เขาสามารถทำสิ่งที่เขามีให้ดีที่ สุดได้ต่างหาก
17. อนาคตที่สดใสมีรากฐานอยู่บนอดีตที่ถูกลืมคุณไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ดี ถ้าหากไม่รู้จักปล่อยวางจาก ความผิดพลาดในอดีต และความปวดใจ
18. คุณร้องไห้ตอนคุณเกิดในขณะที่คนรอบข้างกำลังยิ้มจงมีชีวิตอยู่เพื่อเมื่อตอนคุณต าย คุณจะเป็นคนที่ยิ้ม ในขณะที่คนรอบข้างร้องไห้ให้คุณ...
ลึกซึ้งม๊ากมาก...............
ความรัก คือ ความรัก
ความรัก คือ ความห่วงใย
ความรัก คือ ความสุข
ความรัก คือ การเสียสละ
ความรัก คือ เอาใจเขามาใส่ใจเรา
ความรัก คือ น้ำตา
ความรัก ไม่ใช่ ความหลง
ความรัก ไม่ใช่ การครอบครอง
ความรัก ต้องหมั่นรดน้ำและใส่ปุ๋ยให้กัน
วายร้าย
*-*-*
มาทายกันเล่นๆนะ
สมมุติว่าที่โรงเรียนของคุณจัดกีฬาสีแล้วจัดให้มีการแข่งขันฟุตบอลระหว่างชายกับหญิง
และบังเอิญคุณมีสิทธิ์ได้เลือกด้วย คุณจะสวมเสื้อเบอร์ไหนลงแข่ง เสื้อที่เหลืออยู่นั้นมีหมายเลข 1-9 คุณคิดว่าคุณจะเลือกเสื้อหมายเลขไหนดี
*-*อ่ะ อ่ะ เพื่อนๆต้องเลือกหมายเลขที่ชอบจริงๆนะ
******************************************************************************************
*-* เ ฉ ล ย *-*
เลือกเสื้อหมายเลข 1
ความคิดความอ่านของคุณค่อนข้างเด่นชัด คุณไม่ใช่คนที่จะมานั่งลังเลเพราะแคร์ความคิดของคนอื่น คุณกล้าทำอย่างที่ตนคิด รักอิสระ เกลียดการควบคุมบงการ แต่ชอบเจ้ากี้เจ้าการ ชอบให้คนนับถือยกย่อง ขี้ใจน้อย โกรธง่ายโมโหร้าย แต่ถ้าเอาใจดีๆก็หายเร็ว เป็นคนที่มีความคิดริเริ่มเป็นหนึ่งเสมอ
เลือกเสื้อหมายเลข 2
คนที่เลือกเบอร์2 เป็นคนที่มีความคิดในเชิงจิตนาการสูงเป็นพิเศษ ในตัวมีทั้งความอ่อนโยนและความแกร่งกล้าผสมผสานกันอย่างน่าทึ่ง มีความเป็นนักคิดและนักบริหาร มีความโรแมนติกพอตัว เป็นคนเด็ดขาด มั่นคง มักมองการณ์ไกล ฉลาดรอบคอบ ชอบเป็นผู้นำเก็บความลับเก่ง คิดเก่งกว่าปฏิษัติ รักความสงบเงียบ
เลือกเสื้อหมายเลข 3
ถ้าคุณเลือกเบอร์นี้ ก็แสดงว่าคุณเป็นคนที่มีความคิดลึกซึ้ง ไม่น้อยเลย แต่ด้วยความที่มีหัวใจและวิญาณเป็นสายลม คุณก็ค่อนข้างจะทำตัวลอยไปตามลมและตามแต่ใจตัวเองอยู่เสมอ คุณเป็นคนใฝ่รู้ รักเพื่อน ใจอ่อน ไม่ค่อยมีพิษภัยกับใคร ในความคิดและจิตใจของคุณมีแต่ความรื่นเริงสุขสันต์มากกว่าความเครียด
เลือกเสื้อหมายเลข 4
คนที่ชอบหมายเลข 4 นี้เป็นคนอีกคนหนึ่งที่มีความคิดอ่านอยู่ระดับไม่ธรรมดาเลย ความคิดของคุณค่อนข้างก้าวล้ำยุคและซับซ้อนลึกซึ้งเกินกว่าใครจะเข้าถึงได้ง่ายๆ คุณเป็นคนค่อนข้างจะแปลก ปากร้ายปากคม ผู้คนเข้าใจคุณยาก มักทำในสิ่งเหนือความคาดหมายเสมอ หยิ่งทรนงไม่น้อย ช่างคิด ช่างเครียด ไม่ชอบวุ่นวายกับใคร
เลือกเสื้อหมายเลข 5
ถ้าคุณเลือกหมายเลข 5 แสดงว่าคุณสามารถนำความคิดอ่านมาถ่ายทอดเป็นคำพูดหรือการเขียนได้ดี คุณเป็นคนรอบรู้ ไหวพริบปฏิภาณเป็นเลิศ กล้าเสี่ยงกล้าลุย ช่างคิดช่างวิพากษ์วิจารณ์สิ่งต่างๆรอบข้าง คุณเป็นคนเบื่อง่าย อ่อนไหวง่าย ชอบความโดดเด่น มีเสน่ห์ต่อคนทั่วไป เป็นได้ทั้งคนแสนสุขและแสนเครียด
เลือกเสื้อหมายเลข 6
ถ้าคุณเลือกเบอร์ 6 แสดงว่าคุณเป็นคนที่มีความคิดในเชิงศิลปะค่อนข้างสูง อารมณ์และความคิดของคุณละมุนละไมเป็นได้ทั้งเปลวไฟและสายฝน คุณมีความรักในธรรมชาติ โรแมนติก รสนิยมดี ถือเกียรติถือศักดิ์ศร๊ ดื้อเงียบ มีเสน่ห์ อารมณ์ปรวนแปรง่าย มีความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวสูง ใฝ่รู้ ใจบุญ และมองโลกในแง่ดี
เลือกเสื้อหมายเลข 7
คนที่เลือกเบอร์ 7 แสดงว่าเป็นคนมีความคิดที่กว้างไกล มีหลักการเด่นชัด ไม่ชอบทำอะไรตามกระแส คุณไม่ชอบเรื่องไร้สาระ สายตาคู่คมกล้าของคุณมีแต่จะมองไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น แน่วแน่ มีความเป็นผู้นำ ทำอะไรไม่เหมือนใคร ชอบความแตกต่าง ชอบทำบุญ รักทะเล-สายน้ำ มักให้คำแนะนำที่ดี สนใจเรื่องลึกลับ รักความเป็นส่วนตัวสูง
เลือกเสื้อหมายเลข 8
ถ้าคุณเลือกเบอร์ 8 แสดงว่าคุณมีความคิดที่ค่อนข้างเป็นระบบระเบียบมาก แต่ไม่ชอบคนชอบโอ้อวดความคิดตน ในทางตรงข้ามคุณจะชอบอยู่สงบๆตามลำพัง ไม่ใช่คนช่างเจรจา แต่ซ่อนเป้าหมายอันสูงไกลไว้ในใจเสมอ คุณมีความอดทนสูง ไม่บ้ายอ ฉลาด สุขุมรอบคอบ จัดการแก้ปัญหาเก่งพลังใจเข้มแข็ง แต่มักเหงาลึกๆ
เลือกเสื้อหมายเลข 9
คนที่เลือกเบอร์ 9 มักเป็นคนที่มีความคิดเด็ดเดี่ยว มุ่งมั่นสูง บางครั้งอาจดูเป็นคนหัวดื้อ แต่จริงๆแล้วแสวงหาการยกย่องยอมรับจากคนรอบข้างเสมอ คุณเป็นคนจริงใจ รักสนุก ขี้งอน ขี้ใจน้อย ไม่โกรธใครนาน มักตัดสินใจเหมือนเด็กๆที่เอาแต่ใจตัวเอง เป็นคนกล้าได้กล้าเสีย ไม่กลัวปัญหา มีความรอบรู้ รักใครทุ่มหมดหัวใจเลย
บันทึกการเข้า
~คน ก็เหมือน คอม *เข้าใจวิธีดูแลรักษา เอาไว้ให้ดี *แล้วเขาจะอยู่กับเรานานๆ~
แดง Lebanon
d@eng Lebanon
Auther
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +60/-1
ออฟไลน์
กระทู้: 3390
~ รักนะ..นาวี 22~
รวมกระทู้มันส์ๆ..จากสมาชิกในเว๊บบอร์ดเก่า.(มาเม้าส์..*เผาๆ กันใหม่นะ ...)
«
ตอบ #9 เมื่อ:
22 มีนาคม 2008, 04:31:11 am »
Rung
คำว่า"ไม่"ในทางกลับกัน!!!!!!! บทสนทนาของชายหญิงคู่หนึ่งซึ่งเป็นแฟนกัน
ญ. :: คุณเคยคิดถึงฉันบ้างไหม?
ช. :: ไม่เคย
ญ. :: คุณชอบฉันไหม?
ช. :: ไม่
ญ. :: คุณอยากได้ฉันไหม?
ช. :: ไม่
ญ. :: คุณจะร้องไห้ไหม ถ้าฉันจากไป?
ช. :: ไม่
ญ. :: คุณจะอยู่เพื่อฉันไหม?
ช. :: ไม่
ญ. :: คุณจะทำอะไรสักให้ฉันได้ไหม?
ช. :: ไม่ได้
ญ. :: คุณจะเลือกอะไร ระหว่าง 'ชีวิตคุณ' กับ 'ชีวิตฉัน'?
ช. :: ชีวิตฉัน
หญิงสาวรู้สึกเสียใจมาก
เธอหันหลังวิ่งหนีจากชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนเธอ
แต่เขาก็วิ่งตามเธอไป พร้อมทั้งตะโกนว่า.... ....
"
เหตุผลที่ฉันไม่เคยคิดถึงเธอ เพราะว่าเธออยู่ในความคิดฉันเสมอ
เหตุผลที่ฉันไม่ชอบเธอ เพราะฉันรักเธอ
เหตุผลที่ฉันไม่อยากได้เธอ เพราะฉันต้องการ และจำเป็นต้องมีเธอ
เหตูผลที่ฉันไม่ร้องไห้ ถ้าเธอจากไป เพราะฉันคงจะตายทั้งเป็น
ถ้าไม่มีเธอ
เหตุผลที่ฉันไม่อยู่เพื่อเธอ เพราะฉันจะตายเพื่อเธอ
เหตุผลที่ฉันทำอะไรให้เธอสักอย่างไม่ได้ เพราะฉันยินดี
และเต็มใจทำให้เธอทุกอย่าง
และเหตุผลที่ฉันเลือกชีวิตฉัน เพราะ เธอคือชีวิตฉัน "
tagola แม่ไม่เคยหลอกให้เราหลงรัก
เพราะเราเต็มใจรักแม่โดยไม่ต้องหลง
แม่อาจเคยตีให้เราเจ็บ แต่ไม่เคยทำให้เราเจ็บหัวใจ
แม่ส่งเสียเรา แต่เราต้องส่งเสียแฟน
แม่ไม่เคยบอกเลิกรักเรา ทั้งสายตาและการแสดงออก
แม่เป็นแบงค์ส่วนตัวตลอดเวลา
ไม่เคยคิดดอกเบี้ย และไม่ค่อยทวงคืน แถมคอยห่วงใยว่าจะพอใช้หรือป่าว
แม่เห็นเราเดินแก้ผ้าตั้งแต่เล็ก โดยไม่เคยติเรื่องรูปร่าง
แม่เป็นคนที่เห็นเราดีกว่าแฟนของแม่เสมอ
ขอหอมแก้มแม่ไม่ยากเท่าขอหอมแฟน
แม่ยอมตัดสายสะดือตัวเองเพื่อให้เราเกิดมา
แม่สอนให้เราพูดได้ เพื่อจะไปบอกรักแฟนตอนเราโต
แม่ยอมเป็นยัยอ้วนลงพุงตั้ง 9 เดือน เพื่อให้เราอาศัยอยู่ข้างใน
และในประเทศนี้ไม่มี ?วันแฟนแห่งชาติ? เหมือนวันแม่ใช่มั้ย
i love you my mather...
mana
...เลี้ยงลูกวัยพรีทีน : สีสดสวยต้านโรค
--น้องๆ ทราบกันหรือไม่ว่าผักและผลไม้ที่มีสีแดง เช่น สตรอเบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ เชอร์รี่ องุ่นแดง บีท แตงโม และพริกแดง มีสารอาหารที่ต้านอนุมูลอิสระ กินเป็นประจำจะช่วยล้างสารก่อมะเร็งในร่างกาย ขยายหลอดเลือด ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและโรคหลอดเลือด มีโฟเลต ไฟเบอร์ และวิตามินซีสูง มะเขือเทศ ฝรั่งขี้นก แตงโม มะละกอ และเกรปฟรุตสีชมพูจะมีสีแดงที่เรียกว่า ไลโคปีน เป็นสารช่วยทำลายอนุมูลอิสระที่มีคุณภาพที่สุดในธรรมชาติ สตรอเบอร์รี่และราสเบอร์รี่ ช่วยป้องกันปัญหาเรื่องอารมณ์เมื่ออายุมากขึ้นด้วย ส่วนเชอร์รี่ใช้รักษาอาการเจ็บปวดจากข้ออักเสบและช่วยป้องกันโรคหัวใจด้วย การกินอาหารที่มีสีแดงสดตามธรรมชาติ จะช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นมะเร็งปอดในช่องท้องและตับอ่อน หลอดอาหาร ปาก ทรวงอก ลดการสร้างเนื้องอกในปากมดลูก และช่วยคุณผู้ชายลดความเสี่ยงจากมะเร็งต่อมลูกหมากอีกด้วย
vinitaya
นี่คือความเป็นจริงที่เกิดขึ้น และอยากให้ได้รับรู้
ตามที่ได้มีความคิดที่จะดำเนินการในการผันน้ำจากแม่น้ำในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาทั้ง 4 สาย คือ เจ้าพระยา น้อย ลพบุรี ป่าสัก เพื่อระบายเข้าทุ่งนาในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อป้องกันกรุงเทพในช่วงวิกฤต 9-11 ต.. นั้น ได้มีการประชุมชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวนาในอำเภอต่างๆ ซึ่งทีพื้นที่หลายแสนไร่ สามารถรับน้ำได้หลายล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งส่วนใหญ่แล้วไม่ยอมรับแนวคิดนี้ เพราะเขาจะได้รับความเดือดร้อน ไหนบ้านเรือนจะถูกน้ำท่วมไปแล้ว นาข้าวยังจะได้รับความเสียหายอีก คงต้องสิ้นเนื้อประดาตัว ซึ่งความทราบถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้ทรงมีพระกระแสรับสั่งไม่ให้ดำเนินการผันน้ำเข้าทุ่งนา แต่ให้ผันน้ำเข้าอ่างเก็บน้ำภูเขาทอง และอ่างเก็บน้ำทุ่งมะขามหย่องแทน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวอยุธยา อย่างใหญ่หลวงยิ่ง
ส่วนกรณีเขื่อนบางแก้ว ที่อ่างทองพังนั้น ซึ่งความจริงแล้วก็พังโดยเจตนาให้พัง เพราะต้องการระบายน้ำจากเจ้าพระยาเข้าสู่อำเภอมหาราช บ้านแพรก บางปะหัน และบางส่วนของอำเภอเมืองอ่างทอง เพื่อผันน้ำจากเจ้าพระยาให้ลดลง เพราะในพื้นที่ส่วนนี้สามารถรับน้ำได้หลายล้าน ลบม. เช่นกัน แต่ก็ทำให้ชาวบ้าน ชาวนาได้รับความเดือดร้อนกันอย่างยิ่ง ซึ่งก็เป็นดังประสงค์ เพราะสามารถระบายน้ำในเจ้าพระยาให้ลดลงได้จากความสูงที่มีระดับสุด ในขณะที่เขื่อนยังไม่พังถึงประมาณ 70 ซม. ช่วงอ่างทอง ป่าโมก และคงมีน้ำไหลไปสู่กรุงเทพน้อยงลงไปด้วย เช่นกัน
ผมได้พูดคุยกับชาวนาในอำเภอบางปะหันท่านหนึ่ง ที่ได้รับผลกระทบจากเขื่อนบางแก้วพัง นาข้าวซึ่งกำลังงอกงามเขียวขจีที่ทำไว้หายวับไปกับสายน้ำที่บ่าเข้าท่วมอย่างรวดเร็ว ซึ่งเขาได้พูดด้วยน้ำตาคลอเบ้าตาว่า
?เมื่อคืนนี้ (คืนวันที่ 9 ต.ค.) เขานอนไม่หลับกลุ้มใจที่นาล่มทั้งหมดจมไปกับน้ำ เขาลงทุนเช่านาคนอื่นทำเพื่อจะได้มีรายได้จากการทำนามากขึ้น โดยเช่านาจากเจ้าของที่ไม่มีคนทำเพราะลูกหลานไปทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมกันหมด หรือไปทำงานที่อื่นกันหมด อีกประมาณ 50 ไร่ๆละ 300 บาท ของตนเองซึ่งมีอยู่ 10 กว่าไร่ รวม 60 กว่าไร่ ลงทุนไปทั้งค่าไถ ค่าข้าวปลูก ค่าเช่า หมดเงินไปแสนกว่าบาท ซึ่งก็กู้ ธกส. มาลงทุน 100,000 บาท เมื่อวานมันละลายหายไปกับน้ำหมดแล้ว แล้วเขาจะเอาเงินที่ไหนไปใช้หนี้ ซึ่งกะว่าหลังจากการเก็บเกี่ยวขายข้าวได้จะนำไปใช้ ธกส. เงินที่จะเป็นรายได้ส่งลูกเรียนหนังสือ จะเอาที่ไหน คิดแล้วทำให้นอนไม่หลับทั้งคืน? นี่คือความเป็นจริงที่เกิดขึ้นของชาวนาคนหนึ่ง ซึ่งอยากให้ท่านที่มีความคิดที่จะผันน้ำเข้านาที่อยุธยาได้รับรู้กันไว้บ้าง ว่าชาวนาเขาทุกข์กันแค่ไหนเมื่อนาล่มจมไปกับสายน้ำที่ท่านต้องการให้เข้าไปท่วมเพื่อป้องกันกรุงเทพเมืองฟ ้าอมร ถ้าไม่ได้พระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ชาวนาอยุธยาอีกเท่าไรจะต้องมีชีวิตเป็นแบบนี้ ขอพระองค์ทรงจงพระเจริญ
บันทึกการเข้า
~คน ก็เหมือน คอม *เข้าใจวิธีดูแลรักษา เอาไว้ให้ดี *แล้วเขาจะอยู่กับเรานานๆ~
แดง Lebanon
d@eng Lebanon
Auther
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +60/-1
ออฟไลน์
กระทู้: 3390
~ รักนะ..นาวี 22~
รวมกระทู้มันส์ๆ..จากสมาชิกในเว๊บบอร์ดเก่า.(มาเม้าส์..*เผาๆ กันใหม่นะ ...)
«
ตอบ #10 เมื่อ:
22 มีนาคม 2008, 04:48:41 am »
jeen
10อันดับ FWD MAIL ที่น่ารำคาญที่สุด
คนเล่นเน็ตทุกคนต้องเคยได้สิ่งที่เรียกว่า FWD เมลล์มาแล้ว อันว่า FWD เมลล์ก็คือเมลล์ที่อ่านแล้วคนอ่านจะส่งต่อไปให้คนอื่นๆอ่าน
ทั่วๆกันด้วย FWD เมลล์ บางอันก็มีข้อความน่ารักๆ อ่านแล้วก็น่ารักๆ บางอันก็มีบทความดีๆส่งมาให้อ่านกันอยู่เรื่อยๆเป็นที่มีความสุขกัน
ถ้วนหน้า บางอันแม้จะได้แล้วได้อีกแต่ก็ยังอมยิ้มได้จากความสนุก ตลก ซาบซึ้งของเนื้อหา
แต่ยังมีฟอร์เวิร์ดเมลล์อีกประเภทหนึ่งที่ฟอร์เวิร์ดแล้วฟอร์เวิร์ดเล่า หลายปีผ่านไปก็ยังฟอร์เวิร์ดมาอยู่นั่นแหละ ไม่รู้ว่าคนฟอร์เวิร์ดไม่เคย
ได้หรือยังไงกัน แล้วที่ส่งต่อมันหมายความว่ายังไง จริงๆถ้าจะส่งต่อก็ไม่เท่าไหร่ เพราะบางคนยังไม่ได้อ่าน แต่มีเมลล์ FWD อยู่ 10
ชนิดที่เชื่อว่าต้องมีอยู่ในเมลล์บ็อกซ์ของคนเล่นเน็ตเกือบทุกคนที่น่ารำคาญมาก เพราะมันมาแล้วมาอีกอยู่ได้ ส่วนมากเมลล์ประเภทนี้ก็หนี
ไม่พ้นสไตลล์จดหมายลูกโซ่ในอดีต ที่ทำให้คนส่งต่อด้วยความกลัว กลัวคำขู่ที่ตามมาหลอกหลอนบนโลกไซเบอร์ เฮ่อๆๆๆสนุกจริงหนอ
และต่อไปนี้ก็คือ10 อันดับ FWD เมลล์ที่น่ารำคาญที่สุดในโลกที่เราได้จัดอันดับมาให้คนเล่นเน็ตทุกท่านได้ดูกัน มาดูซิว่าในเมลล์บ็อกซ์
ใช่แล้วครับทุกท่าน มันก็คือจดหมายลูกโซ่ธรรมดานี่แหละ ที่ส่งกันมาส่งแล้วส่งเล่าตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ยังจีบกันด้วยจดหมายรัก จนถึงยุคที่
อินเตอร์เน็ตส่งข้อมูล 10MB ต่อวินาทีได้แล้ว ก็ยังมีจดหมายแบบนี้อยู่บนโลกเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แถมเนื้อหาก็ยังลอกมาจากต้น
ฉบับอาจารย์วิจิตรธรรมโชติเมื่อ 30 ปีก่อนยังไงอย่างนั้น ช่างน่าภุมิใจจังที่เราสามารถอนุรักษ์มรดกของชาติได้เยี่ยมขนาดนี้ เนื้อหาก็จะ
ประมาณว่าจดหมายฉบับนี้มีมนต์วิเศษ ส่งต่อ 20 คนจะโชคดี ถ้าไม่ส่งตายแน่เหมือนอย่างนายสมชายสมหมายทหารอากาศอะไรทั้ง
หลายแหล่ที่ตายแล้วตายอีกในหลักฐานอ้างอิงเพื่อเพิ่มความน่าชื่อถือ ถ้าท่านอยากเป็นคนงมงายในยุคอินเตอร์เน็ตก็เชิญส่งต่อนะคะ แต่ถ้า
อยากฉลาดขึ้นบ้างก็...ลบทิ้งเสียเถอะ
อันดับ9 - เจ้าแม่กวนอิมโชคดี+พระพิฆเนศโชคดี
สมัยนี้เค้าเผยแพร่ความโชคดีบนอินเตอร์เน็ตแล้วครับท่านผู้อ่าน เมลล์ประเภทนี้จะมีรูปเจ้าแม่กวนอิมหรือไม่ก็พระพิฆเนศที่ถ่ายมาจากไหนก็ไม่รู้ รู้แต่มันเหมือนกันทุกฉบับเลย ดูเผินๆบางคนอาจจะแย้งว่า คนส่งเค้าอยากให้คนได้รับโชคดีไง จะบอกว่าเนื้อหาหลักๆเหมือนกับ
อันดับ 10 ไม่มีผิดเพี้ยน แค่เปลี่ยนคำว่าโชคร้ายเป็นโชคดีเท่านั้น แถมยังขู่เหมือนเดิมว่าถ้าไม่ส่ง ซวยแน่ กร๊ากๆๆๆ
บางเวอร์ชั่นดีหน่อยที่ไม่ได้ขู่มาด้วย แต่อยากจะบอกว่าการที่เราเช็คเมลล์แล้วพบเมลล์จากเพื่อนๆ ต่างคนต่างส่งเมลล์หัวข้อนี้มา
เหมือนกันทุกคนในเมลล์บ็อกซ์ของเรามันน่ารำคาญ
อันดับ8 - ลูกผมป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว
อันดับนี้จะว่าดีก็ดี จะว่าร้ายก็ร้าย คือดูเผินๆแล้วผู้ส่งต้องการความช่วยเหลือแน่ๆ จึงมาโพสท์แบบนี้ บวกหน้าตาที่อยู่พร้อม แต่จะบอกว่า
เมลล์แบบนี้ ห้าปีผ่านไปก็ยังฟอร์เวิร์ดกันให้เกลื่อน คือถ้าลูกคุณป่วยเป็นมะเร็งและต้องการความช่วยเหลือด่วน แต่ยังรอคนใจดีอยู่ได้ตั้ง 5
ปีแบบนี้ ขอคาดการณ์ว่าร่างกายคงมีภูมิต้านทานดีขนาดหนักแล้วครับ ไม่ก็ตายไปเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องฟอร์เวิร์ดต่อหรอก เพราะมีกรณี
นึงที่มีคนลองติดต่อไปแล้วพบว่าเป็นเรื่องจริง แต่ทางต้นสายบอกว่าเป็นเรื่องเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ผลร้ายจากความใจดีของพวกเรานั่นเองที่เห็น
แล้วสงสาร ฟอร์เวิร์ดไปเรื่อยๆเผื่อจะเจอใครที่ใจบุญกว่า แต่บอกตามตรง เท่าที่เคยประสบมา คนฟอร์เวิร์ดจะไม่ให้ความช่วยเหลือ
ส่วนคนช่วยเหลือจะไม่ฟอร์เวิร์ด เฮ้อ!
ถึงผู้ใดก็ตามที่ประสบปัญหาแนวๆนี้ ขอแนะนำว่าอย่าส่งทางเมลล์เลยครับ เพราะเมื่อมันเผยแพร่ในโลกไซเบอร์แล้ว มันค้างนาน และมัน
จะกระจายเป็นวงกว้างซึ่งไม่มีทางยับยั้งได้ แม้คุณจะได้รับการช่วยเหลือแล้วคุณก็ยังอาจจะได้รับการติดต่อมาอีกต่อไปเป็นปีๆ ทางที่ดีไป
ลงประกาศในหนังสือพิมพ์หรืออะไรทำนองนั้นดีกว่านะ
อันดับ7 - ไม่ส่งต่อ ไม่มีแฟน
ไม่รู้ว่าคนเราสมัยนี้กลัวการไม่มีแฟนมาก หรือไม่ก็ไม่มั่นใจในฝีมือการจีบของตัวเอง จึงส่งกันเป็นว่าเล่น เมลล์ประเภทนี้จะขึ้นต้นด้วยข้อ
ความดีๆ ภาพน่ารักๆ แต่ X ลงท้ายด้วยข้อความประมาณว่า
ส่ง 1-5 คน จะโชคดีเล็กๆน้อย
ส่ง 6-15 คน จะเจอเนื้อคู่
ส่ง 16-30 คน เนื้อคู่จะโทรมาหาใน 10 นาที (ดูมัน ยังกะโฆษณาทีวีไดเรคต์)
และถ้าไม่ส่ง โสดตลอดชาติ ประมาณนี้เป็นต้น สังเกตว่ามีระดับความโชคดีให้เลือกด้วย ใครคิดว่าตัวเองโชคดีอยู่แล้วก็ส่งน้อยๆ ใครคิด
ว่าดวงซวยก็ส่งเยอะๆ อืม...เหมือนชิงโชคเลยเนอะ แต่รู้สึกส่งชิงโชครายการคุณปัญญาจะมีโอกาสมากกว่าซะอีกนะ
อันดับ6 - กินชาเขียวเย็นเป็นอันตราย
เมลล์ประเภทนี้มีมาเป็นระยะๆ ตามแต่ว่าอะไรที่ฮิตในช่วงนั้น ช่วงแรกมันเป็นโค้ก กินโค้กแล้วอันตราย เอาตะปูแช่โค้ก 1 วัน ตะปูละลาย
ต่อมาก็เป็นชาเขียวเย็น กินแล้วไขมันจับ เพราะมันเย็น พิสูจน์ได้ด้วยการเทชาเขียวเย็นลงในชามก๋วยเตี๋ยว แล้วจะเห็นไขมันจับเป็นก้อน ปัด
โธ่ เทอะไรเย็นๆลงน้ำซุป มันก็จับหมดแหละคุณ (ไม่เชื่อไปลองดูได้) หรือไม่ต้องเทน้ำอะไรหรอก เอาก๋วยเตี๋ยวไปแช่เย็น สักพักมันก็จับไข
แล้ว เมลล์แบบนี้จะใช้ข้อความเมหือนยกข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์มาอ้าง ซึ่งถ้าใครฉลาดๆหน่อยก็จะจับผิดได้ว่ามันไม่เป็นจริง
IP: 125.24.192.17
jeen
ผู้ใช้
Gold Boarder
โพสต์: 47
กรรม: 0
ตอบ:10อันดับ FWD MAIL ที่น่ารำคาญที่สุด - 25/10/2006 14:15
อันดับ5 - จุดจบประเทศไทย
เขียนโดย นิติภูมิ เนาวรัตน์ ชายหนุ่มผู้มองเห็นประเทศอื่นดีกว่าเราในทุกด้าน ส่วนเมืองไทยนั้นกระจอก คอรัปชั่น เฮงซวย ล่มสลายแน่ๆถ้าไม่เชื่อ
เมลล์ชนิดนี้เนื้อหาเหมือนต้นฉบับเพราะลอกมา เนื้อหาจะเกี่ยวกับประเทศไทยในปี
2550 ที่จะถูกน้ำท่วม ภัยพิบัติ ฯลฯ สุดท้ายก็จะกลายเป็นเหมือนอาร์เจนติน่า ฯลฯ ดีเหมือนกันวงการฟุตบอลบ้านเราจะได้ไปบอลโลกซะที
เมลล์แบบนี้จริงๆก็จัดว่ามีประโยชน์ เสียแต่ว่ามันทำให้เกิดความแตกแยกได้ง่าย หากผู้อ่านไม่มีวิจารณญาณ จริงๆคือพวกเราได้แต่อ่าน
แล้วก็ส่ง ทำอะไรไม่ได้นอกจากเกลียดคนที่ถูกอ้างถึงในเมลล์โดยไม่มีหลักฐานอย่างอื่นประกอบการตัดสินใจเลย อีกอย่างคือ เมลล์แบบเนี้ย
ไม่ต้องส่งหรอก ถ้าในปี 2550 มันจะเป็นอย่างที่อ้างจริงๆ ผู้เขียนเค้าก็มีหลักฐานการเขียนของเค้าอยู่แล้วแหละ ไม่ต้องส่งต่อเพียงเพื่อ
ประกาศให้รู้ว่าเราเก่งหรอก มันน่ารำคาญรู้มั้ย
อันดับ4 - ฟอร์เวิร์ดไป 18 คนแล้วกด Atl+F8
ไม่รู้ว่ามีที่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ อาจเป็นเพราะโปรแกรมอีเมลล์เมื่อสมัยสิบปีก่อนมีฟังก์ชั่น Atl+F8 ก็ได้ ปัจจุบันมันไม่มีใช้แล้ว แต่เมลล์แบบนี้ก็
อาศัยความอยากรู้ของผู้ส่งมาทำให้มันถูกฟอร์เวิร์ดมาเรื่อยๆนับสิบปีแล้ว
เนื้อหาก็จะเป็นว่า มียายแกไปซื้ออาหารหมา อาหารแมว สุดท้ายก็ให้คนขายล้วงไปในกล่อง ถ้าอยากรู้ว่าในกล่องมี
อะไร ให้ฟอร์เวิร์ดไป 18 คน แล้วกด Atl+F8 หรืออะไรทำนองนี้ ก็จะพบคำตอบ บางเมลล์เล่นง่ายกว่านั้น ไม่ต้องอารัมภบทมาก มาถึงก็
บอกให้ส่งเลย แล้วกดดูจะพบว่ามีอะไรเปลี่ยนไป
ไม่ต้องส่งต่อนะคะ ขอร้อง เพราะตั้งแต่มันถูกส่งมาในโลกนี้ ยังไม่เคยมีใครสักคนรู้เลยว่ากด Atl+F8 แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ...จริงๆอาจ
จะพบก็ได้ ...พบว่าตัวเองโง่นั่นเอง
อันดับ3 - รูปถ่ายวิญญาณ ชายผู้ล่วงลับ
เมลล์แบบนี้เอาความน่ากลัวเข้าว่า เริ่มจากบอกเล่าเรื่องราวของชายหนุ่มที่ไปเที่ยวป่า แล้วถ่ายรูปติดวิญญาณมา สองสามวันถัดมาเขาก็ตาย
หากใครไม่อยากตาย ให้ส่งต่อ 10 คน มิฉะนั้นวิญญาณในรูปจะตามไปที่บ้าน ตบท้ายด้วยรูปถ่ายวิญญาณที่น่ากลัวก็จริง แต่รู้ว่าตัดต่อ
เพราะ ผีในรูปนั้น ไปเซิร์ทเวบผีเวบไหนมันก็มี (ใครไม่มี เชยมาก) เป็นรูปต้นแบบที่ถูกนำมาใช้ตัดต่อบ่อยที่สุด
อันดับ2 - ยายมาหา
อันนี้ยังเล่นกับความน่ากลัวไม่เลิก ด้วยการให้เด็กชายคนหนึ่งเล่าเรื่องน่ากลัวเกี่ยวกับยายตัวเองจะมาเอาชีวิต แกเลยหาทางรอดด้วยการ
บอกว่าให้ไปเอาชีวิตคนอ่านเมลล์นี้แทน -_-" ฉลาดมากหนุ่มน้อย ไม่ยักรู้ว่ายายน้องเล่นเน็ตเป็นด้วย เมลล์นี้ยอมรับว่าน่ากลัวจริง แต่ก็ได้มา
จนหายกลัวไปแล้ว ถ้ายายอยากได้วิญญาณจริง ไปหาวิญญาณเป็ดไก่ตามตลาดสดจะเจอเยอะกว่านะยายจ๋า วันนึงเป็นร้อยตัวเลย
อันดับ1 - ฮ็อตเมลล์เก็บตัง
มาแล้ว กับอันดับยอดฮิตที่สุดบนโลกมนุษย์ เมลล์นี้มีเนื้อหาบอกว่า ทางฮ็อตเมลล์จะทำการเก็บเงินผู้ใช้เมลล์ @hotmail โดยผู้ส่งเมลล์จะให้พวกเราช่วยกันฟอร์เวิร์ดไปเยอะๆ เค้าจะได้สงสาร และยกเลิกการเก็บตัง -_-" เมลล์แบบนี้ก็ได้มาตั้งแต่เล่นเน็ตสมัยแรกๆแล้ว
ถ้ามันเป็นจริง ก็นับว่าฮ็อตเมลล์ใจดีมาก จะเก็บตังมาตั้งหลายปีแล้วก็ไม่เก็บสักทีเพราะมีคนฟอร์เวิร์ดเยอะ ว่าแต่มันจะรู้ได้ไงอ่ะว่ามีคน
ฟอร์เวิร์ดน่ะ? แรกๆมันเป็นแค่ข้อความ ต่อมานี้ลงทุนทำแบนเนอร์ปลอมที่มีสัญลักษณ์ฮ็อตเมลล์ให้ดูน่าเชื่อถือขึ้น ล่าสุดนี่สงสัยรู้ตัวว่า
ไม่ได้ผล เลยใส่เพิ่มลงไปในหัวข้อด้วยว่า "คราวนี้เอาจริงแล้ว ฮ็อตเมลล์จะเก็บตังเราแล้วล่ะ!" (มีการขู่ 555)
ทั้งหมดนี้เขียนขึ้นมาก็เพื่ออยากจะประกาศให้โลกรู้ว่า เมลล์เนื้อหาแบบเนี้ย มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยนอกจากแสดงให้คนรู้วาคุณเชื่อในเรื่องเหลวไหล และเพิ่มเนื้อที่เมลล์ขยะในเมลล์บ็อกซ์ของคนอื่นโดยใช่เหตุ
แถมเมลล์บางอันก็ยังปลูกฝังความเชื่อผิดๆซะอีก (เช่นเมลล์ชาเขียวเย็นอันตราย) เป็นการโจมตีคู่แข่งทางการค้าได้โดยไม่ต้องเสียตังอะไรเลย ใช้ประโยชน์จากคนที่หลงเชื่อนั่นแหละ
เลิกฟอร์เวิร์ดได้แล้วค่ะ เชื่อว่าใครที่เล่นเน็ตมาไม่ต่ำกว่า 1 ปี ก็เคยได้รับเมลล์แบบนี้กันหมดแล้วล่ะ มาช่วยกันฟอร์เวิร์ดแต่เมลล์เนื้อหาดีๆ
มีคุณค่า อ่านแล้วถึงไม่ได้สาระก็ขอให้ได้ความสบายใจหน่อยเถอะ นะ
บันทึกการเข้า
~คน ก็เหมือน คอม *เข้าใจวิธีดูแลรักษา เอาไว้ให้ดี *แล้วเขาจะอยู่กับเรานานๆ~
แดง Lebanon
d@eng Lebanon
Auther
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +60/-1
ออฟไลน์
กระทู้: 3390
~ รักนะ..นาวี 22~
รวมกระทู้มันส์ๆ..จากสมาชิกในเว๊บบอร์ดเก่า.(มาเม้าส์..*เผาๆ กันใหม่นะ ...)
«
ตอบ #11 เมื่อ:
22 มีนาคม 2008, 05:05:38 am »
วายร้าย
อาหารเจเพื่อสุขภาพ
ปัจจุบันการแพทย์แผนใหม่และการแพทย์แผนโบราณยอมรับตรงกันว่า "อาหารเจ" เป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพสามารถช่วยบำบัดและป้องกันโรคต่างๆ ได้ รวมถึงการมีคุณค่าทางอาหารครบถ้วน ถูกต้องตามหลักโภชนาการ อาหารเจจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและร่างกาย
ในด้านปริมาณของสารอาหาร 5 หมู่ที่เหมาะสมสำหรับผู้กินเจในแต่ละวันอาจแบ่งออกได้เป็น
คาร์โบไฮเดรต ได้แก่ ข้าวหรืออาหารแป้งอื่นๆ ควรบริโภคในปริมาณมากที่สุด เนื่องจากเป็นแหล่งพลังงานหลักของร่างกาย และยังมีวิตามินเกลือแร่อีกด้วย ควรรับประทาน 6 - 11 ส่วนต่อวัน 1 ส่วนเทียบได้กับแป้งหรือข้าว 1 ทัพพี
โปรตีน ได้จากถั่วต่างๆ หรือผลิตภัณฑ์จากถั่ว ควรรับประทาน 4 - 6 ส่วนต่อวัน โดย 4 ส่วนเทียบได้กับถั่ว 1/2 ถ้วยตวง หรือเต้าหู้ 60 - 85 กรัม
วิตามิน 4 เกลือแร่ ได้จากผัก ผลไม้ ซึ่งจะมีวิตามินและเกลือแร่ต่างๆ รวมกัน นอกจากมีแคลอรี่ต่ำกว่า ยังมีกากอาหาร (ไฟเบอร์) ช่วยในการขับถ่าย และควรรับประทานผัก ผลไม้สดดีกว่าผัก ผลไม้ที่แปรรูปด้วยขบวนการต่างๆ เพราะจะทำให้เสียวิตามินและเกลือแร่ ควรรับประทานผัก 3 - 5 ส่วน ผลไม้ 2 - 4 ส่วน รวมแล้วเป็น 5 - 9 ส่วน โดย 1 ส่วนเทียบได้กับผักสด 1 ถ้วยตวง หรือผลไม้ 1 ผลใหญ่ เช่น ส้มเขียวหวาน 1 ผล กล้วยหอม 1 ผล หรือแอปเปิ้ล 1 ผลเป็นต้น
ไขมัน ได้แก่ น้ำมันจากพืชต่างๆ เช่น ถั่วเหลือง ปาล์ม งา ฯลฯ ควรรับประทานเพียง 1 ส่วนหรือน้อยกว่านี้ โดย 1 ส่วนคิดเป็นน้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ
อาหารทั้ง 5 กลุ่มนี้ควรรับประทานให้ได้อัตราส่วนและปริมาณที่พอดี โดยรับประทานกลุ่มของแป้งในปริมาณที่มากที่สุด และกลุ่มของไขมัน ซึ่งไม่ค่อยมีคุณค่าทางอาหาร แต่ให้พลังงานมาก จึงไม่ควรรับประทานมากเกินไป
วายร้าย
+++วิธีถนอมเมีย +++
เพื่อทะนุถนอมอายุการใช้งานเมียของท่านให้ยืนยาว
และเป็นการรักษาอายุของท่านเองด้วย เราขอแนะนำข้อปฏิบัติ หลักสิบประการ
เพื่อใช้และบำรุงรักษาเมียออโตเมติก ดังต่อไปนี้
1. เมื่อเริ่มจะใช้งานเมียนั้น ควรอุ่นเครื่องก่อนทุกครั้ง เพราะการใช้งาน
ทันทีทันใด ในขณะที่น้ำมันเครื่องยังไม่ได้หล่อลื่นไปทั่วห้องเครื่องนั้น
อาจทำให้ลูกสูบติด หัก หรืองอได้
2. ในตอนออกสตาร์ทใหม่ๆ อย่าเร่งเครื่องทันที เพราะการเร่งเครื่องทันทีนั้น
อาจทำให้ ผู้ขับเกิดอาการอ่อนเพลีย ขับได้ไม่นาน อาการตอบสนองของเครื่องจะไม่ดี
เครื่องกระตุก นอกจากนั้น เครื่องอาจหงุดหงิด เกิดอาการสำลักน้ำมันได้ง่าย
และการเดินทางจะไม่ถึงที่หมาย
3. ในขณะติดไฟแดงนั้น ไม่ควรใช้งาน แม้ในทางทฤษฎีแล้ว
เครื่องบางเครื่องอาจเป็นช่วงเหมาะสมที่จะนำไปใช้งาน แต่ในสภาพความเป็นจริงแล้ว
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ไม่ควรใช้งาน เนื่องจากเครื่องอาจเกิดปัญหา ผุกร่อน
คราบเขม่า น้ำมันจารบี อีกทั้งยังอาจผลเสียต่อสุขภาพของผู้ขับขี่
และเครื่องเช่นกัน ในจังหวะไฟเขียว ก็ควรจะดูรอบเครื่องและอุณหภูมิด้วย
อย่าสุ่มสี่สุ่มห้า ใช้ไม่บันยะบันยัง อาจเกิดปัญหาอื่นตามมาได้
โดยเฉพาะในกรณีท่านที่ขับรถสปอร์ต ยืมเขามาขับ หรือลักลอบขับยิ่งอันตรายมาก
สำหรับผู้ขับที่ยังไม่ได้มีรถส่วนตัวอย่างแท้จริง
ส่วนท่านที่ใช้รถครอบครัวกรณีนี้ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ตกลงกันได้เสมอ
4. สำหรับรถและเครื่องที่มีอายุการใช้งานมานาน การขับขี่อาจนุ่มนวล
แต่รู้สึกว่าการตอบสนองไม่เร้าใจ เนื่องจากเกิดความคุ้นชิน
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ท่านอาจเปลี่ยนแปลงวิธีขับ เช่น
รู้จักเข้าโค้งอย่างนุ่มนวล หรือในทางตรงกันข้าม เข้าโค้งรุนแรง ขับถอยหลัง
ขับออกด้านข้าง ขับขึ้นเขา ขับลงเขา ขับๆ หยุด ๆ
ซึ่งจะเป็นวิธีที่ทำให้ผู้ขับเกิดความตื่นเต้น และเครื่องยนต์
ก็จะตอบสนองดีขึ้น หากท่านใช้วิธีขับแบบเดิม ทื่อๆ ไป ไม่มีความเร้าใจ
เครื่องและรถก็อาจอยากได้คนขับใหม่ด้วยเช่นกัน
อย่าได้คิดว่าเปลี่ยนรถจะง่ายกว่าฝ่ายเดียวนะ
5. สำหรับมือใหม่หัดขับนั้น หากได้รถยังไม่พ้น รัน-อิน ยิ่งควรทะนุถนอม
เพราะการขับอย่างรุนแรง ตะกรุมตะกรามนั้น อาจทำให้เครื่องยนต์เกิดความเข็ด
และไม่ให้ความร่วมมือในการเดินทางครั้งต่อไป
เนื่องจากอาจเกิดภาวะความเสียหายของห้องเครื่องได้ง่าย ควรค่อยเป็นค่อยไป
เมื่อใช้งานไปได้สักระยะหนึ่ง จึงควรเปลี่ยนแปลงวิธีการขับ เป็นขับโลดโผน
เสี่ยงตาย ขับควงสว่าน ขับลงน้ำ ขับกลางสายฝน ขับหงายท้อง ก็แล้วแต่จะดัดแปลง
6. สำหรับผู้ใช้รถเก่า เมื่ออายุการใช้งานนานพอสมควร
หรืออายุเครื่องถึงสามสิบปี ควรนำเข้าศูนย์ เช็คช่วงล่าง และกันชนหน้าเสมอ
เพราะอาจเกิดสภาวะการผุกร่อน หรือการเปลี่ยน แปลงทางเคมี
ขอให้นำเข้าตรวจสภาพเป็นประจำ เพื่อยืดอายุการใช้งาน รักรถ ต้องหมั่นตรวจ
โปรดจำไว้..ส่วนการจะนำไปโอเว่อร์ฮอล หรือไม่นั้น แล้วแต่จะตกลงกัน
ในความเป็นจริงผู้เชี่ยวชาญ กล่าวว่า เรื่องนี้สำคัญที่ใจ และฝีมือคนขับด้วย
ไม่ใช่โทษแต่เครื่องยนต์อย่างเดียว
7. ระหว่างการขับขี่ ไม่ว่ารถมีอายุการใช้งานอย่างใด ข้อควรระวังก็คือ
ห้ามบ่นอย่างเด็ดขาด ว่า เครื่องไม่ฟิตเหมือนเดิม หรือว่ากำลังแรงม้าลดลง
ขับไม่ตื่นเต้น หรือชมว่า คันนู้น คันนี้ น่านั่งน่าขับ
เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุถึงแก่ชีวิตได้ หรืออย่างเบาะ ๆ อาจเสียทรัพย์สิน
อุบัติเหตุในเรื่องดังกล่าว มี อัตราชายไทยเสียชีวิตสูงมาก
สังเกตุได้จากหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์รายวัน
8. เทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการขับขี่ : การใช้งานอย่างราบรื่นนั้น
อาจต้องหมั่นเปลี่ยนบรรยากาศการขับ เปลี่ยนสถานที่ขับขี่ (อย่าเปลี่ยนคัน
อันตรายมาก เตือนแล้ว!!) สำหรับท่านที่ใช้รถครอบครัว
ให้ดูแลลูกเต้าให้หลับเป็นที่เป็นทางให้เรียบร้อย
เพราะการขับขี่อาจหยุดชะงักลงได้ เนื่องจากเจอปัญหา เด็กข้ามตัดหน้า
เด็กเปิดประตูระหว่างขับ ไม่ข้ามทางม้าลาย จนต้องอุทาน "ลูกใครหว่า?" เขิน
เป็นที่สุด..อ้อ..ไม่ควรสูบบุหรี่ก่อน หรือระหว่างขับ
เนื่องจากกลิ่นบุหรี่จะทำให้รถเกิดความสกปรก เครื่องยนต์ตอบสนองไม่ดี
แปรงฟันเสียด้วย หากกินข้าวกินปลาเสร็จใหม่ๆ พักสักแป๊บก็ดี เดี๋ยวจุกแย่
ผู้ขับมือใหม่ หากตื่นเต้น ระหว่างขับ ให้ชลอความเร็ว ลดรอบเครื่องยนต์
คิดเรื่องอื่น ๆ สูดหายใจยาว ๆ จะทำให้เกิดการผ่อนคลาย และเดินทางได้นานขึ้น >
> 9. ความรู้ทางด้านช่างเบื้องต้น: ระวังรักษา ท่อไอดี และไอเสีย และท่อเติม
น้ำมัน ให้ทำงานดีเสมอ การใช้งานอย่างสับสน ผิดท่อผิดทางนั้น
อาจเกิดความตื่นเต้นในการขับขี่เป็นครั้งคราว แต่ทั้งนี้
อาจเกิดผลเสียแก่เครื่องยนต์ในระยะยาว รักษาความสะอาด ทั้งหัวจ่ายน้ำมัน
และท่อต่าง ๆ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน หมั่นตรวจเครื่องยนต์และอื่น ๆ ชมได้
ห้ามติ โดยเฉพาะ กันชนเล็กไป นุ่มไป เหลวไป หย่อนไป เครื่องหลวม เครื่องสั่น
ม่ฟิต เร่งไม่แรง แซงไม่พ้นโปรดพึงสังวร
ว่าเกิดจากการใช้งานอย่างไม่ถูกวิธีของท่าน หาใช่เกิดจากผู้ผลิต
10. ความปลอดภัย และวินัยจราจร: เมาไม่ขับ เนื่องจาก หากเมามากเกินไป
แม้มีความเชื่อว่า จะทำให้ขับได้นาน ทรหดก็ตาม แต่ก็จะสูญเสียทัศนวิศัย
และความสามารถในการตอบสนองอื่น ๆ อาจเกิดการผิดที่ผิดทาง ลืมคาดเข็มขัดนิรภัย
ขับผิดคัน ล้วนแต่เป็นเหตุแห่งความเสี่ยงต่อชีวิตทั้งสิ้น
หมายเหตุ: สำหรับท่านที่ได้จ่ายเงินดาวน์มาเป็นระยะเวลายาวนานแล้ว
ได้จัดพิธีฉลองต่าง ๆ ในการได้รถมาใช้หลายปี
และได้จ่ายเงินสดแก่ผู้ผลิตแล้วก็ตาม
หากยังมีข้อสงสัยว่าทำไมเงินผ่อนต่องวดของท่าน ยังคงไม่หมด
และดูเหมือนจะสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ นั้น อย่าได้สงสัยเลย ก้มหน้าก้มตาทำงานไปเถิด
อย่าคิดมาก..มันเป็นกรรมของสัตว์โลก..ให้คิดเสียว่า ได้รถคู่ใจ ขับขี่รู้ใจ
คล่องแคล่ว เบื่อบ้าง เซ็งบ้าง ก็ให้คิดความดีหนหลัง
ตอนที่เห็นรถในโชว์รูมใหม่ๆ จำความตื่นเต้น ในครั้งนั้นไว้
คิดถึงตอนได้มาเป็นเจ้าของ และโปรดจำไว้ ในสมัยปัจจุบัน มีโปรโมชั่น ทดลองขับ
ในรถรุ่นใหม่ๆ ก็ตาม อย่าเผลอตัวไป..อันตราย..คันเก่าเอาตาย...เราเตือนท่านแล้ว
หวังว่าท่านจะได้ใช้ความรู้ เพื่อความปลอดภัย ในการเดินทางอย่างตลอดรอดฝั่ง
....ด้วยความปรารถนาดี
วายร้าย
*** * เ พื่ อ น แ ท้
เพื่อนทั่วไปไม่เคยเห็นคุณร้องไห้ เพื่อนแท้มีหัวไหล่ไว้คอยซับน้ำตาคุณ
เพื่อนทั่วไปจะไม่รู้ชื่อพ่อแม่ของคุณ
เพื่อนแท้จะมีเบอร์ของท่านไว้ในสมุดจดโทรศัพท์ของเขา
เพื่อนทั่วไปจะถือขวดไวน์ติดมือมางานปาร์ตี้ของคุณ
เพื่อนแท้จะมาแต่วันเพื่อช่วยเตรียมงาน
เพื่อนทั่วไปอยากคุยกับคุณถึงปัญหาของเขา
เพื่อนแท้อยากช่วยปัดเป่าปัญหาของคุณออกไป
เพื่อนทั่วไปจะพิศวงในเรื่องโรแมนติกเก่าๆ
เพื่อนแท้สามารถเอาเรื่องนี้มาอำคุณได้
เพื่อนทั่วไปเวลามาเยี่ยมคุณจะทำตัวเยี่ยงแขก
เพื่อนแท้จะตรงรี่ไปเปิดตู้เย็นและบริการตนเอง
เพื่อนทั่วไปคิดว่ามิตรภาพจบลงเมื่อเกิดการทะเลาะถกเถียง
เพื่อนแท้รู้ดีว่านั่นจะมิใช่มิตรภาพ จนกว่าคุณได้เคยวิวาทกัน
เพื่อนทั่วไปคาดหวังให้คุณอยู่เคียงข้างเขาเสมอ
เพื่อนแท้คาดหวังที่จะอยู่เคียงคุณตลอดไป
เพื่อนทั่วไปจะอ่านข้อความนี้แล้วโยนลงถังขยะ เพื่อนแท้จะเฝ้าส่งต่อๆไป
จนกว่าจะมั่นใจว่ามันได้ถึงมือผู้รับ ส่งผ่านให้ใครก็ได้ที่คุณห่วงใย
หากคุณได้รับมันกลับมา นั่นหมายว่าคุณได้พบเพื่อนแท้แล้ว
weera การคบมิตรจิตพาลสันดานชั่ว
จะพาตัวเราเสื่อมที่เลื่อมใส
คบนักปราชญ์นั่นแหละดีมีกำไร
ท่านย่อมให้ความสบายหลายประการ
venus
ยากนะสำหรับคำว่าเพื่อนแท้ เป็นลมปากละก็น่าจะได้ยินบ้าง สำหรับตัวหนังสือพิมพ์ให้อ่านกันก็คงหลากหลาย แต่สำหรับเพื่อนแท้ในเชิงปฏิบัติแล้ว บอกได้เลยว่าหายากครับ อย่าไปมองที่บุคคลธรรมดาทั่วไปเลย มองในกลุ่มเพื่อนเราเองที่เรียนมาด้วยกัน ถูกอบรมหลักสูตรทหาร มีการปลูกฝังโดยรุ่น รุ่นพี่ ผู้บังคับบัญชา ยังไม่เป็นเพื่อนแท้กันทุกคนเลย
สำหรับความคิดเห็นของผมแล้ว อาจจะต้องแบ่งเป็นกลุ่ม ๆ เช่น
- เพื่อนร่วมรุ่น หมายถึงได้เป็นเพื่อนกันเพราะเรียนรุ่นเดียวกัน บางคนก็คบกันมาก่อน แต่ไม่สามารถยอมรับในแต่ละคนได้ เลยไม่ได้คบหากันอีก ไม่ได้หมายความว่า ผิดใจ แล้วมาเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกันอย่างเดียวนะครับ จะมีเพื่อนที่ไม่เคยได้คบกันเลย เป็นเพราะมีโอกาสได้พบหรือได้รู้จักกันน้อยมาก
- เพื่อน หมายถึงยังไม่เคยคบค้ากันไม่เคยรู้จักนิสัยใจคอกัน แต่มีรุ่นมาบ่งบอกว่าเราเป็นเพื่อนกัน แต่ไม่มี - ไม่มี +
- เพื่อนรัก หมายถึงเพื่อนที่มีอดีต กับปัจจุบันที่เสมอต้นเสมอปลาย อาจเริ่มตั้งแต่ภาคสาธารณะ จนถึงการรับราชการปัจจุบัน หรือเริ่มขึ้นช่วงใดช่วงหนึ่งจนถึงปัจจุบัน ทำให้เกิดความรู้สึกดี ๆ ขึ้นมา
- เพื่อนแท้ น่าจะหมายถึงการยืนหยัด เสมอต้นเสมอปลายในรูปแบบที่รับได้ว่านี่แหละคือเพื่อนจริงๆ ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นจากการมีพื้นฐานจิตใจที่ดีก่อน และทำทุกอย่างตามสันดาน ไม่ได้เสแสร้ง แกล้งทำ หรือหวังประโยชน์
ก๊อปมาถึงตอนนี้...สงสัยจะถูกหวย อิอิ แดงไม่เคยเห้นท่านเว๊บมาสเตอร์ตอบยาวๆแบบนี้สักที( ก๊อปไป ขอพักนินทา อิอิ
yadza
วันหนึ่งผมจัดงานที่บ้าน บอกเพื่อนสนิทไม่กี่คน แล้วมีเพื่อนคนหนึ่งไม่ได้มาเพื่อนคนนี้จะสนิทกับผมมากกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ....หลายคนถามผมว่า" คบกันประสาอะไรเวลามีงานไม่เห็นมาเลย" ผมเฉยๆกับคำถามนะเพราะรู้ว่าเขามีงานอื่นที่สำคัญกว่า
การที่เราจะคบกับใครถ้าเราให้ความจริงใจกับเขาเราก็จะได้รับความจริงใจตอบ ผมคิดอย่างนี้นะ.....แล้วคุณๆหล่ะคิดยังไง.....
mana
เพื่อน ดีในความหมาย....การกระทำซิบ่งบอก..รู้ได้ การใช้ชีวิตประจำวันเพื่อนมีความสำคัญ ไม่ว่าเพื่อนร่วมรุ่น ร่วมงาน เพื่อนมีค่าอนันต์ มีเพื่อน ก็จงรักษาความเป็นเพี่นให้คงอยู่ เช่น มองเพื่อนในแง่ดี ........ ฯ ล ฯ
admin
เพื่อนดีก็มองในแง่ดี เพื่อนไม่ดีจะให้มองแบบไหนวะ ... แสด
vinitaya เพื่อนแท้...หาได้ยากในชีวิต
เพื่อนแท้...เป็นคู่คิดทางใจให้แก่ฉัน
เพื่อนแท้...คอยหนุนเกื้อช่วยเหลือกัน
เพื่อนแท้...มุ่งมั่นเป็นมิตรด้วยจิตใจ
**
ตอบ:*เ พื่ อ น แ ท้ * - 13/09/2006 08:02
Code:
<span style="color: #FF0000">คบคนให้ดูหน้า ซื้อผ้าให้ดูเนื้อ
ถ้าคบคนแก้ผ้า ให้ดูทั้งหน้าและดูทั้งเนื้อ(..ฮา
..)
ขออนุญาตต่อหน่อยนะคร้าบ
ถ้าคบคนแก้ผ้า ให้ดูทั้งหน้าและดูทั้งเนื้อ
ถ้าคบคนที่ใส่เสื้อ ให้ดูทั้งเนื้อและดูทั้งผ้า
ถ้าคบคนที่มีภรรยา ให้ดูกำลังวังชาว่าดีไหม
ถ้าคบกับผู้ใหญ่ ไปไหนมาไหนไม่ต้องจ่ายตังค์....(อิอิอิ)
บันทึกการเข้า
~คน ก็เหมือน คอม *เข้าใจวิธีดูแลรักษา เอาไว้ให้ดี *แล้วเขาจะอยู่กับเรานานๆ~
แดง Lebanon
d@eng Lebanon
Auther
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +60/-1
ออฟไลน์
กระทู้: 3390
~ รักนะ..นาวี 22~
รวมกระทู้มันส์ๆ..จากสมาชิกในเว๊บบอร์ดเก่า.(มาเม้าส์..*เผาๆ กันใหม่นะ ...)
«
ตอบ #12 เมื่อ:
22 มีนาคม 2008, 05:24:31 am »
webmaster
ศิลปการใช้อินเตอร์เน็ต ที่ไม่ให้มีผลกระทบกับชีวิต
โดยปกติแล้ว อินเตอร์เน็ตนับเป็นสื่อที่ไร้ขีดจำกัด การทำอะไรในอินเตอร์เน็ตมักจะเปิดโอกาศที่อิสระในการแสดงความคิดเห็น แต่หากเราใช้อินเตอร์เน็ตจนเพลิน ลืมคิดไปบางกรณีที่ใกล้ ๆ ตัวแล้วอาจเป็นปัญหาให้กับตัวเองได้ เช่น หากเราใช้อินเตอร์เน็ตกับคนที่อยู่คนละซีกโลก ไม่ว่าจะเป็นค้าขาย สนทนาปราศรัย กันซักเท่าใด จริงไม่จริงคู่สนทนาหาได้ทราบถึงข้อมูลแท้จริงไม่
แต่ปัจจุบัน อินเตอร์เน็ตมีใช้กันแทบทุกครัวเรือน ทำให้เรา ๆ ท่าน ๆ มีใช้ติดต่อสื่อสารกันจนจะเหมือนโทรศัพท์มือถืออยู่แล้ว แต่ว่าหากเราไม่ปรับนิสัยให้เหมาะสมคิดว่ามันเป็นอินเตอร์เน็ต จะพูด จะพิมพ์อะไรลงไปก็ได้คงไม่ถูกเสียแล้ว เพราะเรื่องที่พูดที่คุยในอินเตอร์เน็ตอาจจะย้อนกลับมาหาตัวเมื่อไรก็ได้
เขียนมาเพื่อเตือนว่าอย่าลืมเรื่องพวกนี้เพราะถ้าเราทำในสิ่งที่ดี ก็ย่อมมีสิ่งที่ดีกลับมาหาตัวเอง แต่หากสิ่งที่ทำมันไม่ดีทั้งกับตัวเอง และผู้อื่นอาจทำให้เดือดร้อนได้สักวัน เน้นอย่าเคยนิสัยนะครับด้วยความเป็นห่วง
一叶障目,不见泰山
pimza คนเรา 108-1009 มีหลายแบบ หลายสถาวะ หลายอารมณ์ หลายนิสัย
บางคนโดนโลก cyber ครอบงำ ทำตัวแปลกแยก เรียกร้องความสนใจตลอด
ซึ่งคิดว่าในชีวิตจริงเขา คงขาดอารายบางอย่าง เลยสรุปว่าเข้ามาหาชดเชยในโลก cyber วันๆไม่ค่อยมีอะไรที่เป็นสาระเท่าไร เลยเข้ามาป่วน เข้ามาทำเรื่องให้คนโน้นคนนี้ปวดหัว นั่นแหละ ถูก cyber ครอบงำ ไม่รู้จักวางตัวทำตัวเหมือนคนทั่วไป เข้าข่ายโรคจิต บางคนวุฒิภาวะมากแล้ว การศึกษาก็ได้ ยังรอดไม่พัฃ้นจุดนี้เลย
แต่บางคนทำตัวปกติ แบบปกติ แต่ใช้ cyber ให้เป็น ใช้เป็นแค่เครื่องมือสื่อสาร แต่ท่านๆอย่าลืม เครื่องมือสื่อสารอันนี้มีหลักฐานแสดงให้ท่านๆเห็นได้ เมื่อเวลาผ่านไปสิ่งไหนทำถูก กลับมาย้อนอ่านดู ก็โอเค ถูก แต่ถ้าผิดพลาดไปล่ะ ก็มีหลักฐานเช่นกัน ถ้าเป็นคนที่รู้ดีรู้ชั่ว เขาก็จะรู้สึกตัวเอง อ้าว ผิดไปแล้วนี่น่า ขอโทษ หรืออะไรก็ได้ที่ผู้มีจรืวัตรอันดีเขาทำกัน ไม่ช่ายยังไม่รู้ตัวก้อ ทำงัยได้ ประเภท บัวใต้น้ำ ขนาดมีแสงส่องไปให้โผล่จากน้ำ ยังเฉย หน้ามึน ฮ่าๆๆ ทำต่อไป ถ้าเจอคนประเภทนี้ขอให้ท่านๆๆ ปลงซะ คุยได้คุย คบไม่ได้ อย่าไปคบ อิอิ แล้วก้อถ้ามีอารมณ์ ก้อ เดินไปตบกปาลมันเลย .. เฮ้ย ทำงี้ได้งัย คนในสังคมเขาโอเคกันอยู่ มาป่วน ทำตัวเป็นตุ๊ด อยู่ได้ เดี๋ยวหลังมือ...
เล่นอินเตอร์เน็ท มา 10 ก่าปี เจอคนมาแยะ คนแบบนี้เคยเจอแล้ว ยกมือแบบหลังมือมาก้อหลายคน ตบเลยนี่ยัง พอดีเขาสำนึกก่อน โชคดีไป.. ตอนนี้เป็นคนดีของสังคมไปแล้วเจ้าน้องคนนั้น
เรื่อง ฮาๆๆ มีแยะ วันนี้เอาแค่นี้ก่อน เครียดไปป่าวหว่า...
สาธุ:
venus อ๋อ พอดีมันมีเรื่องลงในหนังสือพิมพ์ มีคนปากมาก เอาเรื่องคนนั้นคนนี้ไปพูดจริงบ้างไม่จริงบ้าง เลยถูกรุมสกรัมบาดเจ็บเล็กน้อยน่ะ เลยเอามาเป็นอุธาหร เตือนกันเพราะเรา ๆ ก็ใช้เน็ตกันเหมือนกันครับหมอดู ไม่ได้เกี่ยวกับหมอหรอกครับไม่ต้องตกใจ แหมทหารปฏิรูปการปกครองน่าตกใจกว่าเยอะเลย
แก้ไขโดย: venus, เมื่อ: 25/09/2006 05:45
...ความสุขเกิดจากการให้ มิใช่จากการได้... อมตะวาจา มหาตมะ คานธี
venus
เชิญทดสอบครับ
http://www.findyourfate.com/deathmeter/deathmtr.html
...ความสุขเกิดจากการให้ มิใช่จากการได้... อมตะวาจา มหาตมะ คานธี
:D55555 ป.ล....อันนี้แดงไปลองเองด้วยตัวเองตอนนั้น โห .....โดน ..อิอิ อายุเลยยืน5555สวยวันสวยคืนอิอิ
jeen
ขำอะ ก็เลย copy มาให้อ่านกันเล่น ๆ ..
1. ถ้าคุณตะโกนนาน 8 ปี 7 เดือน กับอีก 6 วัน
คุณจะใช้พลังงานเสียงที่ได้ไปอุ่นกาแฟได้แก้วนึง (ทำไปทำไมเนี่ยะ?)
2. ถ้าคุณตดอย่างต่อเนื่องนาน 6 ปีกับ 9 เดือน
แก๊สที่ได้จะเทียบเท่าระเบิดปรมาณูลูกนึงเลยทีเดียว (ใครจะไปตดนานขนาดนั้น)
3. หัวใจมนุษย์มีแรงดันพอที่จะสามารถสูบฉีดเลือดได้ไกลถึง 30 ฟุต
4. หมูจะมีช่วงถึงจุดสุดยอดนานถึง 30 นาที (ชาติหน้าชักอยากเกิดเป็นหมูแล้วสิ)
5. แมลงสาบจะมีชีวิตอยู่ได้นาน 9 วันโดยไม่มีหัว! ..ก่อนที่จะตายเพราะขาดอาหาร
6. โขกหัวเข้ากับกำแพงจะใช้พลังงาน 150 แคลอรี่ต่อชั่วโมง (อาจลองดูที่ทำงานก็ได้นะ)
7.ตั๊กแตนตำข้าวตัวผู้ไม่สามารถร่วมเพศได้ขณะที่ยังมีหัวอยู่ ..ตัวเมียจะเริ่มการมี SEX โดยตัดหัวตัวผู้ออก .........
8. ปลาดุก มีตุ่มรับรสถึง 27,000 ตุ่ม (ก้นสระมันมีรสชาติอะไรกันนักหนานะ? ถึงจำเป็นต้องมีเยอะขนาดนั้น)
9. สิงโตบางตัวจะร่วมเพศถึง 50 ครั้งต่อวัน ( ยังไงก็ยังชอบหมูอยู่ดี ...คุณภาพอยู่เหนือปริมาณ)
10.ผีเสื้อรับรสที่ปลายเท้า (เป็นอย่างนึงที่สงสัยมานานแล้วว...)
11.กล้ามเนื้อที่แข็งแรงที่สุดในร่างกายคือลิ้น
12.คนถนัดขวาจะมีอายุโดยเฉลี่ยมากกว่าคนถนัดซ้ายอยู่ประมาณ 9 ปี
(ถ้าคุณเป็นคนถนัดทั้ง 2 ข้าง ช่วยบอกความแตกต่างหน่อยได้ไม๊)
13. ช้างเป็นสัตว์ชนิดเดียวที่ไม่สามารถกระโดดได้ (ดีแล้วแหละ)
14. ปัสสาวะแมวจะเรืองแสงใต้แสง Black Light (ใครนะช่างสงสัยจริง)
15. ตาของนกกระจอกเทศใหญ่กว่าสมองของมันเอง (บางคนก็ชอบให้คนข้างๆเป็นแบบนี้แฮะ)
16.ปลาดาวไม่มีสมอง (บางคนก็ชอบแบบนี้มากกว่าข้างบน)
17. หมีขั้วโลกเป็นสัตว์ถนัดซ้าย (ถ้ามันหัดใช้มือขวาคงมีอายุยืนขึ้นอีกหน่อยนะ...555)
18. มนุษย์และปลาโลมาเป็นสัตว์กลุ่มเดียวที่มี SEX เพื่อความสุขความพอใจ (อ้าว แล้วหมูล่ะ!?)
19. ผู้หญิงกระพริบตาบ่อยกว่าผู้ชายถึงสองเท่า และมากกว่าถึงสามสิบครั้ง เมื่อพวกเธออยู่ที่สระว่ายน้ำ
20. ชื่อโหลที่สุดหาใช่ "จอร์จ" หรือ "ซาร่าห์" ไม่ แต่เป็น "โมฮัมเหม็ด" ต่างหาก
21. คนเราไม่สามารถที่จะเลียข้อศอกของตัวเองได้
22. เวลาปลาหมึกยักษ์หิวจัดเอามากๆ มันจะกินหนวดของมันเอง และรู้มั้ยว่า มันยังเป็นสัตว์ที่มีลูกตาใหญ่ที่สุดในโลก
23. แมงมุมแม่หม้ายดำซึ่งกลืนกินคู่ขาหลังจากการสมสู่ ยังสามารถหม่ำแมงมุมตัวผู้ได้ถึงวันละ 25 ตัวอีกด้วย ร้ายกาจมากกกกก!
24. เตียงนอนในบ้านโดยทั่วไปแล้ว จะมีตัวเล็นและตัวไรซ่อนอยู่ถึง 6 พันล้านตัว
25. ผึ้งจะทำกายบริหารก่อนจะบิน
26. การ์ตูนโดนัลด์ดั้กเคยถูกประกาศห้ามเผยแพร่ในฟินแลนด์ เพียงเพราะว่ามันไม่สวมกางเกง ฮ่า ฮ่า
27. โดยเฉลี่ยแล้ว มนุษย์จะกินแมงมุมเข้าไป 8 ตัวตลอดชั่วชีวิตหนึ่ง ก็เวลาที่มันคลานเข้าไปในปากตอนเราหลับปุ๋ยไง อึ๊ยยย! และรู้มั๊ยว่าคนส่วนใหญ่น่ะกลัวแมงมุม มากกว่ากลัวตายซะอีก
28. ถ้าคุณลากเส้นชอล์กผ่านขวางทางเดินของมด มันจะไม่ยอมเดินผ่านข้ามไป
29. ในแต่ละวันผู้หญิงจะฉอเลาะมากถึง 7.000 คำต่อวัน ขณะที่ผู้ชายปริปากแค่ 2.000 คำต่อวันเอง
30. คุณรู้หรือเปล่าว่า ไม่ว่าแผ่นกระดาษจะมีขนาดใหญ่แค่ไหน คุณไม่สามารถพับครึ่งได้ถึง 6 ทบ ไม่เชื่อลองดูซิ
31. ครั้งหนึ่งชาวเบลเยี่ยมเคยพยายามใช้แมวเหมียวเป็นตัวส่งจดหมาย ไม่จำเป็นต้องบอกเลยว่า ไม่มีทางสำเร็จผล
32. คุณรู้ไหมว่าโดยทั่วไปแล้ว ผู้หญิงจะกลืนกินลิพสติกลงท้องไปถึง 4 ปอนด์ ในตลอดชีวิตของเจ้าหล่อน
33. ตลอดทั้งชีวิตแล้ว คนทั่วไปจะใช้เวลาจูจุ๊บกันรวมแล้วเกือบสองอาทิตย์เชียวนะ
34. เป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะจามทั้งๆดวงตายังเปิด
35. เห็นชัดได้ว่า ลูกตาของคนเราคงขนาดเดิมมาตั้งแต่เกิด แต่จมูกกับหูนั้นไม่เคยหยุดการเจริญเติบโตเลย!
36. วอลท์ดิสนี่ย์ผู้สร้างสรรค์ตำนานการ์ตูนมิคกี่ย์เม้าส์นะ อันที่จริงแล้วเค้าเป็นคนกลัวหนูจะตายไป
37. โฆษณานาฬิกาทุกชิ้น มักให้เข็มนาฬิกาหยุดอยู่ที่ 10:10 เพราะจะได้ดูเป็นรูปใบหน้ายิ้ม
38. ลายเสือเกิดขึ้นจากหนังของมัน ไม่ใช่จากขน
39. ร้อยละ 80 ของคนที่อ่านบทความนี้ พยายามจะเลียข้อศอกตัวเอง กับ พับกระดาษ!!
อ้าวใครอยากเป็นหมูบ้าง?
.. อ่าน ไป ก็ ยิ้ม ไป .. อิ อิ .. ขำขึ้นมาบ้าง
jasmine
ชีวิตและความหมาย
ความหมายของการปล่อยสัตว์
ปล่อยปลาชะโด : มีแต่สิ่งใหญ่โตเข้าบ้าน
ปล่อยปลาไหล : การเงิน การงาน การเรียน
ปลาามสี : เงินทองนาค
ปลาบู่ : ทดแทนผู้มีพระคุณ
ปลานิล : ทรัพย์สินเพิ่มพูน
ปลาขาว : ปลานำโชค
ปลาไน : จะได้เป็นเจ้าคนนายคน
ปล่อยกบ : ขออุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร
หอยขม : ทิ้งความขมขื่น จะร่มเย็นเป็นสุข ข้าทาสบริวารมาก
ปลายี่สก : จะประสพแต่ความสำเร็จ
ปลาหมอ : เพื่อสุขภาพ
ปลาดุก : ศัตรูคู่แข่งพ่ายแพ้
ปลาช่อน : ช้อนเงินทอง สิ่งที่ซ่อนเร้นจะได้พบ
ปลาสวาย : เงินทองคล่องตัว
ปลาจรเม็ด : จะได้เงินเต็มเม็ดเต็มหน่วย
ปลาดุกเผือก : ปลามงคล
ปลาราหูดำ : สะเดาะเคราะห์
หอยโข่ง : หนทางโล่ง เป็นผู้นำ
ปลาตะเพียร : เงินทองมากมี
ปลากราย : เคราะห์ร้ายกลายเป็นดี
ปลาสังฆวาส : เป็นเจ้าใหญ่นายโต
ปลานาฟ้า : จะพบแต่สิ่งดี ๆ
เต่า : อายุมั่นขวัญยืน
ปลาหมอไข่ : เพื่อความโชคดีสุขภาพดีีีีีีีีีีีีีีีีีีีีีีี
ข้อมูลจากร้านขายปลาสำหรับปล่อย ที่วัดระฆังฯ กทมฯ
อะไรจะดีไม่ดีอยู่ที่การกระทำ นนน จ๊ะ
บันทึกการเข้า
~คน ก็เหมือน คอม *เข้าใจวิธีดูแลรักษา เอาไว้ให้ดี *แล้วเขาจะอยู่กับเรานานๆ~
แดง Lebanon
d@eng Lebanon
Auther
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +60/-1
ออฟไลน์
กระทู้: 3390
~ รักนะ..นาวี 22~
**กระทู้มันส์ๆ..จากสมาชิกในเว๊บบอร์ดเก่า.(มาเม้าส์..*เผาๆ กันใหม่นะ ...)**
«
ตอบ #13 เมื่อ:
22 มีนาคม 2008, 05:41:14 am »
vinitaya
1. กระถิน มีสรรพคุณ ดังนี้
ยอดและฝัก แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ช่วยให้เจริญอาหาร บำรุงหัวใจ
เมล็ดแก่ แก้ขับลม ขับระดูในสตรี บำรุงไตและตับ แก้อาการนอนไม่หลับ เป็นยาอายุวัฒนะ
2. กระเพรา มีสรรพคุณ ดังนี้
ดอก ใบ กิ่ง ใช้ปรุงเป็นยาบำรุงธาตุ แก้ปวดท้อง ท้องขึ้น เฟ้อ เรอ เหม็นเปรี้ยว แก้ลมตาล ลมซางในเด็ก แก้ลมตีป่วนในท้อง ช่วยขับลม ใช้ผายลมและเรอออกมา แก้ลมจุกเสียด ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ใช้ปรุงผสมกับสมุนไพรอื่นๆ เป็นยาเขียว ยาลม ยาธาตุ และยาแก้กษัย
ราก ใช้ฝนใส่ฝาหม้อดินผสมกับสุราขาว หยอดใส่ปากเด็กโตอายุ 3 -5 ขวบขึ้นไป ช่วยให้ลมในกระเพาะลำไส้ เด็กเล็กกว่านี้ใช้เป็นยาแก้ถ่ายขี้เทา ช่วยให้ผายลมในกระเพาะ แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอน้ำนม
3. กระเทียม มีสรรพคุณ ดังนี้
หัวสด ตำทาแก้โรคผิวหนัง เช่น เกลื้อน กลาก เรื้อนกวาง ตลอดจนผดผื่นคันตามตัวทั่วไป ปรุงผสม สมุนไพรอื่น แก้ริดสีดวงทวาร ริดสีดวงลำไส้ แก้ขับลมปัสสาวะ แก้กษัยบำรุงไต แก้ขับระดูในสตรีพิการ มีกลิ่นคาว เหม็นเน่า แก้อาการโรคประสาทอ่อนๆ อาการนอนไม่หลับ อาการเหม่อลอย สะดุ้งผวาตกใจง่าย แก้ขับเนื้อร้ายภายใน สมานแผลในกระเพาะและแผลในลำไส้ แก้โรคหืด อัมพาต ลมตีขึ้นทำให้หน้ามืดตาลาย ลมตีลงทำให้ปั่นป่วนในท้อง และลำไส้ เกิดอาการคลื่นเหียน อาเจียน อาการปวดตามบั้นเอว สันหลังและชายโครงทั้งสองข้าง หรือใช้ทุบโขลกสระผม แก้โรคผิวหนัง ขจัดรังแคบนศรีษะ ป้องกันผมหงอกก่อนวัย เป็นยาอายุวัฒนะ
4. กระชาย มีสรรพคุณ ดังนี้
หัว แก้อาการปากเปื่อย ปากเป็นแผล ปากแตกแห้ง ร้อนในกระหายน้ำ แก้ใจคอหวาดหวิวผวา แก้ปวดท้อง ลงท้อง จุกเสียด แก้บิด มูกเลือด บำรุงกำลัง บำรุงน้ำดี
ยออายอ
มีคนว่ายายทะลึ่งอ่ะ..แต่น่าร๊ากกกกก
ฟังเพลง ฟังพลง
vinitaya
น่าร๊ากไปหมดไปหมดจริงๆ
เหลือแต่ที่เหมือนลิงจริงๆหนอ
ปากก็ร้ายน่านักน่าหักคอ
อย่าหัวร่อจำไว้ได้เห็นดี
ลิงอะไรร้ายนักเป็นหนักหนา
ลิงตะโกลาป่วนไปได้ทุกที่
อยู่พังงาแสนไกลทำไงดี
อยากไปตีเจ้าลิงนักสักร้อยที
venus
อย่าไปยกหางเชียวนะ ไล่จับกันไม่หวาดไม่ไหวทีเดียว
vinitaya
5555 พี่เว็บพูดได้ถูกใจจริงๆ 5555 สงสัยต้องช่วยกันจับตัดหางซะดีมั้งเนี่ย 5555
kee
สัญญาณเตือนว่าคุณอาจเป็นมะเร็ง
การตรวจสุขภาพเป็นประจำก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้เราสามารถเฝ้าระวังสุขภาพของเราจากโรคร้ายที่รุนแร งได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นภัยเงียบที่แอบคร่าชีวิตผู้คนแบบไม่ทันให้ตั้งตัวมาแล้วหลายราย
เพื่อความไม่ประมาทเราจึงควรหมั่นสำรวจตรวจตรา รวมถึงสังเกตสุขภาพร่างกายตัวเองอย่างสม่ำเสมอ โดยไม่มองข้ามแม้ความผิดปกติเล็กๆน้อยๆที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจลุกลามกลายเป็นมะเร็งได้
เป็นมะเร็งได้อย่างไร
จึงถึงทุกวันนี้แพทย์ก็ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้แน่นอนว่ามะเร็งเกิดขึ้นจากสาเหตุใดกันแน่ แต่ที่แน่ๆมะเร็งไม่ใช่โรคติดต่อและเหตุปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคนี้ก็มีอยู่ด้วยกันหลายประการซึ่งได้แก่
1. ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย แต่ละคนมีระบบภูมิคุ้มกันมากน้อยแตกต่างกัน แต่เมื่อใดก็ตามที่ร่างกายไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันมะเร็ง มะเร็งก็จะเกิดขึ้นได้
2. กรรมพันธุ์ เครือญาติที่มีสายเลือดเดียวกันมีโอกาสที่จะป่วยเป็นมะเร็งเหมือนๆกัน
3. เชื้อชาติ มะเร็งบางชนิดพบมากในคนบางเชื้อชาติ เช่น มะเร็งกระเพาะอาหารพบมากในคนญี่ปุ่น มะเร็งโพรงจมูกพบมากในชาวจีน และสำหรับคนไทยนั้น มะเร็งตับมาเป็นอันดับหนึ่ง
4. เพศ มะเร็งบางชนิดพบมากในเพศชายมากกว่าเพศหญิง เช่น มะเร็งตับ มะเร็งปอด ขณะที่เพศหญิงจะพบมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมเป็นส่วนใหญ่
5. อายุ มะเร็งหลายชนิดมักพบในคนที่อายุมากแล้ว แต่ก็มีมะเร็งบางชนิดพบได้แม้ในเด็กเล็ก เช่นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ฯลฯ
6. สารเคมี องค์การอนามัยโลกรายงานว่ามีสารเคมีจำนวนมากถึง 450 ชนิด ที่สามารถก่อให้เกิดมะเร็งได้ โดยสารเหล่านี้อาจแฝงตัวมากับธรรมชาติและมาในรูปของเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆไม่ว่าจะเป็นสีผสมอาหาร สารปรุงแต่งกลิ่นรส สารถนอมอาหาร อาหารหมักดอง อาหารที่ขึ้นรา อาหารที่รมควันหรือย่างจนไหม้เกรียม ยารักษาโรคที่มีสารอันตรายเป็นส่วนผสม ยาฆ่าแมลงต่างๆรวมไปถึงมลภาวะที่แวดล้อมตัวเราอยู่
7. ฮอร์โมน มะเร็งบางชนิดสัมพันธ์กับระดับของฮอร์โมนเพศหญิง หรือฮอร์โมนเพศชาย และโดยมากฮอร์โมนเหล่านี้มักจะมาในรูปของยารักษาโรค
8. เชื้อโรค ปัจจุบันมีหลักฐานบ่งชี้ที่แน่ชัดว่าเชื้อไวรัส "พาพิลโลมา" เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นกับเซลล์ที่นังปากมดลูก นอกจากนี้เชื้อราซึ่งชอบขึ้นในอาหารประเภทถั่ว ข้าวและมันสำปะหลังก็สร้างสาร "อะฟลาท๊อกซิน" ที่ก่อให้เกิดมะเร็งตับได้ รวมถึงพยาธิใบไม้ซึ่งพบในเนื้อสัตว์ที่ปรุงแบบสุกๆดิบๆก็มีส่วนทำให้เกิดมะเร็งตับได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตามสารต่างๆที่ทำให้เกิดมะเร็งซึ่งได้กล่าวถึงเป็นเพียงปัจจัยส่วนหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมให้โอกาส เกิดมะเร็งเพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น โดยร่างกายจะต้องได้รับมาสะสมไว้ในปริมาณค่อนข้างมากเป็นเวลานาน ที่สำคัญใครจะป่วยเป็นมะเร็งหรือไม่ ย่อมขึ้นอยู่กับภูมิานทานของร่างกายและสภาพแวดล้อมที่ประจวบเหมาะ ดังนั้นเราไม่ควรวิตกกังวลจนเกินกว่าเหตุ ในกรณีที่ชีวิตประจำวันของเราอาจจะบังเอิญได้รับสารต่างๆเหล่านั้นบ้างเป็นครั้งคราว
สัญญาณเตือนของมะเร็ง ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีหากมีอาการไม่ชอบมาพากลดังนี้1. น้ำหนักลดฮวบฮาบหลายกิโลกรัมโดยไม่ทราบสาเหตุ
2. เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างกับเต้านมของคุณ เช่นคลำพบก้อนแข็งๆขึ้นในเต้านม มีเลือดหรือน้ำเหลืองไหลซึมออกจากหัวนม
3. มีอาการคันหรือระคายเคืองบริเวณอวัยวะเพศ ตกขาวมีกลิ่นผิดปกติ เจ็บปวดท้องน้อยหรือมีเลือดออกทางช่องคลอดหลังจากมีเพศสัมพันธ์ หรือเลือดออกมามากผิดปกติในช่วงที่มีรอบเดือนหรือหลังจากหมดรอบเดือนไปแล้ว
4. รู้สึกกระหายน้ำบ่อยโดยไม่มีเหตุผล
5. หน้ามืดและเวียนศรีษะบ่อย
6. เกิดการเปลี่ยนแปลงกับไฝ หูดหรือปานบนผิวหนัง เช่น สีเปลี่ยนไป ขนาดโตขึ้น คัน หรือมีเลือดไหลซึมออกมา นอกจากนี้เนื้องอกผิดปกติที่เกิดขึ้นบนผิวหนังก็อาจพัฒนากลายเป็นเนื้อร้ายหรือมะเร็งได้
7. เสียงแหบแห้งนานเกิน 3 สัปดาห์ ไอเรื้อรังและเสมหะมีเลือดปน
8. เจ็บแน่นหน้าอกและหอบเหนื่อยง่าย
9. ใบหน้า คอ หรือท้องบวม
10. ต่อมน้ำเหลือง โดยเฉพาะบริเวณคอ รักแร้ ขาหนีบ โตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
11. รู้สึกอ่อนเพลีย ผิวพรรณซีดเซียว หรือผิวเป็นจ้ำช้ำเลือดง่าย
12. เวลามีบาดแผล เลือดจะหยุดไหลยากและแผลหายช้าอย่างผิดสังเกต
13. ท้องผูกหลายวัน หรือท้องผูกสลับกับท้องเสียบ่อยๆ และถ่ายอุจจาระเป็นมูกเลือด
14. มีอาการอึดอัดแน่นท้อง เพราะอาหารไม่ย่อยบ่อยๆ
15. กลืนอาหารลำบาก เพราะเจ็บเหมือนมีก้างติดคอตลอดเวลา
16. ปวดศรีษะรุนแรง หรือปวดมากจนผิดปกติเป็นครั้งแรก
17. ปวดขาหรือปวดหลังโดยไม่ทราบสาเหตุและปวดบ่อยมาก
18. รู้สึกหนาวๆร้อนๆ มีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน และใจสั่น
วิธีป้องกันมะเร็งแบบง่ายๆ- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และไม่อยู่ใกล้คนสูบบุหรี่
- ไม่กินอาหารปรุงไม่สุก และหลีกเลี่ยงอาหารปิ้งๆย่างๆ
- กินผักผลไม้สดเสมอ
- ตรวจร่างกายเป็นประจำ
บันทึกการเข้า
~คน ก็เหมือน คอม *เข้าใจวิธีดูแลรักษา เอาไว้ให้ดี *แล้วเขาจะอยู่กับเรานานๆ~
แดง Lebanon
d@eng Lebanon
Auther
Hero Member
คะแนนจิตพิสัย +60/-1
ออฟไลน์
กระทู้: 3390
~ รักนะ..นาวี 22~
**กระทู้มันส์ๆ..จากสมาชิกในเว๊บบอร์ดเก่า.(มาเม้าส์..*เผาๆ กันใหม่นะ ...)**
«
ตอบ #14 เมื่อ:
22 มีนาคม 2008, 05:56:29 am »
kovit
พวกติดป้ายนะกลัวอะไร
จริงๆไม่ต้องติดตัวโตๆหรอก ถ้ารักทหารเรือส่วนใหญ่เขาติดสัญญลักษ์เล็กๆเช่นสมอเท่านั้นแหละ เคยเห็นนะบางคนติฐานทัพเรือสัตหีบเบ้อเริ่มเลยก็มองขำๆ ไม่รู้ว่ากลัวตำรวจหรือรักหน่วยงานมาก บางคนก็วางหมวกไว้หน้าร๔บยคอนโซล 2 ใบเลย ไม่รู้วางไว้ทำไม ที่จริงเวลาเลี้ยวมันจะหล่นนะ อันตรายบางที่เผลอไล่คว้า เกิดอุบัติเหตุเพราะมัวแต่มองหมวก...เคยถามเหมือนกันเป็นรุ่นพี่คนหนึ่งสนิทกันแต่นิสัยขี้กลัว..ถามว่าพี ่วางหมวกไว้ทำไม..แกบอกว่ากันตำรวจเรียก..ก็เลยบอกแกว่าถ้าพี่ไม่ทำผิดกฎหมายจะกลัวตำรวจทำไม เราเป็นทหารนะ ตอนหลังรู้สึกว่าจะไม่ค่อยวางแล้ว..และถ้ามีผิดกฏหมายจริงที่ไม่ใช่ความผิดกระจอกเช่น จราจรแล้ว ตำรวจเขาไกลัวหมวก กลัวป้ายหรอก ....
mana
ลงใต้...กันหน่อย......เมื่อคืนนี้ 19 ธ.ค....จ.ปัตตานี เกิดเหตุ เผาโรงเรียนไป 4โรง ศูนย์เด็กเล็ก อีก 1 ศูนย์. ที่ จ.ยะลา แย่จัง.........แมน.. เอ.. รายงาน..(man a)
รายละเอียด
-โรงเรียนบ้านต้นมะขาม ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง จว.ปัตตานี
-โรงเรียนบ้านบูโกะ ต.ประจัน อ.ยะรัง จว.ปัตตานี
-โรงเรียนบ้านบาโง ต.ปานัน อ.มายอ จว.ปัตตานี
-ศูนย์เด็กเล็กบ้านฆอรอแม ต.ปะแต อ.ยะหา จว.ยะลา
-โรงเรียนบ้านยางแดง ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จว.ปัตตานี
แก้ไขโดย: mana, เมื่อ: 20/12/2006 13:27
mana
วันพ่อ 5 ธ.ค....จะมาถึงอีกแล้ว
http://kanchanapisek.or.th/royal-music/index.th.html
เพลงพระราชนิพนธ์
venus
ระวัง !เธอจงระวังความคิดของเธอ
เพราะความคิดของเธอจะกลายเป็นความประพฤติของเธอ
เธอจงระวังความประพฤติของเธอ
เพราะความประพฤติของเธอจะกลายเป็นความเคยชินของเธอ
เธอจงระวังความเคยชินของเธอ
เพราะความเคยชินของเธอจะกลายเป็นอุปนิสัยของเธอ
เธอจงระวังอุปนิสัยของเธอ
เพราะอุปนิสัยของเธอจะกำหนดชะตากรรมของเธอชั่วชีวิต ...
จากหนังสือทำวัตรเช้า - เย็น วัดพระมหาบรมธาตุเจ้าดอยเกิ้งคำ
****
vinitaya
ท่านเว็บครับ ดีมากเลยครับ เพราะเป็นสัจธรรมแห่งชีวิต อยากให้นำมาลงอีกเพื่ออ่านแล้วจะได้เกิดสติสัมปชัญญะ และแนวทางในการดำรงอยู่แห่งชีวิตที่เป็นสุขของปุถุชนอย่างเราๆ ครับ
ท่านเว็บครับ วัดพระธาตุดอยเกิ้งเนี่ยอยู่ทางฝั่งขวาของทะเลสาบแม่ปิงที่เป็นภูเขาสูงเห็นพระธาตุเจดีย์อยู่บนยอดเขาสีข าวๆ ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับฝั้งตัวอำเภอดอยเต่า ซึ่งเป็นท่าเทียบเรือเฟอร์รีใช่ไหมครับ เพราะเคยนั่งเรือจากเขื่อนภูมิพลไปขึ้นที่ดอยเต่าและแลเห็นวัดนี้อยู่ และมีทางให้รถยนต์ให้ขึ้นไปถึงวัดไหมครับ ถ้าให้เดินขึ้นเขาไปบนวัดก็คงไม่ไหวแล้ว เผิ้อถ้าไปเหนือคราวหน้าจะได้ไปไหว้พระธาตุดอยเกิ้งบ้างครับ
venus ถูกต้องแล้วครับ ถ้าข้ามจากท่าเรือมาตรงพระธาตุ จะเดินเท้าประมาณ 4 กม.นะครับ แต่หากเดินทางจาก อ.ฮอด ตอนนี้ รถจะข้ามไม่ได้น้ำจะท่วมทาง ต้องข้ามด้วยแพประมาณ 3 กม. สามารถดูรูปได้จาก Link นี้นะครับ
http://www.navy22.com/th/index.php?option=com_ponygallery&Itemid=27&func=viewcategory&catid=87
venus
สูตรการคบเพื่อน
ถ้าพูดถึงคำว่า "เพื่อน" แล้ว คุณคิดว่า คำนี้
มีความสำคัญต่อคุณมากแค่ไหน ? แล้วคำนิยามหล่ะ คุณให้คำจำกัดความว่าอย่างไร
กับคำๆนี้ สำหรับหลายๆคน "เพื่อน" เปรียบเสมือนคนรู้ใจ คนสนิท
คนที่เราสามารถพูดได้เวลามีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน เรื่องความรัก
หรือปัญหาอื่นๆ นอกเหนือจากพ่อแม่แล้ว "เพื่อน " ก็คือคนที่ใกล้ชิดเรามากที่สุด
อีกคนหนึ่งนั่นเอง
ความเป็นเพื่อนไม่จำเป็นต้องเลิศหรู เพียงแต่ คุณลองทำตามเคล็ดลับ
ที่เรานำมาฝากกันนี้ มันก็จะทำให้คุณสามารถมีเพื่อนที่รู้ใจ
แถมยังทำให้ตัวคุณก็สามารถ เป็นเพื่อนที่ดีของคนอื่นได้อีกด้วย
1. คอยเป็นกำลังใจ
เมื่อใดก็ตามที่เพื่อนของคุณอยู่ในสภาวะที่ไม่ค่อยปกตินัก เช่น เสียใจ หรือ
กำลังร้องไห้ คนที่เขาอยากให้มาอยู่ใกล้ๆนั่นก็คือ คนที่สามารถทำให้เขาสบายใจ
บางทีคุณอาจไม่จำเป็นต้องพูดอะไรเลย
มันก็สามารถทำให้เขารู้ว่าคุณก็เป็นห่วงเขาเหมือนกัน เพียงแต่คุณนั่งลง
และบอกกับเขาว่า "ฉันจะอยู่ข้างๆเธอ" เพียงเท่านี้
เขาก็จะมีพลังที่จะจัดการกับอุปสรรคต่างๆได้
2. ยินดีในความสำเร็จ
เมื่อใดก็ตามที่เพื่อนของคุณ ประสบความสำเร็จ
คำพูดที่เขาอยากได้ยินจากคุณก็คือ "ดีใจด้วยนะ" เพียงประโยคเดียวเท่านี้
ก็สามารถต่อสายสัมพันธ์ ได้อีกยาวไกลเลย เพราะไม่ว่าใคร รวมถึง
ตัวคุณเองก็ย่อมอยากได้กำลังใจจากคนรอบข้าง ใช่ไหมหล่ะ
3. อย่าถากถาง หรือ ซ้ำเติม
ในทางตรงกันข้าม ยามใดก็ตามที่เพื่อนของคุณก้าวพลาดไป
อย่างแรกที่เขาต้องการนั่นคือกำลังใจ และคำปลอบโยน จากคุณเหมือนกัน
เพื่อให้เขายังรู้สึกว่า มีใครบางคนที่เป็นห่วงเขาเหมือนกันนะ
และยังพร้อมที่จะให้โอกาส เสมอ อย่างน้อยแค่ประโยคเดียว เพียงบอกเค้าว่า
"เริ่มต้นใหม่ได้หน่ะ เพื่อน"
4. มอบความจริงใจ
เมื่อใดก็ตามที่คุณคบกับใครอยู่ คุณก็ต้องการได้ความจริงใจจากเขาใช่ไหม
เมื่อใดก็ตามที่คุณอยากได้สิ่งใดจากผู้อื่น คุณต้องรู้จักการให้ในสิ่งนั้นก่อน
ถ้าคิดอยากจะเป็นฝ่ายรับอย่างเดียว เห็นทีจะไม่ไหว ต้องรู้จักป็นทั้งผู้ให้
และผู้รับต่างหาก
5. มีน้ำใจ
เมื่อใดก็ตามที่เพื่อนของคุณต้องการความช่วยเหลือ สิ่งใดช่วยได้ ขอจงอย่าช้า
รีบช่วยเหลือตามกำลัง และความสามารถที่คุณจะสามารช่วยเหลือเขาได้
แต่ต้องมาจากความจริงใจเป็นที่ตั้ง
เพื่อให้เขารู้สึกว่าคุณคือเพื่อนแท้ของเขาในเวลาที่เขาไม่มีใคร
6. รู้จักให้อภัย
เมื่อใดก็ตามที่ความผิดเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคุณหรือ เพื่อนของคุณก็ตาม
อย่างแรกที่ คุณควรจะรู้จัก คือคำว่า "ขอโทษ" เพราะ สำหรับเพื่อนแล้ว คำขอโทษ
เพียงคำเดียวก็สามารถต่อสายสัมพันธ์อันลึกซึ้ง
ระหว่างคุณกับเพื่อนของคุณได้อย่างลงตัวที่สุดเลย
7. อย่าคิดว่าคุณไม่มีค่า
เมื่อใดก็ตามที่คุณ หรือเพื่อนของคุณมีความรู้สึกเช่นนี้
นั่นคือคุณไม่ยอมเปิดกว้างสำหรับมิตรภาพ ซึ่งจะทำให้คุณมองโลกในแง่ร้าย
คุณควรจะเปิดตัวเอง ออกมารับรู้และยอมรับ คำว่าเพื่อนไม่มีใครดีหรือเลว
เพียงแต่คุณต้องรู้จักการปรับตัว เข้าหาทั้งด้านดี และด้านเลวของคนนั้น
ถูกบ้างผิดบ้าง ยังไง ก็ "เพื่อน"กันน่า...นะ
ทั้งหมดที่กล่าวมานั้น เป็นเพียงหลักการเบื้องต้น
ที่จะทำให้คุณมีเพื่อนและสามารถเป็นเพื่อนที่ดีกับผู้อื่นได้ด้วย
และเมื่อใดก็ตามที่คุณสามารถช่วยเหลือเขาได้ บางทีค่าตอบแทน อาจจะไม่ใช่ แก้ว
แหวน เงิน ทอง แต่คุณจะได้สิ่งที่ล้ำค่ากว่าสิ่งเหล่านั้น นั่นก็คือ คำว่า
"เพื่อน" ไง
บันทึกการเข้า
~คน ก็เหมือน คอม *เข้าใจวิธีดูแลรักษา เอาไว้ให้ดี *แล้วเขาจะอยู่กับเรานานๆ~
หน้า: [
1
]
2
3
...
5
ขึ้นบน
พิมพ์
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
กระโดดไป:
เลือกหัวข้อ:
-----------------------------
พระมหากษัตริย์ไทย
-----------------------------
=> เรารักในหลวง
=> ประวัติศาสตร์ไทย
===> วันสำคัญต่าง ๆ
===> ศิลปะและวัฒนธรรมไทย
===> ดนตรีไทย
=> เศรษฐกิจพอเพียง
-----------------------------
ชมรมคนรักเสด็จเตี่ย
-----------------------------
=> กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
===> วัตถุมงคล กรมหลวงชุมพรฯ
-----------------------------
พุทธศาสนา
-----------------------------
=> พุทธศาสนา
===> วันสำคัญทางศาสนา
=> เกจิอาจารย์
===> วัตถุมงคล
-----------------------------
กระดานนาวี22
-----------------------------
=> ห้องข่าวนาวี 22
===> การใช้งานเว็บไซท์
=> สนทนาทั่วไป
===> ตูน 007
===> สุขสันต์วันเกิด .. !
=> พิราบคาบข่าว
===> ข่าวต่างประเทศ
===> ข่าวในประเทศ
=> เรือ
=> อาวุธ ปืน
===> Beretta
===> CZ#2075RAMI
===> Glock
===> HK
===> S&W
===> SigSauer
===> Ruger
===> Taurus
-----------------------------
มุมเม๊าส์ชาว 22
-----------------------------
=> มุม วาไรตี้
===> คุยกับสาธิตาพยากรณ์
===> บรรเทิง แหล่งช๊อป
===> รวมเพลงต่าง ๆ
===> เพลงทหารเรือ
=> กฏหมายไทย
=> ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย
=> ความรู้ทางการเกษตร
===> ข้าวไทย
===> สมุนไพรไทย
===> น้ำมันจากพืช
===> แก๊สธรรมชาติ
=> สัตว์เลี้ยง และไม่เลี้ยง
=> คนรักรถ
-----------------------------
คอมพิวเตอร์
-----------------------------
=> ถาม-ตอบปัญหาคอมพิวเตอร์
=> มุม บทความน่าสนใจ
===> บ้านหม้อ อีเล็กทรอนิกส์
=====> ร้านอีเล็กทรอนิก รับซ่อมทั่วประเทศ
===> d@eng คุยเรื่อง iT
===> e-book หลายหลากความรู้
=> เขียนเว็บด้วย Joomla
=> กราฟฟิค
-----------------------------
คลินิค นาวี22
-----------------------------
=> สาธารณสุข และสุขภาพที่ดี
===> มุมกีฬาเพื่อสุขภาพ
=====> รวมภาพใน โอลิมปิค 2008
=> การตั้งครรภ์ และเด็กอ่อน
-----------------------------
กินเที่ยวทั่วโลก
-----------------------------
=> เที่ยวทั่วไทย
===> เที่ยวรอบโลก
=> มุม อร่อยเลขที่ 22
===> แนะนำแหล่งกิน มุมอร่อย
-----------------------------
กาพย์ โคลง กลอน
-----------------------------
=> มุม กาพย์ กลอน โคลง ฉันท์